มึนไปตามใจฝัน
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
16 พฤศจิกายน 2551

ทีลอซู ทีลอเล วันที่สาม ตอนที่สอง

"ล่องแก่งสู่ ทีลอเล"

เวลาประมาณ 9 โมงกว่าๆ ได้
เราออกจากที่พัก ขับรถไปเพียง กิโลเมตรกว่าๆ ก็จะถึงจุดล่องแพยาง
สำหรับอากาศในวันนี้ ไม่แจ่มใสนัก
ผมเองก็หวั่นๆ ว่าฝนจะตก ก็ได้แต่หวังว่าฝนคงไม่ตกนะ
ตอนนั้นก็เอากระเป๋ากล้อง ใส่ถุงพลาสติคขนาดใหญ่ผูกมัดปาก ป้องกันอย่างที่จะทำได้มากที่สุด

การล่องเรือในครั้งนี้ มีทั้งหมด 3 ลำ
สองลำ คือพวกเรา 13 คน
ผม พี่กุ่ย พี่ญา พี่หนุ่ม น้องไนน์ น้องมะนาว ลำนึง (กลุ่มวัยรุ่น)
กับ กลุ่มพี่เจี๊ยบ อีก 6 คน ลำที่สอง (กลุ่มวัยใหญ่ ฮ่าๆ)
ส่วนอีกลำ เป็นของฝรั่ง ประมาณ 6 คน ฟังจากสำเนียง คาดว่าคงเป็นชาวเยอรมันครับ
ของฝรั่งจะเป็นทัวร์เจ้าอื่น แต่ไกค์เขาก็รู้จักกันหมด ก็ช่วยเหลือดูแลกัน

เมื่อทุกอย่างพร้อม คนพร้อม เรือพร้อม ไกค์พร้อม ใจทุกคนก็พร้อมลุย!
โดยมีเรือผมนำหน้า ตามด้วยเรือพี่เจี๊ยบ และฝรั่งท้ายสุด
เรือของผมมีเสบียงอาหารสำหรับมือกลางวันด้วย
ไม่อยากจะคิดถ้าเกิดมันล่ม คงแย่แน่ๆ T_T

เรือล่องได้สักพัก สิ่งที่พวกเราไม่อยากเจอเท่าไหร่ ก็มาจนได้
ฝนนั่นเอง
ผมเองก็กังวลเกี่ยวกับกระเป๋าและกล้อง
เลยแสดงอาการหวาดๆ อย่างเห็นได้ชัด
ก็ได้แต่หวังว่าคงถุงที่สวมไว้คงป้องกันน้ำได้

ไม่รู้ว่าจะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
ไกค์บอกว่า ปกติฝนจะไม่ตกในช่วงปลายเดือนนี้
ประมาณเกือบชั่วโมง ฝนก็ตกลงมาตลอด เบาบ้าง หนักบ้างสลับกันไป
สองข้างทางที่เป็นป่าเขา มาเจอกับฟ้าครื้มและฝนโปรยแบบนี้
ทำให้อากาศดูหม่นหมอง ลึกลับๆ อยู่เหมือนกัน

ในช่วงแรกที่ฝนยังตกปรอยๆ
มีนกชนิดนึงที่ดึงความสนใจพวกเราได้เยอะเลย
เป็นนกที่มีปีกสีฟ้าสะดุดตามากเลยล่ะ
ผมจำไม่ได้แล้วว่านกอะไร
พี่กุ่ยที่พกกล้องพร้อมซองกันน้ำ พยายามจะถ่ายภาพ แต่ก็ถ่ายไม่ทันสักที

ในระหว่างที่เรือลอยไปเรื่อยๆ และฝนก็ยังตกต่อไป
ผมและพี่กุ่ย กับพี่ญา ก็คุยเรื่องประสบการณ์ท่องเที่ยวกัน
กลุ่มของพี่สามคนนี้ เที่ยวเยอะมาก
การคุยก็เลยได้อถรรส ทีเดียว
ผมก็ได้แต่หวังว่าสักวันเราจะไปแบบนั้นบ้าง

นั่งเรืออยู่เกือบสองชั่วโมง ฝนก็ตกหนักขึ้น
ไกค์พาเรามาจอดริมฝั่ง ให้ปลอดทุกข์(ไม่มีห้องน้ำ) ตามสะดวก
เพราะอีกสักพัก เราจะได้เจอแก่งน้ำกันแล้ว


