space
space
space
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
10 มกราคม 2560
space
space
space

ระบบปฏิบัติการ Windows




ระบบปฏิบัติการ  Windows

ประวัติWindows แต่ละรุ่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows) ผลิตขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟต์ของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมักเรียกว่า Microsoft-Windows หรือ MS-Windows ซึ่งได้เริ่มโครงการพัฒนาโปรแกรมนี้ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1985 คือ Windows Version 1 แต่เวอร์ชั่นดังกล่าวได้รับความสนใจจากกลุ่มคนทั่วไปในวงจำกัด

จนกระทั่งมีการปรับปรุงมาเป็น Version 3 ในปี ค.ศ. 1990 จึงทำให้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ได้รับการต้อนรับจากผู้ใช้งานทั่วโลกจนถือได้ว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็ว่าได้ ที่มีการนำไปใช้บนแพล็ตฟอร์มเครื่องพีซีคอมพิวเตอร์จนถึงทุกวันนี้

ปกติคำว่าวินโดว์แปลว่าหน้าต่างแต่สำหรับความหมายของชื่อระบบปฏิบัติการวินโดว์ก็ไม่ได้แตกต่างจากคำว่าหน้าต่างเลยกล่าวคือ ระบบปฏิบัติการวินโดว์สามารถนำโปรแกรมต่าง ๆ หลาย ๆโปรแกรมทำงานภายใต้หน้าต่างนี้ได้พร้อมกันมากกว่าหนึ่งโปรแกรมโดยพื้นที่บนจอภาพของคอมพิวเตอร์จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆแต่ละส่วนจะมีเส้นกรอบล้อมรอบโดยพื้นที่ในแต่ละกรอบนั้นเรียกว่าหน้าต่างหรือวินโดว์และโปรแกรมก็จะทำงานและแสดงผลภายในบริเวณพื้นที่ของหน้าต่างในแต่ละโปรแกรมนั่นเอง

วินโดว์เป็นระบบปฏิบัติการแบบมัลติทาสกิ้ง(Multitasking)ที่สามารถรันโปรแกรมมากกว่าหนึ่งงานในเวลาเดียวกันจึงทำให้เกิดความสะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างยิ่งกล่าวคือในขณะที่มีการสั่งทำงานโปรแกรมหนึ่งอยู่และอาจมีความจำเป็นต้องใช้โปรแกรมอื่นในขณะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องปิดงานเดิมที่ทำอยู่ในขณะนั้นแต่สามารถสั่งทำงานอื่นที่ต้องการใช้งานได้ทันทีตัวอย่างเช่นนักศึกษากำลังพิมพ์งานด้วยโปรแกรม MS-Word และในขณะนั้นต้องการเรียกใช้งานโปรแกรม PowerPoint ก็สามารถโหลดโปรแกรม Power Point ขึ้นมาใช้งานได้ทันที

โดยที่ไม่จำเป็นต้องปิดโปรแกรม ms-word แต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในเปิดโปรแกรมเพื่อใช้งานหลาย โปรแกรม จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำที่มากขึ้นตามลำดับ ซึ่งหากหน่วยความจำหลักหรือแรมมีความจุไม่เพียงพอก็จะมีการนำพื้นที่หน่วยความจำของฮาร์ดดิสก์มาร่วมใช้งาน(ได้ศึกษาทฤษฏีนี้แล้วในเรื่องของหน่วยความจำเสมือนในบทที่ 3 ) และด้วยการเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นั้นย่อมช้ากว่าหน่วยความจำหลัก ดังนั้น จึงทำให้การทำงานโดยรวมของระบบในขณะนั้นช้าลงไปด้วย และจากเหตุผลดังกล่าว จึงควรเปิดโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้งานจริง ๆ เท่านั้น การเปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งานมากเกินความจำเป็นส่งผลต่อการทำงานของระบบ เนื่องจากแต่ละโปรแกรมจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำทั้งสิ้น และด้วยประการดังกล่าวนี้เองโปรแกรมที่ใช้งานเนื้อที่หน่วยความจำมากๆ อย่างโปรแกรมประเภทกราฟิกส์ จึงจำเป็นต้องมีขนาดของหน่วยความจำหลักหรือแรมที่มีความจุสูง 

วิวัฒนาการของ Windows

Windows 1.0
Windows 1.0

Windows 1.0
Windows 1.0


Windows 1.0

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 1985 เป็น Windows รุ่นแรก ซึ่งยังไม่ได้รับความนิยม โดยแรกเริ่มถูกเรียกว่า Interface Manager แต่สุดท้ายทางไมโครซอฟท์ก็เลือกที่จะใช้ชื่อ Windows แทนเนื่องจากเรียกและจดจำได้ง่ายกว่า

Windows 2.0
Windows 2.0

Windows 2.0
Windows 2.0


Windows 2.0

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1987 เป็นการนำ Windows 1.0 มาพัฒนาใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม ได้รับความนิยมมากกว่ารุ่นแรก เริ่มมีนักพัฒนาหลายรายพัฒนาโปรแกรมสำหรับใช้บน Windows 2.0

Windows 3.0
Windows 3.0

Windows 3.0
Windows 3.0

Windows 3.1
Windows 3.1


Windows 3.0

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1990 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จของ Windows ที่ได้รับความนิยมมากกว่ารุ่นก่อนหน้าค่อนข้างมาก รองรับ 16 สี อินเทอร์เฟซถูกพัฒนาให้มีสีสันดูน่าใช้งานมากกว่าเดิม และได้ออก Windows 3.1 ตามมาในปี 1992 ที่ทำให้ Windows กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่คนใช้กับแพร่หลายมากที่สุด

Windows NT
Windows NT


Windows NT


          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1993 เป็นรุ่นที่พัฒนามาสำหรับใช้ในกลุ่มองค์กรและธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งในภายหลังได้ออกรุ่นใหม่ ๆ มาในช่วงเดียวกับ Windows สำหรับใช้ในบ้านแต่ละรุ่น

Windows 95
Windows 95

Windows 95
Windows 95


Windows 95

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 1995 ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดย Windows 95 รองรับสีแบบ 32 บิต และรองรับ Multitasking อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึั้นมา รวมทั้งการนำเสนอปุ่ม Start และ Taskbar เป็นครั้งแรก

Windows 98
Windows 98

Windows 98
Windows 98


Windows 98

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1998 เป็นรุ่นที่พัฒนามีให้เหมาะกับการใช้ทำงานและใช้เพื่อความบันเทิงในบ้าน อินเทอร์เฟซคล้ายกับ Windows 95 แต่มีสีสันมากกว่าเดิม พร้อมกับการมาครั้งแรกของแถบ Quick Launch สำหรับเปิดโปรแกรมอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปิด Start Menu

Windows 2000 Professional
Windows 2000 Professional


Windows 2000 Professional

          วางจำหน่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2000 เป็นรุ่นที่พัฒนามาด้วยโค้ดเคอร์เนลเดียวกับ Windows ตระกูล NT ออกแบบมาเพื่อใช้ในกลุ่มองค์กรหรือธุรกิจ มีการพัฒนาให้รองรับระบบเครือข่ายและมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

Windows Me
Windows Me

Windows Me
Windows Me


Windows Me

          วางจำหน่ายเมื่อเดือนกันยายน 2000 ตัวย่อ Me ย่อมาจาก Millennium Edition เป็น Windows สำหรับใช้งานภายในบ้านรุ่นสุดท้ายที่จะใช้โค้ดเคอร์เนลแบบเดียวกับ Windows 95 และ 98 ในการพัฒนา มีการพัฒนาให้รองรับสื่อบันเทิงต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้รับความนิยมมากเท่า Windows 98

Windows XP
Windows XP

Windows XP
Windows XP


Windows XP

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2001 เป็น Windows รุ่นที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุด เนื่องจากอินเทอร์เฟซที่ถูกพัฒนาให้สวยงามกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างก้าวกระโดด ปุ่ม Start สีเขียว Taskbar สีฟ้าสดใส พร้อมทั้งระบบที่มีความเสถียรและปลอดภัย สามารถอัพเดทตัวเองได้ มีโปรแกรมรองรับมาก โดย Windows XP เป็นรุ่นที่แรกใช้โค้ดเคอร์เนลตระกูล NT พัฒนาออกมาทั้งรุ่น Home Edition สำหรับใช้ในบ้าน และ Professional สำหรับใช้ในธุรกิจ และออกเวอร์ชั่น 64 บิต ตามมาในปี 2005

ข้อดีข้อเสีย Widows XP

Smiley ข้อดี

1. สวย

2. ใช้งานง่าย

3. ค่อนข้างเสถียณ

4. มีโปรแกรมที่ Support เยอะ

5. มี Diver ต่าง ติดมากับ WindowsXP ค่อนข้างเยอะ

6. ถ้าลง Windowsใหม่ ก็ไม่ต้องห่วงเรื่อง Driver On board ว่าจะทำให้ภาพ ไม่สวยเพราะ WindowsXP จะพยายามหามาให้ถ้าไม่มีภาพหน้าจอก็ยังสวยอยู่ ค่อยหา Driver มาลงตอนหลังก็ได้

Smiley ข้อเสีย

1. ถ้า JoyDomain จะ log in / Log off ช้ามาก

2. เปลือง Memory เพราะ Application เยอะมากๆ

3. แม้ไม่ Joy Domain ก็ ใช้เวลา ในการ Load windows นานกว่า

4. Virus จะโจมตี WindowsXP มากว่าตัวอื่นๆ

Windows Vista
Windows Vista

Windows Vista
Windows Vista


Windows Vista

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2007 อินเทอร์เฟซที่ถูกเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยเน้นไปที่หน้าต่างแบบกึ่งโปร่งใส มองเห็นทะลุได้ ดูคล้ายกระจก ปุ่ม Start ถูกเป็นเปลี่ยนลูกแก้วโลโก้ Windows พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพด้านรักษาความปลอดภัยมากกว่าเดิม แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับ Windows XP

Windows 7
Windows 7

Windows 7
Windows 7


Windows 7

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2009 ยังคงใช้อินเทอร์เฟซแบบกึ่งโปร่งใสคล้ายกับ Windows Vista รองรับการใช้งานแบบระบบสัมผัสหน้าจอ พร้อมทั้งการมาของ Taskbar รูปแบบใหม่ที่แสดงเป็นไอคอนโปรแกรมขนาดใหญ่กว่าเดิม สามารถปักหมุดโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำไว้บน Taskbar ได้ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก และทำให้ผู้ใช้ Windows XP หลายคนตัดสินใจที่จะอัพเกรดมาใช้ Windows 7

ข้อดีของWindows7

1.ประสิทธิภาพดีกว่า>Windows XP 50% , > Windows Vista 25-40%

1.1เร็วขึ้นโดยใช้ CPUจำลอง Graphic 3D (WDDM 1.0-1.1)ช่วยให้เครื่องที่ไม่มี VGA Card 3D แยกสามารถทำงานได้เต็มที่+ DirectX 11

1.2ใช้ประสิทธิภาพ Hardware(RAM,HD,etc)ได้เต็มประสิทธิภาพ (มองเห็น RAM 4.00GB,คัดลอกข้อมูลได้เร็วและเสถียรกว่า Vista)

1.3ไม่ทำ Indexพร่ำเพรื่อเหมือน Vista

2.เสถียรแม้จะเป็น versionทดสอบและเบต้า 1 ก็ยังทำงานได้ดีและลดอัตราการปิดหน้าจอทั้งหมด(IE)และมีการจำ URLที่เข้าล่าสุดก่อนการปิดแบบผิดปกติไว้ในบางครั้งที่เกิดการทำงานหนัก(NotResponce)ก็ยังสามารถทำงานอื่นต่อได้เพื่อรอ

3.สามารถทำvirtualizationจำลองการทำงานได้ดี (ทดสอบบน Sun xVMVirtualBox2.1) ติดตั้ง Windows XP , Windows 7 และ VS2008 พร้อมกันได้

4.สามารถใช้ Applicationที่ใช้ได้บน Vista ได้ สำหรับ XP ใช้ได้บางโปรแกรม 


Windows 8
Windows 8

Windows 8
Windows 8

Windows 8.1
Windows 8.1


Windows 8

          วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2012 มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อินเทอร์เฟซถูกเปลี่ยนให้เป็นแบบเรียบสไตล์ Metro ปุ่ม Start และ Start Menu หายไป แทนที่ด้วย Start Screen แบบเต็มจอ การใช้งานถูกแบ่งออกเป็นโหมด Desktop ปกติเหมือน Windows รุ่นก่อน ๆ กับโหมด Metro สำหรับใช้งานแอพพลิเคชั่นบน Windows Store แบบเต็มจอ รองรับการใช้งานระบบสัมผัสเต็มรูปแบบ มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกใจกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเลือกที่จะใช้ Windows 7 ต่อไป โดยในปี 2013 ไมโครซอฟท์ได้ออก Windows 8.1 ที่นำปุ่ม Start กลับมา พร้อมทั้งปรับปรุงระบบอีกเล็กน้อย

Smiley ข้อดี

การบูต Windows 8 ด้วย HDD แบบ SSD ใช้เวลาบูตเครื่อง 7 วินาทีเร็วกว่า Windows 7 ที่บูต 17 วิ เกือบ 10 วินาที!! Live Tileอัพเดทอัตโนมัติ ในส่วนของ Live Tile ที่เทียบได้กับ Desktop ของ Windows 7 ผู้ใช้สามารถปรับแต่งให้เรื่องที่เราต้องการอัพเดทมาอยู่ในหน้านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นกล่องจดหมายจาก Email,ราคาหุ้น,สภาพอากาศ

ข้อความทวีต,Facebook,รูปถ่ายในเครื่อง,สกายไดรฟ์ ฯลฯ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเห็นการอัพเดททุกอย่างได้ในหน้าจอเดียว

เข้าถึงโปรแกรมต่างๆง่ายขึ้นด้วย Live Tile ปกติการที่ผู้ใช้จะกลับมาหน้า Desktop ใน Windows 7 หรือ XP หากไม่มีไอคอน Desktop ก็ต้องไล่ย่อหน้าจอที่ใช้งานอยู่ให้หมด  เพื่อที่จะกลับมาเลือกโปรแกรมที่ต้องการในหน้า Desktop บางคนอาจจะใช้ปุ่ม Home แล้วเลื่อนเม้าส์มาคลิกโปรแกรมที่ต้องการแทน ในWindows8 เพียงแค่กดปุ่ม Home ก็สามารถกลับไปที่หน้าจอ Live Tile เพื่อเลือกโปรแกรมต่างๆได้ทันที ยิ่งถ้าเป็นหน้าจอสัมผัสด้วยแล้วการเลือกโปรแกรมจะยิ่งง่ายขึ้นไปอีก ด้วยการเอานิ้วจิ้มเพื่อเลือกได้อย่างรวดเร็ว  Internet Explorer 10 สวยงามและไม่ช้าเหมือนเคย ภาพลักษณ์ของ IE ที่คุ้นตาคนทั่วโลกคือเบราเซอร์ที่ช้า ดูโบราณ และไม่มีใครอยากใช้ แต่ IE 10 มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและความเร็วก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเบราเซอร์ตัวอื่นๆในตลาดเลยทีเดียว กินแรมน้อยลงมีการเปรียบเทียบการใช้ทรัพยากรเครื่องด้วยการทดสอบ Window 7 และ Windows 8 บนเครื่องเดียวกัน Windows 7 ใช้แรมไป 1013 MB ส่วน Windows 8 ใช้ไป 981 MB Windows 8 จึงเฉือนชนะไปเล็กน้อยที่ประมาณ 32 MB  ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆที่เป็น Windows 8 เหมือนกันได้สะดวก การซิงค์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ Windows 8 ไม่ว่าจะเป็นSmart Phone,PC,Note Book,Tablet,Xbox  โดยผู้ใช้เองสามารถทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องมีการแปลงไฟล์ให้วุ่นวาย เช่น ไฟล์เอกสารอย่างเวิร์ดที่ผู้ใช้สามารถดูและแก้ไขได้เสมอไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรอยู่ก็ตาม อีกทั้งนักพัฒนาแอพเองก็สามารถทำแอพได้อย่างคุ้มค่า เพราะเขียนออกมาแค่ครั้งเดียวแต่สามารถรันได้หมดทุกอุปกรณ์ทำให้ประหยัดทั้งเงินและเวลาในการเขียนแอพลงไปมากจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักพัฒนาแอพให้เขียนแอพมาลง Windows Store กันมากขึ้นปรับปรุง Task ManagerTask Manager ที่ใช้เพื่อดูการทำงานของ Windowsและใช้แก้ปัญหาโปรแกรมค้างต่างๆได้รับการปรับปรุงให้ดูดีขึ้น อีกทั้งยังใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม

Smiley ข้อเสีย

การใช้เมาส์บนหน้าจอ Live Tile เป็นเรื่องยาก ผู้ใช้ที่เคยชินกับการใช้งาน Windows 7 ที่ต้องใช้เมาส์เป็นประจำ อาจจะหงุดหงิดกับการเลื่อนเมาส์เพื่อเลือกไอคอมบนหน้าจอ Live Tileได้ เพราะ Windows 8 ออกแบบมาให้เหมาะกับการ Touch มากกว่าใช้เมาส์

วิธีแก้คือให้ใช้คีย์บอร์ดลูกศรแทนหากไม่ใช่หน้าจอทัชสกรีน จากการทดสอบดูพบว่าความเร็วในการเข้าถึงโปรแกรมที่ต้องการด้วยปุ่มลูกศร ทำเวลาได้น้อยกว่าการทัชอยู่ไม่มากเท่าใด เว้นเสียแต่ว่าโปรแกรมที่ต้องการจะอยู่หน้าลึกๆที่ปุ่มลูกศรจะหาโปรแกรมได้ยากกว่าการทัชพอสมควร ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เยอะมากWindows 8 มีปุ่มคีย์ลัดจำนวนมากที่ทำให้ผู้ใช้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ข้อเสียคือหากไม่รู้หรือจำไม่ได้ Windows 8 จะเป็น OS ที่น่าหงุดหงิดสุดๆเช่น การเปิดแถบ Charm ด้านขวามือที่ต้องเลื่อนเมาส์หรือทัชไปที่มุมขวาบน ถ้าเมาส์ไม่แม่นจริงบางครั้งแถบ Charm ก็ไม่โผล่มา ทำให้การใช้เมาส์ลำบากกว่าการทัชเยอะคีย์ลัดจึงเข้ามามีบทบาทในจุดนี้เมื่อผู้ใช้กดปุ่ม Window+C แถบ Charm ก็จะโผล่มาทันที ซึ่งคีย์ลัดนี่แหละที่ทำให้PC สามารถใช้ Windows8ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไม่แพ้แทบเล็ตหรีอ Hybrid เลย แต่ก็เพราะคีย์ลัดมีเป็นจำนวนมาก ทำให้การใช้งานWindows 8 ยุ่งยากขึ้นเยอะเพราะคีย์ลัดสำคัญๆมีเป็นสิบคีย์และผู้ใช้ก็ควรจะจำให้ได้ด้วย windows8นั้นแอพยังมีน้อย แอพใน Windows Store มีเพียงแค่ 9,000 กว่าแอพ ต่างกับ App Store ที่มีมากถึง 700,000 แอพ ซึ่งกว่าที่ Window Store จะมีแอพรองรับมากขนาดนั้นคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่

Windows 10
Windows 10

Windows 10
Windows 10

Windows 10

          เปิดตัวเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2014 เป็น Windows รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทางไมโครซอฟท์ได้ข้ามชื่อ Windows 9 ไป สามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ ฯลฯ อินเทอร์เฟซโดยรวมคล้ายกับ Windows 8 แต่โปรแกรมและแอพฯ ต่าง ๆ สามารถใช้งานได้ทั้งโหมด Desktop และโหมด Tablet ไม่แยกออกจากกันเหมือน Windows 8 อีกแล้ว พร้อมทั้งการกลับมาของ Start Menu สำหรับการใช้งานแบบโหมด Desktop โดยจะวางจำหน่ายในปี 2015





แหล่งข้อมูล:
https://sites.google.com/site/operatingsytemsyvc/prawati-khwam-pen-ma
//men.kapook.com/view100198.html
https://sites.google.com/site/rabbptibatikarhomework/periyb-theiyb-khx-taek-tang-khxng-rabb-ptibati-kar-window-xp-window7-laea-window8





 

Create Date : 10 มกราคม 2560
0 comments
Last Update : 10 มกราคม 2560 10:59:49 น.
Counter : 454 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

BlogGang Popular Award#13


 
สมาชิกหมายเลข 3558245
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3558245's blog to your web]
space
space
space
space
space