Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
+++นิยายสอนดูดาว.. ตอนที่2.. -วิถีชาวบ้าน และทางเดินของดวงอาทิตย์-+++

ต่อจากตอนที่ 1 ใครยังไม่ได้อ่าน..ตามลิงค์นี้ไปนะครับ



แสงแดดยามเที่ยงวันสาดส่องใส่ช่องระแนงไม้ด้านนอกห้อง เป็นลำแสงเล็กๆ พุ่งตรงลงมายังกล่องเครื่องมือเหล็กเก่าๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ที่หลืบในห้องเล็กๆมืดๆ ..สักพักประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับการถาโถมเข้ามาของแสงจากภายนอกห้อง ทำให้มองเห็นเป็นห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก มีจักรยานเก่าๆอยู่ 5คันจอดเรียงกัน ถูกปกคลุมด้วยหยากไย่จนดูเหมือนมีผืนผ้าโปร่งๆ คลุมจักรยานเก่าๆนั้นอยู่ ...ด้านซ้ายของห้องมีอุปกรณ์จำพวกขวาน คราด จอบ เก่าๆ ถูกวางอยู่ในลังไม้ในลักษณะพิงกับผนัง ..หลังจากประตูเปิดก็มีชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีกากีสวมรองเท้าบู้ต ที่อกเสื้อมีอักษรปักชื่ออยู่บนพื้นผ้าสีดำ ชื่อ นายชวิน เก่งกล้า เจ้าหน้าที่อุทยาน ...เขาเดินเข้ามา..มองหาอะไรสักอย่าง..จากนั้นจึงก้มลงหยิบกล่องเครื่องมือเหล็กขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องปิดประตู ..ทิ้งให้อุปกรณ์อื่นๆ อยู่ในความมืดอีกครั้ง

ชวินซึ่งหิ้วกล่องเครื่องมือเหล็กและถือขวดน้ำยาสองขวดรีบเดินออกจากที่ทำการอุทยานเพื่อตรงไปยังรถจี๊บเชโรกีสีเทาคันหนึ่งซึ่งเปิดกระโปรงหน้ารถจอดไว้ที่ลานจอดรถ โดยมีผู้หญิงรูปร่างสูงยืนรอเขาอยู่ ......เธอและเขาได้เจอกันครั้งแรกเมื่อคืนที่ผ่านมา.. ก่อนหน้านั้นฝ่ายหญิงทิ้งรถไว้กลางทางเพื่อเดินเข้าไปหาแหล่งน้ำในป่าตามลำพังห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 5 กิโลเมตรทางตะวันออกแต่เกิดหลงป่า... ชวินและเจ้าหน้าที่อุทยานคนอื่นซึ่งได้รับแจ้งข่าวจากวิทยุติดตามตัวได้นำกำลังค้นหาบริเวณรอบๆ ...... จนกระทั่งชวินพบเธอในสภาพมอมแมมบนต้นไม้... จึงพาเธอเดินมายังที่ทำการอุทยาน ....ส่วนรถของเธอ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถไปลากกลับมายังที่ทำการเมื่อเช้าของวันนี้เอง...

++++++++++++++++++++++


ม.ร.ว.จินต์ศุจีขยับหมวกของเธอเพื่อบังแดดยามเที่ยงพลางมองดูชวินในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่อุทยานกำลังใช้ประแจขันด้านล่างของหม้อน้ำรถของเธอ

"ตะกรันเพียบเลยครับคุณผู้หญิง.. เดี๋ยวรอผมล้างหม้อน้ำให้สักพักค่อยเอารถกลับนะครับ..."

เธอพยักหน้าและจ้องมองรอยยิ้มของฝ่ายชาย .. "ไม่ต้องรีบนักหรอกค่ะ.. ฉันต้องรอคุณพ่ออีก..คราวนี้คุณพ่อคงไม่ยอมให้ฉันขับรถไปเที่ยวไหนต่อไหนคนเดียวอีกแน่"

เธอพูดอย่างติดตลก จากนั้นเปิดประตูรถหยิบร่มออกมากางบังแดดให้ชวิน ..เขาขอบคุณเธอแล้วคว้าขวดน้ำยาล้างหม้อน้ำมาเขย่าให้น้ำยาเป็นเนื้อเดียวกันระหว่างที่รอให้น้ำที่เหลือในหม้อน้ำรถไหลออกจนหมด


"แปลกจังนะคะ.." หญิงสาวถามขึ้นมา .."..ดวงอาทิตย์ที่นิวยอร์คไม่เคยสูงเลยศีรษะ มีแต่จะขึ้นมาจากทิศตะวันออกแล้วเอียงๆ ไปทางทิศใต้ ..ในขณะที่เมืองไทยเนี่ย..ดวงอาทิตย์ขึ้นมาอยู่สูงเหนือศีรษะในตอนเที่ยง.." เธอขยับร่มให้เงาของร่มทอดบังตัวฝ่ายชายซึ่งกำลังขมักเขม้นกับการขันน๊อตปิดด้านล่างของหม้อน้ำเข้าที่เดิมหลังจากน้ำไหลออกหมดแล้ว

"..คนไทยที่ไม่เคยไปในแถบประเทศเมืองหนาวเลย..ก็คงแปลกใจแหล่ะครับ..หากเห็นพฤติกรรมของดวงอาทิตย์เหนือน่านฟ้านิวยอร์ค..." เจ้าหน้าที่อุทยานหนุ่มว่าต่อ .."ยิ่งถ้าขึ้นไปในประเทศที่มีละติจูดสูงๆ ..ก็จะยิ่งเห็นดวงอาทิตย์เอียงไปทางใต้มากขึ้น.."

"..นี่คุณกำลังหมายความว่า..ประเทศในตำแหน่งละติจูดต่างกันก็จะเห็นตำแหน่งดวงอาทิตย์เวลาเที่ยงวันต่างกันอีกแล้วเหรอ.."หญิงสาวถามย้ำ

"ใช่แล้วครับ.. แถมคนที่อยู่ในประเทศละติจูดสูงๆ เนี่ย.. ดวงอาทิตย์เวลาเที่ยงวันจะไม่มีทางตรงศีรษะเค้าเลย..." ชายหนุ่มเขย่าขวดน้ำยาล้างหม้อน้ำอีกครั้ง.. แล้วบรรจงเทน้ำยาดังกล่าวใส่ลงไปในหม้อน้ำรถ "ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ถ้าคุณผู้หญิงไปอยู่บริเวณขั้วโลกเหนือพอดี..คุณผู้หญิงจะสังเกตเห็นดวงอาทิตย์ได้ตลอดหกเดือนแรก.. จากนั้นอีกหกเดือนหลังจะมืด..มองไม่เห็นดวงอาทิตย์อีกตลอดหกเดือน.... นั่นคือ..ขั้วโลกเหนือมีกลางวันยาวนานหกเดือน ..และมีกลางคืนยาวนานอีกหกเดือน!!...... แถมดวงอาทิตย์ตอนกลางวันก็จะขึ้นมาสูงสุดแค่ 23.5 องศาจากขอบฟ้าเท่านั้น.."


ม.ร.ว.จินต์ศุจีทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อ.. เธอกำลังคิดอยู่ว่า จะมีสถานที่ที่แปลกประหลาดขนาดนี้บนโลกใบเดียวกับที่เธออยู่ด้วยหรือ.. .....ฝ่ายชายแอบยิ้มเมื่อมองใบหน้าของฝ่ายหญิง.... เขาเดินไปที่ประตูรถด้านคนขับ หยิบกุญแจที่เสียบคาอยู่ที่ประตูรถ ไปเสียบยังรูกุญแจด้านหลังพวงมาลัย จากนั้นสตาร์ทให้เครื่องยนต์รถทำงาน ..เพื่อให้น้ำยาล้างหม้อน้ำที่เขาได้เติมใส่ลงไปแล้วไหลเวียนทั่วหม้อน้ำอย่างทั่วถึง





"ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจาก แกนโลกเอียงทำมุมกับแนวดิ่งเป็นมุม 23.5 องศา ตลอดการโคจรรอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปีนั่นเอง.." ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ จากนั้นจึงว่าต่อ "ในวันที่ 21มิถุนายน โลกจะเอียงด้านซีกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุด .. ดังนั้นคนที่อยู่ในประเทศที่มีละติจูด 23.5องศาพอดี จะเห็นดวงอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวันอยู่กลางหัวพอดี ..ในขณะที่คนในละติจูดที่สูงกว่า 23.5 องศา เช่นนิวยอร์ค จะเห็นดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันอยู่เอียงไปทางทิศใต้ และคนในละติจูดต่ำกว่า 23.5 เช่นประเทศไทย ก็จะเห็นดวงอาทิตย์เที่ยงวันเอียงไปทางทิศเหนือมากที่สุด.."

"ในขณะที่ 21มิถุนายน คนที่อยู่ตรงขั้วโลกเหนือพอดีจะเห็นดวงอาทิตย์อยู่สูงจากขอบฟ้ามากที่สุดตลอดทั้งวัน เป็นมุม23.5องศา..."

ชวินรอให้เครื่องยนต์ทำงานเพื่อล้างหม้อน้ำไปเรื่อยๆ แล้วพูดต่อ .."จากนั้น..เวลาผ่านไป ..โลกจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปเรื่อยๆ และจะเห็นว่าดวงอาทิตย์เคลื่อนลงไปยังละติจูดที่ต่ำกว่า ผ่านเชียงใหม่ในวันที่ 10 กรกฎาคม ทำให้ตอนเที่ยงวันของวันนั้น ดวงอาทิตย์จะตรงศีรษะคนเชียงใหม่พอดี.. และผ่านมาตรงศีรษะคนกรุงเทพฯตอนเที่ยงวันของวันที่ 28กรกฎาคม ...จนกระทั่งถึงวันที่23กันยายน คนที่อยู่ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรก็จะเห็นดวงอาทิตย์ตรงศีรษะ.....ในขณะที่ทั้งคนไทยรวมทั้งคนนิวยอร์คก็จะเห็นดวงอาทิตย์เอียงไปทางใต้แล้วในวันนั้น......ส่วนที่ขั้วโลกเหนือ..ดวงอาทิตย์จะควงสว่านลงรอบท้องฟ้ามาเรื่อยๆ จน 23กันยา..ดวงอาทิตย์จะปรากฏที่ขอบฟ้าพอดี"







"หลังวันที่23กันยายนจนถึง21มีนาคมเป็นเวลา6เดือน ..ขั้วโลกเหนือจะเป็นเวลากลางคืนไปตลอด..ขณะที่ขั้วโลกใต้จะเป็นกลางวันตลอด6เดือนนั้น คนที่ซีกโลกเหนือจะเห็นดวงอาทิตย์เอียงไปทางใต้...และจะเอียงไปทางทิศใต้มากที่สุดในวันที่22ธันวาคม"


ม.ร.ว.จินต์ศุจียืนฟังนายชวินเล่าถึงเรื่องราวของดวงอาทิตย์เพลินจนลืมกางร่มบังแดดให้ชวินไปเสีย... ขณะที่นายชวินก็พูดเพลินจนลืมไปว่าตัวเองกำลังตากแดดอยู่... เสียงเครื่องยนต์รถยังดังกระหึ่มไปเรื่อยๆ น้ำยาล้างหม้อน้ำก็ยังคลุกเคล้าอยู่ในหม้อน้ำจนทั่ว... แต่หม่อมราชวงศ์สาวผู้สูงศักดิ์กลับอยากให้เที่ยงวันของวันนี้ยังคงเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ..ยังคงได้ฟังเรื่องราวทางธรรมชาติที่เธอไม่เคยรู้จากปากของชายคนนี้.. ยังคงมองไปยังดวงตาที่เป็นประกายยามเล่าเรื่องสนุกๆ จากชายคนนี้... แม้แต่โลกยังไม่เคยหยุดหมุน..วันเวลายังไม่เคยหยุดเดิน ยังคงดำเนินตามครรลองของมันไปเรื่อยๆ ..แล้วเหตุไฉนเธอซึ่งแม้จะสูงศักดิ์ถึงจะอาจเอื้อมไปหยุดเวลาไม่ให้เดินได้เล่า ...เธออาจมีชาติตระกูลซึ่งมีแต่คนนับถือด้วยเกียรติแห่งบรรพบุรุษ ..แต่เธอก็ไม่สามารถหยุดเวลาให้อยู่ตรงนี้ต่อไปตราบนานเท่านานอย่างที่เธออยากให้เป็นได้......ไม่สามารถแม้แต่จะหยุดหัวใจที่ต้องเสน่ห์เขาที่ยืนตรงหน้าโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว

เมื่อปล่อยให้น้ำยาชะทำความสะอาดหม้อน้ำเป็นเวลาพอสมควรแล้ว..นายชวินจึงเดินไปปิดฝาหม้อน้ำ จากนั้นจึงขันน็อตด้านล่างออกแล้วเปิดฝาหม้อน้ำอีกครั้งเพื่อให้น้ำยาล้างหม้อน้ำไหลทิ้งออกมา... ในระหว่างที่รอน้ำร้อนไหลทิ้ง เขาหยิบขวดน้ำยากันสนิมมาเขย่าให้เข้ากัน




"ดวงอาทิตย์จะมาอยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรพอดีอีกครั้งในวันที่ 21มีนาคม จากนั้นก็จะขยับขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ ...วันที่ 27เมษายนเป็นวันที่รัฐบาลประกาศว่าจะร้อนที่สุดในรอบปี ที่เป็นอย่างนั้นเพราะวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่กลางศีรษะคนกรุงเทพฯพอดี.. อีกทั้งยังเป็นฤดูร้อน จึงควรแล้วที่จะเป็นวันที่ร้อนที่สุด..... แต่ก็แค่วันเดียว เพราะวันต่อๆ ไป ดวงอาทิตย์จะขึ้นสูงมาเรื่อยๆ จนอยู่กลางศีรษะของคนเชียงใหม่พอดีอีกครั้งในวันที่15พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่คนเชียงใหม่จะเฉลิมฉลองสมโภชณ์เสาอินทขิล ซึ่งเป็นเสาหลักเมืองซึ่งคู่บ้านคู่เมืองคนเชียงใหม่มาเจ็ดร้อยกว่าปีแล้ว... ตามตำนานเล่าว่า เสาอินทขิลเป็นเสาที่กษัตริย์สมัยนั้นได้ใช้สร้างเมืองเชียงใหม่ให้มีทิศของเมืองตรงกับทิศเหนือ-ใต้-ออก-ตกพอดีเป๊ะ.. โดยอาศัยเงาของเสาที่ทอดยาวไปตามทิศต่างๆ ในรอบปี ..ในวันที่15พฤษภาคมซึ่งเป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะคนเชียงใหม่พอดีนั้น ..หากตั้งเสาอินทขิลไว้กลางแจ้ง...จะไม่มีเงาของเสาทอดไปยังทิศใดๆ เลยในเวลาเที่ยงวัน วันดังกล่าวนี้จึงเป็นวันบูชาเสาอินทขิล..."

"แสดงว่า..คนโบราณสมัยเมื่อเจ็ดร้อยปีที่แล้ว..รู้เรื่องทางเดินของดวงอาทิตย์ในรอบปีเป็นอย่างดีเลยสิคะ... น่าทึ่งมาก" หญิงสาวแสดงความคิดเห็น


"ถูกต้องแล้วครับ... คนโบราณได้สังเกตดวงอาทิตย์เป็นแรมปี ..เพราะมันมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา... สมัยก่อนยังไม่มีปฏิทินติดกันตามบ้านเหมือนทุกวันนี้.. คนโบราณก็อาศัยข้อมูลที่สังเกตได้จากดวงอาทิตย์มาทำนายเวลาที่จะเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก... สำหรับคนเชียงใหม่โบราณ..หลังวันที่ 15พฤษภาคม..พวกเขาก็จะเริ่มต้นทำนากัน..เพราะนั่นหมายถึงการเริ่มต้นของฤดูฝนนั่นเอง..."

"อืม...น่าสนใจมากเลยนะคะ... คุณชวินนี่รู้เยอะจังเลย จินต์ฟังจนเพลินเลยค่ะ.."


ชายหนุ่มเติมน้ำยากันสนิมลงไปในหม้อน้ำ..จากนั้นเติมน้ำตามจนเต็มหม้อ ..แล้วสตาร์ตรถอีกครั้ง.....เขารอให้วาล์วน้ำทำงานและไล่ลมในระบบไม่ให้เกิดฟองอากาศภายใน..จากนั้นจึงปิดฝาหม้อน้ำ

+++++++++++++++++++++++++



บ่ายของวันนั้น..หลังจากที่ ม.ร.ว.จินต์ศุจีเดินทางกลับพร้อมกับพ่อของเธอแล้ว... ชายหนุ่มนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานภายในที่ทำการอุทยาน ..เขาหวนคำนึงถึงตั้งแต่ที่เจอหม่อมราชวงศ์สาวจนกระทั่งเพิ่งจากเธอเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา... เขายิ้มมุมปากแต่ตาลอยต่ำลงมองโต๊ะและหายใจเข้าอย่างแรง เป็นไปไม่ได้หรอกที่เจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเขาจะอาจเอื้อมไปคว้าเธอซึ่งอยู่สูงเกินไปมาครอบครอง ..แม้เขาจะเห็นแต่ใบหน้าของเธอวนเวียนมาตลอดจนไม่มีกะใจจะทำงานใดๆ .. ..แม้เขาจะรู้สึกถึงความแผ่ซ่านของจิตใจไปทุกอณูของร่างกายที่แม้เธอจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วแต่ยังรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ได้อยู่




แต่เขา..คงไม่บังอาจไปรักเธอผู้สูงศักดิ์คนนี้ได้.. แม้เพียงแค่คิดก็ตาม...



.......................



Create Date : 09 สิงหาคม 2548
Last Update : 10 สิงหาคม 2548 12:01:26 น. 21 comments
Counter : 758 Pageviews.

 
เย้ๆๆ!
เอาใจช่วยนาคะ
จารอติดตามอ่านตอนต่อไป หุๆๆ


โดย: JU. IP: 58.147.43.163 วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:20:52:10 น.  

 



เอ้อ ชมอีกครั้ง
พล๊อตดีนะครับ
เอา ความรัก ผสม ความรู้
ผมว่า ช่วงนี้ มีฝนดาวตก น่าจะเอามาประกอบกันเลยจะได้ทันเหตุการณ์ครับ



โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:21:34:22 น.  

 

สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ส่งความห่วงใย 90 องศา

บวกความห่วงหาอีก 3 มุมฉาก

ฝากความใส่ใจให้ไปมากๆ

เพียงอยากบอกว่า...คิดถึงและห่วงใย..



**สนุกกับการทำงานและมีความสุขมากๆนะจ้า**


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:13:02:44 น.  

 
เรื่องนี้แหละ คล้ายๆ เดอะ เลตเตอร์เลย

นางเอกเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่กรุงเทพฯ

ส่วนพระเอกเป็นทำงานเกษตรอยู่ที่เชียงใหม่ บนยอดดอย

หวังว่าพระเอกเรื่องนี้ คงไม่เป็นเหมือนพระเอกเรื่องเดอะ เลตเตอร์นะ

ไม่งั้น น้ำตาท่วมจอคอมพิวเตอร์แน่เลย

ปล. หามดูเถอะ หนังเรื่องเดอะ เลตเตอร์น่ะ ร้องไห้ก็ไม่เป็นไร หนังดีมากเลย ไม่ดูแล้วจะเสียใจ ร้องไห้ก็ร้องไป ร้องกับแฟน ไม่เป็นไรหรอก แฟนร้องด้วยอยู่แล้ว


โดย: แหม่ม (พฤษภาคม 2510 ) วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:14:29:47 น.  

 
ลืมบอกไป สมัยเด็กๆ เราอยากเป็นนักดาราศาสตร์มากเลย

แบบว่า หลงเสน่ห์ดวงดาวน่ะ

ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยฟื้นความทรงจำ เกี่ยวกับเรื่องดูดาว


โดย: พฤษภาคม 2510 วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:14:35:00 น.  

 
อยากนอนดูดาวกับใครสองคนสักครั้ง


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:16:09:37 น.  

 
ถ้าเป็นไปได้อยากใช้เวลาสักช่วงหนึ่ง
มองดวงดาวอย่างจริงๆ จังๆ สักครั้งค่ะ


โดย: journey (thai_friends ) วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:18:06:14 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ


โดย: Bluejade วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:21:23:24 น.  

 
รอตอนต่อไปค่ะ

(โรแมนซ์จิงจิ๊งๆ เรื่องดาวกับความรักเนี่ย)


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:22:04:42 น.  

 
พี่ครับ ให้ นายชวิน เก่งกล้า ชื่อเล่นว่า เมฆ ได้ปล่าว
คริ คริ


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:22:46:39 น.  

 


พึ่งถึงบ้านค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:0:22:30 น.  

 
จะค่อย ๆ ตามอ่านนะ



โดย: ร่วมรัก...สมัครสมาน วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:9:35:33 น.  

 
ขอให้คุณแม่ของคุณ star_hunt มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีความสุขนะคะ


โดย: jayjayกะน้องถ้วยฟู วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:14:07:31 น.  

 



หุๆ อ่านด้วยคนครับ


โดย: < h r i s t i A n Vi e ri >> วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:19:06:00 น.  

 
สุขสันต์วันแม่นะคับ


โดย: ตี๋น้อยคับ วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:22:15:49 น.  

 
สุขสันต์วันแม่ค่ะ


โดย: JU. IP: 58.147.43.183 วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:14:03:32 น.  

 



รำลึกถึง..แม่
พี่ดอกแก้ว
........

รากไทรย้อยร้อยรักสลักค่า
รักจากใจมารดานั้นแน่นหนัก
กี่วันคืนยืนต้นในความรัก
มิเคยพักการให้ในลูกยา

ใจของแม่หวังแค่ลูกได้ดี
มีสุขศรีสบายคลายปัญหา
เพียงยิ้มนิดจากลูกที่มอบมา
ดั่งโอสถทิพย์พาให้ชื่นบาน

ยามลูกยังไร้ฝั่งตั้งชีวิต
แม่เพียรคิดหาทรัพย์ปรับสถาน
ให้ลูกมีเรือนอู่อยู่ชื่นบาน
จวบถึงกาลแยกเรือนมีเพื่อนใจ

เมื่อมีทุกข์แม่รุกเข้าปลุกปลอบ
ทุกคำตอบถนอมเจ้าเหนือสิ่งไหน
ลูกอาจผิดต่อแม่สักเท่าใด
แม่อภัยให้ทุกคราวแม้ร้าวทรวง

สายใยรักถักขวัญวันพบหน้า
สายธารรักทอดมาอย่างใหญ่หลวง
ทุกนาทีที่ผ่านบนลานทรวง
แม่ยังห่วงรักลูกและผูกพัน



ไม่บังอาจไปรักเธอ
ยังมีตอนต่อไปใช่ไหมคะ..


โดย: ป่ามืด วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:14:23:16 น.  

 


ไปนอนดูดาวมาแหละ


ได้ความรู้จากบล็อกคุณ

หาดาวเหนือ เจอด้วย




เ ห นื อ ผิ ว โ ล ก

เอิ๊กๆๆ มั่วตลอดกาลเลยเรา


โดย: มัชฌิมา วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:23:11:33 น.  

 
ขอบคุณทุกๆ ท่านนะครับ ..ที่แวะเข้ามาเยี่ยม..
มาอวยพรให้..

ช่วงนี้..ผมไม่ค่อยว่างเลยอ่ะครับ.. แต่ก็จะพยายามมาอัพเดทบ่อยๆ นะ..


แต่งนิยายเนี่ย... ยากจัง เพิ่งเคยได้แต่งอ่ะ..


โดย: star_hunt วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:11:09:39 น.  

 
ดูข่าว เห็นน้ำท่วมเชียงใหม่ตอนนี้
หวังว่าคงลดลงไวไวนะครับ


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:12:22:17 น.  

 
อย่ามัวแต่แต่งนิยาย
จนลืมแต่งงานนะคะ
หุๆๆๆ


โดย: JU. IP: 58.147.12.21 วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:20:34:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

star_hunt
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add star_hunt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.