มึนไปตามใจฝัน
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
29 มกราคม 2552

6 วันในการเดินทาง "กรุงเทพฯ-หมู่เกาะสุรินทร์-??" [วันที่สามหมู่เกาะสุรินทร์]

7 ม.ค. 52 ณ หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัด พังงา
วันที่สามบนเกาะสุรินทร์

วันนี้ผมหลับๆ ตื่นๆ ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่
แถมวันนี้ท้องฟ้าก็ไม่สดใสเอาซะมากๆ
หวั่นใจว่าวันนี้ทริปดำน้ำจะประกาศยกเลิกไหมเนี่ย

ออกมานอกเต๊นท์ สาวเกาหลีก็ออกมาวอร์มร่างกาย
พวกเธอยืนบิดตัว และก็แขนซ้ายเอียงไปทางขวาแล้วเอาแขนขวาล็อคแขนซ้าย
เราเห็นแล้วก็เลยเลียนแบบมั่ง
ก็ดีเหมือนกันแฮะ สบายๆตัวดี
หลังจากวอร์มร่างกายแล้ว
ก็แยกย้ายไปล้างหน้าแปรงฟัน

หลังจากล้างหน้าเสร็จก็กลับมายังเต๊นท์
ปรากฏว่าโซเฟียหยิบเจ้าปูเสชวล ตัวนี้มาด้วย




ปูเสชวลจะมีอยู่เต็มไปหมดตรงแถวห้องน้ำ
ยิ่งเวลากลางคืนจะออกมาเยอะมากเลยล่ะ
เวลาเข้าห้องน้ำ ผมละกลัวจะไปเหยียบพวกมันจริงๆ

ส่วนเจ้าปูเสชวลตัวนี้พวกเราต้องทำเป็นไม่สนใจมันอยู่นานเหมือนกัน
กว่าจะยอมออกมาเดิน

เล่นกับเจ้านี่สักพักก็ เลิกสนใจ ปล่อยให้มันอยู่ของมันดีกว่า
มันคงไม่สนุกกับเราด้วยหรอกเนอะ


เดินเล่นริมหาดมาเจอเจ้านี่

Lucky200_010709_013

ตัวนี้ขี้กลัวยิ่งกว่าตัวเมื่อกี้ รอตั้งนานกว่าจะยอมออกมาเดิน

เดินเล่นสักพักก็แวะไปโรงอาหารดื่มน้ำ
และก็ไปคุยกับเจ้าหน้าที่
เรื่องทริปดำน้ำ ถามเขาถึงจุดดำน้ำ "สิ้นคิด" ว่าทำไมอุทยานไม่มีพูดถึง
เจ้าหน้าที่ก็หัวเราะ
เขาบอกว่า ที่อุทยานไม่จัด เพราะดูชื่อมันสิ
คือถ้าจุดดำน้ำไหนไม่สามารถไปได้ เขาก็จะพาไปที่นั่นเองแหละ
คือ สิ้นคิด เนี่ย มันอยู่ไม่ห่างจาก อ่าวช่องขาด
สามารถไปดำได้ตลอดเวลา ;p

ส่วนทริปดำน้ำวันนี้เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ล่มหรอก
ส่วนใหญ่ตอนเช้า จะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก
ไม่เหมือนตอนบ่ายที่อาจจะเปลี่ยนแปลง
เขาก็บอกอีกว่า วันนี้ตอนบ่ายทริป เกาะสต๊อก กับ อ่าวจาก ก็อาจจะไม่ได้ไปอีก
T_T ผมก็ได้แต่หวังว่าสภาพอากาศคงเป็นใจให้ผมได้ไปสิน่า
คุยกับเจ้าหน้าที่ผมก็ซื้อตั๋วดำน้ำตอนเช้า
โดยลืมลงชื่อในสมุด เพราะคิดว่าซื้อตั๋วแล้วคงไม่ต้องลงชื่อแล้วมั้ง ;p

ระหว่างกำลังจะกลับไปที่เต๊นท์เพื่อกินขนม เป็นมื้อเช้า
ก็เจอกับพี่พลอยเข้า
พี่พลอยก็บอกว่า เมื่อวานที่ไปดำน้ำ โชคดีมาก เจอเต่าด้วย
ฟังแล้วก็อิจฉา ไมเราไม่เจอไรงี้บ้างละเนี่ย
พี่พลอยบอกว่า วันนี้พี่เขาจะกลับแล้ว
ตามทัวร์ของเขาจะไปหมู่บ้านมอร์แกน
แต่แฟนเธออาจจะไม่ไปด้วย อยากนอนพักมากกว่า
พี่พลอยก็บอกชวนว่า เช้านี้ไปหมู่บ้านมอร์แกนไหม
เพราะตั๋วเหลือ น่าเสียดาย
ผมก็โหยยยยย เพิ่งซื้อตั๋วดำน้ำไปเองครับพี่
อยากไปหมู่บ้านมอร์แกนเหมือนกัน แต่กะว่า ไว้ไปวันกลับ
เพราะสอบถามเจ้าหน้าที่แล้ว เขาจะมีออกไปทุกเช้า

