ราตรีมีแสงดาว แม้แพรวพราวสุดฟ้าไกล เคียงคืนยาวยืนไป เพียงหนึ่งหนอพอคลายหม่น
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
..ร้อยกรอง เพลินท่องไพร..


อาทิตย์ยามอุทัย.................ส่องไสวปลายขอบฟ้า
เรื่อเรืองประเทืองครา..............................บูรพาแสนอำไพ

ถวิลจินตนา........................แดนพฤกษาพนาไพร
พิศเพลินเจริญใจ.................................ถิ่นสถานอันชวนชม

เหยาะย่างพลางลัดเลี้ยว.......เลาะรอบเหลียวเปลี่ยวพนม
พระพายสะบัดพรม..............................พร่างริ้วริ้วปลิวใบบาง

แหงนเกยเงยชะเง้อ..................สุดตาเหม่อยอดสล้าง
ใบบังดังร่มกาง...................................ขวางทินกรซอนสู่ดิน

มากมายไม้ป่าสูง.......................ทั้งยางยูงพุ่งเมฆินทร์
รับแสงแลแบ่งสินธุ์..............................ดินอาหารเจือจารปรุง

กันเกราเกลาเกลี้ยงเนื้อ.........แข็งยิ่งเหลือเพื่อหมายมุ่ง
เสาหลักปักผดุง................................ค้ำโครงสร้างยั่งยืนนาน

ลิบลิ่วทิวสนไกล...................สามเส้นใบเดี่ยวเรียวก้าน
แม้นเข็มหมื่นเล่มปาน...........................เสียบสลักปักตรึงตรง

ศรีตรังดั่งแพรม่วง.....................ประทับทรวงนาถอนงค์
สไบนางคลุมองค์................................แนบนวลเนื้อเจือผกา

สมอต่อเรื่องเล่า....................ชุ่มคอเอาเข้าเครื่องหา
ครบครันตำรายา..............................ล้าเหนื่อยแก้ดีแท้เทียว

ตรงโน้นต้นโตใหญ่..............ตะเคียนใกล้สายธารเชี่ยว
ตำนานชวนหวั่นเสียว...............................ว่านางไม้อาศัยเรือน

ปรงใบคล้ายหมากพร้าว..........ลูกร่วงกราวลงดินเกลื่อน
พ้องถ้อยชะรอยเตือน....................................ทิ้งรักหลงจงรู้พอ

สิงขรชะง่อนง้ำ......................จันผาล้ำยื่นลำกอ
คลับคล้ายคนเราหนอ....................ล้อเล่นภัยไม่หวั่นตรม...



มองแลเหนือลำธาร................กระเซ็นซ่านสายน้ำพรม
รินพราวคราวยินขรม........................ก้องสะท้านพนานต์พง

สู่แอ่งแก่งหินราย.....................ละอองพรายละลิ่วลง
รวยรินระเรื่อยคง................................สุดสิ้นทางหว่างทะเล

ตะไคร่คลุมปกปิด........................เสียสนิทมิดหินเห
เช่นชนทอดใจเท..............................ปล่อยอบายให้ครอบงำ

กรวดทรายใต้วารี........................เรืองระวีสะท้อนน้ำ
วับวาวราวระบำ..................................หว่างธารินรพินทร์ปอง

เย็นใสในธารห้วย....................ครีบหางช่วยว่ายประคอง
ปลาน้อยใหญ่คอยจอง.......................ร่องน้ำไหลได้ซอกซอน

แทรกซ่อนก้อนหินโขด...........ลัดเลี้ยวลดเลียบริมขอน
ไม้เอนระเนนนอน....................................พาดเกยข้างฝั่งนที

ใดหนอพอจ้องจับ......................ใต้ท่อนทับกรุบกรับหนี
โอ้เต่าเจ้าเร็วรี่......................................เร่งดุ่มคลานมิทันไกล

แอ่งในตัวใสเกาะ................ค่อยค่อยเลาะตรงล่างใต้
ตื้นน้ำพอรำไร......................................กุ้งฝอยไต่ไปทะยอย

หันขวาว่าใดดู..................แท้เจ้าปูอยู่รูน้อย
ทะลุอีกรูคอย........................เป็นทางออกหลอกเลี่ยงมัน 



ลูบไล้กายชุ่มชื้น..................หอมระรื่นโชยชื่นพลัน
ภู่ว่อนวนเวียนหัน.............................ตอมผกาแห่งป่าไพร

ภมรร่อนโฉบเฉี่ยว..............ดอกกระเจียวเที่ยวซุกไซ้
คนึงถึงดวงใจ...............................ชายรักลองมองดังเกมส์

ฝูงผึ้งหึ่งหึ่งมา....................ลิ้มรสาเกสรเขม
โสกน้ำงามสีเข้ม............................เล็มรุมล้อมออมคืนรัง

โง้งแหลมแซมคมหนาม........ดอกงิ้มงามบานสะพรั่ง
แสงส่องแสดสุกปลั่ง...........................กลางพงผืนยืนต้นชู

คิ้วนางดังกอดเกี่ยว......เลื้อยเถาเหนี่ยวเกลียวพันตู
ดอกขาวราวพธู..........................สอางค์หมายชิดชายเชย

เหลืองทองมองระย้า................อร่ามตาระวิเผย
คูณคู่ก้ามปูเอย..................................ชมพูแซมแกมประชัน

ทอดเถายาวครอบคลุม..................ปกสุมทุมชะอุ่มนั้น
เปลี่ยนราวเอาแพรพรรณ.................จันทร์กระจ่างวางผืนแทน

ยอดโยนโอนลมสาย............หางยูงคล้ายส่ายรำแพน
จ้าจัดจรัสแสน.........................................ต้องสุรีย์สีสาดดล

ดาษดาดังทาทอง.............ยามบัวตองครองแห่งหน
สุวรรณทาบสกนธ์...........................บนคำเคียงเรียงอักษรา

พิศแพรวแนวมาลี...............หลากหลายสีประดับหล้า
หอมอวลชวนอุรา........................สุขล้นเหลือเมื่อชมดง....


เจื้อยแจ้วแว่วสำเนียง.........เพรียกพร่ำเสียงกู่ขานส่ง
สกุณินถิ่นป่าพง..............................คงสำเริงเหลิงบรรเลง

แก้วเขียวดูเปรียวปราด.........เกาะกิ่งพาดโดดหยงเหยง
เริงร่าหาหวั่นเกรง...............................หมู่มนุษย์ประทุษปอง

กางเขนจับเป็นคู่..........................เฝ้าจี๋จู๋อยู่เพียงสอง
ขมิ้นเขม้นมอง.....................................จ้องทิศใดใกล้รวงรัง

แซงแซวแว่วยินร้อง...............กังวาลก้องปลุกภวังค์
นกน้อยลูกคอยหลัง................................คงหมายไว้ส่งให้ยิน

กระตั้วหัวงามหงอน.............พร้อมนกค้อนทองร่อนผิน
เกาะต้นตะขบกิน.................................ด้วยโหยหิวบินลิ่วมา

นั่นนกโพระดก........................ร้องโฮกป๊กโบราณว่า
ขุดเจาะเหมาะไม้หา.....................เช่นหัวขวานเผ่าพันธุ์เดียว

นกเงือกเลือกคู่แล้ว......หากคลาดแคล้วขอเปล่าเปลี่ยว
รักหนึ่งอย่างแน่นเหนียว.....................เหนี่ยวใจคนคิดเคยยิน

นกเอี้ยงสาลิกา......................แจ้วพนาดังวาทิน
ดีดสีดนตรีพิณ.........................เสนาะแม้นแดนเพลงเพลิน

กาเหว่าเจ้าร่ำร้อง..................หาคู่ครองคราห่างเหิน
เหงาหงอยน้อยใจเกิน.........................ฤาจึงเฝ้าเร้าเรียกคืน

วิหคนกเสรี.......................ในพงพีมิต้องฝืน
อยู่กรงคงสะอื้น......................ขืนใจข่มตรมเศร้าตาย  



ล่วงคล้อยลอยตะวัน.......................จรผายผันดั้นทิศบ่าย
ย้อนทางย่างเยื้องกราย.......................หมายใจทวนหวนคืนเรือน

ทอดน่องมองทิวไม้.......................สั่นไหวไหวสิ่งใดเคลื่อน
นางอายอุ้ยอ้ายเหมือน...........................สาวซบหน้าหลบตาชาย

กระจงตรงโป่งดิน..........................หันผันผินระวังกาย
หวาดหวั่นอันตราย...................................ใกล้ตัวลี้หนีกระโจน

ค่างเหวี่ยงเบี่ยงเปลี่ยนต้น...............สนุกบนซนห้อยโหน
กิ่งเกี่ยวเหนี่ยวเอนโอน........................ตามแรงโน้มโถมกายา

กระรอกกระแตเหล่า..................กระถิกเจ้ากระจ้อนหนา
ดังเยาวกุมารา...................................เต้นเล่นเหลิงบันเทิงจริง

เกาะ"รั้ง"อย่างแน่นเหนียว...........กายสีเขียวกลมกลืนยิ่ง
ต่างคำนำอ้างอิง........................................อีกัวน่ากิ้งก่าพันธุ์

ฉุนเฉียวชะมดกลิ่น...............เรียกต่างถิ่นมูสังนั่น
เปรียบได้ดีเลวครัน................................ติดกายามาอย่างไร

ปลักตมชมชัดแจ้ง....................ว่าคือแปลงหมูป่าใหญ่
กลิ้งเกลือกเถลือกไว้..............................ให้ฉาบหนาทาผิวเลย

กระต่ายกระโจนหนี....................หูตั้งชี้หางจุกเอย
เวทนานะเจ้าเอ๋ย.............................คงสะพรึงระแวงภัย

อาทิตย์สนธยา...................จวนเวลาว่าค่ำใกล้
รื่นรมย์สมสุขใน.................เพลินไพรท่องร้อยกรองกานท์



ขอขอบคุณ ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต และ
เพลง เพลินชมไพร จาก //www. youtube ค่ะ



Create Date : 31 สิงหาคม 2556
Last Update : 31 สิงหาคม 2556 9:59:00 น. 2 comments
Counter : 695 Pageviews.

 
สวัสดีค่า คุณนานา ^^

มาทักทายค่า อ่านที่กระทู้แล้ว
เก่งจริงๆค่ะ แต่งกลอนยาวมากๆเลย
สุดยอดเลยค่ะ ^^


โดย: lovereason วันที่: 31 สิงหาคม 2556 เวลา:16:24:24 น.  

 
ขอบคุณ คุณนุ่นมากจริงๆ
เป็นมิตรที่อบอุ่นเสมอต้น เสมอปลาย



โดย: nana_tjj วันที่: 1 กันยายน 2556 เวลา:8:44:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nana_tjj
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เรือลำน้อยคอยคืนโต้คลื่นเล

เพลงชีวิตกล่อมเห่อยู่เสมอ

ปะผุซ่อมเฝ้ารอคราวน้ำเอ่อ

พาร่างไปเจอะเจอดาวสกาว


ไหลเรื่อยเอื่อยไปไม่เรื่อยเปื่อย

มุ่งสู่หวังห้ามเฉื่อยสิ่งโชนฉาว

แสงสุดท้ายแม้ห่าง แต่พร่างพราว

รอทุกคนก้าว ทอดเท้าไป


คราวราตรีเพ็ญเด่นกระต่าย

เด็กสาวหมายคว้าครองนั่งร้องไห้

ทุกนอนที่ฝันมันอิ่มใจ

ฉันสถิตมั่นอยู่ในฤทัยเจ้าแล้ว
New Comments
Friends' blogs
[Add nana_tjj's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.