มึนไปตามใจฝัน
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
20 กุมภาพันธ์ 2553

สิมิลัน ที่ฝันไว้ ตอนที่ 1

"สิมิลัน ยังอยู่ไกล"

เกาะสิมิลัน คิดว่าใครๆ ก็น่าจะรู้จักและเคยได้ยินชื่อ
ผมเองก็ได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยไปสักครั้ง
จนเพื่อนรอบตัวเริ่มได้ไปกันแล้วหลายคน
บิน เพื่อนผู้เดินทางอุทยานทางเขามาแล้วมากมาย ยังไปเมื่อปีที่แล้ว
พี่ตั้มไปมาเมื่อธันวาที่ผ่านมา
และเมื่อช่วงมกรา ซัง เพื่อนสาวนักบู๊ (ฮา) ก็เพิ่งไปมา แบบปุ๊บปั๊บอีกต่างหาก


เมื่อหลังปีใหม่ เพื่อนผมส่งเมล์มาชวนว่าเป็นทริปต่อไปของพวกเรา
ผมตอบกลับไปว่า "ไปอะอยากไป แต่กรุณาเตรียมเงินไว้คนละ 5000 up นะ"
ทุกคนตอบมาแบบจ๋อยๆว่า แพงขนาดนั้นเลยเหรอ

เราตอบว่า นั่นคือไปแบบถูกสุดๆแล้วด้วยซ้ำ
ค่าเรืออย่างเดียวก็ 2000 กว่าต่อคนแล้ว ค่ารถไปกลับก็ 1000
แค่เดินทางไปกลับ ก็ 3000 กว่าๆแล้ว
ไหนจะกิน ไหนจะที่พักอีก

สำหรับผม ผมก็อยากไปนะ เจ้าสิมิลันเนี่ย
แต่ดูสภาพการเงินตัวเองแล้ว คงไม่ใช่ปีนี้แน่ๆ...



"เขาสก อยู่แค่เอื้อม"

ในช่วงกลางๆ มกรา มาคุยกับพี่กีบเรื่องวันหยุดที่บริษัท
เราพบว่า ปีนี้ให้หยุดวันที่ 15 กุมภา เป็น 13 14 15
พี่กีบคิดว่าเราน่าจะเที่ยวด้วยกันนะ
เลยประกาศว่า ไปเขาสกกัน
เราก็บอกว่าช่วงนี้คงไม่ไหวมั้ง
ไปทีก็อย่างน้อยคนละ 3000
พี่กีบบอก "กลัวไร ไปกับฉัน เดี๋ยวออกให้" ถือว่าเลี้ยงที่แกเรียนจบละกัน
"แกไปหาข้อมูลมา"

เราก็แฮปปี้สิ เขาสก เขื่อนรัชเชี่ยวหลาน เป็นที่ที่เราอยากไปเช่นกัน :)

การไปเขาสก ส่วนใหญ่ก็คือซื้อแพ็คเกจทัวร์ที่ทางแพต่างๆ ทำขึ้น
เราก็เลยไม่ได้คิดไรมาก ส่วนใหญ่มาตรฐานจะโอเคกันหมดอยู่แล้ว
ราคาก็ประมาณๆ เดียวกัน
เป็นที่ท่ียิ่งไปกันเยอะก็ยิ่งถูก(ช่วยหารค่าเรือ)



"เขาสกสลาย ไปสู่ฝันใหม่ที่ใหญ่กว่า"

วันอาทิตย์ที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้
เป็นวันที่ผมเข้ามาออฟฟิศ มาช่วยเก็บของกับพี่กีบ
แล้วเย็นวันนั้นพี่กีบก็มีไปดูไมโคร
หลังจากเก็บของเสร็จก็แยกย้ายกัน
ผมไปล้างรูปที่สยาม
ส่วนพี่กีบไปดูไมโคร
ช่วงระหว่างรอดูไมโคร
อยู่ๆ พี่กีบก็โทรมาบอกว่า
"ฉันเปลี่ยนใจละ"
เปลี่ยนใจไรเพ่ (เล่นอยู่ๆ มาบอกแบบนี้)
"ฉันไม่ไปเขาสกละ"
อ้าว
"ฉันจะไปเกาะสิมิลัน"
หา...
"แกไปหาข้อมูลมา เดี๋ยวว่ากัน ตรู๊ดๆๆๆๆๆๆ"
-_-' ไรฟะ


กลับมาบ้านก็มาดูเว็บ ข้อมูลทั่วๆไป แล้วก็ดูทัวร์ที่พี่ตั้มเคยไป
ราคาแพง(สำหรับเรา)เหมือนกันนะ
คนละ 5900 , 3 วัน สองคืน ไม่รวมค่าเดินทางรถ
คิดคร่าวๆ น่าจะใช้ 7000 ต่อคนได้

ส่วนจะไปเองก็เตรียมตัวไม่ทัน เพราะไม่ได้จองอะไรไว้เลย
เต๊นท์และบ้านพักอุทยานจองไม่ได้เลยอะ ;p

เราก็บอกพี่กีบไปว่า คงไม่ไหวมั้ง
พี่กีบบอกว่า จะไปอันนี้ เดี๋ยวช่วยออก 3000
ไปกับทัวร์นี่แหละ ง่ายดี
ให้ผมไปจัดการเรื่องตั๋วรถ
สรุปเราก็เลยไปสิมิลัน แบบชุกละหุก ชนิดที่ตอนนี้ผมเองก็ยังงงๆว่า
บทจะได้ไปก็ง่ายดีแฮะ ^^'



12 กุมภา
"การเดินทางสู่สิมิลัน"

วันนี้เราต้องออกจากออฟฟิศเร็ว
เพราะรถออกตอน 18.50
แต่การเดินไปทางสายใต้ใหม่ ไม่ง่ายเหมือนหมอชิต
เลยต้องออกตั้งแต่เนิ่นๆ
แต่พี่กีบมัวแต่ติดพันงาน กว่าจะออกก็เกือบ 5 โมง
แต่กระนั้น เรายังถ่ายรูปเล่นบนออฟฟิศ
ประมาณว่า สองพี่น้องจะเดินทางละนะ
(ไม่ได้เอามาลงอะ ลืมขอพี่กีบก่อน )

วันนั้นรถก็ติดเหลือเกิน
เสียวๆจะไปไม่ทัน
แต่สุดท้ายก็ทันนะ
ถึงสายใต้ใหม่ 6 โมงกว่าๆ




"สายใต้ใหม่กับความตื่นตาของสาวเหนือ และความเปิ่นของคนกรุง(กูเอง)"

พี่กีบบ้านอยู่ทางเหนือ
ส่วนใหญ่ก็เดินทางไปหมอชิต
ไม่ก็นั่งเครื่องบิน (ไฮโซนะเธอววว์)
ไม่เคยมาสายใต้มาก่อน
ดูแกจะตื่นตาตื่นใจกับสายใต้ ท่ีสร้างราวกับบิ๊กซี โลตัสอะไรทำนองนั้น
จะว่าไป ผมเองก็ไม่ค่อยมาสายใต้
ครั้งสุดท้ายรู้สึกจะปีที่แล้วตอนไปเกาะสุรินทร์นั่นแหละ

มีเรื่องเปิ่นๆ คือตอนผมจะไปจองตั๋วไปสิมิลัน
เราจะต้องซื้อตั๋วรถไปลงที่ทับละมุ ซึ่งต้องเป็นรถสายที่วิ่งทางตะกั่วป่า
ถ้าไปสายใหม่ของภูเก็ต จะไม่ผ่านทางนี้ครับ
ทีนี้ตอนผมไปซื้อตั๋วเนี่ย
ผมก็อ่านในเว็บรถทัวร์ไทยไว้อย่างดิบดี
แล้ววันนั้นพี่แนนแกกะจะยืมเต๊นท์ผมไปเที่ยวเขาใหญ่
ผมกะว่า เดี๋ยวนัดเจอที่หมอชิตละกัน???
ก็นัดกันดิบดี
ประมาณ 4 โมงคุยกับซัง ที่เพิ่งไปสิมิลันว่า "ซังขึ้นรถบริษัทไหนอะ"
ซังบอกจำไม่ได้ ต้องดูที่สายใต้แหละ
เราก็เพิ่งนึกได้
เฮ้ยยยยย แล้วกูจะไปซื้อตั๋วที่หมอชิตทำไมฟะ!
ต้องรีบโทรไปบอกพี่แนนเป็นการด่วน
คือผมเองปีที่แล้วก็เที่ยวแต่ทางเหนือกับอีสาน
ก็ขึ้นรถที่หมอชิตอย่างเดียว
จนลืมไปเลยว่า หมอชิตมันไม่ได้ไปทั่วไทยนะ -_-'
ปีนี้ผมเลยตั้งใจว่าจะไปสายใต้อย่างเดียวมันเลย
เอาให้ลืมหมอชิต! (เป็นเอามาก)



"รถทัวร์อลเวง"

ตัดมาที่สายใต้ใหม่อีกครั้ง
หลังจากพี่กีบถ่ายรูปเล่นไปแล้ว
เราก็ไปที่รถทัวร์ทันที
ในตั๋วเขียนว่า คันที่ 5
เราก็ไปที่คันที่ 5
บนรถเปิด VCD คอนเสิรต์คาราบาว ดูเพลินๆดี
ระหว่างเพลินๆ ก็เริ่มมีความวุ่นวายบ้าง
คือมีคนโวยวายเพราะเจอตั๋วซ้ำ
เรายังนึกว่าดีที่เราไม่เจอปัญหานี้
แต่แล้วเราก็โดนจนได้
เราไม่ได้เจอปัญหาตั๋วซ้ำ
แต่อยู่ๆ พนักงานคนนึง
ก็มาบอกว่าให้เราขึ้นรถคันที่ 3
เราก็งงๆ แต่ก็ไม่อยากโวยวายไร
คิดว่าเขาคงจะจัดการให้มันดีที่สุด
เราก็กุลีกุจอกันลงไป
พอไปถึงคันที่ 3 พนักงานก็เอาตั๋วของเราไป
เราก็เอ่อ... กูไม่มีหลักฐานไรแล้วนะ (เอาคืนมานะ> <)

พอเราขึ้นมาแบบงงๆ บนรถคันที่ 3
เหตุการณ์ความไม่สงบก็ยังคงมีต่อ
บนรถยังมีคนโวยวายเรื่องตั๋วซ้ำ
แล้วก็โดนโยกรถไปมาเหมือนกับเรา
ผมคิดไม่ได้ว่า เหตุการณ์ภาคใต้มันจะสงบได้ไงเน่ีย
แค่นั่งรถทัวร์ไป มันยังทำเรื่องแค่นี้ให้วุ่นวายได้เลย
ตั๋วก็ระบุที่นั่ง ระบุคัน
ยังจะโยกย้ายกันไปมาให้มันสับสนทำไม
ว่าแล้ว เราก็โดนอิทธิฤทธ์รถเจ้านี้อีกครั้ง
มีพนักงานอีกคนมาบอกให้เราย้ายกลับไปคันที่ 5 !
โอยยย มึงสนุกกันมากหรือไงฟะ!

แต่พนักงานคนที่มาบอกคราวนี้ ดูเป็นการเป็นงาน
เขาขอโทษแล้วบอกว่า ลูกน้องเขาเข้าใจผิด
ของเราโยกไม่ได้
เพราะเราไปลงทับละมุ แต่คันที่ 3 เนี่ยไปไม่ถึง
ก็ยังดีที่เขาท้วงทัน ไม่งั้น ไม่อยากจะคิดว่ามันจะเลวร้ายขนาดไหน
สุดท้ายเราก็ได้กลับยังคันที่ 5
มาฟังคาราบาวกันต่อสมใจเจ๊กีบ!`




"เพลงของคาราบาว"

หลังจากหมดเรื่องบ้าๆ บอๆ บนรถทัวร์
กว่ารถจะได้ออกก็เกือบๆ 2 ทุ่ม (สายโคดๆๆๆ)
แถมรถก็ติด
แต่กระนั้นเราก็ยังเพลิดเพลินได้ด้วยเพลงของคาราบาว
เพลงของคาราบาวนั้น ทุกวันนี้สิ่งที่เขาร้องก็ยังเหมือนเดิม
เหตุการณ์อะไรยังไม่ได้เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะราชาเงินผ่อน, ลูกหิน, ลูกแก้ว, เมดอินไทยแลน
ที่ทันยุคเหลือเกินจนน่าตกใจ
เพราะสัปดาห์ก่อน พี่กีบเพิ่งจะ ตกท่อ -_-'



"คุณสาหร่าย"

รถภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์ มาจอดที่ร้านอาหาร คุณสาหร่าย
ตอนตี 1
ผมจำได้ว่าตอนไปเกาะสุรินทร์ก็ได้กินร้านนี้แหละ
ชอบมาก อาหารอร่อยดี
ส่วนพี่กีบก็ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของที่นี่
มีเรื่องฮาๆ คือ โต๊ะที่เรานั่ง มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น
แกมาเจออาหารใต้
แล้วมันจะมีผักเยอะๆ แกตักผักกินสดๆ ภาพที่เห็นเอ่อ....

จะว่าไปคนญี่ปุ่นมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนมากเลยละ
เห็นแล้วขำดี

พอกินเสร็จก็ไปเข้าห้องน้ำ
พ่ีกีบก็มาบอกว่า "แกเห็นนั่นไหม มันตลกมาก"
เราก็ไรอะ
แกก็ถ่ายรูปมาให้ดู
มันคือป้ายข้างห้องน้ำ จะมีคำถามสองแง่สองงาม
แล้วตรงประตูจะมีคำเฉลย -_-

พี่กีบบอกว่า คนทำมันว่างมากแน่ๆ
(ผมคิดในใจ พี่ก็คงว่างๆพอกันแหละ อุตสาตไปถ่ายรูปมาอีกนะ เดี๋ยวก็ตกรถหรอก ฮ่าๆ)


จะว่าไปแล้วรถทัวร์สายภูเก็ตเซ็นทรัล ห่วยทุกอย่าง
มีดีตรงพามากินร้านนี้นันแหละ ;p


13 กุมภา 2553

"บริการประทับจิต ไปกับภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์"

รถมาถึงตะกั่วป่า ประมาณ 6 โมงกว่าๆ
เมื่อถึงตะกั่วป่า แดร์บอกว่าให้โทรหาเธอด้วย

ทีนี้รถภูเก็ตเซ็นทรัล ก็บริการประทับใจอีกครั้ัง
เมื่อรถไปถึงแต่ละที่
มันไม่เคยเดินมาบอกว่าแต่ละที่คือจุดไหน
ซึ่งปกติเวลานั่งรถทัวร์เจ้าอื่นๆที่ผมเคยนั่ง
เขาจะบอกเสมอ ถึงกับจะเดินมาตรงที่นั่งเลยว่า ถึงจุดที่ต้องลงแล้ว
แต่เจ้านี้ไม่มี
เขาคิดว่าทุกคนรู้ดีว่าต้องลงที่ไหน(สราดดดดดดดด)

ด้วยบริการอันแสนประทับใจ
ผมก็เลยป้ายบางเนียนจนได้
ผมสังเกตเห็นป้ายอุทยานแห่งชาติเขาหลัก
ตอนนั้นดีใจ ดีเว้ย ไว้มาเที่ยวอุทยานนี้ดีกว่า
รถทัวร์มาถึงที่เลย
แต่แล้วก็นึกได้ว่า
แล้วนี่มันเลยจุดที่เรานัดกับแดร์ป่าววะ?
เลยโทรหาแดร์
แดร์บอกว่า เลยไปแล้ว
ให้ลงป้ายหน้า ทับละมุเลย

ผมพยายามจะเดินไปบอกพนักงานว่าเราจะลงทับละมุ
ถึงแล้วแจ้งด้วย
แต่พนักงานทุกคนมีความสามารถพิเศษ
แปลงร่างเป็น ฮอลโล่แมนได้
หายตัวกันได้ทุกคน (ไม่ได้มองไปทางคนขับว่าหายไปด้วยป่าว)
ด้วยความลุกลี้ลุกลน
คนข้างหน้าเราเขาจะลงทับละมุเหมือนกัน
เขาบอกว่า ป้ายนี้แหละครับ
เราก็เลยได้ลงซะที

ไม่รู้ว่าถ้าไม่มีพี่คนนี้ผมกับพี่กีบจะเป็นไงเนี่ย-_-'
ประทับใจไหมสาดดดดดดดดดดดดดด



"แดร์"

แดร์คือเพื่อนสมัยปวช. (ประมาณ ม.ปลายน่ะ)
เคยเรียนบรรณารักษ์ด้วยกัน ปีนึง
ซึ่งตอนปวส ก็เรียนที่เดียวกันนะ แต่คนละห้อง
แต่ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันหรอกนะ
มาติดต่ออีกทีตอนจะไปที่สิมิลันเนี่ยแหละ
เพราะซังได้ไปสิมิลันแบบปุ๊บปั๊บก็เพราะแดร์ชวน
ตอนนี้แดร์มาอยู่ที่พังงา เขาหลักบางเนียน กับแฟน

แดร์จองตั๋วรถกลับให้ผมกับพี่กีบ
รวมไปถึงอาสาจะพาไปส่งที่ท่าเรือ
โดยบอกให้เราลงรถที่บางเนียน
แต่ด้วยบริการดีเลิศของภูเก็ตเซ็นทรัล
ทำให้เราได้ลงทับละมุ

แดร์และแฟนต้องขับรถตามมาที่นี่
ได้เจอกันราวๆไม่ถึงนาที
ก็ต้องรีบขึ้นรถ
แฟนแดร์พาเราไปส่งที่ท่าเรือทับละมุ
ซึ่งอยู่ทางจากถนนหลักราวๆ 5 กิโล


ก่อนจะมา ซังก็บอกไว้ก่อนแหละว่า
แดร์น่ารักขึ้นมากเลยนะ
พอมาเจอตัวจริง โอ้วว แดร์น่ารักขึ้นเยอะเลย
จำเกือบไม่ได้อะ
พี่กีบเลยแอบถามว่า วัชไม่เจอกับแดร์มากี่ปี
ผมลองนับๆ ก็น่าจะ 10 ปีได้นะ -_-'
พี่กีบบอก มันจะแปลกไรฟะ ไม่เจอ 10 ปี มันก็ต้องเปลี่ยนไปเยอะสิ
ก็จริงแฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



"ท่าเรือทับละมุ"

แดร์และแฟนมาส่งเราที่ท่าเรือ
จากนั้นก็ติดต่อบริษัททัวร์ที่ผมจองไว้
แดร์และแฟนก็ต้องขอลา เพราะมีธุระ
เขาว่า ไว้ตอนกลับเดี๋ยวมารับไปกินข้าวที่เขาหลัก
ไว้เจอกัน

ที่บริษัทเม็ดทราย ที่เราใช้บริการนั้น
ค่อนข้างเป็นที่นิยม
พี่ตั้มที่เพิ่งไปสิมิลัน ก็แนะนำของเจ้านี้
จะบอกไงดีละ ถ้าบอกแบบสุภาพๆ ก็ประมาณว่า