กลับมาที่เต๊นท์ผมก็กินพริงเกิ้ล(ที่เหลือจากเมื่อวาน)
กับปลากระป๋องทูน่า(กระป๋องใหม่)
เป็นมื้อเช้าที่ดีนะ อยู่ท้องดี
จากนั้นผมก็ถามจีอึนว่า วันนี้ไปดำน้ำหรือเปล่า
พวกเธอก็บอกว่า ไปสิ แล้วก็ถามกลับว่า วันนี้ผมไปไหม
ผมก็บอกว่าไป เนี่ยฉันซื้อตั๋วแล้ว
พวกเธอก็อ้าวเหรอ ก็เลยรีบออกไปซื้อตั๋วกันบ้าง
เพราะตอนนี้ก็ 8 โมงเกือบๆครึ่งละ

จากตอนแรกฟ้าไม่สดใส ไปๆ มาๆ
ฟ้าก็แจ่มใสขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ผมเลยพกกล้องดิจิตอลไปถ่ายแทน
กะว่าเอาแบบสบายๆ ละกัน พกกล้องฟิล์มไปแล้วห่วงมันจะเจ๊ง

พวกเราไปถึงจุดรอเรือประมาณ 8 โมง 45
วันนี้คนค่อนข้างเยอะทีเดียว
เจอฝรั่งหลายคน รวมทั้งกลุ่มคนที่ไปดำน้ำกันเมื่อวานด้วย
พอถึงเวลาลงเรือ
เจ้าหน้าที่ก็ถามชื่อ เราก็บอกว่า ผมลืมลงชื่อ
ปรากฏว่าโดนดุนิดหน่อยแฮะ เขาบอกว่าทีหลังต้องลงชื่อนะครับ
เผื่อเกิดเรือเต็มขึ้นมา จะวุ่นวายกัน
> < ขอโทษค๊าบบบบ

โชคดีที่เรือไม่เต็ม
แล้วก็โชคดีที่ได้ขึ้นเรือกับกลุ่มจีอึนด้วย
ก็เลยยังคงเกาะกลุ่มกันไปเหมือนเดิม
แต่อีกอันที่ไม่รู้จะเรียกว่าดวงนำพาหรือเปล่า
นอกจากกลุ่มของจีอึนแล้ว
อีกกลุ่มที่ขึ้นเรือไปด้วยก็เป็นกลุ่มชาวเกาหลีอีก 3 คน
เป็นผู้ชายสองคน และผู้หญิงคนนึง
ชายคนนึงดูวัยรุ่นหน่อย ส่วนอีกคนดูมีอายุกว่า
ส่วนผู้หญิงก็ดูอายุกว่ากลุ่มของจีอึนและโซเฟีย

ระหว่างเรือล่องออกไป
ชายเกาหลีคนที่ดูหนุ่มที่ใส่หมวก ก็ทำหมวกปลิว หลุดลอยหายไป
แอบคิดในใจ คนเกาหลีนี่ชอบทำหมวกตกน้ำแฮะ เพราะตอนเจอโซเฟียบนเรือ
ก็ทำหมวกตกน้ำเหมือนกัน

เขาก็บ่นๆ ภาษาเกาหลีไรของเขาไม่รู้สักอย่าง
จากนั้นผู้ชายที่มีอายุก็ชวนผมคุยเป็นภาษาอังกฤษ
อยู่ๆ เขาก็ถามผมว่า ถ้าอยากจะถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น กับพระอาทิตย์ตก
ต้องไปถ่ายตรงไหน
ผมก็บอกว่าไม่แน่ใจเรื่องจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น
แต่ถ้าจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก ผมเพิ่งไปถ่ายมาเมื่อวาน
และก็อวดรูปที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลให้เขาดู
เขาก็โห้ๆ ประมาณว่าเขาจะไปถ่ายบ้าง
ผมก็บอกเขาไปว่า ต้องเดินไปจากอ่าวไม้งาม
แต่ไปไม่ไกลมากหรอก ก็แนะนำเขาไป

