อุทัยธานี ... ที่นี่ เวลาของผม ค่อยๆเดินช้าลง
วันหยุดเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปเที่ยว จ.อุทัยธานี เป็นครั้งแรก ... ซึ่งก้น่าแปลก จังหวัดแห่่งนี้ ผมได้แต่ขับรถผ่าน จากนครสวรรค์ ไปกรุงเทพ หรือ ไปชัยนาท - สุพรรณลัดลงภาคใต้ นับครั้งไม่ถ้วน ทุกๆครั้งได้แต่เหลือบมองไม่เคยมีโอกาส ได้เลี้ยวเข้าไปเที่ยวดูสักครั้ง อาจจะด้วยความที่ต้องรีบทำเวลาเพือให้ถึงจุดหมาย โดยมองข้ามระหว่างทางที่ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย จนกระทั่ง ...

ผมได้มีโอกาสตั้งใจมาที่นี่ ...  อุทัยธานี



"ถึงอุทัยไม่ต้องอุทรณ์ ค่ำแล้วก็นอนที่เมืองอุทัย
แม้นใครได้ว่ายน้ำสามผุด คงไม่หลุดไปจากอุทัย"


ประโยคด้านบนนี้ สุะดุดใจผมอย่างมากเมื่อได้อ่านแผ่นผับท่องเที่ยวของจังหวัด
ขณะยืนอยู่ริมน้ำวัดจันทาราม/วัดท่าซุง เป็นคำกลอนวรรคทอง เสมือนคำกล่าวต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอุทัย ต่อผู้มาเยือน เปรียบดังว่าหากใครมาที่นี่แล้วจะต้องประทับใจ และไม่อยากไปไหนอีก... ?







ที่ริมแม่น้ำสะแกงกรังวัดท่าซุงปลาเยอะมากๆ ให้อาหารทีนึงขึ้นมากันเต็ม โดยเฉพาะปลาสวาย ตะเพียน



นอกจากให้อาหารปลาแล้วยังมีบริการล่องเรือนำเที่ยวแม่น้ำสะแกกรัง ใช้เวลาประมาณ1ชม. 50บาท/คน นั่งเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ ดื่มด่ำบรรยากาศที่สบายๆ ไม่ต้องรีบร้อน ปล่อยวาง ขจัดคำว่าเวลาที่เร่งรีบออกไป



ถ่ายภาพบรรยากาศในเรือ และ ริมน้ำรอบๆ ...หนูน้อยคงสงสัยว่าผมถ่ายอะไร ^^





ฝูงนกเกาะบนสายไฟฟ้า บ้างก้บินมาโฉบเหนือน้ำ ใกล้ๆกับเรือ





ล่องเรือเสร็จ เดินมาไหว้พระที่มณฑปแก้ว





ภายในอีกวิหารนึงที่อยู่ใกล้ๆ ภาพเขียนผนัง





วัดท่าซุงนี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก ทั้ง2ฝั่งถนน คือฝั่งติดแม่น้ำสะแกกรัง และ ฝั่งด้านในซึ่งจะมีวิหารแก้ว100เมตร ที่ งดงาม ตระการตาด้วยเสาประดับกระจก ทอแสงระยิบระยับ ภายในยังประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลององค์ทองอร่าม



และยังเป็นที่ประดิษฐานสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว(ปี2535) แต่สังขารของท่านยังอยู่ไม่เน่าเปื่อย เป็นที่เคารพสักการะกราบไหว้ของประชาชนทั่วไป



ชมความงามของวิหารแก้วและหลวงพ่อฤาษีลิงดำเสร็จ ขับรถต่อไปสุดทางภายในวัดจะพบกับ ปราสาททองกาญจนาภิเษก หรือ ปราสาททอง โดดเด่นด้วยตัวปราสาทสีทองเหลืองอร่ามขนาดใหญ่ ภายนอกและภายในตกแต่งประดับประดาด้วยงานพุทธศิลป์งดงาม





ขับรถออกจากวัด เข้าไปในเมืองแวะเที่ยว วัดอุโปสถาราม/วัดโบสถ์ จอดรถแล้วเดินข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้าม


ถ่ายภาพจากบนสะพานลงไปด้านล่าง กับมุมมองที่เคยแต่ในหนังสือท่องเที่ยวมากนานมาก จนได้มาเห็นกับตาตัวเองจริงๆ ตอนนี้








เดินถ่ายภาพรอบๆ ที่นี่เป็นวัดมีจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่งดงามด้วยศิลปะผสมแบบตะวันตก โดยเฉพาะมณฑป8เหลี่ยม





เรือนแพริมน้ำสะแกกรังที่ยังคงอยู่กับวิถีชีวิตของชาวอุทัยธานี



พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว ผมเดินข้ามสะพานกลับไปที่รถ ทิ้งให้ภาพวัดโบสถ์ที่สวยงามไว้เบื้องหลัง ... 



