ถึงเป็นผู้ชาย ก็ร้องไห้เป็น
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
Forward Mail

สวัสดีคะ ผู้ที่ได้รับจดหมายฉบับนี้

ดิฉัน มีบางสิ่งบางอย่าง ที่จะบอกให้กับคนที่กำลังคิดไม่ตกเรื่องความรัก ระหว่างตัวคุณกับแฟนของคุณให้ทราบ และให้คุณได้คิดไปกับดิฉันด้วย

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ดิฉันกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ดิฉันได้พบกับชายคนหนึ่ง ที่ดิฉันพอใจและคิดไว้ว่านี่แหละคือคนที่ใช่ พอเราได้ศึกษาดูใจกันมาสัก 2 - 3 ปี เรารักกันมากจนไม่อยากจากกัน ไม่ว่าเราจะไปเที่ยว ทำงาน หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม เราจะคิดถึงกัน และมั่นคงต่อกันเสมอ ไม่เคยเลยที่จะทำร้ายน้ำใจซึ่งกันและกันความรักของเราดูสดชื่น ตลอดมา ถึงแม้ว่าจะไม่หวานหยดย้อย แต่ดิฉันก็มีความสุข และในวันหนึ่งที่ทางครอบครัวของดิฉันรู้เรื่องของเราเขาก็พยายามกีดกันทุกอย่าง เพื่อให้ดิฉันได้พบกับคนที่สามารถเลี้ยงดู และดูแลดิฉันไปตลอดชีวิตอย่างสบายไม่ต้องลำบาก ดิฉันและแฟนต่างเสียใจเป็นอย่างมาก แต่เราก็แอบคบกันตลอดมา โดยไม่ให้ครอบครัวของดิฉันรู้

จนเมื่อดิฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ดิฉันและแฟนก็ตกลงเข้าไปหาครอบครัวของดิฉัน เพื่อบอกความรู้สึกที่เรามีต่อกัน ถึงแม้แฟนดิฉันจะไม่ใช่คนที่รวยล้นฟ้า แต่เราก็สามารถดูแลซึ่งกันและกันตลอดมา (ดิฉันว่าความรักถึงแม้จะกินไม่ได้ ดังคำพูดของใครหลาย ๆ คน ที่บอกว่ามันกินไม่ได้ แต่ความรักนั่นแหละที่ทำให้เราสามารถมีกินมีใช้กันในทุกวันนี้เพราะมันคือพลังที่จะต่อสู้ต่อไป) ไม่ว่าดิฉันจะมีปัญหาอะไรหรือว่าแฟนของดิฉันมีปัญหาอะไรเราจะปรึกษากันตลอด และเราก็สู้กับมันทุกครั้ง จนเราผ่านพ้นมันไปได้ทุกครั้งไป และเป็นกำลังใจกันเรื่อยมา ความรักของเราดูแล้วมันไปได้ด้วยดี และเราก็สัญญาด้วยกันว่าจะรัก และมั่นคงต่อความรักของเราตลอดไป จะไม่ทอดทิ้งกัน และจะสู้ด้วยกันในทุก ๆ เรื่อง

+ต้นเหตุ+

จนมาวันหนึ่งที่ดิฉันและแฟนของดิฉันต้องหากจากกันเหตุด้วยเพราะ เรื่องงาน เมื่อแฟนของดิฉันต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด และดิฉันต้องกลับไปทำงานที่บ้านในช่วงแรก เราทั้งสองก็คุยติดต่อกันตลอด แต่พอนานไปดิฉันก็ไม่ค่อยโทรไปหาแฟนของดิฉันเลย เพราะตอนนั้นดิฉันเริ่มลังเลใจแล้วว่าดิฉันจะคบกับแฟนคนนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะตอนที่ดิฉันอยู่ที่ห่างกันกับแฟน ก็มีคนเที่ยวมาคอยดูแล และรับส่งดิฉันทุกวัน และเขาก็เป็นคนมีฐานะด้วย (ใครที่อ่านถึงตอนนี้คงคิดว่าดิฉันเป็นคนหลายใจเป็นแน่แท้) ดิฉันก็ยอมรับว่ามันคงเป็นอย่างนั้น เพราะดิฉันลืมเรื่องความรักของดิฉันกับแฟนไปหมดแล้ว ก็เลยไม่ได้โทรหาแฟนเลย เพราะหลงอยู่กับความสบายที่ผู้ชายคนใหม่คอยให้ (แต่ดิฉันก็ไม่ได้ตกลงปลงใจกับผู้ชายคนนั้นหรอกนะ เพราะมารู้ตอนหลังว่าเขาแค่เพียงอยากคบเล่น ๆ เท่านั้นเอง มันก็เลยทำให้ดิฉันช้ำใจอีกครั้งกับคนที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่เดือน มันทำให้ฉันนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยทำให้ดิฉันช้ำใจเลยสักครั้ง) จนทำให้แฟนน้อยใจ และคาดคั้นเอาความจริงจากดิฉัน จนทำให้ดิฉันเริ่มเบื่อกับผู้ชายคนนี้ซะจริงๆ และดิฉันก็บอกเลิกเขาในวันต่อมา ข้อความที่ดิฉันได้ถ่ายทอดไปคำนั้น ทำให้แฟนของดิฉันคนนั้น กลายเป็นอีกคนที่ดิฉันคิดว่าดิฉันทำกับผู้ชายคนนี้ได้อย่างไร เพราะตลอดเวลาที่ดิฉันได้คบกับเขามา ดิฉันมีความสุขมาก และก็รักเขามากเช่นกัน แต่ดิฉันไปบอกเลิกเขาได้อย่างไร

และแล้วเราสองคนก็ห่างกันไปโดยที่ดิฉันไม่เคยรับโทรศัพท์ที่เขาโทรมาเลยแม้สักครั้งเดียว ดิฉันพยายามตัดใจจากผู้ชายคนนี้เพื่อให้เราแยกทางกัน ดิฉันทำทุกอย่างที่ทำได้ จนเขาเริ่มหมดกำลังใจ และหายไปกับความเหงา ที่เขาคอยส่งข้อความมาถึงดิฉัน (ดิฉันทำไปได้ยังไง)และวันหนึ่งที่ดิฉันตัดสินใจห่างจากเขา เป็นช่วงเวลาที่ดิฉันเสียใจไม่แพ้กัน มันช่างเป็นช่วงเวลาที่นานมาก เกือบปีที่ดิฉันไม่เคยแม้กระทั่งโทรไปหาหรือแวะไปที่บ้านของเขา

และวันหนึ่งดิฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเหตุอะไรที่ทำให้ชีวิตของเราทั้งคู่ต้องมาบรรจบกันอีกครั้งเมื่อเพื่อนของแฟนของดิฉันบอกว่าได้เจอแฟนบ้างหรือเปล่า ดิฉันก็บอกว่าไม่ได้เจอกันเลย เขาคงไม่อยากเจอเราแล้วล่ะ แล้วเพื่อนก็บอกว่างั้นเธอก็ไปหาเขาหน่อยสิที่โรงพยาบาลประสาท ดิฉันตกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนคนนั้น แล้วคะยั้นคะยอถามเขาว่าเขาเป็นอะไรไป ทำไมถึงอยู่โรงพยาบาลประสาทล่ะ และเขาไปอยู่โรงพยาบาลเมื่อไหร่ เพื่อนก็ตอบว่า ค่อย ๆ ถามก็ได้ เราก็ไม่รู้รายละเอียดหรอกนะ เพราะมันก็ไม่เคยบอกอะไรกับเราหรือเพื่อนคนไหนเลยไม่รู้มันเป็น อะไร เราทราบเรื่องจากแม่ของมันนั่นแหละ ยังไงลองเข้าไปถามแม่ของมันดูสิ

แล้วดิฉันก็ตกปากรับคำว่าจะเข้าไปหาแม่ของแฟนของดิฉันและพอวันรุ่งขึ้นดิฉันก็เข้าไปหาแม่ของแฟนดังที่บอกไว้ กะว่าจะเข้าไปถามรายละเอียดต่างๆ นี่แหละ แต่ไม่ทันจะได้ถาม เมื่อดิฉันกดกริ่งหน้าบ้านแม่ของเขาก็ออกมาเปิดประตู แล้วถามว่าใครล่ะ มาหาใครเหรอจ๊ะ พอแม่ของแฟนเงยหน้าก็ตกใจ และถามดิฉันว่า หนูหายไปไหนมา ไม่ได้ติดต่อกับลูกป้าเลยเหรอรู้ไหมเขาไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาล (ในระหว่างที่แม่ของเขาพูดนั้นน้ำตาแม่ก็ไหลออกมาอย่างไม่เคยพบว่า คนเราจะร้องไห้ได้ขนาดนี้ เพราะไม่รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ลูกของเขาเป็นดั่งทุกวันนี้ เพราะลูกไม่เคยบอกให้แม่ทราบเลย) แล้วเมื่อดิฉันได้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ดิฉันก็ได้เข้าไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลคนเดียวโดยไม่บอกให้ใครทราบ เมื่อดิฉันไปที่โรงพยาบาล ก็ถามพยาบาลว่าคนไข้ชื่อนี้อยู่ที่ไหนคะ พยาบาลก็พาดิฉันไปหาเขา ระหว่างที่เดินมาดิฉันถามพยาบาลว่าเขามาอยู่ที่นี่นานหรือยังคะ พยาบาลบอกว่าเกือบปีแล้วละคะ แล้วพยาบาลก็พูดออกมาว่า ตอนนี้เขาคงกำลังวิ่งอยู่นะค่ะ ดิฉันถามพยาบาลว่าทำไมละคะ พยาบาลตอบว่าแล้วจะบอกเมื่อได้เห็นนะ เมื่อดิฉันได้เห็นเขาน้ำตามันก็ไหลออกมาโดยที่ดิฉันไม่ได้ตั้งตัวอะไรเลย แล้วดิฉันก็ถามพยาบาลว่าทำไมเขาวิ่งอยู่อย่างนั้นละคะ พยาบาลตอบว่าที่ได้ยินมาตลอด เห็นเขาพูดว่าเขาตามหาคนรักของเขาอยู่อะไรนี่แหละ เขาวิ่งทุกวันทุกคืน เมื่อวิ่งเสร็จเขาก็จะนั่งร้องไห้ จนหลับไปนั่นแหละค่ะบ้างครั้งเราต้องให้ยานอนหลับบ้าง เพราะสงสารเขาเห็นวิ่งอยู่ทุกวัน และพยาบาลก็พูดต่อว่าเขาน่าสงสารมากเลยที่เป็นแบบนี้ เขาคงรักแฟนของเขามากนะ ไม่รู้ว่าแฟนของเขาเป็นใครนะ ทำไมใจร้ายได้ขนาดนี้ ทำกับคนที่รักเขาได้ลงคอ และไม่เคยมาดูแลเขาเลย(พยาบาลพูดกับดิฉันด้วยความแค้นในใจ และแอบด่าผู้หญิงคนนั้น ซึ่งมันก็คือตัวดิฉัน) พยาบาลพูด ถ้าหากดิฉันได้เจอกับผู้ชายที่รักเราขนาดนี้ดิฉันจะไม่ร้องขออะไรอีกเลย จะสู้และรักเขาให้มากขึ้นทุกวัน ชีวิตเราคงจะมีความสุขมาก ๆ เลย คุณคิดว่าจริงไหมค่ะ ดิฉันถึงกับอึ้ง กับคำพูดของพยาบาลคนนั้น และบังเอิญที่แฟนของดิฉันหยุดวิ่งและนั่งร้องไห้อยู่นั้น ดิฉันก็เข้าไปนั่งข้าง ๆ แฟนของดิฉัน แล้วเอ่ยปากถามเขาว่าทำไมต้องวิ่งละ เขาก็ตอบว่า เขาตามหาแฟนของเขาอยู่ แต่หาไม่เจอสักที ไม่รู้หายไปไหน พี่ช่วยหาให้ผมหน่อยนะ เขาคุกเข่าลงกับพื้นแล้วขอให้ดิฉันช่วยตามหาแฟนของเขา เขาพูดทั้งน้ำตา ดิฉันได้แต่นั่งร้อง แล้วดิฉันก็วิ่งออกจากจุดนั้นไปพร้อมกับน้ำตา โดยที่พยาบาลคนนั้นยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ

คืนนั้นดิฉันกังวลใจเป็นที่สุด และทบทวนเรื่องที่ดิฉันทำกับเขาไว้ มันทำให้ดิฉันต้องกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเพื่อที่จะเข้าไปดูแลเขาอย่างที่เคยทำตอนคบกัน

เมื่อไปถึงก็พบกับพยาบาลคนเดิม แต่เขาไม่มองแม้กระทั่งหน้าของดิฉัน (เขาคงจะรู้แล้วละว่าดิฉันคือผู้หญิงคนนั้น) แต่ดิฉันก็เขาไปหาพยาบาลคนนั้นอีกเพื่อให้เขาพาดิฉันไปหาเขาอีก จากนั้นดิฉันก็ไปหาแฟนทุกวันและคอยดูและเขาอยู่ ประมาณปีกว่า ๆ ดิฉันก็บอกเขาทุกวันว่า ไม่ต้องวิ่งแล้ว พี่หาเจอแล้ว ก็พี่นี่ไง จากนั้นเขาก็ไม่เคยร้อง และวิ่งตามหารักอีกเลยแล้ววันนั้น หมอก็คุยกับพยาบาลผู้ดูแลว่าคนไข้รายนี้ดูมีความสุขนะ คงจะหายแล้วละ ไม่เห็นมีพฤติกรรมเหมือนแต่ก่อนเลยพยาบาลก็เสริมว่า ค่ะ ก็ตั้งแต่ที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามานั่นแหละค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันค่ะ ยังไงเราค่อยตรวจดูอีกครั้งละกันว่าเขาสามารถกลับบ้านได้หรือไม่ประการใดเมื่อหมอได้ตรวจคนไข้อีกครั้ง ก็ปรากฎเป็นที่น่าพอใจ

แล้ววันรุ่งขึ้น พยาบาลคนนั้นก็เข้ามาหาดิฉันแล้วบอกว่า คนไข้มีอาการดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน คุณหมอก็เลยบอกว่าน่าจะรับแกกลับบ้านได้ ยังไงคุณช่วยติดต่อกับที่บ้านเขาด้วยนะ พรุ่งนี้เลยก็ได้ เมื่อดิฉันได้ยินคำนั้น ดิฉันดีใจมาก และมากที่สุด แล้วดิฉันก็บอกกับหมดว่าจะอาสาพาเขากลับบ้านเองนะค่ะคุณหมอก็ตกลง แล้วบอกว่าช่วงนี้ดูแลแกดี ๆ หน่อยนะ แต่คิดว่าน่าจะหายแล้วละ

ทุกวันนี้ดิฉันอยู่กับเขา และคอยดูแลเขาจนเขาหายดีในที่สุด และเราก็อยู่ด้วยกัน ประมาณ 5 ปีกว่า ๆ และก็มีเรื่องเศร้าเกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง เนื่องจากเหตุในครั้งก่อนทำให้เขายังคงมีความบอบช้ำทางจิตใจอย่างมาก ทำให้หัวใจเขาผิดปกติ

+และแล้ว+

เขาก็ต้องจากเราไปอีกครั้งหนึ่งการจากไปของเขาคราวนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกถึงเมื่อตอนที่ดิฉันทำกับเขาไว้ คงเป็นเพราะความผิดที่เกิดจากดิฉันเอง มันจึงเป็นแบบนี้

จากวันนั้นดิฉันจึงตัดสินใจออกบวชตลอดชีวิต เพื่อสงบสติ และเพื่อล้างชำระกับการกระทำของดิฉันตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ดิฉันไม่เคยลืมก็คือ ทำไมเราไม่รักคนที่เขารักเรามากขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เราก็รักเขาไม่ใช่น้อย แต่ทำไมเราต้องตัดใจจากเขาในวันนั้น มันเป็นเพราะอะไร



ตอนนี้ดิฉันเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง

แม่ขอฝากข้อคิดเตือนใจลูก ๆ ทั้งหลายว่า คนเรารักกัน มั่นคงต่อกัน สู้ด้วยกัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ต่อให้ลำบากเพียงใด ก็มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน คำสุดท้ายที่อยากบอกกับแฟนของแม่

...รักแฟนเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน และจะรักตลอดไปชั่วนิรันดร์...

แม่ขอฝากให้ลูกทั้งหลายบอกคำ ๆ นี้กับคนรัก...ก่อนที่มันจะสายเกินไป

ไม่ว่าลูกคนไหนก็ตามที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ ขอให้ส่งต่อให้แม่ด้วยนะ ไม่อยากให้ต้องเป็นเหมือนแม่

เมื่อลูกได้รับจดหมายฉบับนี้ แม่คงจะจากโลกนี้ไปแล้ว ยังไงก็ขอให้รักและมั่นคงต่อความรักของลูกทั้งสองตลอดไป

หากข้อความนี้รบกวนคุณก็ลบทิ้งซะเถอะ

แต่ถ้าหากข้อความนี้ทำให้คุณเข้าใจคนรัก และกลับมาหาคนรัก แม่จะได้บุญด้วยที่ทำงานให้คนรักได้อยู่ด้วยกัน



Create Date : 05 มกราคม 2551
Last Update : 5 มกราคม 2551 16:49:12 น. 0 comments
Counter : 161 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

suicidexus
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพ้อเจ้อไปวันวัน อยู่กับฝันลมลม สะดุดล้มกับความเป็นจริง
hits
Friends' blogs
[Add suicidexus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.