SuNiPa'S BloG
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
เดินกะยอกกะแยกไปทำงาน

หวัดดีเพื่อนทีรัก

วันนี้ไปทำงานวันแรกของสัปดาห์ เดินผ่านตั้งแต่ป้อมยาม ล็อคเกอร์ หยุดสแกนลายนิ้วมือ ฝ่ายผลิต ฝ่ายตระกูลคิว จีเอ บุคคล บีโอไอ บัญชี การเงิน จนถึงโต๊ะทำงาน เราต้องหยุดจอดฝีเท้ากระยอกกระแยกกทุกจุดพื่อตอบคำถามว่า หนูไม่เป็นไรมากค่ะ เคล็ดขัดยอกทาถูทาถู ไม่มีใครไม่รู้ว่าอีนี่สะดุดพักในห้องน้ำจนเท้าเคล็ด ทำไมเราช่างโด่งดังขนาดนี้เนี่ย อิอิอิ อยู่ไหนก็ขวัญใจประชาชนจริงๆ

แต่วันนี้ทำให้เรารู้ว่าทุกคนเป็นห่วงเป็นใยเรามาก ประทับใจค่ะขอบอก

พอประชุมเช้าระดับบริหารเสร็จ เจ้านายญี่ปุ่นเกือบทุกคนก็เดินมาถามไถ่ แซวบ้าง เยาะเย้ยบ้าง แต่มันแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครใจไม้ไส้ระกำกับล่ามห่วยที่แปลไม่ค่อยได้อย่างเรา

เจ้านายญี่ปุ่นคนหนึ่ง เดินมาทำท่าจะเตะที่เท้า แล้วแกก็หัวเราะ แซวว่าห้องชั้นล่างเค้าเข้าใจผิดหรือเปล่าว่าอยุธยามีแผ่นดินไหว ฮา..... แล้วเจ้านายก็พูดว่า เมื่อวานโอ๋จังไม่มาผมตกใจเลยนะ จากนั้นก็ตบอกตัวเองดังๆ พูดเป็นภาษาไทยว่า "คาเมะโอกะซัง เป็นห่วง เป็นห่วง"

โอ้ ทุกคนน่ารักและดีกับเราขนาดนี้ ชั้นจะกล้าลาออกไหมล่ะเนี่ย แงงงงงงงงงงงงงง ไม่อยากบอกเลยว่า อาทิตย์ที่แล้วเจ้านายที่โรงงานเก่าโทรมาหาแล้วชวนให้เรากลับไปทำงานเดิม เฮ่ออออ คนมันสวยก็แบบนี้ล่ะเนอะ เอิ้ก เอิ้ก

หลายคนบอกว่าเราโชคดีมาก โรงงานเก่าเจ้านายเอย เพื่อนร่วมงานเอย มีแต่คนดีๆ พอย้ายมาที่ใหม่เราก็เจอแต่คนดีๆ อีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงตอบรับทันทีว่า "ใช่ว่ะ กูมันโชคดีจริง"

แต่บังเอิญว่าตอนนี้เราไม่คิดว่านี่ความโชคดี

ตอนที่เราเรียนหนังสืออยู่ที่ญี่ปุ่น อาจารย์คนหนึ่งถามเราว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นไงบ้าง ตอนนั้นเราตอบว่า ดีค่ะ ดีมากๆเลย คนญี่ปุ่นใจดี เป็นคนดีมีน้ำใจ อาจารย์ทำหน้าตกใจแล้วถามต่อว่า "จริงเหรอ"

ไอ้เราก็เลยร่ายยาวววววเลยว่า ที่ผ่านมามีแต่คนใจดีกับเรา อาจารย์ก็ใจดี เพื่อนญี่ปุ่นทุกคนก็ใจดี พ่อแม่เพื่อนก็ใจดี เวลาเราไม่สบายก็มาเยี่ยมถึงหอ มาทำกับข้าวให้กิน ดูแลเหมือนเป็นลูก แม้แต่คนแปลกหน้า ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนคอยช่วยเหลือ จะว่าไปแล้วขอเล่าตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่าคนญี่ปุ่นใจดีสักสองคนดีก่า

คนที่ 1 เรานั่งรถไฟจะไปโกเบ แต่ต้องต่อรถไฟสามต่อ ขึ้นคันแรกแล้วไปลงสถานีอะไรไม่รู้จำไม่ได้แล้ว จากนั้นต้องจับรถไฟต่ออีกสาย ระหว่างที่ยืนรอรถ ลุงที่ยืนอยู่ข้างๆก็ทักทาย พอขึ้นไปนั่งรถไฟขบวนที่สอง เราชักไม่แน่ใจว่าตัวเอง เลยหันไปถามลุงที่นั่งข้างๆ ว่าขบวนนี้ไปที่...หรือเปล่า ลุงบอกว่าไม่ไป เราต้องนั่งอีกขบวนนึง เราต้องไปลงสถานีหน้าแล้วเปลี่ยนรถ เราก็ได้แต่อือๆ อาๆ รับทราบ พอถึงสถานีที่ต้องลง ลุงคนนั้นก็ลงมาด้วย ไอ้เราก็รู้สึกอ่นใจ หันไปยิ้มให้แล้วถามว่าลุงว่าจะไปลงที่ไหน ลุงแกบอกว่าจะไปที่..... แต่ลงตรงนี้เป็นเพื่อนเรา พอรถไฟมา ลุงขึ้นขบวนเดียวกับเรา เราเลยถามว่าที่ๆลุงจะไปน่ะขึ้นขบวนเดียวกันกับหนูเหรอคะ ลุงบอกเปล่า แต่ขึ้นมาเป็นเพื่อนกลัวหนูขึ้นผิดอีก โออออ ก้มคำนับขอบคุณอยู่นั่นแหละ แล้วเราก็นั่งคุยกันสักพัก พอถึงสถานีที่ต้องเปลี่ยนรถอีกสาย ลุงก็ลงมาเป็นเพื่อน แถมยืนคุยกับเราเพื่อรอส่งเราขึ้นรถไฟสายที่จะไปจุดหมายปลายทาง จนเราก้าวขึ้นรถ ลุงก็พูดว่า "nihongo ganbatte kudasai ne" แล้วลุงก็โบกมือให้จนรถไฟเคลื่อนออกจากสถานี


คนที่ 2 อันนี้น่าอายเล็กน้อย แต่อยากเล่า อิอิอิ วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง เวลาประมาณ สองทุ่ม มีเสียงเคาะประตู ก็อกๆๆ โอ้ เพื่อนฝรั่งชื่อเจมส์แวะมา แต่ไม่แวะเฉยๆ ลากเราไปปาร์ตี้บ้านคอลิน(เพื่อนชาวแคนาดา) ขาไปไม่มีปัญหาอะไร เพราะเดินไปกับเพื่อน หอพักของคอลินเจ้าของปาร์ตี้อยู่ไม่ไกลจากที่เราอยู่มากนัก เดินประมาณสิบถึงสิบห้านาทีก็ถึง กว่าปาร์ตี้จะเลิก สุนิภาก็เมาจนเดินกลับไม่ไหว เลยตัดสินใจค้างที่บ้านคอลิน รุ่งเช้า พอคอลินก็ตื่นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ มันก็เอาตีนเขี่ยปลุกให้ตื่น แถมยังใจร้ายบอกว่า ยูต้องกลับเองนะ เพราะไปต้องไปสอนพิเศษหาตังค์ค่าเบียร์ ฮา ฮา จากนั้นมันก็เอาแผนที่มากาง บอกว่า ยูต้องเดินไปทางนี้นะ เลี้ยวนี้นะ เอาใหม่ทวนซิ สุนิภาก็บรรยายพร้อมชี้เส้นทางตามแผนที่ อืมมมม ถึงเวลาผจญภัยด้วยตัวเองแล้ววววว จะเชื่อหรือไม่ เราเดินวกไปวนมา ออกไหนต่อไหน ถามคนที่จ๊ะเอ๋ระหว่างทาง สองครั้ง (สองคน) แต่ก็ไปไม่ถึงหอตัวเองสักที เจอยายคนหนึ่ง ก็ถามคุณยายว่า หนูจะไปนี่ค่ะ ที่นี่ค่ะ ไปยังไงคะ ยายใจดีพาเดินไปถึงทางแยก แล้วบอกให้เราเลี้ยวซ้าย จากนั้นตรงไป แล้วให้เลี้ยวขวาอีกที เดินไปเรื่อยๆ ก็ถึง ไม่ไกลหรอก เฮ่อออ โล่งงใจ กูจะได้นอนต่อสักที ง่วงแถมเมาค้างอีกต่างหาก แต่เอาไปเอามา ไอ้เราก็คิดว่าทำตามที่คุณยายบอกทุกอย่างแล้วนะ แต่นี่มันสามสิบนาทีผ่านไปแล้วทำมายยยย ไม่ถึงสักทีวะ จนแล้วจนรอด จนจ๊ะเอ๋คุณยายคนเดิม ไอ้เราก็ได้แต่หัวเราะแฮ่ แฮ่ คุณยายคงอนาจใจกับสาวบ้านนอกผิวคล้ำร่างยักษ์ เลยจูงมือเดินไปส่งถึงหน้าหอพักเลยยยยย ตามเคย โค้งขอบคุณอยู่พันรอบ แล้วคุณยายก็บอกว่า พยายามเข้านะ (คนญี่ปุ่นนี่ชอบบอกให้ชาวบ้านพยายามจริงๆ)

มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงคิดว่าเราโชคดีใช่ไหม เราก็เคยคิดว่ะ

ย้อนกลับไปตอนที่เราสาธยายเหตุการณ์ให้อาจารย์ฟังเสร็จ อาจารย์ก็บอกว่าอาจารย์ไม่คิดว่าคนญี่ปุ่นใจดีหรอก คนไทยใจดีกว่าเยอะ แต่ที่สุนิภาคิดว่าตัวเองเจอแต่คนดีๆ น่ะ สุนิภาต้องไม่ลืมคิดด้วยว่า "สุนิภาเป็นคนดี ร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตรและมีน้ำใจกับทุกคน พอเราทำดีกับใครแล้วมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เค้าจะต้องดีตอบ"

อืมมมมมมม จริงเหรอวะ เย็นวันนั้นพอเรียนเสร็จ เราเลยปั่นจักรยานไปสถานที่ประจำ "แม่น้ำคาโมกาวะ" แต่ก็ไม่ลืมแวะซื้อเบียร์สองป๋อง นั่งดื่มเบียร์คนเดียว คิดถึงสิ่งที่อาจารย์พูด เราเลยถึงบางอ้อ "เราอาจเป็นคนดีก็ได้นะ" อิอิอิอิ คิดเข้าข้างตัวเองเล็กน้อย แต่ก็ไม่วายนั่งครุ่นคิด แล้วถามตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราเจอคนนิสัยไม่ดี หรือคนที่ทำไม่ดีกับเรา หรือคนที่ไม่น่ารัก หรือไม่ต้อนรับคนต่างชาติ ฯลฯ หรือเปล่า คำตอบคือ "มี" เราเลยถามตัวเองต่อว่า แล้วทำไมตอนอาจารย์ถาม ในหัวเรามันถึงมีแต่เรื่องดีๆ วะ

คิดไปคิดมา เลยถึงบางอ้ออีกที "เป็นเพราะเราไม่ใส่ใจ ไม่เอาคนพวกนี้มาทำให้ตัวเราเสียจริต แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มี ถ้าเจอคนแบบนี้เมื่อไหร่ เราก็แค่รับรู้ว่าคนพวกนี้มันก็มีในโลก จากนั้นก็จบ เก็บมันไว้ในซอกหลืบของเสี้ยวสมอง ไม่จำเป็นต้องเอามันมาหนักอก เพราะแค่ที่มีสองอกมันก็หนักอึ้งจะแย่" วันๆ เราเลยอารมณ์ดีอย่างที่เพื่อนๆเห็นนี่แหละ

นึกถึงคำสอนของตาขึ้นมา ใครจะเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากัน สมัยก่อนโน้นนนน ประมาณ ห้าหกปีก่อน ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นที่อ่อนไหวกับทุกสิ่งรอบตัว เราหงุดหงิดกลับบ้านและบ่น บ่น บ่น เรื่องที่ได้ยินคนอื่นเค้าพูดเกี่ยวกับตัวเรา ตาเลยสอนว่า "ฟังในสิ่งที่ควรฟัง ฟังแต่คนที่ควรจะฟัง"

อืมมม โง่ๆอย่างเราจึง "เง็ง" ไปพักใหญ่

ตาเลยอธิบายต่อว่า

"สิ่งที่ควรฟัง คือ สิ่งที่ฟังแล้วทำให้เราเจริญ ฟังแล้วทำให้เราได้ดี สิ่งที่ไม่ควรฟัง คือ สิ่งที่ฟังแล้วมันทำลายชีวิตเรา ทำให้เราตกต่ำ"

"คนที่ควรฟัง เรารู้อยู่แก่ใจ ในโลกนี้มีใครบ้างรักและหวังดี พ่อแม่พี่น้อง ครูบาอาจารย์ เป็นต้น คนพวกนี้ไม่มีใครไม่หวังดี ทุกคนอยากให้เราได้ดี ทุกอย่างที่เค้าพูดมันคือความจริงและจริงจังหวังดีให้เราได้"

"ไอ้พวกปากหอยปากปู มันพูดอะไรมา ก็แค่ฟังถ้ามันใช่ก็เอาไปคิด แต่ถ้ามันไม่ใช่ก็มันเป็นแค่หอยแค่ปู มีคนที่ไหนไปนั่งเงี่ยหูฟังหอยฟังปูมันพูด คนที่ชอบฟังหอยฟังปูพูดน่ะ มันก็เป็นหอยเป็นปูเหมือนกันมันเลยฟังกันรู้เรื่อง เธออยากเป็นหอยเป็นปู หรืออยากเป็นคน"

เก็ต เก็ต เก็ต สุดๆ ตั้งแต่นั้นมา เราเลยกลายเป็นคนอารมณดี ไม่เคยถือสาสิ่งที่ปูที่หอยมันคุยกัน เพราะมันเป็นแค่หอยแค่ปู ฮาาาาาา

เรื่องราววันนี้ไม่มันส์เท่าไหร่ แต่มีเทคนิกการเป็นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ การจัดการกับจิตใจของเราให้แจ่มใสอยู่เสมอ ใครสะดวกเอาไปใช้เราไม่ว่ากันนะคะ

อินุ



ขำขันของตา

วันหนึ่งเรานั่งรถทัวร์กลับบ้านนอก พอลงจากรถและทักทายทุกคนเสร็จ ตาถามว่าตอนนั่งรถทัวร์นั่งเบาะแถวไหน เราบอกว่านั่งแถวกลางๆ ตาเลยบอกว่า "อ้าว ทำไมไม่นั่งหน้าสุดตรงหลังคนขับล่ะ ตรงนั้นดีที่สุดนะ" เราเลยเอ๊ะงงงงงงง ตาเฉลยว่า "นั่งหน้าสุดเลยน่ะดี เวลาถึงจะได้ถึงก่อนเพื่อน แพ้แต่คนขับ"

แฮะแฮะแฮะ ขำไหม



Create Date : 10 กรกฎาคม 2550
Last Update : 10 กรกฎาคม 2550 20:00:55 น. 5 comments
Counter : 400 Pageviews.

 


ขอให้มีความสุขในการทำงานนะคะ

พบแต่คนดีดีผ่านเข้ามาในชีวิตค่ะ



โดย: นวลกนก (นวลกนก ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:15:32 น.  

 

" เตะ เตะ เตะ ??
*// /ชั้นชอบชั้นชอบ
.. . เเล้วยักเอว 555"

มาเม้นทักทายค่ะ :)


โดย: BROSIS ))))) (macron ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:00:06 น.  

 
ตอนไปลำบากอยู่ที่ญี่ปุ่นก็รู้สึกว่าคนญี่ปุ่นใจดีนะ เคยเจอหนุ่มคนนึงนั่งรถไปส่งเราต่อรถไฟที่คาริยะด้วย ซึ้งๆ ถ้าไม่ติดว่าต้องไปนาโงย่า จะตามไอ้หนุ่มนั่นไปแหละ อิๆ

แต่ตอนนี้มาคิดอีกทีนะ เราอาจจะเป็นคนดีเหมือนอินุก็ได้ เค้าก็เลยดีกะเราไง อิ๊อิ๊


โดย: littlebitlittlemore วันที่: 10 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:51:44 น.  

 

มีรูปสาวญี่ปุ่น นำมาอวด ช๊อฟ ๆ
ญ เจเปง



โดย: Yoawarat วันที่: 10 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:00:03 น.  

 
nihongo ganbatte kudasai ne แปลว่าอะไรอ่าค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ ...ชอบจิงบล๊อคนี้


โดย: โลมาน้อยน่ารัก วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:43:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

srikoson
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีคร้าบ
ดูจากชื่อblogคงรู้ว่าเราชื่อจริงว่าอะไร
แต่เพื่อนๆชอบเรียกว่า "อินุ" ขอย้ำว่า "อิ" ไม่ใช่ "อี"
คนที่ทำงานเรียก "โอ๋"
เพื่อนญี่ปุ่นบางคนเรียก "สุนิจัง" บางคนเรียก "สุนิปะ"
อยากเรียกอะไรก็สุดแล้วแต่จะสะดวก
ขออย่างเดียวเวลาด่า กรุณาด่าในใจนะคร้าบบบ

Thank You - By: ALANIS MORISSETTE
Like this music? Grab 'em at MP3-Codes.com!
Google
Friends' blogs
[Add srikoson's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.