มึนไปตามใจฝัน
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
24 กุมภาพันธ์ 2553

เที่ยว สิมิลัน ตอนที่ 2


14 กุมภา 2553

"เช้าวันที่ 2 บนเกาะสิมิลัน"

วันนี้เรามีนัด 6 โมงเช้า เพื่อตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดเล็ก
ซึ่งเดินไปไม่ไกลนัก (400 เมตรได้มั้ง สบายๆอะ)

ผมตื่นมาประมาณตี 5
เสียงค้างคาวแม่ไก่(มาทราบชื่อมันทีหลัง)
ร้องเสียงดัง แก๊วงๆๆๆ อะไรก็ไม่รู้
จนแทบอยากจะสวมวิญญาณ ออสซี่ ออสบอร์น นักร้องเพลงขาโหด
ผู้เคยปล่อยค้างคาวในคอนเสิรต์ตัวเอง
แล้วดันมีค้างคาวตัวนึงไปกัดหูเขา
เขาเลยจับค้างคาวมากัดโชว์เลือดสาดเลยอะ -_-'

แม้ใจผมอยากจะกัดมัน
แต่ผมก็ไม่ทำหรอก ผมเป็นคนดี -_-'
ไม่ใช่หรอก ผมกลัวเลือดอะ T_T

เอาเป็นว่าเราทำไรกับมันไม่ได้หรอก
ได้แต่ปล่อยให้มันร้องไป

ว่าแล้วผมก็ตื่นไปเข้าห้องน้ำ และจะล้างหน้าแปรงฟัน
ผมเพิ่งพบว่า ผมทำโฟมล้างหน้าหายไปตอนไหนก้ไม่รู้
-_-' จำไม่ได้ว่าทำตกไปตอนไหน
เมื่อคืนก็ยังใช้อยู่
แต่ก็ช่างมันฟะ
แปรงฟันก่อนดีกว่า


"ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน"

พอแปรงฟันเสร็จผมก็กลับเข้ามาที่เต๊นท์
ตอนนั้นก็ใกล้ๆ 6 โมงแล้วละ
แต่ฟ้าก็ยังมืดอยู่เลย
ผมยังคิดว่า เดี๋ยวสักพักคนมีคนทยอยไปดูละมั้ง
ไว้รอตอนนั้นก็เดินตามเขาไปก็ได้

รออีกสักพัก ก็เงียบสงบ ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ
เอาไงดีหว่าเรา -_-'
หันไปที่เจ๊กีบ แกตื่นแล้ว
เลยชวนแก แกหันมาโบกมือ ประมาณว่า กูจะนอน จะไปก็ไปเองเซ่!

จริงๆเราก็ไม่แคร์หรอกเชอะ
กลัวออกไปก่อน เดี๋ยวแกมาโวยว่าไม่ชวนต่างหาก

เมื่อไม่มีใครออก ไม่มีใครว่า
เราก็ออกไปถ่ายรูปคนเดียว
เตรียมของเสร็จก็ลุยเดิน
จริงๆ ตอนเดิน หลอนๆเหมือนกันนะ
เพราะว่ามันยังมืดอยู่เลยอะ

ตอนนั้น 6 โมงเช้าแล้ว แต่ยังไม่มีแสงเลย

ใช้เวลาแป๊บเดียวเราก็มาถึงหาดเล็กครับ
หาดนี้มีบ้านพักเหมือนกันนะ
แต่สิ่งที่ผมเจอก็คือ












หาดสงบๆไร้ผู้คนใดๆ มาเลยอะ.....




"พระอาทิตย์จะขึ้นจะตกก็คงเหมือนกัน จะมาทำไมเล่า?"

ผมยังคิดว่า สงสัยมืดไป เลยไม่มีใครมา ก็ดีเหมือนกัน
หาดเป็นของผมเลยแฮะ
ผมก็ถ่ายภาพเล่นไปเรื่อย












ฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ
ผมดื่มด่ำกับเพลง ที่นำมา
ความเงียบสงบกับเสียงเพลงที่เราชื่นชอบ
สุขใจโคดๆ :)


สักพักก็มีสาวสวยเสื้อแดง มาถ่ายรูป
เธอไม่ใช่ใครที่ไหน พี่กีบเอง -_-'

สรุปไม่มีใครมาเลยแฮะ เอิ๊กๆ



ช่วงเวลานั้นสองพี่น้องไม่ได้สนทนาอะไร
ต่างคนต่างเก็บภาพความประทับใจด้วยอุปกรณ์ที่ตัวเองมี










ตอนที่ผมส่งภาพให้เพื่อนดู
หลายๆคน แยกไม่ออกว่าอันไหนพระอาทิตย์ขึ้น อันไหนพระอาทิตย์ตก ^^'
เพราะรูปพระอาทิตย์ใกล้ขอบทะเล มันดูคล้ายๆกันไปหมด
นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่หลายคนเลยไม่ตื่นมาดูมันละมั้ง?






"แสงอ่อนๆ สาดส่องหาดเล็ก"


หากเหตุผลในการตื่นมาชมพระอาทิตย์คือวิวดูคล้ายกัน
ความต่างของการชมพระอาทิตย์สำหรับผมแล้ว คือแสงอ่อนๆ กับฟ้าสว่างๆ
ไม่มีคำอธิบายไหนจะดีกว่าภาพ
ลองชมเซ็ทนี้ดีกว่า :)











พี่กีบกับแสงยามเช้า






อันนี้ไม่ได้ขอพ่ีกีบ แต่อยากอวดอะ
ส่วนตัว ชอบภาพนี้อะ ภาพได้อย่างที่เราต้องการ :)














เหมือนกำลังถ่ายนางแบบไหม
ขาย๊าวยาวเนอะ





สำหรับเรานะ ภาพดูอลังการดีอะ ;)





ลาก่อนนะหาดเล็ก





"อาหารเช้ากับจ็อบ บรรจบ"

กลับจากหาดเล็ก เวลาตอนนั้นก็ 7 โมงครึ่งได้มั้ง

มีเวลาเตรียมตัวอีกเล็กๆ น้อยๆ
แล้วก็ถึงเวลา 8 โมง
ก็จะมีเสียงจากเม็ดทรายเริ่มเรียกให้เราขึ้นเรือ
เพื่อไปทานอาหารเช้า และเตรียมดำน้ำในรอบเช้า


สำหรับเช้านี้บนเรือต้อนรับเราด้วยเสียงเพลงของ บ็อบมาเล่ เมืองไทย
จ็อบ บรรจบ นั่นเอง
เรียกว่า เข้ากันสุดๆเลยละ
ผมเคยฟังเพลงของจ็อบแบบผ่านๆ ไม่ได้ฟังจริงๆจัง
เพิ่งได้ฟังเต็มๆคราวนี้ รู้สึกเพลงดีแฮะ แล้วเพลงเขามันโคตรจะเข้ากับบรรยากาศทะเลเลย
มาทะเลคราวหน้า คงต้องมีงานของจ็อบ บรรจบ ติดไว้ใน iPod เสียแล้ว :)

ส่วนมื้อเช้าของวันนี้ เป็นไส้กรอก ไข่ดาว และข้าวต้มปลา
ข้าวต้มปลา อร่อยมากกกกกกกกกกกกกก ขอบอก
มื้อนี้พี่กีบไม่ยอมกินไข่แดงอะ เอามาให้เรากิน
บอกว่าจะเพิ่มคอเรสตอลรอลให้เรา เพราะเราคอเรสตอลรอลต่ำ
แอบเห็นหลายๆ จาน ไม่ค่อยมีคนกินไข่แดงเลยแฮะ
เงี้ยแหละพวกคอเรสตอลรอลสูง เชอะ!

เช้านี้ผมติดเครื่องดื่ม ชาใส่ครีมเทียมอะ เพิ่งจะเคยกิน -_-'
(หลังจากนั้นก็ชงกินตลอดทริปเลยอะ)




หลังจากทานอาหารเช้า
ก็ล่องเรือ ไปเกาะ 6 กับ 7 มั้ง(จำไม่ค่อยได้)
ก็คือมีไปสองเกาะในรอบเช้า
จำได้ว่า ใต้น้ำก็สวยดี แต่เราไม่ค่อยได้เจออะไรแปลกๆเท่าไหร่
มีไปดูปะการังเอาะๆ กับลุงเจ้าของเรือ แกนำไปอีกจุดนึง
เราก็นึกว่าสวย จริงๆ มันคือ ปะการังอ่อน (เอาะๆ) -_-'
ก็ยังเป็นเหมือนต้นไม้เล็กๆน่ะ ก็ได้เรียนรู้ธรรมชาติเล็กๆน้อยๆ :)

ช่วงนี้ผมจะจำไม่ค่อยได้น่ะว่าเกาะไหนบ้าง ถ่ายเล่นเรื่อยเปื่อย

















"ไก่จ๋าอย่าโกรธนู๋"

หลังจากดำน้ำไปสองจุด เรือก็จะพาเรากลับมาหน้าเกาะ 4
แต่ก็จะไม่กลับเข้าฝั่งนะ
กินข้าวกลางวันกันก่อน
ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แต่มื้อกลางวันนี้จำได้ว่ามีไก่ทอดอะ อร่อยมาก กินไปหลายอันเลย

ส่วนตอนกินจำได้ว่า คนมันเยอะ พี่กีบเลยหนีไปกินตรงหัวเรือ
ส่วนเราไปนั่งด้วยไม่ไหว แดดแรง เลยหลบไปข้างเรือ
ไปเจอกับพี่คนนึง มากับแฟน กินไปคุยไป
พี่เขามาเท่ียวสามวัน แต่มาตั้งแต่วันศุกร กำลังจะกลับวันนี้
เขาเองก็ดำน้ำทุกจุดเลย
แล้วก็คุยกันเรื่องที่เที่ยวต่างๆ ตามประสาคนชอบเที่ยว
เราโม้ดังไปหน่อย
พ่ีกีบเลยได้ยิน เลยมาแจมด้วย

กินกันจนเสร็จ ก็ถึงเวลาต้องแยกย้าย
ช่วงที่พนักงานมาเก็บของ ผมเห็นไก่ทอดเหลือเยอะมาก
พนักงานก็เอาไปทิ้ง T_T
คือไม่ใช่ว่าไม่อร่อยนะ แต่เขาทำมาเผื่อเยอะ
มันหมดไปแล้วรอบนึง เขาเลยทำมาอีก
ทีนี้เลยเหลือตรึมเลย
เสียดายอะ อย่าโกรธกันนะ T_T





"มาเป็นเจ้าของเรือกันเถอะ"


หลังจากหมดเวลากินข้าวก็ได้เวลาต้องส่งกลับเกาะ ที่พัก
มีป้าคนนึง กลุ่มคนไทยเยอะๆที่ผมเจอบนเรือเมื่อวานน่ะ
เขาบอกว่า จริงๆ ไม่ต้องกลับเกาะก็ได้นะ
นั่งบนเรือต่อได้เลย รอเวลาดำน้ำรอบบ่าย
(นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เมื่อวานเราขึ้นเรือมา เลยได้เจอกับกลุ่มป้าเขารออยู่บนเรือแล้ว)

ระหว่างท่ีคิดอยู่ว่าจะเอาไงดีหว่า
คนก็ทยอยๆ ลงไปเรื่อยๆ
แล้วเราก็ตัดสินใจว่า อยู่บนเรือละกัน
ลงไปก็ไม่รู้จะทำไร
อยู่บนเรือสบายดี ลมเย็น มีเพลงฟัง มีน้ำดื่มฟรีอีกต่างหาก


(คนทยอยกลับลงเรือเพื่อขึ้นฝั่ง)





จากนั้นสองพี่น้องก็เริ่มทำตัวเป็นเจ้าของเรือครับ
ถ่ายรูปกันอย่างบ้าคลั่ง มุมนั้นมุมนี้
แต่มาดูรูปแล้ว คงไม่สามารถเอามาอวดได้อะ
เลยเลือกภาพนี้มาอวดละกัน จริงๆ ถ่ายเยอะมาก
วาดมาดเป็นเจ้าของเรือสุดๆ สนุกสนานทั้งพี่ทั้งน้อง :)


(ภาพนี้แหละพอจะอวดได้)





นอกนั้นก็ตระเวณถ่ายวิวละ บางภาพที่ดูสีเพี้ยนไป เกิดจากการใช้ฟิลเตอร์ CPL
มันจะตัดแสง ปรับสีภาพให้เข้มน่ะ ก็หมุนเล่นสนุกดี










































"เจอกันเสียทีนะแก"


เวลาบนเรือผ่านไปเร็วมาก
แป๊บๆ ก็บ่ายโมง
เวลาที่เรือไปรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ เพื่อไปดำน้ำรอบบ่ายก็มาถึง

คราวนี้มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ เข้ามา
ผมแอบนับจำนวนคนแล้ว
นักท่องเที่ยวตอนนี้มีทั้งหมด 28 คนได้
จากเมื่อวาน 40 กว่าคน


สำหรับดำน้ำรอบบ่ายนี้ก็มีสองจุด
เกาะแรกซ้ำกับเมื่อวานตอนบ่าย
ส่วนอีกเกาะเป็นเกาะ 8 ด้านหน้า

























มีจุดดำน้ำเกาะไหนก็จำไม่ได้
ผมว่ายตามลุงเจ้าของเรือ
และแล้วเราก็ได้เจอกันเสียที
สิ่งที่ผมรอคอยมานานแสนนานนนนนน
นึกว่าทริปนี้จะไม่ได้เจอกันซะแล้ว
ตอนเกาะสุรินทร์ชาวบ้านเขาเจอกัน เราก็ไม่เจอ
สิ่งที่ผมตามหามานาน ความรัก ......

-_-' ใช่ซะที่ไหนละ
เต่าทะเลต่างหาก!

ตอนแรกลุงแกพยายามชี้เราก็มองไม่เห็น
เพราะมันอยู่ใต้สุดเลย
จนลุงเขาดำน้ำลงไปใกล้ๆ
ถึงเห็นตอนมันว่ายน้ำหนีออกไป
ตอนมันว่ายน้ำน่ารักดีแฮะ
ไม่แปลกใจ ที่คนอยากจะเจอเจ้านี่ :)





"โลกใต้น้ำไม่มีอะไร"


จุดสุดท้ายของวันนี้คือด้านหน้าเกาะ 8








วันนี้จะมีให้เลือกระหว่างดำน้ำ
หรือจะขึ้นเกาะเพื่อไปถ่ายรูปหินเรือใบ
ผมปรึกษากับพี่กีบแล้ว
คิดว่า ดำน้ำดีกว่า
เพราะวันสุดท้ายเราก็จะได้มาที่เกาะ 8 อีกรอบอยู่ดี

แต่กลายเป็นว่าทุกคนบนเรือไม่มีใครดำน้ำเลย -_-'
มีสองพี่น้ำ ลงไปดำน้ำ
ยังคิดว่า ดำน้ำสักพักแล้วขอตามไปบนเกาะละกัน หลอนๆ แฮะ

ตอนแรกเราไปดำตรงบริเวณโขนหินทางฝั่งหินเรือใบ เขาบอกว่ามีปลาเยอะ
แต่จากการที่ลงไปนั้น ไม่พบอะไรเลย -_-'
แถมปัญหาไอน้ำเกาะแว่นตาก็เป็นเอาหนัก
ชนิดที่ดำได้แป๊บนึงก็ต้องให้น้ำเข้ามาล้างเลนส์
ดำน้ำสักพักก็เป็นอีก
ผลุบๆโผล่ๆ ตลอด จนชักจะเซ็งเหมือนกัน
แถมมีตอนนึงเห็นขอนไม้เป็นปลาอีก -_-'
อุตสาตเรียกพี่กีบมาดู นึกได้ว่าเจอปลาแปลกๆ
มันก็แปลกจริงๆแหละ เพราะเห็นขอนไม้เป็นปลาเนี่ย-_-'

เมื่อสำรวจพักใหญ่ๆ จนเริ่มจะเบื่อแล้ว เพราะไม่เจออะไรน่าสนใจเลย
พอขึ้นเรือก็ไปบ่นๆ ให้ทีมงานฟัง
เขาเลยแนะนำว่าให้เราไปอีกทาง
โดยให้เรือยางพาไปส่ง ด้านขวา(ถ้ามองจากบนเรืออะนะ)
ซึ่งตรงนั้นจะเป็นปะการังน้ำตื้น



"โลกใต้น้ำ หรือตู้ปลาของใครกัน"


ที่ด้านซ้ายของเกาะ ที่ทีมงานนำเราสองคนมาปล่อยไว้
ตรงนั้นนี่แหละ เราถึงได้พบกับความสวยของจริงใต้น้ำ
ทั้งปะการัง ปลาหลากหลายชนิด
เป็นจุดที่เรียกว่า สวยสุดๆ เลยละ
สองพี่น้อง ก็ดำน้ำกันอย่างบ้าระห่ำ จนเริ่มแยกย้ายมองหากันไม่เจอบ้าง
พี่กีบถึงกับว่า ยังกะตู้ปลาที่จัดวางไว้

ระหว่างดำน้ำมีเรื่องให้ผมหงุดหงิดใจมากๆ
ก็คือมีนักท่องเที่ยวชาวจีน(ได้ยินเสียงตอนเขาพูดกัน)
คือมาดำน้ำ แล้วก็ชอบยืนบนปะการัง!
อยากจะจับหักขาจริงๆ
นิสัยทรามมาก เจอที่ตื้นๆ เป็นต้องยืน
ไม่รู้มันชอบให้คนไปยืนหลังคาบ้านมันหรือไง
ถึงคิดว่าปะการังมันคงชอบเหมือนกัน ;p


แม้จะหงุดหงิด แต่ผมก็ไม่รู้จะทำไง
จะไปด่ามันก็ยังไงอยู่
ได้แต่หงุดหงิดนั่นแหละครับ



"ไม่นะ โคนัน ไม่ใช่นะ คิดาอิจิ"


ผมกับพี่กีบดำน้ำอยู่ที่นั่น อยู่นานมาก
จนคิดว่าน่าจะกลับกันได้แล้ว
ตอนนั้นได้ยินเสียงพี่กีบตะโกนมาบอกว่า กลับกันยัง
ผมก็ตะโกนไปว่า อือ
แต่ผมเองก็มองพี่กีบไม่ถนัด เพราะตอนนี้ตำแหน่งของแกอยู่ทางตะวันตก
พระอาทิตย์ส่องแสงใส่ตาผมเต็มๆ
ผมก็ค่อยๆ ดำนำ กลับไปยังเรือของเรา
ระหว่างดำไป ก็พยายามมองกลับไป ก็มองไม่ค่อยเห็นอะไร(แสงมันแรงมาก)
แต่ก็คิดว่าพี่เขาคงนำเราไปละมั้ง
เพราะผมจะเสียเวลากับการเอาน้ำล้างเลนส์ตลอดเวลา

ทีนี้ผมก็ดำไปจนเห็นเรือของเราละ
ตอนนั้นเห็นนักท่องเทียวคนอื่นกลับมายังเรือกันหมดแล้ว
เรือยาง ก็กำลังตรงมาทางผม
ตอนนั้นยังคิดว่า สงสัยพี่กีบขึ้นเรือไปแล้วละมั้ง
แต่พอเรือยางมาถึง เขาถามว่า อีกคนไปไหนแล้ว
ผมก็เฮ้ยยยยยย ยังไม่ได้ขึ้นเรือเหรอ
ตอนนี้มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นพี่กีบแล้ว

ตอนนั้นตกใจมากเลย
แบบว่า ตายละ กูเป็นผู้ต้องสงสัยป่าวเนี่ย
อยู่ออฟฟิศ ก็โดนแซวบ่อยๆ ว่าถ้าวันนึงกีบมันเป็นไร
ผู้ต้องสงสัยต้องเป็นผมแน่ๆ
เพราะอยู่ออฟฟิศ โดนด่าประจำ มันแค้นนนน เฮ้ย ไม่ช่ายยยยยยยยยยโว้ย > <

ไม่นะ โคนัน ผมไม่ได้ทำ เชื่อผม คิดาอิจิ ผมไม่เกี่ยวจริงๆ > <

หลังจากไร้สาระไปแล้ว(แต่จริงๆไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก มุขอะ)
ตอนนั้นตกใจมากกว่า อยู่ๆ พี่กีบก็หายไปเลย
ไม่รู้เกิดไรขึ้นกับพี่เขา
มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นเลย

ทีมงานเขาก็ตกใจเหมือนกัน
เขาเลยถามว่า เขาใส่เสื้อชูชีพหรือเปล่า
ผมก็จำได้ว่าพี่เขาใส่นะ
ตอนนั้นก็เลยเริ่มมีสติละ
คิดว่า สงสัยพี่กีบแม่งไปขึ้นเรือผิดชัวร์

แล้วก็จริง เมื่อเรือยางล่องไปอีกทางนึง
ก็เห็นพี่กีบกำลังว่ายน้ำกำลังจะไปขึ้นเรือใครก็ไม่รู้ (บ้าป่าววะ สะใจได้ด่าพี่กีบแล้ว ฮ่าๆๆๆ)


หลังจากรับพี่กีบแล้ว
แกยังบอกอีกว่า ตอนผมว่ายไปอีกทาง แกยังคิดว่า
วัชมันบ้าป่าววะ ว่ายไปทำไมทางนั้น
ฮ่าๆๆ พี่เรานี่สุดยอดจริงๆ




"คุณคนที่ไหนน่ะ"

หลังจากขึ้นเรือ เราก็ได้เวลาอาหารเย็นทันที
เพราะสองพี่น้องมัวแต่ดำน้ำเพลิน
แถมคนพี่ก็เกือบจะขึ้นผิดลำอีก(ฮาๆ)
ขึ้นเรือมาล้างตัวปุ๊บ ก็ทานอาหารทันที


อาหารมื้อนี้ อร่อยอีกแล้ว :)





หลังจากทานอาหารเสร็จ เรือก็ค่อยๆ ล่องชมพระอาทิตย์ตกดิน

บนเรือ มีฝรั่งอยู่คู่นึง
ตอนแรกเขาคุยกับคนเวียดนาม (มั้งนะ)
เราได้ยินประโยคนึง ขำดี
คือคุยกันว่าเป็นคนที่ไหน
พอฝรั่งคู่นั้นบอกว่า เป็นคนลิเวอร์พูล
คนเวียดนามก็ตอบว่า ผมชอบทีมลิเวอร์พูล

ผมนึกถึงพี่อ็อด แกเล่าให้ฟังสมัยแกทำงานร้านอาหารแถวสีลม
เซิรฟ์อาหารให้ชาวต่างชาติ
แล้วแกก็ชอบคุยกับคนต่างชาติ เวลาเจอคนฝรั่งเศสก็จะบอกว่า
"ฉันชอบ หนังของ โกดาร์"
ถ้าเจอคนอิตาลี่ ก็จะบอกว่า ฉันชอบหนังของ เฟลินี่
คือเหมือนกับเราพยายามบอกว่า เรารู้จักคนในชาติ ในท้องถิ่นของคุณนะ
จะได้สร้างความคุ้นเคยและคุยกันต่อ
แต่พี่อ็อดบอกว่า คนฝรั่งเศสหลายคน แม่งไม่รู้จักโกดาร์​
ผมว่าถ้าบอก อองลี หรือ ซีดาน เขาน่าจะคุ้นกว่านะเพ่
วงการภาพยนตร์จะดังไปกว่าวงการฟุตบอลได้ไง จริงไหมละ :)

หลังจากนั้นอีท่าไหนก็ไม่รู้
ฝรั่งสองคนนั้นก็มาชวนพี่กีบคุย
ผู้ชายเขาชื่อแซม ส่วนผู้หญิง ผมจำชื่อไม่ได้อะ
ก็คุยกัน คู่นี้เขามาไทยครั้งแรก ไปงานแต่งงานเพื่อนที่ภูเก็ต
เลยมาเที่ยวทะเลต่อ แต่แบบว่ามาครั้งแรกก็มาเกาะสิมิลันเลย เจ๋งไหมละทะเลไทย :)

ระหว่างนั้นพี่กีบแกไปถ่ายรูปหรือไปไหนก็ไม่รู้
สองคนนี้เลยมาชวนผมคุยแทน
ไอ้เราก็ภาษาอังกฤษไม่ได้ดีมาก
ตอบไปเท่าที่ตอบได้

ขณะนั้นเอง บนเรือเปิดคอนเสิรต์ของ เสก​ โลโซ
(นี่คงเป็นช่วงที่เปิดเพลงแย่ที่สุดของผม ฮ่าๆ ผมเกลียดมัน)
แต่เหมือนกับแซมและแฟนจะสนใจเสกมาก
มาถามเรื่องของเสก ว่าคนนี้ดังใช่ไหม
ผมก็บอกไปว่า เออ แม่งดังมาก แต่กูเกลียดมัน (แต่จริงๆ เราพูดสุภาพนะ ฮ่าๆ)
แล้วก็มีคำถามที่ทำให้ผมงง
คือเขาถามว่า เสกเกิดที่ไหน????
ผมก็หา ... เออ รู้สึกจะโคราชนะ (เกลียดมันแต่ก็เสือกรู้อีกนะ)
พี่กีบก็มาถึงพอดี พอผมบอกว่าโคราชพี่กีบก็งง คุยเรื่องไรฟะ
พอบอกว่าแซมกับแฟนเขาถามว่า เสกเป็นคนที่ไหน
พี่กีบก็งงไปด้วย คงคิดเหมือนกันว่า ถามทำไมหว่า -_-'

แต่จะบอกว่าผมเพิ่งมานึกได้ทีหลัง
คือการที่เขาถามแบบเนี่ย อาจจะสนใจในแง่ของอิทธิพลท้องถิ่นนั้นๆ
นึกภาพถึงเราฟังวงต่างประเทศ
เราอาจจะเคยได้ยินวงจาก แมนเชสเตอร์ (Oasis)
หรือ วงดัง ของอเมริกันอย่าง Nirvana ที่มาจากฝั่ง Seattle
หรือนี่เลย The Beatles ที่มาจากลิเวอร์พูล อะไรแบบนั้น

คือต่างประเทศเขาจะมีอะไรแบบนี้กัน
แต่ของไทยผมว่ามันน้อยมาก (มันก็มีนะ วงที่เกิดจากต่างจังหวัดจริงๆ แต่มันก็ไม่เด่นชัดเหมือนต่างประเทศน่ะ)
เพราะศูนย์กลางเราเป็นกรุงเทพฯหมด
บริษัทเพลง สื่อต่างๆ
วงต่างๆที่เราได้ยิน ก็มาจากกรุงเทพฯเกือบจะทั้งหมด
อาจจะมีเพลงจากทางใต้ หรือทางเหนือบ้าง
แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงท้องถิ่นไปเลย
อย่างเอกชัย ที่ดังทางใต้ เป็นต้น (แต่จริงๆใครๆ ก็รู้จักเอกชัยหมดอะนะ)




"ดูปูไก่"


เรานั่งเรือล่องกลับและก็ชมความงามของพระอาทิตย์ตกดิน
สำหรับวันนี้สวยน้อยกว่าเมื่อวาน
เพราะวันนี้ฟ้าโล่งๆ ไม่มีเมฆมาเป็นตัวเสริม

ผมเลยไม่ได้ใช้ฟิลม์ถ่าย เอาดิจิตอลมาถ่ายเล่น
ชอบภาพนี้ เลยเอามาอวด :)












หลังจากพระอาทิตย์ลับตาแล้ว
เรือก็มาถึงเกาะ 4
แต่ก่อนจะลง ไกค์ของเรา พี่ญา แจ้งว่า วันนี้จะพาไปดูปูไก่
ให้เจอกันตอน 2 ทุ่ม

เราก็กลับเข้าเต๊นท์ ผมก็ไปอาบน้ำก่อน
กลับมาอีกทีเวลามันก็จวนเจียนอยู่
พี่กีบเลยบอกว่า อาจจะไม่ไปดูปู
เพราะไม่ได้สนใจอะไร
แต่ผมอยากดู ก็เลยออกไปรอแถวๆ ศูนย์บริการ
ก็ถามข้อมูลเบื้องต้นว่า เขาไปดูปูกันที่ไหน
จริงๆ ก็คือเดินไปทางหาดเล็กนั่นแหละ
แต่ไม่ถึงหาดเล็ก จะหยุดตรงสะพานไม้

สำหรับปูไก่นั้น ที่มาก็คือปูชนิดนี้จะเวลาออกมาเยอะๆ
เสียงหนีบก้ามของมันจะดังแก๊กๆ เหมือนไก่
เขาก็เลยเรียกปูไก่
ปูชนิดนี้มีแค่เกาะสิมิลัน กับสุรินทร์เท่านั้น (เขาว่าแบบนั้นอะนะ)



"ปูไก่เป็นเหตุ"


หลังจากสองทุ่ม ขบวนทุกคนก็เริ่มเดินทาง
โดยไปรอตรงบริเวณบ้านพัก ก่อนจะเข้าไปทางหาดเล็ก
ตอนนั้นพี่กีบก็ยังไม่มา
แต่เราก็พกมือถือไว้ กะว่าแกคงจะโทรมา
สักพักแกก็โทรมา ขบวนก็กำลังจะเดินพอดี
สุดท้ายแกก็เลยไปดูปูด้วย

ตอนนั้นเจ้าหน้าที่บอกว่า อย่าส่งเสียง
ผมก็เลยปิดมือถือซะเลย
ผมมักปิดมือถืออยู่แล้ว เพราะเซฟแบต
ก็ไม่ได้คิดไร

เราไปถึงจุดตรงสะพานทางไปหาดเล็ก
ตรงนี้เจ้าหน้าที่ให้พวกเรารอ
แล้วเจ้าหน้าที่ทั้งสามคนก็หายไปในความมืด
ปล่อยให้นักท่องเที่ยวหลายสิบคนยืนงงๆ เง๊งๆ
บริจาคโลหิตให้กับยุงป่าผู้หิวโหย

เจ้าหน้าที่หายไปราวๆ 15 นาที
คาดว่ายอดในการบริจาคเลือดคงได้หลาย cc อยู่
เจ้าหน้าที่ก็มาพร้อมกับปูไก่ตัวบะเริ่ม

แล้วก็มาอธิบายความต่างของปูไก่เพศผู้ เพศเมีย
คนก็รุมถ่ายรูป
แต่ตอนนั้นเราว่ามันประหลาดๆ ไงก็ไม่รู้
เราเข้าใจว่าพามาดู ส่องๆ คงเจอ
ไม่คิดว่าเขาจะจับมาให้ดู
สักพักนึงเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยให้ปูวิ่งไป(วิ่งเร็วด้วยนะ)
แล้วก็ถึงเวลากลับ

พี่กีบเขากะจะไปชาร์ตแบตมือถือ
ส่วนผมว่าจะเอา iPod ไปฟังเล่นๆ
เลยกลับไปที่เต๊นท์ด้วย

จากนั้นก็ไปนั่งเล่นตรงจุดประชาสัมพันธ์
พี่กีบก็ชาร์ตแบท ส่วนเราก็ฟังเพลง
ตอนนั้นพี่กีบเอาที่ทากันยุงมาให้ เป็นแบบซองเปิดปิด
ไอ้เราก็ลืมตัว ฉีกซองมันเลย -_-'
พี่กีบก็โมโห บอกงั้นไปใช้ให้หมดเลยละกัน
เราก็เลยจะเก็บไว้ที่กระเป๋ากางเกง
แล้วก็นึกได้ว่า
มือถือไปไหนวะ?

งงๆ แต่ก็คิดว่าสงสัยเผลอไปเก็บตอนกลับเต๊นท์มั้ง
พอกลับไปที่เต๊นท์ก็ไม่เจอ
เริ่มหลอนๆ ละ

พอบอกพี่กีบไป แกก็บอกให้หาดีๆ
แล้วแกก็ถามว่า ผมมีเบอร์แดร์ป่าว
ผมก็จำไม่ได้อะ -_-'
ตอนนั้นพี่กีบก็เริ่มโมโหละ
เพราะตั๋วรถกลับน่ะอยู่ที่แดร์
แต่ผมก็คิดว่า น่าจะจัดการได้แหละ
เพราะผมจะมีสมุดที่จดเบอร์เพื่อนเก่าๆไว้
ซึ่งไม่มีเบอร์แดร์หรอก แต่คิดว่าน่าจะไล่ไปจนเจอแดร์ได้



"ตามล่าหามือถือ"


หลังจากพยายามหาในเต๊นท์ก็แล้ว หาตรงบริเวณที่ชาร์ตแบตก็แล้ว
ผมว่าอีกจุดที่น่าจะทำหล่นก็คือช่วงไปดูปูไก่นั่นแหละ
เพราะตอนก่อนจะเข้าไปตรงนั้นพ่ีกีบยังโทรได้อยู่
ผมก็ไปหา
โดยไปขอยืมไฟฉายของเต๊นท์นึงที่เขาอยู่แถวๆทางเข้า
คือไฟฉายที่ผมกับพี่กีบมีเนี่ย เห่ยสุดๆ -_-'

ผมก็พยายามไล่หา ค่อยๆ เดินไปส่องไป ก็ไม่เจอ
กลับมา พี่กีบบอก ไม่ไว้ใจแกหรอก
เดี๋ยวไปหากับชั้นอีก

ก็เลยเดินหากันอีกรอบ (แต่ผมเอาไฟฉายไปคืนแล้วนะ)
กลายเป็นเราสองคน เดินถือไฟฉายแสงอ่อนๆ ไปในความมืด ตามล่าหามือถือ

ด้วยความสายตาดีของพี่กีบ
พี่กีบก็ร้องมาว่า "ว๊าชชช"
ตอนนั้น ผมคิดว่า พี่กีบแม่งเก่งว่ะ เราเดินส่องตั้งนานไม่เจอ
นี่มากับไฟฉายเล็กๆ ดันเจอ ตาดีโคดๆ

แต่แล้วที่พี่กีบร้อง ไม่ใช่เพราะเจอมือถือ
แต่แกเจอปูไก่ -_-' (สราดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)
ก็ฮาดีเหมือนกันนะ
ตัวนี้น่าจะเป็นตัวที่เจ้าหน้าที่จับมาด้วยอีกต่างหาก

คืนนั้นก็มาด้วยความผิดหวัง
ผมก็ทำใจแล้วละ ;p




"ร้อน ร้อน ร้อน ร้อนกายหรือใจนะ"


คืนนี้เรากลับมานอน แล้วก็พบว่ามันร้อนเหลือเกิน
สงสัยเพราะออกไปหามือถือกัน กลับมามันก็มีเหงื่อ
เลยคิดว่าไปอาบน้ำอีกรอบดีกว่า

พออาบน้ำแล้วก็ยังรู้สึกร้อนแฮะ ;p

คืนนั้นผมนอนไม่หลับมากเลย
เป็นคืนที่ร้อนเหลือเกิน
ร้อนทั้งกาย ร้อนทั้งใจ
ตอนนั้ันไม่ได้คิดเรื่องติดต่อแดร์เลย
ตอนนั้นคิดว่า ไงก็มีทางติดต่อได้
แต่ที่แน่ๆ กูต้องเสียเงินซื้อมือถือใหม่ T_T เศร้าาาาาาา

จบคืนที่สองบนเกาะแบบทรมานๆ...



Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2553 2:36:16 น. 14 comments
Counter : 1808 Pageviews.  

 
ภาพสวยมากๆค่ะ

แสงสวยฟ้าใส

น้ำทะเลสีฟ้าจัด



คิดถึงอยู่นะสิมิลัน

ถ้าไม่ได้กลับไปอีกอย่าโกรธกันนะ





โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:6:40:54 น.  

 
ภาพสวยเลยทีเดียวครับ อยากไปมั่งจังเลยนิ


โดย: นายหัวเด่น วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:15:04 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:20:24 น.  

 
แวะมาเที่ยวค่ะ


โดย: TREE AND LOVE วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:36:08 น.  

 
ว้าว ภาพสวยสุดยอดเลย ได้บรรยกาศดีจัง


โดย: นารีน่ารัก วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:45:47 น.  

 
สีสันได้ใจจริง ๆ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:03:03 น.  

 
สีน้ำทะเลสวยมากมาย อยากไปเที่ยวจังเล้ย


โดย: no filling วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:03:15 น.  

 
ภาพสวยมาก
อินไปกับรูปเลย


โดย: โจนบ้ากับป้าแก่ๆ IP: 202.91.23.3 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:09:34 น.  

 
ภาพสวย ทะเลใส..
ซักวันเราต้องมีโอกาสได้ไปบ้าง
เอ่..แล้วมันจะเป็นเมื่อไหร่น้าาาาา


โดย: Benze' IP: 125.24.163.57 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:08:44 น.  

 
ภาพใสสวยเชียวค่ะ แสงก็นุ๊มนุ่ม


โดย: culcita วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:27:26 น.  

 
เอาใจช่วยตอนต่อไป ให้ใด้มือถือคืนน่ะจ๊ะ


โดย: คนเมืองไกลบ้าน IP: 84.172.52.149 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:25:32 น.  

 
หวัดดีจ้าตามมาทักทายอีกเช่นเคย
เราไปดูปูไก่คืนเดียวกันแน่เลยอ่ะ

อ้อๆทำมือถือหายด้วยเหรอ เสียใจด้วยน้า...
เราไปเที่ยวที่ไหนๆไม่เคยทำของหาย ไม่ว่าในนอกประเทศ แต่ที่ๆเราทำของหายที่แรกก็สิมิลันนี่แล่ะ

เศร้า.... เราทำแว่นกันแดดหาย2อัน ห่างกัน2ชม.ๆ หายติดๆเลยล่ะ (แว่นที่เห็นในรูปถ่ายเราทุกรูปน่ะ)
คือเรารักแว่นนี้มากมายเพราะมันบังหน้าใหญ่เราได้พอดี555+ไม่มีอันไหนถูกใจเท่าอันนี้เลย 2อันพกไปไหนๆตั้งหลายที่ดันมาหายที่นี่
เฮ้อ.... อันแรกหายระหว่างทางเดินขึ้นบ้านชมวิวเราเหน็บไว้ที่คอเสื้อ อันที่สองหายที่หาดเล็กเหน็บไว้คอเสื้ออีกแต่ดันกระดี๊กระด๊าตอนเห็นทะเลวิ่งลงทะเลเลยลืมแว่น หล่นจ๋อมลงในทะเลเลย ใส่สน๊อกเกิ้ลงมหาก็มะเจอ
แต่ของเราถูกอ่ะคงไม่เท่ามือถือเธอ

กลับมากทมแก้แค้นไปซื้อแว่นกันแดดมาใหม่อีก4อันวันเดียวรวด บ้าไปแล้ว555+


โดย: pinksoda วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:36:15 น.  

 
ฟ้องพี่กีบ 555



โดย: เบิด IP: 203.144.144.164 วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:17:09:45 น.  

 
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว //www.cvrbiz.com/default.asp จองที่พัก ห้องพัก บ้านพัก โรงแรม รีสอร์ท บังกะโล โฮมสเตย์ ตั๋วเครื่องบิน แพ็คเกจทัวร์ ติดหาด ริมทะเล ภูเขา น้ำตก ดำน้ำ ดูปะการัง ล่องเรือ ร้านอาหาร ราคาถูก ประหยัด ปลอดภัย ** ลดพิเศษถึง 75% ราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท **

- จองที่พักออนไลน์ เป็นระบบการจองที่พักอัตโนมัติ ผ่านทางเว็บไซต์ ( เท่านั้น )
- โดยจะแจ้งรายละเอียดการจองที่พักผ่านทาง Email ของท่านภายใน 24 ชั่วโมง
- ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต หรือ ชำระเงินผ่านร้าน 7-eleven

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว //www.cvrbiz.com/default.asp //www.ido24.org/cvrbiz.com

แพ็คเกจทัวร์ + ตั๋วเครื่องบิน //www.thaifly.com/2884.html //www.cvrbiz.com/allcontent.asp?txtmCategory_ID=12

ภาคกลาง //ido24.org/cvrbiz.com/central

ภาคตะวันออก //ido24.org/cvrbiz.com/eastern

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ //ido24.org/cvrbiz.com/northeast

ภาคเหนือ //ido24.org/cvrbiz.com/northern

ภาคใต้ //ido24.org/cvrbiz.com/southern

กรุงเทพ //ido24.org/cvrbiz.com/bangkok

กระบี่ //ido24.org/cvrbiz.com/krabi

ปาย แม่ฮ่องสอน //ido24.org/cvrbiz.com/paimaehongson

พัทยา //ido24.org/cvrbiz.com/pattaya

ภูเก็ต //ido24.org/cvrbiz.com/phuket

ชะอำ //ido24.org/cvrbiz.com/chaam

เชียงใหม่ //ido24.org/cvrbiz.com/chiangmai

เชียงราย //ido24.org/cvrbiz.com/chiangrai

ประจวบ หัวหิน ปราณบุรี บางสะพาน //ido24.org/cvrbiz.com/huahinpranburiprachuap

กาญจนบุรี //ido24.org/cvrbiz.com/kanchanaburi

เขาใหญ่ นครราชสีมา //ido24.org/cvrbiz.com/khaoyainakornratchasima

เขาหลัก พังงา //ido24.org/cvrbiz.com/khaolakphangnga

เกาะช้าง ตราด //ido24.org/cvrbiz.com/kohchang

เกาะกูด //ido24.org/cvrbiz.com/kohkood

เกาะลันตา //ido24.org/cvrbiz.com/kohlanta

เกาะหลีเป๊ะ สตูล //ido24.org/cvrbiz.com/kohlipe

เกาะหมาก //ido24.org/cvrbiz.com/kohmak

เกาะไหง ตรัง //ido24.org/cvrbiz.com/kohngaitrang

เกาะพงัน //ido24.org/cvrbiz.com/kohphangan

เกาะพีพี //ido24.org/cvrbiz.com/kohphiphi

เกาะเสม็ด //ido24.org/cvrbiz.com/kohsamed

เกาะสมุย //ido24.org/cvrbiz.com/kohsamui

เกาะเต่า //ido24.org/cvrbiz.com/kohtao


โดย: TAN IP: 125.26.19.150 วันที่: 5 มีนาคม 2553 เวลา:23:24:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]