มึนไปตามใจฝัน
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
21 มกราคม 2552

6 วันในการเดินทาง "กรุงเทพฯ-หมู่เกาะสุรินทร์-????" [คุระบุรี - วันแรกบนหมู่เกาะสุรินทร์]

5 มกราคม คุระบุรี-หมู่เกาะสุรินทร์

ที่คุระบุรี ฝั่งตรงข้ามมีตลาด
จีอึน ชวนไปหาอะไรกินกัน
ที่ตลาด จีอึน ซื้อกล้วยมาหวีนึง
ผมก็ถามว่า ชอบกินเหรอ เธอก็บอกว่า เปล่า เขาแค่อยากหาผลไม้รองท้อง
ส่วนผมชวนเธอไปร้านโจ๊ก
ผมอยากกินโกโก้ร้อน กับปาท่องโก๋สักคู่
ส่วนจีอึนกินโจ๊ก
และก็เพิ่งรู้ว่า เธอไม่กินผักชีเลยแฮะ เขี่ยออกหมด

และก็มานั่งเล่นตรงหน้าตึกที่รอรถไปส่งที่ท่าเรือ
ระหว่างนั้น ก็มีสาวเกาหลี สองคน เป็นพี่น้องกัน
กำลังติดต่อไปเกาะสุรินทร์ด้วยเหมือนกัน
แต่ของสองคนนี้ มาแบบไม่ได้ติดต่อที่ใดๆ ทั้งนั้น
ก็มีเหตุการณ์แย่งตัวกันเล็กน้อย
มาทราบทีหลังคือ บริษัทเรือจริงๆ มีไม่กี่บริษัทหรอก
ที่ดังๆ ก็มีสามที่ บารากูด้า กับ ซาบีน่า และก็ กรีนวิว
นอกนั้นเป็นบริษัทต่างๆ ที่จัดผู้โดยสารให้กับบริษัทเรือ และกินค่าหัวคิว
แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าเขาไม่ได้ชาร์ตเราเพิ่ม
ผมก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองเสียผลประโยชน์แต่อย่างไร

จีอึน ก็เขาไปทักทายกับสองสาวเกาหลี
และก็แยกย้ายกันไป
ซึ่งบริษัทที่มาติดต่อนั้น เสนอราคาเช่าเต๊นท์เพียงวันละ 100
จีอึนก็เลย ไปเช่าเต๊นท์กับที่นี่
เพราะเธอรู้ว่าของอุทยานคิด 300
ที่นี่ 100 + ค่ากางเต๊นท์อุทยาน ก็ 80 เป็น 180 ถูกกว่าเกือบครึ่งเชียวนะ


ประมาณ 6 โมงครึ่ง รถที่มารับเราไปท่าเรือก็มาถึง
จึอึนยังอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังติดต่อเรื่องเช่าเต๊นท์นั่นแหละ



Lucky200_010509_003
(ภาพคุระบุรียามเช้าตอนไปรอจีอึนฝั่งตรงข้าม)


ผมก็วิ่งไปตาม และก็มาขึ้นรถ
ซึ่งคนของซาบีน่าก็น่ารักมาก
เอาของทุกอย่าง ขึ้นรถไว้ให้เรียบร้อยเลย
วิ่งมาถึงรถก็ขึ้นรถได้ทันที
บนรถผมได้เจอกับพี่กวงและพี่แหม่ม ที่เราเจอกันตอนกินข้าวเมื่อคืนนั่นเอง
และก็มีคนไทยอีกคน ^^' จำชื่อพี่เขาไม่ได้แฮะ (ขอเรียกพี่เขาว่าพี่พลอย ละกัน)
มากับแฟนชาวอังกฤษชื่อพอล
ก็ทักทาย และก็สนทนาเรื่องเที่ยวแหละครับ
ปรากฏว่า มีเพียงจีอึนคนเดียวที่เคยมาเที่ยวที่นี่ นอกนั้นทุกคนมาเที่ยวครั้งแรกกันหมด
แต่นั่งได้แป๊บเดียว พี่กวงกับพี่แหม่ม ก็แยกไปรอพักอีกบริษัทนึง
ก็เหลือแต่ผม จีอึน และพี่พลอยกับพอลไปที่บริษัทซาบีน่า

รถมาถึงท่าเรือ ประมาณ 7 โมงได้
ก็นั่งเล่นและก็คุยเรื่อยเปื่อยกันที่บริษัทซาบีน่า
ซึ่งเราก็ต้องมาลงทะเบียนซะก่อน
ของผมและจีอึน ก็จัดการแลกตั๋วเรือ

ส่วนพี่พลอยกับพอลซื้อตั๋วแบบแพ็คเกจ ให้บริษัทซาบีน่าจัดการทุกอย่าง
ซึ่งเป็นแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน เรือสปีดโบ๊ท

ความต่างของการมาเที่ยวเองกับซื้อทัวร์คือ
เราจะต้องไปลงทะเบียนกับทางอุทยานด้วยนะ
ทางอุทยานจะเปิดทำการ 7 โมงครึ่งครับ
พอ 7 โมงครึ่ง ผมกับจีอึนก็ไปลงทะเบียนที่อุทยาน
ซึ่งเขาก็จะถามว่า เราจะพักกี่วัน
ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าจะอยู่กี่วัน ก็แจ้งเขาได้
เขาก็จะเขียนในใบว่า open ครับ
ซึ่งใบเนี่ย เราจะต้องไปยื่นให้กับทางอุทยานบนเกาะสุรินทร์อีกทีนะ


Lucky200_010509_005
(หน้าอุทยาน และร้านไก่ทอด)




Lucky200_010509_004
(เช้าวันจันทร์ นักเรียนขึ้นรถไปโรงเรียน)



พอเสร็จธุระ
ก็คุยกับจีอึนเรื่อยเปื่อย เรื่องการเดินทางท่องเที่ยวไรพวกนี้แหละ
เขาถามว่า เราเคยไปเที่ยวต่างประเทศบ้างหรือยัง
ก็บอกว่า เคยไปกัมพูชา ไปนครวัด
เขาก็บอกว่า เสร็จจากทริปนี้ เขาจะไปเที่ยวนครวัดต่อพอดี
เป็นการไปครั้งที่สอง
ผมก็บอกไปว่า ผมก็อยากเที่ยวต่างประเทศเหมือนกัน
แต่ภาษาผมไม่ค่อยดี แถมเงินไม่ค่อยมี
แต่จีอึนบอกว่า ถ้าเรื่องภาษา มันไม่ใช่ปัญหา
อย่างผม ถือว่าเที่ยวได้แล้ว
เพราะเพื่อนเขา พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย
แต่เธอก็เที่ยวคนเดียว มาหลายประเทศ ก็ปลอดภัย ไม่มีปัญหา
เพราะฉะนั้น นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย
จีอึนก็บอกว่า เรื่องภาษานั้นค่อยๆ เรียนก็ได้
เธอเองก็จะไปว่าจะเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม
เพราะอยากเที่ยวจีน และก็อยากไป จิ่วไจ้โกว
เธอยังบอกอีกว่า ผมอายุไม่มาก น่าจะยังจำได้
เธอสิ อายุเยอะแล้ว คงจะลำบาก
(ตอนนั้นเธอยังไม่รู้อายุผม ฮ่าๆ)
แล้วเธอก็พูดมาคำนึง แต่ผมลืมไปแล้ว -_-'
ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่า คำนี้แปลว่าอะไร
แต่คุยไปคุยมา ผมก็พูดถึงคำว่า brave
จีอึนก็บอกว่า คำที่เธอหมายถึง คือกล้าที่จะท่องเที่ยวนั่นแหละ
แต่ไม่ใช้ brave (คือผมใช้ผิดศัพท์ -_-')

มีอีกเรื่องที่เราคุยกันและก็คิดตรงกันคือ
การเที่ยวทั้งแบบมากับเพื่อนและไปคนเดียว
ก็มีข้อดีแตกต่างกันไป
การเที่ยวกับเพื่อน เราก็มีความสุขอีกแบบนึง
ที่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนและคนรู้จัก
ส่วนการเที่ยวคนเดียว
เหมือนจะโดดเดี่ยว แต่จริงๆแล้ว
มันมีโอกาสที่จะได้รู้จักคนมากกว่าเดิมอย่างมาก
อย่างเวลาผมไปเที่ยวคนเดียว ก็มักจะมีคนมาทักทาย
หรือเราเอง เวลาทักทายคนอื่น ก็จะรู้สึกลื่นไหลกว่าเวลาไปกับเพื่อน
ตัวอย่างที่สำคัญก็คือ
ถ้าผมมากับเพื่อน หรือจีอึนมากับเพื่อน
เราสองคนก็คงไม่รู้จักกันและมายืนคุยกันตรงนี้แน่ๆ

จากนั้นจีอึนก็ชวนไปเดินเล่นระแวกๆ นี้
ผมก็ถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อย


Lucky200_010509_008
(ระแวกท่าเรือ)



กลับมาเจอพี่พลอยอีกที
พี่พลอยบอกว่า ผมได้ขึ้นสปีดโบ๊ทแทนเฟอรรี่
เพราะช่วงที่เราไปนั้น คนไม่มากนัก
บริษัทจึงใช้สปีดโบ๊ทแทน
รู้สึกตั๋วที่ซื้อมา คุ้มเข้าไปอีกวุ้ย ฮ่าๆ

มีอีกเรื่องที่เพิ่งทราบจากพี่พลอย
คนที่นี่บอกว่า ที่เกาะ โทรศัพท์มือถือ ใช้ได้แต่ AIS นะ
ผมใช้ดีแทค ก็เลยรีบโทรบอกที่บ้านไว้ก่อน
กลัวเดี๋ยวเป็นห่วง ทำไมติดต่อไม่ได้
ส่วนพี่พลอยบอกกับแฟนว่า บนเกาะ แฮปปี้ใช้ไม่ได้
ผมก็เลยพูดติดตลกว่า บนเกาะทำให้รู้ว่า ระบบนี้ไม่แฮปปี้นะ ฮ่าๆ




เวลา 8 โมงกว่าๆแล้ว ก็เลยไปนั่งรอที่ท่าเรือ



Lucky200_010509_010
(ถ่ายจากตอนนั่งรอในศาลาที่ท่าเรือ)


นั่งรอเรื่อยๆ เปื่อยๆ
เห็นชาวต่างชาติทยอยๆ มาเรื่อยๆ
มีทั้งแบบครอบครัว แบบคู่รัก และฉายเดี่ยวก็มีเหมือนกัน
รู้สึกคนก็เยอะเหมือนกันนี่หว่า
แบบนี้เราจะถูกเปลี่ยนมาเป็นเฟอร์รี่หรือเปล่านะ
แต่ผมว่า ยังไงก็ได้แหละ เอาแค่ไปถึงปลอดภัยก็พอแล้วกัน
ประมาณ 8 โมงครึ่งได้
ผมก็ชักจะหิวๆแฮะ
เลยซื้อไก่ทอด และข้าวเหนียวที่ร้านหน้าท่าเรือ รสชาติอร่อยดีเหมือนกันนะ


ประมาณเกือบ 9 โมง เรือก็เรียกให้พวกเราขึ้นเรือ เตรียมเดินทางกันได้
เพราะเนื่องจากคนไม่มากนัก มีคนเดินทางทั้งหมด 20 กว่าคนได้
เราจึงได้ขึ้นเรือสปีดโบ๊ทจนได้



Lucky200_010509_013
(ภาพบนเรือสปีดโบ๊ท)


ในเรือ ผมก็ได้เจอทุกคนอีกรอบครับ
ทั้งพี่กวง พี่แหม่ม พี่พลอยและพอล และก็สาวเกาหลีอีกสองคน
และก็เจอคนไทยเพิ่มอีกสามคน เป็นสาวล้วน
ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด
บนเรือมีนักท่องเที่ยวไทยเพียง 7 คนครับ ^^'
เห็นพี่สามสาวคนไทยเล่าว่า เพิ่งกลับมาจาก สิมิลัน
ที่นั่นมีพวกเธอเป็นคนไทยกลุ่มเดียว นอกนั้น ต่างชาติหมด
การมาเจอชาวต่างชาติเยอะๆ ก็อดรู้สึกแปลกนิดๆ ไม่ได้แฮะ
แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ช่วยให้ประสบการณ์เที่ยวของเรามีสีสันดี(ฮา)




เรือออกไปสักพักก็ถึงเกาะนึง
เราก็เหวอสิ ทำไมเร็วจัง
จริงๆ ไม่ใช่ครับ เรือมารับชาวต่างชาติที่ "เกาะระ"
ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งไม่ไกลนัก
ที่นี่เขาว่าเป็นรีสอท แต่ก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกัน
เพราะเกาะดูเป็นธรรมชาติอยู่เหมือนกันนะ
แต่ก็เป็นจากมุมภายนอกที่ผมเห็นนะ
จริงๆ ข้างในมันอาจจะมีแต่สิ่งก่อสร้างก็ได้



Lucky200_010509_015
(ท่าเรือที่เกาะระ)


มีชาวต่างชาติ(เป็นครอบครัวใหญ่เลยละ) จากเกาะระ
ไปกับพวกเราด้วย
และแล้วเราก็นั่งเรือกระแทกคลื่นไป 1 ชั่วโมงกว่าๆ ได้


Lucky200_010509_016
(ภาพเกาะระ ตอนเราออกจากที่นี่เพื่อสู่หมู่เกาะสุรินทร์)


ระหว่างทางค่อนข้างทรมานเหมือนกัน
เพราะคลื่นแรง และเสียงเครื่องยนต์ก็ดังเหลือเกิน
ผมไม่รู้เรื่องรู้ราว
นั่งหลังสุด โดนน้ำเต็มๆ ครับ
กระเป๋ากล้องสุดหวงของผมอย่างเปียก ;p
ได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ ปนทำใจ

ส่วนสองเกาหลี อาการจ๋อยไปเลย
เมาคลื่น แถมหมวกปลิวไปกับสายลมและแรงเรืออีกต่างหาก
เล่นเอาทุกคนเป็นห่วงเลย


ประมาณ 10 โมงกว่าๆ




(มาถึงแล้วววววว)



(น้ำใสมากๆ)


เราก็ได้เห็นวิวของเกาะสุรินทร์
สำหรับผมนั้น ตื่นตาตื่นใจทีเดียวกับทะเลสองสี
สีน้ำเงินเข้มและสีเขียวใสริมเกาะ
เป็นสิ่งที่น่าประทับใจยิ่งนัก
ผมเคยเห็นทะเลแบบนี้ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน
ที่ ปากเมง จังหวัดตรัง
ตอนนั้นรู้สึกประทับใจมาก ไม่คิดว่าทะเลจะสวยขนาดนี้
(ก่อนนั้นเจอแต่พวกชะอำ พัทยา บางแสน)
จะว่าไป ผมก็อยากไปเที่ยวปากเมงอีกจัง
;p แต่ก็แค่นึกๆ ไว้น่ะ
ยังไงตอนนี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผม
หมู่เกาะสุรินท์ หมู่เกาะที่เราอยากมาตั้งนาน
เราได้มาถึงแล้ววววว ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากเลย

เรือที่เราโดยสารมานั้น
จะมาพักเรือตรงบริเวณอ่าวช่องขาด
ซึ่งจะมีเรือเหล็กขนาดกลางมาเป็นจุดกลางรับคนขึ้นมา
ตรงนี้จะเสียเวลานิดหน่อยและทุลักทุเลอยู่พอควร
เพราะพอขึ้นเรือได้ก็ต้องมาตัดสินใจว่าจะพักที่หาดไหน
หาดไม้งาม หรืออ่าวช่องขาด
ปรากฏว่า คนไทยที่ผมเจอ เลือก อ่าวช่องขาดกันหมด
ผมก็ตัดสินใจอยู่ว่ายังไงดี
และผมก็เลือก หาดไม้งาม
ตอนนั้นลังเลอยู่เหมือนกัน เพราะอ่าวช่องขาดดูน่าพักเหมือนกัน
แต่ที่ตัดสินใจไปหาดไม้งาม เพราะคิดว่า เราไปอยู่กับชาวต่างชาติดีกว่า
มานี่ทั้งทีก็น่าจะลองเก็บประสบการณ์เที่ยวใหม่ๆ ดูบ้าง



Lucky200_010509_019
(ระหว่างลงเรือไปยังอ่าวไม้งาม
พี่เจ้าหน้าที่คงจะพูดในใจว่า รีบๆลงสิ ขวางทางคนอื่นนะเฟ้ย)



และแล้วผมก็เป็นคนไทยคนเดียวที่ไปหาดไม้งาม
ซึ่งเรือจะขับผ่านอ่าวช่องขาดไปไม่ไกลนัก
และเรือก็จะมาส่งเราที่หาดนึง



(บนเรือหางยาวเพื่อไปยังอ่าวไม้งาม)


ตอนเห็นครั้งแรก ผมอึ้งๆ นิดหน่อย
เฮ้ย อยากกลับไปนอนอ่าวช่องขาด
คือภาพที่ผมเห็น มันเป็นชายหาดที่ไม่กว้างนัก
ยังคิดว่า เฮ้ย จะนอนตรงไหนละนั่น
แต่จริงๆ ผมเข้าใจผิด
จุดนี้เป็นเพียง ชายหาดที่รับคนเพื่อไปอ่าวไม้งามอีกที


Mitsu200_010609_028
(ภาพจากฝั่งเวลามองออกไป บริเวณนี้เราต้องแวะเวียนกันมาบ่อยๆ เพื่อขึ้นเรือไปดำน้ำ)


เรือจะจอดริมหาดไม่ได้เราจะต้องเดินลุยน้ำไปนะครับ
น้ำก็สูงเลยเข่ามาหน่อย
ถ้าใส่สามส่วนมาก็เปียกแน่ๆ
แน่นอนว่าคนขาสั้ันอย่างผม เปียกเยอะเลยล่ะ ;p

ตอนนั่งเรือที่จะไปอ่าวไม้งามนั้น
กระเป๋าใหญ่ของแต่ละคนจะตามไปทีหลังนะ
เพราะว่าเรือที่นี่จะใช้เรือหางยาวในการเดินทางบริเวณเกาะ
ซึ่งจุได้ไม่มากนัก
จึงให้คนไปก่อน และของจะตามไป




Mitsu200_010609_018
(จากหาดนี้เราต้องเดินอีก 200 เมตร)



และแล้วเราก็มาถึงที่นี่


Lucky200_010509_022
(มาถึงถ่ายป้ายก่อนเลย ฮ่า กลัวคนไม่รู้)







Lucky200_010509_027




อ่าวไม้งาม วิวสวยสะใจมากครับ
รู้สึกคิดถูกที่มานอนที่นี่แฮะ :D

มาถึงก็ลงชื่อ ก็นำใบที่เราได้มาจากอุทยานบนฝั่ง ยื่นให้เจ้าหน้าที่
ซึ่งเราก็ระบุไปแล้วว่า ยังไม่มีกำหนดกลับ
เจ้าหน้าที่ก็จะบอกแค่ว่า ถ้าจะกลับให้ลงชื่อไว้ (เพื่อจะได้จัดเตรียมเรือถูก)
และก็ค่อยชำระเงินทีเดียวเลย
สำหรับเรื่องที่พักนั้น
กรณีของผมคือ นำเต๊นท์มาเอง ก็จะกางเต๊นท์ได้ตั้งแต่โซน 5 - 10
คุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จ
ก็เดินกลับไปที่หาด เพื่อไปรับกระเป๋าเดินทาง
ปรากฏว่า ถุงขนมเราหายไปแฮะ
แต่ในนั้นก็ไม่มีไรหรอก มีแค่น้ำสิงห์ 1.5 ลิตร กับขนมแครกเกอร์ซองเดียว ;p
ไม่รู้ว่า ลืมไว้บนเรือด้วยหรือเปล่า แต่ก็ช่างมัน
เรายังมีน้ำ 1.5ลิตรอีกขวดในกระเป๋า
คือมีประสบการณ์น้ำแพงจากภูกระดึง ก็เลยซื้อเป็นลิตรแล้วแบกมาเองดีกว่า;p