วันต่อมา เริ่มต้นมื้อเช้าที่โกตี่ข้าวมันไก่ ข้อความที่ว่า อร่อยที่สุดในโลก ... ทำให้อดไม่ได้ต้องเข้าไปทาน



ขับรถเลียบริมน้ำ ไปศาลหลักเมืองอุทัยธานี ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ ศาลจังหวัด





ตั้งใจขับรถไปเที่ยวอำเภอ รอบนอกของจังหวัด วางแผนไว้เป็นวงรอบ คือ อ.เมือง-หนองฉาง-บ้านไร่-ลานสัก-อ.เมือง



จุดหมายแรกที่ ศูนย์ผ้าทอทับหลวง อ.บ้านไร่ที่มีชื่อเสียงในด้าน OTOP ผ้าทอพื้นเมือง




ผ้าทอที่นี่ได้รับรางวัลมากมาย การันตีดังในภาพด้านล่าง



ขับรถขึ้นไปทาง อ.ลานสัก เลี้ยวเข้าไปเที่ยวน้ำตกไซเบอร์(ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านไซเบอร์) หรือ น้ำตกหินลาด



น้ำตกเป็นส่วนหนึ่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง



จากจุดจอดรถต้องเดินเท้าเข้าน้ำตกไป



ธรรมชาติ โดยรอบที่นี่ยังสมบูรณ์อยู่มาก





แวะทานข้าวเที่ยวที่ อ.ลานสัก แล้ว ไปเที่ยวต่อที่ หุบป่าตาด Unseen Thailand





มีมักคุเทศน์น้อยคอยช่วยเหลือ พร้อมทั้งข้อมูลและไฟฉายส่องนำทาง (ไม่บังคับต้องมีคนนำทางนะครับ แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากก้ถือว่าให้น้องทำงานมีรายได้)



เดินเข้าถ้ำไปจะพบกับ ป่าดึกดำบรรพ์ที่ล้อมด้วยเขาหินปูน มีต้นตาดซึ่งเป็นไม้โบราณขึ้นอยู่หนาแน่น สมัยก่อนเคยมีพระธุดงถ์มาค้นพบ แต่ทางเข้าต้องโรยตัวลงมา ต่อมาจึงร่วมมือกับทางราชการทำการเจาะโพรงให้ทะลุ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว







หินระฆังภายในหุบ เมื่อนำก้อนหินมาเคาะจะเกิดเสียงดังคล้ายเสียงระฆัง



ขับรถกลับเข้ามาในเมือง จุดหมายที่พลาดไม่ได้...เขาสะแกกรัง (พิธีตักบาตรเทโว อันลือนาม)



ด้านบนเขาสามารถชมวิวส์เมืองอุทัยธานี ได้โดยรอบ
บนเชิงเขายังเป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี





ระฆังโบราณอายุ100ปี ว่ากันว่าหากใครไม่ได้ขึ้นมาตีระฆังใบนี้ก็เท่ากับไม่ได้มาถึงเมืองอุทัย





ยืนถ่ายภาพ ชมวิวส์ทิวทัศน์ รับลมเย็นๆ บรรยากาศสบายๆ ไม่ต้องรีบเร่งเหมือนเวลาค่อยๆเดินช้าลง ...



.... พระอาทิตย์ยามเย็นทอแสงอ่อนค่อยๆลับขอบฟ้า ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อวานตอน หันหลังไปมอง
ภาพวัดโบสถ์ ริมแม่น้ำสะแกกรัง ผิวน้ำอันแสนสงบเงียบ สอดคล้องกับวีถีชีวิตของชาวเรือนแพริมน้ำที่ตั้งเป็นทิวแถวไปตามลำน้ำ มีกระชังเลี้ยงปลาแรดเพื่อขาย เป็นการอาศัยพึ่งพิงสายน้ำสะแกรังหล่อเลี้ยงชีวิต ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้มาสัมผัสกับวิถีแห่งธรรมชาติแบบนี้ที่เมืองอุทัยธานี ...

จากเมืองผ่านที่ไม่เคยได้เข้ามา จนกระทั่งเมื่อได้มาถึงที่นี่แล้วกลับพบแต่ความประทับใจ ...



หรือคำกล่าวที่ว่า...

"ถึงอุทัยไม่ต้องอุทรณ์ ค่ำแล้วก็นอนที่เมืองอุทัย
แม้นใครได้ว่ายน้ำสามผุด คงไม่หลุดไปจากอุทัย"


... จะความเป็นจริง



... จนกว่าจะพบกันใหม่




Create Date : 22 กันยายน 2556
Last Update : 30 กันยายน 2556 1:40:43 น.
Counter : 1717 Pageviews.

2 comments
  
วัดสวยอลังการมากๆ
ทริปหน้าไปด้วยนะคะ

**อยากถ่ายรูปได้สวยๆแบบนี้มั่งอะ
โดย: NoOn :) IP: 49.49.32.228 วันที่: 29 กันยายน 2556 เวลา:23:56:19 น.
  
หวัดดีครับ

เสียดายตอนไปอุทัย ไม่มีเวลาแวะวัดเลย
แล้วจะไปใหม่ครับ...



Gunung Batur Volcano, Bali

โดย: wicsir วันที่: 4 ตุลาคม 2556 เวลา:9:57:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



-*-Superbaker
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]





My Face ...
blogger counters
New Comments
กันยายน 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog