มึนไปตามใจฝัน
<<
พฤษภาคม 2553
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
15 พฤษภาคม 2553

แบกเป้เที่ยว กระบี่ 6 วัน ตอนที่ 6 "ปั่นจักรยานเกาะกลาง - พิชิตยอดวัดถ้ำเสือ"

เช้านี้ตื่นมาประมาณ เกือบๆ 6 โมง
ลงมาข้างล่าง ก็เห็นจักรยาน ที่พี่สุมาจอดไว้ให้นั่นเอง
ผมก็ลงมือปฏิบัติการ ปั่นจักรยาน ทัวร์เกาะกลาง



"ปั่นจักรยาน ที่เกาะกลาง"


สำหรับจุดแรกที่ผมเล็งไว้ก็คือ ทุ่งนา(ที่ยังไม่ได้ปลูกข้าว)ยามเช้า








[ทุ่งนายามเช้า]

















[ฝูงควายกำลังไปที่คอก]






ระหว่างถ่ายรูป ก็มีลุงคนนึง (น่าจะเป็นเจ้าของที่) เข้ามาถามว่าเข้ามาทำอะไร
แต่เขาพอมาใกล้ๆ เห็นหน้ากันชัดๆ เขาก็จำเราได้
เพราะคราวก่อน แก๊ปแนะนำให้รู้จักทีแล้ว








เวลาตอนนี้สว่างมากแล้ว
ถึงเวลาได้ตะลุยรอบเกาะจริงๆเสียที
ปกติผมจะเดินไปแค่บริเวณทุ่งนานี้เท่านั้น
ยังไม่เคยเข้าไปไกลกว่านี้


สำหรับทางที่นี่ เป็นถนนดีตรงทาง ปั่นจักรยานสบายมากเลย
ส่วนบ้านเรือนในเขตนี้จะอยู่ห่างๆกัน

ช่วงนี้ผมก็จะพบรถมอเตอร์ไซต์ที่ขับสวนออกมา
แทบจะไม่มีรถขับเข้ามาเลย
คงเพราะทุกคนกำลังจะเข้าไปทำงานในเมือง
ไม่ค่อยว่างเหมือนผม ^^'

พอเห็นแบบนี้เลยเอาเพลงมาฟังดีกว่า
ตอนแรกไม่กล้าฟัง กลัวขับๆ แล้วรถสวนมาแล้วไม่ได้ยินเสียงรถ
แต่เท่าที่ดูแล้ว คิดว่าปลอดภัย
เลยฟังเพลงตลอดทางเลย


อากาศก็ดี แดดยังไม่แรง
เพลงที่อยู่เป็นเพื่อนเราก็ไพเราะทั้งนั้น (เพราะคัดมาอย่างดี ฮ่าๆๆ)
ผมพบว่า เพลง Coffee And Tv จังหวะเพลง ช่างเข้ากับการปั่นจักรยานจริงๆ ให้ตายสิ
เพลง เธอน่ารัก ของสี่เต่าเธอ ท่อนที่ร้องว่า "ฉันก็ได้แต่เพ้อ ฉันก็ได้แต่คิดถึงเธอ" ทำให้ใจเราหวิวๆ อย่างไรก็ไม่รู้

หลายบทเพลงที่ทำให้การเดินทางเช้านี้สนุกสดใสมากเลย :)












[บ้านริมน้ำที่สามารถออกทะเลใหญ่ได้ ที่เกาะกลาง]











[ที่หาดนี้ เราสามารถออกทะเลใหญ่ได้เลยครับ]








ขับมาถึงหมู่บ้านคลองประสงค์ หมู่ที่ 2
เห็นมีป้ายเขียนว่า โรงเรียนคลองประสงค์ และ หอดูนก
ผมว่าน่าสนใจดี เลยขับเข้าไปครับ


สำหรับที่นี่ สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจ คือ "สุนัข"
บ้านเรือนแถวนี้เลี้ยงสุนัขกัน
เพราะชุมชนหมู่ 3 ที่ผมอยู่ จะไม่มีสุนัขเลย

ผมปั่นจักรยานผ่านโรงเรียนบ้านคลองประสงค์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำเกาะ







[โรงเรียนบ้านคลองประสงค์ ผมลองต่อภาพเองน่ะ ไม่เนียนอย่างแรง]





ปั่นจักรยานไปอีกสักพักก็จะเจอสุดทาง เป็นหาดเล็กๆ





[สุดทาง ณ จุดหอดูนก]












[เรือบริเวณปากน้ำที่จะออกสู่ทะเล]








[อีกมุมนึง]





ผมมองๆ ดูรอบๆ ก็ไม่เห็น หอดูนก ยังงงๆ อยู่ว่ามันอยู่ตรงไหนหว่า
พอเดินกลับมา ที่เดิม ก็เห็นสิ่งปลูกสร้างพังๆ
คิดว่า หรือว่ามันคืออันนี้เนี่ย!





[หอดูนก????]






งงๆ แต่พยายามมองแล้วก็ไม่เจอทางอื่นอีก
เลยจะเดินกลับ พอดีมีคนขับมอเตอร์ไซต์ออกมาจากข้างทาง
เลยเดินไปทางถามเขา
เขาบอกว่าไปทางหาดแหละ ทางมันจะรกๆ
เราเลยเดินอีกที
ก็เจอจนได้





[หอดูนกของจริง]





พอเดินไปใกล้ๆ น่ากลัวมาก
สภาพมันเละมาก
กระจกแตกหมด
แล้วข้างในก็เละๆ สกปรก
ตอนเปิดประตูเข้าไป ยังคิดอยู่ว่าถ้ามีคนเล่นยาอยู่ในนั้นตูจะทำไงเนีย -_-'
ผมเดินเข้าไปแล้วก็รีบออกทันที รู้สึกมันไม่น่าปลอดภัยอย่างแรง
ผิดหวังเหมือนกัน มันหอดูนกตรงไหนเนี่ย -_-'
ตอนแรกนึกว่า จะมีกล้องส่องทางไกลให้เสียอีก
แต่นี่ไม่มีอะไรเลย มีแต่ห้องรกๆ น่ากลัวๆ ;p



กลับจากหอดูนก ผมก็ปั่นจักรยานต่อ
เพื่อไปให้สุดทาง ตามที่ตั้งใจไว้

ปั่นไปไกล ชักหิว
เห็นร้านอาหารร้านนึง เลยแวะกิน ข้าวยำ และ ชาร้อน :)
ราคาที่นี่ถูกมากเลย ข้าวยำ+ชาร้อน 17 บาทเองแหละ รสชาติก็โอเคเลย



เวลาตอนนั้นแดดแรงขึ้นทุกที
แต่ผมก็ยังคงปั่นจักรยานแบบไม่ได้เร่งรีบมากนัก
ปั่นจนมาเจอรีสอทแห่งนึง ซึ่งน่าจะเป็นรีสอทที่เดียวบนเกาะนี้นะครับ
ดูภายนอกก็สวยดี แต่ผมไม่ได้เข้าไปถ่ายรูป
(มาพบภายหลังว่า พลาดอย่างแรง รีสอทในนั้น ข้างในดูดีกว่าที่ผมคิดไว้มาก T_T)


และแล้วผมก็ปั่นจักรยานมาจนสุดทาง "แหลมขาม"






[ปั่นจักรยานจนไปสุดทางของเกาะเลยครับ ]








หลังจากบรรลุเป้าหมายแล้ว ผมก็ได้เวลากลับครับ
ตอนกลับ จะมีอยู่จุดนึง ก่อนถึงรีสอท มีทางเข้า
ผมเลยแวะไปดู
จุดนี้จะมีทางเข้าหาดครับ










[หาดที่เกาะกลาง จริงๆ ก็ไม่ขี้เหร่นะ]








ที่หาดนี่เงียบมาก(ก็แน่ละ -_-')
ยืนฟังเพลงไปได้สองเพลง ก็คิดว่ากลับดีกว่า
ตอนกลับเจอพี่คนนึง เขามายืนมองต้นไม้
ผมก็งงๆ เลยถามเขา
เขาบอกว่า มาเฝ้านก
คือพี่คนนี้เอานกใส่กรง แล้วไปแขวนต้นไม้สูงๆ
เขาบอกว่าเป็น นกต่อ คือเอาไว้ล่อให้ตัวอื่นเข้ามาติดกรงด้วย
ผมก็ มันเป็นอย่างงี้นี่เอง


ณ จุดนี้ผมยังได้เรียนรู้อีกอย่าง
เมื่อมีคุณพี่อีกท่าน ขนเอาไม้มาบริเวณหาด
เขาบอกว่า เขาเอาไว้ดักปลา
วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก
พอน้ำลง เขาก็จะเอาไม้พวกนี้ไปปักไว้ที่ทะเล
ทีนี้พอน้ำลงของอีกวัน ก็จะมีปลาบางตัวที่ติดอยู่ในบริเวณที่ใช้ไม้ขังไว้

ผมยังได้ความรู้เพิ่มเกี่ยวกับเกาะกลางอีกว่า
เขาบอกว่าการจับปลาแบบนี้ ทำได้อีก 2 ปี
เพราะทางรัฐเขาแจ้งมาแล้วว่าจะไม่ให้ทำอีก

แต่ถึงอย่างงั้นก็เหอะ พี่เขามองว่า ยังไงเขาก็ต้องเลิกทำอยู่ดี
เพราะคลื่นน้ำของที่นี่แรงมาก
ทุกๆ ปี ค่อยๆ กินพื้นที่เกาะเข้ามาเรื่อยๆ
เขาเชื่อว่าไม่เกิน 10 ปี ต้นไม้ตรงที่พี่อีกท่านมาแขวนนก
ก็ไม่เหลือแน่นอน
อย่างรีสอท ที่สร้างก็เหมือนกัน
เขายังว่า อีกหน่อยน่าจะโดนคลื่นซัดเหมือนกัน
ฟังแล้วได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น

จากนั้นพี่เขาก็จากเราไป
ผมเองก็ถึงเวลาต้องไปเช่นกัน
ก็ปั่นจักรยานกลับ








[จุดนี้รู้สึกจะสะพานของหมู่ 1 นะ ถ้าจำไม่ผิด]








ปั่นมาเจอช่างกำลังช่วยกันสร้างบ้าน
เลยขอถ่ายรูปไว้สักหน่อย






[ชาวบ้านกำลังสร้างบ้าน สิ่งที่น่าสนใจคือ เสาที่เป็นฐานบ้าน คุณลุงเขาบอกว่า เห็นงี้นะ อยู่ได้ตลอดชีวิตแหละ]








ผมกลับมาตรงจุดใกล้ๆกับ บ้านพี่สุ
ก็เห็นป้ายอันนี้เข้า







[ป้ายตลาดนัดผู้สูงอายุ]









ซี่งพื้นที่ของตลาดนัดผู้สูงอายุ ก็จะเป็นบริเวณนี้ครับ
แต่วันนี้ปิด เขาเปิดวันอาทิตย์​
ที่นี่จะมีคนเฒ่าคนแก่ ออกมาขายขนม หรืองานฝีมือ ของโบราณ ที่หากิน หาดูค่อนข้างยาก น่าเสียดายที่ผมไม่ได้มาเที่ยววันนั้น







[บริเวณพื้นที่จัดตลาดนัดผู้สูงอายุ]







"ลาก่อน เกาะกลาง"


ผมกลับมาที่บ้านพี่สุ ประมาณ 10 โมงได้
กลับมาก็อาบน้ำ และก็นอนพัก เตรียมตัวเดินทางกลับ
สำหรับแผนการเที่ยวสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯของผมคือ
วัดถ้ำเสือ
ซึ่งผมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไร แต่ทุกคนบอกว่า มากระบี่ควรจะไป
พอถามวิธีการไปก็ไม่ยากด้วย จึงคิดว่าต้องไม่พลาดแน่ๆ

ระหว่างคิดเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงเพลงดังๆ ตึบๆๆ
เราก็นึกว่ามีใครจัดงานไร
ที่แท้บ้านพี่สุเปิดคอนเสิรต์เบิร์ด
เลยเข้าไปดูด้วยซะเลย
เป็นการฆ่าเวลาก่อนจะไปจากที่นี่

ตอนนั้นประมาณเกือบๆ เที่ยงได้
ก็เลยอยู่กินข้าวเที่ยงก่อนผมจะไป
ผมก็เลยได้กินเครื่องดื่มสุดฮิปของที่นี่
โค้กผสม เอ็มร้อย -_-'
อร่อยดีครับ แต่ไม่กล้ากินเยอะครับ กลัวใจสั่น(จริงๆนะ)

เมื่อทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาต้องจากลา
สำหรับค่าใช้จ่าย พี่สุคิดค่าที่พัก วันละ 150 บาท
ผมคิดว่าเราให้ 1000 คงโอเคอะ
(แบบว่ามีเท่านี้อะ T_T)

จากนั้นพี่สุก็ให้ฟีฟ่า ไปส่งผมที่ท่าเรือ
ตอนแรกถ้าไปลงที่ท่าเรือเจ้าฟ้า (30 บาท) ผมก็จะสะดวกที่เข้าเมืองได้ทันที
แต่ด้วยความงกของเรา
เลยลงท่าเรือตรงสวนสาธารณะ (5 บาท)
แล้วเดินเข้าเมืองแทน ;p



"เมืองกระบี่ กับเป้าหมายที่เล็งไว้?"


การเข้าเมืองกระบี่ครั้งนี้
นอกจากจะต่อรถไปยังท่ารถแล้ว
ผมก็มีภารกิจที่เล็งไว้นั่นคือ สี่แยกมนุษย์โบราณ

เดินดุ่มๆ ถามทางเขาไปเรื่อยๆ
แล้วก็มาถึง สี่แยกมนุษย์โบราณ










[หน้าตาของสี่แยกคนโบราณ จะเป็นคนโบราณมาถือไฟเขียว ไฟแดงครับ]







ตรงสี่แยกนี้จะมีมนุษย์โบราณถือไฟเขียว-แดง ทั้งสี่ด้านเลย

พยายามหามุมที่จะเก็บได้หมด
แต่สุดท้ายก็ได้แค่เนี่ยแหละครับ







[ผมพยายามจะเก็บให้คนทั้งสี่แยก แต่รู้สึกจะไม่สวยสักเท่าไหร่ หามุมยากจัง]








"ขนส่งท่ารถ กระบี่"


จากตัวเมือง เราก็นั่งสองแถวไปที่ท่ารถ
ค่ารถ 20 บาท

พอถึงขนส่งท่ารถ ผมถามเขาคนขับว่าถ้าจะไปวัดถ้ำเสือ
ต้องต่อรถคันไหน
ปรากฏว่า คือคันเนี่ยนั่นแหละ -_-'
พี่เขาบอกว่า จะไปต่อเลยป่าว
ผมก็บอกว่า ไว้ก่อนก็ได้ เพราะต้องไปเก็บกระเป๋าก่อน
พี่เขาบอกว่า เดี๋ยวรอ
ผมก็เลยรีบวิ่งไปฝากกระเป๋า
ไปที่บริษัทลีกไนท์ทัวร์
ก็ได้คำตอบที่แสนประทับใจว่า "ไม่ได้คะ เต็ม"
แต่เรามองไปมันก็มีพื้นที่นี่หว่า
แต่ก็ไม่อยากเถียงมาก
แค่รู้สึกว่าเป็นบริษัทที่ไม่มีน้ำใจเอาซะเลย

ผมเคยไปที่อื่น ส่วนใหญ่ถ้าเราซื้อตั๋วกับบริษัทนั้น เขาก็ยินดีที่จะให้ฝาก
หรือบางทีไม่ได้ซื้อตั๋วด้วย แต่ที่ท่ารถก็มีบริการฝากฟรี
อย่างที่ท่ารถพิษณุโลก (ตอนจะไปภูสอยดาว)

สุดท้ายเราก็เลยไปใช้บริการฝากกระเป๋าของท่ารถกระบี่
คิดค่าราคา 10 บาท ;p (ไม่มีน้ำใจ!)


จากนั้นก็วิ่งออกมาเพื่อไปหารถที่จะไปวัดถ้ำเสือ
ปรากฏว่าพี่เขาไม่รอเราเสียแล้ว







"วัดถ้ำเสือ"


