ปากเซ จำปาสัก ... กับการเดินทางที่เริ่มต้นจากคำว่า เป็นไปไม่ได้




22/7/56   21.30 น. ผมนั่งอยู่บนเครื่องบิน red eye  flight สุดท้ายกลับเชียงใหม่ สายตามองไปนอกหน้าต่าง ดูแสงไฟเบื้องล่าง ที่ค่อยๆจางหายลงไปกับความมืด เนื่องจากเครื่องบินไต่ระดับขึ้น ในใจคิดย้อนถึง การเดินทางที่เกิดขึ้นผ่านมา

... เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก การเดินที่เริ่มต้นจากคำว่า " เป็นไปไม่ได้ "



16/7/56 วันหยุดยาวช่วงเข้าพรรษานี้จะไปไหนดี คำถามที่พยายามหาคำตอบกับตัวเองมาหลายวัน เที่ยวใกล้ๆไปหมดแล้ว ไปทางใต้พึ่งไปมา ลองไปทางอีสานดูบ้างดีกว่าโคราช อุดร ขอนแก่น อุบล ก้เคยไปมาแล้ว หรือลองไปไกลกว่านั้นอีก ข้ามไปต่างประเทศ เที่ยวลาวใต้ดู ... หาข้อมูลแล้ว น้ำตกสวยๆเยอะมาก ปราสาทหินวัดพูก้มรดกโลก แถมเดี่ยวนี้ลาวก้เจริญขึ้นมากแล้วด้วย เอาละ ตกลงไป ลาวใต้ คิดเสร็จก้เปิดเข้าเวปจองตั๋วทันที


......... แต่ผมคงรู้ตัวช้าเกินไป


SOLD OUT ! และ ตั๋วเต็มทุกรอบแล้วค่ะ !  เป็นคำที่ผมเจอทุกครั้งที่พยายามหาวิธีการเดินทาง จองตั๋วทั้งรถทัวร์ รถไฟ และ เครื่องบิน


มันเกิดอะไรขึ้น ....


17/7/56  ช่วงนี้มีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน คนเดินทางจำนวนมาก จนกระทั่งตั๋วเต็มหมดทุกรอบ บางคนอาจจะวางแผนมาก่อนเป็น หลายๆเดือน  แล้วจะไปยังไงดี ? นั่งเครื่องบินไปต่อรถทัวร์ ก้เจอกับคำว่า... เที่ยวรถเสริมต้องรอวันต่อวัน และ ไม่แน่ว่าจะมีไหมนะค่ะ ! ประโยคนี้ยิ่งทำให้ความหวังในการเดินทางไปลาวใต้กของผมเลือนลางไปทุกที

.... จำได้เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นอบรมที่กรุงเทพ วันสุดท้ายจะกลับบ้าน ตรงกับช่วงสิ้นปีพอดี ตั๋วจองเต็มหมดแล้ว แต่จำเป็นต้องกลับจริงๆ เลยไปลุ้นรอรถเสริมที่หมอชิต ไปรอตั้งแต่ 6โมง รอได้รถเสริมรอบ 3ทุ่ม กว่ารถจะฝ่าออกมาได้เกือบเที่ยงคืน ถึงเชียงใหม่ ก้ เที่ยงของอีกวัน เป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก และ คิดตั้งแต่ตอนนั้นว่าจะไม่เดินทางช่วงเทศกาลอีกแล้ว ... หรือว่ายกเลิกแผนการไปก่อน !!

18/7/56 ความหวังในการเดินทางของผมเริ่มมีขึ้นมา หลังจากถามกับคนรู้จักว่ามีช่องทางซื้อตั๋วเครื่องบินกับทาง เอเจ้นท์ ที่มีเครือข่ายหลายสาขา อาจจะมีเที่ยวบินที่จะไปอุบลก้ได้ ...

19/7/56 ... "ที่นั่งยังพอมีว่างนะค่ะ ให้ Booking ตั๋วเลยหรือเปล่า"แทบไม่น่าเชื่อว่า ตรงกับที่ต้องการพอดี เลยรีบจองตั๋ว เครื่องบิน3ขา และจองตั๋วรถโดยสาร ระหว่างประเทศ กรุงเทพ - ปากเซ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว อีก 1เที่ยว





20/7/56 ผมเดินทางจากเชียงใหม่ ไป สวรรณภูมิ นั่งรถไฟฟ้า ไปลงหมอชิต ต่อรถมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง ที่ขี่อย่างเร็วแทบจะผ่ามิติได้ มาลงที่สถานีขนส่งหมอชิต ... ขนาดวันเสาร์แล้ว คนก้ยังรอเดินทางกันเยอะมากในสถานี เดินผ่านผู้คนที่ยืนต่อแถวยาวรอซื้อตั๋ว หลายคนนั่งบนพื้นสถานี คนล้น7eleven แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ยังมีคนรอเดินทางเยอะขนาดนี้ เดินผ่านช่องขายตั๋วออกไปชานชลา ก้เจอรถ บขส.จอดอยู่ตรงทางออกช่องหมายเลข 99 พอดี



.... 3ทุ่มตรง รถออกจากชานชลาอย่างช้าๆ เพราะจำนวนรถมากเหลือเกินช่วงทางออกสถานี แต่นั่น ก้ยังไม่มากเท่ากับ การจราจรบนถนนมิตรภาพ ช่วงตั้งแต่ แยกวังน้อย สระบุรี แก่งคอย ถนนกว้างขนาด 10เลนส์แต่รถกลับวิ่งได้แค่ไม่เกิน 40กม.เวลาแบบนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจาก นอนหลับตาฟังเพลงจากไอโฟนรอปล่อยให้เวลาผ่านไป

21/7/56  แสงไฟในรถสว่างขึ้น เสียงบัสโฮเตส ปลุกให้ผมตื่นจากงีบหลับ มาทานอาหารที่จุดจอดรถ บขส.สีคิ้ว ... สายตาพลันเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือ ตี2 !! ไม่น่าเชื่อ 5 ชั่วโมงจากหมอชิต ยังไม่ถึงนครราชสีมาเลย การเดินทางช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ต้องเผื่อเวลา เผื่อใจไว้ให้มากและคิดว่าคงไปถึง ปากเซ หลังเที่ยงเพราะรถวิ่งช้ามาก  .... ตี2แบบนี้ไม่รู้จะทานอะไรแล้ว รอเวลาขึ้นรถ หลับเอาแรงต่อดีกว่า การเดินทางข้างหน้าคงหนักหน่วง ยาวนานแน่นอน

.... 8.00 น. รถมาถึงสถานีขนส่งอุบลราชธานีได้ อย่างน่าประหลาดใจ โชว์เฟอร์คงเร่งเครื่องมาอย่างแรงเลยทีเดียว จากขนส่งอุบลไปต่ออีกประมาณ 1ชั่วโมง ก้มาถึงช่องเม็ก อ.สิรินธร



รถโดยสารมาจอดที่หน้าด่านตม.ช่องเม็กเลย ส่งให้ผู้โดยสารเดินลงทำขั้นตอนผ่านข้ามแดน เขียน borderpass แนบพร้อม passport ที่ฝั่งไทย แล้วเดิน ลอดอุโมงค์เดินข้ามไปต่อประมาณ150 ม. ประทับตราเข้าเมือง+ค่าธรรมเนียม ที่ด่านวังเต่า ประเทศลาว ... ส่วนรถทัวร์จะขับข้ามมาจอดรออยู่ที่ฝั่งประเทศลาว




จากด่านวังเตา รถทัวร์คันเดิมจะเปลี่ยนมาขับชิดเลนส์ขวา(รถลาววิ่งขวา) ระยะทางไปประมาณ 45 กม.ก้มาถึง เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ รองจาก เวียงจันทน์ และ สุวรรณเขต(สะหวันนะเขต)



ประเทศลาวปัจจุบันมีความเจริญขึ้นมาก โดยเฉพาะ ด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม สัญญาณ โทรศัพท์และ3G มีเกือบจะทุกที่ในประเทศ แต่ค่าบริการนั้นยังมีราคาแพงทำให้การเข้าถึงของประชาชนยังต่ำ

.... 12.00 น. หลังจากเก็บของเข้าที่พัก ที่โรงแรม เฮือนจารุวัน แล้ว ก้เดินทางต่อไปเที่ยว น้ำตก ตาดเยือง เส้นทางไปปากซอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 40





น่ำตกตาดเยื้อง ... ตาดเยื้องแปลว่าเลียงผา หรือ น้ำตกเลียงผา


ลักษณะน้ำตก ตัดสูง
สายน้ำที่ทอดลงมาจากหน้าผาสูง ทำให้น้ำแตก กระเซ็นเป็นละอองสวยงาม และยังมีจุดชมวิวส์ สำหรับถ่ายรูปที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี



ช่วงวันหยุดยาว มีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ทั้งทัวร์คนไทย ฝรั่งแบบแบกแพค รวมถึงคนลาวเองก้มาเที่ยวกัน จนมีธุรกิจที่ทำรายได้ดีให้กับแหล่งเที่ยวต่างๆก้คือ  ถ่ายรูปด่วนใบละ2หมื่นกีบ หรือ 80 บาท จะมีช่างมาถ่ายรูปให้พร้อมอัดรูปขนาด A4 ให้ทันที



กว่าจะถ่ายภาพน้ำตกตาดเยืองเสร็จก้เปียกไปแทบทั้งตัว เพราะช่วงเดินลงไปน้ำตกด้านล่าง ฝนตกลงมาผสมกับละอองน้ำตกที่กระจายมาโดยร่างกาย เหมือนกับอาบน้ำใหม่อีกรอบ

จากน้ำตกตาดเยื้อง ไปไม่ไกล
ก้แวะไปที่น้ำตกตาดฟาน ตั้งอยู่ในบริเวณตาดฟานรีสอร์ต(สังเกตว่าในประเทศลาวที่จัดเที่ยวหลักๆจะมีรีสอร์ตหรือที่พักเอกชนไปตั้งอยู่ด้านในเลย ต่างจากประเทศไทยที่จะมีอุทยานแห่งชาติเข้าไปดูแล)



น้ำตกตาดฟานแห่งนี้ สูงที่สุดในแขวงจำปาสัก เรียกอีกชื่อว่า น้ำตกดงหัวสาว (ฟาน แปลว่า เก้ง)



จุดเด่นอยู่ตรงสายน้ำ 2 สายที่ไหลลงจากหน้าผาสูงราว 120 เมตร โดยสายน้ำทางซ้ายมือไหลมาจากห้วยผักกูด และทางขวามือเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติดงหัวสาว


มีทริปเดินป่าลงไป 5กม.(นอนค้างคืน) ดูน้ำตกด้านล่างได้ ดูสภาพทางแล้วคงจะลำบากพอสมควร


 สายฝนในประเทศลาวยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุด พร้อมๆกับการเดินที่ยังดำเนินต่อไป...



ตะวันคล้อยบ่าย ท่ามกลางสายฝน ผมได้มาอยู่ที่ อุทยานบาเจียง น้ำตกผาส้วม ...






