.....เรื่องราวของฉันผู้หญิงคนหนึ่ง..... Love has no boundaries.
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
1 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
***** อยากถาม นิยามรักหวาน*****




หากเอ่ยถามถึงนิยามความรักหวาน
ที่เชื่อมผ่าน สายใจ ของชายหญิง
หวานที่ว่า อย่างไหน ให้รักจริง
เป็นทุกสิ่ง ของหัวใจ ที่ให้กัน


หรือเพียงรอย สัมผัสที่รัดกอด
คำอ้อนออด พลอดเพ้อ ละเมอฝัน
หรือคำรัก ที่เรียงร้อย ถ้อยจำนรรจ์
สารพัน พูดพร่ำ ย้ำวจี


อยากรู้ซึ้ง ถึงรัก ประจักษ์มั่น
ที่ผูกพัน นานเท่าใด ไม่หน่ายหนี
ใช่เพียงแค่ ถ้อยหวาน ผ่านวลี
แต่ไม่มี ความจริงใจ มอบให้กัน


โอ้รักเอย...เฉลยนำ ความเป็นหญิง
มอบทุกสิ่ง จากใจ ใช่เพียงฝัน
ที่เอ่ยมา ทั้งกายใจ หมายผูกพัน
มิใช่เพียง แค่ผ่าน พลันเลือนลา


ใช่เพียงแค่ กอดรัด สัมผัสหนุน
ไอละมุน อุ่นถนอม ดอมรักษา
มีให้กัน มั่นอยู่ คู่ชีวา
เสน่หา นิจนิรันดร์ มั่นใจปอง


อย่าเปลี่ยนผัน ตามวัน เวลาคล้อย
ปล่อยรักลอย ห่างหาย กลายเป็นสอง
รักเคยมอบ อย่ามีใหม่ ไว้สำรอง
ปล่อยรักเก่า ให้ต้อง หมองเดียวดาย/...




Create Date : 01 สิงหาคม 2552
Last Update : 10 ตุลาคม 2552 21:33:42 น. 44 comments
Counter : 1059 Pageviews.

 
ความคิดเห็นที่ 1

สวัสดีค่ะ พี่ สุนันยา ... จะหวานหรือเปล่า ไม่อาจทราบได้ค่ะ
ให้พี่สุนันยาตัดสินแล้วกันนะค๊า

"ความรัก"

..งดงามกว่าทิพรัตนชาติ
แพรวพิลาศชวนชิดพิศมัย
ชุ่มฉ่ำเย็นดั่งทิศาชลาลัย
รุกหทัยป่วนปั่นกังสดาล.....

...เร่าร้อนด้วยกลเล่ห์เสน่หา
หนักแน่นดั่งหินผามาประสาน
อาจสร้างความทุกข์ร้อนทรมาน
หรือสร้างความเบ่งบานในบัดดล.....

...เคียดแค้นกว่าศัตรูคู่อาฆาต
ยาม "รัก" พังพินาศขาดเหตุผล
เกลียวคลื่นคลั่งดั่งสะดือทะเลชล
ดวงกมลแทบสลายมลายพลัน.....

..."ความรัก" มีนิยามหลากความหมาย
ท่านหญิงชายเลือกได้อย่างสร้างสรรค์
อยาก "เร่าร้อน" ประหนึ่งไฟบรรลัยกัลป์
หรือ "เสกฝัน" สวรรค์ชั้นฟ้า ... ท่านเลือกเอง... !!

... ลองเลือกดูค่ะพี่ อยากได้แบบไหน สวยเลือกได้อยู่แล้วนี่เน๊อะ


จากคุณ : ploythana
เขียนเมื่อ : 28 ก.ค. 52 20:47:35
ถูกใจ : เรียวรุ้ง, black in black, สุนันยา
..........................................................................

หวัดดีจ้ะ น้องพลอยคนเก่ง
...


น้องพลอยจ๋า ......
รักงดงาม ดังว่า จริงไฉน
บางครั้งยัง ป่วนปั่น หวั่นในใจ
หากรักใคร กลัวช้ำ ในคำคน


เร่าร้อน ด้วยกล มนต์เสน่ห์
หากเจอเล่ห์ ทำลาย ให้สับสน
จะรู้ซึ้ง อย่างไร หนอใจตน
ว่าคำคน ที่เผย เอ่ยควมจริง


หากว่าแม้วาจา ที่ว่ากล่าว
ทำปวดร้าว ไร้ค่า ราคาหญิง
กลายกลับเป็น ความแค้น ที่แขวนอิง
ลืมทุกสิ่ง อิงแอบ เคยแนบทรวง


เหลือแต่รอย ระทม ให้ตรมคิด
เพราะเดินผิด พาดหวัง ในทางสรวง
รักที่หวานพาลเห็น เป็นรักลวง
เหมือนติดบ่วง ห้วงเหวลึก ให้นึกตรม/...


สงสัยว่า ต้องให้เทวดาเลือกให้แล้วหล่ะ ..อิอิ
ขอบใจมากนะจ๊ะ น้องพลอย กลอนเพราะมากเลย

***



โดย: สุนันยา วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:11:01:55 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 2

กลอนความรัก เพราะมาก อยากกล่าวชม
ได้อารมภ์ เพราะเธอ คงรักใคร
เพลินถ้อยคำ จำนรร ลมุลลมัย
เขาเป็นใคร ทำไม อิจฉาจัง.

จากคุณ : boon-m1
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 07:25:34
ถูกใจ : สุนันยา

.....................
หวัดดีค่ะคุณ boon-m1
ขอบคุณ นะคะ ยังไงก็ แวะมา ห้องนี้ บ่อยๆนะคะ
พี่น้องเรามากันหลายคนค่ะ จะได้ไม่เครียดมาก
............

กลอนความรัก ไพเราะ เสนาะหวาน
จินตนาการ ผสานส่ง
ไม่เห็นต้อง รักใคร ให้งวยงง
เขียนกลอนลง ด้วยใจ ให้อ่านกัน


คิดขึ้นเอง สมุติว่า ถ้ามีรัก
จะหวานหนัก ปานประหนึ่ง ซึ่งความฝัน
หากรักแท้ แน่อยู่ คู่นิรันดร์
เปรียบเทียบกัน เป็นเรือง ไม่เปลืองใจ



คิดไปเอง ตามบทเพลงหรือ บทละครก็ได้ค่ะ
ไม่เห็นต้อง รักใครเลย ..อิอิ

**

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 15:30:38
.................


โดย: สุนันยา วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:11:08:59 น.  

 

สวัสดีครับ
ลัดฟ้าเข้ามาอ่านบทกลอน
ช่างไพเราะ..สามารถจริงๆ
คงต้องเกาะติดผลงาน
ของคุณสุนันยาบ่อยๆ
...ลัดฟ้าครับ.....


โดย: ลัดฟ้ามาเจอ วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:15:23:57 น.  

 


โดย: ธงดุ (tudong ) วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:21:47:32 น.  

 


โดย: อาลีอา วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:2:52:25 น.  

 
อืม...มมม



โดย: cenyou วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:17:45:21 น.  

 


มาแจ้งข่าวว่า

วันนี้ที่บ้าน มีการฝึกทหารป่าครับ

ทั้งซ้อมรบ และรบจริงกันดุเดือดเลือดพล่าน

ยิงกันสนั่นหวั่นไหว พลาดไม่ได้แล้ว...





โดย: ลุงแว่น วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:20:10:33 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 3

นิยามของความรัก...
มากมายนักเกินกว่าจะกล่าวถึง
ทั้งหอมหวานชวนชิมดังน้ำผึ้ง
ทั้งลึกซึ้งเกินใจจะห้ามปราม

งดงามสดใสราวดอกไม้
พอได้ใกล้ก็หวาบหวาม
สิเนหาร้อนรนให้ติดตาม
เมื่อยามห่างทุกข์ระทมนานนับวัน

บางครั้งลางเลือนเหมือนม่านหมอก
หลอนหลอกตาเหมือนภาพฝัน
คล้ายสีขาวบางเบาเหมือนเงาควัน
แล้วเปลี่ยนมันเป็นสีดำเหมือนฝันร้าย

สะอาดสวยเหมือนกับผ้าขาว
อาจรวดร้าวระทมเมื่อมอดไหม้
ทั้งสร้างสรรค์ตื่นตาทั้งทำลาย
เผาผลาญได้ทุกเมื่อไม่นำพา

หรืออาจพัดผ่านดังลมแรง
กล้าและแกร่งเกินทนดั่งหินผา
มีความช้ำมีความสุขมีน้ำตา
ทั้งอ่อนล้าทั้งอ่อนโยนและท้าทาย

ทุกอย่างคือ...ความรัก...
มากมายนักเหลือเกินกับความหมาย
ผ่านมาให้ชมและผ่านไป
สุดท้ายที่เหลือคือ...ความทรงจำ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชอร่วมแจมด้วยคะ อาจไม่เพราะแต่มาจากใจคะ

จากคุณ : B. LOVE
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 09:21:30
ถูกใจ : เรียวรุ้ง, black in black, สุนันยา
..................................................................................




สวัสดีค่ะ คุณ B. LOVE
แหม ถ่อมตัวอยู่เรื่อยเลย
ทั้งที่แต่งกลอนได้ดี และเพราะมากค่ะ
.................


หากว่าแม้น มีรัก มักเหมือนฝัน
ดั่งคนเพ้อ รำพัน ขวัญผวา
คนึงนวล หวนคิด ติดอุรา
เหมือรักพา ความหวาน สะท้านทรวง


ไม่รู้เลย แม้เคย มีความรัก
ที่ประจักษ์ คือปวดร้าว เศร้าใหญ่หลวง
จึงร้างลา ไม่คิดหา แล้วคู่ควง
กลัวช้ำทรวงอีกคราว เศร้ลำเค็ญ


จึงตั้งเป็นคำถาม นิยามรัก
ที่ฟูมฟัก ฝันฝ่า มายากเข็ญ
จะจริงแท้ แน่หรือไร ดังใคร่เป็น
เพราะที่เห็น ผ่านมา ล้าตรอมตรม


ความหวานชื่น ระรื่นมา แค่คราหนึ่ง
เคยซาบซึ้ง กลับหาย กลายเป็นขม
แต่นั้นมา ว่ารักหวาน อันรื่นรมย์
ไม่กล้าเชย ชิดชม กลัวขมกลาย


ความทรงจำ ย้ำเตือน เหมือนคอยห้าม
อย่าถล่ำ อีกหนา พาสลาย
คงแทบสิ้น ชีวา พามะลาย
หากรักคลาย กลายขม ตรมอีกครา/..



ขอบคุณ ที่แวะมานะคะ
หวังว่า จะได้พบกันบ่อยๆนะคะ


....

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 18:06:57
ถูกใจ : B. LOVE






โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:18:56:46 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 4

..อันความรัก หากซึ้ง ถึงดวงจิต
พึงเพ่งพิศ จิตตรอง อย่างผ่องใส
เสน่หา เร้ารึง หรืออย่างไร
หรือว่าใจ มอบให้ เข้าใจกัน

..อันรูปรส หมดหวาน หมดความใส
หมดความใคร่ เหลือไว้ ใช่แค่ฝัน
มีความห่วง พ่วงใจ ร้อยให้กัน
แม้ว่าฟัน ร่วงหล่น ล้นชรา

..แม้ใบหน้า พาเบื่อ ไม่เหลือหลอ
เดินตัวงอ ก็รัก บ่ยากหนา
เพราะร่วมทุกข์ สุขเคล้า เศร้ากันมา
คือศรัทธา รักแท้ แลยืดยาว

..เสกคาถา มายา เริงมามาก
ทั้งรักจาก มากเล่ห์ เสน่ห์ฉาว
ได้พบรัก มากเหลือ เมื่อถึงคราว
เจอเจ้าสาว เข้าซบ พบรักจริง (แฮ่ม แฮ่ม เอิ๊ก)
.........................................

วันนี้ว่าจะไม่เขียนลงแล้วนะ เพราะเป็นวันภาษาไทยกลัวเขียนผิด เพราะไม่ชำนาญพอ เอาน่านะ หยวนๆ

กลับมาแก้เขียนผิด เห็นมั๊ยผิดจนได้

แก้ไขเมื่อ 29 ก.ค. 52 10:19:06

จากคุณ : เสกคาถา
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 09:56:50
ถูกใจ : black in black, สุนันยา

......................................

ความคิดเห็นที่ 12

ยินดีด้วยนะคะ ท่านเสกคาถา
ท่านช่างมีรักอมตะ จริงๆ
...........................


อย่าลืมถ้อย ร้อยเรียง แค่เพียงผ่าน
ความรักหวาน ซ่านซึ้ง คะนึงหา
รักด้วยใจ พันผูก ทุกเวลา
แม้กายา เปลี่ยนไป ไม่น่ามอง


อันรูปรส หมดหวานไป ไม่ใสสด
แต่รักแท้ ใช่หมดหวาน พาลหม่นหมอง
ถึงแก่กาย ใจห่วงหา มาประคอง
ความรักต้อง อย่างนี้ ที่บูชา


ถึงหน้าตา เปลี่ยนไป ตามวัยผ่าน
ยังสมาน รักอยู่ คู่เสน่หา
เดินตัวงอ ไม่ท้อรัก แม้สักครา
ร่วมทุกข์สุข กันมา น่าชื่นชม


เพราะท่านเสกฯ ผ่านกาล อันสุดฉาว
ทั้งรักร้าว รักลา พาขื่นขม
ผ่านนารี มากหน้า พารื่นรมณ์
พบคู่ชม คู่แท้ แพ้ใจนาง......(ยินดีด้วยนะคะ)


วันภาษาไทย มีทุกวัน
เพราะสุนันยา เขียนภาษาอื่นไม่เป็น ถูกบ้าง ผิดบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา
มันแก้ไขได้อยู่แล้วค่ะ...จริงมั๊ยคะ
.
.
.
....



โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:18:59:13 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 6

**

หลายคนเอ่ยถาม....นิยามรัก
ทั้งทั้งที่ประจักษ์....อยู่กับหัวใจ
หรือเพราะ....ความรักช่างยิ่งใหญ่
แต่ละด้านที่สัมผัสใจ....จึงไม่เหมือนกัน

บ้างก็ว่ารักนั้นคือ...ความหวาน
ที่ร้าวรานก็บอก....แสนขื่นขม
มีสมหวัง...ทรมาน...ทั้งสุขตรม
หลายสันพันคม...เกินนิยาม

......