"ถ้าคนที่เราคิดว่าเขาจุกจิกและเรื่องมากสุดๆ ยังชื่นชมบริการของที่นี่
เราคงไม่ต้องคิดว่าระดับคนเรื่อยๆ เปื่อยๆ อย่างเราจะรู้สึกว่ามันดีเลิศไปขนาดไหน"

ผมและพี่กีบเลยเลือกบริษัทนี้โดยไม่ต้องสืบหาความอะไรกันอีก
พี่ตั้มบอกไว้ว่า สิมิลันถ้านอนเต๊นท์ก็ไม่ดี
แต่ถ้านอนห้องแอร์จะเป็นสวรรค์ในบันดล
แต่เราไม่ได้เตรียมตัว(เงินก็น้อย ก็เลย เต๊นท์แหละดีแล้ว)

ที่เม็ดทรายจะขนม น้ำดื่มให้ และมีห้องอาบน้ำให้บริการสองห้อง
แต่มีห้องนึงประตูปิดไม่ได้อะ -_-' อาบน้ำไป ก็ต้องเอาขานึงยันไว้
กลัวคนไม่รู้ทะลึ่งเปิดมา ไม่อยากจะคิด -_-'

หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ได้เวลาเดินทาง
โดยเขาจะให้เราติดสติกเกอร์เป็นสีตามเรือที่จะขึ้น
โดยจะมีไกค์แนะนำว่าทริปจะเป็นยังไงบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง

ของเราเป็น 3 วัน 2 คืน
เรือจะจากทับละมุ (ของเม็ดทรายจะขึ้นเรือตรงส่วนของกองทัพเรือแหละ)
ไปถึงเกาะ 5 ที่สิมิลัน และจะดำน้ำเป็นจุดแรก
จากนั้นก็จะส่งเราที่เกาะ 4 มีเวลาให้ 1 ชัวโมง ชิวๆไป
แล้วก็มากินข้าวเที่ยง
จากนั้นก็ไปเช็คอินเรื่องที่พัก
อีกชั่วโมงต่อมา ก็จะขึ้นเรือรอบบ่าย เป็นเรือใหญ่ เรือ พรรษา
พาไปดำน้ำ 2 จุด แล้วกินข้าวเย็นบนเรือ พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน

นี่คือสำหรับวันแรกครับ
เขียนเรื่องมายาวเยียด ยังไม่เห็นภาพสักกะที
คิดว่าใครท่ีอ่านถึงตรงนี้(หรือเลี่ยนเพื่อจะดูแต่ภาพ ฮ่าๆ)
คงจะลากยาวจนเมื่อยมือละ
เอาละ ลุยกับภาพของผมเลยดีกว่า





"สิมิลัน สีเขียวชะยานันช่างแสนสวยอุรา"

ภาพแรกของม้วนนี้เลยครับ
จากท่าเรือ ก่อนจะได้นั่งเรือกัน






เรือสปีดโบ๊ท ตอนเริ่มแล่นใหม่ๆ
ตรงนี้จะมีน้ำดื่มแจกให้
บนเรือเขาจะบอกว่าถ้าใครจะเข้าห้องน้ำให้บอก
เพราะถ้ามีคนเข้าห้องน้ำ เรือจะทำการจอดครับ






ผ่านไปครึ่งชั่วโมง....
ทุกคนเริ่มหลับกันหมด คงเพราะเพลียๆ





พี่กีบเองเข้าสู่โหมดของตัวเอง
ผมเองก็เช่นกัน
เราหยิบ ipod ของเรา กับเพลงท่ีคัดสรรมาอย่างดี :)
Shoegaze (อ่านว่าซูเกสเซอร์ เป็นแนวตรงข้ามกับทักกี้ ทักกี้บอกว่า ตาดูดาว เท้าติดดิน แต่แนวนี้เขาบอกว่า เท้าติดดิน ตามองตีนน่ะ ฮ่าๆ ก็คือก้มหัวหงึกๆ ไปเพลงลอยๆ ซาว์นอืออึ้ง)


เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เรือก็จอดสงบลง
ทุกคนก็ตื่นมา ทำท่าตื่นตระหนก
แต่มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีไร ไม่เห็นเกาะสักกะหน่อย ไฉนถึงจอด
ผมอยากจะบอกว่า .... "แค่มีคนจะเข้าห้องน้ำครับ"

ก็นั่นแหละ พอทุกคนตื่นตระหนักทีมงานก็ต้องมาคอยบอกว่าให้นั่งลง ใจเย็นๆ
เพราะเวลาเรือสปีดโบ๊ทจอดนิ่งๆ
มันจะโคลงเคล้งมาก ยิ่งคนขยับทีนะ บรึ๊ยยยย

หลังจากมีคนเข้าห้องน้ำแล้ว
ก็กลับสู่ภาวะปกติเร่งหน้าสู่เกาะที่ทุกคนหมายปอง



และแล้ว เราก็มาถึงเกาะ 5 ครับ

ที่นี้ไม่มีฝั่งให้ขึ้น
เรือจะจอดและไกค์จะอธิบายเรื่องราวของเกาะให้ฟัง
ว่าที่สิมิลันมีทั้งหมดกี่เกาะ เกาะไหนชื่ออะไร อยู่ตรงไหนบ้าง






ที่เกาะ 5 สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรพิเศษ
เป็นเหมือนให้ลงน้ำเล่นก่อนเข้าสู่เกาะมากกว่า
มีปลานิดๆ หน่อยๆ ปะการังมีแต่ตายซาก -_-'
แต่อย่างที่บอกไป จะยืนบนเรือก็โคลงเคล้ง
มาแล้วก็เล่นน้ำไปเหอะครับ :)



ทีมงานที่ช่วยเหลือตรงท้ายเรือ เวลาจะขึ้นจะลงเขาจะคอยดูแลครับ





จากเกาะ 5 เรือจะเข้าสู่เกาะ 4 ที่พักของทุกคน
(ที่สิมิลันมีเกาะที่มีที่พักสองเกาะคือ 4 และ เกาะ 8 ครับ)





มาถึงแล้ว เกาะ 4 เกาะสวรรค์สำหรับหลายๆคน







เรือที่เรานั่งมา "เต่าทะเล"
ตอนน้ีกำลังทยอยส่งกระเป๋า



น้ำใสใช่ไหมละ



หาดทรายก็ขาว



วิวทางขึ้นของเกาะ 4 ครับ



ไม่รู้จะบรรยายไรครับ
บนเกาะมันสวยมาก
ผมกับพี่กีบพูดเหมือนกันว่า คิดถูกที่มาที่นี่
ตอนแรกหลายคนบอกว่า คนอาจจะเยอะบ้าง
แต่จริงๆมันก็ประมาณๆ นี้หละครับ
บนเกาะมีพื้นที่จำกัดอยู่แล้ว
ยังไงคนก็ไม่ล้นเกาะหรอก
สำหรับผมแค่นี้ก็โอเคแล้ว

บนเกาะส่วนใหญ่มีชาวต่างชาติซะมากกว่า
คนไทยมีน้อยจนเจอกันก็น่าจะจำกันได้หมด

ดูรูปกันต่อดีกว่าเนอะ


ครอบครัว ชาวจีน ดูน่ารักดี




(แต่ตอนหลังเราได้มานั่งใกล้ๆครอบครัวนี้ พี่กีบเมาท์ว่า แม่เขาดูไม่รักลูกเท่าไหร่ พูดจากกับลูกเล็กประมาณว่า จะกินไม่กิน -_-')




พี่กีบเริงร่ากับการถ่ายรูปตัวเองมาก ประดุจคนบ้า เริ่งร่าบนทะเล ฮ่าๆ





หาดทรายขาวกับทะเลสีเขียวใส




เหล่าเด็กเล่นก่อกองทราย





จะเห็นว่าเรือมีหลายลำเลย ช่วงเวลานี้มีคนทยอยมาเรื่อยๆ










ชอบวิวต้นไม้หน้าหาดนี้มากเลยอะ :)






เห็นเขาอาบแดดสบายใจจัง แต่เราไม่อะนะ ร้อนจะตาย
ทริปนี้ลงทุนซื้อครีมกันแดดด้วยนะ เธอววววว์






หลังจากถ่ายรูปกันอย่างบ้าระห่ำทั้งพี่ทั้งน้อง
ก็จะได้ยินเสียงประกาศจากทางเม็ดทรายทัวร์
เรียกกินข้าว
อาหารกลางวันจะกินกันที่โรงอาหารของอุทยานครับ
ดูภาพรวมเอาละกันนะ




อาหารก็จะมีปลาทอด(อร่อยดี แต่ไม่มีน้ำจิ้มให้น่ะสิ)
แกงจืด, ผัดผัก, ผัดเปรี้ยวหวาน กุ้ง หมึก

รสชาติอร่อยดีครับ
กินเสร็จ ก็ไปจัดการเรื่องที่พัก ที่จุดประชาสัมพันธ์

ลืมบอกไป ผมวิ่งไปประทับตราสะสมตราของอุทยานด้วย :)
ไม่รู้ว่าปีนี้ผมจะได้ตราเพิ่มมากี่ดวงนะ หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปหลายๆที่
ยังมีอีกเยอะเลยที่ไม่เคยไป

หลังจากได้ที่พักแล้ว
เราก็ได้เต๊นท์หมายเลข 24 (หรือ 23 หว่า)
ไม่รู้ละ ได้เสร็จก็เก็บของแล้วถ่ายรูปไว้





แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเจ๊กีบร้องว่า ว๊าชชชชชชชชชช
เต๊นท์มันขาดตรึมเลย
โดยเฉพาะตรงซิป ขาดเป็นรอยใหญ่มากก

เราก็เลยต้องไปขอเปลี่ยนเต๊นท์
เพราะท่ีนี่ยุงเยอะมากน่ะ

โชคดีที่ทางอุทยานไม่ได้มีปัญหาอะไร เขาก็ให้เปลี่ยนได้
โดยให้เต๊นท์ 21 ซึ่งอยู่หลังอันเดิม
อันนี้โอเคขึ้น รูดซิปได้


เมื่อได้ที่พักเสร็จ เราก็ไปรอตรงจุดประชาสัมพันธ์
เพื่อรอเรียกขึ้นเรือใหญ่ของทางบริษัททัวร์
วันนี้จะมีดำน้ำสองจุด และอาหารเย็นบนเรือและชมพระอาทิตย์ตก



อันนี้ฟินที่ผมยืมมาจากบริษัทเม็ดทราย
จริงๆ ผมก็ใช้ฟินไม่เป็น -_-' แต่เห็นว่าให้ยืมฟรี ก็เลยยืม(ฮ่าๆๆ งกนั่นแหละ)




แต่ความงกก็เกือบเป็นเหตุนะ
เพราะไอ้นี่หายโดนปรับ 1000 แน่ะ T_T(แต่สุดท้ายก็ไม่หายจ้า)




รอสักพัก ทีมงานก็จะเรียกเราขึ้นเรือ
โดยเราจะได้รู้จักไกค์ที่จะนำเราไปจุดต่างๆ
พี่ญา เนเวอร์ดาย(ฉายาพี่เขา ฮ่าๆ)





เราจะได้นั่งเรือยางไปส่งที่เรือใหญ่
ซึ่งเรือยางที่เรานั่งนั้น เอ่อ...มันจะเจ๊งแล้วอะ > <
น้องคนที่คุมเรือบอกว่าพี่ระวังจะโดนตรงจุกนั้นนะ
ถ้ามันรั้ว เราจะล่มทั้งลำ
พี่กีบบอกว่า เอ่อ... ดันให้คนที่ไม่น่าไว้ใจท่ีสุดไปนั่งใกล้นี่นะ -_-'
แต่สุดท้ายเราก็ปลอดภัยดีครับ
(ใครว่าผมไม่น่าไว้ใจกันยัยเจ๊กีบบบบบ เชอะๆ)


มาถึงเรือ เราก็มาชื่นชมวิวกันดีกว่า


วิวบนเรือ



เกาะสี่ที่เราอยู่



บนเรือ



แขกบนเรือครับ




ตอนขึ้นไปบนเรือแปลกใจนิดหน่อย
คือมีคนไทยอยู่บนเรืออยู่กลุ่มนึง กลุ่มใหญ่เลยละ
คือเรือยางที่ผมนั่งมาเป็นรอบแรก
เลยงงว่า กลุ่มนี้มาจากไหนหว่า?
เป็นแขกท่ีมาเที่ยว หรือว่าเขารู้จักกับเจ้าของเรือนะ?
แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ไรอะ
(ไว้จะมาเฉลยตอนหน้า อิๆ)


จากนั้นเรือก็จะล่องพาเราไปจุดดำน้ำครับ
ใช้เวลาบนเรือเป็นชัวโมงเลยละ

อีกเรื่องนึงที่อยากคุย
บนเรือลำนี้ เปิดเพลงดีมากเลยละ
เปิด Oasis, แอร์โร่ สมิธ แล้วก็เพลงดีๆ หลายเพลงเลย
มี เพลง run ของ Snow Patrol ด้วย อิๆ
เรียกว่าเพลิดเพลินเลยละ :)


จำไม่ได้ว่านี่เกาะที่เท่าไหร่ ^^'












ผมจำไม่ค่อยได้ว่าเราดำน้ำจุดไหนไปบ้าง
รู้แต่ว่า จุดดำน้ำที่เกาะ 8 สวยที่สุดครับ
ปะการังและปลาสวยงามเยอะแยะมากมาย
เป็นจุดที่ดีที่สุดครับ
ส่วนจุดอื่นผมว่าไม่มีอะไรพิเศษนะ
แต่ถ้าได้มาดำ ก็ดำเถอะ บางทีเราอาจจะได้เจออะไรพิเศษๆ ก็ได้ :)


เมื่อดำน้ำไปสองจุดแล้ว
เรือจะมาบริเวณเกาะ 8 ครับ
มาเพื่อรอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน


อันนี้เกาะ 8 ครับ สัญญาลักษณ์หินเรือใบ ก็อยู่ที่นี่(ดูออกไหมนะ)








อาหารมื้อเย็นที่เรารอคอย




อาหารมื้อนี้มีทั้ง ปลาหมึกกระเทียม, น้ำพริกกุ้งเสียบ(อร่อยมาก แต่ก็เผ็ดน่าดู)
อ่ิมจากอาหารดีๆแล้ว

เราก็ล่องเรือกลับ
ระหว่างนั้น พระอาทิตย์ก็ค่อยๆ ดิ่งลงสู่เส้นขอบทะเล







พระอาทิตย์กำลังจะตก










ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ที่กำลังลับตา












ต้องลาจาก




หลังจากเธอจากไป ความสวยงามยังคงมีอยู่





เรือมาส่งเราที่เกาะ 4 ราวๆ เกือบ ทุ่ม
สำหรับโปรแกรมวันนี้จบลงเพียงเท่านี้
จริงๆในโปรแกรมเขาบอกว่า จะพาไปดูปูไก่
แต่พี่ญาบอกว่า มันไม่ค่อยมี เลยงด
เราก็ไม่มีปัญหา งดก็งด

จบคืนนี้เราก็อาบน้ำแล้วก็เข้านอน
สำหรับที่นอน แม้หลายคนจะบอกว่าเต๊นท์ร้อน
แต่สำหรับผม ไม่ร้อนเท่าไหร่
คืนนั้นนอนสบายดี มีตื่นมาตอนตีสองรอบนึง ไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็หลับต่อได้
ถือว่าหลับค่อนข้างสนิทนะ (ปกติจะหลับๆตื่นๆ ยิ่งกว่านี้อะ)

จบวันแรกสิมิลันอย่างน่าประทับใจครับ
ไว้จะรีบมาเขียนตอนต่อไปให้จบโดยพลัน เอิ๊กๆๆ



Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2553 17:00:08 น. 7 comments
Counter : 2049 Pageviews.  

 
แวะมาเม้นจ้า
รีวิวพร้อมเราเลยตอนนี้เราอยู่ห้องบลูพันทิปกะลังรีวิวแต่ยังไม่เสร็จตอนนี้หิวข้าวแล้วอ่ะ


โดย: pinksoda IP: 192.168.200.103, 203.144.144.164 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:42:09 น.  

 
เดี๋ยวตามไปตอบค๊าบ :)


โดย: วัชเจียเหว่ย วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:09:32 น.  

 
ถ่ายภาพได้สวยสุดยอดเลยค่ะ กำลังจะได้ตามไปเห็นด้วยตาตัวเองบ้าง


โดย: คนเมืองไกลบ้าน IP: 84.172.56.252 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:13:03 น.  

 
หวัดดีจ้าเพิ่งกลับจากทานเข้าตะกี้ตอนแวะมาดูรูปผ่านๆยังไม่ได้อ่านแต่นี่ตามอ่านเรียบร้อยแล้ว อธิบายฮาดีจ้า แอบขำมากมายหลายๆที่ เราอ่ะเป็นคนจุกจิกนะแต่ก็พอใจเม็ดทรายมากเลยล่ะ ส่วนเรื่องห้องน้ำเรามีความลับจะบอกล่ะ
ห้องน้ำดีอยู่ชั้น2ของเม็ดทรายล่ะ แบบตักอาบซู่ๆสะใจขโมยครีมอาบน้ำเขาอีกตะหากไม่ต้องรีบอาบด้วยไม่มีใครต่อคิวเพราะไม่มีใครรู้ ไกค์เราเขาแอบกระซิบบอกมาน่ะ(ตอนเราเริ่มหน้าหงิกว่ารถทัวร์ฉันจะมาแล้วนะจะให้ฉันอาบที่ไหนฟะคิวยาวมากกก)
มีเรื่องอีกตั้งหลายอย่างที่เปิดเผยไม่ได้555+แต่เราก็ขอใช้บริการเขาแบบนักท่องเที่ยวปกติซื้อทริปแบบคนอื่นๆแล่ะค่ะ


โดย: pinksoda วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:40:37 น.  

 
ทะเลใส น้ำสวย และถ่ายภาพสวยมากค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งมาให้ชื่นชมกัน

กาลครั้้งหนึ่งนานมาแล้ว ตอนไปฮันนีมูนเคยไปนอนเกาะแปด ก่อนเกิดสึนามิ 10 วัน ค่ะ
ตอนนั้นไกด์นัดมารอขึ้นเรือที่ชายหาด 8 โมง (เป็นเวลาที่คลื่นสินามิซัดเข้าฝังพอดี ถ้าอยู่ในเรือกลางทะเลแล้วจะปลอดภัยกว่า...ตอนนั้นที่รู้ข่าวร้ายๆ นี้ นึกๆไปก็เสียวสันหลังเหมือนกัน)



โดย: แม่ส้มแป้น วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:08:29 น.  

 
ตามมาอ่านจ้า...
รีบเขียนตอนต่อไปให้จบไวๆนะ
รออ่านอยู่ กำลังสนุกเชียว..
ไม่มีโอกาสได้ไปกะเขา ขอแค่ได้ชมภาพสวยๆ ก็ยังดี


โดย: Benze' IP: 125.24.144.192 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:31:49 น.  

 
สุดยอด จนป่านนี้แล้วผมยังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนเลย
น้ำทะเลสวยจริง ๆ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:01:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]