อาทิตย์สาดส่อง..ความจริงจักปรากฎทั่วปฐพี!!!
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
4 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
จากคอมมูนมัฆวาน ถึง ยุทธการไทยคู่ฟ้า

โดย เทอดสยาม ชูธรรม
ที่มา เว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่
26 สิงหาคม 2551


ปฏิบัติการยึดเมืองในนามยุทธการไทยคู่ฟ้าอย่างอุกอาจของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ตั้งแต่เช้าวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551 สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของผู้นำอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล และจำลอง ศรีเมืองที่ชัดเจนว่า พร้อมจะใช้รูปแบบของการยึดอำนาจแบบเดียวกันกับที่กลุ่มบอลเชวิกในรัสเซียใต้การนำของลีออน ทรอตสกี้กระทำในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1917 ซึ่งตรงกันข้ามกับคำประกาศ”อารยะขัดขืน”ที่เคยชูขึ้นมาเป็นกลยุทธ์การต่อสู้ตั้งแต่แรกอย่างสิ้นเชิง

การกระทำดังกล่าว ยืนยันชัดเจนถึงการยกระดับทางยุทธศาสตร์ของการต่อสู้จากคอมมูนมัฆวานฯ(สร้างรัฐซ้อนรัฐ) มาสู่การยึดอำนาจรัฐโดยตรง(โค่นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เพื่อสร้างการเมืองใหม่) ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างหมดเปลือก

เดือนมิถุนายนกลุ่มพันธมิตรฯได้ประกาศยกระดับการชุมนุมจากต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาเป็นการโค่นล้มรัฐบาลสมัคร โดยจัดกำลังเพื่อชุมนุมยืดเยื้อโดยใช้เขตยึดครองที่ถนนราชดำเนินแถวสะพานมัฆวานรังสรรค์ เป็นเมืองพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชดำเนิน) โดยจำลอง ศรีเมือง ได้ขยายความว่าเป็น "สถานที่ชุมนุมเริ่มเข้าสู่ยุคพระศรีอาริย์" ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันด้วยระเบียบวินัย การทำอะไรต้องฟังเสียงคนหมู่มาก ทุกคนสามารถทำอะไรได้อย่างอิสระเสรี ปลอดจากอำนาจรัฐบาลสมัคร

การตั้งเขตอำนาจรัฐใหม่ดังกล่าว ได้รับการยกยอจากนายสุรพงศ์ ชัยนาม อดีตนักการทูตที่ยืนอยู่ข้างเดียวกันว่า คล้ายคลึงกับ New Harmony Society เมืองอุดมคติของสังคมนิยมเพ้อฝันโดยโรเบิร์ต โอเวนใน ค.ศ. 1817 ที่อเมริกา (โดยไม่ยอมพูดถึงข้อเท็จจริงว่า ชุมชนดังกล่าวล้มตั้งแต่เริ่ม)

โดยสาระ เมืองพันธมิตรฯนี้ มีลักษณะสำคัญคือ

- เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์สู้รบทางการเมืองชั่วคราว
- เป็นเขตปลอดอำนาจรัฐที่สมัคร สุนทรเวชเป็นนายกรัฐมนตรี
- เป็นรัฐชั่วคราวที่ปราศจากชนชั้น และต้องการสร้างระบบพึ่งพาตนเองชั่วคราวเพื่อตรึงสถานการณ์ต่อสู้เอาไว้ให้ครบครัน
- เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่แนวทางของกลุ่มพันธมิตรฯต่อสาธารณะอื่นๆ หากได้รับชัยชนะในการต่อสู้ เพื่อขยายผลออกไปในระยะยาว


หากเทียบเคียงกับชุมชนในประวัติศาสตร์แล้วเมืองพันธมิตรฯถือว่า มีลักษณะใกล้เคียงกับ ปารีส คอมมูน (หรือ คอมมูน ปารีส La Commune de Paris หรือ Paris Commune) ที่ฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1871 ถือเป็นรัฐรูปพิเศษที่ปกครองเขตยึดครองของตนเองในกรุงปารีสในเวลาแสนสั้น คือระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 28 พฤษภาคม

คาร์ล มาร์กซ ให้คำอธิบาย คอมมูนปารีสว่า คือ ต้นกำเนิดในอุดมคติของชาวคอมมิวนิสต์ในอนาคตที่แท้จริง ในขณะที่กลุ่มอนาธิปัตย์ก็ยกย่องเช่นกันว่า นี่คือสังคมไร้รัฐที่เป็นอุดมคติหลัก

ปารีส คอมมูน เกิดขึ้นในขณะที่สังคมฝรั่งเศสยุคหลังนโปเลียน กำลังปั่นป่วนรุนแรงเนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดชนชั้นกรรมกรจำนวนมหาศาล

ปารีส คอมมูน มีองค์กรปกครองสูงสุดได้แก่ กองกำลังแห่งชาติ หรือ national guard ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่เข้าร่วมในฐานะโล่มนุษย์ (รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก) โดยจะแบ่งหน่วยกองกำลังออกเป็นส่วนย่อยๆเท่ากัน เพื่อทำหน้าที่ฝึกฝน เตรียมความพร้อม ผลิต ส่งกำลังบำรุง ฯ

กองกำลังย่อยนี้ จะส่งตัวแทนเข้าร่วมกำหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธีร่วมกันกับคณะกรรมการส่วนกลางผ่านสภาคอมมูน

การจัดตั้งที่เข้มแข็ง คอมมูนสามารถเข้ายึดหน่วยทหารหลักในปารีส และยึดเอาอาวุธออกมาใช้ในเขตปกครองตัวเองที่ย่านมองมาร์ต อันเป็นย่านคนจนและชนชั้นกลาง

ต่อมาทหารชั้นผู้น้อยบางส่วนได้ละทิ้งผู้บัญชาการ เข้ามาร่วมสมทบเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูน แล้วจับตัวผู้บัญชาการในขณะนั้นมายิงเป้า

เมื่อทหารประจำการเข้ามาร่วมสมทบ คอมมูนจึงจัดขบวนใหม่ จัดตั้งสภาคอมมูนขึ้นมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกทุกเขตเป็นจำนวน 97 คน และให้ตัวแทนเหล่านี้ เลือกคณะกรรมการคอมมูนสูงสุดขึ้นเสมือนหนึ่งรัฐบาลของคอมมูน

คอมมูนได้สร้างสัญลักษณ์แห่งรัฐใหม่ขึ้นมาหลายประการ เช่น ธงแดง (ต่อมากลายเป็นธงของพวกคอมมิวนิสต์) และอื่นๆ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ รัฐธรรมนูญของคอมมูนที่มีมีเป้าหมายหลักคือ สร้างสังคมไร้ชนชั้น และรัฐที่มีความเสมอภาคและอิสระเบ็ดเสร็จ และมีสาระล้ำยุค เช่น การแยกรัฐออกจากศาสนจักร ส่งเสริมสิทธิสตรี การยกเลิกทำงานกะกลางคืนของคนงาน บำนาญให้กับคนงานที่ไม่มีคู่หรือหย่าร้าง ยกเลิกดอกเบี้ยโรงรับจำนำ เลื่อนชำระหนี้คนยากจนที่รายได้ต่ำกว่าระดับยากจน ให้สิทธิคนงานได้เข้าร่วมครอบครองกิจการในฐานะหุ้นส่วนแต่ต้องให้ผลตอบแทนเจ้าของเดิม ฯ

ความสำเร็จในช่วงแรก ทำให้ชาวคอมมูนฮึกเหิม และพยายามใช้แผนดาวกระจาย สร้างพันธมิตรกับชนชั้นกรรมกรในเมืองต่างๆทั่วฝรั่งเศส แต่ไม่สำเร็จเพราะถูกปิดล้อมอย่างหนัก ท้ายสุดคอมมูนล่มสลาย ผู้คนที่เข้าร่วมถูกสังหารไปประมาณ 5 หมื่นคนในช่วงเวลาปราบครั้งสุดท้ายที่เรียกว่า อีก 2 หมื่นกว่าคนถูกประหารชีวิต 3.5 พันคน ถูกโยนเข้าคุกมืด และอีก 4 พันคนถูกเนรเทศปล่อยที่หมู่เกาะทะเลใต้

รูปแบบของคอมมูนมัฆวาน ในนามเมืองพันธมิตรฯหรือมหาวิทยาลัยราชดำเนิน ที่สามารถสร้างรัฐซ้อนรัฐในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน แต่ไปไกลกว่าคือสามารถสร้างพันธมิตรเครือข่ายกับเมืองต่างๆในประเทศไทยได้มากพอสมควร น่าจะส่งผลทำให้กลุ่มแกนนำพันธมิตรฯฮึกเหิมมากขึ้น จนหลงเชื่อว่า สามารถจะยกระดับการต่อสู้ให้เข้มข้นมากขึ้นโดยประสานกับเครือข่ายการเมืองอื่นๆทั้งในและนอกระบบ อันเป็นที่มาของยุทธการไทยคู่ฟ้าเพื่อยึดเมือง โดยมุ่งเป้าว่าจะสร้างปรากฏการณ์ปฏิวัติประชาชน เพื่อโค่นล้มทุนสามานย์ที่มี”ระบอบทักษิณ”เป็นตัวแทน แล้วสร้างการเมืองใหม่ที่ปฏิเสธการเมืองแบบเลือกตั้งในรูปแบบเดิม

นั่นหมายความว่า ยุทธการไทยคู่ฟ้า ก็คือ ส่วนหนึ่งของประเด็นการต่อสู้เพื่อชิงอำนาจนำระหว่าง”ทุนสามานย์” กับ”ศักดินาที่ก้าวหน้า”ที่ยังค้างคาและยังไม่รู้ผลแพ้ชนะกันของคนในสังคมไทยในช่วง 3 ปีนี้

สิ่งที่น่าเวทนาอย่างยิ่งก็คือ การต่อสู้ของสิ่งที่เรียกว่า “ทุนสามานย์” และ”ศักดินาที่ก้าวหน้า”นั้น ล้วนเป็นมายาคติที่ไม่เคยดำรงอยู่จริง ไม่ว่าจะพิจารณาจากชุดความคิดทางสังคมใดๆของนักคิดทั่วโลก แม้กระทั่งวัตถุนิยมวิภาษหรือวัตถุนิยมทางประวัติศาสตร์

หากย้อนไปทบทวนข้อเขียนทั้งหมดของมาร์กซ-เองเกลส์-เลนิน-เหมา หรือมาร์กซิสท์ทุกสำนัก คำว่า ทุนสามานย์ จะไม่เคยปรากฏที่ไหนๆเลย เพราะถือว่า ระบบเศรษฐกิจใดๆ ล้วนแล้วแต่มีด้านบวกและลบในตัวเองทั้งสิ้น คำว่า ทุนสามานย์ เพิ่งจะมาโผล่ขึ้นในสังคมไทยเมื่อ 3 ปีเศษนี้เอง โดยเป็นคำประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ของณรงค์ เพชรประเสริฐ แห่งจุฬาฯ(จากคำสารภาพของเจ้าตัวเอง)โดยแปลงอย่างผิดๆจากคำภาษาอังกฤษว่า robber baron ซึ่งเจ้าของคำที่ให้ความหมายถูกต้องตั้งแต่แรก (วิลเลียม โจเซฟสันนักหนังสือพิมพ์อเมริกัน) หมายถึง ทุนผูกขาดตัดตอนโดยใช้อำนาจรัฐเป็นเครื่องมือ

ในขณะที่นักคิดเสรีนิยมหรือทุนนิยมขวาจัด เรียกพฤติกรรมผูกขาดตัดตอนโดยอาศัยอำนาจรัฐดังกล่าวว่าการแสวงหาค่าเช่าส่วนเกินทางเศรษฐกิจ(economic rent- seeking)ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องอันเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของทุนนิยม ไม่ถือว่าเป็นความชั่วร้ายของทุนนิยมแต่อย่างใด

คำว่าทุนสามานย์ จึงไม่มีความหมายและไม่มีอยู่จริง นอกจากในคำนิยามที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อกล่าวหาทางการเมืองเท่านั้น

ในทำนองเดียวกันคำว่า ศักดินาที่ก้าวหน้า ก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนไม่ว่าจะเป็นในหน้าประวัติศาสตร์ ตำราวิชาการ หรือ อุดมการณ์ทางการเมืองใดๆในโลก แต่เป็นคำประดิษฐ์ขึ้นมาในเมืองไทย ไล่เรี่ยกันกับคำว่า ทุนสามานย์ และ ระบอบทักษิณ เท่านั้น

คำว่า ศักดินา ในโลกตะวันตก มาจากคำว่า Feudalism หรือ Feudal System เป็นคำที่มองเตสกิเออ นักคิดฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ประดิษฐ์ขึ้นมา เพื่อพูดถึงระบบสังคมในยุคกลางของยุโรป ที่มีรากฐานบนสังคมเกษตร และมีระบบควบคุมแรงงานในที่ดินบนฐานของความไม่เท่าเทียมกันของบุคคล

มาร์กซ ให้คำนิยามคำว่า ศักดินาบนพื้นฐานของรูปแบบการผลิต(mode of production) ที่ตั้งบนรากฐานของการควบคุมแรงงานทำการผลิตบนที่ดินเป็นสำคัญโดยมีอภิชนาธิปัตย์เป็นผู้ปกครองครอบงำอุดมการณ์ที่เน้นความไม่เสมอภาคของบุคคลโดยวัดจากการถือกำเนิดทางชนชั้น

สำนักคิดมาร์กซิสท์ และสำนักคิดทางประวัติศาสตร์โดยทั่วไป ถือว่า นับแต่สังคมย่างเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด และมีระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรม ในขณะที่ชุดความคิดของผู้คนเปลี่ยนเป็นเน้นความเสมอภาคกันของผู้คน คำว่า ศักดินาก็ไม่ใช่ระบบอำนาจอีกต่อไป แต่อาจจะยังคงเหลือซากทางด้านอุดมการณ์ตกค้างเป็นตะกอนอยู่บ้างในคนบางกลุ่ม

สังคมไทย ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากนับแต่การยกเลิกสมบูรณาญาสิทธิราชตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา และโครงสร้างการผลิตของสังคมก็เปลี่ยนจากเกษตรกรรม มาเป็นอุตสาหกรรมและบริการเป็นหลัก ดังนั้นรูปแบบการผลิตหลักของสังคมไทยปัจจุบัน จึงไม่ใช่ระบบศักดินาอีกต่อไปแล้ว เพียงชุดความคิดบางส่วนที่ยังตกค้างในชนชั้นปกครองเช่น เทวราชา หรือ ทศพิธราชธรรม ก็ยังมีบทบาทที่โดดเด่นเป็นที่ปรากฏ

คำว่า ศักดินาที่ก้าวหน้า จึงเป็นคำที่ไร้ความหมาย และเป็นคำประดิษฐ์ที่ใช้เป็นอาวุธทางการเมืองของไทยชั่วขณะเท่านั้น ไม่อาจถือเป็นสรณะอะไรได้

การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจนำในสังคมไทยยามนี้ เป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มทุน 2 กลุ่มที่อ้างอิงอุดมการณ์หรือชุดความคิดที่แตกต่างกัน เพื่อนำมาแย่งชิงมวลชนเพื่อไปเอาชนะกันในการต่อสู้ช่วงชิงผลประโยชน์จากการผูกขาดตัดตอน หรือ ค่าเช่าส่วนเกินทางเศรษฐกิจ เท่านั้นเอง มิใช่เรื่องของ “ทุนสามานย์” กับ”ศักดินาที่ก้าวหน้า”แต่อย่างใด

ความเข้าใจที่ชัดเจนต่อความหมายของคำว่า “ทุนสามานย์”กับ”ศักดินาที่ก้าวหน้า”เท่านั้น จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการเคลื่อนไหวที่ฮึกเหิมของกลุ่มพันธมิตรฯที่ยกระดับจากคอมมูนมัฆวาน(ในนามเมืองพันธมิตรฯหรือมหาวิทยาลัยราชดำเนิน)มาสู่ยุทธการไทยคู่ฟ้าได้อย่างกระจ่างชัด



Create Date : 04 กันยายน 2551
Last Update : 4 กันยายน 2551 1:34:24 น. 2 comments
Counter : 1840 Pageviews.

 
เห็นว่าตอนนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างคนชั้นที่สูงกว่ารากหญ้าที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันรวมไปถึงนักวิชาการ เขาต่อสู้เพื่อกิเลศและความต้องการของชนชั้นเขา โดยกลุ่มรากหญ้ายากที่จะใช้สิทธิที่คนเหล่านี้อ้างว่าเป็นสิทธิที่เท่าเทียมกัน และภาคภูมิใจเสียเหลือเกินว่าเป็นการพัฒนาการเมืองภาคประชาชน ซึ่งถ้ายือเยื้อต่อไปก็จะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ และรากหญ้าที่ต้องหาเช้ากินค่ำ และชาวไร่ชาวหน้าก็จะได้รับผลกระทบตายก่อนเพื่อน ในขณะที่คนเหล่านี้แม้ได้รับผลกระทบก็ยังอยู่ได้เพราะฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า คิดดูนะครับถ้ารากหญ้าอยากจะใช้สิทธิบ้างทำได้จริงหรือ อดตายครับ เว้นแต่มีผู้ที่จ่ายเงินสนับ เช่นม็อบคนจนคราวที่แล้ว แต่ก็จะต้องถูกหาว่าถูกจ้างมา ผิดกับม็อบคนชั้นกลางแม้จะไม่มีการเลี้ยงอาหารฟู่ฟ่าแบบม็อบพันธมิตรในปัจจุบัน ก็อยู่ได้เป็นปีๆ สิทธิอันน้อยนิดที่รากหญ้าพอจะมีโอกาสใช้ได้ก็คือการใช้สิทธิในการเลือกตั้ง แต่ก็จะถูกคนชั้นกลางและนักวิชาการเห็นแก่ตัวที่มีกิเลศความต้องการไม่สิ้นสุดมาลบล้างโดยการประท้วงขับไล่ และภาคภูมิใจกับการประดิษฐ์ถ้อยคำที่สวยหรูฟังดูดีน่าเลื่อมใสว่าเป็นการเมืองภาคประชาชน หนักไปกว่านั้นจะมีนักวิชาการหลายท่านใช้ความได้เปรียบทั้งด้านการใช้สื่อ ความสามารถประดิษฐ์ถ้อยคำที่เสียดแทงหัวใจและความรู้สึกของคนรากหญ้าว่า “คนรากหญ้าเลือกนายก คนเมืองปลดนายก คนรากหญ้าไม่เสียภาษี คนเมืองเสียภาษี คนไม่เสียภาษีมีสิทธิเลือกนายได้อย่างไร ” หรือ “ ที่ด็อกเตอร์ที่หลงตัวเองว่าสูงส่งท่านหนึ่งกล่าวว่าหนึ่งเสียงของคนรากหญ้าจะเทียบเท่าหนึ่งเสียงของคนเมืองได้อย่างไร การศึกษามันต่างกัน” บางท่านก็ว่า “ รากหญ้าโง่ถ้าถามเรื่องหุ้นน่ะ รู้เรื่องไหม ” ฟังแล้วน่าคับแค้นใจไหม
ที่ผ่านมาคนเมืองได้เอาเปรียบคนรากหญ้ามานานมาก งบประมาณชาติได้ทุ่มไปที่คนเมืองมากี่สิบปีแล้ว ทำให้คนเมืองมีโอกาสที่จะทำมาหากินเติบโตทางทางเศรษฐกิจอย่างเทียบเคียงไม่ได้กับรากหญ้าเลยทั้งๆที่รากหญ้าเป็นคนส่วนใหญ่ที่มีความเป็นเจ้าของประเทศมากกว่าด้วยซ้ำ ทำไมไม่ทุ่มงบมาลงสู่รากหญ้าให้มากเท่าคนเมืองได้รับล่ะ แล้วรากหญ้าจะเสียภาษีเหมือนที่ตนเมืองจ่าย คนรากหญ้าจำเป็นมากไหมที่ต้องรู้เรื่องเรื่องหุ้น และถ้าถามไอ้ด็อกท่านนั้นกลับว่ารู้เรื่องข้าวเหมือนที่ชาวนารู้ไหม ไอ้ด็อกนั่นก็โง่เหมือนกันน่ะแหละ ที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่อจะบอก ท่านทั้งหลาย ท่านกำลังทำอะไรกัน ท่านใช้สิทธิเอาเปรียบรากหญ้า ตั้งแต่ร่างรัฐธรรมที่มุ่งตอบสนองชนชั้นท่าน ที่พยายามสร้างภาพว่าดูเหมือนเป็นการให้สิทธิคนทั้งประเทศแต่จริงๆแล้วหมกเหม็ดเพราะรากหญ้าไม่มีโอกาสใช้สิทธิเหมือนพวกท่านได้เลย กรุณาอย่าปิดช่องทางการใช้สิทธิอันน้อยนิดผ่านทางการเลือกตั้งของเราเลย ได้โปรดให้รากหญ้าได้มีโอกาสต่อสู้กับท่านผ่านตัวแทนของเราบ้าง ท่านจึงควรใช้สิทธิของท่านผ่านช่องทางตัวแทนของท่านในระบบรัฐสภา โดยยึดถือกฎหมายเป็นกติกาเช่นกัน ถึงอย่างไรเราก็เสียเปรียบท่านในหลายเรื่องอยู่แล้ว ตั้งแต่ โอกาสการใช้สื่อ แกนนำที่มีศักยภาพ เงินทุน ความสามารถในการประดิษฐ์ร้อย เรียงถ้อยคำ รวมไปถึงพลังในการหยุดงานประท้วงตัดน้ำตัดไฟ เห็นใจผลกระทบต่อรากหญ้าที่เกิดจากการกระทำของท่านด้วยเทอญ ได้โปรดเคารพสิทธิที่มีอันน้อยนิดของเราด้วย


โดย: รากหญ้า IP: 203.146.104.42 วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:17:28:03 น.  

 
It's amazing in favor of me to have a web page, which is helpful designed for my knowledge. thanks admin
ray ban wayfarer 50mm ou 54mm //dagensbridge.se/?dk-ray-ban-wayfarer-50mm-ou-54mm-14717.html


โดย: ray ban wayfarer 50mm ou 54mm IP: 192.99.14.34 วันที่: 16 ตุลาคม 2558 เวลา:19:40:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สุริยาอัสดง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เปิดโลกด้วยแสงแห่งปัญญา
Thaiflood
Friends' blogs
[Add สุริยาอัสดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.