ติดต่อพูดคุยกันได้ในเฟซบุ๊คเพจนะคะ
https://www.facebook.com/srisurangwriter
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
22 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 

จันทกินรี ๒ (จบ)




ภาพเขียนฝีมือ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต



::…จันทกินรี…๒...::
(ตอนจบ)

เรียบเรียงและประพันธ์ร้อยกรองโดย ศรีสุรางค์

link ตอนที่ ๑



พระเจ้าพาราณสีเห็นดังนั้นก็ดำริว่า กินนรคงตายเสียแล้ว
จึงปรากฏพระองค์ออกจากที่กำบัง ดำเนินมาหานางกินรี นางจันทาเห็นพระองค์ก็รู้ว่าคงเป็นผู้นี้ที่ยิงสามีที่รักของเธอ จึงรีบหนีขึ้นไปบนยอดเขาด้วยความหวาดกลัว พระราชาเสด็จตามเธอไป นางกินรีจึงกล่าวบริภาษพระองค์


ราชาท่านช่างโฉดช้า
แผลงศรพร่าภัสดาข้าไฉน
หมายข้าเป็นหม้ายที่ชายไพร
ท่านจะไม่สมดังจินดา

ขอมารดาของท่านจงรับโศก
หวั่นวิโยคเท่าในฤทัยข้า
ยามเมื่อมองดูพักตร์ภรรดา
อำลาจากชีวิตไป

ขอชายาของท่านจงได้เศร้า
เทียบเท่าทุกข์ครองข้าหมองไหม้
เจ็บช้ำเฉกเช่นข้าช้ำใจ
เมื่อมองชีพสิ้นไปจากที่รัก

ราชาท่านฆ่าผู้ไร้ผิด
เพราะสนิทเสน่หาในข้าหนัก
จงมารดาท่านอย่าพบผู้ที่รัก
พรากพักตร์จากบุตรแลสามี

ท่านฆ่าผู้ไม่ประทุษร้าย
ปรารถนาเพียงกายของข้านี่
ชายาท่านจงร้างบุตรแลสามี
ครานี้ท่านทำบาปกรรมไว้



พระเจ้าพาราณสียินนางกินรีร่ำไห้กล่าวแก่พระองค์เช่นนั้น
ไม่พอพระทัย ทว่ายังตรัสปลอบนางว่า


เจ้าสร้อยเนตรสุมนาจันทาเอ๋ย
อย่าร่ำไห้ไปนักเลยจงคลายเศร้า
เจ้าจะได้เป็นมเหสีแห่งเรา
หมู่นงเยาว์น้อยน้อยคอยบูชา



ทรงชักจูงว่า นางกินรีจะได้เป็นอัครมเหสี
มีเหล่านารีในราชสกุลมากมายเคารพนบน้อม หากนางจันทาสดับคำของพระองค์แล้วมิได้เห็นดีเห็นงามตามไปแม้แต่น้อย ยืนยันอย่างมั่นคงว่า


แม้นจักต้องตายในวันนี้
ไม่ขอยินดีกับคำท่าน
ฆาตกรโหดร้ายใจพาล
ผู้ผลาญภัสดาจากข้าไป



พระราชาได้ฟังดังนั้นหมดความรักใคร่ไยดีในตัวนาง
ตรัสขับไล่ไสส่งอย่างดูแคลนว่า


แน่ะนางกินรีที่ขลาดเขลา
รักหวงชีวิตเจ้าจงเข้าป่า
คืนหมู่บริโภคพืชในพนา
คงอาจหาผู้ภิรมย์ชื่นชมนาง



จงไปอยู่กับพวกกินใบไม้ดอกไม้ด้วยกันเถิด
พวกนั้นคงจะรักใคร่ไยดีเจ้า รับสั่งเช่นนั้นแล้วก็เสด็จจากไปอย่างไม่อาวรณ์

เมื่อนางจันทาเห็นว่าพระเจ้าพาราณสีเสด็จไปไกลแล้ว
ก็กลับลงจากยอดเขามาหาพระโพธิสัตว์ กอดพระสวามีของนางประคองศีรษะขึ้นไว้บนตัก เรียกหาและร่ำไห้ จันทกินนรก็ไม่ได้สติเลย นางพร่ำเพรียกเท่าไรสามีก็ไม่ฟื้นคืนมา จันทกินรีรำพันกับเธอด้วยความหวาดหวั่นและว้าเหว่


บนบรรพตภูเขาเราเคยคู่
ภิรมย์อยู่คูหาวนาสันต์
นับแต่นี้ตราบสิ้นกาลทุกวารวัน
มิเห็นพี่ ณ ที่นั้นทำฉันใด

ไม่อาจพบพี่เจ้าบนเขาเขิน
พนาเนินแนวนัคเรารักใคร่
นับแต่นี้โอ้น้องจะทำเช่นไร
ยามเมื่อภัยมฤคร้ายกล้ำกรายมา

บนพนมพรมใบพฤกษชาติ
บนศิลาเดียรดาษด้วยบุปผา
มิมีท่านเคียงเชยเช่นเคยมา
อนิจจาจันทาทำฉันใด

ที่สายธารใสสะอาดแซมโกสุม
ระริกรื่นชื่นชุ่มแนวไศล
ก่อนเราเคยเที่ยวเล่นเย็นฤทัย
ร้างพี่ไปคงได้ร้อนระทมทน

ไม่เห็นท่านที่หิมพานต์อันเขียวสด
เพียงมรกตงดงามยามหน้าฝน
ไม่มีท่านหิมวันต์ย่อมมืดมน
ใจจันทาจะทนได้อย่างไร

ไม่เห็นท่านเมื่อหิมพานต์เรืองอร่าม
คีรีงามต้องแสงสุรีย์ใส
ยามสิ้นฝนพรมพฤกษ์ทั่วพงไพร
ระยิบใบพร่างพรายประกายทอง

ไม่เห็นท่านอีกแล้วยามสิ้นแล้ง
หิมวัตเดือดแดงงามผยอง
ไพรสีเพลิงมโนศิลาพนารอง
จะกลับหมองหม่นไหม้ดั่งไพรตรม

ยามหมู่ไม้ทิ้งใบไว้แต่กิ่ง
คีรีครามยิ่งงามจริงจรดฟ้าห่ม
ต้นเหมันต์หิมวันต์งามน่าชม
เขาสูงคมโขดค้ำเทียมอัมพร

ไม่เห็นท่านที่สถานเคยท่องเที่ยว
ใต้ฟ้าเข้มเขาเขียวทั่วสิงขร
จะทนทอดทัศนาเหลืออาวรณ์
อกสะท้อนเทวษท้นทนอย่างไร

โอ้เวลาหน้าหนาวร้าวระทด
เมื่อบรรพตหิมะพราวเกล็ดขาวใส
หิมพานต์เคลือบแสงเงินงามจับใจ
ประหนึ่งจันทรำไพพิไลตา

โอ้จันทกินนราพี่มาร้าง
ให้น้องพร่างอัสสุชลบนแผ่นผา
มิเห็นท่านที่สถานอันโสภา
ดั่งเคยมาแล้วจันทาทำฉันใด

เมื่อหนาวพ้นฝนโปรยสิขเรศ
พนัสเขตจะสะพรั่งผลิช่อใหม่
ราวรัตน์รุ้งสีสันพรรณดอกใบ
เลื่อมรำไพหิมพานต์ตระการตา

ไม่เห็นพี่ที่ภูเขาคันธมาทน์
อันเดียรดาษด้วยโอสถพฤกษา
ทั่วถิ่นภุมมเทวะแลกินนรา
ร้างพี่แล้วจันทาอยู่อย่างไร



ณ สถานที่เราเคยอภิรมย์อยู่คู่เคียง ทั้งเทือกเขา หุบเขา
ถ้ำธารอันแสนงดงาม ลาดด้วยใบไม้และกลีบบุปผาอันอ่อนนุ่มเหล่านั้น มิว่ายามหิมวัตเจ้าแห่งภูผาจะมีสีเขียวสด สีทองอร่าม สีแดงเพลิงเด่นงาม สีฟ้าครามกว่าท้องนภา สีขาวลออตาดังแผ่นเงิน หรือสดใสสีรุ้งพรายดั่งประดับด้วยรัตนะทั้ง ๗ ประการ อีกภูเขาคันธมาทน์ที่เกลื่อนด้วยต้นยา เป็นที่สำราญของเทวาทั้งหลายทุกฤดูกาล เราเคยท่องเที่ยวไปด้วยกันเสมอ

บัดนี้น้องผู้เดียวจะทนเห็นสถานที่เหล่านั้น
โดยไม่มีท่านอยู่ด้วยได้อย่างไร

นางกินรีร่ำไห้มากมายดั่งนี้แล้ว สัมผัสหัตถ์กับอุระ
ของกินนรผู้สวามีก็รู้สึกว่ายังอุ่นอยู่ เห็นว่าจันทกินนรอาจยังไม่สิ้นชีวิต นางจึงตั้งจิตมั่นอธิษฐานถึงเทวดาผู้เป็นใหญ่ ร้องทุกข์ถึงท้าวโลกบาลว่าไฉนท่านจึงเพิกเฉย ไม่กรุณาอาทรต่อภัสดาของข้าบ้างเลย ท่านเทพเจ้าทั้งหลายไยจึงไม่เมตตาต่อกินนรสามีของข้า

ด้วยแรงโศกแห่งนาง พิภพของท้าวสักกะเทวราชจึงร้อน
สำแดงเหตุให้ท่านทราบ ท้าวสักกะเสด็จจากดาวดึงส์สวรรค์ลงมาด้วยร่างพราหมณ์ ถือกุณฑีน้ำมาหลั่งรดกายพระโพธิสัตว์

ทันทีที่น้ำจากกุณฑีของพราหมณ์แปลงสัมผัสต้อง
แผลของจันทกินนรก็หายสนิท มิเหลือร่องรอยว่าได้เคยถูกยิงด้วยศรเลยแม้แต่น้อย จันทกินนรก็ฟื้นกายได้สติ ด้วยความปลาบปลื้มปีติดีใจเป็นอย่างยิ่งของนางกินรีผู้เป็นภรรยา นางกราบแทบเท้าของท้าวสักกะเทวราชและกล่าวด้วยความสำนึกคุณว่า


ข้ากราบบาทมหาพราหมณ์ผู้เป็นเจ้า
กอปรกรุณาต่อเราเป็นนักหนา
มอบอมฤตธารดุจมารดา
ให้ข้าพร้อมภรรดานิราระทม



แล้วองค์เทวราชก็ประทานโอวาทแก่กินนรทั้งสองว่า
นับแต่นี้ไปเธอทั้งสองไม่ควรจากจันทบรรพตมาสู่ถิ่นมนุษย์อีก จงเที่ยวเล่นอยู่แต่ในดินแดนอันปราศจากภัยนั้นเท่านั้น แล้วท้าวเธอก็เสด็จกลับสู่สรวงสวรรค์ดังเดิม

นางกินรีจึงชักชวนสามีของนางกลับคืนสู่ถิ่นอาศัย
อันสงบสันติของพวกตนว่า ข้าแต่กินนร สถานที่นี้มีอันตรายรอบด้าน ไม่น่าอภิรมย์เลย เรากลับสู่จันทบรรพตกันเถิดนะคะ


กลางสายสินธุ์เกลื่อนแซมกลีบโกสุม
กลางไพรพุ่มชอุ่มพฤกษ์พราวบุปผา
เราทั้งสองจักท่องเที่ยวทรุมธารา
พร้องมธุพจนาปรีดารมย์



นางกินรีได้กล่าวคาถาสุดท้ายมีความว่า
บัดนี้เราสองจะท่องเที่ยวไปสู่ลำธารใสอันมีกลีบดอกไม้โปรยปรายอยู่ในกระแสน้ำ ในป่าซึ่งดาษดาด้วยมวลบุปผา และกล่าววาจะเป็นที่รักแก่กันและกัน







ภาพเขียนฝีมือ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต



พระพุทธศาสดาจบพระธรรมเทศนาเรื่องจันทกินนรชาดกด้วยประการนี้แล้ว ตรัสว่า ดูกรมหาบพิตร ซึ่งธิดาของพระองค์จะมีใจคงมั่นไม่เสื่อมคลายและรักษาตนได้เป็นที่น่าสรรเสริญนั้นมิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในอดีตกาลครั้งก่อน นางก็มิได้มีใจออกห่างจากสามี มิใช่หญิงที่ผู้ใดจะชักจูงนำพาไปได้เช่นกัน

ทรงประชุมชาดกว่า พระเจ้าพาราณสีในกาลนั้นได้มาเป็นเทวทัต ท้าวสักกะมาเป็นอนุรุทธะ จันทากินรีมาเป็นราหุลมารดา จันทกินนรได้มาเป็นเราตถาคต ดังนี้แล



เมื่อพระนางยโสธราได้สดับมธุรธรรมกถาอันไพเราะ
ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเล่าประทานจบลง ความโศกศัลย์รันทดทุกข์ในพระทัยก็บรรเทาเบาบางลง และพระเทวีนั้นเป็นผู้มีธุลีละอองในจักษุน้อย ด้วยได้สั่งสมบุญญาบารมีมามากมายแต่อดีตชาติ มีความพร้อมที่จะบรรลุธรรม ครั้นจิตใจคลายจางจากความหม่นหมองอันทุกข์โศกบดบัง ก็มีความผ่องใสสงบรำงับ ปราศจากนิวรณ์ ดวงตาเห็นธรรมก็บังเกิดแก่พระนาง ณ เวลานั้นเอง ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา

พระนางหยั่งทราบถึงธรรม ข้ามพ้นความสงสัย
ปราศจากความเคลือบแคลง ไม่ต้องเชื่อผู้อื่นในธรรมทั้งหลายเพราะได้ประจักษ์ด้วยใจตนเองแล้ว ทำลายกิเลสทั้ง ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส บรรลุพระโสดาปัตติผลอันเป็นเบื้องแรกแห่งความสำเร็จซึ่งทรงตั้งความปรารถนาไว้ในอดีตชาติอันเนิ่นนานนับมิได้ในบัดนั้นเอง

พระทศพลประทานประทีปแห่งปัญญาให้พระนางแล้ว
เสด็จคืนสู่นิโครธาราม







ภายหลังเมื่อพระเจ้าสุทโธทนะปรินิพพานแล้ว
พระนางมหาปชาบดีโคตมีพร้อมกับสตรีในราชสำนัก ๕๐๐ นางได้ละพระราชฐานเดินทางไปขอบรรพชาเป็นภิกษุณีกับพระศาสดา ประทานอนุญาตให้มีภิกษุณีแล้ว พระนางพิมพาจึงได้ตามเสด็จไปหาพระเถรีพร้อมกับพระนางรูปนันทาผู้น้องสะใภ้ และได้อุปสมบทในสำนักของพระน้านาง

เมื่ออุปสมบทแล้วพระนางมีพระนามปรากฏว่า
ภัททากัจจานา
เนื่องเพราะผิวพรรณของพระนางนั้นงดงามดุจทองคำ เป็นผู้สวยงามโดยแท้จากผลแห่งบุญซึ่งได้ประกอบมา

พระนางเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานไม่นานก็บรรลุอรหันตผล
เป็นผู้ชำนาญยิ่งในอภิญญาทั้งหลาย นั่งขัดสมาธิครั้งเดียวสามารถระลึกชาติได้ถึงอสงไขยกับแสนกัปด้วยการน้อมจิตระลึกถึงเพียงครั้งเดียว ซึ่งในศาสนาของพระศาสดาพระองค์นี้มีเพียง ๔ ท่านเท่านั้นที่สามารถทำได้ นอกจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระอัครสาวก ๒ ท่าน พระพากุลเถระ และพระนางภัททากัจจานามารดาพระราหุลเท่านั้น พระสาวกอื่นอาจสามารถระลึกชาติได้ตลอดแสนกัปเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นมิสามารถระลึกได้

เมื่อความสามารถของพระนางปรากฏดังนี้ ครั้งเมื่อพระ
ผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวันวิหาร ทรงสถาปนาภิกษุณีในตำแหน่งเอตทัคคะต่างๆ ตามลำดับ ได้สถาปนาพระภัททากัจจานาเถรีในตำแหน่งเอตทัคคะในทางบรรลุมหาอภิญญา คือได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีอื่นในการบรรลุอภิญญาใหญ่ นับว่าทรงเป็นมหาสาวิกาองค์หนึ่ง





พระภัททากัจจานา นิพพานเมื่ออายุ ๗๘ ปี ที่เมืองสาวัตถี
ในแคว้นโกศล ก่อนพระสัพพัญญูเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ๒ ปี

ในวันที่จะนิพพานนั้น พระนางพิจารณาดูอายุสังขารของตน
เห็นว่าจะสิ้นสุดลงในราตรีแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา กราบบังคมทูลลา

