มึนไปตามใจฝัน
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
7 มีนาคม 2553

เที่ยว สิมิลัน ตอนที่ 3

วันที่ 15 กุมภา 2553



"ความฝันหลอนๆ"

สำหรับเช้านี้ ผมนอนไม่ค่อยเต็มอิ่มสักเท่าไหร่
ด้วยอากาศอันร้อน และด้วยใจก็ไม่สบายดีสักเท่าไหร่
เมื่อคืนผมฝันว่าเจอมือถือ ประมาณ 5 รอบได้ -_-'
ฝันว่าเจอในห้องน้ำบ้าง
จรงิๆเรานอนทับอยู่บ้าง
สารพัดเลยละ
แต่มีอยู่รอบนึง เล่นเอาใจหาย เพราะฝันว่าเจอมือถือ แต่ทำกระเป๋าเงินหาย -_-'
แล้วพอหันไปอีกที มันก็หายไปทั้งสองอย่าง
เออ...เอาเข้าไป
เล่นเอาตื่นมาต้องเช็คดูว่าตกลงอะไรที่มันเจอ อะไรท่ีมันหายแน่

รุ่งเช้านอนจากจะหลับไม่สนิทแล้ว ยังถูกรบกวนด้วยค้างคาวแม่ไก่
ที่ร้องระงม แกว๊กๆ ไรของมันก็ไม่รู้ น่ารำคาญกว่าคืนแรกอีก

ทางพี่กีบเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน
เลยชวนกันไปหาดเล็กดีกว่า กะจะเดินหามือถือ แล้วก็ชมวิวสวยๆด้วย
เผื่อใจจะสบายขึ้น




"ปฏิบัติการตามล่าแดร์"

ผมกับพี่กีบเดินไปทางหาดเล็ก
ระหว่างทางก็ดูมือถือไปตามทาง
แม้จะคิดว่าคงไม่เจอแล้วละ
ตอนนั้นเริ่มทำใจยอมรับได้ละ
ช่างมัน มาสนุกดีกว่า

เดินไปใกล้ๆจะถึงหาดเล็ก
ตอนนั้น 6 โมงกว่าๆละ
เลยเอาโทรศัพท์พี่กีบโทรหาที่บ้าน
เริ่มปฏิบัติการ ตามล่าหาแดร์

วิธีการดังนี้
1 โทรหาที่บ้าน ให้ตามล่าหนังสือดำ สมุดเล็กๆ ที่เราจดเบอร์เพื่อนสมัยนู้นนนนนน(นานมากอะ)
2. ในบรรดาเพื่อนผม คนที่จะมีเบอร์แดร์มีแค่ซังคนเดียว แต่ผมไม่ได้จดเบอร์ซังไว้
ผมมีแต่เบอร์ของบิน บินสนิทกับซัง ถ้าติดต่อบินได้ ทุกอย่างโป๊ะเชะ โชคดีที่ผมจดเบอร์บ้านบินไว้
3. เมื่อติดต่อบินได้ก็ต้องติดต่อซัง แล้วก็ให้ซังติดต่อแดร์ เพราะผมเองก็ได้เบอร์แดร์จากซังนี่แหละ แถมแดร์ก็ออนไลน์บ่อยๆ ซังก็ทำงานท่ีต้องออนไลน์ คิดว่าถ้าไปถึงซังได้ ยังไงก็หมดปัญหา

แต่ปัญหาสำคัญที่สุดคือ ที่บ้านจะหาสมุดดำเล่มนัั้นเจอไหม
แล้วจะติดต่อบินได้หรือเปล่า

ด่านแรก ตอนโทรไปหาที่บ้าน
พี่สาวผม รับสายด้วยเสียงหงุดหงิด
เราไม่รอช้า สุมไฟเข้าไปด้วยว่า "เออ มือถือหาย แต่ไม่ต้องโวยวาย.... "
ยังไม่ทันจบคำ มันก็โวยวายแล้วละ -_-'
นั่นแหละเราพยายามตัดบทว่าไม่มีเวลามาฟังบ่น
รบกวนรีบขึ้นไปหาหนังสือเล่มนั้นด่วน
พี่สาวโวยวายๆ แล้วก็วางสายไป
เรารอจังหวะสัก 10 นาทีแล้วโทรไปใหม่
พี่สาวบอกหาไม่เจอ
คราวนี้แม่รับสาย แม่บ่นนิดหน่อย แต่แม่ใจเย็นกว่าพี่สาวเยอะ
บอกว่าจะไปหามาให้
เราก็ให้เบอร์พี่กีบไว้ แล้วบอกแม่ว่าให้โทรกลับ

สักพักนึงแม่ก็โทรกลับบอกว่าเจอแล้ว
ให้หาเบอร์ใคร
แต่ตอนหาเบอร์แม่สายตาไม่ดี เลยต้องให้พี่สาวมาคุย
พี่สาวก็บ่นๆ แล้วก็หาเบอร์บินเจอจนได้
เราก็เลยเมมเบอร์บินไว้ก่อน
กะว่าสัก 8 โมงค่อยโทรหาบิน
ด่านแรกผ่านไปด้วยดีละ
มาทะเลแล้วก็เที่ยวทะเลดีกว่า :)




"เมฆหม่นๆ กับทะเลสวยๆ"



มาถึงยามเช้า ฟ้ายังไม่สว่างนัก
วันนี้เมฆดูหม่นๆอยู่เลย
สงสัยคงหม่นตามใจเรา :)










พระอาทิตย์มาแล้ว














ภาพนี้ถ่ายมาโอเวอร์เกินไปอะ ขาวเกิน ^^'










ภาพนี้ดูดีๆ จะเห็นพี่กีบด้วยนะ :)





และแสงสวยๆ ก็ขึ้นมาพบเรา...






"ขึ้นสู่จุดชมวิวของเกาะ 4"



หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นมา ส่องแสงสว่างไปทั่วแล้ว
ด้วยความที่ไม่แน่ใจด้วยว่าจะมีเวลากลับมาบนเกาะนี้อีกหรือเปล่า
ผมเลยบอกพี่กีบว่า เราขึ้นไปจุดชมวิวดีกว่า
พี่กีบมองว่าขึ้นไปตอนนี้แสงก็ไม่สวย
แต่ก็กระนั้นก็เถอะ ถ้าพลาดตอนนี้ผมว่าเราไม่ได้ขึ้นชัวร์
สุดท้ายก็ขึ้นไปกัน

ทางขึ้นแรกๆ ผมยังแอบบ่นว่า แค่นี้เอง พี่ตั้มบ่นซะเวอร์เลย

แต่พอขึ้นไปเรื่อยๆ ทางมันก็โหดจริงๆแฮะ
ต้องปีนเชือก มุดถ้ำ -_-' มาคนเดียวผมคงงงเหมือนกัน

ระหว่างทางเดิน มีสิ่งนึงที่คุณควรรู้นะ
ห้ามหยุดเฉยๆ
เพราะว่า เหล่าฝูงยุงผู้หิวโหยจะแห่มารุมคุณ -_-'
เพราะฉะนั้น รีบซะ!



ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ เราก็พาตัวเองมาถึงจุดชมวิว
ส่วนพี่กีบ สาวเปรี้ยวใส่ส้นสูงปีนเขา
เลยต้องสังเวยรองเท้า รองเท้าสายรัดขาด ;p



สำหรับจุดชมวิว ด้วยความที่เรามองไม่เห็นภาพที่เราถ่าย
เลยวัดแสงไม่ถูกนัก ผลก็คือ ภาพมืดน่ะ -_-'
ดูไม่เป็นจุดชมวิวเท่าไหร่
ลองดูละกันนะ












มีพี่กีบยืนอยู่ด้วยนะ มองไม่ค่อยเห็นละเซ้ ;p














เป็นไง เจอจุดชมวิว เวอร์ชั่นหม่นๆ มืดๆ ของเราไป ^^' แปลกตาดีมะ




"ฟ้าอันสดใสยังรอเราอยู่"


หลังจากลงจุดชมวิว
เราก็เร่งฝีเท้าเพื่อกลับไปที่เต๊นท์ เตรียมตัวขึ้นเรือสำหรับรอบเช้านี้
จริงๆก่อนเราจะออกไปตอนเช้า เราเก็บของเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วละ
จะมีวุ่น ก็เพราะตอนระหว่างเดิน ผมรู้สึกปวดท้อง ต้องการเข้าห้องน้ำอย่างแรง ;p

ก่อนจะกลับไปยังเต๊นท์ ตอนนั้นเดินสวนกับคุณ pinksoda และแฟนด้วย ฮ่าๆ
แต่ไม่รู้จะทักยังไง ก็เลยไม่ได้ทัก ^^;

เมื่อไปถึงเต๊นท์ พี่ญา ก็เดินมาบอกให้เตรียมตัวเก็บของไว้ที่จุดประชาสัมพันธ์ได้แล้ว
เพราะเดี๋ยวจะเลยเวลาที่กำหนด

แต่ตอนนั้นเห็นหลายคนยังไม่มากันเท่าไหร่ ผมเลยขอแว้บไปเข้าห้องน้ำ

กลับมาอีกที เรือส่งคนไปรอบแรกละ
ต้องรออีกรอบ
ระหว่างรอ ก็เลยไปแจ้งเจ้าหน้าที่เรื่องมือถือหาย (จริงๆแจ้งตั้งแต่เมื่อคืนแล้วละ แต่คราวนี้เขาเปลี่ยนคนเฝ้า)



ภาพก่อนจะออกจากเกาะสี่ ยามเช้า :)







(วิวเกาะ 4 จากบนเรือ)







"เหย่ียวข่าวสาว ณ สิมิลัน"

จริงๆ ตอนที่พ่ีญากำลังจะพาขึ้นเรือ
เขาก็ทักผมว่า "หามือถือเจอยัง"
ผมก็เอะ เรายังไม่ได้เล่า? รู้ได้ไงเนี่ย
บนเกาะสิมิลันนี่ข่าวสารช่างไวยิ่งนัก

พอขึ้นเรือไปแล้ว กลุ่มคนไทยกลุ่มนึงที่เจอกันเมื่อวาน
เขาก็ทักว่า "มือถือหาย หาเจอหรือยัง" เราก็โอะ รู้ไวจัง
เขาบอกว่า พี่สาวเธอบอก

คือบนเรือนั้นแทบจะรู้กันหมดแล้วละ ว่ามือถือผมหาย
เท่านั้นไม่พอ รู้ไปถึงทุกชุมชนไซเบอร์
เพราะคุณพี่กีบ ไปทวิตเตอร์บอกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
โอ้ววว ไฮเทคกันจริ๊งจริง แม่คุ๊ณณณ





"มีเพื่อนดี ชีวิตมีสุข"

หลังจากที่ผมได้เบอร์บินมา ผมก็รอเวลาที่เหมาะสม
ไม่แน่ใจว่าก่ีโมง(จำไม่ได้ละ) ก็โทรเข้าที่บ้านบิน
ซึ่งโชคดีที่บินรับสายเองพอดี
เลยติดต่อได้ง่ายขึ้น ก็เล่าเรื่องคร่าวๆให้บินฟัง
แล้วก็ขอเบอร์ซังจากบิน

ประมาณ 9 โมง ผมก็โทรหาซัง
ซังพอทราบเรื่องก็รีบโทรหาแดร์ และก็ส่ง ข้อความไปบอกไว้ว่าให้ติดต่อที่เบอร์พี่กีบ
ซึ่งซังก็น่ารักมากๆ พยายามติดต่อแดร์ให้ทุกทาง :)

รู้สึกดีใจที่ได้รู้จักเพื่อนดีๆ อย่างบิน ซัง และแดร์นะ




"อย่าดูถูกกัน ถ้าคุณไม่รู้จักฉันดีพอ"



ตอนเช้าบนเรือ
สำหรับมื้อนี้ไม่มีข้าวต้มแล้วอะ T_T
มีแต่ไข่ดาวและไส้กรอก แถมจำกัดจำนวนด้วย
เพราะคนไม่เยอะมาก เขาเลยทำมาพอดี
ไม่เหมือนวันแรก คนเยอะ เลยทำมาตรึมเลย
ข้อดีของคนเยอะคือตรงนี้แหละ :)


เมื่อทานเสร็จ เราก็ไปดำน้ำกัน
จำไม่ได้ว่าจุดแรกพาไปเกาะไหน
แต่ก็สวยดี

ส่วนจุดที่สองที่พาไปคือเกาะ 5

เกาะที่ผมกับพี่กีบคิดว่าไม่เห็นจะต้องพามา
เพราะวันที่มาวันแรก ไม่มีอะไรเลย
เหมือนให้ว่ายน้ำเล่น
เรายังคิดว่าเขาพามาให้ครบๆ จุดทัวร์ไปอย่างงั้นแหละ

ตอนไปถึงเกาะ 5 ผมยังคิดว่าจะไม่ดำน้ำ ยืนถ่ายรูปเล่นดีกว่า
วิวสวยดี :)










แต่เห็นคนอื่นดำน้ำกัน เอานะ มาแล้วก็ดำบ้างดีกว่า

คราวนี้เราดำน้ำตามไกค์
ซึ่งเขาพาเราไปรอบๆ เกาะ
ซึ่งถ้าเราไปเอง เราคงไม่กล้าว่ายขอบเกาะขนาดนั้นแน่ๆ
แต่คิดว่าไกค์คงดูแล้วว่าปลอดภัย ไม่มีคลื่นแรง
เลยพาทุกคนไปกัน
ผลก็คือ มันสวยมากกกกกกก
ปะการัง ปลาต่างๆ สวยสมใจทุกท่าน

รู้สึกคิดถูกที่ตามไกค์มา ไม่งั้นเราคงคิดว่าเกาะนี้มันไม่มีอะไรหร๊อก
ทั้งไกค์และธรรมชาติคนเกาะคงบอกว่า เพิ่งมาครั้งแรก อย่ามาทำเป็นดูถูกกัน :)





"ของขวัญ แด่ความประทับใจ"


หลังจากดำน้ำที่เกาะ 5 แล้ว
เรือก็ล่องกลับมาที่เกาะ 4 เราทานอาหารบนเรือ
และนั่งเล่นกันสักพัก
ก่อนจะต้องร่ำลากันไปจริงๆ
รู้สึกไม่อยากกลับเลยแฮะ
อยากอยู่อีกสักคืน
แต่ทำไงได้ งานยังมี เงินต้องหา
^^ ต้องทำใจ



[เรือสิมิลัน กับหาดของเกาะ 4]






กลับมาบนเกาะ 4 เรามีเวลาไม่มากนัก
ประมาณ 40 นาที สำหรับเตรียมตัวต่างๆ
เพื่อขึ้นเรือสปีดโบ๊ท
พี่กีบเลือกที่จะถ่ายรูปเล่น

ส่วนผมอยากอาบน้ำมาก แม้รู้ว่าเดี๋ยวจะต้องดำน้ำอีกก็เหอะ
เลยวิ่งไปอาบน้ำ
พออาบน้ำเสร็จ กำลังเก็บของใส่กระเป๋า
เจ้าหน้าที่ก็มาถามว่า "น้อง นี่ใช่มือถือของน้องหรือเปล่า"
เราก็เฮ้ยยย
จ้ากกกกกกก ใช่มือถือเราจริงๆด้วย
ดีใจมากๆ คือเราตัดใจไปแล้ว
ไม่คิดว่าจะได้คืนนะ
เจ้าหน้าที่บอกว่า มันอยู่ในตู้ล็อคเกอร์สำหรับของหาย
เข้าใจว่าคงเก็บได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
พอดีเจ้าหน้าที่อีกคนมาเปิดล็อคเกอร์ของหาย ก็เลยเจอ
T_T
หลังจากขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่ ผมก็รีบโทรบอกที่บ้านเป็นอย่างแรก
แม่บอกว่า เขาสวดมนต์ให้ได้คืนเลยนะ :)
แม่คิดว่าต้องได้คืนแน่ๆ

จากนั้นก็เอามือถือไปอวดเจ๊กีบ :D
เรียกว่า เราโล่งใจไปเลย
ตอนแรกคิดว่าทริปนี้ จะต้องเสียเงินซื้อมือถือใหม่ซะแล้ว
จบแบบนี้ แฮปปี้หลายๆ :D




"อ่าว ดัฟฟี่ดักซ์"

หลังจากเก็บข้าวของพร้อม
ทุกคนก็เตรียมกลับ
โดยจะขึ้นเรือสปีดโบ๊ทกลับ
ซึ่งจุดหมายจะพาเราไปดำน้ำอีกเกาะนึง
ซึ่งผมว่ามันไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย
แต่เป็นจุดที่ยังไงก็ต้องดำครับ
เพราะว่าบนเรือสปีดโบ๊ท อยู่บนเรือนิ่งๆ ทรมานมาก ขอบอก

หลังจากดำน้ำเสร็จ เรือก็จะพาเราเข้าเกาะ 8
เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับจุดชมวิวเกาะ 8 หินเรือใบ
และอ่าว "ดัฟฟี่ดักซ์"
จริงๆ เขาเรียก อ่าว โดนัล ดักซ์
แต่เรากับพ่ีกีบจะเรียก ดัฟฟี่ ทำไม เป็ดสีดำ ผิดตรงไหน!
เบื่อจริงๆ อะไรๆ ก็ค่ายดิสนีย์ เชอะๆ

บนเกาะ 8 มีจุดชมวิวให้ขึ้นไปถ่ายรูป
ขอบอกว่าขึ้นไม่ยากเลย ง่ายกว่าเกาะ 4 เยอะ
แถมมวิวก็เยี่ยมมาก
ชมเอาเล้ยยย



(อันนี้วิวป้ายหน้าทางเข้าเกาะเลย)







ขึ้นมาถึงแล้วจุดชมวิว






อีกด้านของจุดชมวิว










มาที่ด้านหน้าอีกครั้ง






เจอชาวต่างชาติคนนึง ขึ้นเรือสปีดโบ๊ทลำเดียวกับเรา
เขาเห็นผมถ่ายรูป เลยมาถ่ายรูปผมตอนกำลังจะถ่ายภาพ
แต่ผมดันเลิกถ่ายพอดี ผมเห็นเขาทำหน้าผิดหวัง
เลยแบบ อะๆ เดี๋ยวฉากให้ เขาก็โอเค
จากนั้นก็เข้าแผน
ฮ่าๆ ผมกำลังอยากได้คนมาถ่ายรูปให้พอดี :)
เลยขอให้เขาถ่ายรูปให้ครับ







จากนั้นผมก็ถ่ายรูปให้เขาบ้าง
ไม่รู้ถูกใจเขาป่าว
แต่ทำไงได้ตอนนั้นก็ไม่เหลือใครแล้วละครับ
แต่ละคนก็เริ่มจะเดินกลับละ

หลังจากได้รูปสมใจแล้ว ก็ควรจะเดินลง
แต่ผมยังติดใจบางมุม เลยถ่ายทิ้งทวนก่อนจะต้องลงจากจุดนี้จริงๆ :)














สำหรับผมนั้น ค่อนข้างชอบเกาะ 8 มาก
เพราะวิวบนเกาะก็สวย
แล้วน้ำตื้นบริเวณนี้ก็สวยมาก
ถ้ามาอีก ว่าจะมานอนเกาะนี้ครับ


รูปทิ้งทวน หาด ณ เกาะ 8







"กลับสู่ฝั่ง"


พอลงมาจากจุดชมวิว ยังพอมีเวลานิดหน่อย
ผมรีบวิ่งไปอาบน้ำ เพื่อให้ร่างกายสดชื่น
ก่อนจะต้องนั่งเรือกลับเป็นเวลาชั่วโมงกว่าๆ
แต่การจะขึ้นไปยังเรือได้
ไม่ง่ายเหมือนตอนลง
เพราะน้ำสูงกว่าลงเรือ
สูงครึ่งตัวผมได้อะ -_-'
เพราะงั้ันจังหวะนี้ก็ต้องระวังข้าวของกันหน่อย

พอขึ้นเรือ แต่ละคนก็ได้แต่มองเกาะสวยงามที่เราจะต้องจากกันจริงๆเสียที

ซึ่งบนเรือจะมีการจัดระเบียบนิดหน่อย
เพราะเรือสปีดโบ๊ทนั้นเป็นเรือท้องแบน การทรงก็จะต้องมีความบาลาส์นหน่อย
ซึ่งทุกคนควรจะให้ความร่วมมือเวลาเจ้าหน้าที่ขอให้มีการเปล่ียนที่
เพื่อให้สองฝั่งมีความเท่าเทียมกัน :)

ผมได้นั่งคู่กับครอบครัวชาวต่างประเทศ
ซึ่งลูกของเขาน่ารักมากเลยละ
ตอนนี้น้องกำลังหลับแหละ :D






มีช่วงนึงที่เจ้าหน้าที่แจกขนมปัง ซึ่งวิธีแกะจะง่ายมาก แค่ใช้มือบีบถุงให้แตกดังโผละ

คุณพ่อท่านนี้เลยลองให้ลูกน้อยลองบีบดู ปรากฏว่าเธอบีบได้ และชอบใจมาก
เลยขอบีบทุกอันในครอบครัวเลย น่ารักดี :)


บนเรือหลายๆคนเลือกที่จะหลับพักผ่อน
พอตื่นอีกทีก็ช่วงเรือหยุด
แล้วทุกคนก็ตื่นเต้นมาก
แต่ผมเฉยสนิท...
ก็เพราะ อีกแล้วครับท่าน
คนเข้าห้องน้ำ -_-'

หลายคนไม่รู้ จะตกใจ พยายามยืน แล้วคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น

กว่าทุกคนจะสงบ ก็ใช้เวลาอยู่สักพัก
จากนั้นก็ลุยกันต่อ

เราใช้เวลากลับประมาณ ชั่วโมงกว่าๆได้

และแล้วเราก็ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย







ก่อนจะลงเรือ ผมขออนุญาติชาวต่างชาติท่านนี้
อยากจะถ่ายรูปลูกของเขาไว้
เขาก็แซวเล่นว่า ได้นะ แต่เดี๋ยวเขาคิดค่าถ่ายรูป ^^'
(ถ้าเก็บจริง ทำมึนฟังไม่รู้เรื่องดีกว่า ฮ่าๆๆ)










"ความชุลมุน"


หลังจากกลับมาถึงฝั่งได้
หลายๆ คนก็มุ่งไปที่สำนักงานของ เม็ดทราย
เพื่อคืนของ(ฟิน, สน็อคเกอร์) และก็อาบน้ำ
แต่ปรากฏว่าห้องน้ำที่มีสองห้อง
แต่คนมาหลายสิบ
ความวุ่นชุลมุนต่างๆก็เกิดขึ้น
ไม่ว่าคนที่อยากจะอาบน้ำ คนที่อยากจะเข้าห้องน้ำ
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ผมกับพี่กีบเฉยๆ
เพราะเราไม่เร่งรีบไรมาก
ผมโทรไปบอกแดร์ว่าเรามาถึงละ แต่บอกแดร์ไปว่ายังไม่ต้องรีบมารับก็ได้นะ
(เพราะคิดว่ากว่าจะได้อาบน้ำ)

เท่าที่ผมสังเกตุส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย กับคนจีนที่เข้าห้องน้ำ
ส่วนฝรั่ง เขาเหมือนติดต่อรถตู้ไว้
ไม่ก็นั่งสองแถวเลย
แป๊บเดียวชาวต่างชาติก็หายไปเกือบหมด

แต่แล้วทุกคนก็แตกฮือ เมื่อรถกลับกรุงเทพฯมาถึง ซึ่งมาประมาณ 5 โมงเย็น
(รถ VIP จะมาถึงท่าเรือเลยแหละ ส่วนคันอื่นต้องไปต่อรถเอานะ)
ทุกคนก็เลยรีบออกไปขึ้นรถ
ตอนนี้ห้องน้ำก็เลยโล่ง
แต่แล้วปัญหาก็เกิดอีก เมื่อน้ำจะหมดครับ เหลืออยู่จะหมดถัง -_-'

ห้องน้ำสองห้อง
ห้องนึงน้ำไม่ไหล แต่ล็อคประตูได้
อีกห้องน้ำไหลอ่อยๆ แต่ล็อคประตูไม่ได้
โอ้ย บ้าๆ บอๆ สุดๆ -_-'

แต่สุดท้ายก็ต้องอาบน้ำห้องที่น้ำไหล แล้วเอาขายันๆเอา ;p






"คนใต้จริงใจ"


รอไม่นานนัก แดร์ก็ขับรถมารับ
ตอนแรกนึกว่าจะมากับแฟน แต่แดร์บอกว่าแฟนไม่สะดวก ต้องเฝ้าร้าน
แดร์ก็เลยขับรถมาเองเลย

แดร์บอกว่าจะพาเราไป ที่ร้านอาหารแห่งนึง
เพื่อชมวิวที่เขาหลัก

ระหว่างขับรถไป เราก็เลยซอกแซกเรื่องของแดร์บ้าง
ว่าเอะ เป็นคนที่นี่เลยหรือเปล่า แล้วแฟนเป็นคนที่ไหนอย่างไร
จริงๆ ก็คือ แดร์ไม่ได้เกิดที่นี่
เป็นคนใต้ตั้งแต่กำเนิด เกิดที่สงขลา
ส่วนแฟนเกิดที่ตรัง
แต่มาทำธุรกิจท่ีกระบี่ แฟนเขามาตั้งบริษัทขายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่งโรงแรม


แดร์ขับรถเราไปส่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ซึ่งเป็นจุดชมวิว(จำชื่อไม่ได้อะ)




แดร์ เพื่อนสมัยเรียนที่อาสาพาเราไปกินอาหารอร่อยและวิวเยี่ยมๆ :)





แล้วก็วิวสวยๆ หาดที่เขาหลัก










จริงๆ ระหว่างเดินเข้าไปในร้าน แดร์บอกว่า ไม่ต้องสั่งเยอะ
ร้านนี้รสชาติงั้นๆ แต่วิวดี ซึ่งพูดเสียงดังพอควร
เราก็เอ่อ... เบาๆ ก็ได้แดร์
คนใต้นี่จริงใจโคดๆ T_T





"เที่ยวเขาหลัก"


หลังจากชมวิวเสร็จ แดร์จะพาเราเที่ยวต่อ
โดยจะพาไปอีกร้านอาหารนึง
ซึ่งแดร์บอกว่าอร่อย และวิวสวย
แต่ก่อนไป เราก็แวะ จุดสำคัญอีกแห่งของเขาหลัก
อนุสรณ์เรือ 813
ซึ่งเกิดจาก คลื่นซึนามิ ที่พัดเอาเรือขนาดใหญ่ขึ้นมาบนฝั่ง







พัดมาไกลมากๆ อะ ผมกับพี่กีบถึงกับตะลึงในสิ่งที่เห็น








แดร์ยังบอกอีกว่า มีอีกจุดนึงที่เมื่อก่อนเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่
แต่ตอนนี้ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว
เพราะว่า ในบ่อน้ำนั้นมีรถหลายๆ สิบคันตกลงไป

ถนนที่แดร์พาเราไปนั้น ล้วนมีเรื่องราวของความเสียหายจากคลื่นซีนามิ
มาฟังจากคนพื้นที่แล้ว ขลังๆ ยังไรก็ไม่รู้

จากนั้นแดร์ก็พาเราขับรถเลียบหาดเขาหลัก
เสียดายตอนที่เราไปถึงเย็นมากแล้ว ไม่สามารถถ่ายรูปจากบนรถได้ ^^





"อาหารอร่อย ณ ตะกั่วป่า"



แดร์ขับรถมาถึงตะกั่วป่า ซึ่งเป็นที่ที่เราจะต่อรถกลับกรุงเทพฯ

แต่ก่อนจะกลับ แดร์พาไปร้านอาหารพื้นบ้านที่แดร์ภูมิใจนำเสนอ


แดร์ เพื่อนผู้น่ารัก ณ ร้านอาหารใต้แท้ๆ แสนอร่อย
เส้นทางไม่ห่างจากท่ารถมาก
ชื่อร้านคุณป้าอะไรสักอย่าง เดี๋ยวรบกวนพี่กีบมาช่วยบอกด้วย
(เพราะพี่กีบถ่ายรูปเมนูไว้ น่าจะมีชื่อร้านอยู่)

สำหรับร้านนี้เป็นบ้านไม้ มีวิวเป็นทุ่งนา และภูเขา ซึ่งแดร์ภูมิใจเสนอมาก
แต่ตอนท่ีเรามาถึง มันมืดแล้ว ไม่เห็นวิวอะไรแล้ว


สำหรับร้านนี้จะมีความฮาๆ ตรงเมนูนะ(พี่กีบเลยต้องถ่ายเก็บไว้)
คือเขาจะ ลงรูปวิว ทุ่งนา ภูเขาของเขาไว้ แล้วเขียนบรรยายว่า
"สวยสุดๆ เลยค่ะ" ^^'
ซึ่งมันก็สวยจริงๆนะ เพราะวิวนี้มีความประหลาด สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูด้วย
(ผมว่ามันเจ๋งตรงนี้แหละ)
อย่างช่วงนี้ทุ่งหญ้าก็จะแห้งแล้ง
หน้าเก็บเกี่ยวก็จะทุ่งสีเขียว
หน้าฝน ฝนจะตกหนักจนทุ่งนี้กลายเป็นแม่น้ำ ถึงขนาดมีเรือไว้เลยอะ
ผมว่าถ้าประเทศเราหิมะตก วิวที่นี่มันคงเป็นลานสกีไปด้วยแหละมั้ง ^^'


ส่วนอาหารร้านนี้ก็รสชาติดีมาก
วันนั้นเราสั่งหมูทอดมา แบบว่า สามชั้น มันเยิ้มๆ (แน่นอนว่าเจ๊กีบเอาส่วนมันให้ผมกิน)

แล้วก็สั่งแกงผักกะทิมา อันนี้ถูกใจเรามากอะ
โคตรอร่อย :)

ส่วนแกงอีกอย่างรสชาติเค็มไปหน่อย ซดมากไม่ได้ ^^'

จบอาหารมื้อนี้อย่างอิ่ม

และแล้วก็ถึงเวลาจ่ายเงิน ซึ่งแดร์ไม่ยอมให้พวกเราจ่าย
ถึงขั้นจะไม่ให้ตั๋วกลับ T_T
เลยต้องยอมแดร์ เลี้ยงอาหารมื้อนี้ แล้วก็ให้เงินค่าตั๋วรถแทน


รู้สึกประทับใจน้ำใจของแดร์ยิ่งนัก


ขอบใจมากนะ แดร์:)








"เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ด้วยรถป. 2"


แดร์มาส่งเราที่ขนส่งตะกั่วป่า
ซึ่งเป็นสถานีเล็กๆ




เล็กไม่เล็กก็ดูสิมีที่ขายตั๋วขากลับ มีให้เลือกแค่ 3 บริษัทเอง





จากนั้นแดร์ก็ขอตัวกลับ ไปดูแลแมว สองตัวที่บ้าน :)

เวลาตอนนั้น 2 ทุ่ม 45 แต่รถออก 3 ทุ่ม



ระหว่างรอรถที่สถานีขนส่งตะกั่วป่า ถ่ายรูปเล่นครับ






สำหรับรถขากลับเราเลือกรถ ป.2 ของ บัสเอ็กเพรส (ค่าตั๋ว 400 นิดๆ)
เหตุผลเพราะ ป.1 เต็มหมด T_T

แต่ ป.2 ของ เจ้านี้ผมเคยเห็นในเว็บเขาชื่นชมกัน
ว่าเจ๋งมาก เป็นรถปรับอากาศสองชั้น มีห้องน้ำ
เราก็เลือกเจ้านี้

แล้วก็ไม่ผิดหวังลองดูรูปละกัน




รถปรับอากาศชั้น 2 เจ๋งกว่า ป.1 ของตอนเรามาอีก







คือรถมันดีกว่าขาเรามาอีก
อันนั้นแอร์ก็ไม่เย็น บริการก็ห่วยแตก
ของเจ้านี้โอเคกว่า

ตอนจะถึงกรุงเทพฯ เขายังเดินมาแจ้งว่าใกล้ถึงแสมดำแล้ว

เหตุผลที่ผมลงแสมดำ เพราะกลับบ้านง่ายกว่าไปลงขนส่งอะ

สามารถนั่งรถเมล์ได้หลายสาย กลับบ้านที่พระรามสองได้ :)

(ขอบอกว่า วันนั้นได้ขึ้นรถ 68 ฟรีอีกต่างหาก ฮ่าๆๆๆ)

ส่วนข้อเสียของรถ ป.2 เจ้านี้ก็คือ รถจะจอดบ่อยอยู่เหมือนกัน
ใช้เวลานานพอควร
รถออก 3 ทุ่มครึ่ง
ถึงกรุงเทพฯ 8 โมง ผมถึงบ้าน 8 โมง 20
แต่ก็ไม่เลวร้ายมากนะ รับได้ :)



-----


สำหรับทริปนี้ เราประทับใจทุกอย่างเลย
ทะเลสวย ประทับใจเพื่อน ที่ไม่ได้เจอกันมานาน
การเดินทางครั้งนี้ต้องขอบคุณพี่กีบมากๆด้วย ที่ลากเราไปด้วย
ไม่งั้นก็คงอีกนานอยู่กว่าจะเก็บเงินไปเอง :)

และก็ขอฝากไว้กับคนที่จะไปเที่ยว ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
อยากให้ช่วยกันคนละนิดคนละหน่อย
ทำตามกฏที่ทางสถานที่นั้นให้มา
หรือง่ายสุด อย่าพยายามทิ้งขยะ ที่ที่เขาไม่ได้จัดไว้ให้
แค่นี้ก็ดีมากแล้ว เราคงไม่อยากเห็น ทะเล ภูเขา ที่มีขยะมาแทนดอกไม้ และปะการังหรอกนะ
จริงไหม :)

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบครับผม :D


Create Date : 07 มีนาคม 2553
Last Update : 7 มีนาคม 2553 9:52:19 น. 5 comments
Counter : 2243 Pageviews.  

 
สวยมากกกก
คิดถึงสิมิลัน


โดย: ibozla วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:13:14:30 น.  

 
เย๊..ดีใจด้วยที่ได้มือถือคืน ไม่อย่างนั้น ถ้าได้ไปเดือนหน้า จะเอาเสียม ไปช่วยขุดหาให้ ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ และรีวิวมันๆ ค่ะ


โดย: คนเทืองไกลบ้าน IP: 84.172.31.75 วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:15:25:15 น.  

 
สวยงามประทับใจมากครับ อยากไปบ้างๆๆๆๆๆๆ


โดย: กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:21:21:33 น.  

 
คิดถึงทะเล สายลมและเกลียวคลื่น......หน้าร้อน อะไรมันดีเท่าไปทะเล


โดย: บินไปนะ IP: 203.144.144.164 วันที่: 8 มีนาคม 2553 เวลา:22:19:35 น.  

 
ดีใจด้วยนะจ๊ะ ได้มือถือคืน

วันนี้มีงานททท.ที่ศูนย์สิริกิติ์ด้วยอยากจองทริปสิมิลันสำหรับปีหน้าแต่เกรงว่าจะไวไปไหม หุๆ เลยว่ารออีกรอบตอนงานหน้า ปลายๆปีดีกว่า

อีกที่ที่อยากไปก็เกาะมันนอก ท่าทางสวยและเงียบสงบดีแต่แอบแพงอยู่

พรุ่งนี้มีทริปไปหัวหินล่ะ ไปsea-cret 2คืน

แต่หลังจากนี้คงงดเที่ยวยาวเพราะตังหมดแล้ว5555+



โดย: pinksoda วันที่: 13 มีนาคม 2553 เวลา:13:10:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]