สักพักเรือก็พาเรามาที่ อ่าวเต่า
จุดดำน้ำแรกของวันนี้
ปรากฏว่าลมแรงมากกกกกกกก
คลื่นแรงน่ากลัว
ว่ายออกไปสักพัก รู้สึกเหนื่อยมาก กว่าจะพาตัวเองกลับมายังเรือได้
สำหรับจุดนี้ ค่อนข้างผิดหวัง
เพราะจุดนี้ เป็นจุดที่เราจะได้เจอเต่าได้ง่ายสุด
แต่เราก็ยังอุตสาหไม่เจอเต่าสักกะตัว

จุดต่อมา หินแพ จุดนี้เป็นที่เลืองลือว่าสวยนักหนา
แต่ด้วยสภาพคลื่นลมแรงมาก
เรือจึงตัดสินใจไม่พาเราไป
ผมก็อธิบายพวกชาวเกาหลีไปว่า วันนี้พวกเราโชคร้าย อดไปตรงนี้กัน

จากอ่าวเต่า จุดต่อมาคือ อ่าวแม่ยาย
จุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่มีชื่อเสียง
เพราะเป็นจุดที่คลื่นสงบเกือบตลอด
และน้ำก็ใสมาก




เจ้าหน้าที่เห็นผมถ่ายรูป ก็ถามว่าให้เขาถ่ายรูปให้ไหม
ตั้งแต่เรามานี่ยังไม่รู้รูปเราเองเลยแฮะ
เลยรบกวนซะหน่อย
ก็ได้ภาพตัวเองกับเขาซะที






ที่นี่เขาว่าคุณจะได้เจอกับนีโม่แน่ๆ
นีโม่เป็นปลาเล็กที่มีคนอยากเจอมากที่สุดแหละมั้ง
เพราะไม่ว่าใครก็จะ นีโม่ๆๆๆๆๆ
แต่เราก็ยังสมเป็นเรา
ว่ายวนไปวนมา ก็ไม่ยักเจอกับเขาซะที
อยู่ๆ จีอึนก็ว่ายน้ำมาจับมือผม
และก็ว่ายน้ำนำไป ปรากฏว่า ผมว่ายตามไม่ทันครับ -_-'
สำลักน้ำ (ก็ว่ายน้ำไม่เป็นนี่)
ผมก็ทำมือทำไม้ ประมาณว่า ขอเวลาแป๊บนึงๆ
แล้วก็ให้จีอึนนำทางไปต่อ
จีอึนพามาที่จุดครอบครัวนีโม
กำลังหลบๆ ซ่อนๆ ตรงปะการังที่มีลักษณะเป็นหลอดๆ
ซึ่งเราจะพบนีโม่ได้เฉพาะปะการังแบบเนี่ยเท่านั้นแหละ
จึงไม่แปลกใจที่ตูหามันไม่เจอซักกะที -_-'


จุดนี้ทุกคนค่อนข้างว่ายน้ำอย่างสบายใจ
เพราะคลื่นสงบมาก และแดดไม่แรง
วิวใต้น้ำก็ดีมากๆด้วย แม้จะไม่ค่อยมีปลาตัวใหญ่ก็ตามนะ
จุดนี้ น้องของโซเฟีย เพลินไปหน่อย
ว่ายออกไปใกล้เกาะ เรือเลยเข้าไปรับไม่ได้
เลยต้องรอให้เธอว่ายกลับมาหาเรือ

ต่อจากอ่าวแม่ยาย
ก็มาที่จุดสุดท้าย ก็คือ "สิ้นคิด" นั่นเอง
ที่นี่แม้จะอยู่ไม่ห่างจากอ่าวแม่ยาย และอ่าวช่องขาด
ซึ่งอยู่ระแวกรอบเกาะสุรินทร์เอง
แต่กลับเป็นจุดที่สวยงามไม่แพ้จุดอื่นๆ
เรียกว่าสวยแบบง่ายดายก็คงจะใช่(ไม่ต้องไปไกลมากมาย)

จุดนี้เราใช้เวลากันเต็มที่
จนผมเองรู้สึกอิ่มกับวิวใต้ทะเลไปเลย
ขอขึ้นเรือเป็นคนแรกๆ (ปกติจะเป็นคนเกือบสุดท้าย)
แต่พอขึ้นเรือพักอยู่สักเดี๋ยว เห็นคนอื่นไม่ขึ้นมาสักที
ผมก็เลยขอลงน้ำอีกรอบ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ว่าอะไร :D

ประมาณ 11 โมงได้ละมั้ง
เจ้าหน้าที่ก็เรียกพวกเราขึ้นเรือ เพื่อกลับที่พัก
เรือแล่นผ่านอ่าวช่องขาด
ที่เรียกว่าช่องขาด ก็เพราะว่า
จุดนี้จะเชื่อมกับเกาะสุรินทร์ใต้นั่นเอง



(ฝั่งของสุรินทร์ใต้)

ช่วงก่อนจะถึงฝั่ง ผมก็ชี้ให้ชาวเกาหลีเขาดูจุดที่ควรมารอพระอาทิตย์ตกดิน
เขาก็โอเคๆๆ


กลับมายังที่พัก ก็อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และก็กินข้าวกัน
สำหรับมื้อนี้ ผมเป็นหมูกะเทียมครับ
ให้เยอะดี ราคาแค่ 60 บาท และก็โค้กกระป๋อง
โหยชื่นใจสุดๆ
ที่โรงอาหาร ผมก็เจอกับพี่พลอยอีก
พี่พลอยบอกว่า สุดท้ายพอลก็ยอมไปด้วย
กลายเป็นว่าชอบอีกต่างหาก ^^
ก็คุยและก็ร่ำลากัน
พี่พลอยบอกว่า จะไปเที่ยวหัวหินต่อ
พอลชอบขี่มอเตอร์ไบท์ ^^'
เป็นกิจกรรมที่ฝรั่งชอบจริงๆแฮะ


จากนั้นผมก็เช็ครอบดำน้ำช่วงบ่ายกับทางอุทยาน
ก็พบข่าวร้ายว่า
วันนี้ไม่ได้ไปเกาะสต๊อก > <
เล่นเอาผมเซ็งเหมือนกัน
เพราะมานี่ทั้งที เราก็อยากไปให้ครบทุกจุด
ทำให้ลังเลเหมือนกันว่า จะกลับพรุ่งนี้ดีไหมเนี่ย
ก็เลยปรึกษาเจ้าหน้าที่เขาว่า
สมมุติว่าพรุ่งนี้อากาศดี
เป็นไปได้ไหมว่าเขาจะเปลี่ยนทริปไปเป็นเกาะสต๊อก
เขาก็บอกว่า ไม่แน่เหมือนกัน เพราะปกติ เขาก็จะสลับวันไปมา
ผมก็บอกเขาไปว่า แต่ผมมานี่ เกาะสต๊อกถูกเลื่อนตลอดเลย
จริงๆ ถ้าสภาพอากาศเหมาะสมน่าจะเปลี่ยนให้ได้ไปกันนะ
เจ้าหน้าที่ก็คิดๆ แล้วก็บอกว่า จะลองแจ้งดู
ผมก็เลยบอกอีกว่า แล้วถ้าผมลงชื่อกลับตอนนี้(ว่ากลับพรุ่งนี้)
แต่ถึงเวลาจริงขออยู่ต่อจะได้ไหม
เขาก็บอกว่าได้ เพราะชื่อที่ให้ลง เขาไว้เผื่อจำนวนคนที่จะกลับ
สามารถเลื่อนได้
แต่ไม่สามารถกลับกระทันหันแบบ อยู่ๆ ไม่ลงชื่อ แต่จะกลับทันที
เพราะอันหลังนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องเรือไม่พอได้

สรุปผมก็ลงชื่อไว้ก่อน เพราะเรายังมีเวลาเหลือเฟือ
ถ้าอากาศดี ก็อยู่ต่อซะอีกวันละกัน
แต่แล้วระหว่างคุยกับเจ้าหน้าที่
ก็มีเจ้าหน้าที่คนนึงแนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่า
ถ้าไปเกาะสต๊อกช่วงนี้นั้น ยาก
เพราะสภาพอากาศแบบนี้ เขาคิดว่าคงเป็นสัปดาห์แหละ
ถ้าอยากมาให้ครบทุกจุด และชมกับวิวที่สวยงามเต็มที่
ต้องช่วงปลายกุมภา ถึง มีนา ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุด
โอกาสจะได้เจอปลากระเบน ฉลาม สูงมาก
ฟังแล้วผมก็เลยตัดสินใจว่า
กลับละกัน
ไว้โอกาสหน้าก็ได้
ดีเหมือนกัน จะได้ทำให้เรายิ่งรู้สึกอยากมาเที่ยวอีก :D
ส่วนสาวเกาหลีนั้น ยังไงก็ตั้งใจจะอยู่ต่อ

ที่ผมสังเกตอีกอย่างคือ
คนต่างชาติ จะรู้สึกมาเที่ยวแบบผ่อนคลายกว่าเราแฮะ
อย่างผม(และคนไทยอื่นๆ) จะชอบลุยๆ หรือพยายามหากิจกรรมตลอดเวลา
ในขณะที่คนต่างชาตินอนสบายๆ อ่านหนังสือสุขใจ

