อาทิตย์สาดส่อง..ความจริงจักปรากฎทั่วปฐพี!!!
Group Blog
 
 
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
26 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
ชนชั้นล่างในเมืองและชนบทคือทัพหลวงของประชาธิปไตย

รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฉีกรัฐธรรมนูญ และก่อรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นผลงานของแนวร่วมเผด็จการ ที่มีกลุ่มชนชั้นสูงเป็นผู้บงการตั้งแต่ต้นจนจบ มีกลไกทหารเป็นแขนขา และมีนักวิชาการ เอ็นจีโอ (องค์กรพัฒนาเอกชน) สื่อมวลชน ทำตัวเป็น “คนหามเสลี่ยงให้เผด็จการนั่ง” ช่วยสร้างวิกฤตปั่นป่วนให้เป็นเงื่อนไขรัฐประหาร

ในด้านตรงข้าม รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นตัวแทน ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนธรรมดาทั้งในเมืองโดยเฉพาะในชนบททั่วประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ชาวชุมชนแออัด แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบธุรกิจทุกระดับ เป็นต้น ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากนโยบายประชานิยมซึ่งโอนย้ายงบประมาณและทรัพยากรจำนวนมหาศาลจากในเมืองไปสู่คนจนทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศอย่างทั่วถึง จากที่แต่ไหนแต่ไรมาถูกข้าราชการและคนชั้นสูงครอบงำ ประชาชนไทยทั่วไปอยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์นำหน้าชื่อ ไม่มีปากมีเสียง ไม่ได้รับดอกผลโดยตรงจากการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม

ชีวิตของประชาชนมีลักษณะ “จนและเจ็บ” วนเวียนอยู่กับการทำมาหากินที่ยากเข็ญ พวกเขาไม่มีช่องทางการกู้เงินในระบบ แต่ละวันได้เงินเข้าบ้านสักร้อยสองร้อยบาท บางครอบครัวจำยอมให้ลูกผู้หญิงทำอาชีพอบายมุขเพื่อจุนเจือการศึกษาของพี่น้อง รักษาการเจ็บป่วยของพ่อแม่และซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิต การใช้จ่ายประจำวันต้องกระเบียดกระเสียร ข้าวแกงจานละ 15 บาทกับ 20 บาทคือความแตกต่างสำคัญ

การพักผ่อนบันเทิงในชีวิตคือ วิทยุโทรทัศน์ราคาถูก ๆ ในบ้าน ในหลายพื้นยังมีปัญหาสังคมที่เป็นอันตรายต่อสมาชิกในครอบครัว ทั้งยาเสพติดข้างบ้าน บ่อนพนันผิดกฎหมาย อาชญากรรมลักขโมยจี้ปล้นในชุมชน แล้วยังเผชิญการข่มเหงรังแกจากอิทธิพลเถื่อนและเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่น

นอกจากนี้ปัญหาร้ายแรงในชีวิตคือ ความเจ็บป่วยซึ่งคนจนมักจะอดทนไม่รักษาและฝืนทำกินไปก่อน

ประชาชนได้ลืมตาอ้าปากเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญเมื่อรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ทำให้พวกเขามีสิทธิที่จะเลือกตั้งเอาพรรคไทยรักไทยที่มีนโยบายและแผนที่ชัดเจนที่จะทำประโยชน์ให้กับประชาชนเข้าสภา

ดังนั้นประชาชนทั่วไปเริ่มเห็นประโยชน์ของการเมืองต่อพวกตนจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาล โดยเฉพาะ โครงการสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากระบบคนไข้อนาถาของโรงพยาบาลรัฐ ได้รับการรักษาเอาใจใส่เยี่ยงเพื่อนมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรี ประชาชนยังเริ่มมีช่องทางเข้าถึงปัจจัยทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในระบบผ่านการพักหนี้เกษตรกร ธนาคารประชาชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง การแปลงทรัพย์สินเป็นทุน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นต้น ประชาชนสามารถลดเลิกการพึ่งพาหนี้นอกระบบได้ มีเงินเหลือไปประกอบอาชีพหรือใช้จ่ายจำเป็นในด้านอื่น

ประชาชนยังได้ประโยชน์จากการลดอิทธิพลในพื้นที่ ปราบปรามยาเสพติด ให้มีหวยบนดินผนวกกับโครงการหนึ่งทุนหนึ่งอำเภอให้โอกาสลูกชาวบ้านชนบทได้ไปเรียนถึงต่างประเทศ เป็นต้น

แต่โครงการประชานิยมกลับเป็นที่เกลียดชังโดยชนชั้นสูงโดยเฉพาะพวกนักวิชาการ เอ็นจีโอ โดยป้ายสีว่า “กระตุ้นลัทธิทุนนิยม-บริโภคนิยม”

ในหมู่ประชาชน “มอมเมาซื้อเสียงจากชาวบ้าน” “ก่อหนี้ให้ชาวบ้านตกเป็นทาสที่พึ่งพารัฐบาลตลอดไป” คนพวกนี้ดูถูกดูแคลนประชาชนว่าโง่ คนพวกนี้ไม่มีวันยอมรับว่า ประชาชนก็มีสติปัญญาความสามารถ คิดวางแผนชั่งน้ำหนักที่เป็นเหตุเป็นผลได้ไม่น้อยกว่าคนที่มีการศึกษาใน
เมือง

พวกนักวิชาการจงใจละเลยความจริงที่ว่าประชาชนมีฐานะดีขึ้นจากนโยบายของพรรคไทยรักไทย และประชาชนกลับมีวินัยไม่ได้สร้างหนี้ที่ไม่ก่อรายได้หรือเอ็นพีแอลอย่างพวกชนชั้นสูงในอดีตในช่วงวิกฤติ 2540 แต่อย่างใด

นโยบายที่ดีของพรรคไทยรักไทยนี้ ทำให้ประชาชนได้รับรู้เป็นครั้งแรกว่า “ประชาธิปไตยนั้นกินได้และเห็นหัวคนจน” ประชาธิปไตยทำให้พวกเขามีโอกาสทำกิน มีเงินทุน มีอาชีพ ปลดหนี้ มีแพทย์พยาบาลและยารักษาโรค ลดหรือปลอดยาเสพติดและอิทธิพลเถื่อน

พวกเขาจึงเกิดการตื่นตัวทางประชาธิปไตยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กลายเป็นฐานพลังอันเข้มแข็งสนับสนุนผู้นำพรรคไทยรักไทย แต่ประชาชนก็ไม่ได้งมงายในตัวทักษิณ

คำว่า “รักทักษิณ” ไม่ได้หมายถึง “รักตัวบุคคลทักษิณ ชินวัตร” แต่หมายถึง รักประชาธิปไตย รักรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้อำนาจพวกเขาตัดสินใจเลือกคนที่จะนำประโยชน์ต่าง ๆ ที่พวกเขาต้องการและความเจริญก้าวหน้าของประเทศมาให้ โดยไม่ต้อง “รอเทวดามาโปรด” อีกต่อไป

พลังสนับสนุนผู้นำพรรคไทยรักไทยแสดงออกชัดในการเลือกตั้งต้นปี 2548 ด้วยคะแนนท่วมท้นถึง 19 ล้านเสียง ซึ่งได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับ"กลุ่มเผด็จการชนชั้นสูง"และนักวิชาการซึ่งสูญเสียประโยชน์ อำนาจ และสถานภาพ

และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ แม้จะมีขบวนการปลุกปั่นรุมโจมตีจากปัญญาชนและสื่อทุกชนิดรอบด้านตลอดช่วงปี 2548-49 แต่พรรคไทยรักไทยก็ยังคงได้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากประชาชนทั่วประเทศและชนะการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ได้ถึง 16 ล้านเสียง รวมถึงครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ พวกอำนาจนิยมขวาจัดจึง ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลไทยรักไทย

แนวทางการทำรัฐประหารก็ใช้วิธีสกปรกโดยเดินแผนเป็นขั้นตอน ปล่อยข่าวลือ สร้างเรื่องเท็จ ขยายเรื่องเกินจริง ปลุกกระแสคลั่งชาติ ปั้นข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” สร้างกลุ่มมวลชนที่คลุ้มคลั่งเกลียดชังรัฐบาลอย่างสุดขั้วออกมาเคลื่อนไหวยั่วยุสร้างวิกฤต เพื่อปูทางเป็นเงื่อนไขรัฐประหารในที่สุด

และแม้พวกเผด็จการทำรัฐประหารสำเร็จ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ต่อต้านรัฐประหารและรู้สึกอย่างชัดเจนว่าตนได้ถูกปล้นชิงสิทธิ เสรีภาพ และอำนาจอธิปไตยไป ประชาชนได้ “ตื่นจากฝันในเทพนิยาย” และรู้แจ้งแล้วว่า แท้จริงแล้ว ชนชั้นสูงและนัก

วิชาการนี่เองที่เป็นปัจจัยขัดขวางประชาธิปไตยและเป็นรากเหง้าของรัฐประหาร

ประชาชนไทยทั้งในเมืองและชนบทกำลังครุกรุ่นไปด้วยความโกรธ พวกเขามีจำนวนนับสิบล้านคนทั่วประเทศ มีการจัดตั้งผ่านเครือข่ายธรรมชาติในชุมชนและองค์กรท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นกองทัพหลวงแห่งประชาธิปไตยที่รอวันยาตราทัพ มีเป้าหมายชัดเจนคือ เรียกร้องประชาธิปไตย ทวงอำนาจอธิปไตย เอารัฐธรรมนูญ 2540 กลับคืนมา ให้มีการเลือกตั้งโดยทันที

วันนี้ ประชาชนอดทนจนเป็นเสมือนฟางแห้ง กองสุมกระจายอยู่ทั่วประเทศ รอเพียงเกิดประกายไฟและลมพายุ โหมกระพือให้เป็นไฟป่าไหม้ลามทุ่งเท่านั้น!




Create Date : 26 มกราคม 2550
Last Update : 26 มกราคม 2550 18:29:44 น. 7 comments
Counter : 368 Pageviews.

 
การปิดหูปิดตาประชาชนสมัยรัฐบาลทหารในอดีต..

ทำไมเขาจึงออกมาปลุกกระแสชาตินิยม..

เพราะทหารยังไงก็จะต้องสร้างเงื่อนไขสถานการณ์..ความไม่มั่นคงเอาไว้ก่อนเพื่อจะได้ดำเนินการได้อย่างเต็มที่ และถือว่าได้รับความชอบธรรม จากประชาชน..

นี่เป็นวิธีการทางจิตวิทยาของทหาร...ซึ่งการออกมาของ"ทักษิณ"ในรูปแบบผ่านสื่อ ก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่เขาเล่นสงครามป่วนกัน..ที่ทางการทหาร เขาเรียกว่า"สงครามข่าวสาร"





โดย: สุริยะ (สุริยาอัสดง ) วันที่: 26 มกราคม 2550 เวลา:18:42:21 น.  

 
นโยบายประชานิยมถือเป็นความดีความชอบ ของอดีตนายกทักษิณ ซึ่งทำให้ประชาชนคนยากไร้ ได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้งนักการเมืองมาเป็นผู้แทนของตัวเอง พวกเขาได้รู้แล้วว่า เขาจะได้ผลตอบแทนอย่างไรบ้าง จากการไปลงคะแนนให้ใคร ไม่ใช่เงิน 200 - 300 บาทในวันก่อนการเลือกตั้งเหมือนในอดีต
เขาจะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลในราคาถูก (ความจริงแล้วเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลถ้วนหน้าราคาถูกนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาได้ริเริ่มกันมาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่การผลักดันนโยบายค่อนข้างช้า และขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ ก็เลยกลายเป็นผลงานของรัฐบาลนายกทักษิณ ก็ยกผลประโยชน์ให้จำเลยไปก็ได้ เพราะการตามนโยบายได้รวดเร็ว และประชาสัมพันธ์ได้ทั่วถึง ในยุคของเขา)
เข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายขึ้น (ถ้าไม่มี บริษัท แคปปิตอล โอเค เกิดขึ้นมาทันควัน แถมเปิดสาขาปูพรมอย่างรวดเร็วตามร้านค้าในต่างจังหวัด ก็จะปรบมือให้อย่างสะดวกใจกว่านี้) ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยมหาโหดให้กับ คนปล่อยกู้นอกระบบ เขาได้รับผลประโยชน์จากการเมืองอีกตั้งหลายเรื่อง
เมื่อประชาชนเขารู้แล้วว่า เขาต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดสรร งบประมาณของประเทศด้วย นโยบายแบบเก่า ๆ เรื่องชาตินิยม มันย่อมใช้ไม่ได้ผลในยุคนี้ การปลุกระดมเรื่องนี้ไม่มีใครเขา เก็ต กันแล้ว
เราอยากได้ประชาธิปไตย อยากให้มีเลือกตั้ง ประชาชนจะได้เลือก คนที่เสนอผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมกับประชาชน แต่ว่าเราไม่อยากได้ รัฐบาลที่ทำนโยบายเพื่อประชาชน แต่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ในทุกโครงการที่คิดขึ้นมา ประเทศไทยจะมีโอกาสได้ผู้นำที่เป็นนักการเมืองที่ทำงานเก่ง และเห็นแก่ผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่
เพราะที่เห็นอยู่ก็แต่พวกที่ รักษาผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ไม่สนใจว่าประเทศนี้จะเสียหายไปแล้วเท่าไร...


โดย: ดาวสีแดง (ดาวสีแดง ) วันที่: 29 มกราคม 2550 เวลา:12:07:55 น.  

 
เจ้าของกระทู้เอียงมาก เข้าข้างทักษิณ คนขายชาติ เฮ้อ อ่านไปก็ไม่เป็นกลาง


โดย: knock IP: 222.123.29.39 วันที่: 14 เมษายน 2550 เวลา:10:27:52 น.  

 
เสียใจมาก เราโพสต์เตือนตั้ง ใส่ข่าวโจมตีของ สนธิลิ้ม ลอง แล้ว วิทัศน์คนไทย มองสั้น รักสั้นบั่นยาว ปอกมะพร้าวเอาปากกัด ทักษิณ คุณวุฒิขนาดนั้น ย่อมมีวิทัศน์ มองใส่ตัวเองได้ พฤติการณ์ประจำตัว คือสปริง ชั่งน้ำหนักก่อนโอเค ต้องผลโดยรวม โอเคตลอด ขานรับ มิน่าต้องเป็น ตลาดวาย สายวอด คงฉิบหายต่อไปประเทศชาติ ให้มองแบบฝรั่ง อเมริกาน้ำมันมีใต้ดิน ใช้ สองร้อยปีไม่หมด ทำไมง้อซื้ออาหรับ นี่แนวคิดชาติเจริญ


โดย: คิดอย่างด้อยพัฒนา IP: 203.113.51.100 วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:30:11 น.  

 
จะร้องไห้เป็นสายเลือด ประเทศถูกลิตเครดิต ไม่เหลือแม้ลาว กัมพูชา มีมาเลย์หัวเราะก๊าก ขึ้นเงินเดือ ขรก.เย้ย ก่อนวิ่งแซงมาเลย์ เห็นหลังเกาหลีไวๆก่อนเลี้ยวโค้ง หวังโค้งหน้า คงตีตื้นเยียบแซงบ้าง ปัจจุบัน ลาวจะแซงไทยเพราะไกล้เวียตนาม ย่อมมีสีกว่า กำลังเห็นเวียตนามโค้งหน้า ขออย่าให้หายไป ลาวจะแซง นี่คือเลือดและปากท้องลูกหลาน ไม่ยากร่อนหาแรงงานเวียตนาม ลาว ขอหาเงินในไทยเมืองบังเกิดเกล้า


โดย: เสียงรากหญ้ารากแก้ว IP: 203.113.51.100 วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:42:23 น.  

 
ขอบอกเลยนะว่าได้เงินจริง ง่ายๆทั้งหมดเลยไม่มีอะไรยุ่งยาก รายได้งามๆ และที่สำคัญไม่เสียหายไม่เดือดร้อนแน่นอนไม่งั้นเราและเพื่อนคนอื่นๆอีกมากมายคงจะไม่ทำอยู่ตอนนี้หรอก.......อย่ายอมให้โอกาสดีๆหลุดลอยไป!!!!
เพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ตและเวลาว่างหลังเลิกเรียนและงานประจำ
สมัครทำงานกับ thaismaster บริษัทไทยทำงานโฆษณาสินค้าต่างๆรายได้ต่างๆมาจากการโฆษณาสินค้าง่ายๆขั้นตอนไม่ยุ่งยาก จ่ายเงินโดยโอนเข้าบัญชีทุกสัปดาห์
สมัครทำงานนี้ได้ที่เว็บข้างล่าง
รายละเอียดต่างๆศึกษาได้ที่นี่ทั้งหมด

//www.thaismarter.com/aa813.htm



=============================================================






โดย: bomberman IP: 222.123.216.204 วันที่: 17 มิถุนายน 2550 เวลา:7:03:09 น.  

 
หลังจากล้มทักษิณแล้วผลที่ตามมาคือ
1. หวยใต้ดินเกลื่อนเมือง ล็อตเตอรี่ขึ้นราคา
2. ยาบ้ากลับมาทำลายเยาวชนของชาติ หาซื้อง่ายเหมือนลูกอม
3.คดีการก่ออาชญากรรมที่เกิดจากเยาวชนเพิ่มขึ้นอื้อ
4.ลูกหลานถูกตัดทุนทางการศึกษา
5. ผู้มีอิทธิพลกลับมามีอำนาจ
6. วิกฤติปัญหาเศรษฐกิจ
7. รัฐบาลไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม
ขอให้พวกเอ็งจงเจริญ



โดย: ประชาชน IP: 202.143.163.18 วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:12:01:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สุริยาอัสดง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เปิดโลกด้วยแสงแห่งปัญญา
Thaiflood
Friends' blogs
[Add สุริยาอัสดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.