ความรักเอย....
รวดเร็ว...เจิดจ้า....ยิ่งกว่าประกายกระบี่
ปรากฎวูบ...แล้วหายวับ
แต่กลับวูบไหวในความรู้สึก
จรดลึกในความทรงจำ
จนยากหักห้ามใจมิให้ถลำ...ลงไปรัก
แม้ต้องจมลงไปในซากปรัก...ตลอดกาล

ในที่สุดข้าพเจ้าก็ไม่อาจนิยามมันอยู่ดี
เนื่องเพราะยังอ่อนเยาว์ในรัก
ฮัมมิ่งเบิร์ด (โอ้ววว...แอบอาเจียนเล็กน้อย)

.....
ส่วน ป้อม โอโตบาร์น บอกว่า
รักคือความเข้าใจ รักคือยอมอภัยทุกอย่าง อภัยให้กัน รักคือความอดทน รักคือความผูกพันยิ่งใหญ่ อะไรทำนองเนี้ย

....
ด้ายคุณ รยงค์ เวนุรักษ์ ให้นิยามว่า

คือน้ำผึ้งคือน้ำตาคือยาพิษ
คือหยาดน้ำอมฤตอันชื่นชุ่ม
คือเกสรดอกไม้คือไฟรุม
คือความกลุ้มคือความฝัน...นั่นแหละรัก

***

ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะฮะ ไม่กล้ายืนยัน
สวัสดีฮะ

จากคุณ : ฮัมมิ่งเบิร์ด
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 12:35:02 A:202.57.173.217 X:

....................................




สวัสดีค่ะ คุณ ฮัมมิ่งเบิร์ด
เห็นคุณบ่น ช่วงนี้ไม่ค่อยมีกลอนหวานๆ
สุนันยาก็ เลย มาตั้งเป็นคำถาม ซะเลย
ว่า แบบไหน...อิอิ ครมคุณก็ คม อยู่เหมือนเดิมนะคะ
สุไม่รู้ว่า จะ ตอบ ได้ถูกใจรึเปล่า

.............

หลายความเห็น มากมาย ส่งให้ดู
ยังไม่รู้ ถ้อยแท้ แน่อันไหน
หวานสุขล้น บางคน สนความใน
ชื่นอุรา คราสมใจได้รักกัน


บ้างบอกเหงา ร้าวทรวง ดวงใจท้อ
ยามรักก่อ พอลางเลือน เหมือนความฝัน
นิยามรัก หนักจริงหนอ ท้ออนันต์
ให้นึกหวั่น วันหนึ่ง หากถึงคราว


เมื่อเราต้อง ใจใคร เข้าสักคน
จะต้องทน ทุกข์ท้อ รอความเหงา
หรือเปล่าหนอ เริ่มคิดหนัก แล้วซิเรา
กลัวความเศร้า เข้าโถม ให้ตรมใจ


คุณ ฮัมมิ่งเบิร์ด เปิดความ นิยามรัก
มีมากนัก รักที่ว่า น่าหวั่นไหว
เหมือน น้ำผึ้ง หอมหวาน ทานชื่นใจ
เป็นยาพิษ ก็ได้ ในบางครา


จะว่าไป ยากนัก รักที่ถาม
เพราะนิยาม มากล้น จะค้นหา
คงต้องปล่อย ธรรมชาติ นิลาศพา
ให้รักมา เคียงคู่ คงรู้เอง...



ขอบคุณมากค่ะ
หวังว่าจะได้พบกันอีกนะคะ

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 10:55:25








โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:01:34 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 7

อยากถาม นิยามรักหวาน
..ไม่แน่ใจตอนนี้ยังต้องการอยุ่อีกไหม
รักเริ่มขมเริ่มเจ็บปวดร้าวใจ
รัหวานไซร้ในใจตอนนี้..ไม่มี


จากคุณ : คนเบื้องหลัง
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 15:03:48
ถูกใจ : สุนันยา

..................................................
หวัดดีค่ะ คุณ คนเบื้องหลัง
....


ก็ไม่รู้ เหมือนกัน ในวันผ่าน
รักที่หวาน พาลชืด จนจืดขม
รักที่นาน วันเก่า ร้าวระทม
ต้องช้ำตรม ด้วยเหตุ อาเภทใด?


...

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 10:26:18



โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:03:31 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 10

รักสดชื่นรื่นรมณ์โสมนัส
เฝ้ารึงรัดใจอยู่มิรู้หาย
เป็นเรี่ยวแรงเเห่งรักที่ผลักใจ
ให้ก้าวไปก่อร่างร่วมทางเดิน

รักอับโชคโศกเศร้าเคล้าน้ำตา
ที่เข้ามาเพียงแต่แค่ผิวเผิน
แต่ทำร้ายใจเราเข้าเหลือเกิน
ต้องเผชิญความช้ำระกำใจ

ชะตากรรมนำใครให้พานพบ
แม้จะจบจากกันในวันไหน
แค่วันนี้มีเราที่เข้าใจ
เป็นอย่างไรวันหน้าค่อยว่ากัน


จากคุณ : cenyou
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 16:06:49
ถูกใจ : black in black, สุนันยา

.................................................


ความคิดเห็นที่ 21

คุณเคนยู สวัสดีค่ะ
...


เป็นอย่างไรวันหน้าค่อยว่ากัน
ความจริงนั้น ยากเข็ญ เป็นไฉน
วลีผ่าน ผสานเศ้า คล้ายเหงาใจ
หรือมีใคร ทำให้ ได้ตรอมตรม


หากว่ามี ที่ประจักษ์ จะรักหรือ
คำล่ำลือ คือความหมาย คล้ายรักขม
นิยามนี้ ที่กล่าว คือเศร้าซม
เพราะไม่สม ในรัก พักใจรอ


สุนันยา พาถ้อย มาร้อยถัก
ถามหาเรื่อง ความรัก จากใจหนอ
เป็นนิยาม ความหวาน วันพะนอ
ยามเคล้าคลอ เพื่อรอวัน ที่ผ่านมา.....


..

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 11:21:55
ถูกใจ : cenyou



โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:06:05 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 13

รักเอย...ความรักคืออะไร

รักคือ ความสดใส หรือคือไฟที่แผดเผา
รักคือ ตามเหมือนเงา หรือรักเราคือเข้าใจ

รักคือ ต้องครอบครอง เป็นเจ้าของหรือคือให้
รักคือ ความห่วงใย หรือคือไร้ความอาวรณ์

รักคือ ความลุ่มหลง หรือมั่นคงไม่สั่นคลอน
รักคือ เอื้ออาทร หรือร้าวรอนจรจากกัน

รักคือ สื้นเยื่อใย หรือคือใจรวมผูกพันธ์
รักคือ เธอและฉัน หรือรักนั้นเราสามคน

รักคือ ความสว่าง ส่องนำทางหรือมืดมนธ์
รักคือ เจ็บทุกข์ทน หรือสุขล้นเต็มอิ่มใจ

รักคือ ความอาฆาต พยาบาทหรืออภัย
รักคือ ทุ่มให้ไป หรือคว้าไขว่ให้ได้มา

รักคือ เสียสละ หรือชำนะที่สู้หา
รักคือ เหนื่อยอ่อนล้า หรือรักกล้าจะฝ่าฟัน

รักคือ ความเป็นจริง หรือคือสิ่งพบในฝัน
รักร้อย ถ้อยรำพัน สำคัญนั้นตอบด้วยใจ


แต่งกันเพราะๆทั้งนั้นเลย ขอแจมเป็นกาพย์ยานี 11 แล้วกันค่ะ

จากคุณ : เรียวรุ้ง
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 20:17:59
ถูกใจ : B. LOVE, สุนันยา

...............................................

คุณเรียวรุ้ง สวัสดีค่ะ
สุนันยา เริ่มมึน แล้วซีคะ..
แต่ละคน เหมือนผู้เชี่ยวชาญ(รัก) ทั้งนั้เลย..อิอิ

...

รักเอย...เฉลยพร่ำ
ทุกถ้อยย้ำ...ทำหวันไหว
รักเอย...เผยความใน
ว่าสุขใด...ที่ไหนปาน


รักเอย...เคยรู้จัก
มานานนัก...รักว่าหวาน
รักเอย...เคยร้าวราน
ถูกหักหาญ...เกินทานทน


รักเเอย...เลยต้องจาก
จำพลัดพราก...รักสับสน
รักเอย...เผยคำคน
ขอผ่านพ้น...ด้วยจนใจ


รักเอย...ขอเลยผ่าน
ไม่อยากสาน...กลัวหวั่นไหว
รักเอย...ให้เลยไป
ขออย่าได้...ผ่านเข้ามา


รักเอย...ใช่ว่าร้าย
แต่ที่หมาย...เคยร้างลา
รักเอย...เลยระอา
ร้าวอุรา....ขอลาไกล/..


..

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 12:33:45




โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:08:14 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 14

ไม่รัก แต่คิดเอา
ไฉนเจ้าช่างอ่อนไหว
ถ้อยคำล้วนพิไล
มาจากไหนใช่ในทรวง
อารมภ์ที่ละมุล
แสนอบอุ่นชื่นสดใส
ทั้งหมดมาจากใจ
คงไม่ใช่แค่คิดเอา
หวานเยิ้มปานตาลสด
ดั่งยั่วมดมาตอมกิน
หากใจไม่แกร่งหิน
I'm fallin love with u

จากคุณ : boon-m1
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 20:35:33
....


โหย..คุณ boon-m1 อะไรจะขนาดนั้นเชียว


หากคุณย้อน เมื่อตอน ก่อนหน้านี้
ลองหาบท กวี มีมากหลาย
สุนันยา พาอ้อนรัก ตั้งมากมาย
จากบทเพลง ฝากไว้ ในคำกลอน


อาจมีบ้าง จากใจ ใส่ใส้สอด
คำอ้อนออด พร่ำหวาน ผ่านอักษร
ถ้อยสำนวน ยวนเย้า เคล้าอาวรณ์
มีบางตอน ย้อนให้ได้คำนึง


จินตนา ผ่านอักษร ให้อ่อนหวาน
ผสมสาน เรื่องอดีต ที่คิดถึง
เพื่อเรียงรส พจนารถ อันตราตรึง
ให้ซาบซึ้ง อักษรา ภาษากลอน/...



จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 13:20:35




โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:10:06 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 15

…ความหมายรัก มักไม่ ไล่นิยาม
เรื่องกลกาม ถามไถ่ ใคร่ตอบได้
นามธรรม ล้ำลึก ตรึกตรองใจ
อาจควบใส่ หลายรส คดรวมครัน

…เพียงรสหวาน ปานทิพย์ จิบน้ำผึ้ง
หยั่งไม่ซึ้ง วาบหวาม หลามหลากชั้น
มะนาวหั่น คั้นใส่ ไล้เปรี้ยวพลัน
น้ำผึ้งคั้น มะนาว พราวฉ่ำใจ

…รสมันส์เค็ม สลับ รับเปรี้ยวหวาน
ซุปมะนาว ดองขาน ข้าวมันไก่
น้ำจิ้มใช้ ใส่หวาน คานเผ็ดไป
สรรพรส หลายใส่ ให้ชวนคราง…(น้ำลายสอแล้ว)

…ชนิดเดียว เคี่ยวค้า หราหลากร้าน
รสชาตินั้น ผันแผก แตกต่างบ้าง
ขึ้นแค่โน้ม ชมชอบ ครอบไปทาง
รสนิยมสร้าง คู่ไซร้ ไร้นิยาม…

…………………………………………………………...............

หลากสรรพรสล้วน ……………สรรผสาน
ปรุงแต่งแปลงอาหาร ………….เลิศล้ำ
นิยามรักเพียงหวาน …………...สถิตยาก
ชีวิตเปลี่ยนเวียนซ้ำ ……………นรกบ้างพลางสวรรค์

.............................................................................


ขึ้นด้วยกลอนจบด้วยโคลง เปรียบเสมือนกินข้าวมันไก่มันเลี่ยนต้องแก้ด้วยแตงกวา...
ทำไมข้าวมันไก่กินกับแตงกวา ไม่กินกับหัวหอมเหมือนข้าวหมูแดง?


จากคุณ : black in black
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 21:18:22
ถูกใจ : B. LOVE, สุนันยา

............................................................

สวัสดีค่ะ คุณ black in black
ช่างเปรียบเทียบนะคะ เห็นแล้วหิวเลยค่ะ
..


ทั้งเปรี้ยวหวาน ท่านเปรียบ เทียบให้เห็น
ประหนึ่เป็น รสชาติ มิอาจฝัน
หวานอย่างเดียว ประหนึ่ง น้ำผึ้งพลัน
ต้องบีบคั้น มะนาวใส่ ได้รสดี


เป็นรสชาติ ของชีวิต ชนิดหนึ่ง
อาจไม่ซึ้ง ลืมไม่ลง คงเช่นนี้
เพราะความจริง หวานอย่าางเดียว คงไม่ดี
อาจตอ้งมี อื่นผสม กลมกล่อมใจ


เปรียบอาหาร จานเด็ด รสเผ็ดร้อน
ใส่ปากป้อน ยังอ้อนกิน ถวิลหา
ช่างเปรียบเปรย คงเคยลิ้ม ชิมรสมา
อร่อยลิ้น ถวิลหา น่ากลืนกิน


กระไรหนา พาเป็น เช่นอาหาร
ทั้งคาวหวาน เปรียบความรัก ชักถวิล
black in black ชอบหลายรส ให้ยลยิน
หากได้กิน คงรู้รส หมดทุกจาน

.........................................................

หลากหลายสัมผัสได้..............................ความจริง
ทุกสิ่ง ใช่แค่อิง.....................................แอบอ้าง
ชีวิต ต่าง ท้วงติง....................................ตามหลัก
หวานใช่จะเลือนล้าง................................ย่อมรู้แก่ใจฯ


คุณ black in black เปรียบเทียบ จากประสบการณ์
ชีวิตจริงเลยนะเนี่ย..อิอิ สุ อาจตอบ ไม่ค่อยดี เท่าไหร่นะคะ
เจอฝีมือ ชั้นเซียน ก็ เขิลลลลเหมือนกันค่ะ



จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 14:31:40



โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:12:39 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 16

รักคือความสุขในใจฉัน
ที่อยากให้เธอนั้นรู้สึกได้
ไม่ต้องพร่ำบอกกันให้มากมาย
เพียงสื่อความหมายด้วยการกระทำ

รักใช่ความผูกพันธ์ที่ยิ่งใหญ่
รักนั้นเรียบง่ายไม่ลึกล้ำ
รักคือลมหายใจของความผูกพันธ์
รักคือ...เธอรักฉัน(หายใจเข้า)...ฉันรักเธอ(หายใจออก)

...ช่วงท้ายๆ...สัมผัสไม่ถูก...เพราะเป็นลมหายใจ...แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ...ฮาๆ

แก้ไขเมื่อ 29 ก.ค. 52 23:46:07

จากคุณ : Dreams of a tree
เขียนเมื่อ : วันภาษาไทยแห่งชาติ 23:44:52
ถูกใจ : สุนันยา

............................

สวัสดีค่ะ Dreams of a tree
ขอบคุณนะคะ ที่แวะมา ดีใจมากค่ะ
...

ในรักแท้ มีค่า กว่าสิ่งไหน
หากว่าใจ ทั้งสอง ครองรักหวาน
คงชื่นจิต ชิดใกล้ อยู่ได้นาน
สุขชื่นบาน งานนี้ ไม่มีตรม


ฉันรักเธอ...เธอรักฉัน สานใจมั่น
รักคงอยู่ นิรันดร์ ไม่หวั่นขม
เข้าใจกัน สัมพันอยู่ คู่ภิรมย์
เป็นคู่สร้าง คู่สม มิตรมใจ/..



หวังว่าจะได้พบกันอีกนะคะ

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 15:55:17




โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:14:54 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 24

เสียดาย...หมดกิ๊ฟ...อยากหยิบให้
ด้วยถูกใจ....บทกวี...ที่ท่านเขียน
ระวังหวาน...แฝงล้วน..ชวนวิงเวียน
รสหวานเพี้ยน...รสตาล..หวานลิ้นโลม


หวานรสรัก...เจือสวาส...อาจบาดจิต
กำเริบพิษ...เผาใจ...ให้ขื่นขม
หวานรักร้าย...ฤทธิ์ร่าน...หวานคารม
อาจนอนซม...ด้วยฤทธิ์รัก...ปักใจเกิน !


รู้ทั้งรู้...อันตราย...ยังหมายรัก
สุดจะหัก....ห้ามใจ....ให้ขัดเขิน
สัมผัสพรอด...กอดกระซับ...กับอกเพลิน...
หวานใดเกิน...หวานฤดี...มีไหมเอย



จากคุณ : สาละวิน
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 13:28:27
ถูกใจ : สุนันยา

.............................................................


กิ๊ฟไม่มี...ก็ส่งกลอน...อักษรสลัก
ถึงนิยาม...ความรัก...ที่แสนหวาน
ว่าแบบไหน...จากใจ...จินตนาการ
แบบฉบับ...ของท่าน...นั้นเช่นไร


ร้อนสวาส...บาดจิต...ลิขิตฝัน
ที่เสกสรรค์...เคียงคู่...อยู่ไฉน
หวานคารม...คมลึก...ผนึกใน
คงสุขใจ...หวามหวาน...ซ่านซึ้งทรวง


รักแบบไหน...อันตราย...ยังหมายรัก
เมื่อใจภักดิ์...มีสิ่งใด...ได้ห้ามหวง
หรือรักเล่ห์...เสน่ห์ร้าย...หมายหลอกลวง
จนติดบ่วง...ลวงทำลาย...ตายทั้งเป็น...



ไม่ค่อยเข้าใจบทสุดท้าย
ของท่านสาละวินเท่าไหร่
ถ้าสุนันยา ตอบ ไม่ตรง ประเด็น
ก็ ขออภัยด้วยนะคะ
ขอบคุณ ที่แวะมาค่ะ
.
.
จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 16:22:56



โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:19:29 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 29

หวานเป็นลมขมนั้นพลันเป็นยา
หวานอันซึ้งตรึงอุราว่าแสนหวาน
จนจับจิตติดใจไปแสนนาน
เกรงเมื่อผ่านเวลาเป็นยาพิษ

หวานอันใดไหนเล่าที่เฝ้าหา
หวานดวงตาเพ่งมองต้องตรึงจิต
หวานน้ำคำฉ่ำหวานสมานมิตร
หวานแห่งใจในจริตควรชิดเชย

มานั่งอ่านบทกวีที่แสนไพเราะครับ
ทั้งของทั่นเจ้าของกระทู้ และ ผู้มาเยือนครับ



จากคุณ : จิ้งจอกเวหา (the darkknight)
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 21:13:52
...........................

สวัสดีค่ะคุณ จิ้งจอกเวหา (the darkknight)
........

หวานเป็นลม ขมเป็นยา มานานนัก
โบราณทัก เอาไว้ ในก่อนหน้า
แต่นิยามหวานซึ้ง ที่ตรึงตรา
คือความ ชื่นอุรา ครารักกัน


ก็ไม่รู้ ว่าใคร ในที่นี้
ประสบการณ์ อันดี ที่เสกสรรค์
จะเข้าใจ แต่ละอย่าง แตกต่างกัน
ความผูกพัน ย่อมมี ที่ต่างไป...



ขอบคุณมากนะคะ ที่ร่วมแจมค่ะ.
.
.
....

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 12:52:16





โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:22:00 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 30

หากจะเอ่ยถึงนิยามของความรัก
คงยากนักจะกล่าว ฤ เล่าไข
รักสมหวังหวานชื่นระรื่นไป
รักทุกข์ใจเศร้าขมจมน้ำตา

รักไม่เป็นมักก่อให้เกิดโทษ
หวังประโยชน์ในรักเศร้านักหนา
จะสมหวังผิดหวังรักยังพา
เห็นเรียกหารักนั้นกันเรื่อยไป

มาเเบบมึนๆงง.........อิอิ

จากคุณ : นงเละและมนุษย์ดาวอังคาร... (อาลีอา)
เขียนเมื่อ : 30 ก.ค. 52 21:31:52
ถูกใจ : cenyou, สุนันยา

..........................

น้องเลิฟ (อาลีอา) หวัดดีจ้ะ
..


มีคนบอก มากมี นิยามรัก
ร้อยสลักคำหวานผสานสู่
หากรักชอบ ปลอบขวัญหมั่นคอยดู
เฝ้าห่วงใยเราอยู่ มิร้างลา


เป็นอย่างนี้ ใชไหม ในความรัก
มีใจภักดิ์ ไม่เปลี่ยน เพียรรักษา
หมั่นมาหา ตราตรึง ได้พึ่งพา
เป็นยาใจรักษา คราเศร้าตรม...


ขอบใจนะจ๊ะ ที่ไม่แปะไว้นาน
ไม่งั้นดดกเบี้ย ขึ้นแน่นอนเลย..อิอิ.
.
.
...

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 15:04:06



โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:23:30 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 31

.........อยากจะถาม...นิยามรัก..อย่างนั้นหรือ
นิยามคือ..."ไร้เหตุผล"...ฉงนไหม
คิดให้แตก..จำแนกออก..แล้วบอกไป
มีมากมาย..ใช่ความหมาย...แห่งนิยาม

บทจะรัก..ก็รักได้...ไร้เหตุผล
บทดจะเกลียด..ก็บัดดล..เหตุผลข้าม
รักแล้วลืม..ซึมเศร้า..เขาประณาม
บทจะห้าม..หักใจ..ไม่รีรอ

อยากรู้ถาม..ตัวเรา..ว่าเขารัก
เพราะเหตุใด..จึงหัก..ใจจากหนอ
หาเหตุผล..ไม่ได้..ว่าใจรอ
แท้จริงก็..แค่อารมณ์..ผสมไป

รู้เขาลืม..ยังปลื้ม...ลืมไม่ได้
เพราะเหตุใด..ถามใจดู..รู้ใช่ไหม
หรือเราเกลียด..เขานัก..รักทำไม
ยังเวียนว่าย..วกมา..ไม่น่าชม

นิยามรัก...จึงมิใช่...ความอ่อนหวาน
นิยามรัก....ใช่ว่ามัน...มีรสขม
นิยามรัก....ใช่ว่าเศร้า..ร้าวระทม
นิยามรัก....ใช่ขื่นขม...ตรอมตรมใจ

หากเป็นเพียง..อารมณ์..ผสมสาน
ที่เกิดจาก.ความต้องการ..นั้นเลือนหาย
อาจเจ็บแค้น..เพราะรัก..อีกมากมาย
อาจชีพวาย...เพราะรัก..ก็มากมี

ถามตัวเรา..ทำไม..ต้องไปรัก
คนที่เรา..ไม่ภักดิ์...ในรักนี้
เขาไม่มี..สิ่งใด..ที่เรามี
เขาไม่ดี..เราก็รู้...อยู่แก่ใจ

แต่ก็ยัง..ปักใจ..ให้กับเขา
จะหนีเงา..ตนเอง..หาได้ไม่
รู้ก็รู้...ชั่วดี...มีในใจ
แต่มิอาจ..ผลักใส..จากใจเรา

นั่นเห็นไหม..รักดูไร้...ซึ่งเหตุผล
ขึ้นอยู่กับ..อารมณ์ตน..ที่หม่นเศร้า
หาใช่เป็น..."นิยามรัก"..มักคิดเอา
ก็ตัวเรา..นั่นแหละนะ...คิดมาเอง
-----------------------------------------

(รักเป็นทุกข์..บทสักวา.ที่สอนในมุมรักคือทุกข์)

*สักวา..พระลอ..พ่อตามไก่
พรหมทัตไกล..กากี..หลบหนีหน้า
ขุนแผนพราก..จากร้อง..วันทองมา
มโนรา..จำพราก..จากสู่รัง

ทั้งสี่คู่..สู่สม..ระทมโศก
แสนวิโยค..หวนไห้..ในความหลัง
ยังไม่เท่า..พี่พราก..จากนวลนาง
น้ำตาหลั่ง..ร้าวฤทัย..ไม่วายเอย
----------------------------------------
ปล. ผู้เขียนจำชื่อท่านที่แต่งไม่ได้
รู้เพียงว่าท่านเป็นท่านเจ้าคุณ เป็นพระ
นักเทศน์ จ.นครปฐม

จากคุณ : สัญญาป่าเหนือ
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 11:24:30 A:222.123.61.78 X: TicketID:195560

...........................................




ขอบคุณ พี่สัญญาป่าเหนือค่ะ
ที่ให้ข้อคิดติดมาด้วยค่ะ
....

เห็นบางคู่ บางคน จนอิจฉา
เขาอี๋อ๋อ กันมา พาสดใส
เกาะเกียวก้อย เห็นมา สะท้านใจ
ว่าทำไม รักนี้ ดีจังเลย


ดูอ่อนหวาน ผสานสุข มิโศกเศร้า
ควงคู่เย้า หยอกกัน มั่นเขนย
มิเหินห่าง อย่าเช่น ที่เป็นเลย
โอ้อกเอย ตัวเรา เฝ้าแต่มอง


ให้รู้สึก ว่ารักนี้ มีความหมาย
ไม่เดียวดาย คลายหม่น ให้คนหมอง
มีแต่สุขสดใส สมใจปอง
เมื่อได้ครอง เคียงคู่อยู่ด้วยกัน



แต่ไม่รู้หรอกนะ คราต่อไป
เป็นเช่นไร ภายหน้า ถ้าคับขัน
หวานจะอยู่ หรือชืด จนจืดพลัน
เพราะเรื่องนั้น มาทีหลัง ยังไม่เจอ


สุนันยา พาซึ้ง คะนึงหวล
ใช่คร่ำครวญ เกินค่า พาพลั้งเผลอ
อยากรู้ความ รักหวาน พาลละเมอ
ด้วยกลัวเก้อ หลงผิดคิดไปเอง


จึงถามไถ่ ไปต่อใครพอรู้
อธิบาย ให้อยู่ ไม่ข่มเหง
ที่ถามไป ทุกแห่งหน คนกันเอง
ให้ครื้นเครง คำตอบที่มอบมา


แต่ละท่าน แต่ละคน เหตุผลต่าง
มองทุกอย่าง วางอยู่ เป็นปริศนา
มองให้เป็น เป็นเรื่อง ธรรมดา
อยากรู้ค่า ความหวาน นั้นเช่นไร


ในนิยาม ถามไถ่ ที่ใฝ่หา
คือรักแท้ ที่ว่า หวานปานไหน
หากรู้ค่า ความต่าง อย่างจริงใจ
นั่นแหละคือกำไร ที่ได้มา...อิอิ




ก็เท่านี้เองค่ะ พี่ ทุกคนได้กำไรหมดเลย..
.
.
.
...

แก้ไขเมื่อ 31 ก.ค. 52 16:47:33

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 16:46:23





โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:25:24 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 32


๏ ฉันมาอ่านนิยามของความรัก
ใครรู้จักว่าเห็นเป็นไฉน
ฉันนิ่งถามความมืดหลายอึดใจ
ตอบได้ไหมที่พบประสบมา

ในความมืดพลันพลิ้วเกิดริ้วหนึ่ง
ยิ้มแล้วบึ้งสับสนให้ค้นหา
ใกล้แล้วจากลับหายไปหลายคา
สุดท้ายมากลืนไปในมืดเดิม

ตั้งแต่เกิดลืมตามาดูโลก
พ้นทุกข์โศกสำนึกที่ฮึกเหิม
ด้วยความรักใสใสที่ใส่เติม
จากพ่อแม่แลเพิ่มจากพี่น้อง

วันหนึ่งฉันพลันพบประสบหน้า
เจอสายตาวาววับมาจ้อง
มือไม้สั่นใจเต้นเหมือนตีกลอง
ในสมองอึงอลพิกลนัก

จากวันนั้นผันเข้าว่าเราสอง
ต่างก็จองใจกันฝันประจักษ์
ถามใจทีนี่หรือคือแรกรัก
สองเราถักใจสวยเข้าด้วยกัน

หนาวสายฝนหล่นหายไม่กลายกล้ำ
สองเราย่ำเคียงคู่มิรู้หวั่น
อุปสรรคนานาจักฝ่าฟัน
ถึงวันฝันสองเราเข้าวิวาห์

นิยายรักล้วนแต่จบแค่นี้
แต่ในชีวิตจริงนั้นยิ่งกว่า
เป็นจุดเดิมเริ่มต้นให้ค้นคว้า
หนึ่งสองสามสี่ห้าถึงร้อยพัน

อ่านหนังสือจบลงคงแค่นี้
ในฤดีพรึงเพริศเตลิดฝัน
อยากจะมีความรักเข้าสักวัน
จะได้สรรอักษรเป็นกลอนเอย ๚ะ๛

สวัสดีครับ ชวนเขียนกลอนเรื่องความรักนี่ค่อนข้างฝืด
ต้องบิ้วอารมณ์เอาการอยู่นะขอรับ
จบไปตั้งแปดบทยังหาความรักไม่เจอเลยขอรับ

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 11:55:47
ถูกใจ : อาลีอา, สุนันยา

..............................................................




สวัสดีค่ะ คุณ ศาลายา
ขอบคุณ มากค่ะ ที่มาร่วม เขียนกลอนรัก
ธรรมดาค่ะ เรื่องบิ้ว อารมณ์ เป็นเรื่องปกติ
ไม่เหมือนการเมือง ใส่ เต็มๆ ความรู้สึกเลย อิอิ
สรุปแล้ว อันไหนเครียดกว่ากันคะเนี่ย..

....

ฟังสำนวน เรียงถ้อย ร้อยกรองผ่าน
ศาลายา สื่อผสาน กลอนหวานส่ง
เป็นวลีที่ งามงด กำหนดลง
ช่วยเสริมส่ง อักษร กลอนอำไพ


สุ ถามไถ่ ในนิยาม ความรักหวาน
เห็นมีผู้ เชี่ยวชาญ ช่วยตอบให้
แต่ละท่านหวานซึ้ง ติดตรึงใจ
เหมือนอยู่ใน ห้วงคะนึงซึ้งฤดี


อันความรัก ที่ได้ ซึ้งใจแน่
คือรักจาก พ่อแม่ แท้สุขศรี
แต่จากนั้น ผ่านมา ก็หลายปี
ได้เพบเพื่อน สตรี ที่แพรวพราว


รูปร่างเรียว เพรียวสพรั่งทั้งใบหน้า
อีกวาจาอ่อนหวาน เธอนั้นสาว
นิ่มอนงค์ งามสง่า ตาดุจดาว
ใบหน้าขาวนวลผ่อง เป็นยองใย


ถ้อยวจี ที่หวาน สานเสนาะ
ดูฉอเลาะ งามล้น จะสนไหม
มิใช่ฝัน เป็นเรื่องจริง สิ่งวิไล
ใช่นิยามรักไหม ศาลายา


สุ ก็งง คำถาม ที่ซ้ำซาก
ถ้อยคารม คมรัก เสน่หา
ล้วนต่างกัน ดั่งสวรรค์ จินตนา
เพียงรู้ค่า คือนิยาม ตามต้องการ


เพราะสุเคย มีรัก ที่ฝากไว้
แต่รักพลัน เปลี่ยนไป ใจหักหาญ
จึงถามหา นิยามงาม งามสราญ
เพราะอดีต ที่ผ่าน มันระทม


หวังว่าท่าน ศาลายา อย่ารำคาร
เห็นท่านแต่ง กลอนกานท์ อันสุขสม
สุนันยา ตรึงใจ ในคารม
ทุกถ้อยคม ชมจากใจ อยากให้มา/..



เริ่มมึน แล้วซีคะ
ตอนนี้ งง งง แล้วค่ะ
ขอบคุณ ท่านศาลายา มากนะคะ


...

แก้ไขเมื่อ 01 ส.ค. 52 19:41:01

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 18:33:26






โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:27:35 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 33

คำโบราณนมนานนิทานเล่า
มนุษย์เราเดิมทีมีเพียงหนึ่ง
ตัวคนเดียวไร้จิตคิดคำนึง
ไม่นึกถึงผู้ใดใครไม่มี

จนพระเจ้าแยกร่างออกเป็นสอง
ขว้างลอยล่องไปไกลคนละที่
ร่างซีกหนึ่งกลับกลายเป็นสตรี
ส่วนซีกนี้กำเนิดเกิดเป็นชาย

นับแต่นั้นคำนึงคิดถึงกัน
ทุกคืนวันฝันร่วมรวมร่างใหม่
เคยเป็นหนึ่งแยกจากได้อย่างไร
จึงร้องไห้คิดถึงกัน.....นั่นแหละรัก.

....สวัสดีครับ...คุณสุนันยา...
คิดเองไม่ออก...เลยต้องใช้นิทานช่วย เด็ก ๆ ไปหน่อย
อย่าถือสากันนะครับ.

จากคุณ : กำแพงเขย่ง
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 12:42:46
ถูกใจ : เรียวรุ้ง, สุนัน

...............................

คุณ กำแพงเขย่ง สวัสดีค่ะ
...


ถึงจะเป็น นิทาน ที่ขานไข
ความรู้ได้ มากมาย ให้สุขสันต์
เรื่องชายหญิง ตามคิด อดตกาล
เป็นเรื่องขาน นานเนา เล่ากันมา


เหมือนเป็นดั่ง ตำนาน นิทานรัก
ได้ประจักษ์ เริ่มต้น ที่ค้นหา
จากนั้นจึง ซึ้งใจ ในเวลา
ที่ผ่านมา นานเนิ่น เพลินมัวเมา


ความรักมี ที่มา กระนั้นหรือ
ตามคำลือ คือเรื่องที่ มีหนุ่มสาว
สัมพันรัก พาห่วง หน่วงใจเรา
เป็นหวานเคล้า ผสานสม ขมในทรวง



ขอบคุณ มากนะคะ ที่รว่มแจม แลกเปลี่ยนความรู้กัน
ได้ อารมณ์ สุนทรี จากบทกวี ด้วยนะคะ ทำให้สุขใจค่ะ
หวังว่า คุณ กำแพงเขย่ง จะมาเยี่ยมทู้สุอีกนะคะ
.
.
.
....

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 18:52:40




โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:29:27 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 38

อ่านหลายเหตุหลายผลคนมากหลาย
นิยามรักความหมายคลับคล้ายนั่น
รักคือความสดใสในชีวัน
บางครั้งบั่นหัวใจให้ยับเยิน

รักคือสุขปลุกใจในยามรัก
คือศรสักปักอุราพาขัดเขิน
คือความหวานซ่านจิตให้คิดเพลิน
ยามเผชิญความห่างอ้างว้างตรม

หานิยามความหมายได้หลายหลาก
หากรักมากจากมาพาขื่นขม
วิ่งไขว่คว้าหารักมาชื่นชม
เมื่อผิดหวังกลับต้องขมตรมน้ำตา

แต่นิยามความรักของตัวฉัน
คือมีกันและกันสัมพันธ์ค่า
เวลาผ่านนานไปไม่สร่างซา
หวานขมบ้างไม่นำพาอย่าคิดเลย

จบที่ตัวเองซะงั้น...

อยากจะให้กิ๊ฟทุกท่านในกระทู้นี้ เอาเป็นว่านับถือฝีมือทุกคนค่ะ...

เจ้าของกระทู้ก็ตอบดีเหลือเกิน..



จากคุณ : คุณแม่ใจดี
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 17:35:56
ถูกใจ : cenyou, อาลีอา, สุนันยา
..........................





สวัสดีค่ะ คุณแม่ฯ ดีใจจังที่เห็นคุณแม่มาเยี่ยม
ทั้งที่งาน ก็ ล้นมือ จะแย่ ขอบคุณมากค่ะ
...............

หากความรัก ตรึงใจ คล้ายคุณแม่
คงสุขแท้ สุนันยา คุณว่าไหม
ในนิยาม ตามที่เห็น เป็น ฉันท์ใด
มิรู้ได้ เพราะต่างกัน นั้นแน่นอน


เมื่อศรรัก ปักทรวง เฝ้าห่วงหา
ชื่นชีวา พาหวานให้ ไม่ถ่ายถอน
สุขเหลือเกิน เพลินอยู่ คู่อาวรณ์
เมื่อรักจร นอนหนาว ร้าวทรวงใน


ต้องขื่ขม ตรมเศร้า ร้าวสวาส
เมื่อรักพลาด ผิดพลั้ง พังเหลวไหล
น้ำตาหล่น ล้นทรวง ห้วงหทัย
ไม่เหลือใย รักเก่า พาเศร้าซม


นี่ใชไหม ความต่าง ดังที่กล่าว
หวาน ซึม เซา เคล้าอยู่ คู่ผสม
ความอดทน ต้องสูงรับ ดับอารมณ์
หากไม่ไหว ต้องกลายขม ตรมเดียวดาย/
.
.
.
.....

จากคุณ : สุนันยา
เขียนเมื่อ : 31 ก.ค. 52 19:09:52










โดย: สุนันยา วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:31:09 น.  

 


โดย: tudong วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:11:39:16 น.  

 
แวะมาเยี่ยมคร้าบบบบ ^^

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าบล้อก + เว็บ เลย
พอดีติดเขียนนิยายลงบล้อกพี่พลอยอยู่น่ะครับ
ก็เลยห่างหายไปพอสมควร
(เดี๋ยวต้องตามอ่านกลอนย้อนหลังซะหน่อยแล้ว
หาแรงบันดาลใจจากแถวนี้แหละครับ ฮ่าๆ ..... หาใกล้ตัวมาก)


เจริญสุขสวัสดีจ้า (อ้าว ติดผู้ใหญ่ลีกับนางมา มา หุหุ)


..................


โดย: ชยสกล (PSlovebird ) วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:13:05:41 น.  

 
ขอบคุณครับ
เเวะเวียนไปเยี่ยมกันพร้อมคำกลอน
เพราะพริ้ง สละสลวยทราบซึ้งจริง
คุณค่าทางจิตใจก็ไม่อาจวัดได้ด้วยเงินตรา
เฉกเช่นบทกกลอน
มีความสุขนะครับ
ลัดฟ้า....


โดย: ลัดฟ้ามาเจอ วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:19:06:32 น.  

 
สวัสดีครับ
มาเรียนเชิญไปสลัก
คำกลอนที่บ้าน
ขอบคุณครับ
..ลัดฟ้า..


โดย: ลัดฟ้ามาเจอ วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:6:44:53 น.  

 


มาชวนไปพบกับหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นที่ไม่ง่ายอย่างที่ใครคิด

อะไรคือ...หมูตัวเดียว!

ที่ไม่ใช่ไส้กรอก และไม่ใช่เรื่องหมู ๆ อย่างที่ใครคิด

ลองมาอ่านดู แล้วจะรู้ว่าเป็นยังไง....



โดย: ลุงแว่น วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:15:45:59 น.  

 
"รักหนอรักไม่จริง... ถูกทอดทิ้งใจหาย
รักหนอรักกลับกลาย... ชื่นสลายกลายขม
เราหนอเราเฝ้าตรม... สุดระทมขมขื่น

รักหนอรักไม่รอ... เฝ้างอนง้อรอฝืน
รักหนอรักกล้ำกลืน... ชื่นเป็นช้ำกำสรวล
เราหนอเราเฝ้าครวญ... เมื่อรักรวนลับล่วง

เธอหนอเธอขยี้รัก และภักดีของฉัน
หวังกลายมลายเหมือนฝัน... ฝันลวง
ใจหนอใจภักดี ฉันพลีให้เธอทั้งดวง
โดนรักลวงช้ำทรวง แหลกแล้วเอย...

ลืมหนอลืมเท่าไร เจ็บเพียงไหนใจเอ๋ย
ลืมมิลืมได้เลย โปรดอย่าเย้ยผู้แพ้
ใจหนอใจอ่อนแอ อย่าผันแปรรักเอย..."

แฮก... แฮก... กว่าจะร้องจบ ร้องผิดไปมั่งรึเปล่าก็ไม่รู้ครับ ไม่ได้ร้องมานานนนนนน


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:21:16:45 น.  

 
เข้ามาอ่านเงียบๆขอรับ
เพลงข้างบนนี้เพราะนะ
เกิดทันเพลงนี้ด้วยล่ะ


โดย: แสงแรก ประดับดิน IP: 203.107.199.192 วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:1:04:21 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: like 2 hear from u วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:15:39:17 น.  

 
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข..

ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์

ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข

ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์


๐๓๕๓

แวะมันส์ วันแม่ เข้า..........คลับพา สุขเอย
ขาพับ เหนื่อยกลับมา........จะแห่เม้นต์ (บล๊อกแก๊งค์)
เห็นแม่ หลับกรนครา.........สุขนั่น
ฉันสนุก เพลินโลดเต้น.......แม่ต้องหลับคอย ฯ 555

๐๓๕๖
๑๒๐๘๕๒

สวัสดีจ้า..


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:10:29:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสุนันยา
บทกลอนเพราะๆเหมาะกับบล็อกสีหวานๆดีค่ะ


โดย: พี่สาว (พอที ) วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:22:18:43 น.  

 
บายดีมั้ยพี่สาว

อิอิ


โดย: อาลีอา วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:12:56:57 น.  

 


โดย: ดรสา วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:7:47:53 น.  

 


พักนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเยี่ยมเยียน

มัวแต่ทำหนังสืออยู่ครับ

วันนี้เพิ่งมีเวลาอัพบล็อกแจ้งข่าว

อยากเชิญไปพบกับ....

"สหายหรรษา"

หนังสือเล่มใหม่ล่าสุด

ที่ทำเองกับมือทุกขั้นตอนครับ...






โดย: ลุงแว่น วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:18:35:42 น.  

 
ทุกสิ่งจบสิ้นลงที่ความตาย!!!วุ่นวายทำไม?



โดย: อาลีอา วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:8:58:28 น.  

 
ใช่จบสิ้น วันที่ตาย พี่ไม่เถียง
แต่วันไหน ใช่มีเสียง ให้รับรู้
หากสิ้นใจ ในบัดดล ไร้คนดู
ที่เหลืออยู่ มิได้จบ พบเวรกรรม

มิวุ่นวาย ตะกายเกียก เรียกให้หยุด
ถึงที่สุด ก็คือเรา เศร้าเจ็บช้ำ
หากสิ้นลม ล้มลงได้ ดั่งใจจำ
คงสิ้นแล้ว ความเจ็บช้ำ ที่ทำเรา/...

อย่าคิดมากไปเลยพี่เปรยบ่น
เราทุกคนต่างมีที่ทุกข์เข็ญ
ทำจิตใจของเราให้เบาเย็น
มองทุกข์เป็นปัญหากล้าเผชิญ

ทุกข์อันใดใหญ่ยิ่งสิงใจอยู่
เราต้องรู้ดูมันปล่อยผันเผิน
หาทางแก้แลน้อยค่อยค่อยเดิน
ทำใจเพลินกับปัญหาอย่าวู่วาม


ใจเย็นๆนะคะพี่สุนันยา
คนเราบนโลกนี้ พบเจอทุกข์ด้วยกัน
ทุกคน ขอให้เราเข้มเเข็ง เราจะผ่านมันไปได้คะ





โดย: อาลีอา วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:17:45:25 น.  

 


โดย: ธงดุ (tudong ) วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:17:18:26 น.  

 
สบายดีไหมครับมาทักทายครับ ขอเป็นมิตรด้วยคนครับผม
ชอบบล็อกนี้จัง เป็นกำลังใจให้ครับ


โดย: ปฐพีหอม วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:16:58:22 น.  

 

อวลแวะมาบอกว่า 'นางละคร'บทที่๑๘ เสร็จสมบูรณ์แล้วนะคะ
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง..คลิ๊กที่นี่

คุณสุนันยาสบายดีนะคะ ระลึกถึงอยู่เสมอค่ะ


โดย: ดรสา วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:21:11:01 น.  

 


แอบส่งดอกไม้มาให้ เอิ้กๆๆ


โดย: อาลีอา วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:9:01:44 น.  

 
จ๊าก รูปพื้นหลังไม่ขึ้น กลายเป็น photobucket อิๆ

มาเยี่ยมพี่สุครับ พรุ่งนี้ขอให้สนุกน้า อิจฉาๆๆ


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:22:23:51 น.  

 
มาเยี่ยมเยีอนสบายดีไหมครับ


โดย: ปฐพีหอม วันที่: 29 สิงหาคม 2552 เวลา:18:01:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สุนันท์ยา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




by http://www.zalim-code.com

free counters




ชะตาชีวิต ลิขิตผกผัน
ดิ้นรนฝ่าฟัน..เพื่อฝันที่มี
ผู้หญิงคนหนึ่ง ซาบซึ้งกวี
เรียงร้อยวจี..ฤดีเดียวดาย...



ผู้ชมออนไลน์
New Comments
Friends' blogs
[Add สุนันท์ยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.