... ส้วม ของลาวหมายถึงห้องนอนที่กั้นไว้สำหรับลูกสาวลุกเขยโดยเฉพาะ ส่วนตาดแปลว่าลานหินที่เป็นชั้นๆ จุดเด่นของน้ำตกตาดผาส้วมคือ สายน้ำที่ไหลผ่านหินผาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นแท่งๆ รูปร่างคล้ายห้องหอของคู่บ่าวสาวดูสวยงาม






วันนี้มีฝนตกทางต้นน้ำมากเซาะหน้าดินไหลออกมา ทำให้ น้ำตกวันนี้เป็นสีน้ำตาลโคลน แตกต่างจากในภาพถ่ายที่เคยเห็นสายน้ำฟองขาวกระจาย มองดูแล้วก้ได้อีกบรรยากาศนึง







ภายในอุทยานนอกจากมีน้ำตกแล้วยังมีสินค้าพื้นบ้านจำหน่ายและมีการแสดงวิถีชนพื้นเมืองของลาว เผ่าต่างๆให้ได้ชมด้วย





กลับจากอุทยานบาเจียง เข้าที่พักเมืองจำปาสัก ขับรถชมในเมืองไปเรื่อยๆมีร้านอาหารริมน้ำอยู่หลายร้าน ร้านใหญ่ๆจะมีรถทัวร์มาจอดให้คนมากินแทบจะล้นร้าน ส่วนร้านเล็กๆก้จะเป็นคนลาวด้วยกันเองมานั่งกินอาหาร กินเบียร์ลาวกัน....
*คนลาวนิยมดื่มเบียร์มากกว่าสุรา  ลาวจะมี เบยลาว(เบียร์ลาว)ขายอยู่ยี่ห้อเดียว(ที่หากินได้ทั่วไปไม่ใช่ในร้านหรู)ครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 98% ราคาก้เท่ากันแทบทุกที่ คือ 10,000กีบ หรือ 40บาท/ขวด ส่วนน้ำดื่มก้ต้องตราหัวเสือ ภายใต้ผู้ผลิดเดียวกันกับเบียร์ลาว



22/7/56  ตื่นเช้าท่ามกลางฝนตกปรอยๆไม่ต่างจากเมื่อวาน จริงๆแล้วไม่ต้องลุ้นเท่าไรนัก เพราะ ที่ประเทศลาว มีฝนตกปริมาณมาก บางทีก้ตกทั้งวันทั้งคืน การมาเที่ยวลาวช่วงนี้นอกจากต้องเตรียมใจแล้ว ยังต้องเตรียมร่มมาด้วยในการเที่ยว



จุดหมายแรกของวันนี้ ปราสาทหินวัดพู ห่างจากตัวเมืองปากเซไป 45กม. ใช้ทางตัดใหม่ ไม่ต้องข้ามเรือจากแม่น้ำโขงฝั่งซ้ายมา โดยรถที่ผ่านต้องเสียค่าปี้ ผ่านทาง (เหมือนขับขึ้นทางด่วน)





...ถ้ามาเที่ยวประเทศลาวต้องแลกเงินกีบ หรือ ธนบัตรย่อยของไทยไว้บ้าง เพราะมีค่าธรรมเนียมบริการอยู่เยอะ หากไม่ได้เตรียมมาแล้วอาจจะไม่สะดวกนักเพราะ บางครั้งการจ่ายธนบัตร 500-1000 จะไม่มีเงินทอน



ใช้เวลาไม่นานก้มาถึงปราสาทวัดพู  เป็น สถานที่ เมืองมรดกโลก แห่งที่สอง ของ ลาว ส่วนอีกที่นึงคือ เมืองหลวงพระบาง 





การที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทำให้สะดวกสบายในการเข้าชมมากขึ้น มีพิพิธภัณท์ มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีรถรับส่งไปยังจุดขึ้นชมปราสาทซึ่งเมื่อก่อนต้องเดินไปไกล






ปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาเป็น เทวสถานขอม คล้ายกับ เขาพระวิหาร ประเทศกัมพูชา โดยแบ่งเป็นชั้นบันได ตามภูเขา จนถึงปราสาท ข้างบน สถานที่ ต่าง ๆเช่น ที่ทำพิธีกรรม เซ่นไหว้ ต่อ เทพเจ้าฮินดู








ลักษณะปราสาทที่แบ่งออกเป็นชั้นๆ ทำให้ต้องเดินขึ้นบันไดหินไปบนเนินเขา เพื่อชมตัวปราสาทแต่ละจุด







เดินขึ้นบันไดหินสูงชันและเปียกลื่นต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร มองดูรอบๆเห็นต้นลีลาวดีขนาดใหญ่ดูจากลำต้นแล้วอายุน่าจะร้อยปีขึ้นไป





จุดสูงสุดของปราสาทหินวัดพู






หินสลักรูปช้าง



สามารถมองลงไปด้านล่างเห็น ตัวปราสาท บาราย ที่เดินผ่านขึ้นมา และทิวทัศน์ที่ เขียวชะอุ่ม ไกลสุดสายตา



ใช้เวลาที่นี่อยู่ชั่วโมงกว่าๆ ได้เวลาเดินทางกลับ ... จากวัดพูใช้เส้นทางเดิมกลับเข้าปากเซ จอดแวะที่พระใหญ่ จุดชมวิวส์ ก่อนข้ามสะพานเข้าเมืองปากเซ



จุดนี้ต้องขับรถ หรือ เดินไปบนเนินเขา สามารถมองเห็นเมืองปากเซได้กว้าง เช่น แม่น้ำโขง สะพาน สนามบิน แล้วตัวเมืองปากเซ







... 11.00 ได้เวลากลับแล้ว รอรถโดยสารฝั่งตรงข้ามโรงแรมจำปาสักแกรนด์ นั่งรถตู้จาก ปากเซ สู่ด่านวังเตา ตอนออกมาผู้โดยสารเต็มคัน แต่พอขับถึงกลางทางกลับจอดคนลงหมดทั้งคัน ซะยังงั้น สุดท้ายเหลือผมนั่งด้านหลังรถ อยู่คนเดียวมาจนถึงวังเต่าประมาณ 30นาที ค่าโดยสาร 20,000กีบ

ทำเรื่องผ่านแดน ประทับตราออกชำระค่าธรรมเนียม 10,000กีบ เสร็จแล้ว ก้ผ่านด่านช่องเม็กประทับตราเข้าประเทศกลับเข้าไทย เดินไปขึ้นรถตู้ ช่องเม็ก-อุบล ไปลงสถานีขนส่ง อุบล แล้วต่อรถแท๊กซี่ ไปสนามบิน



...17.35 น. สายการบินไทยสมายล์ ที่วันนี้ผู้โดยสารเต็มลำ ก้พาผมออกจากอุบลราชธานี ปลายทาง สุวรรณภูมิ



ถึงสุวรรณภูมิยังมีเวลา รอขึ้นเครื่อง นั่งฆ่าเวลาที่แมคโดนัลในสนามบิน อ่านเวป เล่นเฟส จนกระทั่ง .... Boarding time  ถึงเวลาเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง


22/7/56  22.30 น.  สัญญาณรัดเข็มขัดดังขึ้น เครื่องบินกำลังลดระดับลง ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง แม้ในความมืดยังเห็นแสงสว่างจากเบื้องล่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ การเดินทางที่ผ่านมา 2วัน ใกล้จะสิ้นสุดลง วันพรุ่งนี้ก้ถึงเวลากลับไปใช้ชีวิตการทำงานปกติ แต่ความทรงจำ และ ความสนุกระหว่างการเดินทางของผม ไม่ได้สิ้นสุดลงตามไป ... กลับเพิ่มเติมความสุขและพลังให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น




เพื่อรอการเดินทางครั้งต่อไป .......... จนกว่าจะพบกันใหม่




Create Date : 24 กรกฎาคม 2556
Last Update : 1 มกราคม 2560 18:32:27 น.
Counter : 7799 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



-*-Superbaker
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]





My Face ...
blogger counters
New Comments
กรกฏาคม 2556

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog