++Come a Little Close++
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

เมนูใหม่ ขนมปังสังขยาชาไทย อร่อยจัด

บ่นอยากกินขนมปังสังขยามาหลายวัน นั่งเสกไปก้อคงไม่ได้กิน เลยลองหาสูตรจากในอินเตอร์เน็ตนี่แหละ แล้วทำกินเองเลย


ตอนแรกก้อคิดว่าจะทำแค่สังขยา แล้วซื้อขนมปังแถวมาจิ้ม แต่บังเอิญไปเดินซุปเปอร์แล้วเจอแป้งขนมปังกึ่งสำเร็จรูป เราแค่เติมไข่ น้ำ เนยเอง ก้อเลยซื้อมาลองทำ แถมมีครัวซองสำเร็จรูปที่แค่ซื้อมาอบเองอีกด้วย


เนื่องจากไม่มีใบเตยมาทำสังขยาสีเขียว คิดว่าจะทำสังขยาสีส้ม แต่ไม่มีสีผสมอาหารอีก คิดไปคิดมามีชาเย็นขวดอยู่ในตู้นี่หว่า เอามาดัดแปลงดีกว่า น่าจะหอมชาไทย อร่อยด้วย มาลองดูกันเลยดีกว่าเนอะ


ส่วนผสมสังขยา


1. ชาเย็น 1 ถ้วยตวง


2. ไข่ไก่ 2 ฟอง


3. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ


4. แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ


ในรูปขาดแป้ง ๆ ไปนะคะ พอดีลืม แล้วก้อไม่ได้ใส่น้ำตาล เพราะชาเย็นมันจะหวานอยู่แล้ว กลัวกะไม่ถูกแล้วหวานไป



Tips>>>


ถ้าจะทำสังขยาใบเตย ให้เปลี่ยนชาเย็นเป็นน้ำกะทิแล้วเอาไปคั้นใบเตยให้ได้กะทิเขียว แล้วก้อเพิ่มน้ำตาลอีกประมาณ 1/2 - 3/4 ถ้วยตวงตามความชอบ ถ้าจะเอาไว้จิ้มกับบนมปัง ใช้แป้งเท่านี้มันก้อจะเหลว พอจิ้มได้พอดี แต่ถ้าจะใส่เป็นไส้ขนมปังอบ ก้อตัองเพิ่มแป้ง เพื่อให้เนื้อสังขยาแข็งตัว แล้วห่อได้ เราเพิ่มแป้งสาลีไปอีกประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำสังขยา


เริ่มจากตีไข่ แล้วก้อผสมแป้งกับชาเย็น คนแป้งให้ละลายแล้วก้อเอไปผสมกะไข่ที่ตีไว้ เสร็จแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง (ลืมถ่ายรูปตอนผสมแป้งกับกรองไว้ มีแต่ภาพตีไข่ ใช้ที่ตีฟองนมทำคาปูชิโน่มาตีไข่...อิอิ)



ตั้งน้ำให้เดือดในหม้อขนาดใหญ่กว่าหม้อที่เราจะกวนสังขยานะ เพราะเราจะทำ Double Boiler คือการกวนให้สุกผ่านน้ำเดือดแทนที่จะกวนกะเตาไฟตรง ๆ เพราะจะได้ไม่ร้อนเกิน แป้งจะไม่เป็นเม็ด ๆ แล้วก้อป้องกันการไหม้ติดก้นหม้อ



เอาหม้อส่วนผสมที่กรองไว้มะกี๊มาหล่อในหม้อน้ำเดือดบนเตาแบบในรูปข้างบน แล้วก้อกวนไปเรื่อย ๆ คนอย่าหยุด ระวังจะติดก้อนหม้อ ถ้าไม่กวนเรื่อย ๆ พอส่วนผสมเริ่มสุก มันจะจับกันเป็นก้อนนะ แล้วเนื้อสังขยาจะไม่เนียน กวนไปจะได้ประมาณรูปข้างล่าง ลองชิมดูว่าไม่มีรสแป้งแล้วเพื่อเช็คว่าแป้งสุกรึยัง ถ้ายังมีรสแป้งอยู่ก้อกวนต่อไป พอดีไม่ได้จับเวลาว่านานเท่าไหร่



รูปอันบนที่นวล ๆ หน่อย พอดีถ่ายตอนไอน้ำมันฟู่มาพอดี ไม่ต้อง filter ก้อเบลอเองเรย..อิอิ เสร็จแล้วก้อตักใส่ถ้วยทิ้งไว้ให้อยู่ตัว ประมาณนี้ พอเย็นแล้วเอาเข้าตู้เย็นก้อได้



เสร็จแล้วเราเอามาลองใส่เป็นไส้ครัวซองดูวันแรก ก้อไม่ยากอะไร เพราะใช้ Dough แช่เย็นที่ขาย ๆ กันในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ หน้าตาเป็นงี้เองอันนี้กระป๋องเล็ก ทำได้สี่ชิ้น



แกะกระป๋องมันก้อจะระเบิดออกมา เราก้อเอาแป้งมาแผ่เป็นชิ้น ๆ มันจะมีรอยตัดให้อยู่แล้ว แกะง่าย ออกมาได้หน้าตาอย่างงี๊ เป็นสามเหลี่ยม แล้วก้อเอาไส้สังขยามาทา แล้วก้อม้วน ๆ



พอดีมือเลอะ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่ะ แล้วเอาเข้าเตาอบ 375 องศาฟาเรนไฮท์ ซักสิบนาที เค้าบอกไว้หมดแหละ ข้างกระป๋อง...อิอิ อบออกมาหน้าตาเป็นงี้ พอดีให้มันยังไม่อยู่ตัวมาก ม้วนยากหน่อย ได้มาหลวม ๆ อย่างงี้อ่ะ



ทีนี้มาถึงพระเอกของงาน ขนมปังสังขยาครับผม ก่อนจะทำตื่นเต้นมาก ๆ เลย กลัวไม่รอด มาดูส่วนประกอบกันก่อนดีกว่า


ส่วนประกอบขนมปัง


1. แป้งขนมปังกึ่งสำเร็จรูปพร้อมยีสต์แห้ง


2. นมสด หรือ น้ำร้อนจัด 1 ถ้วยตวง


3. เนยสด ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 2 ช้อนโต๊ะ


4. ไข่ไก่ 1 ฟอง


นี่คือเต็ม ๆ สูตรตามที่กล่องบอก แต่ว่าข้าพเจ้าอยู่คนเดียวทำแค่ครึ่งสูตรพอ แป้งที่เค้าให้มาก้อเอามาตวงแล้วก้อตักใช้ครึ่งเดียว ยีสต์ก้อครึ่งนึง ถ้าหาแบบกึ่งสำเร็จรูปไม่ได้ก้อไปลอง ๆ หาสูตรในเน็ตดูนะ คุณแม่สลิ่มก้อมีสูตรขนมปังอยู่นะ แต่พอดีเราขี้เกียจ อ้อ จะบอกอีกอย่างนึงว่าในสูตรเค้าใช้น้ำร้อน ไม้ได้ใช้นม แต่เราคิดเองว่าใช้นมมันน่าจะนุ่มขึ้น แล้วก้อแอบเอาน้ำตาลละลายไปกะนมร้อนอีกประมาณ 1 ช้อนชาได้ เนื่องจากแป้งกึ่งสำเร็จรูปนี้เป็นสูตร Dinner roll ที่ฝรั่งเอาไว้กินกับอาหารจานหลัก เรากลัวว่ามันจะกระด้าง แล้วก้อไม่หวานแบบขนมปังสังขยาบ้านเรา ก้อเลยเพิ่มไปเอง ก้อออกมาอร่อยดี


หน้าตาส่วนประกอบมีดังต่อไปนี้



แป้งกึ่งสำเร็จรูป 1 กล่อง ข้างหลังมีวิธีการทำบอกเสร็จ ต่อมาก้อเป็นส่วนผสมอื่นๆ



มาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า หนุกหนานมาก เริ่มจากเอาแป้งผสมกับยีสต์คนให้ยีสต์กระจายทั่ว ๆ ก่อน จากนั้นเติมไข่ เนยแล้วก้อนมร้อนจัด หรือน้ำร้อนจัด ที่ต้องใช้น้ำร้อนเพราะมันจะช่วยให้ยีสต์ทำงานน่ะ นี่คือเค้าบอกไว้เลยที่ซองยีสต์ ถ้าเอายีสต์ละลายกับน้ำก่อนก้อจะไม่ต้องร้อนจัด ๆ แต่ถ้าเอายีสต์ผสมกับแป้ง น้ำต้องร้อนกว่า เนื่องจากไม่มี Thermometer เราเลยเอาให้เดือดไว้เลย



เสร็จแล้วก้อใช้พายคนให้ส่วนผสมเข้ากัน จนไม่มีแป้งติดที่อ่างผสมแล้ว เราไม่ได้ใช้เครื่องนะเพราะไม่มี แล้วก้อไม่ได้ทำเยอะด้วย จะได้เป็นแบบรูปข้างบน จะเห็นว่าส่วนผสมเข้ากัน แต่ยังไม่เนียน แล้วก้อเอาออกมานวดมือ กับโต๊ะสะอาด ๆ จนเนียนแบบรูปข้างล่าง วิธีการนวดคือพัดแป้งจากด้านไกลตัวเข้าหาด้านใกล้ตัว แล้วก้อใช้อุ้งมือนวดโดยการดันจากด้านในตัวออกไปด้านนอกตัว สลับกันไปมา



ข้อดีของแป้งกึ่งสำเร็จรูปคือไม่ต้องนวดนาน ซัก 5 นาทีก้อเนียนแล้วก้อเหนียวแล้ว แต่ถ้าผสมเองคงนานกว่ามั้ง เค้าบอกว่าวิธีเช็คแป้งคือ ให้ดึงแป้งออกมาก้อนเล็ก ๆ แล้วลองยืด ขึงให้บาง แป้งต้องเหนียวดี ไม่ขาด แล้วก้อบางจนเห็นลายนิ้วมือตัวเอง พอดีมือมันเลอะ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้นะ เสร็จก้อพักไว้ประมาณ 5 นาที (เหมือนเดิม แป้งกึ่งสำเร็จรูป ตามกล่องเค้าบอกเท่านี้ก้อพอ แต่ว่าถ้าเป็นสูตรจริง ๆ เค้าว่าต้องรอให้แป้งมันขึ้นเท่าตัวรอบนึงก่อนแบ่ง)



ระหว่างรอ เอาอะไรมาคลุมแป้งไว้ แล้วก้อเตรียมถาด พอดีเราซื้อถาดอะลูมิเนียมฟอยล์หลุม ๆ มา ง่ายดี มีถ้วยกระดาษมาให้เสร็จ พอได้เวลา 5 นาทีก้อแล้วเอาแป้งมาตัดแบ่งเป็นก้อน ๆ แบบรูปข้างล่างนี้



แล้วก้อมาคลึงด้วยอุ้งมือให้กลม (ครึ่งส่วนที่เราทำ ได้หกก้อน พอดีสำหรับคนอยู่คนเดียว) เสร็จแล้วก้อเอาแป้งมาแผ่เพื่อใส่ไส้ เค้าให้เอาด้านเนียน ๆ เข้าหาโต๊ะนะ เพราะตอนหุ้มส่วนไม่เนียนจะได้อยู่ข้างในไง พอดีมันไม่ติด เราเลยไม่ได้โรยนวลที่โต๊ะ



ก้อเป็นอย่างรูปที่เห็นด้านบนนะ แผ่แป้งออก ตักไส้สังขยามาใส่ พอดีสังขยาไม่ได้ทำเยอะ หลังจากที่ใส่ไปกะครัวซองด้านบนมะวาน วันนี้เลยห่อได้สี่ลูก แป้งที่เหลือเลยมาทำหนมปังเนยสด โดยการตัดเนยเป็นก้อนสี่เหลียมมาใช้เป็นไส้แทน เนยที่เห็นนี่เยอะไปนิดนะ เพราะตอนอบนะ เนยเยิ้มอยู่ตรงก้นถาดเลย อ้วนสะใจได้อีก


เนื่องจากห่อไม่ค่อยเป็นก้อเอาแป้งหุ้ม ๆ ไส้ให้มิดแบบภาพข้างบน ไม่สวยเท่าไหร่ พอหุ้มเสร็จก้อ เอามาคลึง ๆ ให้กลมอีกหน่อยนึง แล้วก้อเอาไปใส่ถ้วยกระดาษไว้ คราวนี้ตามข้างกล่องบอกว่าให้ทิ้งไว้จนแป้งขึ้นเป็นสองเท่า ประมาณ 20 - 30 นาที ในอุณหภูมิห้อง ยิ่งร้อนยิ่งขึ้นเร็ว เพราะยีสต์ชอบความร้อน จะเห็นว่าแป้งมันจะอืดขึ้นมาเลย ในรูปนี่เทียบให้ดูก่อนและหลัง



อันบนตอนปั้นเสร็จ อันล่างหลังจากที่พักไว้ครึ่งชั่วโมง ภาพบนแถวล่างที่มันโตกว่าเพราะเป็นไส้สังขยาที่ใส่ไส้ไปเยอะ มันเลยอ้วน แถวบนที่เป็นไส้เนยสดจะเล็กกว่า  ภาพล่างแถวบนเป็นสังขยาตอนอีดแล้ว แถวล่างเป็นไส้เนยสด ที่ถ้าเทียบจะเห็นได้ว่าขนมมันใหญ่ขึ้มาเลย จนอันเกือบจะพอ ๆ กัน พอดีตอนถ่ายกลับหัวกลับหางกันไปมา ไม้ได้สังเกตจนมาทำรูปนี่แหละ


พอแป้งขึ้นตัวเป็นสองเท่า ก้อเอาไปอบ 375 องศาฟาเรนไฮท์ ประมาณสิบนาที จะได้แบบภาพบนซ้าย แล้วก้อเอามาทาด้วยไข่ เพราะเค้าบอกว่ามันจะทำให้ขนมปังเงางาม แล้วเอาไปอบต่ออีก 3 - 5 นาที ตอนนี้ต้องเฝ้าเลย ระวังอย่าให้มันไหม้



เสร็จแล้วจะได้แบบนี้ ถ่าดา... เหลืองสวยงาม เพราะไข่ ก้นไม่ไหม้เห็นมั้ยยยย ไส้สังขยาเยิ้มสะใจ หายอยาก อันที่เป็นเนยสดก้อชุ่มฉ่ำหอมเนย



และแล้วภาระกิจสำหรับ Weekend นี้ก้อจบลงอย่างมีความสุข อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ


มาอิ่มอร่อยกับขนมปังสังขยาชาไทยสูตรนี้กันนะคะ




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2551
15 comments
Last Update : 25 สิงหาคม 2551 5:16:04 น.
Counter : 4097 Pageviews.

 

ว๊าววว ฝีมือเยี่ยม ไอเดียบรรเจิดมาก ๆ เลยค่ะ คุณเจ้าของบล๊อคขา

ขอหม่ำด้วยได้ป่าว ขนมปังอบได้สวยถูกใจถั่วงอกน้อยอย่างแรง

 

โดย: ถั่วงอกน้อยค่ะ 25 สิงหาคม 2551 5:29:08 น.  

 

น่ากินมาก ๆค่ะ

 

โดย: sopida1981 25 สิงหาคม 2551 5:41:35 น.  

 

อบขนมปังได้น่าทานมาก ๆค่ะ

 

โดย: girlroom13 25 สิงหาคม 2551 14:05:30 น.  

 

น่าทานทั้งนั้นเลยคะ ขอแจมด้วยนะ

 

โดย: Sweet Forever 25 สิงหาคม 2551 14:57:01 น.  

 

ขนมปังหัวเหน่งน่าทานจังค่ะ ไส้สังขยาตู้มมากๆ

 

โดย: ka-o-jung 25 สิงหาคม 2551 16:09:37 น.  

 

เคยทำแต่แบบจิ้มๆ ไม่เคยทำแบบนี้เลยค่ะ ดูน่ากินมากๆ ขนมปังเด้งๆดีมากๆค่ะ

 

โดย: ClayAnn 25 สิงหาคม 2551 16:52:34 น.  

 

เจ๊หลีขอชิมซัก หกเจ็ดก้อนได้ไม่ค่ะ คริ คริ

 

โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ 25 สิงหาคม 2551 21:08:12 น.  

 

ขอสักถ้วยเอามาจิ้มหนมปังหน่อยนะคะ

 

โดย: princess gig 26 สิงหาคม 2551 1:53:03 น.  

 

เธอเป็น auditor ที่ว่างมาก

 

โดย: BRETT IP: 125.24.138.68 27 สิงหาคม 2551 9:27:40 น.  

 

อีตา Brett แอบมาดูอีกแล้วหรอ อิอิ ชั้นทำน่ากินน่ะสิ กลับไปแล้วจะไปทำให้กินนะจ๊ะ

จุ๊บ ๆ

 

โดย: D-GaL 28 สิงหาคม 2551 4:12:11 น.  

 

อยากบอกว่านี้แค่ เบๆ จิงๆแล้วน้องชายคนนี้เก่งกว่าอีกเยอะ อิอิ คริ.คริ...
รีบกลับมากินด่วน พี่สาว

 

โดย: D-Gal's brother IP: 58.8.72.27 28 สิงหาคม 2551 11:38:31 น.  

 

Nice! I will try :P

 

โดย: Annie/Fl. IP: 71.122.88.179 30 สิงหาคม 2551 5:56:26 น.  

 

เมื่อไหร่จะออก menu ใหม่คะ

 

โดย: petchpetch IP: 58.136.207.34 12 ตุลาคม 2551 11:11:32 น.  

 

ลองทำแล้วอะครับ

ไม่มีรสชาติเลยToT(เสียดายมากๆ)

แนะนำหน่อยครับว่าใช่ชายี่ห้ออะไรถึงจาอร่อยครับ

แล้วส่วนผสมอะครับ ขอแบบละเอียดนิดได้ไหมครับ(แบบว่าหน่วยเป็นกรัมเลยอะครับ ใช้แบบนี้แล้วไม่แน่ใจว่าถูกไหมอะครับ)

wasinjamesss@hotmail.com

 

โดย: NAL ARTER IP: 58.64.91.122 22 กรกฎาคม 2552 14:33:20 น.  

 

1.ที่มา

2.วัตถุประสงค์
4.ผลผลิต
 5.ผลลัทธ์

6.การประเมิน
 ช่วยตอบที
0848607736
orio_dul@hotmail.com

 

โดย: ศักรินทร์ IP: 202.29.33.202 10 ธันวาคม 2552 2:02:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


D-GaL
Location :
Detroit United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Hey everyone-

I've been thinking about having a blog of my own for a while. It's such a beautiful day in Farmington Hills to day so I decided to get one. I don't really have a theme for my blog yet. I'm thinking about having this blog as a space for me express my thoughts, my life style to let you know me a little bit better. So let's join me and see what's gonna happen to this page!

Thanks for spending your time visiting. If we do not know eachother - many thanks for stopping by.
myspace codes
Click here for Myspace glitter graphics and Myspace layouts
Friends' blogs
[Add D-GaL's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.