หลังจากยืนงงๆ มองหาหนทางไปทั่ว
กว่าจะรู้ตัว ผมก็ตกเป็นเหยื่อของพี่วินมอไซต์
ท่ีเขามาเกาะแกะ ถามว่าไปไหน ไปส่งไหม(คิดเงินนะ)
ผมเลยลองถามราคาดู เขาคิดราคา 50 บาท
พอเราบอกว่าไม่เอา
เขาก็งัดเอาไม้เด็ด ขู่สารพัด
"ไม่แพงหรอก ทางมันไกลนะ ถ้านั่งสองแถวไปก็ไปไม่ถึง"
ผมบอก "ไม่เป็นไร ผมเดินได้"
พี่เขาก็เขามาเกาะแกะสักพัก
ผมก็เริ่มหงุดหงิด แบบว่า "มึงจะยุ่งไรกับกูเนี่ยยยยย บอกว่าไม่ไป เข้าใจไรยากฟะ"(แต่ไม่ได้บอกออกไปนะ)
ได้แต่นิ่งๆ ไม่พูดด้วย เพราะถ้าตอบไป พี่แกก็ตอบกลับมาไม่รู้จบ
สุดท้ายวิ่งทีเงียบ ไม่พูดด้วย เขาก็ละความพยายามไปเอง

ผมรอรถสองแถวได้สักพัก
ก็มีพี่มอไซต์อีกคนเข้ามา
ผมก็ปฏิเสธไป สักพัก พี่คนแรกที่ผมปฏิเสธ ก็มาพูดแขวะ อะไรก็ไม่รู้
-_-' เป็นไรมากป่าวเนี่ย
นี่คือสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดเลยนะ
เข้าใจว่าต้องการลูกค้า แต่การมาตื้อ มาพูดจาลอยๆ
มันทำให้ภาพพจน์ ของมอเตอร์ไซค์รับจ้างดูแย่เสียมากกว่า


รอรถประมาณ 10 นาทีได้
ก็มีรถสีแดง ที่จะผ่าน แยกวัดถ้ำเสือ
ซึ่งราคาจากที่นี่ไปที่สี่แยกวัดถ้ำเสือ 15 บาทเท่านั้น

แล้วจริงๆ จากแยกวัดถ้ำเสือ
ก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ราคาเข้าไปในวัด 20 บาท
แต่เราบ้าพลัง ผมเดินครับ -_-'

เดินจากสี่แยกเข้าไปในวัด ระยะทาง 1500 เมตร ได้มั้ง




ระหว่างทางซื้อบิ๊กโคล่ามากิน (เงินที่งกไม่ยอมจ่ายค่ามอไซค์นั่นแหละ)

พูดถึงบิ๊กโคล่า ผมมีความรู้สึกว่า
อยู่กรุงเทพฯ เราอาจจะดื่ม โค้ก ไม่ก็แป๊บซี่

แต่ถ้ามาเที่ยวต่างจังหวัด ผมต้องว่า บิ๊กโคล่าอะ มันได้ความรู้สึกดี(จริงๆนะ)




เดินไปเกือบถึงหน้าวัด
ข้างทางมีคอกช้างอยู่ เหมือนจะมีบริการขี่ช้างน่ะ
เราก็งง เขามีบริการขี่ช้างขึ้นวัดถ้ำเสือเหรอ??
แต่ก็เก็บความสงสัยไว้ เพื่อรอถามใครสักคน







ที่วัดเสือแห่งนี้
มีบริเวณใหญ่ทีเดียว
ซึ่งก็รองรับกับผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาไหว้


ในส่วนด้านหน้า
จะเป็นวัดถ้ำเสือ
มีลักษณะเป็นถ้ำจริงๆครับ








[วัดถ้ำเสือ]










อีกส่วนจะเป็นเจดีย์ที่กำลังก่อสร้างอยู่
ผมยังงงๆ ว่า นี่ใช่ทางขึ้น 1200 กว่าขั้นที่เขาว่ากันหรือ?









[เจดีย์ใหม่ที่กำลังก่อสร้างครับ]
















[ทางเข้า]













[วิวบนยอดของที่นี่ครับ]








ใช้เวลาไม่นานนักผมก็ขึ้นมาได้อย่างสบายๆ
ผมก็แปลกใจว่า มันไม่น่าจะใช่ทางขึ้นยอดด้านบนที่เขาพูดถึงกันแน่ๆ
เพราะอันนี้ยังสร้างไม่เสร็จ
ซึ่งความสงสัยทั้งหมดก็คลายลง
จากวิวบนยอดนั่นแหละ
เพราะผมมองไปเห็นด้านหลัง ซึ่งจะมีโซนที่มีลักษณะเจดีย์แบบจีน
และมีทางขึ้นไปยังภูเขา ซึ่งน่าจะเป็นยอดถ้ำเสือที่ทุกคนพูดถึงด้วย

เอาละ ได้เวลาลุยกันอีกรอบ!








[ศาลเจ้าแม่กวนอิม ที่วัดถ้ำเสือ]










ที่ทางขึ้นบนยอดพระธาตุพระบาทวัดถ้ำเสือนั้น
เป็นบันไดหิน ขึ้นไปตามเขา
ซึ่งมีผู้คนหลายคนทยอยขึ้นและทยอยลง
ผมดูเวลาแล้ว ตอนนั้นประมาณ 3 โมงได้
ผมตั้งนาฬิกาเอาไว้ที่ 3 โมง 45 จะต้องออกจากท่ีนี่
45 นาที เราคงทำได้
ลุย!















[ทางขึ้นวัดถ้ำเสือ]






สำหรับบันไดของที่นี่เขาจะมีเขียนเลขกำกับไว้ให้ด้วยนะ
คงหมดปัญหาสำหรับคนที่ชอบถามว่า อีกเมื่อไหร่ถึง
หรือเดินมาถึงจุดที่เท่าไหร่แล้ว

ในช่วงแรก 100 ขั้นแรกผ่านไปได้อย่างสบายๆ
แต่จากนั้นนี่สิ
เริ่มรู้สึกล้าขึ้นทุกทีๆ

บางคนถอดใจเดินลงทั้งท่ีไม่ถึงยอดก็มี
โดยเฉพาะช่วงที่ 300 -400
ช่วงนี้บันไดจะชันมาก
รู้สึกอยากจะถอดใจหลายทีเช่นกัน
แต่ไม่เสียฉายา "ชายผู้บ้าพลังในการเดิน" (ตั้งเองอะ ไม่มีใครตั้งให้หรอก)
ฉายานี้ค้ำคอเรา ทำให้เราต้องสู้ต่อไป....









[ขึ้นเข้าไป เหนื่อยจนถ่ายรูปไม่ไหว]







ตรงขั้นที่ 500 จะมีห้องน้ำไว้รองรับ

ซึ่งกว่าจะถึงขั้นนี้ผมใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมงได้
-_-' ตอนนั้นคิดแล้วละ คงทำเวลาไม่ได้ตามที่หวังแล้วละ
ได้ออจากที่นี่ 4 โมงกว่าๆแน่
แต่มาเกือบครึ่งทางแล้ว ไงก็ต้องไปให้ถึงแหละ








เดินๆ พักๆ หอบๆ แฮ่กๆ

และแล้วเราก็มาถึงเสียที







[หลักฐานว่าเราพิชิตมาจริงๆนะ :)]
















[วิวบนยอดพระธาตุพระบาทวัดถ้ำเสือครับ]















[พระพุทธรูปที่สวยงาม]





































[ความงดงาม และความคุ้มค่าที่ได้ขึ้นมา]










สำหรับจุดด้านบนนี้จะมีบริการน้ำดื่มไว้ด้วยนะ
ใครพกขวดน้ำมาก็เติมไปได้ (ซึ่งทุกคนเติมกันหมดแหละ เพราะใช้พลังกันสุดๆ)

ผมถ่ายรูปจนหมดม้วน
แล้วพักจนหายเหนื่อย
และก็ลุยเดินลง
เพราะเวลาตอนนั้น 4 โมงแล้ว!

ตอนเดินลงใช้เวลาไม่นานนัก
แต่ขาน่ะ สั่นตลอดทางลงเลยละ

มาถึงด้านล่าง ประมาณ 4 โมง 15
โอเคเวลายังได้
ผมเลยแวะอาบน้ำ ที่วัดถ้ำเสือซะเลย
ยังคิดอยู่ว่าถ้าเวลามันจวนเจียนจริงๆ คงต้องไปที่รถทัวร์กับทั้งแบบนี้
แต่โชคดีที่ยังมีเวลาเหลือ เลยอาบน้ำ ชะละร่างกาย
ซึ่งผมก็เตรียมเสื้อไว้เปลี่ยนมาด้วย
ทุกอย่างก็เลยลงตัว
ไม่อย่างงั้น ไม่อยากจะคิดว่าตัวเองต้องถูกสายตารังเกียจ
จากคนที่ต้องมานั่งข้างเราบนรถทัวร์รุนแรงขนาดไหน T_T



ผมอาบน้ำเสร็จ
ก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ไปส่งที่ขนส่งท่ารถ ราคา 50 บาท
ใช้เวลาเพียว 10 นาทีเท่านั้น
เราก็มาถึงท่ารถ
เวลายังเหลือเฟือ :D (4โมง 40 ได้)
เรียกว่าทุกอย่างลงตัวเลย



ประมาณ 5 โมงรถก็ออก ไม่ได้เลทแต่อย่างได้

พอขึ้นรถได้สักพัก ผมก็โทรขอบคุณพี่สุ
และก็พี่หมายที่มีน้ำใจในการพาผมเที่ยวพีพี :D

สำหรับรถทัวร์ของลีกไนท์นั้น
ค่อนข้างเก่าเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ผมว่าน่าจะเก่า เสือกไม่เก่าซะนี่
นั่นคือพนักงานต้อนรับและเสิร์ฟของบนรถ

เพราะพนักงานที่มาในคราวนี้
เป็นเด็กแบบ สก๊อยล์เกิร์ลเลย
ผมบ็อบ อายุอย่างมากก็ 20 นิดๆ (เด็กมากอะ)
แล้วก็แปลกๆ มาเสิร์ฟน้ำ แต่เสือกไม่มาเก็บแก้ว
แล้วที่ห้อยแก้วก็ใหญ่กว่าแก้ว
ห้อยไม่ได้ ห้อยแล้วร่วง -_-'
เฮ้อ ประทับใจจริงๆ....



ส่วนกลางคืน รถของลีกไนท์ ก็จอดที่ครัวสาหร่าย
อาหารอร่อยสุดยอด :D

เรียกว่าแวะทีไรไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย สำหรับที่แห่งนี้


ผมเพิ่งคิดว่าทุกอย่างก็ลงตัวแหละนะ
แต่สุดท้ายก็มาตายตอนจบ
เพราะลีกไนท์ทัวร์สร้างความประทับใจให้ผมอีกครั้ง
กับจุดที่เราจะลง

คือผมบ้านอยู่พระรามสอง
เวลาเที่ยวจากสายใต้
ถ้าลงแสมดำ จะสะดวกกว่าไปลงที่ท่ารถสายใต้ตลิ่งชันมาก

ซึ่งผมก็แจ้งทางลีกไนท์ไปแล้วว่าเราลงแสมดำ
แถมมีการจดชื่อเราไว้อย่างดิบดี
แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นมาปลุกแต่อย่างใด
เกือบทุกคนได้มาลงที่ ขนส่งตลิ่งชันกันหมด
ขอบใจมากนะยัยสก๊อย์เกริล์!!!!


[แบบว่าอัพเดทช้าเกิน ตอนนี้ยังมีทริปเก่าๆ ที่ไม่ได้เล่าซะที
รวมไปถึงทริปไม่นานนี้ อย่างเขาสก และเกาะล้าน T_T]


Create Date : 15 พฤษภาคม 2553
Last Update : 15 พฤษภาคม 2553 19:19:06 น. 5 comments
Counter : 5533 Pageviews.  

 
เห็นวิว แล้วอยากไปเที่ยวบ้าง
คราวที่แล้วไปกระบี่ แวะวัดถ้ำเสือ แต่ไม่ขึ้นจุดชมวิวเนื่องจากสังขาร เอ๊ยเวลา ไม่อำนวย ...คราวหน้าไม่พลาด


โดย: ibozla วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:10:50 น.  

 
เคยไปมาแล้วเหมือนกันครับ แต่เที่ยวไ่ม่ได้เยอะอย่างนี้
แหล่มจริงๆ ครับ


โดย: นายหัวเด่น วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:06:15 น.  

 
ทักทายตอนดึกๆ ฝันดีนะคะ ^^


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:26:22 น.  

 
"ตลาดนัดผู้สูงอายุ" วัชเลยต้องไปใช่ป่าววววว อิอิ


ปล.ชอบไฟจราจรจังเลย ไอเดียเริ่ดดดจ้า


โดย: ก่าแป๊ง วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:15:06 น.  

 
ไปมาแล้วค่ะ แต่ขึ้นไม่ถึงข้างบนไม่ไหว 555 ^_^


โดย: นู๋ดา IP: 101.109.247.76 วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:58:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]