กลับมาที่เต๊นท์
ก็เห็นเด็กๆ(ฝรั่ง) รวมทั้งเจ้าเด็กโมฮ็อกนั่นด้วย
ตื่นเต้น กับเจ้าลิงจอมกวน
ที่มาแถวๆ เต๊นท์เรา
เพิ่งนึกได้ว่า เจ้าลิงตัวนี้ เมื่อวันแรกที่เรามาที่เกาะ
ตอนที่กลับมาจากดำน้ำ กล้วยของจีอึนที่ซื้อจากที่ตลาด
เหลือแต่ซากเปลือก
ซึ่งขโมยก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นเจ้าลิงตัวนี้เนี่ยแหละ
เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปเจ้าลิงนี่
เพราะถ่ายยากเหมือนกัน ไม่ได้พกเลนส์ระยะไกลมาเลย
ส่วนฝรั่งคนนึงสักหลังเป็นพระพุทธเจ้ามากล้องและเลนส์อย่างยาว
มาถ่ายรูปเจ้าลิงอย่างสวยด้วยเลนส์ขาวของแคนอน ;p
(คือไปยืนดูรูปกล้องเขา^^')
ตอนแรกไม่ทันสังเกตว่าที่หลังเขาสักเป็นรูปอะไร
แต่โซเฟียบอกว่า บุดด้าๆ เราก็ อ่อ...


ผมก็ไม่รู้ว่าเวลาที่เหลือ จะทำไรดี
เมื่อวานก็ไปชมพระอาทิตย์ตกมาแล้ว
จะนอนก็คงนอนไม่หลับแน่ๆ
ถามโซเฟียว่า จีอึนไปไหน โซเฟียบอกว่า จีอึนไปอ่านหนังสือตรงโขดหิน
ส่วนน้องเธอก็นอน ส่วนเธอเองก็ว่าจะนอนเหมือนกัน
ส่วนผมก็ไปถ่ายรูปเล่นแถวๆ หาดละกัน(เพราะไม่รู้จะทำไรดี)


แดดตอนนี้แรงมาก
น้ำลดไปเยอะเลยล่ะ












(มุมประจำเวลาอยากถ่ายตัวเอง ฮ่าๆ)




ถ่ายรูปจนเริ่มไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้ว
เลยกะว่าจะไปเดินเล่นตรงส่วนของเจ้าหน้าที่ดู
เดินกลับมาที่เต๊นท์เจอโซเฟีย ใส่เสื้อชูชีพเตรียมไปดำน้ำตรงหน้าหาดนี้แหละ
เธอก็ชวนว่า มาดำด้วยกันสิ แถวนี้ก็สวยนะ
เราก็เอ่อ ไปด้วยละกัน
มาอยู่นี่ 3 วันแล้ว ยังไม่ได้เล่นน้ำตรงหาดที่เราอยู่เลยแฮะ
ผมก็เก็บกล้องและก็ใส่เสื้อชูชีพและก็สน็อกเกอร์
แล้วก็ลงไปดำน้ำตื้นตรงหาดไม้งามนี้แหละ
สิ่งที่น่าตกใจก็คือ ภายใต้น้ำที่ไม่ได้ลึกเลย ก็เริ่มวิวที่ดีเยี่ยม
ไม่ว่าจะเป็นเหล่าปลาเล็กปลาน้อย หรือบางจุดเป็นที่อยู่ของปลาขนาดกลางด้วย
รวมไปถึงปะการังในบางแห่ง
ทะเลที่นี่สมบูรณ์จนไม่น่าเชื่อจริงๆ
ระหว่าง ดำน้ำตื้นไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ แต่ไม่ห่างจากฝั่งมากนัก
ไม่กล้าออกไปไกลมากครับ กลัวว่ายกลับมาไม่ได้
โผล่หัวมาดูวิวข้างบนอีกที เห็นโซเฟียออกไปไกลพอสมควร
ได้ยินเสียงตะโกนเรียกวัช วัช เราก็ทำมือทำไม้ประมาณว่า
"ไม่เอาอะ ขอฉันอยู่แถวๆนี้ละกัน" (ทำโบกมือไปมา แล้วก็ทำมือวนๆ ^^')
จากนั้นเราก็ดำน้ำของเราต่อ
โซเฟียก็ว่ายน้ำเข้ามา แล้วก็บอกว่า นีโม่ๆๆๆ
แล้วก็ว่ายนำ ให้เราไปเธอไป
ตามไปไม่ไกลนัก ก็ไม่เจอนีโม่
โซเฟียก็ดึงแขนให้หันมาอีกทาง
ปรากฏว่า ตูว่ายเลยไปติ๊ดนึง เลยมองไม่เห็น -_-'
เริ่มรู้ละ ว่าทำไมถึงไม่เจอปลากระเบน ฉลาม หรือเต่า
จริงๆ มันอาจจะผ่านหน้าเราไปหลายล้านตัวแล้ว แต่อีนี่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
กะเปิบกะป๊าบ สมเป็นเราจริงๆ
มาดูเจ้านีโม่แล้วก็มีความสุขดีแฮะ
มันเป็นปลาที่น่ารักนะ ชอบว่ายผลุบๆโผล่ๆตรงปะการัง
แต่ถ้าเราทำตัวนิ่งๆ ลอยตัวเฉยๆ
มันก็จะว่ายออกมา เหมือนสนใจว่า เอะ นี่มันตัวไรอะ
น่ารักดีแฮะ
จากนั้นโซเฟีย เธอก็ว่ายน้ำห่างออกไป จนมองไม่เห็น
เราก็อยากตามไปนะ แต่ไม่กล้าพอแฮะ แม้คลื่นจะสงบก็เหอะ
แต่คิดว่า ตรงนี้ก็โอเคแล้วละ

ว่ายน้ำอยู่นานเหมือนกัน
รู้สึกว่าน้ำเริ่มขึ้นมาแล้วด้วย
ก็เลยกลับดีกว่า
ตอนกลับขึ้นหาด ไม่เห็นโซเฟีย ก็เป็นห่วงอยู่ว่าเกิดไรขึ้นหรือเปล่า
เพราะมองไม่เห็นเธอเลย
แต่สักพักนึงก็เริ่มเห็นเธอว่ายกลับเข้ามา
เธอบอกว่า ว่ายไปตรงแถวๆ โขดหิน สวยมากเลย เจอนีโม่ตั้งหลายจุด
ผมก็บอกเธอไปตรงๆ ว่า ไม่กล้าไปไกล เพราะว่ายน้ำไม่เป็น
โซเฟียก็บอก โอเค ไม่เป็นไรหรอก

ตอนนั้นประมาณ 5 โมงได้
ผมก็ไปอาบน้ำ และก็กลับมานั่งเล่นในเต๊นท์
โซเฟียก็มาเรียก ชวนมากินปลาหมึกแห้ง
และก็เอาซอสเกาหลีมาจิ้มกินกัน
อร่อยดีเหมือนกันแฮะ ^^
กินไปสักพัก เธอบอกว่า ออกไปเดินเล่นดีกว่า
ก็เลยออกไปเดินตรงบ้านพักของเจ้าหน้าที่



Lucky200_010709_023
ถ่ายพระจันยามเย็น แต่ดวงกระติ๊ดเดียว เพราะเราไม่ได้พกเลนส์เทเลมาอะ



เดินมาทางด้านหลังโรงอาหารจะเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่
จริงๆ เขาห้ามนักท่องเที่ยวเข้า
แต่โซเฟียบอก ไม่เป็นไร ลองเดินๆ เข้าไปดู


ตรงบ้านพัก จะมีสะพานไม้ยาวข้ามไปยังบ้านพักของเจ้าหน้าที่ด้วย
จุดนี้ตอนมองจากทางเดิน ยังคิดเลยว่าน่าจะทำเป็นจุดถ่ายรูปแฮะ^^'


Lucky200_010709_024
ตรงสระน้ำมีบัวด้วยนะ กะว่าเดี๋ยวตอนเช้ามาถ่ายอีกที



อันนี้เป็นมุมเดียวกับภาพบนแหละ
แต่ถ่ายแบบเน้นสีของฟ้าแทนรายละเอียดของด้านล่าง
Lucky200_010709_027




Lucky200_010709_026
สะพานตรงแถวบ้านพักเจ้าหน้าที่


ระหว่างถ่ายอยู่เจ้าหน้าที่ก็เดินมาบอกว่า ตรงนี้เข้ามาไม่ได้นะครับ
ผมก็ครับๆๆ แล้วก็รีบเดินไป
ส่วนโซเฟียทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็เดินตามมา ^^'


เราเดินกลับไปที่เต๊นท์ ก็ไม่เจอทั้งน้องของโซเฟียกับจีอึนแฮะ
ก็เลยไปรอที่โรงอาหารจะดีกว่า

