มึนไปตามใจฝัน
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
22 มกราคม 2552

6 วันในการเดินทาง "กรุงเทพฯ-หมู่เกาะสุรินทร์-??" [วันที่สองหมู่เกาะสุรินทร์]

6 ม.ค เกาะสุรินทร์
"วันที่สองบนเกาะสุรินทร์"

ผมตื่นมาพบกับเช้าที่สดใส
วันนี้ฟ้าแจ่มใสมาก อากาศดี
ออกจากเต๊นท์ก็เจอจีอึน ออกมา ก็ทักทาย กู๊ดมอร์นิ่ง
จีอึนก็ถามว่า ภาษาไทย ต้องบอกว่าอะไร
ผมก็บอกไปว่า "อา -รุน- สา- หวัด"
ส่วนภาษาเกาหลี จีอึน สอนผม แต่ผมก็ลืมไปแล้ว^^'
รู้แต่ว่า คนเกาหลี ใช้คำนี้ สวัสดีทุกเวลา ^^'


จากนั้นผมออกมาถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อยตามประสาคนชอบถ่ายรูปอะนะ














ถ่ายรูปยามเช้าจนพอใจ ก็กลับมาล้างหน้าและแปรงฟัน
และเริ่มมื้อเช้า ด้วยพริงเกอร์
ซื้อมาตอนลดเหลือ 35 บาท ;p
ไม่รู้ว่าเพราะลดราคาหรือเปล่า
พอเปิดมา มันฝรั่งมันเหมือนหายไป 10% -_-'
ไม่รู้ว่ากระป๋องอื่นเป็นเหมือนกันไหม
แต่เซ็ง ;p
กินพริงเกอร์ กับทูน่าบด ให้พอมีแรง
เพราะเช้านี้ เรามีดำน้ำ
สำหรับรอบของวันนี้จะเป็น เกาะไข่(เกาะตอรินลา) และ อ่าวผักกาด
ซึ่งอยู่ใต้สุดของเกาะสุรินทร์
เห็นแสงจัดๆแบบนี้
เลยขอเสี่ยงเอากล้องไปด้วยละกัน
ก็เอาถุงบิ๊กซี หุ้มๆ กันน้ำคิดว่าคงพอช่วยได้บ้างแหละน่า

ออกจากเต๊นท์ก็ทักทายกับจีอึน และโซเฟีย
วันนี้น้องของโซเฟียก็จะไปดำน้ำด้วย
พวกเราเดินไปลงชื่อและซื้อตั๋ว
ผมทักทายกับเจ้าหน้าที่
มีเจ้าหน้าที่คนนึงแซวว่า คนเกาหลี ทำไมพูดไทยชัดจัง
^^' ตลอดเวลาที่อยู่กับกรุ๊ปนี้
ผมดูเป็นคนเกาหลีไปด้วยตลอด
ไม่ใช่ว่าผมหน้าเหมือนหรอก
แต่เพราะผมอยู่กลุ่มผู้หญิงเกาหลี 3 คน และตัวผมเองก็ตี๋นิดๆ
มันก็เลยดูเป็นเกาหลีไปกับเขาด้วย

เวลา 8 โมงครึ่งกว่าๆ เราก็เดินไปยังจุดรอเรือ
ระหว่างนั้นก็มีชาวต่างชาติทยอยๆ เดินมา
มีฝรั่งคนนึง มาเที่ยวคนเดียว คนนี้กางเต๊นท์อยู่หน้าผมด้วย
ที่จำได้ดี เพราะทำผมเดทร็อค ยาวเฟื้อยเลยล่ะ



และแล้ว 9 โมง ก็ถึงเวลาออกเรือไปดำน้ำกัน

Mitsu200_010609_002
(ส่วนตัวเราชอบภาพนี้นะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)

ปรากฏว่า
ในทริปดำน้ำเช้านี้เราก็ได้นั่งเรือลำเดียวกันกับฝรั่งที่พักอยู่หน้าเต๊นท์เราด้วย
สำหรับคราวนี้มีผมเป็นคนไทยคนเดียว ;p
ในเรือลำนี้ผมอายุเกือบน้อยสุด
อายุน้อยสุดในเรือเป็นเด็กฝรั่งผู้ชายอายุไม่เกิน 10 ขวบ
น่าตาน่ารักดี (ดีกว่าไอ้เด็กโมฮ็อกจอมแสบนั่น)
ตอนแรกตกใจเหมือนกัน ที่น้องเขาไม่ใส่เสื้อชูชีพ
(จะว่าไปตลอดการดำน้ำ ผมไม่เจอฝรั่งใส่ชูชีพสักกะคน)
ยังคิดว่า พ่อเขาไม่กลัวเหตุการ์ณไม่คาดฝันบ้างเหรอ
แต่ปรากฏว่าถึงเวลาจริงๆ เจ้าเด็กนี่แค่ติดเรือมาเฉยๆ ^^'
ไม่ได้ลงดำน้ำสักกะนิด แต่ดันถือสน็อกเกอร์ตลอดเวลา
เอากะมันสิ




Mitsu200_010609_005
(รูปบนเรือ ระหว่างไปดำน้ำครับ)


จุดแรกที่เกาะไข่ แสงแดดที่จัดจ้า
ทำให้น้ำดูใสเข้าไปอีก
วิวใต้น้ำดีมาก แต่น้ำก็แรงใช่เล่น
ที่นี่เราได้เห็นแมงกระพรุนด้วย -_-' (ไม่ได้อยากเจอแกเล้ย)

ที่จุดนี้ น้ำพัดผมไปไกลเหมือนกัน
รู้ตัวอีกที ไมมีตูอยู่คนเดียวฟะ คนอื่นหายไปไหนหมด
เห็นเรือไกลๆ เราก็หลอนๆ
เอ่อ... ไม่มารับเราหน่อยเหรอ
เรือเขาก็เหมือนกับว่า เข้ามาไม่ได้ เพราะตรงนี้น้ำพัดเข้าฝั่ง
และมีปะการังน้ำตื้นเยอะ
ผมก็ได้แต่ใช้ความพยายามทั้งหมดที่มี ตะกุยๆๆ พาตัวเองไปหาเรือ
จะบอกว่า เหนื่อยฉิบหาย -_-'
สภาพตอนจะถึงเรือ แล้วบรรดาคนในเรือ
มองให้กำลังใจลุ้นเราอยู่(รอแกอยู่คนเดียว)
เป็นอะไรที่อุบาว์ทจริงๆ
ผมก็ขอโทษเจ้าหน้าที่ ที่ทำให้เป็นห่วง
แบบว่าหลงฝูงไปอยู่ตรงนั้นคนเดียวเฉยเลย
และก็สารภาพความจริงไปว่า
จริงๆ ผมว่ายน้ำไม่เป็นอีกต่างหาก -_-'
เจ้าหน้าที่ก็ อ้าว แล้วไม่บอก(ไปซะไกลเชียวนะมรึง)
แต่เจ้าหน้าที่น่ารักครับ บอกว่า เอาตีนกบเขาไปใช้สิ
เขาคงไม่ได้ลงน้ำ เพราะคลื่นแรง ต้องคอยดูเรือ
เราก็เลยได้ตีนกบมาใช้
และเจ้าหน้าที่ก็ให้ยืมแว่นกันน้ำด้วย
เพราะเห็นผมแว่นหลุด คือแว่นของผมมันเป็นสายยางแบบถูกๆ อะ
เวลาปลดมากๆ มันจะหลุด ;p

ตอนแรกคิดว่าผมเป็นคนสุดท้าย
แต่แล้วไม่ใช่คนสุดท้ายแฮะ
มีฝรั่งอีกสามคนได้ อยู่อีกจุดนึง
ระหว่างที่ผมหันอยู่ (นั่งหอบอยู่)
ทุกคนก็ร้อง โอววว อะเมซิ่ง
เราก็ทำหน้าเหรอหราๆ
เจ้าหน้าที่บอกว่า เมื่อกี้ปลากระเบนขึ้นมา
กรรม มีตูคนเดียวไม่เห็น
แม้แต่เด็กที่ไม่ได้ดำน้ำมันยังเห็น -_-'
ช่างสมเป็นเราจริงๆ...

แล้วจุดที่ปลากระเบนขึ้นมา ก็มีฝรั่งที่กางเต๊นท์ใกล้เราอยู่ใกล้ๆ
เขาก็ดีใจใหญ่ คราวนี้คนอื่นๆ ในเรือ ก็รีบลงเรือ เพื่อหวังจะได้เห็นอีีก
แต่เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ไม่เห็นอีกหรอก
ปลากระเบนมันเห็นคน มันก็หนีแล้ว
ซึ่งก็จริง คนอื่นๆ ท่ีลงไป ก็ได้แต่บ่นเสียดาย

ที่เกาะไข่ คนอื่นๆ เริ่มบ่นกันว่า โดนเจลรี่ ฟิชกัน
แสบๆ ตัวไปหมด
แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ใช่ เจลรี่ ฟิช
แต่เป็น "แตนทะเล"
ผมก็ได้แต่บอกคนเกาหลีว่า ที่แสบๆ กันนั้นไม่ใช่แมงกระพรุนนะ
แต่ฉันไม่รู้ว่า มันคือ(ภาษาอังกฤษ)อะไร แต่คนไทยเรียก "แตนนน ทาาเล"
ซึ่งเรามองไม่เห็นมันหรอกนะ เจ้าแตนทะเลเนี่ย
รู้แต่ ถ้าเจอน้ำขุ่นๆ หน่อย ก็ห่างๆ ไว้ละกัน นั่นแหละฝูงแตนทะเล


จุดต่อมา ที่อ่าวผักกาด



ดูหน้าตาก็พอจะเข้าใจทำไมตั้งชื่อว่า ผักกาด ^^




สำหรับที่นี่สวยดีเหมือนกัน
เจ้าหน้าที่ไปรออีกจุดนึง
เราก็ทำตัวเหมือนมาแข่งว่ายน้ำอย่างไรก็ไม่รู้
พยายามพาตัวไปให้ถึงเรือซะมากกว่า
แล้วเราก็พบว่าใช้ตีนกบไม่เป็น รู้สึกมันเป็นภาระกว่าเดิมแฮะ
จุดนี้เราก็เลยไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษอะไร
นอกเสียจากได้เรียนรู้ว่า ตีนกบไม่ได้ช่วยไรตูเลย -_-'


สำหรับเช้านี้มีเพียงสองจุด
เรือก็พาเรากลับ
ระหว่างกลับ โซเฟียก็คุยกับผู้หญิงฝรั่งคนนึง
ซึ่งฝรั่งก็ถามว่า เธอเป็นคนเกาหลี ทำไมชื่อโซเฟีย
ผมก็ถึงได้รู้ว่า โซเฟียเรียนจบที่ออสเตเรีย
ตอนไปอยู่ที่นั่นก็เลยเรียกตัวเองโซเฟีย นั่นเอง

พวกเรากลับมาถึงฝั่ง
ก็อาบน้ำล้างตัว และก็เตรียมกินข้าวเที่ยงกัน
ฝรั่งหลายคนก็เลือกกินอาหารเป็นเซ็ท
เซ็ทกลางวัน ราคาจะถูกกว่ากลางคืนนิดนึง
กลางวัน 170 บาทน่ะ
ส่วนพวกเรา ก็สั่งแยกกันกิน
โดยผมถามโซเฟียอีกทีว่า สรุปมื้อค่ำนี้
เราจะกินอาหารเป็นเซ็ทกันนะ
ฉันจะได้ไปจองไว้
โซเฟีย ก็บอกว่า โอเค ตามนั้นเลย
ผมก็จองมื้อค่ำไว้
ตอนแรกผมละเปิ่นมากๆ
เข้าใจว่า จ่าย 200 แล้วได้อาหารเป็นเซ็ทเลย
แต่จริงๆ คือ จ่ายคนละ 200 และต้องมีอย่างน้อยสองคน(เป็น 400)
ก็เลยมาถามโซเฟียอีกที ว่าจะยังไงกันดี
โซเฟียก็บอกว่า ให้บอกเขาไปว่า กินสองคน
ก็ลงชื่อไว้สำหรับสองคน โดยที่เราต้องจ่ายเงินก่อน 1 ทุ่ม

ส่วนมื้อกลางวันนี้ ผมกินกุ้ง หมึก + ไข่ดาว และตามด้วยน้ำอัดลม
รู้สึกมีความสุขโคตรๆ
ดื่มน้ำอัดลมยามเที่ยวนี้มันสุขแท้ๆ
แค้มื้อนี้แอบเซ็งไข่ดาวนิดนึง
อยู่ๆ ขึ้นราคาอีก 5 บาทซะงั้น
มื้อนี้เราเลยจ่าย 80+15 + 20 ;p
ก็เลยคิดว่า มื้อต่อๆมาบนเกาะจะไม่กินกุ้งหมึกละ
กินแต่หมูดีกว่า ประหยัดไป 20 เอามากินน้ำอดลมแทน :D

หลังกินข้าวเสร็จเราก็คุยเล่นกันเรื่อยเปื่อย
ผมก็บอกว่า อยากรู้ว่า คำว่า "ฉันมีความสุข" ในภาษาเกาหลี
ต้องพูดว่าอะไร
โซเฟียก็บอกว่า "นอ มู โจ อา"
"นอ มู = very" ส่วน "โจ อา = happy"
คำนี้ใช้ได้ทุกสถานการณ์
กินอาหารอร่อยแบบมื้อนี้ ก็พูดได้ว่า "นอมูโจอา"
หรือได้เจอกับบรรยากาศดีๆ ก็ "นอมูโจอา" ได้เหมือนกัน
จะให้ดีก็พูด "นอมู นอมู นอมู โจอา" ไรแบบเนี่ย

อยู่ๆ น้องของโซเฟียก็ถามว่า ผมอายุเท่าไหร่
ผมก็เลยบอกว่า ลองเดาดูสิ
เขาก็เดากัน 20 ต้นๆ แหละ ฮ่าๆๆๆ
แล้วน้องของโซเฟียก็บอกว่า 26 ใช่ป่าว
ผมก็ อืมม ก็ใช่นะ แต่เมื่อวานฉัน 27 แล้ว
โซเฟียก็แบบ จริงเหรอๆๆ งี้ต้องฉลองกันนะ
ผมก็บอกไม่เป็นไรหรอก
ที่ฉันมาเที่ยวที่นี่ ก็เพราะอยากฉลองวันเกิดตัวเอง


โซเฟียถามว่า แล้วถ้าจะถามว่าอายุเท่าไหร่ เป็นภาษาไทยละ
ผมก็บอกว่า จริงๆ คนไทยไม่นิยมถามกันนะ
โซเฟียก็รีบบอกว่า แล้วเมื่อกี้โกรธไหมเนี่ย
ผมก็บอกว่า โอ้ย ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่ถืออยู่แล้ว
และผมก็นึกได้ว่า ผมยังไม่ได้ขออีเมล์ของโซเฟีย และน้องสาวของเธอเลยแฮะ
พวกเธอก็จดเมล์มาให้
ก็ถึงรู้ว่า โซเฟีย มีชื่อเกาหลีว่า คิม อือ ฮี ส่วนน้องเธอชื่อ คิม มี ซุน

จากนั้นเราก็ออกจากโรงอาหาร
ผมเช็ครอบดำน้ำอีกที เผื่อมีการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งทริปดำน้ำของเย็นนี้ซ้ำกับเมื่อวาน ;p
(เพราะเมื่อวานถูกเปลี่ยนกระทันหัน)
ผมก็เลยทำให้ผมว่างในเย็นนี้
ส่วนสาวเกาหลีก็คิดเหมือนกัน พวกเธอไม่อยากไปดำน้ำที่เดิม
ผมก็เลยคิดว่า เย็นนี้ออกไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติดีกว่า
เดินจากที่นี่ไปยังอ่าวช่องขาด ประมาณ 2 กิโลเมตร
ซึ่งผมอ่านจากใบโปรชัวร์
เขาบอกว่า ที่อ่าวช่องขาด มีจุดชมพระอาทิตย์ตกดินด้วย
ก็เลยเตรียมกล้องไปถ่ายเต็มที่

ตอนกลับมาที่เต๊นท์เพื่อเตรียมตัวเดิน
โซเฟียก็เรียกผม บอกว่า วัชมานี่หน่อย
ผมก็ไปท่ีเต๊นท์ และก็พบว่า สามสาว แฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ผม กับเจ้านี่


Thank_you_My_birthday


:D รู้สึกประทับใจมากๆ เลยล่ะ
จริงๆ ตอนบอกวันเกิดไป ผมไม่ได้คาดหวังไรอะ
(จริงๆ คือไม่ได้ใส่ใจไรเท่าไหร่ด้วย)
พอเจอสิ่งที่พวกเธอทำให้แบบนี้ รู้สึกดีมากเลย
ไม่คิดว่า วันเกิดปีนี้ คนอวยพรคนแรกจะเป็นเพื่อนใหม่ในการเดินทาง :D


แต่สำหรับขนมก้อนนี้ผมคงไม่สามารถกินได้จริงๆ
แบบว่าเพิ่งกินอิ่มมา(ก็นะทั้งข้าว ทั้งไข่ดาว แถมโค้กอีก)
พวกเธอก็ถามว่า ผมจะไปไหนเหรอ
ผมก็เลยบอกว่า จะไปเดินเล่น จะเดินไปถึงอีกอ่าวนึง
ก็เลยถามกลับว่า แล้วพวกเธอจะทำไรกัน
เธอก็ว่า คงจะนอนพักผ่อน อ่านหนังสือกันแหละ
โอเค ไว้เจอกันอีกที มื้อค่ำ :D

เวลานั้น ประมาณบ่ายโมงกว่าๆ
ผมคิดว่า ถ้าเดินไปถึงอ่าวช่องขาดตอนนี้ คงถึงสักบ่ายสามละมั้ง
ไหนจะรอพระอาทิตย์ตกอีก
เลยเดินถ่ายรูปแถวนี้ดูก่อน
เห็นโขดหินตรงปลายหาด
คิดว่าน่าจะเดินต่อได้ ก็เลยลองเดินไปถ่ายรูปเล่นแถวนั้นดู



วิวตรงโขดหิน เดินปีนป่ายเล็กน้อยไม่ยากมากนัก




จากตรงนี้ลองมองกลับไปที่หาดเราพัก




Mitsu200_010609_032
ไว้ได้กลับมาที่นี่อีก จะรอดูว่า เจ้าจะเติบโตได้ไหมนะ



Mitsu200_010609_033
เพื่อนของแกอยู่นี่กันนะ






ประมาณบ่าย 2 โมงนิดๆ ผมก็เริ่มเดินจากอ่าวไม้งามไปยังอ่าวช่องขาด
อากาศค่อนข้างร้อน และแดดแรงมาก

ทางเดินจากอ่าวไม้งามไปยังจุดรอเรือ 200 เมตร

Mitsu200_010609_020



ตอนเดินมาที่หาดจุดรอเรือ
เจ้าหน้าที่กำลังขนขยะไปทิ้งบนเกาะพอดี
อยากให้ทุกคนที่มาเที่ยว(ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม)
ช่วยกันดูแล อย่าทิ้งขยะมั่วซั่ว
ถ้าเก็บกลับไปทิ้งบนเกาะได้ ก็ช่วยๆกันครับ
จริงๆ ผมลืมเล่าไปว่า ก่อนจะขึ้นเรือมาที่หมู่เกาะสุรินทร์
เขาจะมีให้เราลงชื่อ นักท่องเที่ยวที่จะนำขยะจากเกาะมาทิ้งบนฝั่ง
ถ้ามีขยะมากกว่า 1 กิโลกรัมขึ้นไป จะได้ใบประกาศ
ผมก็ลงชื่อไว้ และก็ได้ถุงขยะมาสองถุงครับ
ก็ไม่ได้หวังใบประกาศ แต่แค่คิดว่าเราจะเอาขยะของเราที่นำมา
กลับไปทิ้งบนฝั่งเท่านั้นเอง


Mitsu200_010609_035
(เจ้าหน้าที่กำลังขนขยะไปทิ้ง ขยะเต็มเรือเลยเห็นไหม)


ทางที่จะไปอ่าวช่องขาดนั้น
ให้เดินจากจุดรอเรือตรงนี้ไปทางซ้าย
จะมีทางเดินไป
ตรงทางเดินจะมีป้ายบอกว่า
"จุดเตือนภัยซีนามิ"

ซึ่งก็คือเจ้านี่แหละครับ

Mitsu200_010609_036




ตอนแรกนึกว่าทางจะสบายๆ
ที่ไหนได้ บางจุดก็เหนื่อยเหมือนกันแฮะ
ทางขึ้นๆ ลงๆ เล็กน้อย

บางจุดมีกระไดไม้และคานยื่นออกมาด้วยนะ

Centuria100_010609_002




มองออกไปก็จะเป็นวิวนี้แหละ
Centuria100_010609_001



วิวริมฝั่งระหว่างทางเดิน




เดินจากจุดแรกไม่ไกลนักจะมีหาดเล็กๆ เรียกว่า อ่าวกระทิง
ที่นี่ขยะเยอะมากเข้าใจว่าขยะพัดเข้ามา
เห็นแล้ว เฮ้อ....ครับ



พอเดินไปอีกสักพักก็จะเจอ หน่วยราชนาวีบนเกาะสุรินทร์

Centuria100_010609_011








จังหวะที่อยู่นั่น (กำลังถ่ายรูปดอกกุหลาบอยู่) เจ้าหน้าที่กลับเข้ามาพอดี




เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า พักอยู่ที่อ่าวไหน
ผมก็บอกไปว่า พักที่อ่าวไม้งาม
แต่วันนี้กะว่าจะไปถ่ายรูปที่อ่าวช่องขาด และก็จะรอถ่ายพระอาทิตย์ตกดินที่นั่น
เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า
ถ้าพระอาทิตย์ตกดิน ต้องมาที่จุดนี้นะ
จุดนี้ดีที่สุด เขาบอกว่าให้มารอตอน 5 โมงกว่าๆ


นอกจากเจ้าหน้าที่ที่กลับมาแล้ว ก็มีชาวต่างชาติอีกสองคน
ที่กลับมาจากดำน้ำ จะกลับไปยังอ่าวช่องขาดด้วย
แต่เขาไม่เดินไปทางเดียวกับผมนะ
พวกเขาจะว่ายน้ำไป -_-' ฝรั่งนี่มันพลังเหลือเฟือจริงๆเว้ย

ผมก็เดินต่อไปยังอ่าวช่องขาด



(วิวหาดตรงราชนาวี)



แดดที่แรง ร่างกายก็เริ่มล้า แต่ก็ยังเดินต่อไป

และแล้วผมก็มาถึงอ่าวช่องขาด



(วิวนี้มองเห็นจุดกางเต๊นท์ของอ่าวช่องขาด)



Centuria100_010609_017


ก็เดินดูบรรยากาศของที่นี่
ที่นี่จุดกางเต๊นท์ค่อนข้างแออัดแฮะ
ห้องน้ำก็ดูทึบๆ ด้วย
แต่ที่นี่จะมีบ้านพักให้เช่า (ที่อ่าวไม้งามไม่มีบ้านพัก มีแต่เต๊นท์)
ราคาอยู่ที่คืนละ 2000 มีห้องน้ำในตัว มีแอร์ด้วยนะ
บ้านจะมีสองแบบ แบบปูนที่อยู่พื้นปกติ
กับแบบบ้านไม้ที่ยกสูง เหมือนบ้านบนต้นไม้ อะไรแบบนั้น(แต่ไม่สูงขนาดนั้นนะ)
เดินๆ อยู่ ก็เจอกับกลุ่มคนไทยที่นั่งเรือมาด้วยกัน
พี่กวงกับพี่แหม่ม และก็กลุ่มพี่ผู้หญิงไทยสามคน
พวกพี่เขากำลังจะดำน้ำเล่นแถวๆ นี้
พี่เขาก็ชวนให้มาดำด้วยกันสิ
ผมก็บอกว่า ผมไม่ได้เตรียมตัวอะครับ
จะว่าไปก็คิดแต่จะถ่ายรูปด้วย
ลืมคิดถึงว่า จริงๆ น่ามาเล่นน้ำที่นี่เหมือนกัน

พี่เขาก็เอ่ยปากว่า เดี๋ยวให้ยืมอุปกรณ์ ไปด้วยกันๆ
เล่นเอาเราเกือบใจอ่อน
แต่ก็ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าดีกว่า
ไว้มาอีกที เตรียมตัวมาดำน้ำที่นี่แน่ๆ

ก่อนที่จะแยกกัน พี่แหม่มบอกว่า
เออ รู้สึกว่าเราดำขึ้นเยอะเหมือนกันนะ
-_-' เราก็เอ่อ นี่แค่วันที่สองนะเนี่ย
ก็เล่นไม่เอาครีมกันแดดมา คิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก
เราผู้ชาย ไม่ต้องห่วงมาก
(แต่ภายหลังผิวไหม้ เล่นเอาตอนนี้ต้องทาครีมบำรุงผิวทุกวัน > <)


เดินจากจุดกางเต๊นท์ไปยังจุดท่าเรือของอ่าวช่องขาด





จุดด้านหน้าของอ่าวช่องขาด
Centuria100_010609_029


และจุดท่าเรือ

Centuria100_010609_021




เดินไปที่ท่าเรือ ก็เจอกับลุงคนนึงแกกำลังจะออกเรือพอดี
ผมก็เข้าไปทักทาย
คุยไปคุยมา แกบอกว่าจะกลับฝั่ง
ผมก็เฮ้ย ลุงจะกลับฝั่งด้วยเรือหางยาวเนี่ยนะ
แล้วมันจะถึงกี่โมงอะครับลุง
ลุงแกก็บอกว่า ก็คงราวๆ 2 ทุ่มกว่าๆ ละมั้ง (ตอนนั้น 4 โมงได้)
แล้วลุงไม่กลัวหลงหรือครับ
ลุงแกก็บอกว่า ไม่หรอก ชินแล้ว
ผมก็ได้แต่ทึ่งกับการใช้ชีวิตประจำวันของลุงแกจริงๆ

จากนั้นก็มีเรือมาจอดเทียบท่า
ก็มีคนเข้ามาทักทายผม
(ผมจำชื่อพี่เขาไม่ได้แล้วT_T)
พี่เขาบอกว่า ขับเรือให้บริษัทกรีนวิว
ก็ขับเรือ พานักท่องเที่ยวดำน้ำ ซึ่งของเขาจะคิดเหมาครึ่งวัน 1000 บาท(ต่อลำ)
แต่เขาก็บอกเลยว่า เขาอาจจะคิดแพง
แต่บริการเต็มที่แน่นอน พาไปจุดที่สวยจริงๆ
จริงๆ ตอนเจอกับพี่สาวคนไทย 3 คน พี่เขาก็พูดถึงชื่อ "สิ้นคิด" ขึ้นมา
เป็นจุดดำน้ำที่สวยงาม
ผมก็บอกพี่เขาไปว่า ที่อุทยานไม่เห็นพาไปจุดนี้เลย(ไม่มีในตารางของอุทยาน)
พี่เขาก็บอกว่า มันก็สวยนะ แต่ก็มีอีกหลายที่ ที่อุทยานไม่ได้จัด
แต่ของพี่ พาไปหมด เต็มที่อยู่แล้ว(ขายของเก่งเหมือนกันนะพี่ ^^')
ผมก็บอกไปว่า อยากไปกับพี่เหมือนกันแฮะ
แต่ผมมาคนเดียวดิ คงจะหาคนหารมาเหมาไปด้วยยาก
พี่เขาบอกเลย เฮ้ย ไม่ต้อง
ถ้าเกิดมาเจอวันที่นักท่องเที่ยวเหมาเรือพี่นะ
พี่ให้ติดไปได้ฟรีเลย ไม่คิดเงินจริงๆ คนเดียวสบายมาก
โหย แน่นอนพี่ งี้มาคราวหน้าผมมาพักหาดนี้ดีกว่า
เผื่อได้เจอพี่อีก ฮ่าๆ
แกก็น่ารัก บอกว่ายินดีเลย
แกบอกว่า เราทำธุรกิจประเภทนี้ สำคัญต้องบริการดี
คนเขาจะได้บอกต่อว่า มากับพี่คนนี้สิ มากับที่นี่สิ
นี่แหละที่พี่หวัง มันจะเป็นผลดีกับเราต่อๆ ไป

วันนี้ที่อ่าวช่องขาด ณ สะพานท่าเรือ
ผมจะไม่ลืมพี่กรีนวิวกับลุงเรือหางยาวเลย(แม้จะลืมชื่อเขาไปแล้วก็ตาม)
ผมได้ประสบการณ์ดีๆ เพิ่มขึ้นอีกแล้ว :D



วิวจากสะพานไม้ ก่อนจะลากันไป รอถ่ายพระอาทิตย์ตกดิน
ผมลองใช้ฟิวเตอร์ PL ดู ลองถ่ายอันเดอร์ไป 1 สต็อป
ผลคึอ ฟ้าเข้มข้นจริงๆ (มารู้เอาตอนล้าง >< ทีหลังจะถ่ายติด - 1 สต็อปละ)


ก่อนจะไปที่นาวี ผมแวะซื้อน้ำกระป๋อง ดื่มให้ชื่นใจ
เสียดายที่นี่โค้กดันหมด
ผมเลยต้องกินน้ำแดงแทน แม้จะไม่สดชื่นสะใจเหมือนโค้กก็เหอะ แต่ก็ดีจริงๆ
แล้วก็ซื้อเสื้อของอุทยานไว้หนึ่งตัว (200 บาท)
จากนั้นก็เริ่มเดินกลับละ

ผมใช้เวลาไม่นานก็มาถึงตรงจุดนาวี
ที่เร็วกว่าตอนมาครั้งแรก เพราะไม่ได้แวะถ่ายรูปแล้ว
เดินอย่างเดียว มาถึงนี่ 5 โมงนิดๆ เอง
ก็ขอเข้าไปบ้านพักของพี่ๆ นาวี
พี่ๆ เขาก็น่ารัก บอกตามสบายๆ เราก็นั่งดื่มน้ำเปล่าเต็มๆ แก้วเลย
แล้วก็มานั่งฟังเพลงเพลิน ตรงที่พักหน้าหาด ซึ่งเจ้าหน้าที่เขาทำเป็นแคร่ไม้ไว้
ผมก็นอนฟังเพลงเรื่อยเปื่อยมองวิวเพลินๆ






ระหว่างรอช่วงแสงสีส้ม ก็ถ่ายเล่นๆ แบบเต็มพระอาทิตย์ดวงกันก่อน






และแล้วจากแสงแดดจัดๆ ก็ค่อยๆ ลดแสงเป็นโทนส้ม
ได้เวลาที่เราจะเริ่มกดชัตเตอร์กันแล้ว
ระหว่างถ่าย ก็เจอชาวต่างชาติอีกคน
พกกล้องและเลนส์ขาวตัวเขื่อง( cannon 70-200 f2.8 ชัวร์)
ถ่ายอย่างเมามันเชียว
ส่วนเราก็ยิ้มทักทายเล็กน้อย
และก็ต่างคนต่างลงมือทำในสิ่งที่ชอบกันไป :D

Centuria100_010609_035






Lucky200_010709_001






Lucky200_010709_002


Lucky200_010709_003





Lucky200_010709_006



Lucky200_010709_009

หลังจากพระอาทิตย์ลับตาไปกับทะเลแล้ว
ฟ้าของที่นี่ก็มืดอย่างรวดเร็ว คิดในใจ ตายละ
วันนี้กินมื้อดึกกับพวกจีอึนนี่นา เขาจะรอเราไหมเนี่ย
จองมื้อค่ำไว้แล้วด้วย

ผมไม่รอช้า เปิดไฟฉาย และเดินออกทันที
ฝรั่งที่ผมเจอก็เดินตามมาติดๆ
ปรากฏว่าเขาไม่ได้เตรียมไฟฉายมา
เลยได้แต่เดินตามผม
ผมซึ่งไม่ได้เตรียมรองเท้ามา(ใส่รองเท้าฟองน้ำ)
ก็เดินไปลื่นไป ฝรั่งก็ทักประมาณว่า คุณต้องแบบน้ีสิ โดยชี้ๆ ไปที่รองเท้าเขาเอง
(คือคนนี้เขาไม่ใช่คนอังกฤษ เหมือนกับพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ด้วยอะ)
เราก็อยากจะตอบกลับว่า งั้นแกก็หัดเตรียมไฟฉายเหมือนฉันบ้างสิ ;p
แต่ไม่ได้ตอบไปนะ คิดเล่นๆ
ก็ถือว่ามีเพื่อนเดิน แต่แอบกดดันตรงเขาเดินถนัดกว่าเรา
แล้วก็เหมือนกับอยากให้เรารีบเดิน เพราะฟ้าเริ่มจะมืดมากแล้ว(มืดเร็วมาก)
มีจังหวะนึง ผมลงผิดจังหวะ ปวดข้อเท้ามากเลย
แต่ก็ต้องเร่งเดิน สุดท้ายเราก็กลับมาที่จุด 200 เมตร
ก็ขอเช็คแฮนกับฝรั่ง ประมาณว่า แกกับฉันรอดแล้วโว้ยยย

มาถึงเต๊นท์ตอน 6 โมงครึ่ง แต่ฟ้ามืดสนิทเลย ;p
ที่เต๊นท์ เจอกับโซเฟีย
เธอตกใจมาก ที่เห็นสถาพผม ตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ผมก็รีบขอโทษ ขอโพย ที่มาช้า
เธอก็บอกว่า ไม่เป็นไรๆ พวกเธอเป็นห่วงผมมากกว่า
หายไปนานมาก ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
ผมก็บอกไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวขอ 5 นาที
อาบน้ำก่อน เดี๋ยวเจอกันที่โรงอาหาร

ผมก็อาบน้ำ รู้สึกดีมากๆๆๆ
อาบเสร็จก็ไปที่จุดบริการ จ่ายเงินค่าอาหารเซ็ท
และก็เอาใบเสร็จไปยื่นที่โรงอาหาร เขาก็จะให้เราไปนั่งรอ
ส่วนโซเฟียบอกว่า อยากสั่งเพิ่มอีกสักอย่าง แล้วเราหารกันดีไหม
ผมก็ เอาเลย ยังไงก็ได้
โซเฟียก็เลยสั่งผัดผักมา 1 จาน
และแล้ว อาหารสุดหรูก็มา
มื้อนี้มีปลานึ่งมะนาว, ปลาหมึกชุปแป้งทอด, กุ้งนึ่ง, และแกงเผ็ดอีกชาม มีแตงโม ให้ซีกนึง
ข้าวอีกโถ

ปลาหมึกชุปแป้งทอด มีน้ำจิ้ม บ่วยกอ
จีอึนถามว่า น้ำจิ้มนี้เขาเรียกอะไร
ผมก็บอกไปว่า บ่วยกอ มันเป็นน้ำจิ้มสูตรจีนนะ
เป็นที่ถูกอกถูกใจคนเกาหลีแฮะ
ส่วนแกงเผ็ด คนเกาหลีก็ชอบมาก
เท่าที่เจอสามคนนี้กินเผ็ดเก่งน่าดู
จีอึนยังบอกอีกว่า ชอบส้มตำมาก

และอีกอย่างที่ได้รู้จากพวกเธอคือ คนเกาหลีไม่ชอบผักชี
พวกเธอจะเขี่ยกันหมด
เราก็บอกไปว่า อาหารไทยน่ะ ชอบใส่ผักชีโรยหน้า
เธอก็ ใช่ๆ เวลาสั่งต้องบอกว่า อย่าใส่นะ

กินข้าวเสร็จ
โซเฟียบอกว่า ตบมื้อนี้ด้วยเบียร์กันดีกว่า
ผมก็เอากับเขาด้วย



(เบียร์สิงห์บนเกาะ มันชื่นใจจริงๆ แต่กระป๋องละ 50 นะ ;p)


กินเสร็จสาวๆ ก็เมาท์เรื่อยเปื่อย(ภาษาเกาหลี)
และพวกเธอก็ชวนกันออกมาเดินเล่นริมหาดชมดาว
คืนนั้นดาวเต็มฟ้าเลย
เดินเล่นชมดาว จนสุดหาด
เดินไปถึงโซนหินที่ผมมาถ่ายรูปเมื่อกลางวันนั่นแหละ
ปรากฏว่ายุงเริ่มเยอะ
พวกเราก็เลยกลับเข้าไปนอน
จบวันที่สองบนเกาะสุรินทร์อย่างน่าประทับใจ
แม้คืนนั้นผมจะนอนไม่ค่อยหลับก็ตาม -_-'
......



Create Date : 22 มกราคม 2552
Last Update : 22 มกราคม 2552 1:19:04 น. 9 comments
Counter : 1835 Pageviews.  

 
สวยจังเลยค่ะ อยากไปเที่ยวจังเลย

ไม่รู้เมษานี้จะได้ไปหรือเปล่า


โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:1:37:15 น.  

 
เวอะมาทักทายค่ะ


โดย: CrackyDong วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:5:09:19 น.  

 
ทะเลสวยค่ะ


โดย: iamorange วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:7:33:32 น.  

 
ทะเลสวยมาก ๆ ครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเที่ยวทะเลมาก ถ้ามีโอกาสจะไปให้ได้เลยครับ


โดย: new (limingxin ) วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:8:25:28 น.  

 
มาตามดูค่ะ กำลังจะไปเหหมือนกันปิดเทอมนี้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปที่ไหน อย่างไร กี่วัน ฯลฯ


โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:21:27:48 น.  

 
สวยจังงง

เบียร์ป๋องนั้น
ที่กระบี่ขายป๋องละ 100

อิอิ


โดย: เบิดน้อยยย IP: 125.24.127.146 วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:2:32:11 น.  

 
เห็นเเล้วอยากจะทะลุเข้าไปจิงๆ นะเออ เฮ้อเมื่อไรน้อ


โดย: freedom IP: 58.8.122.148 วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:41:50 น.  

 
ถ่ายภาพสวยมากค่ะ

เห็นแล้วสบายตา

ทำให้อยากไปอีกแระ


โดย: ละอองหญ้า ในสายหมอก วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:43:42 น.  

 
น่าเขียนหนังสือนะคะ
อ่านแล้วสนุกและอยากไปเที่ยว


โดย: แมวโหด วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:5:24:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]