Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
พิภพอำพราง ตอนที่ 1

พิภพอำพราง
โดย อำพันเรขา

๑.

พิพิธภัณฑ์สัตว์ประหลาด ...
ที่นี่เต็มไปด้วยโครงกระดูก และสัตว์ประหลาดสตาฟมากมายจากทั่วทุกมุมโลก

อาทิ ไอ้ตีนโตสูง 7 ฟุต เนสซีจากทะเลสาบร็อคเนสส์
มนุษย์หมาป่าเขี้ยวยาวโง้งที่ยืนกระชากเสื้อขาดรุ่งริ่ง
กัปปะจากแดนอาทิตย์อุทัย
โครงกระดูกมังกรยักษ์ยาวกว่า 20 เมตรของประเทศจีน ฯลฯ

สถาปัตยกรรมอันขรึมขลังแห่งนี้คือสถานที่แสดงถึงฤทธานุภาพของมนุษย์ซึ่งสามารถสยบสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติได้อย่างหมอบราบคาบแก้ว

ห้องผู้อำนวยการ...
ชายร่างผอมศีรษะเถิกสวมแว่นนั่งกุมขมับ คิดไม่ตกกับตัวเลขงบดุลตรงหน้า
เลขาสาวสวยเดินยกถ้วยกาแฟหอมกรุ่นเข้ามาให้
"กาแฟค่ะ" เธอวางถ้วยกาแฟไว้บนโต๊ะทำงานดีไซน์แปลก...
มันเป็นรูปหัวสมองมนุษย์ที่มีลายก้นหอยขดไปมา
"ขอบใจ..." ชายคนนั้นยังไม่ละสายตาจากแฟ้มรายงานประจำปีที่อยู่ตรงหน้า

"คุณวิราสินี ไหนคุณลองบอกผมซิว่าทำไมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมารายได้ของพิพิธภัณฑ์ถึงได้ตกฮวบฮาบขนาดนี้"
"แขกที่มาเข้าชมบอกว่าหุ่นที่จัดแสดงมีแต่แบบเดิมๆ ไม่มีของแปลกใหม่ค่ะ"
เลขาสาวตอบฉะฉาน
"โว้ย... " เจ้าของพิพิธภัณฑ์กระแทกแฟ้มตรงหน้า
"ของแบบนี้ หาได้ง่ายๆที่ไหนกันกว่าจะได้มาเท่าที่เห็นนี่ก็แทบจะผลิกแผ่นดินหาอยู่แล้ว
นี่...คุณพอรู้จักใครที่พอจะแนะนำทางออกไอ้เรื่องพรรค์นี้ให้ผมได้บ้างไม๊"
เลขาสาวครุ่นคิดชั่วครู่
"เจ้านายลองติดต่อ หมอปวริศวร์ ดูดีไหมคะ"
"หมอปวริศวร์..."
เขานิ่งพินิจ ทบทวนว่าเคยได้ยินชื่อหมอนี่ที่ไหนมาก่อน สักเดี๋ยวก็ถึงบางอ้อ

"หมอปวริศวร์ ที่เป็นหมอผีเนี่ยนะ นี่คุณจะให้ผมเปิดบ้านผีสิงแทนพิพิธภัณฑ์รึไง" ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ตบโต๊ะปึงอย่างหัวเสีย
"แหม เจ้านายคะ พิพิธภัณฑ์ของเรารวมของแปลกอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ
หมอปวริศวร์ชื่อเสียงโด่งดังเรื่องการมีสัมผัสที่หกอยู่แล้วเราลองขอคำแนะนำจากเขาดูก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน ดิฉันมีนามบัตรของหมอปวริศวร์อยู่ใบนึง ถ้าเจ้านายเปลี่ยนใจก็ลองติดต่อไปดูนะคะ"
ถึงแม้ สุเนตร ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สัตว์ประหลาดจะรู้สึกไม่เห็นด้วยกับเลขาส่วนตัวในทันที
แต่เขาก็รับนามบัตรนั้นมาอ่านดูอย่างตั้งใจ

'ปวริศวร์ อนันตนาฆินทร์' เขาครางชื่อนี้เบาๆ



Create Date : 03 เมษายน 2553
Last Update : 3 เมษายน 2553 0:15:58 น. 3 comments
Counter : 232 Pageviews.

 
อาคารสองชั้นก่ออิฐถือปูนอย่างดีตั้งอยู่กลางบริเวณที่จัดสวนสวยงามราวกับโรงแรมชั้นหนึ่ง
มีป้ายโลหะตัวโตติดไว้ที่กำแพง

สำนักงานหมอปวริศวร์...

คนรับใช้รูปร่างบึกบึนมาเปิดประตูให้ สุเนตรแทบไม่เชื่อตาภาพลักษณ์ของหมอผีที่จะอยู่เรือนไม้เก่าๆลบทิ้งไปได้เลย
"รอสักครู่ครับ"
คนรับใช้พูดห้วนๆ สุเนตรทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้รับแขกหรูหรา สักพักเจ้าของบ้านในชุดคล้ายนักธุรกิจก็ปรากฏตัวขึ้น

"มีธุระอะไรหรือครับ"

"คือ... ผมอยากจะมาปรึกษาเรื่อง ..."

สุเนตรพูดยังไม่ทันขาดคำ หมอผีพันล้านที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ชิงสวนขึ้นทันควัน

"พิพิธภัณฑ์สัตว์ประหลาดของคุณน่ะรึ"
"คุณรู้ ? " เขาเลิกคิ้ว
หมอผีหัวเราะชอบใจ
"ผมเป็นหมอไสยศาสตร์นะครับ"
"ตอนนี้เรามีปัญหานิดหน่อย"

"ปัญหาของคุณก็คือธุรกิจของคุณกำลังตกต่ำ และคุณก็ไม่รู้จะไปหาสัตว์ประหลาดจากที่ไหนมาจัดแสดงเพื่อเรียกเรตติ้งอย่างนั้นใช่มั้ย"
"เอ่อ...ครับ"
พลังอำนาจบางอย่างในตัวหมอปวริศวร์ผู้นี้ ทำให้สุเนตรรู้สึกตะครั่นตะครออย่างประหลาด

"คุณพอจะแนะนำที่ที่มีสัตว์แปลกๆได้ไหมครับ"
"แปลกขนาดไหนล่ะ"
น้ำเสียงย้อนถามนั้นกลั้วหัวเราะ คล้ายเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดา

"แปลกที่สุดเท่าที่เคยมี... ผมยินดีจ่ายค่าป่วยการไม่อั้น"
หมอผีนักธุรกิจหัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินคำตอบ
"สัตว์ประหลาดจากนรก แปลกพอไม๊"
"สัตว์ประหลาดจากนรก"
สุเนตรทวนคำซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน

"คุณจะเอามันมาได้อย่างไร"
"เรื่องนี้ต้องอธิบายกันยาว ผมศึกษาวิชาปรจิตวิทยา (Parapsychology) จากสหรัฐเกือบสิบปี"

"ปรจิตวิทยาคืออะไร"
"มันเป็นการค้นคว้าทางด้านวิญญาณศาสตร์หรือกระบวนการด้านวิทยาศาสตร์ทางจิต โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 2 ส่วนคือกายหรือรูป (materiallity) กับใจหรือนาม (mentality)

สสารและพลังงานทุกอย่างในโลกนี้จัดอยู่ในส่วนที่เป็นรูป ส่วนนามคือสิ่งที่สามารถรับหรือเร้าอารมณ์ที่มากระทบกับผัสสะทั้งห้า คือตา หู จมูก ลิ้น และกาย ทำให้รู้สึกและนึกคิดสิ่งต่างๆได้ ความหมายอีกอย่างของนามก็คือจิตหรือวิญญาณนั่นเอง"

"ผมไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกับการนำสัตว์ประหลาดขึ้นมาจากนรกตรงไหน"
"คุณเคยได้ยินไหมว่าพระเกจิบางรูปสามารถถอดจิตเดินทางท่องเที่ยวในโลกแห่งวิญญาณได้"
สุเนตรพยักหน้าเนิบๆ

"นั่นเพราะว่าท่านละภาวะของกายเนื้อ(Physical Body) ที่เป็นรูปจากโลกนี้เข้าสู่ภาวะของกายละเอียด(Astral Body) ที่เป็นนามของโลกวิญญาณ

นักปรจิตวิทยาได้อธิบายถึงภาวะกายละเอียดนี้ว่าเป็นปรากฏการณ์ของ Teleportation คือความรู้สึกนึกคิดนอกเหนือไปจากกายเนื้อ (ExtrasensoryPerception) เป็นการเคลื่อนย้ายกายละเอียดออกจากกายเนื้อ ไปรับรู้เหตุการณ์ต่างๆได้เหมือนเช่นกายเนื้อทุกอย่าง
ในทางกลับกัน ถ้าเราจะเอาสัตว์ประหลาดจากโลกวิญญาณมาก็ต้องเคลื่อนย้ายกายละเอียดของภพโน้นเอามาเป็นกายหยาบในโลกเรา"

"แต่ยังไม่มีข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ว่าจะเป็นไปได้นี่"

"ทฤษฎีสัมพันธภาพ (General Relativity) ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวยืนยันว่าอะไรๆในชีวิตหลังความตายล้วนมีความเชื่อมโยงเกาะเกี่ยวถึงกันทั้งหมดทั้งสิ้น ฉะนั้นการติดต่อเชื่อมโยงมิติระหว่างโลกมนุษย์และโลกวิญญาณด้วยอำนาจจิตก็ย่อมมีทางเป็นไปได้
สำหรับคนทั่วไปอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก นอกเสียจากผู้นั้นจะมีจิตมุ่งมั่นอย่างแท้จริง หรือที่ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่ามีมโนมยิทธิ (Will Power)หมายถึงคนที่มีความมุ่งมั่นปรารถนาและมีสมาธิแน่วแน่มั่นคง นั่นก็แสดงว่าศาสนาพุทธเองก็เชื่อว่าสามารถเป็นไปได้เช่นกัน"

"แล้วคุณจะทำได้เหรอ" ท้ายคำถามขึ้นเสียงสูง ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกคล้อยตามในทฤษฎีของหมอผีผู้นี้ แต่ในทางปฏิบัติเขายังมองไม่เห็นทาง

"คุณเห็นนั่นมั้ย"

หมอผีไฮเทคทอดตามองไปยังสิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ที่ฝาผนังเบื้องหลังสุเนตร

เขาเอี้ยวคอมองตาม ตาเบิกกว้าง มันเป็นซากหัวสัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายแพะ

แต่เป็นแพะพันธุ์ประหลาดที่สุดในโลก เขี้ยวของมันยาวออกมานอกกราม ดูยังไงก็เหมือนสัตว์กินเนื้อมากกว่า

"นั่นแหละ แพะเมืองผีของแท้ ผมเพิ่งจะทดลองเปิดประตูมิติล่ามันมาเมื่อเดือนที่แล้ว"

สุเนตรอ้าปากค้าง ยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
"ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะให้ค่าป่วยการผมเท่าไหร่"
"คุณเรียกเท่าไหร่ล่ะ" สุเนตรย้อนถาม ตาเป็นประกาย
"สิบเท่าของผลกำไรประจำปีสูงสุดที่พิพิธภัณฑ์ของคุณเคยได้รับ"

สุเนตรนิ่งอึ้งชั่วครู่ เขารู้ดีว่ามันเป็นจำนวนเงินสูงถึง 8 หลัก แต่เมื่อหักลบกลบหนี้แล้วก็นับว่าคุ้มค่า
"ตกลง คุณจะเริ่มงานเมื่อไหร่"

"พรุ่งนี้ ..."


โดย: ดับตะวัน วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:0:20:11 น.  

 
สุเนตรบึ่งรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูรุ่นใหม่ขับนำรถบรรทุก 6 หกล้อห้อตะบึงหอบฝุ่นจากถนนลูกรังที่ทอดยาวสู่แนวป่าผืนใหญ่ฟุ้งตลบอบอวล ด้านหลังรถหกล้อบรรทุกชายกำยำแต่งตัวรัดกุมเหมือนพรานล่าสัตว์ 7- 8 คน อาวุธครบมือ ทั้งปืนยาสลบ ปืนฉมวก ตาข่าย และกรงขนาดใหญ่มากมาย รถทั้งสองคันจอดที่ลานกว้าง

หมอปวริศวร์เปิดประตูลงจากที่นั่งข้างคนขับ สั่งให้ลูกน้องช่วยกันขุดหลุมขนาดใหญ่ลึกเกือบ 5 เมตร
บางส่วนก็กางเต็นท์จัดเตรียมที่ทาง เพื่อประกอบพิธีกรรม
แสงแดดลำสุดท้ายส่องอำลาโลก แสดงว่ารัตติกาลกำลังจะมาเยือนในอีกไม่ช้า

"เรียบร้อยแล้วครับอาจารย์"

คนรับใช้คนสนิทวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอก หมอปวริศวร์ในชุดขาวล้วน หยิบผ้าผืนใหญ่พาดบ่าเฉียงๆ

เต็นท์ผ้าใบและข้าวของเครื่องเซ่นต่างๆถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ หมอไสยศาสตร์นั่งขัดสมาธิบนแท่นไม้ยกพื้นสูง

"แล้วพวกสัตว์ประหลาด มันจะไม่เผ่นผ่านออกนอกป่าให้ต้องตามไล่จับกันเหรอครับ"
สุเนตรถามขณะที่หมอปวริศวร์กำลังทรุดกายขัดสมาธิบนแท่นไม้ยกระดับ

"ไม่หรอก สภาวะจิตของสัตว์นอกพิภพบนโลกนี้ถูกจำกัดบริเวณเหมือนกับลำแสงจากกระบอกไฟฉายที่ส่องได้ไม่ไกลมากนัก พวกมันไม่มีทางหนีออกไปจากป่าแห่งนี้ได้ เอาล่ะ ผมจะเริ่มพิธีแล้วอย่าได้รบกวน"
หมอปวริศวร์จุดเทียนใหญ่ปักลงกับพื้น สำรวมจิตมั่น

ค้างคาวแม่ไก่บินโฉบไปมารอบหัวเขา จนเทียนที่ปักอยู่ตรงหน้าถูกลมแรงปีกวูบวาบแทบจะดับ

นกกลางคืนบินกรีดเสียงร้องหายไปในดงมืด ผู้ทำพิธียังคงนั่งนิ่งครู่ใหญ่ เหงื่อเม็ดโป้งผุดเต็มหน้า รังสีเรืองๆเปล่งออกมาจากร่าง

ฟ้าคำรามครืน แล้วมีพายุพัดอย่างแรงมาใส่ เสียงหัวเราะที่อยู่ลึกในอากาศ มีหลายเสียงทั้งแหบทั้งแห้งและเย็นเยือกเข้าจับหัวใจ สักพักก็มีเสียงดังครืนเหมือนคนเลื่อนของหนักดังก้อง บรรดาผู้ติดตามเหลียวมองเลิ่กลั่ก แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งขึ้นจากหลุมที่ถูกขุดขึ้น แล้วหมุนวนดุจสายน้ำ

"ประตูมิติถูกเปิดแล้ว ทุกคนเตรียมตัว"

หมอผียุคโลกาภิวัตน์ตะโกนสั่งแข่งกับเสียงลมพายุที่พัดอึงอล ชายในชุดพรานกระชับอาวุธในมือมั่น จับจ้องไปยังสิ่งที่จะผุดขึ้นมาจากหลุม

สิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายหนูแต่เป็นหนูตัวใหญ่เกือบเท่าหมูกำลังไต่ปากหลุมขึ้นมา
"ยิง !"
หัวหน้าชุดไล่ล่าตะโกนสั่ง ห่ากระสุนนับไม่ถ้วนรัวใส่เจ้าหนูจากปรโลกทันที
"จี๊ด...ด..ด"
มันกรีดร้องเจ็บปวดก่อนแน่นิ่งไป เลือดสีแดงคล้ำไหลนองพื้นหญ้า

สุเนตรจ้องมองซากหนูยักษ์แล้วหัวเราะอย่างพอใจ
"ขอตัวที่แปลกกว่านี้อีก... ผมยินดีจ่ายไม่อั้น"
นักปราบผีไฮเทคเพ่งกระแสจิตเพื่อเปิดประตูมิติให้กว้างและลึกลงไปอีก

ลำแสงประหลาดส่องจ้าและขยายอาณาเขตมากขึ้น หมุนเกลียวรุนแรง

บางสิ่งกำลังเลื้อยชำแรกพื้นดินออกมา ดูท่อนหางก็รู้ว่าเป็นงู

แต่ส่วนหัวกลับเป็นสิงโตและแพะชัดๆ

สุเนตรตาเหลือกค้างกับภาพที่เห็นมันคือไคมีร่า (Chimera) กำลังย่างก้าวขึ้นมาจากหลุม

ทันใดนั้น... สุนัขสามหัวก็กระโจนขึ้นมาเห่ากรรโชกวิ่งไล่กัดผู้ติดตาม สุเนตรตัวสั่นงันงก เข้ามาแอบอยู่หลังหมอผีไฮเทค ติดตามด้วยนกยักษ์ดึกดำบรรพ์ และบรรดาสัตว์ประหลาดจากใต้พิภพมากมาย หัวหน้าชุดไล่ล่าตะโกนสั่งอีกครั้ง

"ยิง!"

คณะผู้ไล่ล่ารัวห่ากระสุนไปยังร่างอสูรสัตว์เหล่านั้นทันที
เสียงปืนดังก้องทั้งแนวป่า

"ปัง...ปัง...ปัง..."



โดย: ดับตะวัน วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:0:22:03 น.  

 


โดย: thanitsita วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:11:27:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดับตะวัน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดับตะวัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.