ที่โรงอาหารนั่งรอสักพักนึงก็แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นสองคนนั้น
ผมก็เลยบอกว่า เดี๋ยวกลับไปดูที่เต๊นท์อีกทีดีกว่า
(เริ่มหิวแล้ว ฮ่าๆ)
แต่เดินไปนิดเดียว ก็เจอทั้งสองคนเดินสวนออกมาพอดี
แล้วเราก็เริ่มมื้อค่ำอันแสนอร่อยกัน
สำหรับวันนี้ มีกุ้งทอดน้ำมะขาม ตรงน้ำมะขาม รสจะคล้ายๆ เหมือนไข่ลูกเขยน่ะ
เปรี้ยวๆ หวานๆ อร่อยมาก
และก็ต้มข่าปลา, หมึกย่าง, และปลานึ่งอีกตัวนึง
ส่วนข้าว วันนี้เจ้าหน้าที่กะให้พวกเราพอดีเลยแฮะ
ตักได้ สี่จานพอดี
สงสัยเห็นเมื่อวานพวกเราทำข้าวเหลือ T_T
ขอคอนเฟิร์มอีกครั้งว่า อาหารเมนูเซ็ทของอุทยาน อร่อยและคุ้มมาก
ใครมา ต้องลองครับ

ระหว่างนั่งกินกันอยู่
ก็พบว่า กลุ่มเกาหลีที่เมื่อเช้าไปดำน้ำด้วยกัน
นั่งอยู่โต๊ะถัดไป
คนที่ผมแนะนำจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก เขาก็เข้ามาขอบคุณใหญ่
และเขาก็เอารูปมาอวดให้ดู
รูปสวยกว่าผมอีกแฮะ ;p
เขาถ่ายเป็นช็อตๆ ไล่มาจากพระอาทิตย์อยู่ระดับกำลังจะลับตา
จนลับตาไปกับทะเลเลย

พอพวกเรากินเสร็จ โซเฟียก็เอาหมีกแห้งมากินกัน
และก็ชวนกินเบียร์อีก
แต่คราวนี้ผมบอกว่า ผมกินโค้กดีกว่าแฮะ (ประหยัด)^^'
สักพักคนเกาหลีอีกโต๊ะนึง ก็ชวนพวกเราดื่มเหล้า
คือกลุ่มนี้เขาเตรียมมาดื่มจริงๆ พกถังน้ำแข็งมาเองเลย
มีเบียร์และเครื่องดื่มเยอะมาก
ตอนแรกผมปฏิเสธ(เพราะเกรงใจ)
แต่เขาก็บอกว่า เอาน่าๆๆ นี่เหล้าฮ่องกงนะ
เท่านั้นแหละ ของนอกมันน่าลอง ฮ่าๆๆ
ก็เลยขอสักแก้ว แต่แล้วเขาก็ใจดี ชงให้พวกเราทั้งสี่คนเลย
แต่เหล้าฮ่องกงรสชาติไม่เลิศเลอไรนัก
กินกับโค้กด้วยแหละ หวานจ๋อยเลย

น้องของโซเฟียเธอเกรงใจที่ได้รับเหล้า
ก็เลยเอาซอสเกาหลีไปให้โต๊นั้นบ้าง
ปรากฏว่าโต๊ะนั้นถูกอกถูกใจมาก
ประมาณว่าไม่ได้พกมาด้วยอะไรอย่างงั้น

นอกจากโต๊ะถัดจากพวกเราจะเป็นชาวเกาหลีแล้ว
อีกโต๊ะที่ถัดขึ้นไป ก็เป็นชาวเกาหลีเช่นกัน
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มวัยรุ่นสามสาวเกาหลี
มีคนนึงน่ารักด้วย
แอบคิด ทำไมเราไม่สนิทกับกลุ่มนี้บ้างฟะ -_-'
แต่ดูกลุ่มนี้พวกเธอไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่
มาทราบเอาทีหลังว่า พวกเธอพูดภาษาอังกฤษแทบจะไม่ได้เลย