จากนั้นก็แบกเป้เดินกลับมา แล้วก็หาที่กางเต๊นท์
และก็มาที่โซน 7 เห็นที่ว่างอยู่ มุมดี มีต้นไม้บังแดด
มีคนผูกเชือกสำหรับตากผ้าไว้
(แต่จริงๆ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลย ที่นี่มีคนผูกไว้เยอะมาก)
ใช้เวลาพอควรถึงกางเสร็จ ที่ช้า เพราะลมค่อนข้างแรง
กางเต๊นท์คนเดียวก็ลำบากแบบนี้แหละ
พอกางเสร็จรู้สึกภูมิใจนิดๆ แฮะ
นั่งพึ่งลมได้สักพัก
ก็มีคนไทยเข้ามาคุยด้วย ซึ่งเขาพักอยู่เต๊นท์ข้างๆ นั่นเอง
เขาบอกว่า บอกก่อนนะ ตรงนี้อาจจะเสียงดังตอนกลางคืนนิดหน่อยนะ
เพราะว่ามีเด็กเล็ก อาจจะร้องไห้กลางดึก
แต่ผมก็คิดว่า คงไม่เป็นไรมั้ง อีกอย่าง กางเต๊นท์เสร็จแล้วด้วย
พอเขาบอกแบบนี้ จะย้ายเลย มันก็ยังไงๆ อยู่
ก็กะว่า ถ้าคืนแรกไม่ไหวจริงๆ ค่อยย้ายวันต่อมาก็ได้

พอทักทายกับเต๊นท์ข้างๆเสร็จ
ก็ออกมาถ่ายรูปเล่นหน้าหาด





เห็นเด็กเล่นกัน ดูน่ารักดี






Lucky200_010509_024
(มุมยอดฮิต ที่อ่าวไม้งาม)






และผมก็เจอกับกลุ่มสาวเกาหลี
นอกจากจี อึน ก็มีอีกสองคนคือที่ผมเจอบนเรือ
ก็คือโซเฟีย กับ คิม อือฮี โซเฟียเป็นพี่ของ คิม อือฮี
ผมก็ได้แต่เก็บความสงสัยว่า เอะ ทำไมเป็นคนเกาหลี แต่ชื่อโซเฟีย
แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะไม่รู้จะถามยังไง(ฮา)
พวกเธอกางเต๊นท์ที่โซน 9
ก็เข้าไปทักทาย คุยไปคุยมา เธอบอกว่ามากางเต๊นท์ใกล้ๆ กันดีกว่ามีที่ว่างด้วย
ผมก็คิดๆอยู่ แต่แล้ว เสียงเด็กจากเต๊นท์นั้นก็ร้องออกมา
-_-' เลยตัดสินใจย้ายดีกว่าแฮะ

เต๊นท์ผมเป็นแบบสองคน ก็หยิบกระเป๋าออกมา แล้วก็ยกไปตั้งเต๊นท์เลย
ระหว่างยก ก็เจอเหตุผลที่เด็กร้องไห้
เพราะมีเด็กฝรั่งสองคนมาแกล้งนั่นเอง
เป็นเด็กที่แสบมา อายุน่าจะ 4 ขวบได้ ทำทรงโมฮ็อก(แบบไม่ทาเยลนะ)
และพอเห็นพ่อของเด็กก็ไม่แปลกใจอะครับ
คุณพ่อน้องเขาสักทั้งตัว -_-' ดูน่ากลัวมาก
แต่จริงๆ น่ารักครับ พูดจาสุภาพ ไม่ใช่พวก ฟักๆ ชิดๆ โย่วๆ
ซึ่งเจ้าเด็กแสบโมฮ็อกนี่ มันก็จะมาแกล้งผมด้วยการปาทรายใส่เต๊นท์ผม
ถ้าไม่เห็นแก่พ่อของคุณน้อง ผมว่าจะเอากระเป๋าทุ่มใส่มันสักทีเหมือนกัน -_-'

ใช้เวลาจัดของไม่นาน วางเต๊นท์แล้วปักหมุด
และก็โยนๆ ของ -_-' เสร็จละ

จากนั้นก็ไปอาบน้ำ ผมกางเต๊นท์จุดที่เดินไปห้องน้ำได้ไม่ยากมากนัก
รู้ตัวดีว่าเป็นพวกชอบเข้าห้องน้ำบ่อยๆ
อาบน้ำเสร็จ รู้สึกสดชื่นมาก
กลับมาที่เต๊นท์
ก็เริ่มมื้อแรกบนเกาะสุรินทร์ผมด้วย
ปลากระป๋องซีเล็ค ทูน่าสลัดมายองเนส(แรดจริงๆฮ่า)
กินกับแครกเกอร์ อร่อยดีนะ
ส่วนน้ำดื่มตอนนี้มีขวดเดียว ก็พยายามจัดสรรให้ดี
แต่จริงๆ ที่โรงอาหารของอุทยาน มีดื่มฟรีบริการนะ
แต่เขาจะขอให้อย่าเติมใส่ขวด ให้ดื่มเฉพาะโรงอาหารเท่านั้น
เรียกว่าอยู่ที่นี่ค่อนข้างสบายเหมือนกัน




จากนั้นผมก็ไปสอบถามเรื่องกิจกรรมดำน้ำ
ทริปรอบบ่ายของอุทยานวันนี้เป็น อ่าวสุเทพ, เกาะมังกร, อ่าวไม้งาม
แต่จริงๆแล้ว มันต้องเป็นเกาะสต็อก กับ อ่าวจาก
เนื่องจากคลื่นแรง ก็เลยเปลี่ยนเป็น ทริปอ่าวสุเทพ

เราที่เพิ่งมาถึง ยังไงก็ได้อยู่แล้ว
มีความกระหายดำน้ำเต็มที่ ที่ไหนก็ไปหมดแหละตอนนี้ :D
ซึ่งก็ไปลงชื่อไว้ว่าจะไปดำน้ำรอบนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเรือไว้ตรงกับคนที่จะไป
ส่วนการจ่ายเงินนั้น ถ้าเกิดยังไม่มั่นใจว่าจะไปดีหรือเปล่า
ก็ไว้จ่ายตอนใกล้ๆ บ่ายสองก็ได้
แต่ถ้ามั่นใจ ก็จ่ายได้เลย รอบละ 80 บาทเอง

ผมก็ไปชวนกลุ่มสาวเกาหลี
ซึ่งจีอึน กับโซเฟีย ก็ไปด้วย มีเพียงน้องของโซเฟียที่ขอนอนพัก
เพราะยังมีอาการเมาเรืออยู่
และพอบ่ายสอง ผมก็เริ่มกิจกรรมดำน้ำตื้นครั้งแรกบนเกาะสุรินทร์
เราก็เตรียมตัวใส่เสื้อชูชีพ และก็เตรียมหน้ากาก
ส่วนกล้องไม่เอาไป เพราะเกรงว่าจะดูแลไม่ได้ ;p
ออกมาก็เจอกับกลุ่มสาวเกาหลี
โดนโซเฟียแซวว่า เสื้อชูชีพสีสดเชียวนะ
ก็นะ เสื้อผมซื้อมา นี่เป็นครั้งที่สองที่เพิ่งได้ใช้เอง
แถมเพิ่มความแรดด้วย นกหวีดสีชมพูหวานจ๋อยอีกต่างหาก

ส่วนของคนอื่นก็เช่าเอา อุทยานคิดค่าเช่าดังนี้
เสื้อชูชีพ 50 บาทต่อวัน , สน็อกเกอร์ 50 บาทต่อวัน
ส่วนตีนกบ ไม่แน่ใจว่าวันละ 100 หรือเปล่านะ
คือผมไม่ได้ใช้อะ ไม่รู้สิ คิดว่าไม่จำเป็นหรอกมั้ง -_-'

จากอ่าวไม้งาม เราก็เดินไป 200 เมตร ไปที่จุดขึ้นเรือ
มีเรือคราวนี้ประมาณ 3 - 4 ลำได้



เรือลำนึงจุคนได้ประมาณไม่เกิน 10 คน
บนเรือที่ผมนั่งคราวนี้ พบคนไทย อีกสองคนด้วย
และก็มีหนุ่มสาวต่างชาติอีกคู่นึง
สำหรับน้ำในช่วงนี้ คลื่นค่อนข้างแรง และน้ำไม่ใสนัก
แต่ก็สร้างความประทับใจให้ผมอย่างมาก
ฝูงปลาเล็ก เต็มไปหมด ตื่นตาตื่นใจมากมาย
ตอนลงไป ผมไม่รู้ว่าโดนอะไร ถึงได้แสบๆ คันๆ เปรี้ยะๆ
เราก็เข้าใจว่าโดนแดดจัดป่าวหว่า
แต่ก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนไรมาก ก็เลยไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษ

เห็นหนุ่มสาวต่างชาติเขาดูมีความสุขมากเลย
ดำน้ำตัวเปล่า ลงไปถ่ายรูปปะการังใกล้ๆ
ส่วนเราได้แต่ลอยตุ๊บป่องไปตามกระแสน้ำ
ใช้มือตะกุยๆ พาตัวเองไปตามเรื่องตามราว
เวลาเจอปลาสวยๆ หรือฝูงปลาขนาดกลาง
ก็จะทำท่าเรียกให้คนอื่นมาดูด้วย สนุกสนานดี

ส่วนความปลอดภัยในการดำน้ำ ก็มีในระดับที่ดี
เจ้าหน้าที่จะคอยช่วยเหลือ และคอยเตือนว่าไม่ให้ไปบริเวณไหน
ถ้าถึงเวลาที่จะต้องกลับ เขาก็จะเรียกเรา
และก็พยายามจะนำเรือไปใกล้ๆเท่าที่จะทำได้
เพราะถ้าเราอยู่ในเขตปะการังน้ำตื้นเขาจะเข้ามาหาเราไม่ได้
เนื่องจากอาจจะทำให้ปะการังเสียหายได้
ก็ถ้าว่ายน้ำไม่เป็น(แบบผม) ก็อย่าพยายามไปไกลนัก
มองๆ เรือไว้หน่อยก็ดี^^'

สำหรับเรือ เขาจะพาเราไปสามจุดตามลำดับนี้
อ่าวสุเทพ, เกาะมังกร, อ่าวไม้งาม
ทั้งสามจุดสวยครับ มีอ่าวสุเทพ มั้ง ถ้าผมจำไม่ผิดที่พบปะการังตายเยอะมาก
แต่ก็ถือว่าสวยอยู่ดีแหละ
ส่วนที่สวยสุดในสามจุดนี้ สำหรับผม กลับเป็น อ่าวไม้งาม
ตรงกลางทะเลก่อนจุดที่กางเต๊นท์ครับ
เพราะน้ำใส คลื่นสงบ ประทับใจมาก

จบทริปดำน้ำราวๆ 4 โมงครึ่งได้
สำหรับทริปนี้ จบลงที่ อ่าวไม้งาม
เรือก็จะมาจอดตรงใกล้ๆ หาดเลย
ไม่ต้องเดินกลับจากจุด 200 เมตร
เรือจอดและเดินเข้าไปยังเต๊นท์ได้เลย :D
กลับมาก็เพลียอย่างแรง
พาตัวเองไปอาบน้ำ ถึงร่างกายจะสดชื่น
แต่ตาจะปิด ก็แน่ละ เมื่อคืนก็นอนไม่เต็มอิ่ม
วันนี้ก็ใช้พลังเกิน ^^'

หลังจากอาบน้ำเสร็จหมดแล้วก็ชวนกันไปกินข้าวที่โรงอาหาร
สำหรับราคาอาหารนั้น
ถ้าเป็นหมู ไก่ ราคาจานละ 60 ครับ
ส่วนกุ้งหมึก จานละ 80
ไข่ดาว 10 บาท
ข้าวเปล่า 15 บาท
โค้กกระป๋อง 20 บาท
อันนี้ คุ้มค่าสุด เพราะไม่แพงนัก แถมเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ บนเกาะเลยละ
การดื่มโค้กบนเกาะนี่มัน สุดยอดมั่กๆ :D

ตอนแรกผมชวนจี อึน กินเซ็ทเมนู ของทางเกาะ เพราะกะมาหารกัน
แต่พวกเธอบอกว่ากินแยกดีกว่า
เราก็ไม่เป็นไร
มือเย็นของผมจึงเป็น พริกแกงกุ้ง หมึก + ไข่ดาว ทั้งหมด 90 บาท



(หน้าตาดีใช่ไหมล่ะ)



มื้ออิ่มท้องดี ส่วนน้ำก็ดื่มของอุทยาน
น้องของโซเฟียเอาซอสเกาหลีมากินข้าวด้วย
และก็ชวนให้เราลองกินดู
สำหรับผม ผมว่ารสมันคล้ายซอสมะเขือเทศนะ แปลกๆ ลิ้นหน่อย
แต่กินไปกินมาก็เพลินดี ^^'

กินข้าวเสร็จก็คุยไปเรื่อยเปื่อย
โซเฟีย หันไปเห็นชาวต่างชาติกินอาหารเป็นเซ็ทแล้วดูอลังการมาก
จึงบอกว่า พรุ่งนี้เรากินแบบนี้บ้างดีกว่า
จะว่าไปแล้วฝรั่งเกือบทุกคน กินเป็นเซ็ทกันแทบทุกคนเลยแฮะ
ดีละ พรุ่งนี้ต้องกินบ้าง

สำหรับคืนนี้ผมหลับสบายมากเลย
เพราะดำน้ำตอนบ่าย ทำให้เพลียมาก
กลางคืนของที่นี่ร้อนนิดหน่อยเหมือนกัน แต่ก็โอเคนะ
จบวันแรกบนเกาะสุรินทร์


Create Date : 21 มกราคม 2552
Last Update : 21 มกราคม 2552 0:46:28 น. 9 comments
Counter : 1379 Pageviews.  

 


อยากไปทะเล




โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:1:38:41 น.  

 
สวยจังนะคะ


โดย: t_karnya วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:7:53:15 น.  

 
ที่แสบๆคันๆเปรี๊ยะๆน่ะ..ก้อคือเจ้าแตนทะเล ค่ะ..บางที่ก้อเรียกว่าไรทะเล..อยู่กันเปนรังเลยแต่เรามองไม่เห็นอ่ะ มีพิษนะคะ ถ้าแพ้พิษล่ะก้อจะขึ้นเม็ดตุ่มใสเหมือนอีกสุกอีใสเลยล่ะ แถมคันอีกด้วย..เราเปนคนนึงที่แพ้ ถ้าจะไปทริปดำน้ำต้องป้องกันตัวเองอย่างมากเลย


โดย: moogmik IP: 203.144.130.176 วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:13:50:42 น.  

 
ทะเลสวยมากๆๆๆ

อยากไปๆๆ


โดย: น้องเบิร์ด (Kenshin_wife ) วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:13:56:11 น.  

 
ไว้จะมาอ่านต่อนะคะ


โดย: รัตตะ (ratta ) วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:15:16:04 น.  

 
เราไปหมู่เกาะสุรินทร์มาไปดำน้ำมากลับมาเป็นตุ่มใสๆขึ้นเต็มตัวเลย คันมากๆๆเลย แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร กลับมาเพื่อนบอกว่าโดนแตนทะเลหรือไม่ก็ลิ้นทะเลกัด ถ้าแพ้มากมันจะเป็นตุ่มใสๆ มากเป็นเป็นได้นานเกือบ 2 สัปดาห์เลย แนะนำว่าถ้าไปทะเลดำน้ำให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวด้วยเพื่อป้องกันไว้ก่อนครับ


โดย: เอ IP: 202.91.19.194 วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:11:18:08 น.  

 
สวยมากๆเลยคัฟ ถ้าคัยอยากรุข้อมูลติดต่อมาได้เด้อ jomaika01@hotmail.com


โดย: jomaika01 IP: 125.27.100.32 วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:16:22:43 น.  

 
เคยไี่ยวปมาแล้วเมื้อ4ปีก่อนสวยมากขอบอกดำน้ำสนุกมากๆได้เห็นปลากมากมายหลายชนิดรวมทั้งได้เห็นเต่ากระ,เต่าแสงอาทิตย์แต่เสียดายที่ไม่ได้ไปดำน้ำที่เกาะตอรินลาและอ่าวมังกรเพราะไก๊ดของชาบีน่า่ทัวร์บอกว่ากระแสน้ำที่อ่าวมังกรไหลแรงและน้ำขุ่นมากส่วนเกาะตอรินลาก็อยู่ไกลกลัวกลับเข้าฝั่งเย็นเกินไปเลยสรุปว่าไปเที่ยวหมู่บ้านชาวแลแทนแต่ก็สนุกดีได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเลหลังเกิดสึนามิว่าเป็นยังไงรวมทั้งได้อุดหนุนสินค้าแฮนเม็คเป็นเรือหาปลาจำลองฝีมือชาวเลที่เพิ่งทำเสร์จ2ลำในราคาสบายกระเป๋าเด็กๆชาวเลน่ารักมากใครที่ได้ไปเที่ยวที่หมู่บ้านชาวเลอย่าลืมเอาขนมเล็กๆน้อยไปฝากเด็กด้วยนะครับเพราะที่หมู่บ้านไม่มีขนมขายรวมทั้งสมุด ดินสอไปบริจาคให้โรงเรียนที่เด็กๆชาวเลใช้เป็นเรียนด้วยถ้าใครได้ไปเห็นสภาพโรงรียนที่เด็กใช้เรียนแล้วจะอึ้งพราะเด็กๆตั้งแต่ป.1-ป.6จะเรียนรวมกันหมดมีครูสอนเพียง2คนเท่านั้น
อ้อ!ลืมบอกไปที่หมู่ชาวเลมีพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องมือจับปลาและภาพถ่ายวิถีชีวิตของชาวเลให้ชมกันทริปไปเที่ยวทะเลหน้าร้อนนี้อย่าลืมไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์และหมู่บ้านชาวเลกันนะครับแล้วอย่าลืมถ่ายรูปสวยๆมันส์ๆมาแบ่งปันกันดูนะครับ



โดย: โกํะดอน IP: 124.122.37.209 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:22:49 น.  

 
เคยไี่ปเที่ยวมาแล้วเมื่อ4ปีก่อนสวยมากขอบอกดำน้ำสนุกมากๆได้เห็นปลากมากมายหลายชนิดรวมทั้งได้เห็นเต่ากระ,เต่าแสงอาทิตย์แต่เสียดายที่ไม่ได้ไปดำน้ำที่เกาะตอรินลาและอ่าวมังกรเพราะไก๊ดของชาบีน่า่ทัวร์บอกว่ากระแสน้ำที่อ่าวมังกรไหลแรงและน้ำขุ่นมากส่วนเกาะตอรินลาก็อยู่ไกลกลัวกลับเข้าฝั่งเย็นเกินไปเลยสรุปว่าไปเที่ยวหมู่บ้านชาวแลแทนแต่ก็สนุกดีได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเลหลังเกิดสึนามิว่าเป็นยังไงรวมทั้งได้อุดหนุนสินค้าแฮนเม็คเป็นเรือหาปลาจำลองฝีมือชาวเลที่เพิ่งทำเสร์จ2ลำในราคาสบายกระเป๋าเด็กๆชาวเลน่ารักมากใครที่ได้ไปเที่ยวที่หมู่บ้านชาวเลอย่าลืมเอาขนมเล็กๆน้อยไปฝากเด็กด้วยนะครับเพราะที่หมู่บ้านไม่มีขนมขายรวมทั้งสมุด ดินสอไปบริจาคให้โรงเรียนที่เด็กๆชาวเลใช้เป็นเรียนด้วยถ้าใครได้ไปเห็นสภาพโรงรียนที่เด็กใช้เรียนแล้วจะอึ้งพราะเด็กๆตั้งแต่ป.1-ป.6จะเรียนรวมกันหมดมีครูสอนเพียง2คนเท่านั้น
อ้อ!ลืมบอกไปที่หมู่ชาวเลมีพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องมือจับปลาและภาพถ่ายวิถีชีวิตของชาวเลให้ชมกันทริปไปเที่ยวทะเลหน้าร้อนนี้อย่าลืมไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์และหมู่บ้านชาวเลกันนะครับแล้วอย่าลืมถ่ายรูปสวยๆมันส์ๆมาแบ่งปันกันดูนะครับ



โดย: โกํะดอน IP: 124.122.37.209 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:26:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]