สบายดี...เวียงจันทน์










2ทุ่ม คืนวันเสาร์... ผมนั่งอยู่ที่ หน้าด่าน ตม.เวียงจันทน์ประเทศลาว รอรถบัส ข้ามสะพานมิตรภาพไป ฝั่งไทย จ.หนองคาย

มาถึงจุดจอดรถช้าไปนิดเดียว รถพึ่งออกไปไม่นาน ... ช่วงค่ำๆแบบนี้ ความถี่รอบรถจะน้อย รอบต่อไปคงต้องรอนานหน่อย มี taxi ก้จะให้เหมาข้ามด่านอย่างเดียว300 บ. ใกล้ๆแบบนี้แพงไปไม่ไหวๆ


"ไม่เป็นไรครับ" เป็นคำตอบที่ต้องคอยบอกกับ พี่ taxi หลายๆคนที่ผลัดกันเดินเข้ามาชวนนั่งรถข้ามแดน แบบเที่ยวไวเลยนะน้องชาย !!

.... ไม่นาน คนก้เริ่มทยอยมารอรถกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผมตรวจดูสัมภาระ โทรศัพท์ กระเป๋าเงิน คลำกระเป๋าเสื้อเจอกระดาษแข็งใบนึง หยิบออกมาดู นี่มัน.... นามบัตร



นั่งอ่าน ข้อความบนนามบัตรใบนี้อยู่หลายรอบ พยายามสะกดภาษาลาว ที่ปรากฏอยู่ อย่างสนใจ และยิ้มให้กับนามบัตรที่อยู่ตรงหน้า... ผมได้นามบัตรนี่มาอย่างไร



14.30 น. ที่สถานีรถไฟหนองคาย ผมนั่งลังเลใจ อยู่ว่าจะข้ามด่านไปเวียงจันทน์ดีหรือไม่ เพราะเวลาก้เย็นมากแล้ว จะไม่คุ้มถ้าข้ามไป แต่อีกใจก้
คิดว่าไม่มีโอกาสได้มาที่นี่บ่อยนัก


... จนกระทั่ง 14.45น. ตัดสินใจครั้งสุดท้าย เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นพอดี ... รีบวิ่งถือพาสปอร์ต ซื้อตั๋วรถไฟ เขียนใบตม. กระโดดขึ้นรถไฟข้ามไป ท่านาแล้ง เวียงจันทน์ จนได้



รถไฟใช้เวลาประมาณ 15นาที ข้ามสะพานมิตรภาพ ข้ามพรมแดน จากสถานีหนองคาย-สถานีท่านาแล้ง ประเทศลาว




ผู้โดยสารไม่มากนัก เมื่อถึงสถานีก้ลงแยกย้ายกันไปหมด เหลือผมประทับตราเข้า ตม. และเดินถ่ายรูปอยู่คนเดียว กระทั่งมี ชายคนนึงเดินเข้ามาหา ชวนเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองเวียงจันทน์

ตกลงราคาพาเที่ยว เวียงจันทน์ 4 แห่งหลักๆ เสร็จแล้ว ... กระโดดขึ้นนั่งหน้าคู่คนขับ  พร้อมออกรถทันที


จาก สถานีรถไฟท่านาแล้ง - เวียงจันทน์ ระยะทางประมาณ 20หลัก (กิโลเมตร) นั่งรถไฟมาลงที่นี่ ข้อดีคือใช้เวลาที่ด่าน ตม.เร็วมาก คิวน้อย แต่ยังไม่ค่อยสะดวกการเดินทางเข้าเมืองมากนัก เพราะต้องเหมารถเข้าไป ประมาณ 2-300 บาท แต่หากมาที่ด่านสะพาน จะมีรถบัสประจำทางวิ่งจากหน้าด่านไปที่สถานีขนส่งในเมืองโดยตรง ไม่ต้องเหมารถเข้าไป
*ทางรถไฟมาถึงประเทศลาวสายนี้ ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะสายสั้น ไปไม่ถึงเวียงจันทน์ จะใช้ขนส่ง หรือ ท่องเที่ยวก้ต้องต่อรถไปอยู่ดี



รถตู้เกียคันใหญ่แล่นพาผมเข้าเมือง นั่งหน้าคู่คนขับ รู้สึกแปลกๆอยู่บ้างเวลารถแซง หรือ เลี้ยว อาจเพราะยังไม่ชินเรื่องการขับรถฝั่งขวาที่ ลาวก้ได้ ... "รถติดแท้น่อ"  คนขับบ่นขึ้นมาลอยๆ ยิ่งถ้าวันธรรมดาช่วงเลิกงานจะยิ่งติดกว่านี้

คนขับ ต่อมาถามชื่อ ลุงบุญนง ก้พาผมจุดหมายแรกใน เวียงจันทน์ประเทศลาวที่ หอพระแก้ว รถจอดนอกกำแพงใกล้ๆกับวัด เดินเข้าประตู จ่ายค่าธรรมเนียม 5,000 กีบ(20บาท) แล้วไปยืนถ่ายภาพอยู่ด้านหน้า



"ที่นี่บ่อใช่วัดแล้ว" เสียงพูดด้านหลังดังขึ้น ทำให้ผมต้องหันกลับไป ...
ลุงบุญนงนั่นเอง เดินตามเข้ามาด้วย พร้อมอธิบายต่อว่า หลังจากพระแก้วถูกอัญเชิญไปประเทศไทยแล้ว ที่นี่ ก้ค่อยๆเปลี่ยนสภาพเป็น หอเก็บพระ หรือ พิพิธภัณท์ ที่เก็บพระพุทธรูแปละวัตุโบราณต่างๆไว้ภายใน (ในหอห้ามถ่ายภาพ)



บริเวณรอบๆ หอพระแก้ว





เสร็จแล้วเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม วัดสีสะเกิด ประตูวัดใกล้จะปิดแล้วไม่ต้องเสียค่าปี้(ตั๋ว)เข้าชม




วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเวียงจันทน์ ที่รอดจากไฟสงครามและคงเอกลักษณ์โดดเด่นไว้อย่างสมบูรณ์



เดินเข้าประตูเข้าไปภายใน มีวิหารอยู่ตรงกลางรอบล้อมด้วยระเบียงคต4ด้าน




ภายในระเบียงคดจะมีพระพุทธรูปองค์เล็ก อยู่ภายในช่องโดยรอบกำแพง





ด้านหลังอุโบสถมีราวเทียนไม้แกะสลักรูปพญานาค2ตัว ที่ว่ากันว่ามีความวิจิตรและสวยงามมาก





ห้องเก็บพระพุทธรูป สังเกตว่าแทบทุกองค์จะมีร่องรอยเสียหายทั้งสิ้น




ประตูวัดปิดลงแล้วเหลือผมเดินถ่ายภาพอยู่เดียวภายในบริเวณ บรรยากาศเงียบมากๆ ไม่อยากจินตนาการไปไกล จึงรีบเดินออกมา




Landmark สัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทสลาว ประตูชัย หากใครมาเวียงจันทน์แล้วไม่ได้มาที่ก้เหมือนมาไม่ถึง ก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการต่อสู้เรียกร้องประเทศคืนจากฝรั่งเศส




"รันย์เวย์แนวตั้ง" ... ลุงบุญนงพูดกับผม ขณะเอารถเข้าจอดที่ลานจอดรถหน้าประตูชัย สมัยก่อน
เกิดสงครามอินโดจีนขึ้น ปูนที่เอามาสร้างที่นี่เดิมจะเอาไปสร้างรันย์เวย์สนามบิน แต่ไม่ทันได้สร้างสนามบินเสร็จ สงครามก้จบก่อนเลยนำปูนดังกล่าวมาสร้างประตูชัยแห่งนี้แทน ... ก้เลยมีคำกล่าวติดตลกกันว่า ที่นี่ มีชื่อเรียกอีกชื่อนึง คือ รันย์เวย์ตั้งนั่นเอง




จ่ายค่าปี้ 4,000กับ เสร้่จแล้วสามารถเดินขึ้นไปชมวิวส์ด้านบนได้ ปิด 17.00 น.



เดินวนขึ้นบันไดไปเรื่อยๆจะมีชั้นขายของที่ระลึกอยู่ด้านในประตูชัยด้วย




มุมมองจากด้านบนลงไป






นอกจากเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญแล้ว ยังเป็นสวนสาธาณะกลางเมืองของชาวเวียงจันทน์ที่มา เดินเล่นพักผ่อน ออกกำลังกาย ชมน้ำพุ



จุดหมายสุดท้าย ...พระธาตุหลวง อยู่คู่เมืองเวียงจันทน์มากว่า400ปี เจดีย์สีทองอร่ามตั้งตระหง่านมองเห็นได้จากระยะไกลสูง 45ม.



ลักษณะดูคล้ายพระธาตุพนม(ประเทศไทย)แต่มีทางศิลปะแบบลาวผสมและมีเจดีย์องค์เล็กๆล้อมรอบเจดีย์ประธานใหญ่อีกที



บรรยากาศสบายๆ เด็กเล่นตีแบตกัน ชีวิตเรียบง่าย ไม่พลุกพล่านวุ่นวาย





เดินเล่นถ่ายภาพรอบๆพระธาตุ









ตะวันเริ่มทอแสงอ่อนอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ที่หน้าธาตุหลวงเวียงจันทน์



ผมเดินไปหาลุงบุญนง ที่รถ ได้เวลากลับ จริงๆแล้วลุงยังชวนให้ผมนอนพักที่เวียงจันทน์สักคืนนึง กลางคืนจะพาไปเที่ยวถนนคนเดิน และ ตระเวนราตรีให้ทั่วเมือง เป็นข้อเสนอที่น่าสนไม่น้อย แต่ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนจึงต้องปฎิเสธไปอย่างน่าเสียดาย


... รถตู้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าสู่ ด่าน ตม.อย่างช้าๆ ภาพธาตุหลวง ค่อยๆลับสายตาผมออกไป






ด่านขาออกตม.ฝั่งประเทศลาว จ่ายเงินค่ารถ แล้วเดินเปิดประตูลงไป ...

"ขอบใจ โชคดีเด้อ" ลุงบุญนงพูดกับผมพร้อมยื่น border pass กับแผ่นกระดาษอีก2ใบให้ ยังไม่ทันได้อ่านดี รีบเก็บเข้ากระเป๋าไปก่อน รถบัสผ่านแดนจะออกแล้ว




... ผมยื่นบัตรผ่านแดน ผ่านกระบวนการ ตม.เสร็จ เดินมาถึงจุดจอดรถช้าไปนิดเดียว รถพึ่งออกไปไม่นาน ช่วงค่ำๆแบบนี้ ความถี่รอบรถจะน้อย รอบต่อไปคงต้องรอนานหน่อย ...



Create Date : 13 ตุลาคม 2556
Last Update : 1 มกราคม 2560 13:10:17 น.
Counter : 2076 Pageviews.

1 comments
  
like :)
โดย: NoOn IP: 49.49.4.136 วันที่: 22 ตุลาคม 2556 เวลา:22:33:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

-*-Superbaker
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]





My Face ...
blogger counters
New Comments
ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog