มึนไปตามใจฝัน
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
22 มกราคม 2553

ท่องเที่ยวปีใหม่คนเดียว จังหวัดน่าน ตอนที่ 4 จากปัว ไป เมืองน่าน (ตอนจบ)


วันที่ 1 มกราคม 2010



"เช้าวันแรกของปีที่ปัว"

เมื่อคืนผมค่อนข้างหลับสบาย
อาจจะด้วยฤทธิ์แอลกรอฮอลอีกนั่นแหละ
ผมจำได้ว่าตื่นมาเข้าห้องน้ำรอบเดียว
นอกนั้ันก็หลับสนิท

ตื่นอีกทีน่าจะ 6 โมงครึ่งได้
ตอนแรกตั้งใจจะออกไปถ่ายรูปคนตักบาตรปีใหม่
แต่ชักจะขี้เกียจ เลยไม่รีบร้อนที่จะออกไป

ตื่นมาอาบน้ำ กำลังจะออกไปตระเวนถ่ายรูปท่ัวๆไปของปัว
และตบท้ายอาหารเช้าที่ร้าน IMF ที่เล็งไว้เมื่อคืน
ก่อนออกไป เห็นยายที่บ้านปรางค์ทองกำลังเก็บจาน ชาม ที่เมื่อคืนเรากินทิ้งกันไว้ T_T
รู้สึกผิด เลยไปช่วยยายแกเก็บนิดๆ หน่อยๆ เป็นพิธี ;p

จากปรางค์ทอง ผมไปที่ตลาดล่าง
ซึ่งตอนนี้ไม่มีของอะไร
จริงๆแล้ว ตลาดล่างนั้นจะมีของขายตอนเย็น
ส่วนตลาดบน จะมีของขายตอนเช้าครับ

ผมลืมเล่าเรื่องอากาศของที่นี่
เมื่อวานที่บ่นไปว่าไม่หนาว
จริงๆ พอหลัง 3 ทุ่ม ก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่ากี่องศา แต่หนาวถึงขั้นต้องใส่เสื้อหนาวสองตัวเลยละครับ ^^'
ส่วนเช้านี้อากาศหนาวกำลังดี เย็นสบาย
แสงอ่อนๆ



(บริเวณวัดปรางค์ยามเช้า)


ด้วยความที่ผมออกมาช้า จึงไม่มีรูปการตักบาตรยามเช้า
แต่นั่นก็ไม่ได้ประเด็นสำคัญ
เพราะจริงๆ ตอนนี้ผมสุขใจมากเลยละ :)



(วัดปรางค์)





(ออกมาถ่ายทุ่งข้างๆ อีก)


ตอนแรกตั้งใจจะเดินไปตลาดบน
แต่ชักจะขี้เกียจ
เลยมุ่งสู่ร้าน IMF
จากแยกตลาดล่าง ถ้าเดินจากถนนใหญ่ จะอยู่ซอยขวามือ
ตรงไปสักพักก็จะเจอครับ



"มื้อเช้าแสนสุขใจ"

ร้าน IMF เป็นร้านน่ารักๆ
อาหารราคาถูก แต่คุณภาพไม่ได้ถูกตามราคา
ค่อนข้างจะเกินราคาเลยละ :)
ร้านนี้มีทั้งสเต็ก และอาหารตามสั่ง
ใจจริงผมอยากชิมสเต็ก แต่ปรากฏว่า สเต็กจะเริ่มตอนเที่ยง
ตอนนี้เลยมีแต่อาหารตามสั่ง
เลยลองทาน ข้าวไก่โทริยากิ
ราคา 20 บาท O_o
อร่อยอีกต่างหากครับ




(มื้อเช้าที่ปัว ร้าน IMF ครับ จะเห็นว่ามีซุปด้วย ทั้งหมดเนี่ย 20 บาท)



ผมได้คุยกับคุณป้าเจ้าของร้าน
แกน่ารักมากเลย อัธยาศัยดีครับ

แกเล่าว่า ขายแค่กำไรพออยู่ได้ก็พอ
แกบอกว่าเดี๋ยวมื้อเที่ยงมาทานที่นี่อีกสิ
ตอนนี้มีพิซซ่า เพิ่งเป็นเมนูใหม่ ลองทำขายเมื่อวานเป็นครั้งแรก
ผมก็ได้แต่เสียดาย เพราะเดี๋ยวผมก็จะเข้าน่านแล้ว
ตั้งใจจะที่ยวอุทยานศรีน่านต่อ

ป้าเจ้าของร้านยังบอกว่า วันนี้มีเทศกาลแข่งเรือท้องถิ่นด้วยนะ
เดินไปไม่ไกล
งานน่าจะเริ่ม 9 โมงได้


ตอนนั้นประมาณ 8 โมงครึ่งได้
ผมเลยออกไปเดินดีกว่า
ก่อนไป ก็ถ่ายรูปร้านไว้เป็นที่ระลึก
ถ้ามาปัวอีก ผมต้องมาชิมฝีมือป้าอีกแน่ๆ :)



(FM10 กับร้าน IMF :D )




(ร้าน IMF ก่อนจะจากลา)



"ก่อนจะลากัน"

เดินจากร้าน IMF ไปประมาณนึง
ก็จะเจอลำน้ำขว้างครับ



(ลำน้ำขว้าง ที่ปัว วันนี้มีประเพณีแข่งเรือด้วยนะ)






(ลำน้ำขว้างกับฟิล์มขาวดำ จริงๆตั้งใจจะถ่ายเด็กผู้หญิง แต่ไม่มีเลนส์ซูม ^^')


แต่ตอนที่ผมไปถึง ดูทีท่่างานคงจะไม่เริ่ม 9 โมงแน่ๆ
เพราะดูแล้วยังไม่มีคนมาเลย แถมเพิ่งเห็นเขากางผ้าใบเอง

เดินเล่นริมแม่น้ำสักพัก ผมก็คิดว่ากลับดีกว่า
ต้องกลับไปเก็บของและเตรียมตัวสำหรับการเดินใหม่ต่อไป





(ภาพสุดท้ายของผมกับ อำเภอปัว :)



"ปัวคือปัว ไม่ใช่ปาย"

การมาปัวครั้งนี้สนุกกว่าที่ผมคิดไว้มาก
ผมเองไม่เคยไปปาย ก็ไม่รู้ว่า ปัวและปาย(ในอดีต) ต่างหรือเหมือนขนาดไหน
แต่ที่ผมรู้สึกกับที่นี่ ในช่วงเย็นเมื่อวานคือ
มันไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว
ของกินน้อย กลางคืนเงียบจนไม่รู้จะไปทำอะไร
สถานที่เที่ยวก็มีน้อย ไม่มีน้ำตก ไม่มีภูเขา
แต่พอเช้าวันนี้ผมคิดว่าผมรู้จักที่นี่น้อยเกินไป ที่จะไปตัดสินอะไรแบบนั้น
จริงๆ ยังมีอะไรอีกมากที่ผมไม่รู้เลยเกี่ยวกับที่นี่
และที่นี่เองก็มีน้ำตก แต่อยู่ห่างออกไป
ตอนคุยกับเจเมื่อคืน เขาบอกว่า ข้อเสียของที่นี่คือ
แต่ละที่เที่ยวค่อนข้างห่างกันพอควร
ไม่ได้อยู่ในละแวกเดียวกัน ถ้ามีรถจะสะดวกกว่า
ที่นี่ยังมีพระธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวเมืองปัวด้วย
อิทและเจบอกอีกว่า ถ้ามาช่วงกุมภา ตรงเกาะกลางถนนที่ปัว
ดอกไม้จะบาน สวยมากเลยละ
[เมื่อเช้าอิท ส่งเมล์มาเล่าว่าตอนนี้ 20 มกรา ดอกไม้บานแล้ว สวยมาก เดี๋ยวจะส่งรูปมาให้ดู ]

ซึ่งผมคงจะสรุปได้ว่า ปัวคืออำเภอที่มีความสงบ อากาศดี
หากต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจ อยู่สงบๆ ปัวคงจะเป็นที่ที่คุณต้องการ
ปัวไม่ใช่ปาย ปัวไม่มีสถานที่ฮิปๆ มาให้คนถ่ายรูปเก๋ๆ ถ่ายรูปเล่น
ปัวไม่มีของกินและที่พักมากมาย แบบปาย

ปัวและปาย ต่างก็มีรูปแบบของตัวเอง
คงจะใจร้ายเกินไป ถ้าจะบอกว่า ปัวเป็นปาย 2
(แม้จุดประสงค์จะเป็นการสร้างจุดสนใจให้คนมาเที่ยวก็ตาม)
สำหรับผมคงสรุปสั้นๆได้เพียงว่า "ปัวก็คือปัว" แค่นั้ันแหละครับ :)



"จากปัวไปอำเภอเมืองน่าน"

ผมกลับมาที่ปรางค์ทองแมนชั่นเก็บเต๊นท์ เก็บกระเป๋า แล้วก็เข้าไปลาเจ้าของที่พัก
จากนั้นก็มายืนรอรถหน้าปรางค์ทองแมนชั่นครับ
ตรงนี้จะมีรถสองแถว ปัว-น่าน
รอรถสักพัก ก็มาแล้ว
ค่ารถ 50 บาท ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งได้ครับ
รถสองแถวจะแวะเข้าไปรับผู้โดยสารอีกอำเภอนึงด้วย
เลยใช้เวลานานหน่อย

รถสองแถว มาส่งผมที่ขนส่ง
ผมก็หอบของพะรุงพะรัง เข้าไปสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับจุดบริการสอบถามข้อมูลรถ
ผมสนใจจะไปที่ อุทยานศรีน่าน อยากไปผ้าชู้ (ลืมเล่า อิทกับเจบอกว่า จริงๆคนเหนือเขาเรียก "ผาจู้" ไม่ใช่ผาชู้นะ แต่ตอนนี้เพี้ยนไปเป็นผ้าชู้แล้ว )
ส่วนดอยเสมอดาว ก็อยากไปแต่ท่าทางคนจะเต็มไปหมด

จากการถามข้อมูลไปอุทยานศรีน่าน ทำให้ผมโลเลอยู่เหมือนกัน
ผมต้องนั่งรถจากที่ขนส่งออกไปจุดนึง(จำไม่ได้อะ -_-')
แล้วก็ต่อรถ เวียงสา-นาน้อย
จากนั้น ก็ต้องเหมามอไซค์ราคาประมาณ 200 บาท ไปถึงอุทยาน
ตอนนั้นคิดว่าจะเอาไงดีหว่า
ไม่ได้จดที่เที่ยวที่อื่นไว้ด้วย
แต่ก่อนจะคิดอะไรไปไกล
ผมคิดว่า ผมควรจะจองรถกลับก่อนดีกว่าแล้วค่อยวางแผนต่อ
จากการสอบถาม รถกลับวันที่ 3 เต็มหมด และเต็มยาวไปถึงวันที่ 5
มีแต่รถเสริมของ บริษัทขนส่ง O_o (หลอนนะ)
ผมมาคิดๆ ดู ครั้งนี้เราก็เที่ยวอิ่มแล้ว
กลับวันนี้เลยละกัน
ผมเลือกซื้อตั๋วที่สมบัติทัวร์ รอบดึกสุดที่ได้คือ ทุ่มครึ่ง
ค่าตั๋ว 497 บาท เป็น รถ ป.1 ครับ

ที่เลือกรอบดึกสุด เพราะผมตั้งใจจะเที่ยวในเมืองนี่แหละ
หลังจากซืื้อตั๋วแล้ว
ผมก็ฝากกระเป๋าไว้กับที่ขายตั๋วของสมบัติทัวร์
แล้วก็ลุย!

แต่ก่อนจะลุย ผมหิวแล้วละ
เลยนึกถึงเจ ลองถามข้อมูลเบื้องต้นว่ามีร้านของกินอะไรแนะนำไหม
เจบอกว่า ถ้าใกล้ๆ ร้านตรงขนส่งนั่นแหละ ใช้ได้เลย

จริงๆ ร้านอาหารแถวขนส่ง(ในหลายๆจังหวัดที่เคยไปมา)
รสชาติจะไม่ค่อยเท่าไหร่
แต่ที่นี่ค่อนข้างโอเคเลยครับ

กินเสร็จ ผมมายืนดูตรงจุดบริการข้อมูลรถ
เขาจะมีป้ายแนะนำสถานที่เที่ยวในตัวเมืองน่าน
จุดแรกที่ป้ายแนะนำเราก็คือ "วัดพระธาตุเขาน้อย"
จุดเด่นของที่นี่คือ วัดบนเขาที่มองเห็นวิวเมืองน่าน
เจ้าหน้าที่ บอกว่า ถ้าจะไปที่นี่ ไม่ไกลเลย อยู่ไม่ไกลจากท่ารถขนส่ง
นั่งมอไซค์ไปได้ ราคา 30 บาทเอง
ผมก็ไม่พลาดสิ :D

เดินไปตรงวินมอไซค์ เขาบอกว่าเขาคิด 40
ทางมันขึ้นเขานะ
ผมคิดแป๊บนึง แล้วก็อืม 40 ก็ได้

จากขนส่งนั่งรถไปพระธาตุเขาน้อยแป๊บเดียว
แต่ทางก็เป็นทางขึ้นเขาจริงๆ
แม้จะไม่ได้โหดมาก แต่ก็นะ ยอมให้ได้ครับ เห็นวิวแล้วคุ้มค่าที่มาครับ




(วัดพระธาตุเขาน้อย จุดชมวิวเมืองน่าน)





(ยังอยู่ที่พระธาตุเขาน้อยครับ)



(พระธาตุเขาน้อย)





(จากศาลาตรงจุดชมวิว เราจะได้มุมนี้ครับ)


ผมมานั่งเล่นในศาลา ตรงจุดชมวิว อยู่พักใหญ่ๆ
นั่งฟังเพลง ตากลมเย็นๆ สบายใจจัง :)

เมื่อนั่งเล่นจนอิ่มลมแล้ว
ก็ถึงเวลาเดินทางต่อ
ตอนขึ้นมา มอไซค์มาส่งผมถึงด้านบน
เลยไม่ได้สัมผัสการขึ้นบันได(จริงๆ คือผมตอนนี้คงไม่สามารถจะขึ้นได้แล้วละครับ)
ตอนนี้เลยขอสัมผัสการลงแทน
ซึ่งกว่าผมจะลงไปถึงใช้เวลานานเหมือนกันครับ
ก้าวทีละก้าวช้าๆเลยละ




(ทางขึ้นบันไดพระธาตุเขาน้อย ซึ่งเราลงมาแทน :D )






(ทางขึ้นบันไดกับฟิล์มขาวดำ)


จากจุดนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะมีรถกลับไปยังขนส่งหรือเปล่า
เลยถามคุณป้าคนนึง ซึ่งเดินสวนมาพอดี
ป้าเขาบอกว่าที่นี่ไม่มีรถโดยสารนะ
ผมก็คิดในใจว่า เราคงต้องขอติดรถนักท่องเที่ยวสักคันแล้วละ
ในจังหวะท่ีคิดอยู่ ป้าเขาก็เดินไปสตาร์ทมอไซค์
ผมเลยบอกกับป้าตรงๆว่า
"เอ่อ... ป้าครับ ผมรบกวนขอติดรถป้าเข้าเมืองได้ไหมครับ"

ป้าแกตอบมาทันที "ได้ๆๆ"
แล้วแกก็ยื่นกุญแจให้ผม !!!!!!??
ผมเอ่อ.. ป้าครับ ผมขี่ไม่เป็นครับ
ป้าแกก็ "อ่อๆ ไม่เป็นไรๆ ขึ้นมาๆ"
ตอนนั้นค่อนข้างซึ้งน้ำใจป้าเขามากๆเลย
เรานี่โชคดีจัง เจอแต่คนดีๆ :D

ในระหว่างที่คิดว่าตัวเองโชคดี
ผมก็พบว่า ผมคิดผิด......


คือผมถามว่า ป้าจะไปทางไหนหรือครับ
ป้าเขาบอกว่า ป้าจะไปพระธาตุแช่แห้ง
ผมบอกป้าทันที "ป้าครับ ผมขอไปด้วยนะครับ อยากไปพอดีเลย"


ผมบอกแล้วว่าผมคิดผิดครับ
ไม่ใช่โชคดีเฉยๆ แต่ต้องบอก "โคตรโชคดี" เลยละครับ


ระหว่างทางผมชอบหลายๆจุดในน่านนะ
ถ้าผมขับมาเอง คงได้แวะถ่ายรูปเกือบตลอดทางแน่

พระธาตุแช่แห้ง อยู่คนละมุม คนละทิศกับพระธาตุเขาน้อยเลยละ
ค่อนข้างห่างทีเดียว
โชคดีมากที่ได้เจอกับคุณป้าท่านนี้

ส่วนที่คุณป้าเขามาที่พระธาตุแช่แห้ง
คือป้าเขาเอาอาหารมาให้แมวที่นี่

คุณป้ามาส่งผมที่พระธาตุแช่แห้ง
แล้วแกก็บอกว่า จะอยู่ที่นี่นานหรือเปล่า
ผมก็คงนานเหมือนกันครับ
ป้าบอกว่า เดี๋ยวป้าไปให้อาหารแมว คงนานเหมือนกัน
ยังไง เดี๋ยวป้าพาไปส่งกลับเข้าเมือง
ผมก็โคตรซึ้งน้ำใจป้าเขาเลย T_T
เลยบอกป้าเขาว่า ไม่เป็นไรครับป้า
ที่นี่นักท่องเที่ยวเยอะ ผมน่าจะหารถกลับไม่ยาก
แต่ป้าบอก ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวหารถไม่ได้
กลับด้วยกันนี่แหละ T_T (ซึ้งน้ำใจป้าเขามากๆ)
ผมเลยบอกป้าว่า เอางี้เพื่อไม่ให้ป้าต้องรอผม เผื่อผมถ่ายรูปเพลิน
ก็คือ ถ้าผมถ่ายรูปเสร็จ
ผมจะกลับมารอป้าตรงที่จอดรถนี้
แต่ถ้าป้าเสร็จธุระก่อน ป้าไม่ต้องรอผมนะครับ
คุณป้าก็ตกลงตามนี้

ผมก็เดินไปถ่ายรูปและไหว้พระธาตุแช่แห้ง





(พระธาตุแช่แห้ง)





(พระธาตุแช่แห้งอีกมุม)



(จากด้านหลังครับ)










(รูปปั้นม้า ที่พระธาตุแช่แห้ง)




ผมไหว้พระ และเดินถ่ายรูปทั้งในและนอกพระธาตุเสร็จแล้ว
ผมคิดว่าได้เวลากลับละ
พอเดินไปที่รถ ยังเห็นมอเตอรไซค์ของป้า
แต่ก็แปลกใจที่ยังเห็นปลาทูที่ป้าเขาเตรียมให้แมวทำไมยังอยู่ที่รถหว่า
รอได้แป๊บนึง ผมก็เดินไปเข้าห้องน้ำ
กลับมาอีกทีก็เห็นป้าเขารอเราอยู่ที่รถ
ป้าเขาบอกว่า วันนี้ไม่เจอแมวเลย
ปกติจะอยู่แถวๆนี้เต็มไปหมด
สงสัยคนเยอะ เลยหนีหายแตกกลุ่มไป
แล้วคุณป้าเขาก็ซื้อล็อตตารี่
ผมอวยพรให้คุณป้าโชคดี ที่มีน้ำใจให้ผมกับผม
หวังว่าป้าเขาจะโชคดี เหมือนกับที่ผมโชคดีที่ได้เจอคุณป้านะครับ :D
จากนั้น คุณป้าก็ขับมอไซค์มาส่งผมที่กลางเมือง
โดยคุณป้ามาส่งที่ ตรงแยก วัดช้างค้ำ
ซึ่งระหว่างทาง เราผ่านตรงแม่น้ำน่านผมชอบมุมนั้น คิดไว้ว่าต้องไปถ่ายมุมนั้นให้ได้


คุณป้าแนะนำผมว่า จากจุดนี้ให้เดินขึ้นไปเลยนะ
จะมีวัด ภูมินทร์, เสาหลักเมือง, วัดศรีพันต้น และเดินตรงไปถึง ขนส่งได้
ไม่ต้องเสียเงินนั่งมอไซค์หรอก
ผมบอกกับคุณป้าว่า ผมชอบจุดแม่น้ำที่เมื่อกี้เราผ่านมา กะว่าจะไปถ่าย
แต่ป้าเขาว่ามันไม่มีอะไรนะ
จุดท่องเที่ยวจะเป็นตรงนี้ซะมากกว่า
จากนั้นคุณป้าก็ขอตัวกลับบ้าน
ผมไหว้ขอบคุณคุณป้า และจะขอถ่ายรูปคุณป้าไว้เป็นที่ระลึก
แต่ป้าบอกว่า ไม่เอา ไม่ต้องหรอก แล้วคุณป้าก็ขี่มอไซค์กลับบ้าน
ทิ้งความรู้สึกดีๆ กับความประทับใจในการเที่ยวน่านไว้ให้กับผม :) ขอบคุณมากๆครับ


"แอ่วกลางเมืองน่าน"


หลังจากแยกย้ายกับคุณป้าแล้ว
จุดที่ผมยืน คือบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ผมเห็นจุดท่องเที่ยว 3 จุดคือ
วัดพระธาตุช้างค้ำ, วัดภูมินทร์, พิพิธภัณฑ์น่าน

ผมเลือกที่จะข้ามถนนไปทางขวา เพื่อไปวัดพระธาตุช้างค้ำก่อนครับ



(ด้านหน้าพระธาตุช้างค้ำ)


แดดวันนี้ค่อนข้างแรงเหมือนกัน
ผมมานั่งหลบแดดตรงแถวๆ พระธาตุช้างค้ำ
นั่งหลบแดดและก็ฟังเพลงอยู่พักใหญ่ๆ
นั่งตากลมจนรู้สึกพร้อมจะเดินชุดใหญ่แล้ว
ผมก็ลุย!




(พระธาตุช้างค้ำ)




(ผมไม่ได้ศึกษาประวัติมานะครับ แต่ดูจากฐานเจดีย์ เป็นหัวช้างล้อมรอบ คงจะบ่งบอกชื่อได้อย่างดี)





(พระพุทธรูปในวัดครับ)



หลังจากเดินรอบๆ และถ่ายรูปที่วัดพระธาตุช้างค้ำเสร็จแล้ว
ผมก็เลือกที่จะข้ามถนนตรงด้านหน้า
เพื่อไปพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าน

ตรงด้านหน้าทางเข้า จะมีต้นไม้ชนิดหนึ่ง ปลูกเป็นอุโมงค์เลยครับ
ผมพยายามจะถ่ายรูป แต่ก็ถ่ายไม่ได้สักที
เพราะว่าคนมายืนถ่ายตลอดเวลาเลย(แต่มันเป็นจุดที่น่าถ่ายรูปจริงๆครับ)
แล้วผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ภาพที่เราต้องการ ผมก็เลยไม่ถ่ายดีกว่า

จากนั้นก็เสียเงิน 20 บาท เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์
ที่นี่เขาห้ามถ่ายรูป
แต่ก็เห็นหลายๆ คนถ่าย -_-'
แต่ผมไม่ถ่าย ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนดี แต่ผมไม่รู้จะถ่ายอะไร (อ้าว) -_-'
ยืมอ่านเรื่องราวของน่าน สนุกดีเหมือนกันครับ
วันนั้นผมไม่แน่ใจว่ามีดาราหรือเปล่า
เห็นมีผู้หญิงสองคน คนนึงน่าจะเป็นดารา หน้าตาสไตล์แบบพิธีกรสตอบอรี่ ชีสเค้ก
ไม่รู้ว่าใช่ป่าว แต่เห็นมีคนไปขอถ่ายรูปด้วย
เรายืนมอง น่ารักดีเหมือนกัน แต่ไม่ได้ขอถ่ายรูปด้วย
เราคิดว่าคนแบบเราต่างหากที่เขาต้องมาขอถ่ายรูปด้วย! (ไอ้บ้า) -_-' จริงๆ ผมเขินน่ะครับ

ออกมาจากพิพิธภัณฑ์ ก็มาถ่ายรูปด้านหน้าไว้ซะหน่อย
เป็นทำเนียมว่า เรามาถึงแล้วนะ ;)



(พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ครับ อยู่ตรงข้างกับวัดช้างค้ำ ถ่ายรูปก่อนจะจากครับ)



จากพิพิธภัณฑ์น่าน
ผมข้ามถนนอีกครั้ง ก็เป็นวัดภูมินทร์




(วัดภูมินทร์ อยู่ใกล้ๆกันกับวัดช้างค้ำ และ พิพิธภัณฑ์น่าน)


สำหรับที่นี่มีจุดเด่นคือรูปภาพภายในโบสถ์ ซึ่งจะมีเรื่องราวต่างๆครับ
ผมไม่ได้ถ่ายไว้ เพราะไม่ได้พกขาตั้งกล้องติดตัวมา

วันนั้นมีน้องนักศึกษา มาบรรยายประวัติของรูปภาพต่างๆด้วย
ได้ความรู้ดีครับ

จากวัดภูมินทร์ ผมหันหน้าเข้าหาศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
แล้วเดินไปทางขวามือ (เดินมั่วๆ ไม่ได้ถามใคร --')

เดินๆไปเกือบสุดท้าย
ก็เจอที่ที่ผมหวังว่าผมคงไม่ต้องเข้าไปหรอกนะ




(เรือนจำจังหวัดน่าน)


ที่นี่อยู่เกือบสุดถนน
ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าจะเดินไปทางไหนต่อ
เห็นร้านข้าวเกรียบปากหม้อร้านนึง
เลยเข้าไปซื้อแล้วก็ถามทางด้วย
เขาบอกว่าตรงนี้ไม่มีอะไร
ถ้าจะไปเสาหลักเมืองให้กลับไปที่วัดภูมินทร์แล้วเลี้ยวซ้ายแล้วก็ขึ้นยาวเลย

จากนั้นผมก็ซื้อข้าวเกรียบปากหม้อมาชุดนึง
งงๆ นิดหน่อยทำไมไม่มีกล่องใส่ให้เรา
มาเป็นถุงแถมมัดปากถุง และมีช้อนให้ด้วย
พอมาดู ถึงรู้ว่า
มันคือข้าวเกรียบปากหม้อในน้ำกะทิครับ
ตอนนั้นรู้สึกเป็นภาระแฮะ
เพราะผมจะหาที่นั่งกินที่ไหนเนี่ย
คือตอนซื้อเข้าใจว่าเป็นแบบทั่วๆไป กะเดินกินไปเรื่อย

ผมเลยเดินกลับไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
เห็นมีร้านกาแฟอยู่ กะว่าไปซื้อกาแฟ แล้วนั่งกินตรงนั้นละกัน




(กลับมาท่ีบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว)


ที่บริเวณนี้วุ่นวายอยู่พอควร
เพราะหลายๆคนก็คงคิดแบบเดียวกับผม
หาที่นั่งกินของจุกจิก มีผู้คนมาซื้อกาแฟ และน้ำเต็มไปหมด
ร้านขายดีจนน้ำแข็งหมด
ผมก็เลย นั่งกินข้าวเกรียบปากหม้อตรงนี้แหละ ไม่เอากาแฟละ ;p
แล้วผมก็พบว่า ข้าวเกรียบปากหม้อน้ำกะทิ มันอร่อยมากเลยอะ
ชอบมาก เกิดมาเพิ่งเคยกินครับ รสถูกปากผมดี

นั่งพักที่นี่อยู่พักใหญ่ เวลาตอนนั้นประมาณ 4 โมงได้
ผมยังเหลือเวลา 3 ชั่วโมง
ถ้าเดินไปขนส่งตอนนี้น่าจะเร็วไป
เลยเลือกจะไปตรงแม่น้ำน่าน จุดที่ผมบอกว่าผมอยากไปถ่ายภาพ
ผมเดินย้อนกลับไป
ผ่านศาลจังหวัดน่าน และก็จะเจอสี่แยก
จะมีวัดกู่คำและสวนสาธารณะศรีเมือง




(วัดกู่คำ)


ตรงด้านข้างวัดจะมีการปิดถนน ขายของกันเต็มทางเลยครับ
เวลาที่ผมไป ร้านค้ากำลังเริ่มเปิดร้านเอง

ส่วนด้านข้างมีสวนธารณะศรีเมือง ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ
ผมเดินตรงไปเพื่อไปถนนที่อยู่ริมแม่น้ำน่าน
ตอนเดินผมผ่านซอยวัดพญาภูด้วย
แต่กะว่าเด๋ียวค่อยมาเดินตอบกลับ


และผมก็มาถึงครับ
ดูรูปกันเลยนะ ทำไมถึงผมยอมเดินมาที่นี่ ให้รูปเล่าแทนเลยครับ :)













(ส่วนตัวชอบภาพนี้ครับ :)





(แม่น้ำน่านกับฟิล์มขาวดำ)


ผมใช้เวลาอยู่ตรงนี้อยู่พักใหญ่ นอกจากถ่ายรูปแล้ว
ก็ยืนมองแม่น้ำและผู้คนเล่นๆครับ


จากนั้นก็เดินกลับ
แน่นอนว่า ผมต้องแวะวัดพญาภู
วัดพญาภู ไม่ได้อยู่ในถนนหลักที่เดินมา
ต้องเข้าซอยไปหน่อย
แต่มีป้ายบอกทางชัดเจนครับ หาไม่ยาก




(วัดพญาภู)



(วัดพญาภู ฟิล์มขาวดำ)







ใช้เวลาที่นี่ไม่นานนัก
เพราะผมไม่ได้เข้าในในตัวโบสถ์
มาถ่ายรูปด้านนอกซะมากกว่า
และผมต้องออกตัวเลยว่า แม้จะผมจะถ่ายรูปวัด
แต่ก็ไม่ใช่คนที่สนใจด้านประวัติศาสตร์อะไร
แค่ผ่านมาแล้วก็ดูความสวยงามทางสถาปัตย์แล้วก็จากไปครับ
[ซึ่งจะต่างกับเพื่อนผมที่ชื่อ บิน คนนี้จะสนใจด้านประวัติมาก
เวลาเท่ียวกับเขา เหมือนเราได้ไกค์ชั้นดี ที่อธิบายประวัติอย่างละเอียด
ทำให้สถานที่นั้นสวยกว่าสายตาเข้าไปอีก
แต่อย่างที่บอกไป แต่ละคนไม่เหมือนกันครับ ผมชอบฟังประวัติศาสตร์
แต่ขี้เกียจหาข้อมูลครับ -_-']

ถัดจากวัดพญาภู
จุดหมายต่อไปคือเสาหลักเมืองน่าน วัดมิ่งเมือง
ซึ่งค่อนข้างไกลเหมือนกัน
[มารู้ทีหลังว่าแค่กิโลเดียว ทำไมมันรู้สึกไกลจัง-_-']
โดยต้องเดินกลับไปที่วัดภูมินทร์แล้วตรงไปอีก

มาถึงวัดมิ่งเมือง (เสาหลักเมือง)
ที่นี่ค่อนข้างสวยมากครับ



(วัดมิ่งเมือง เสาหลักเมืองน่าน)















(เสาหลักเมืองน่าน)




หลังจากถ่ายรูป และเข้าไปไหว้พระที่ด้านในแล้ว
จุดหมายสุดท้ายของผมคือ วัดศรีพันต้น


เดินจากวัดมิ่งเมืองไปไม่ไกลนัก ประมาณ 400 เมตรได้ก็จะเจอสี่แยก
ซึ่งวัดศรีพันต้นจะอยู่หัวมุมเลยครับ




(ถนนด้านหน้าวัดศรีพันต้น)



ที่วัดนี้มีโรงเรือด้วย


(โรงเรือ บ้านศรีพันต้น)





(วัดศรีพันต้น)





(ตรงฐานจะงานปั้นหนุมาน สวยงามเชียว)



คือช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมคิดว่าคงจะไม่ไปไหนต่อแล้ว
เลยถ่ายให้หมดม้วนนะครับ อาจจะสะเปะสะปะไปบ้าง ^^'
เช่นภาพนี้เป็นต้น


(หัวเรือ)




(ด้านบนสวยงามของวัด)



ส่วนฟิล์มขาวดำก็ใกล้หมดแล้วเช่นกันครับ


(วัดศรีพันต้น ขาวดำ)



"ลาก่อนเมืองน่าน"

ตอนนั้นน่าจะเกือบๆ 6 โมงได้
ผมคิดว่าเป็นเวลาที่ดีที่เราจะกลับไปที่สถานีขนส่ง เพื่อเตรียมตัวกลับเสียที
เดินอีกประมาณ ครึ่งกิโล
ก็กลับมาที่สถานีขนส่ง

กลับมาก็เข้าไปเอาเสื้อผ้าที่ฝากไว้ และก็อาบน้ำที่ห้องอาบน้ำตรงสถานีแหละครับ

เมื่ออาบเสร็จก็แพคกระเป๋าเก็บของให้เรียบร้อย
ผมเหลือฟิล์มขาวดำอีกราวๆ ภาพสองภาพ
ส่วนฟิล์มสีผมเหลืออีกภาพเดียว
ผมขอถ่ายรูปพี่ที่ให้ผมฝากกระเป๋าไว้เป็นระลึก
ผมเลือกใช้ฟิล์มขาวดำ
และก็ผมว่า ผมคิดไม่ผิดครับ :)




(ขอบคุณ พี่ที่บริษัทสมบัติทัวร์ที่ให้เราฝากกระเป๋าใบโต ทำให้เที่ยวน่านอย่างสบายใจ)


หลังจากถ่ายรูปแล้ว ผมก็นั่งเล่นรอเวลากลับ
ระหว่างนั่งเล่น พบความวุ่นวายต่างๆ มากมายที่สถานี
หลายๆคนพยายามจะซื้อตั๋วกลับพรุ่งนี้
ซึ่งก็พบกับความผิดหวัง เพราะเขาต้องรอรถพรุ่งนี้
ถึงจะตอบได้ว่าจะมีรถเสริมเข้ามากี่คัน
เพราะรถรอบหลักๆ นั้นเต็มไปนานแล้ว
ผมนั่งเล่นจนทุ่มครึ่ง ก็ถึงเวลารอมาเสียที
รถมาตรงเวลาครับ
แต่ออกช้านิดหน่อย ไม่ว่ากัน
สำหรับรถคันนี้ก็พอหลับได้ครับ
ดีกว่า รถเสริมเยอะเลย
แถมรถคันนี้มีทีวีให้สองเคร่ือง
แต่มีการแบ่งชนชั้นแหละ
ทีวีเครื่องหน้ารถ จะเป็นจอ LCD
ส่วนทีวีกลางรถเป็นทีวีตูดใหญ่ๆ รุ่นเก่า
ผมนั่งตำแหน่งกลางรถเลย อยู่หน้าทีวีรุ่นเก่า
ผมมองเห็นโทรทัศน์สองจอเปรียบเทียบกัน
เห็นได้ชัดกว่าจอ LCD มันคมกว่า ดีกว่าจริงๆครับ T_T
บนรถเปิด แฟคเตอร์ที่รัก
ผมเพิ่งเคยดู ฮาดีเหมือนกัน (คนขำทั้งรถ)
นางเอกน่ารักดี :)
(ว่าแต่ผมจะเอามาเล่าทำไมเนี่ย--')



"แด่น่าน"

สำหรับผมแล้ว เมืองน่านเป็นเมืองที่ดีมากเมืองหนึ่ง
มีวัดที่สวยงาม มีศิลปะที่น่าสนใจ
เสียดายที่ผมไม่ได้ชิมอาหารจริงๆ จังๆ
ผมลืมเล่าไปว่า ตอนก่อนจะกลับ ผมแวะไปซื้อคอหมูย่างเจ้านึง
ดูเก๋าๆ ดี รสชาติอร่อยทีเดียว
แต่ส่วนอาหารอื่นๆ ผมไม่ได้ลิ้มลองเท่าไหร่
มัวแต่บ้าพลังเดิน
ยังมีอีกหลายจุดที่ผมไม่ได้ไปเดิน
อย่างถนนคนเดิน หรือตลาดเมืองน่าน (นั่งรถผ่านเฉยๆ)
ถ้าได้มาอีก อยากจะขับรถเล่นไปเรื่อย
คงเดินแบบนี้ไม่ไหวแล้วละ ;p




"เธอมันก็แค่หลงในเสน่ห์เงินตรา"

รถจากน่านมาถึงถึงบริษัทสมบัติทัวร์ราวๆ ตี 5 กว่าๆ
แต่ผมเลือกที่จะลงหมอชิต
ซึ่งกว่าเข้าหมอชิตได้ใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมงครับ
รถติดมาก
ผมไม่อยากคิดถึงวันที่ 3 และ 4 เลย จะขนาดไหนเนี่ย
ขอเล่าเรื่องปัญญาอ่อนอีกหน่อยนะครับ(มันก็ติงต๊องมาตลอดทริปแหละเนอะ)

ช่วงที่รถเข้าหมอชิตไม่ได้สักที
ครึ่งชั่วโมงที่แสนน่าเบื่อ
ทางรถเปิด MV ลูกทุ่งไปหมดแผ่นก็แล้ว
แต่รถก็ยังเข้าหมอชิตไม่ได้
เขาเลยงัดเอาไม้เด็ดครับ
เอาละครช่อง 3 มาเปิด
มันคือ "เสน่ห์เงินตรา"
ผมไม่เคยดูเรื่องนี้ แต่เคยได้ยินหลายคนด่าๆในเว็บ
ผมได้ดูแล้วชอบมากครับ
ไม่ได้ชอบว่ามันสนุก
แต่ชอบที่มัน "กากมาก"
โคตรกากละครเลยละครับ สร้างมาได้ไงก็ไม่รู้
บทพูดห่วยแตกชนิดที่คุณคงไม่มีทางเอาไปพูดกับใครแน่ๆ
ประเภท ผู้หญิงอย่างคุณมันหลงในเสน่ห์เงินตรา(!?????)
ต้องขอบคุณสมบัติทัวร์มากๆ
ช่วงเวลาที่เปิดละครเรื่องนี้ ผมหายเบื่อกับการรอรถเข้าหมอชิตเลยครับ
ดูไปก็หัวเราะไป ฮาในความกากโคด (ละครบ้าอะไรก็ไม่รู้)




เช้า 2 มกราคม 2010

"กรุงเทพฯ ผมกลับมาแล้วครับแม่"

กว่าจะมาถึงหมอชิต
กว่าจะนั่งรถเมล์กลับบ้าน(ผมนั่ง 529 สายเดียวถึงบ้านเลยครับ)
ผมมาถึงบ้านประมาณ 8 โมงได้
ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะถ่ายฟิล์มสีภาพสุดท้ายเป็นภาพแม่ใส่บาตร
แต่กว่าจะมาถึงก็สายโด่ง
แถมที่บ้านตอนนี้ก็วุ่นๆกับการทำความสะอาดบ้าน
ภาพสุดท้ายของทริปนี้ผมเลยกลายเป็นภาพนี้ครับ


ภาพสุดท้ายของฟิล์มม้วนนี้



ตอนถ่ายภาพนี้ แม่บ่นว่า มัวแต่ถ่ายรูปอยู่ได้ มาช่วยกันสิฟะ ......


ก็เป็นอันจบทริปบ้าๆ บอๆ ของผมครับ

ขอบคุณบิน ที่แนะนำภูแว และคำแนะนำต่างๆ
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ภูแว, และท่ีขุนน่าน พวกพี่น่ารักมากๆครับ
ขอบคุณทิม ที่ใจดีให้ติดรถถึงสองครั้ง :)
ขอบคุณกลุ่มคุณก่าแป๊ง ที่ได้ร่วมพูดคุยกัน และทำให้ผมได้มิตรเพิ่ม :)
ขอบคุณพี่นักท่องเที่ยวที่ขุนน่าน(ไม่ได้ถามชื่ออะ) ที่ได้ถ่ายรูปร่วมกัน และน้ำใจที่มีให้
ขอบคุณพี่รถกะบะสีขาวที่ให้ติดรถตอนกลับจากบ้านสะปัน
ขอบคุณพี่รถโฟล์วิว ที่ให้ติดรถ
ขอบคุณ ตั้ม เพื่อนใหม่ที่อาจจะได้เที่ยวร่วมกันสักทริป
ขอบคุณ เจ้าของปรางค์ทองแมนชั่นมากๆ สำหรับสุรา อาหาร และที่พัก :)
ขอบคุณ เจ และอิท และเพื่อนอีกคน ร้านนมสด ที่พาผมเที่ยวปัว และผมก็ได้มิตรดีๆเพิ่ม
ขอบคุณ ป้าร้าน IMF ขอให้ร้านดังๆๆๆ ยิ่งขึ้น แต่อย่าขึ้นราคานะ :)
ขอบคุณ ป้าที่เมืองน่านมากๆๆๆ ขอให้ป้าโชคดีถูกลอตตารี่ครับ
ขอบคุณ เจ้าหน้าที่สมบัติทัวร์ที่ให้ฝากกระเป๋าใบใหญ่ :D
ขอบคุณ วิค ที่อุตสาหโทรมาถามไถ่ เสียดายที่มึงไม่ได้มาด้วย
และสุดท้าย ขอบคุณที่บ้าน ที่เข้าใจในความบ้าๆ บอๆ ของผม :D


ต่อไปผมจะเริ่มย้อนทริปเก่าๆ ที่ไม่ได้เขียนลงซะที
ทริปสังขละบุรี
ทริปเที่ยวอีสาน มุกดาหาร-อุบล
ทริปภูสอยดาว-เขาค้อ(อันนี้เคยลงพันทิยพ์ไปแล้ว ไม่รู้โดนลบไปหมดยัง)
ทริปแม่ฮองสอนกับบ้านพี่กีบ

:D สวัสดี และขอบคุณที่อ่านจนจบครับ


Create Date : 22 มกราคม 2553
Last Update : 22 มกราคม 2553 1:38:48 น. 19 comments
Counter : 3149 Pageviews.  

 
ที่จริงเกือบได้ไปเคาท์ดาวน์ที่น่านแล้วค่ะ แต่เปลี่ยนแผนไปเชียงคานแทนเสียก่อน พอได้มาอ่านกับดูรูปแล้วชักอยากไปน่านบ้างแล้วสิ

ขอบคุณที่มารีวิวให้นะคะ


โดย: bellbomb (Applebee ) วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:2:07:34 น.  

 
น่าไปๆๆๆๆๆๆๆ บ้านเพื่อนอยู่นั่นพอดี หุหุ

เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้เนอะ



โดย: แมวโหด วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:5:15:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ช่วยแสดงความคิดเห็น ตอบแบบสอบออนไลน์เพื่อการศึกษา ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน่อยค่ะ
ตาม link
//spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dFBZSVJOeks5QUJxeHVGNy1ISlplMnc6MA

ปล. หากเป็นการรบกวนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และหากเคยตอบแบบสอบถามแล้ว รบกวนตอบอีกครั้งนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: kaewnumsai วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:9:32:03 น.  

 
อิจฉาคนเที่ยวคนเดียว เราอยากไปเที่ยวคนเดียวเหมือนกัน แต่เป็นผู้หญิงคงไม่เหมาะและไม่ปลอดภัย แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือเราไม่กล้านอนคนเดียว...กลัวผผผผผี...


โดย: งาขาว วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:9:37:16 น.  

 
เก่งจริงๆไปเที่ยวคนเดี่ยวได้ แล้วเข้ามาเล่าใหม่นะ


โดย: เด็กน้อย IP: 125.27.175.72 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:9:55:06 น.  

 
อยากฟังเรื่องสังขระ กะว่าจะหนีที่บ้านไปสักครั้ง ยังไม่เคยไปอยากไปเค้ากลัวว่าจะไปคนเดียวจะไม่ปลอดภัย แต่ไม่เป็นไรมีหน้าตาเป็นอาวุธ ขอบคุณล่วงหน้า


โดย: เด็กน้อย IP: 125.27.175.72 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:10:09:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ

อยากไปเที่ยวน่านบ้างจังเลยค่ะ
ถ่ายรูปออกมาสวยนะคะ แต่ละที่น่าไปเที่ยวชมทั้งนั้น
เดินทางคนเดียวซะด้วย ไว้สักวันเราเจอกันค่ะจังหวัดน่าน


โดย: mamminnie วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:11:22:28 น.  

 
เป็นPostcard ได้ทุกภาพเลยนะครับ
คุณถ่ายภาพท่องเที่ยวได้ยอดเยี่ยมมาก
ผมอ่านมาสองบล๊อครู้สึกจิดใจฮึกเหิม อยากมีเวลาสักนิดจะตะลอนแบบคุณบ้าง อีกนิดเท่านั้น อ่านต่ออีกสักบล๊อคสองบล๊อคคงลุกขึ้นแพ๊คกระเป๋าตามแน่ เป็นการเดินทางที่ได้รสชาติดีจริง ๆ เอารถเบ๊นซ์มาแลกก็ไม่ยอม

ปอลอ. ดีจัง เดี๋ยวนี้ล้างรูปพร้อมสแกนให้เราเลย แถมราคาไม่แพงอีกต่างหาก อยากเอาสไลด์เก่า ๆ ของเราไปสแกนบ้างจัง แต่มันต้องไม่ใช่ราคา 60 บาทแน่นอน คงแพงกว่านั้นมาก


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:12:44:33 น.  

 
ติดตามจนถึงตอนจบเลยค่ะ(เจ้า)
ในฐานะเป็นลุกหลานคนเมืองน่านก็รู้สึกดีใจที่มีคนมาเที่ยวน่านอย่างคุณ.... และถ่ายทอดประสการณ์การท่องเที่ยวให้คนอื่นได้รับรุ้(..ของคุณเจ้า..) ถ้ามีโอกาสอีก..อย่าลืมมาเที่ยวน่านอีกนะค่ะ(เจ้า)


โดย: น่านน่าอยู่ IP: 222.123.70.195 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:19:14:50 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกว่าวันที่ 1 เราน่าจะเดินสวนกันไปสวนกันมาอยู๋หลายรอบเหมือนกันนะเนี่ยยยยยย อิอิ..

วัดมิ่งเมืองสวยมากๆ ไม่น่าพลาดเลย แถมยังมีอีกหลายที่ที่ไม่ได้ไปด้วย แบบนี้คงต้องไปอีกรอบแล้วววววว ..เราได้ไปวัดกู่คำตอนกลางคืนมาสวยดี พระธาตุงามมากๆ เค้ามีให้สรงน้ำพระธาตุด้วย โดยชักรอกขึ้นไปพอถึงก็ให้ดึงเชือกเพื่อสรงน้ำ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน เจ๋งดีอ่ะจ้า

ปล.รู้สึกดีมากๆเลย ที่ตัดสินใจไปน่านและขึ้นดอยภูแวช่วงปีใหม่นี้ ทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่าง โดยเฉพาะมิตรภาพจากการเดินทาง


โดย: ก่าแป๊ง วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:20:08:06 น.  

 


สวัสดีคะ แวะมาทักทาย มีความสุขในวันหยุดนะคะ



โดย: หน่อยอิง วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:21:34:46 น.  

 
นั่นสิ..อ่านดูแล้วถ้าเป็นเวลาเดียวกันต้องมีได้เดินสวนกันบ้างล่ะ
เพราะสถานที่ไปวันที่ 1 มันก็ที่เดียวกันเลย
ตอนคุณวัชไปพระธาตุแช่แห้ง เห็นแม่หญิงทั้ง 3 หรือเปล่านะ 555+

จบซะแล้ว อ่านกำลังเพลินเลย ไว้จะติดตามทริปต่อๆไปนะคะ


โดย: Benze' IP: 203.121.151.218 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:21:44:31 น.  

 
บรรยายละเอียด รูปสวยจัง..


โดย: Maew IP: 87.148.17.92 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:22:29:12 น.  

 


คุณ bellbomb (Applebee)
- สลับกันครับ เดี๋ยวปลายเดือนนี้ผมจะไปเชียงคานครับ :D


คุณ แมวโหด
- ใช่แล้ว เมืองไทยเราที่เที่ยวตรึมเลยครับ (แต่มีเงินก็อยากไปต่างประเทศบ้างอะ T_T)



คุณ kaewnumsai
- ผมเข้าไปในเว็บแล้ว แต่คงช่วยไรไม่ได้ครับ ผมงงกับแบบสอบถามมาก เพราะมันย้ำกับเรื่องการซื้อสมุนไพรออนไลน์ ผมไม่เคยใช้ และก็ซื้อของออนไลน์น้อยมาก ไปไม่ถูกเลยครับ



คุณ งาขาว
- ตอบจริงๆนะ ผมกลัวคนและสัตว์ดุร้าย สัตว์มีพิษมากกว่าผีอะครับ -_-'


คุณเด็กน้อย
- สังขละบุรีไปง่ายครับ และค่อนข้างปลอดภัยมากครับ
แต่ทริปนั้น ผมถ่ายรูปไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กะว่าไว้จะไปแก้ตัวอยู่เหมือนกัน
ผมอัพโหลดรูปเตรียมจะเล่าเรื่องแล้ว อิๆ สามารถเข้าไปดูรูปก่อนได้ที่นี่ครับ
//www.tripntale.com/trip/10152/kanchanaburi-thailand-sungkhaburi


คุณ mamminnie
- ดีใจที่เขียนให้คนอยากไปน่าน รู้สึกประสบความสำเร็จครับ


ตุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
- ขอบคุณครับ :D ลองอ่านขึ้นภูแววันแรกกับวันที่สองสิครับพี่
พ่ีต้องอยากไปขึ้นแน่ๆ เชื่อผม :D
*ฟิลมสไล ถ้าล้างมาเรียบร้อยแล้ว สแกนอย่างเดียวไม่น่าจะแพงมากนะครับพี่
น่าจะไม่เกินม้วนละ 100 บาทครับ
ผมเคยล้าง (ล้างสไลจริงๆ ไม่ใช่ล้างครอส ) +สแกนฟิล์มสไล ม้วนละ 120-140
คุณภาพ ผมตอบไม่ได้ว่า ร้านล้าง หรือ สแกนไม่ดี หรือจริงๆ ผมถ่ายห่วย
ผมเลยไม่ค่อยอยากถ่ายสไลค เพราะว่าแพง แถมรู้สึกว่าตัวเองฝีมือไม่ถึงครับ


คุณ น่านน่าอยู่
- ต้องหาโอกาสไปแน่นอนครับ ยังมีอุทยานภูคา กับ​ศรีน่าน และก็พระตำหนักภูฟ้า
ไหนจะล่องแก่งที่ขุนน่านอีก ต้องได้ไปอีกแน่นอนครับ


คุณ ก่าแป๊ง
- ดีแล้วที่ไปมาไม่เหมือนกันครับ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน :D
ดีใจเหมือนกัน ที่ไปภูแวครับ :D


คุณ หน่อยอิง
- สวัสดีครับ


คุณ Benze'
- จริงๆ เราอาจจะสวนกันก็ได้นะครับ :D
แต่วันท่ี 1 เมืองน่านคีกคักจริงๆครับ คนเยอะหลายๆที่เลย
ผมว่าเราต้องมีผ่านกันสักช่วงเวลานึงแน่ๆ :)


คุณ Maew
- ขอบคุณครับ :)


โดย: วัชเจียเหว่ย วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:0:38:53 น.  

 
ภาพสวยเนื้อเรื่องเยี่ยมครับ อ่านเพลินมากกๆๆๆๆ

โดยส่วนตัวอยากจะไปน่านมานานแหละ แต่ยังไ่มมีโอกาสไปสักที Y-Y เห็น บล๊อกนี้ ทำให้อยากไปอีกแล้วครับ


โดย: กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:22:11:54 น.  

 
ภาพสวยนะครับ


โดย: @Piyalyai999 IP: 223.206.175.118 วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:15:17:25 น.  

 
ขอบคุณครับ :)


โดย: วัชเจียเหว่ย วันที่: 31 ตุลาคม 2554 เวลา:0:57:51 น.  

 
สวัสดีค่ะ เราเป็นลูกสาวของป้าที่พูดถึงในร้านIMF.เองขอบคุณมากนะคะ ที่เล่าเรื่องราวของปัว ของน่าน ของบ้านเรา ยินดีต้อนรับหากจะแวะมาเที่ยวอีกครั้งนะคะ..
ปล..ฝากเพจ.ในเฟสบุ๊คของร้านด้วยนะคะ ร้านIMF. ปัว น่าน ^^ ช่วงสิ้นปีมีโอกาสก็มาอีกนะคะจะอาสาพาเที่ยวเอง มีที่เที่ยวบรรยากาศดีๆอีกเยอะ มุมสวยๆที่อยากให้ช่วยถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวอีกมากมายเลยค่ะ ปล.2 ชอบฝีมือการถ่ายภาพมาก สวยมากเลยค่ะ ^^


โดย: clear kataiyang IP: 203.131.215.155 วันที่: 28 ตุลาคม 2556 เวลา:11:16:17 น.  

 
ขอบคุณเจ้าของภาพที่ใจดีได้นำเสนอภาพสวยๆ น่านบ้านเราให้ได้รู้จัก น่านก็คือน่านเมืองอริยธรรมที่ยั่งยืน ..ยังสวยเหมือนเดิม ( หนาวด้วยนะ ) น่าน...นะสิ.


โดย: น่านฟ้าใสรีสอร์ท IP: 110.78.145.27 วันที่: 20 มกราคม 2557 เวลา:8:39:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]