หลังจากล่องเรือไปสักพัก ฝนก็ใจดี
หยุดตกให้พวกเราหายหนาวกันไป
แต่หายหนาวได้เพียงไม่นาน
เราก็เจอกับแก่งน้ำ แก่งแรก จาก 9 แก่ง
ได้ยินเสียงน้ำแล้ว หวาดเสียวทั้งที่ยังไม่เห็น แก่งเลย
และพอได้เจอกับแก่งแล้ว
ผมกระเป๋ากล้องและกับข้าวเปียกน้ำจริงๆ
เพราะดูท่าแล้วเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
จังหวะที่เรือกระแทกน้ำจากแก่งนั้น มันส์ และสนุกเร้าใจมากๆ
เพิ่งรู้ว่า การล่องแก่งมันสนุกแบบนี้นี่เอง
ถ้าจะให้มันส์ยิ่งขึ้น เวลากระแทกน้ำ ต้องร้องโวกเวย โวยวายด้วยนะ จะยิ่งสนุก :D

แก่งที่เราเจอมี แก่งเลกะติ, แก่งเจ็ดหมื่น, แก่งบันได ซึ่งเป็นแก่งความยากระดับ 3-4
ซึ่งในการล่องแก่งแต่ละครั้ง เรือลำหน้าที่ผ่านแก่งมาก่อน
จะชะลอดูเรือลำต่อมา เพื่อคอยช่วยเหลือ เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
มีอยู่แก่งนึง (ในชื่อ 4 แก่งเนี่ยแหละ ผมจำชื่อไม่ได้) เรือลำของฝรั่งที่มาท้ายสุด
ไกค์ตกน้ำ (อาจจะเพราะมัวแต่ห่วงลูกเรือละมั้ง) จังหวะที่เขาตกน้ำเห็นแล้วหวาดเสียว
เพราะพอหลุดแก่งมา ก็เป็นหินผา ซึ่งผมละเสียวเรือไปชนไกค์กับหินผาจริงๆ
แต่แล้วก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี

เราล่องมาถึงแก่งหักศอก
แก่งที่เสียวที่สุดของทริปนี้ เพราะทางแคบเหมือนกัน
ไกค์ต้องหยุดดูทางน้ำ ว่าจะไปยังไง


(จากกล้องพี่กุ่ย)



ไกค์ยืนดูทางน้ำ และปรึกษากันสักพัก
เรือของเราก็ได้ฤกษ์เปิดกรุทางให้ลำอื่นๆ (หวาดเสียวโคตรๆ)
สิ่งที่เราได้รับคือ ความมันส์สะใจ และความปลอดภัยครับ :D
เป็นแก่งที่มันส์และน่าประทับใจมากเลยล่ะ



เรามาถึงแก่งสุดท้าย แก่งคนมอง
เมื่อผ่านแก่งนี้ เราก็จอดแวะทานอาหารกลางวัน
ที่เปียกนิดๆ ^^'
ส่วนกระเป๋ากล้องของผมไม่เปียกเลยละ ดีใจโคตรๆ(ไอ้นี่ก็ห่วงแค่อย่างเดียวละนะ ฮา)
หยิบกล้องมาถ่ายรูปซะหน่อย
หลังจากต้องเก็บกล้องมาตลอดล่องแก่ง




IMG_8556
หน้าตาอาหารกล่อง หลังเผชิญกับแก่งสุดมัน เป็นมื้อที่น่าประทับใจดี
ผัดพริกแกงหมู ไข่ต้ม ที่ข้าวเปียกนิดๆ ฮาๆ




ภาพแก่งคนมอง จากจุดพักกินข้าว
06Mitsu100_102508_034



พวกเราขณะทานพักข้าวกัน
06Mitsu100_102508_033



ภาพไกค์ที่พายเรือและช่วยเหลือพวกเราตลอดทริปครับ
IMG_8559


ส่วนกลุ่มฝรั่งนั้น ไม่ได้กินข้าวกล่องแบบพวกเรา
แต่พวกเขา ก่อไฟ ย่างไก่ทั้งตัว T_T อิจฉาปนหมั่นไส้ ฮ่าๆ



เมื่อทานเสร็จเราก็เตรียมเดินทางกันต่อ
สำหรับตอนนี้ฝนไม่ตกแล้ว และก็ไม่มีแก่งแล้ว
เราสามารถหยิบกล้องมาถ่ายได้อย่างไม่ต้องกังวล

06Mitsu100_102508_032
(เตรียมเดินทางต่อ)



สำหรับกลุ่มฝรั่งนั้น ยังไม่เดินทางเพราะยังย่างไก่ไม่เสร็จ (ฮา)
และจริงๆ ที่พวกเขาไม่ทำเวลา ก็เพราะว่า พวกเขาไม่ได้ไปชมทีลอเลด้วย
ผมเองก็สงสัยว่า ล่องเรือมาขนาดนี้ ทำไมนะ ถึงไม่ไปทีลอเลนะ
แค่ล่องมาเพื่อ 9 แก่ง แล้วเดินป่าหรือ น่าแปลกดีนะ
แอบคิดว่า เขาไม่รู้ว่ามีทีลอเลหรือเปล่า(คิดให้เขาเป็นตุเป็นตะ)
แต่ไกค์บอกว่า พวกเขารู้นะ แต่เลือกที่จะไม่ไปชม
เราได้แต่งงต่อไป



06Mitsu100_102508_030
(ล่องเรือต่อไป)



06Mitsu100_102508_029

สองฝั่งเป็นป่าเขียว ดูสงบ แต่ก็หลอนนิดๆ นะว่าไหม


06Mitsu100_102508_031
วิวหินผาก็เหมือนกันนะ



IMG_8565




"ทีลอเร"

เรือมาถึงจุดหมาย ไกค์บอกให้เราลง เอาของวางบนฝั่ง
และล่องเรือต่อ ???
เราก็งงๆ นึกว่าถึงทีลอเลแล้วซะอีก
ไกค์บอกว่า :ล่องเรือไปอีกนิดครับ
:เดี๋ยวเราต้องมาเริ่มเดินจากจุดนี้ไปยังที่พัก
:เห็นเขาลูกนี้ไหม นั่นแหละครับ เราต้องเดินข้ามลูกนี้ไป
ซึ่งเขาที่ไกค์เขาชี้นั้นมันแบบว่า สูงแบบ เอ่อ... เราจะเดินขึ้นได้ด้วยเหรอเนี่ย

เก็บของนิดหน่อยแล้วล่องเรือต่อ
เราล่องเรือไปก็เจอกับแก่งเล็กๆ แต่ก็เล่นเอาเสียว
ไม่ใช่ว่ามันดูอันตรายมาก
แต่เพราะ ผมเอาถุงที่ใส่กระเป๋ากล้องไว้บนฝั่งแล้วน่ะสิ
แต่ก็ผ่านแก่งไปโดยไม่ได้เปียกไรมาก
และแล้วเราก็มาถึงกับทีลอเล...........



Thee Lor Lay waterfall 06Mitsu100_102508_023
(น้ำตกทีลอเล)




ความรู้สึกของพวกเราคือ "อึ้งและผิดหวัง"
คือมันเป็นอะไรที่ผิดคาดพวกเราพอสมควร
พวกเราเข้าใจว่า มันจะอลังการกว่านี้ละมั้ง


Thee Lor Lay waterfall 06Mitsu100_102508_025


และอีกอย่างที่รู้สึกผิดหวังเพราะเราไม่สามารถเข้าใกล้น้ำตกได้ด้วย
เพราะน้ำเชี่ยวพอสมควร
เราจึงจอดตรงจุดที่เห็นในภาพแหละครับ
แต่เราก็เข้าใจไกค์แหละ
เพราะเขาบอกว่า
พวกเขาต้องพายเรือย้อนกระแสน้ำกลับไปจุดที่เราวางของเมื่อสักครู่
ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว เราจะเข้าไปตรงน้ำตกทีลอเลเลย
และล่องเรือเลยผ่านไปยังหมู่บ้านในท้องถิ่นด้วยแหละ
น่าเสียดายเหมือนกัน

แต่เรามาถึงแล้วจะทำตัวผิดหวังไปก็เท่านั้น
ผมก็พยายามถ่ายภาพเท่าที่กล้องจะอำนวย


Thee Lor Lay waterfall 06Mitsu100_102508_019



Thee Lor Lay waterfall 06Mitsu100_102508_022


Thee Lor Lay waterfall 06Mitsu100_102508_024




ผมไม่ได้พกเลนส์ซูมมาด้วย ก็ได้แต่เสียดาย
มีแต่กล้องดิจิตอลของพี่กีบที่พอซูมได้ ก็โอเคนะ

Thee Lor Lay



พอเห็นภาพจากกล้องเวลาดูใกล้ๆ แล้วมันสวยแฮะ
รู้สึกเสียดายอีกรอบที่เรามาผิดจังหวะไปหน่อย
ไม่งั้นคงได้สัมผัส ทีลอเล เต็มๆ



ก่อนจากทีลอเล มีผีเสื้อมาเกาะพี่กุ่ย เลยถ่ายไว้

06Mitsu100_102508_018

ถ้าผีเสื้อตัวใหญ่กว่านี้คงจะดีเนอะ อิๆ ตัวเล็กไปหน่อย




"ลุย ลุย ลุย ลุย ชอบใช่ไหมเดินป่า"

จากทีลอเล ไกค์ต้องพายเรือทวนน้ำกลับ
ก็ทุลักทุเลน่าดูเลยล่ะ
ไกค์พายเรามาส่งยังฝั่งเดียวกับที่เราวางของ
และให้เราเดินกันเอง!
แบบว่า อึ้งกันไปเลยล่ะ
แต่ก็เอาเถอะ เข้าใจไกค์เขาเหมือนกัน เพราะถ้าต้องพายเรือที่มีคนนั่ง 6 คน ทวนน้ำกลับ
คาดว่า พวกเราอาจจะไม่ได้ไปไหนกันพอดี
ในขณะที่เราต้องเดินกันเอง
ฟ้าก็เหมือนเป็นใจ(?)
ฝนก็ตกลงมาอีกรอบ
ในตอนนั้น สิ่งที่ผมปกป้องมาตลอดการเดินทาง
ก็ทลายลงสิ้น
กระเป๋ากล้องนอนตากฝนบนเรือยางไร้ซึ่งสิ่งป้องกันใดๆT_T เศร้าครับเศร้า



สำหรับแก่งน้ำที่ตอนแรกเราผ่านมา
ในตอนกลับทางที่เป็นโขดหิน เล่นเอาพวกเรารับบทปีนป่ายกันสนุกสนาน -_-'
มีจังหวะนึงที่ผมเห็นแล้วปีนยากเกิน เลยลงน้ำดีกว่า
ใส่เสื้อชูชีพเกาะหินกระดึบๆ ไป แต่ก็เกือบลอยน้ำเล่น
เพราะผมดันจับหินไม่อยู่ ดีพี่เขาจับตัวผมไว้ทัน ไม่งั้น ได้ลอยน้ำไปทีลอเลอีกรอบแน่ๆ -_-'

หลังจากผ่านโขดหิน ก็มาเดินป่าต่อ
ฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ดินเป็นโคลน แถมทางที่เป็นทางลงเล็กๆ
ก็ทำให้พวกเราได้เล่นสไลเดอร์โคลนเกือบทุกคน แม้จะไม่ได้อยากเล่นก็ตาม
แต่ผมรอดนะ เพราะหาจังหวะที่ดูลื่นน้อยที่สุด และก็ลงมาโดยไม่ได้ล้มโคลน

กลับมายังจุดวางของ
ผมเช็คกล้องก่อนเลยล่ะ ซึ่งกระเป๋ากล้องเปียกชุ่มไปหมด แต่ยังดีที่กล้องและเลนส์ปลอดภัย
ผมก็เลยใส่ถุงหุ้มทั้งกระเป๋าและเตรียมเดินลุยกันไป

ส่วนคนอื่นๆก็เตรียมอุปกรณ์กันทาก
แม้ไกค์จะบอกว่าไม่มีนะครับ
แต่พี่เจี๊ยบก็บอกว่า เตรียมไว้ไม่เสียหาย
นอกจากปลอกแขนและถุงเท้าพี่เจี๊ยบยังเอายาเส้นมาผสมน้ำ และใส่ไว้ในถุงเท้า
ผมก็เพิ่งรู้ว่าวิธีนี้ป้องกันทากเหมือนกัน


ระหว่างที่เราเตรียมตัว กลุ่มฝรั่งที่มาทีหลัง ก็เริ่มเดินล่วงหน้าไปก่อน
สักพักเราก็เดินลุยบ้าง โดยผมและกลุ่มพี่สามคนเดินไปก่อน
ส่วนกลุ่มพี่เจี๊ยบนั้น ด้วยความที่เป็นกลุ่มใหญ่ มีเด็ก และผู้หญิง จึงค่อยๆ เดินมา


ทางเดินของจุดนี้โหดสำหรับผมมาก
นึกถึงตอนขึ้นภูกระดึงเหมือนกัน
แต่ครั้งนี้ต้องมาเจอโคลนและฝนอีก ;p

ระหว่างที่เดิน ก็ได้เจอกับช้างขนของ พวกเราก็ต้องหลบทางให้
เป็นภาพที่ประทับใจเหมือนกันนะ
ช้างเดินลงเขาเนี่ย

ในการเดินครั้งนี้ แม้จะไม่มีไกค์ แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงนัก
เพราะทางมีทางในลักษณะที่ถางไว้เพื่อเดินมีทางเดียว
และเรายังรอยเท้าช้างไว้ตามด้วย
แต่ในการเดินโคลนแบบนี้ ไม่ควรเดินย้ำรอยช้างนะ
เพราะมันจะเละแบบจมหนักกว่าเดิม
ควรจะเดินเลี่ยงๆ ไว้น่ะ

เดิน เดิน เดิน และเดิน
เดินขึ้นอย่างเดียวจริงๆ
ผมเริ่มรู้สึกว่า นี่มาลำบากทำไมเนี่ย
เริ่มนึกถึงตอนที่ทางทัวร์แนะนำให้ไปทริป อุ้งผางคี
ทริปเน้นล่องแก่งไม่ได้เดินป่า ไอ้เราก็เปรี้ยวไง
"อยากเดินป่า" นี่ได้เดินสมใจกันเลย

พวกเราก็เริ่มบ่นๆ กันว่า
ถ้าใครจะมาทีลอเล คงต้องบอกเลยว่า "อย่าเลย"
แต่ถ้าชอบเดิน ผจญภัย ก็โอเคนะ
เพียงแต่ต้องเตรียมใจไว้หนักๆๆๆๆๆๆ โคตรหนัก เลยละกัน ;p

เดินจนมาถึงทางที่เป็นลักษณะลงและราบ(ไม่ขึ้นแล้วเย้)
ฝนก็หยุดตกได้สักพักแล้วเช่นกัน
พวกเราถึงได้หยุดพักบ้าง
คือตอนเดินขึ้น มันไม่รู้จะพักยังไง
ทางมันเล็กๆ ชันๆ (เดินได้ประมาณสองคนพร้อมกันน่ะ)
มาถึงตรงนี้ ยืนได้สักพัก เราก็เจอกับยุงป่าสุดโหดอีก
ตัวก็ใหญ่ กัดเจ็บอีก > <
ยืนไปก็ต้องทำตัวไม่นิ่ง ไม่งั้นเจอยุงกัด


เดินมาทางเรื่อยๆ ซึ่งทางในตอนนี้ค่อนข้างสบายๆ แล้ว
และที่สำคัญอากาศก็ดีด้วย
การที่ฝนตกก็เป็นข้อดีจริงๆแหละ
เพราะพวกเราไม่ต้องเจอแดดเปรี้ยงๆ
ถ้าเป็นทางราบก็รู้สึกเดินสบายด้วย

เดินมาถึงจุดนึงเป็นป่าไม้
พวกเราก็เลยยืนถ่ายรูปเล่นเป็นที่ระลึก ใช้ขาตั้งที่พี่กุ่ยแบกมาให้เป็นประโยชน์ :D


06Mitsu100_102508_014



06Mitsu100_102508_013
(ดูขาผมสิ ถุงเท้าผมไม่ได้ยาวนะ ที่เห็นน่ะ โคลน -_-')



ถ่ายป่าไม้ไว้ด้วยมือ แต่มืดไปหน่อย
06Mitsu100_102508_016




เดินไปอีกพักเดียว ก็เจอกับจุดที่ต้องข้ามขอนไม้
สำหรับผมมันเป็นจุดที่น่าประทับใจนะ
เป็นจุดที่สวยดีทีเดียว

IMG_8575


IMG_8574
น้ำใสดีทีเดียว


IMG_8577

แต่ทางหวาดเสียวเหมือนกันนะ จะเห็นว่า
มีทางเลี้ยวนิดๆ เป็นสะพานไม้ไผ่
นันแหละ เราก็ต้องเดินด้วย

ในจุดนี้ กลุ่มพี่เจี๊ยบก็เดินทางมาถึงเช่นกัน
พวกเราทั้งหมดก็เดินกันต่อ
เดินอีกไม่ไกลนัก
ก็มีจุดกางเตนท์ของกลุ่มฝรั่ง ซึ่งอยู่ริมน้ำ
มันเป็นจุดที่สวยมาก
สวยโคตรๆ เลยล่ะ
ผมในตอนนั้น อยากจะอาบน้ำให้ชื่นใจก่อน
แล้วค่อยถ่ายรูป ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่พลาดอย่างแรง
เพราะเราไม่ได้ถ่ายรูปที่จุดนี้กันเลย
ด้วยความที่คิดว่า พวกเราคงกางเตนท์ตรงนี้แหละมั้ง
แต่ไกค์ของเราก็บอกว่า ไม่ใช่ครับ เดินต่ออีกนิดนึง
ทุกคนก็เลยกะว่า เดี๋ยวค่อยมาถ่ายรูปละกัน
สภาพตอนนี้คงอยากจะอาบน้ำกันหมด
แต่แล้วก็ไม่ได้กลับมาอีก
เพราะทางที่ไปต่อนั้นเต็มไปด้วยโคลน
และหญ้าที่สูงเท่าหัวเรา (ถ่ายหนังฉากหนีสัตว์ประหลาดได้ดีนะเนี่ย -_-')
จึงไม่มีใครอยากจะแวะลงมาอีก
พอถึงที่พัก พวกเราก็อึ้งกันอีกรอบ
เพราะจุดพักของพวกเราเป็นถ้ำ!
ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่า
แล้วที่อาบน้ำละ อย่าบอกว่านะ ว่าลงไปอาบน้ำแม่น้ำเมื่อกี้
ไกค์ก็บอกว่า ไม่ใช่ แต่เดินไปอีกนิดนึง
ซึ่งจุดอาบน้ำของพวกเรานั้น
คนละเรื่องกับของฝรั่งเลยล่ะ T_T
เป็นแอ่งน้ำเล็กๆ (เล็กมากๆน่ะ) และน้ำก็ไม่ได้ใสด้วย
แต่ตอนนั้นก็ต้องอาบกันแหละ
แถมมีทากอีกต่างหาก หลอนๆ
กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็ 6 โมงกว่าๆ
ฟ้าก็มืดยิ่งเพิ่มความหลอน
(เริ่มเดินตอนบ่ายสอง มาถึงถ้ำ 5 โมงครึ่งได้)

อาบน้ำเสร็จ ก็มากินข้าว สำหรับมื้อนี้
ไกค์ก็โชว์ฝีมื้อ ทั้งต้มยำไก่ ไข่เจียวและกับอะไรอีกสองอย่างได้
แน่นอน ไข่เจียวก็กินอย่างเอร็ดอร่อย
คืนนั้น ผมเริ่มมึนๆ และปวดหัว ก็กินยาและก็เข้านอน
ได้แต่หวังว่า คืนนี้เราคงไม่ตื่นมาฉี่กลางคืนนะ
เพราะกลางคืนมืดสนิท สนิทชนิดที่ ลืมตาก็เหมือนหลับตา (เป็นอะไรที่หลอนจริงๆครับ)
จบการเดินทางของวันที่สามครับผม :D




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2551
4 comments
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2551 23:33:56 น.
Counter : 1598 Pageviews.

 

น่าสนุกจัง

 

โดย: OFFBASS 17 พฤศจิกายน 2551 10:20:32 น.  

 

อยากไปเหมือนกันแต่ยังหาเวลาไม่ได้เลย

ชอบแบบลุยๆอะครับ

 

โดย: chalawanman 17 พฤศจิกายน 2551 16:34:52 น.  

 

ว้าวๆๆๆ ภาพน้ำตกสวยมากกกกกกกก
เป็นปสก ที่น่าประทับใจนะคะ

 

โดย: นุ้งเบิก IP: 125.24.122.33 18 พฤศจิกายน 2551 1:07:46 น.  

 



เป็นtripที่ครั้งหนุ่งคิด แล้วคืดอีกทีว่าอยากไปค่ะ

 

โดย: Sweety-around-the-world 19 พฤศจิกายน 2551 0:43:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]