|
เกาะสีชัง . . . ในวันฟ้าครึ้มฝน
วันหยุดเสาร์อาทิตย์ อยู่บ้านว่างๆ ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี จะไปไหนไกลๆ ก็ไม่ได้ เพราะเวลามีน้อย เสียเวลาเดินทาง เลยเลือกหาสถานที่ท่องเที่ยวแถวๆ บ้าน ในระแวกชลบุรีนี่ล่ะ ใกล้ดี คุณสามี ยังไม่เคยไปเกาะสีชังมาก่อน โอเคจัดไป...เดี๋ยวอิช้านเป็นไกด์พาทัวร์เกาะเอง            อ๊ะๆๆ แต่ก่อนจะไปเที่ยวเกาะ เราไปเรียนภาษาญี่ปุ่นบล็อกล่ะคำก่อนดีกว่า วันนี้ขอเสนอคำว่า 島 (อักษรคันจิ) しま (อักษรฮิรากะนะ) อ่านว่า shi ma (ชิ - มะ) แปลว่า เกาะ **เวลาจะเรียกชื่อเกาะ จะเอา "ชิมะ" ไว้ข้างหลังชื่อ เช่น สีชังชิมะ **            ขับรถไปถึงเกาะลอย หาที่จอดรถได้แล้วก็รีบวิ่งไปที่ท่าเรือ คนรออยู่เยอะมากๆ แต่โชคดีที่เรายังซื้อตั๋วขึ้นเรือทัน ได้มาแล้วคะ ตั๋วเรือข้ามไปเกาะสีชัง ราคาคนละ 40 บาท  วันนี้ผู้โดยสารเยอะมากๆๆ ปกติจะนั่งบนชั้นดาดฟ้าเรือ แต่คราวนี้ได้นั่งข้างล่างคะ เวลาเรือวิ่งฝ่าแหวกเกลียวคลื่น ละอองน้ำทะเลกระเซ็นเข้ามาโดนพวกเราเต็มๆ เค็มดี   นั่งเรือไปเกือบๆ ชั่วโมง (หลับได้งีบนึงพอดี) เรือก็พาเรามาถึงท่าเรือเพื่อขึ้นเกาะสีชังแล้วคะ พอถึงท่าเรือปุ๊บ จะเจอกองทัพวินมอไซด์, สกายแล็ป, รถมอไซด์ให้เช่า ฯลฯ วุ่นวายดีจริงๆ เราสองคนรีบไปเช่ามอไซด์ก่อนเลย เช่าแบบเหมาทั้งวันจะคุ้มกว่า ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 300-350 พร้อมน้ำมัน หรือถ้าใครมาเป็นครอบครัวจะเช่ารถสามล้อสกายแล็ปก็ดีนะคะ ไม่ทราบราคา แต่เหมือนจะไม่แพงนะ การเดินทางบนเกาะ สะดวกคะ มีถนนไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ (ร้านเช่ามอไซด์จะแจกแผ่นที่ให้คะ) แต่จะเป็นทางขึ้นเขาลงเนินซะส่วนใหญ่ หากใครเช่ามอไซด์ขับเองก็ควรระมัดระวังนิดนึงนะคะ มาถึงเกาะสีชังแล้ว ควรไปไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเกาะเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนดีกว่าคะ  กว่าจะเดินขึ้นบันไดมาบนศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก็เล่นเอาหอบเลยทีเดียว หรือจะเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นหว่า    เหงื่อโชคกันเลยทีเดียว   จากนั้นก็ไปเขียนชื่อขอพรกันต่อคะ       อยู่ข้างบนนี้ เราสามารถชมวิวสวยๆ ของท่าเรือและบนเกาะได้คะ ถือเป็นจุดชมวิวที่สำคัญจุดหนึ่งเลย  เสียดายที่วันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยใสเท่าไร แต่ได้ชมวิวสวยๆ แบบนี้ ก็หยวนๆ เนอะ  นั่งเล่นริมระเบียง พักเหนื่อยรับลมทะเลเย็นๆ ช่างมีความสุข (น่านอนเสียจริง 555)   ได้เวลาพอสมควร เดินบันได กลับลงไปข้างล่าง ไปหาอะไรกินดีกว่า นี่ก็บ่ายโมงแล้ว เริ่มหิว  ขับมอไซด์ย้อนกลับไปทางเดิม ผ่านร้านอาหารดังหลายร้าน แต่คนเยอะมากกกกก ลองเดินเข้าร้านไป มีหลายโต๊ะที่ยังไม่ได้อาหาร ถ้ารอคงไม่ไหวแน่ เลยตัดสินใจขับมอไซด์ไปทางพระจุฑาธุชราชฐาน (ที่ประทับในฤดูร้อนของ ร.5) ถ้าเจอร้านอะไรก็กะว่าจะแวะเลย อารมณ์นี้หิวจนตาลายล่ะ ขับไปเรื่อยๆ เจอร้านอาหารของชาวบ้าน ร้านไม่เริดหรูอะไร แต่คนเต็มร้านเลย น่าจะเป็นร้านที่คนในพื้นที่เค้ากินกัน เราสองคนเลยตรงดิ่งเข้าไปสั่งอาหารทันที คุณสามีสั่งก๋วยเตี๋ยว (มาม่า) น้ำตก น่ากินมั้ย  (ที่เห็นแอปเปิ้ลข้างหลังนั่น ไม่เกี่ยวนะคะ อันนั้นเป็นสะเบียงที่พกมาจากบ้านคะ แฮ่ะๆๆ)  ส่วนของไอ่มิ้ม ก็ไม่พ้นมาม่าเหมือนกัน แต่เป็นมาม่าขี้เมาทะเล รสจัดจ้านมากๆๆ   อิ่มอร่อย ง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋าแล้ว ก็ออกเที่ยวเขตพระราชฐานกันต่อเลย ขับมอไซด์มาจอดหน้าทางเข้า จะสามารถมองเห็นสะพานอัษฎางค์เด่นแต่ไกลเลย  แต่เราจะยังไม่ไปทางสะพานคะ เราจะเดินวนเที่ยวให้รอบก่อน จุดแรกที่เราจะเจอเมื่อเข้าไปในเขตพระราชฐานแล้ว ก็คือศาลพระบรมรูปของรัชกาลที่ 5 คะ นักท่องเที่ยวมักจะเข้ามากราบสักการะก่อนที่จะเดินชมบริเวณอื่นๆ คะ  จริงๆ ก่อนเข้ามาตรงจุดบริการ จะมีน้องๆ นักเรียนอาสาเป็นไกด์พาเที่ยว แต่น้องเค้าเห็นเรามากันสองคนมั้ง น้องเลยไม่เข้ามาถามเรา แต่เค้าถามกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ๆ พวกเราก็เลยอาศัยเดินๆ ตามกลุ่มนั้นไป จะได้ฟังคำบรรยายของน้องๆ ด้วย  สระมหาโนดาดาดต์ ในสมัยนั้นล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 จะมาสรงน้ำที่นี่คะ  จากสระมหาโนดาดต์ เราสองคนเดินแยกจากกลุ่มน้องไกด์ ออกไปเที่ยวรอบนอกกันก่อน  เราจะไปที่วัดอัษฎางคนิมิตรก่อนคะ  ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย จะได้ไม่ต้องสนใจระยะทางที่ต้องเดิน ฮ่าๆๆ ที่นี่จะมีต้นลีลาวดีที่ปลูกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ปลูกอยู่โดยรอบบริเวณ ต้นใหญ่มากกกกๆๆ  รอบนี้ คุณสามีไม่ยอมจับกล้องใหญ่เลยคะ ไอ่มิ้มต้องถ่ายรูปตัวเองแบบนี้   ทางเดินแต่ละจุด มีชื่อด้วยนะคะ ไพรเราะเพราะพริ้งมากๆ เป็นชื่อที่คล้องจองกันด้วย สมัยก่อนคงจะสวยงามมากๆๆ แต่ปัจจุบัน ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรกครึ้มไปหน่อย เลยแอบหลอน  อีก 100 กว่าเมตร จะถึงจุดหมายของเราแล้ว แฮ่กๆๆ    เห็นวัดอยู่โน่นแล้วคะ   แต่ก่อนจะถึงวัด มีลานระฆังหินคะ แวะเข้าไปดูนิดนึง เป็นหินที่พอลองเคาะแล้ว จะเสียงใสเหมือนระฆังเลยคะ แต่ไม่ใช่ทั้งก้อนนะ เป็นเฉพาะจุดคะ  เอาล่ะคะ แดดร้อนมากมาย รีบเดินขึ้นไปที่วัดดีกว่า  เข้าไปแล้วก็ไปไหว้พระประธานกันก่อนตามธรรมเนียม   ข้างในโบสถ์สวยดีคะ ตกแต่งภายในเหมือนโบสถ์คริสต์เลย   ออกมาชมข้างนอกกันบ้าง รอบๆ โบสถ์จะมีหลักศิลาจารึกอยู่ 8 หลัก คะ ในศิลาจารึกก็จะกล่าวถึงคำสอนในศาสนาพุทธ การทำความดีละเว้นความชั่ว ประมาณนั้น  รูปนี้เป็นรูปวัดก่อนที่จะมีการบูรณะคะ ดูขลังมากๆๆ เลย ขอบคุณภาพจากเว็บพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน //phrachudadhuj.com/chudad03.htm ด้วยคะ  ด้านหน้าโบสถ์จะมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งนำหน่อจากพุทธคยาประเทศอินเดียปลูกอยู่ด้วยคะ   นั่งรับลมทะเลเย็นๆ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์สักพัก ก็ต้องออกเดินต่อคะ บ่าย 2 โมงกว่าแล้ว ยังมีอีกหลายที่เลย พวกเราเดินย้อนกลับลงมา เพื่อไปยังเรือนผ่องศรีคะ ระหว่างทางเจอต้นลีลาวะดีอีกแล้วคะ สวยจัง  (เอนทรี่นี้รูปนายแบบเยอะหน่อยนะคะ เพราะฮีไม่ยอมถือกล้องใหญ่เลย (เลยไม่ค่อยมีรูปนางแบบ ฮ่าๆ))   สูดอากาศอันบริสุทธิ์บนเกาะให้เต็มปอด อ๊า... (เหมือนกำลังจะมีงานอะไรสักอย่าง เจ้าหน้าที่กำลังติดโคมไฟกันใหญ่)   เจ้าบิ๊กไซส์นี่ เป็นเจ้าถิ่นประจำเกาะนี้คะ เยอะมากๆๆ อวบอ้วนเชียว   ถึงแล้วคะ เรือนผ่องศรี   ข้างในมีพระบรมรูป และเป็นพิพิธภัณฑ์ย่อมๆ  โอเค... เวลามีน้อยแล้ว ออกเดินกันต่อคะ  ถัดจากเรือนผ่องศรี เดินต่อไปอีกนิด ก็เจอเป็นทางเดินลงไปสู่ทะเลแล้วคะ  ตรงเวิ้งนี้เรียกว่า ท่าน้ำหน้าวัง คะ  น้ำใสมากๆๆๆ  บรรยากาศดีจริงๆ    หาดเล็กๆ ตรงนี้ ทรายไม่ขาว แต่น้ำใสมากๆๆ  เปลือกหอยเยอะมากมาย เดินถอดรองเท้าแล้วเจ็บเท้านักแล   น้ำใสจริงๆ เนอะ แต่เค้าไม่อนุญาตให้เล่นน้ำนะคะ อย่าลืมว่าอยู่ในเขตพระราชฐานนะจ๊ะ   อ่ะ.. ถ่ายรูปคู่ซะหน่อย อิอิ   ทนๆ ดูนายแบบกันไปก่อนนะคะ 5555  เดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอกับตึกเขียว หรือชื่ออย่างเป็นทางการก็คือ เรือนไม้ริมทะเลคะ  เดินถัดไปอีกก็จะเป็น พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์คะ แต่ตอนนี้เหลือแต่ฐานของตึกนะคะ ลักษณะเต็มๆ ก็จะเหมือนพระที่นั่งวิมานเมฆในปัจจุบันเลยคะ  พวกเราไม่ได้เดินไปทางประภาคารนะคะ คือดูเวลาแล้วบ่าย 3 โมงกว่าๆ กลัวจะไม่ทันเรือรอบ 5 โมงเย็นคะ เลยเดินไปยังจุดถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่ นั่นคือสะพานอัษฎางค์  แต่พอเดินไปถึง คนเยอะมหาศาล งั้นไม่ขึ้นไปบนสะพานดีกว่า   ได้เวลาแว๊นมอไซด์ ขับเล่นๆ ไปรอบๆ เกาะแล้วคะ ก่อนไปดื่มน้ำเติมพลังก่อนหน่อย พกกระติกไปเองด้วย 555 อารมณ์มาปิกนิคสุดๆๆ   พากันขับรถขึ้นเขา เพื่อไปชมวิวอีกฝั่งหนึ่ง   แว๊นกันต่อ ขับรถเล่นไปเรื่อยๆ  เจอแพะทะเลด้วย   เจอตรงไหนวิวสวยๆ ก็จอดตรงนั้น     เอาล่ะ .. พอหอมปากหอมคอ 555+ วิวตรงนี้มันสวยเลยกดมาหลายรูปเลย จากนั้นเราก็ขับย้อนกลับมา เพื่อมาชมวิวที่สะพานวชิราวุธ  ตรงจุดนี้ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่งคะ  แต่เสียดายที่เราอยู่เย็นขนาดนั้นไม่ได้ เดี๋ยวเรือหมดกันพอดี  บนสะพานไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ คนแสนแปด เหอะๆๆ นายแบบเริ่มหน้าเหนื่อยล่ะ 555+  ด้านหน้าทางเข้ามีร้านขายของที่ระลึกคะ  ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว รีบขับลงมา เตรียมจะเอามอไซด์ไปคืนเค้าคะ แวะซื้ออะไรไปหม่ำระหว่างรอเรือดีกว่า  รีบเอารถไปคืน และรีบไปซื้อตั๋วเรือก่อน ขากลับนั่งคนละบริษัทกับขามา แต่ราคาเท่ากันคะ  นั่งรอไม่นาน เรือก็มาเทียบท่าคะ (ผู้ชายคนนี้ (ของ) เยอะนะ)  ขากลับได้นั่งข้างบนล่ะ ค่อยยังชั่วหน่อย  นั่งงีบมาแป๊บเดียวก็จะถึงแล้วคะ เห็นฝั่งศรีราชาอยู่ไม่ไกลแล้ว  เป็นอันว่า กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยคะ เป็นอีกหนึ่งทริป สั้นๆ ง่ายๆ มีความสุขสนุกสนาน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีเวลาน้อยเช่นนี้ หากเพื่อนๆ ชาวบล็อกแก๊งค์คนไหนจะลอกเลียนแบบก็ไม่ว่ากันคะ เอาไว้เป็นอีก 1 ตัวเลือกล่ะกัน การเดินทางไปเกาะ และการเดินทางเที่ยวบนเกาะนั้นสะดวกสบายคะ หากใครจะพักบนเกาะก็มีที่พัก รีสอร์ทอยู่หลายเจ้าเหมือนกัน ลองหาดูเนอะ แต่ที่เด่นๆ และคิดว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักก็คงจะเป็นปาลีฮัทนั่นล่ะ อยากไปพักเหมือนกัน แต่บ้านเราใกล้ ไปเช้าเย็นกลับได้ เลยแอบงก 555 ทริปหน้าจะพาไปเที่ยวที่ไหนอีก โปรดติดตามตอนต่อไปคะ  つづく
| Create Date : 13 สิงหาคม 2555 |
|
15 comments |
| Last Update : 14 สิงหาคม 2555 13:11:45 น. |
| Counter : 7513 Pageviews. |
|
 |
|
แต่ขอตามไปเที่ยวเกาะสีชังกับน้องมิ้มก่อนครับ
ภาพสวยแปลกตาดีจังเลยครับ
พี่ก๋าก็ชอบเลนส์ไวลฺ์ดครับ