มึนไปตามใจฝัน
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
24 เมษายน 2553

แบกเป้เที่ยว กระบี่ 6 วัน ตอนที่ 1 "เขาขนาบน้ำ - ตัวเมืองกระบี่"

9 เมษายน

ผมออกจากออฟฟิศที่สีลม ประมาณ 6 โมงครึ่ง
เดินทางไป สายใต้ตลิ่งชัน
ตอนแรกก็ชิวๆ เพราะผมมีเวลา 2 ชั่วโมง กว่ารถจะออก
แต่การประมาทการจราจรกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งนัก
กว่าผมจะไปถึง ท่ารถที่สายใต้ 2 ทุ่ม 20 ตามเวลารถออกเปะๆ
รีบวิ่งไปขึ้นรถทันที
แล้วก็โชคดีที่มาทัน
เพราะรถค่อนข้างตรงเวลาทีเดียว ออกประมาณ 2 ทุ่ม 25 ได้




วันที่ 10 เมษายน

ผมมาถึงสุราษฎธานี ประมาณ 6 โมงเช้า
ตอนแรกผมตั้งใจจะเที่ยวสุราษฏเล็กๆ น้อยๆ แล้วค่อยไปที่กระบี่
ส่วนสาเหตุที่ผมมาลงสุราษฎ ก็ไม่มีอะไรมาก
คือผมจองรถไปกระบี่ไม่ได้ ทางโฮมสเตย์ที่ผมจะไปพัก
แนะนำให้ผมไปลงรถที่ตรัง ไม่ก็สุราษฎ แล้วต่อรถมากระบี่
ตอนแรกผมยังคิดจะไปนอนที่ตรังสักคืนด้วยซ้ำ
เพราะผมมีญาติที่นั่น แต่รถที่ตรังก็เต็มเช่นกัน เลยไปลงสุราษฎด้วยประการฉะนี้

ที่สุราษฎ ผมจดที่เที่ยวใกล้ๆ ตัวเมืองไว้ดังนี้
- ศูนย์ธรรมชาติ และสัตว์ป่า บนนั้นมีพระธาตุศรีสุราษฎร์
- บึงขุนทะเล
- ปากน้ำตาปี

ซึ่งทั้งสามแห่ง จากการไปถามที่ท่ารถ เขาบอกว่า ถ้าจะไปเที่ยวกระบี่
พี่ว่าน้องไปที่ตลาดแล้วขึ้นไปกระบี่เลยดีกว่า
ทั้งสามที่ ที่จดมาไม่ค่อยน่าสนใจ
มีพระธาตุศรีสุราษฎร์ สวยดี แต่ต้องขึ้นไปสูงเลย

ผมก็เลยมุ่งตรงไปกระบี่ตามที่พี่เขาแนะนำดีกว่า

จากท่ารถสุราษฎ รอรถเข้าตลาด เป็นรถสีแดง เสียค่ารถ 10 บาท









[ระหว่างรอรถสีแดงเพื่อไปตลาดในเมือง]





พอถึงตลาด เราก็ถามพี่คนขับรถว่า ท่ารถไปกระบี่อยู่ไหน
คนขับรถเขาบอกว่า นั่นไง กำลังจะออกพอดีเลย
เขาก็ช่วยบีบแตรให้
เราก็รีบวิ่งไปขึ้นรถทันที
แต่ก็กลายเป็นไม่ได้แวะหาของกินที่ตลาดไป ;p

จากสุราษฎ ไปกระบี่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ได้
ค่ารถ 140 บาท

ระหว่างนั่งรถก็ฟังเพลงที่เตรียมมา การมีเพลงดีๆฟังนั้น
ไม่มีวันเหงาเลยละครับ :)


ผมมาถึงสถานีกระบี่ ประมาณ เกือบๆ 10 โมง
สิ่งที่ทำให้ผมตกใจคือ สถานีขนส่งกระบี่ เล็กมาก
กระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง แต่ทำไมสถานีขนส่งเล็กจัง
(หรือเพราะคนมาเที่ยวนิยมนั่งเครื่องบินหว่า?)

เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่ผมทำคือวิ่งไปซื้อตั๋วรถกลับ
เพราะกลัวจริงๆว่า จะหาตั๋วกลับกรุงเทพฯไม่ได้
โชคดีที่ได้ตั๋วกลับ รอบ 5 โมงเย็นของวันที่ 15
รถของ ลีกไนท์ทัวร์
คนขายตั๋วมารยาทไม่ดีเอาซะมากๆ
พูดจาประมาณว่า "เอาก็ซื้อ ไม่เอาก็ไปไกลๆ"
นี่คือเหตุผลทางการตลาดที่เขามักจะต้องมีคู่แข่งมาก เพื่อให้การบริการดีเยี่ยม
ในกรณีของกระบี่นั้น เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างไรก็ไม่ทราบ
กับมีรถจากกรุงเทพฯแค่ ของบริษัทขนส่ง (999)
กับเอกชนคือ ลีกไนท์
จึงไม่แปลกใจกับการบริการแย่ๆของพนักงาน

สำหรับค่ารถขากลับ 624 บาท

หลังจากซื้อตั๋วผมก็เดินไปทางรถสองแถว หารถไปท่าเรือเจ้าฟ้า
ตามที่พี่สุ เจ้าของโฮมสเตย์แนะนำเรา
แต่ทีนี้ออกมาช้าไปหน่อย รถสองแถวเพิ่งออกไป
พอเดินไปถามพวกวินมอไซต์
พวกนั้นก็พยายามชักจูงให้เรานั่งมอไซต์ ด้วยราคา 60 บาท
ผมก็ไม่รู้ว่าทางมันไกลไหม แต่รู้สึกว่ามันแพงแฮะ
เลยโทรไปหาพี่สุ

พี่สุบอกว่า "วัชเหรอ ต๊ายแล้ว พี่ลืมวัชไปเลย"
O_o....
พี่สุบอกว่า โทษที พี่จำผิด นึกว่าวัชมาพรุ่งนี้
แต่ไม่เป็นไรๆๆ ตอนนี้พี่มีทัวร์พอดี
ให้ไปที่ท่าเรือ ตรงสวนสาธารณะด่วนเลย
โดยพี่สุบอกว่าให้นั่งรถสองแถวเข้าเมืองลงที่ตลาดซิตี้
แล้วต่อมอไซต์
เราก็ทำตามแต่โดยดี

นั่งรถสองแถวเข้าเมืองเพียง 20 บาท
จากนั้นก็นั่งมอไซต์เพียง 15 บาท ก็ถึงท่าเรือตรงสวนสาธารณะ



พอผมลงจากมอไซต์ปุ๊บ
ก็มีเสียงผู้หญิงคนนึงทักว่า วัชใช่ไหม ทางนี้

ผมก็หันไป พบว่าเป็นผู้หญิงคลุมหัวแบบขาวมุสลิม
กำลังยืนคุยกับผู้ชายอีกคน
ซึ่งผู้หญิงคนน้นก็คือพี่สุนั่นเอง

แต่ในใจผมก็แปลกใจอยู่ว่า เขารู้ได้ไงว่าเป็นผมหว่า -_-'


พอมาเจอพี่สุ พี่เขาบอกว่าโชคดีมากเลยที่มาเวลานี้พอดี
พี่เขากำลังนัดลูกทัวร์อยู่พอดี
เดี๋ยวพาเที่ยวทันทีเลย

ระหว่างรอกลุ่มทัวร์ของพี่สุ ผมก็แวะล้างหน้าล้างตาที่สวนสาธารณะ
และก็ถ่ายรูปนิดหน่อยๆ





[สวนธารณะที่กระบี่ จะมีรูปปั้นตัวอักษร ไทย และอังกฤษนะ น่ารักดี]







[ท่าเรือเล็กๆ ที่ใช้เดินทางของที่นี่]




สำหรับอาหารแรกของผม
เป็น ข้าวเหนียวหมูฝอย ราคา 10 บาท อร่อยดีเหมือนกัน
พอดีที่สวนสาธารณะกำลังมีงานต้อนรับสงกรานต์
ก็จะมีร้านค้ามากมายมาขายของน่ะ


สักพักนึง กลุ่มลูกทัวร์ของพี่สุก็มาถึง
เป็นครอบครัวชาวต่างชาติ






[แขกของพี่สุในครั้งนี้เป็นกรุ๊ปฝรั่ง]






เรือของพี่สุที่พาแขกเที่ยวชื่อเรือนางฟ้า เป็นเรือของพี่เขาเอง

ซึ่งเรือจะพาเราไปชมเขาขนาบน้ำ จุดท่องเที่ยวของที่นี่





[เขาขนาบน้ำ]




พอเรือมาชมเขาขนาบน้ำแล้ว
ก็จะขับวนมาจอดตรงท่าเรือนึง
เพื่อพาเราขึ้นถ้ำเขาขนาบน้ำ






[ทางขึ้นถ้ำ ที่ทำขึ้นมาใหม่]



สำหรับถ้ำเขาขนาบน้ำนั้น เคยเป็นแหล่งที่ซ่อนตัวของทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลก
ส่วนรายละเอียดกว่านั้น ผมก็ไม่แน่ใจนักนะ



ซี่งพอเข้าไปในถ้ำ ความรู้สึกแรกเลย
"แม่งร้อนฉิบหาย"

ปกติอากาศก็ร้อนอยู่แล้ว
แต่ภายในถ้ำยิ่งร้อนเข้าไปอีก






[ถ้ำเขาขนาบน้ำ]













[ภายในถ้ำ ดูอลังการดีนะ]








[ถ่ายก่อนจะกลับ วางกล้องบนโขดหิน เบลอไปหน่อย]






เราใช้เวลาในถ้ำกันไม่นานนัก เพราะอากาศในถ้ำร้อนเหลือเกิน
จากนั้นเราก็กลับ
จริงๆ เราสามารถกลับได้อีกทางนึง
ซึ่งเป็นทางลงบรรไดลิงในรูช่องแคบ
สมัยก่อนเขาใช้เส้นทางนี้ในการเข้ามา
เพิ่งจะมีการสร้างบันไดใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง
ทำให้การเข้ามาชมภายในถ้ำนั้น สะดวกกว่าเมื่อก่อนมาก




เมื่อออกจากถ้ำ เราก็มุ่งสู่ชุมชนคลองประสงค์ ที่เกาะกลาง
เกาะที่ผมจะมาอาศัยนอนตลอดการเที่ยวครั้งนี้







[ภาพตอนนั่งเรือ เพื่อไปที่ชุมชนคลองประสงค์]









[บ้านเรือนของคนที่นี่ครับ]







ก่อนจะขึ้นฝั่งที่คลองประสงค์
พี่สุ บอกให้ลองแวะป่าชายเลนดู














ซึ่งตอนน้ีน้ำลด เลยทำให้เข้าไปได้นิดเดียว แต่เราก็ได้สัมผัสกับความธรรมชาติสุดๆของที่นี่








[จะเห็นว่าพี่คนขับเรือจะต้องใช้ไม้ค้ำ ในการพาเรือไป]








เรือมาส่งเราขึ้นฝั่ง และก็แวะกระชังปลา
ซึ่งให้ชาวต่างชาติได้ชมปลาทะเลของที่นี่

อันที่น่าตื่นตาตื่นใจ คงจะเป็นปลาช่อนทะเล
เพราะตัวมันใหญ่มาก แถมมีครีบตั้งๆ ดูคล้ายๆปลาฉลาม
เวลาเขาโยนอาหารไปให้ มันจะกินอย่างรุนแรงทีเดียว








[พี่สุกำลังถ่ายภาพเก็บบรรยากาศชาวต่างชาติที่สนใจกระชังปลา]



ส่วนโชว์เด็ดอีกอย่างของกระชังปลา ก็คือ ปลาปักเป้า


เพราะเขาจะจับมาโชว์ให้เราได้สัมผัสเลยละ





[ปลาปักเป้ากล่อง]




มีปลาปักเป้า ตัวนึง ที่เขาโชว์แล้วถ่ายไม่ทัน
คือเขาจะลูบใต้เท้าให้มันพองตัว
หน้าตามันฮามากเลย
ตัวป่องๆ ฟันเหยินอีกต่างหาก (ฮา)
แต่เรามัวแต่ช้าเลยถ่ายไม่ทัน






[ดันใช้กล้องแมนนวลกว่าจะหมุนโฟกัส ได้ มันก็หดตัว สุดท้ายก็โฟกัสไม่ถูกอีกต่างหาก]






พอชมปลากันเสร็จ พี่สุก็พาชาวต่างชาติไปที่บ้าน แล้วก็กินอาหารกลางวัน
ส่วนผมขอตัวไปเก็บข้าวของ และก็อาบน้ำ



สำหรับโฮมสเตย์ที่นี่นั้น เป็นแบบชาวบ้านมากๆเลย มีเลี้ยงแพะ เลี้ยงควายด้วย ^^'
แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ถ่ายรูปไว้



หลังจากเก็บของ และอาบน้ำเสร็จ

และไปกินข้าว และก็คุยกับพี่สุ
ซึ่งก่อนผมจะมาที่นี่
เป้าหมายหลักผมคือ "สระมรกต"

ส่วนที่อื่นๆ ผมกะว่าให้คนในพื้นที่แนะนำ เลยไม่ได้หาข้อมูลอะไรไว้
ซึ่งพี่สุเองก็ช่วยวางแผนเที่ยวให้

โดยแผนที่วางไว้ประมาณนี้ครับ
วันนี้ ช่วงบ่ายผมคงไมไ่ด้ไปไหน ผมเลยกะว่าจะไปเดินเล่นในเมือง
ส่วนวันที่ 11 ไปพีพี เดี๋ยวพี่เขาเรือให้
วันที่ 12 ไปสระมรกต
วันที่ 13 ไปทัวร์สี่เกาะ (เกาะไก่ เกาะทับ เกาะปอยะ ถ้าพระนาง ไร่เลย(เกาะเดียวกับถ้ำพระนาง)
วันที่ 14 ไปเกาะปันหยี
วันที่ 15 เที่ยว สุสานหอย อ่างนาง หาดนพรัตน์ แล้วขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ


ซึ่งแผนที่พี่สุว่ามาน่าสนใจมาก
แต่ที่ทำให้ผมผิดหวังคือ ทุกแผนที่พี่สุว่ามา
ผมไม่สามารถไปเองได้เลย
ตอนผมมาที่นี่ ผมคิดว่า น่าจะมีรถสองแถวไปได้ทั่วถึง
อย่างเกาะ มันน่าจะมีเรือรับส่งเป็นรอบ
แต่กลายเป็นว่าแผนแบบนั้นคือต้องไปนอนที่เกาะนั้น
เช่นพีๆ มีเรือแบบไม่เหมาอยู่เหมือนกัน แต่คือต้องไปนอนเกาะสักคืนแล้วกลับ
ส่วนทริปสี่เกาะ ต้องเหมาเรือ ไม่ก็ไปกับทัวร์
หรือสระมรกต เป้าหมายหลักที่ผมอยากไป ก็ไม่มีรถเข้าถึง
ต้องเช่ามอไซต์ขี่ไปเอง ไม่ก็ไปกับทัวร์
ซึ่งผมดันขี่มอไซต์ไม่เป็น T_T

แต่พี่สุบอกว่าจะหาราคาตรง ไม่หักค่าเอเยนต์ รับรองว่าพิเศษ
ผมก็โอเค กะว่าเดี๋ยวดูงบเราอีกที
ยังไงก็มาแล้ว หาทางไปได้เรื่อยแหละเรา


จากนั้นผมก็รบกวนให้ลูกพี่สุ ขี่มอไซต์ไปส่งที่ท่าเรือ ชื่อท่าเล
เพื่อขึ้นฝั่งเข้าเมือง

ซึ่งพี่สุเขียนแผนที่คร่าวๆ มาให้ผมด้วย!








[บริเวณท่าเรือของตัวเมือง]





เมื่อถึงท่าเรือ พี่สุบอกให้ผมเดินทางขวาเรียบเขื่อนเรื่อยๆ




















[เด็กพายเรือ เล่นน้ำกัน]








ผมเดินตามที่พี่สุบอก ก็มาเจอกับจุดหมายแรกที่พี่สุให้มา








[รูปปั้นปูดำ จุดที่คนมากระบี่ต้องมาถ่ายรูป]








จากจุดแรกผมก็มุ่งหน้าสู่จุดท่ีสอง






[ อันนี้เป็นถนนในเมืองครับ ป้ายเลิกกิจการตัวใหญ่มาก จนเรารู้สึกว่าเขาประชดไรป่าวเนี่ย]





"วัดแก้วโกรวาราม"




[ทางขึ้นวัดแก้วโกรวาราม]









[วัดแก้วโกรวาราม]









[ฝั่งตรงข้ามวัดแก้วโกรวาราม เป็นพิภิณฑ์ของกระบี่ครับ แต่ผมไม่ได้เดินเข้าไปนะ]




ผมก็เดินเล่นรอบๆ วัด
ก็ไปเจอกับลูกแมวที่อยู่ทอ
ลูกแมวค่อนข้างตื่นคนมาก ซ่อนตัวท่อตลอด
ผมก็พยายามเล่นกับมันอยู่นาน
และผมก็ได้ภาพที่ถูกใจตัวเองมาก :)












จากวัดแก้วโกรวาราม ผมก็เดินลงมา มุ่งสู่ถนนคนเดินของที่นี่




[ถนนคนเดิน]





ซึ่งกว่าผมจะเดินหาถนนคนเดินเจอได้ ก็เดินหลงไปหลายที
คนส่วนใหญ่จะบอกว่า อยู่ใกล้ๆ "โว๊ค" ห้างประจำจังหวัด

ผมก็พยายามมองหา "ห้างโว๊ด"

สุดท้ายผมเจอถนนคนเดีนแล้ว
เพิ่งจะเห็น "ห้างโว๊ค"
ไม่แปลกใจที่เราหาไม่เจอ -_-'








ผมหาของกินบริเวณถนนคนเดิม
กินข้าวหมกไก่ (ก็โอเคนะ) กับเอ็นไก่ทอด (ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่)

จากนั้นก็ซื้อเบียร์มากินและก็เดินเล่นยามค่ำของที่นี่

ที่นี่ยามค่ำ เงียบกว่าที่ผมคิดไว้มาก
(หรือเราเดินผิดทางอีกก็ไม่รู้)

เดินมาถึงศาลากลางของจังหวัด เลยถ่ายรูปไว้ซะหน่อย








[ศาลากลางประจำจังหวัดกระบี่]




ผมเดินกลับมาที่บริเวณสวนสาธารณะ
ตอนนี้คึกคักมาก
เพราะนอกร้านค้ามาขายของแล้ว
ก็ยังมีเวทีปราศรัย ของ "พันธมิตร" -_-'
แบบว่า กูหนีแดงจากกรุงเทพฯ มาเจอ เหลืองที่นี่อีก เฮ้อ...

แต่ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะชอบพันธมิตรมาก
คนเยอะและก็มีการตรวจบัตรไรสักอย่างด้วย
ตอนแรกผมว่าจะเข้าไปถ่ายรูป
แต่ดูแล้ววุ่นวาย เลยไม่เข้าไป

หาของกินเล่นสักพักก็กลับ


สำหรับเรือกลับที่คลองประสงค์นั้น
ถ้าไม่มีงาน จะหมดประมาณ 2 ทุ่ม
แต่ถ้ามีงานแบบนี้ก็ เที่ยงคืนเลยมั้ง

(สำหรับค่าเรือ ถ้า 2 - 3 คน คนละ 10 บาท แต่ถ้า 4 คนขึ้นไป 5 บาทแหละ
ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหม ผมจะรอ ให้ 4 คนขึ้นไปถึงจะขึ้น ฮ่าๆ)


ผมนั่งเรือมาถึงเกาะกลาง
พบว่าทางเดินของที่นี่มืดมากกกกก
ไม่สามารถเดินได้แน่
เลยต้องรบกวนให้พี่สุ ขับมอไซต์มารับหน่อย

ระหว่างรอพี่สุ ก็ถ่ายรูปฝั่งเมือง





[แสงสี ความคึกคักของสวนสาธารณะ]





รอสักพักพี่สุก็มาถึง
พี่เขาจะซื้อของไปทำกินพอดี
ระหว่างทางกลับ ก็แวะซื้อผัก

พี่สุตะโกนไปว่า มีผักคะน้าไหม

คนขายตอบว่า "ยัง"

ผมก็เลยขึ้นรถพี่สุ

พี่สุบอก เฮ้ย เขาหมายถึงว่า "มี"
-_-'
คนที่นั่นก็เลยหัวเราะใหญ่
คือเขาบอกว่า "ยัง" แปลว่า "มี"
เล่นเอามึนเลยผม
ผมก็นึกว่า "ยังไม่มี" "ยังไม่มา" ไรแบบเนี่ย


ผมกลับมาก็อาบน้ำ ตอนแรกพี่สุให้ผมอยู่รอ พบกับ "แก๊ป"
ซึ่งเป็นนักศึกษาจากธรรมศาสตร์ มาทำวิจัยที่นี่
เขามาพักที่นี่ได้ 1 เดือนแล้ว
แต่กลับไประยอง และวันนี้จะมาพร้อมกับที่บ้าน

แต่สุดท้ายผมก็รอไม่ไหว เผลอหลับไปตอน 3 ทุ่มครึ่ง....








 

Create Date : 24 เมษายน 2553
9 comments
Last Update : 24 เมษายน 2553 13:44:31 น.
Counter : 5606 Pageviews.

 

รูปสวยจัง

 

โดย: okra 24 เมษายน 2553 14:33:17 น.  

 

ตามไปเที่ยวด้วยนะค่ะ รุปสวยดีจังเลยค่ะ

 

โดย: รักเธอหมดใจ 24 เมษายน 2553 14:46:42 น.  

 

 

โดย: thanitsita 24 เมษายน 2553 16:14:08 น.  

 

ว๊าววว ไปคราวก่อนยังปีนเข้าถ้ำลำบากอยู่เรย คราวนี้มีบันได สบายซ๊า....

 

โดย: Ezy-SeaHill 24 เมษายน 2553 19:03:19 น.  

 

 

โดย: Loveaddicted8 25 เมษายน 2553 15:45:57 น.  

 

จำได้ว่าไปกระบี่มา แต่ยังไม่เคยไปถ้ำเขาขนาบน้ำ

เห็นจากภาพแล้วสวยดีค่ะ

ชอบบรรยากาศของริมฝั่งที่มีโกงกาง

รากใหญ่ยาว สมบูรณ์ร่มรื่นดีค่ะ

 

โดย: tummydeday 25 เมษายน 2553 22:27:35 น.  

 

ขอบคุณที่เขียนบันทึกการเดินทางไว้คะ กำลังกลัดกลุ้มว่าจะไปยังไง (สุราษฎ์ - กระบี่) ขอบคุณมากๆเลยคะ

 

โดย: marzo 8 กันยายน 2553 21:53:18 น.  

 

อยากไปเที่ยวมากๆ

 

โดย: LoveOnly 24 พฤษภาคม 2554 14:43:52 น.  

 

ขอเบอร์คุณสุได้มั๋ยค่ะ

 

โดย: โบวี่ IP: 110.49.234.155 17 กุมภาพันธ์ 2555 23:46:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]