อาทิตย์สาดส่อง..ความจริงจักปรากฎทั่วปฐพี!!!
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
นักสิทธิมนุษยชนแท้จริงในประเทศนี้เหลือกี่คน

โดย จรัล ดิษฐาอภิชัย
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
11 ตุลาคม 2550


โดยหลักการสิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิของมนุษยชนทุกคนบนโลก โดยไม่จำแนกเพศ ผิวพันธุ์ เชื้อชาติ ชนชาติ ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม สภาพทางร่างกาย ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความคิดทางการเมือง ไม่ว่าเป็นคนไทย คนลาว
พม่า เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น อเมริกา แอฟริกา สูง ต่ำ ดำ ขำ รวย จน ฉลาด โง่เง่า คนดี คนชั่ว ฯลฯ นักสิทธิมนุษยชนที่แท้จริงจะต้องส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนของทุกคน

40 กว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่กรณีนองเลือด 6 ตุลาคม 2519 บุคคลและองค์กรเอกชนส่วนหนึ่งเริ่มใช้ความคิดสิทธิมนุษยชนมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิประการต่างๆ เริ่มจากสิทธิมนุษยชนทางการเมือง คือเสรีภาพทางความคิด
เห็นทางการเมือง เรียกร้องให้ปล่อยผู้ถูกจับกุมในกรณี 6 ตุลาคม และผู้ต้องหาคดีคอมมิวนิสต์ ไปสู่การส่งเสริมปกป้องคุ้มครองสิทธิของกรรมกร ผู้หญิง เด็ก ชาวไร่ชาวนา ฯลฯ

บุคคลและกลุ่มดังกล่าวค่อยๆก่อตัวเป็นขบวนการสิทธิมนุษยชน แสดงบทบาทในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคนทุกกลุ่มมาตลอด และประสบความสำเร็จในการผลักดันให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 กำหนดให้มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งก็ตั้งขึ้นในปี 2544

ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ การเคลื่อนไหวของนักสิทธิมนุษยชนดังกล่าวมีบทบาททำให้รัฐและสังคมรับรู้ เข้าใจ และเคารพสิทธิมนุษยชนมากขึ้นเป็นลำดับ ที่สำคัญได้เข้าไปปกป้องคุ้มครองผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนประการต่างๆ ไม่ว่าเป็นผู้ต้องหา นักโทษ ชาวบ้านที่ถูกไล่หรือได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐ กรรมการถูกขูดรีด ผู้หญิงถูกกดขี่ทางเพศและถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เด็กถูกละเมิดสิทธิทุกประการ ชนเผ่าถูกเหยียดหยาม แรงงานต่างด้าวถูกจับกุม ปกป้องเสรีภาพทางความคิด การชุมนุม การเดินขบวน คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกหาว่าค้ายาเสพติดในช่วงสงครามปราบปรามยาเสพติด รวมไปถึงความพยายามคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพี่น้องมุสลิมใน 3 จังหวัดภาคใต้

แต่ขณะเดียวกันนักสิทธิมนุษยชนและองค์กรถูกมองด้วยสายตาหวาดระแวงว่ารับใช้ประเทศตะวันตก ถูกหาว่าเป็นพวกสร้างปัญหา ชอบประท้วง ก่อกวนการบริหารราชการ ฯลฯ

และแล้วนักสิทธิมนุษยชนไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนแทบไม่เหลือนักสิทธิมนุษยชนแท้จริงเลย กลายเป็นนักสิทธิมนุษยชนฝักฝ่าย เริ่มจากความไม่พอใจ ความเกลียดอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่พวกเขาเห็นว่าเป็นเผด็จการ ออกนโยบายอันละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นระยะ พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์และพยายามเข้าไปตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดมาจากนโยบายของรัฐบาลทักษิณแทบทุกกรณี

ครั้นเมื่อกระแสการต่อสู้ขับไล่ทักษิณที่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหัวหอก เป็นผู้นำ นักสิทธิมนุษยชนก็เหมือนกับนักวิชาการ ผู้ทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน หมอ ทนายความ สื่อมวลชน ก็เข้าร่วมการต่อสู้อย่างไม่ลังเล ภายใต้การนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

จุดยืนทางสิทธิมนุษยชนของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นนักสิทธิมนุษยชนฝ่ายพันธมิตร ฝ่ายไม่เอาทักษิณ พวกเขาจะออกมาโวยวายและพยายามตรวจสอบถ้าฝ่ายพันธมิตรถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น กรณีสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ คาราวานคนจนล้อมสำนักงานหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แต่พอฝ่ายพันธมิตรปิดล้อมทำเนียบ ปิดล้อมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พวกเขาจะเงียบ

หลังรัฐประหาร 19 กันยายน พวกเขาไม่สนใจการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากระบอบเผด็จการ คมช. ประชาชนภาคอีสานและภาคเหนือถูกจำกัดเสรีภาพในการเดินทาง การประชุม และสัมมนา แกนนำชาวบ้านถูกติดตาม นักการเมืองพรรคไทยรักไทยถูกควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเมือง หลายคนถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืนกฎอัยการศึก พรรคการเมืองถูกห้ามจัดกิจกรรม ฯลฯ เพราะเห็นว่าเป็นพวกนิยมทักษิณ ไม่ควรมีสิทธิ มีเสรีภาพ โดยมองว่าคนเหล่านั้นเป็นมนุษย์ ย่อมมีสิทธิมนุษยชน และเป็นพลเมืองไทย ย่อมมีสิทธิเสรีภาพของพลเมืองเหมือนฝ่ายตนที่ไม่เอาทักษิณ

เมื่อพวกเขาพูดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็จะพูดแต่ที่เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลทักษิณ บางคนเสนอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น กรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร หายตัว กรณีกรือเซะ และตากใบ โดยมีเจตนาทำลายทักษิณ
ต่อไป บางคนเขียนรายงานสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทักษิณส่งให้องค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐประหารและระบอบเผด็จการ คมช.

พวกเขาจึงมิใช่นักสิทธิมนุษยชนแท้จริง ทั้งๆที่พวกเขาเคยคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกคนโดยไม่เลือก เมื่อผู้ร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม ถูกทรมาน พวกเขาก็แสดงความคิดเห็น ผู้ค้ายาเสพติดถูกจับ ถูกฆ่า พวกเขาจะวิจารณ์ และพยายามเข้าไปตรวจสอบ กลุ่มรักแม่น้ำมูลปีนทำเนียบนายกรัฐมนตรี กลุ่มผู้ประท้วงการวางท่อก๊าซไทย-มาเลเซียถูกสลาย พวกเขาจะเป็นจะตายกันทั้งประเทศ

แต่เมื่อแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ถูกสลายการชุมนุมที่หน้าบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่กี่คนแถลงประท้วง ตอนที่ผมไปให้ข้อเท็จจริงและความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบข้อเท็จจริงตามญัตติถอดถอนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมได้ชี้ให้เห็นว่าตั้งแต่ปีที่แล้ว สังคมไทยแตกแยกกันอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งกว่าเป็นขวา-ซ้าย ช่วงหลังกรณี 14 ตุลาคม 2516 ขบวนการสิทธิมนุษยชนก็แตกแยก

หากเป็นก่อนหน้านี้ผมถูกจับจะมีคนวิจารณ์และประท้วงรัฐบาลทั่วประเทศ พูดอย่างนี้มิใช่น้อยใจ แต่ผิดหวังนักสิทธิมนุษยชนเลือกข้าง มิใช่นักสิทธิมนุษยชนแท้จริงที่จะต้องส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพวกตัวหรือพวกที่ตนไม่ชอบ

ผมเองในช่วงที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและคาราวานคนจนชุมนุมเดินขบวน เมื่อถูกละเมิดเสรีภาพในการชุมนุมไม่ว่าของฝ่ายใด ผมจะออกความเห็นคัดค้านการจำกัดเสรีภาพดังกล่าว ใครไม่เชื่อเอาหนังสือพิมพ์ เทปวิทยุ และโทรทัศน์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2549 มาอ่านดู เปิดดู นี่ยังไม่พูดถึงพวกพันธมิตรประชาชนฯและสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อย เวลาวิจารณ์ด่าว่าผมมักจะพูดเขียนว่าในสมัยรัฐบาลทักษิณ โดยเฉพาะในช่วงสงครามปราบปรามยาเสพติด ไม่เห็นนายจรัล ดิษฐาอภิชัย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำอะไร ทั้งๆที่ผมเป็นคนแรกๆที่ออกมาวิจารณ์และต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว (ดูจากเว็บ Yahoo, Google)

ที่เขียนมาทั้งหมดผมอยากชี้ให้เห็นว่านักสิทธิมนุษยชนคนใดที่ใช้จุดยืนและอคติทางการเมืองมาแทนหลักการ โดยเฉพาะลักษณะสากล (Universality) ของสิทธิมนุษยชน มิอาจเป็นนักสิทธิมนุษยชนแท้จริงได้



Create Date : 13 ตุลาคม 2550
Last Update : 13 ตุลาคม 2550 0:16:21 น. 7 comments
Counter : 387 Pageviews.

 

หายากคนทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ โดยไม่อิงส่วนตัวน่ะ


โดย: p_tham วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:1:53:18 น.  

 
ขอคาระวะ คุณจรัล ดิษฐาอภิชัย
นักสิทธิมนุษยชนแท้จริงในประเทศนี้

emoemo


โดย: หอมกร วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:7:40:50 น.  

 
สิทธิมนุษยชน
เป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริง ๆ ค่ะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:8:57:23 น.  

 

อ่านแล้วต้องอุทานคำว่า โธ่ !ถัง !กาละมังแตก! กับนักสิทธิมนุษชน จอมปลอมทั้งหลาย
ทั้งหมดเป็นเพราะการนิยามคำว่าผลประโยชน์ ไว้แคบเกินไป เจาะจงไปที่นักการเมืองมากเกินไป จนคนอื่นเป็นเทวดาไปหมด


โดย: เนื่อง มาจากเหตุ วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:5:36:22 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: Darksingha วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:16:27:02 น.  

 
ขอน้อมคารวะต่อภาระกิจที่ได้ทำลงไป
แม้ว่าจะเป็นแสงเทียนน้อยในสายลม
ที่ได้ส่องสว่างความจริงให้ปรากฎในประเทศ
ท่ามกลางความมืดมิดของผลประโยชฯทีได้ร่วมกันก่อกรรมทำเข็ญโดยอ้างผลประโยชน์ของชาติ
หรือของใครก็ไม่รู้
ที่ไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญ2540


โดย: แวะมาเยี่ยมให้กำลังใจ IP: 202.57.172.207 วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:22:33:13 น.  

 
เมืองไทยไม่มีนักสิทธิมนุษยชนจริง แม้แต่คนเดียว
ไปดูกฎหมายไทยสิ ละเมิดสิทธิมนุษยชนเต็มไปหมด
ไปตามถนนดูเจ้าหน้าที่รัฐ ละเมิดสิทธิมนุษยชนเต็มไปหมด
การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเกิดขึ้นทุกเวลาที่คนไทยหายใจเข้าออก
มองโลกในแง่ดีเสมอ แต่เห็นสิ่งชั่วร้ายตลอด


โดย: อนันต์ครับ IP: 61.7.174.111 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:00:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สุริยาอัสดง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เปิดโลกด้วยแสงแห่งปัญญา
Thaiflood
Friends' blogs
[Add สุริยาอัสดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.