ผมโคตรจะรู้สึกว่า ทำไมทริปนี้เราช่างถูกโฉลกกับคนเกาหลีอะไรอย่างงี้เนี่ย ;p

คืนนั้นพวกจีอึนเมาท์เกาหลีกันอย่างเมามัน ส่วนเราก็นั่งดูทีวี
หนังเกรดบีที่โรงอาหารเปิด ตลกดีเหมือนกัน
แล้วโซเฟียก็ชวนคุยเรื่องหนังเนี่ยแหละ
ก็ถามว่าชอบดูหนังแบบนี้เหรอ
ผมก็บอกว่า มันตลกดี ดูให้เป็นหนังตลกมากกว่า
พวกหนังสัตว์ประหลาดไรแบบเนี่ย
ส่วนหนังจากประเทศที่ชอบ ก็จะเป็นญี่ปุ่น
ผมชอบหนังเก่า และก็บอกว่า ชอบหนังของคุโรซ่าว่า
ปรากฏว่า โซเฟียเธอรู้จักหนังของคุโรซาว่าด้วย
แล้วผมก็พูดถึงหนังเกาหลีกับซีรีย์
ว่าคนไทยชอบกันมาก
ทั้งที่มันเหมือนกับหนังไทยมากเลย
โซเฟียหัวเราะใหญ่ เธอเห็นด้วย
เธอเคยดูละครไทย แม้จะไม่เข้าใจภาษา
แต่ลักษณะของหนังดูคล้ายกันมาก
ผมเลยบอกว่า คนไทยที่ชอบดูหนังแบบนอกกระแส
เขาชอบหนังของ คิมคีดุ๊กนะ
ตอนแรก โซเฟีย งง ผมก็อะ ไรกันไม่รู้จักคิมคีดุ๊กเหรอ
เลยบอกเป็นชื่อหนัง สปริง,ซัมเมอร์....(4 ฤดูนั่นอะ)
ปรากฏว่า โซเฟีย ร้อง อ่อออออออ
เธอบอกว่า "คิมคีด๊อก" แล้วก็ทำเสียงแปลกใจมากที่คนไทย(ส่วนนึง)ชอบเรื่องนี้
ผมก็เล่าให้ฟังเกี่ยวกับงานเก่าของผม
ที่วางซับหนังแผ่น
ผมเล่าแบบติดตลกว่า ผมชอบหนังของคิมคีด๊อก
เพราะมันทำให้งานของผมง่ายมาก
หนังพูดน้อย ทำครึ่งวันก็เสร็จ
เธอก็หัวเราะใหญ่

และอยู่ๆ จีอึนก็บอกว่าเนี่ย รู้ไหมว่า ผมมี "นิคเนม"
ไอ้เราก็ซื่อ ก็บอกว่า ก็ วัช ไง -_-'
เธอบอกไม่ใช่ๆๆ
พวกเธอแอบเรียกผมว่า
"มิสเตอร์บีน" T_T
ผมก็ทำหน้าแบบ ง่าาาาาาา
เธอถามว่า ผมรู้จักมิสเตอร์บีนไหม
ผมไม่ตอบ แต่ทำตาโตๆ แล้วทำหน้าตายๆเหลือกตาไปมา
พวกเธอหัวเราะก๊ากเลย
พวกเธอบอกว่า "มีสเตอร์บีน" สมาร์ทนะ
-_-' เราอยากจะบอกว่า แอบโกรธนะเนี่ย
นึกไงเรียกเรามิสเตอร์บีนฟะ
แต่บรรยากาศตอนนั้นตลกๆ ขำๆ ซะมากกว่า
จะว่าไป ผมก็คงเหมือนมิสเตอร์บีนจริงๆ แหละ
เพราะตัดผมหน้ากะลา แล้วตลอดทริปที่อยู่ด้วยกัน
ผมก็เปิ่นๆ อยู่บ่อยๆ

จากนั้นสาวๆ เกาหลีเขาก็เมาท์เกาหลีกัน
ผมก็เริ่มง่วงๆ เลยขอตัวไปนอนดีกว่า
แต่คืนนั้น ไม่รู้เป็นอะไร นอนไม่หลับยิ่งกว่าเมื่อคืนซะอีก
อาจจะเพราะอากาศคืนนั้นค่อนข้างร้อนนิดๆ แหละมั้ง
เป็นคืนที่ยาวนานมากเลย หลับๆ ตื่นๆ ไม่รู้กี่รอบ
กว่าจะถึงเช้าวันที่สี่บนเกาะ
วันที่เราจะกลับเข้าฝั่งเพื่อเดินทางต่อ....


Create Date : 29 มกราคม 2552
Last Update : 29 มกราคม 2552 23:43:13 น. 3 comments
Counter : 769 Pageviews.  

 
สวัสดียามค่ำคืนค่ะ ขอตามมา หมู่เกาะสุรินทร์
ด้วยคนค่ะ ทะเลสวยน้ำใส คิดถึง หมู่เกาะสุรินทร์ จัง
emoemoemoemo
ขอให้มีความสุขนะค่ะ


โดย: iamorange วันที่: 30 มกราคม 2552 เวลา:20:54:06 น.  

 
ชอบเรื่องที่คุณเล่าจัง ไว้จะมาอ่านตอนต่อไปนะคะ


โดย: AsGoodAs IP: 58.9.188.91 วันที่: 31 มกราคม 2552 เวลา:17:39:45 น.  

 
น่าไปจังค่ะ

เดี๋ยวต้องเอาไปนำเหนอเพื่อนๆ ในกลุ่มก่อนนะ



โดย: ละอองหญ้า ในสายหมอก วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:39:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]