พระพุทธองค์ตรัสอนุญาตพร้อมทั้งทรงขอให้พระนาง
แสดงฤทธิ์ให้ชนทั้งหลายประจักษ์ความสามารถของท่าน พระนางก็ได้แสดงฤทธิ์หลายประการ จากนั้นได้ทูลข้อความต่างๆ เป็นการสรรเสริญพระชินสีห์ และแสดงความจงรักภักดี ความเคารพที่มีต่อพระพุทธองค์ รวมทั้งการบำเพ็ญบุญต่างๆ ของพระนางในอดีตชาติร่วมกับพระโพธิสัตว์ ดังปรากฏใน ยโสธราเถรีอปทาน มีเนื้อความโดยสรุปดังนี้



....ข้าพเจ้าผู้มีฤทธิ์และปัญญาแตกฉาน
พร้อมด้วยภิกษุณี ๑,๑๐๐ รูปซึ่งเป็นบริวาร ได้เข้าเฝ้าองค์พระสัมพุทธเจ้า ถวายอภิวาทน์เบื้องพระบาทอันประกอบด้วยจักรแห่งพระศาสดาแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่สมควรแก่ตน ได้กราบบังคมทูลว่า

บัดนี้หม่อมฉันมีอายุ ๗๘ ปี ล่วงเข้าปัจฉิมวัยแล้ว
เป็นผู้มีร่างค้อมลง หลังโกงแล้ว ขอกราบทูลลาพระมหามุนี หม่อมฉันมีวัยชรา มีชิวิตเหลืออยู่น้อยนัก มองเห็นความตายใกล้เข้ามา จักต้องลาพระองค์ไป

หม่อมฉันได้มีที่พึ่งอันเกษมของตนแล้วจากการบรรลุ
อมตธรรมที่ทรงประทานแก่มหาชน ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันจักถึงความดับในคืนวันนี้

ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีแก่หม่อมฉันอีก
จักไปสู่ความดับอันไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ไม่มีภัย

นับแต่ข้าพระองค์ได้มาเป็นบริวาร ได้เคยทำผิดพลั้งมาในอดีต
ขอประทานโทษต่อพระพักตร์พระองค์บัดนี้

ข้าแต่องค์พระชินวร หม่อมฉันขอกราบทูลว่า
เมื่อหม่อมฉันท่องเที่ยวไปในสงสารวัฏ หากมีความพลั้งพลาดในพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานโทษแก่หม่อมฉันเถิด


พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ดูกรเธอผู้ปฏิบัติตามคำสอนของเรา
เธอจงแสดงฤทธิ์เพื่อตัดความเคลือบแคลงสงสัยของชนทั้งหลาย


พระยโสธราเถรีจึงได้แสดงฤทธิ์เป็นประการต่างๆ มากมาย
อาทิ แสดงเป็นนกมีกายเท่าภูเขาจักรวาล เป็นช้าง ม้า ภูเขา ทะเล ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และท้าวสักกะเทวราช

พระเถรีนำดอกไม้ห่อหุ้มโลกธาตุไว้ และนิรมิตกาย
เป็นพรหมแสดงสุญญตธรรมอยู่ กราบทูลว่า ข้าแต่พระสัมพุทธเจ้า ข้าพระบาทนามว่ายโสธรานี้ ขอถวายบังคมพระองค์

พระเถรีประกาศว่า พระนางเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์
มีความชำนาญในทิพยโสต ทิพยจักษุ บุพเพนิวาสานุสติญาณและเจโตปริยญาณ พร้อมทั้งมีความรู้ในธรรมปฏิภาณทั้งหลาย ทั้งนี้ก็เพราะพระกรุณา

ทูลว่า พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งแห่งโลก
ทรงแสดงธรรมไว้ดีแล้ว เช่นดังพระพุทธเจ้าทั้งหลายพระองค์อื่น

หม่อมฉันสั่งสมบุญเป็นอันมากในอดีตเพื่อประโยชน์แห่งพระองค์
เป็นผู้สำรวมความประพฤติอยู่เสมอ และสละแม้ชีวิตเพื่อพระองค์ได้ พระองค์ประทานหม่อมฉันเพื่อให้เป็นภรรยาผู้อื่น เพื่ออุปการะ เพื่อเป็นอาหาร เพื่อให้ชนพ้นภัย ในอดีตชาติมากมายนับไม่ถ้วนมา หม่อมฉันไม่เคยเสียใจเลย

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันไม่เคยหวงเครื่องประดับและ
ผ้าแพรพรรณของตน แม้ตัวของตนเพื่อประโยชน์แก่พระองค์

ทรัพย์ทั้งหลาย ข้าวเปลือก ปัจจัย เครื่องบริจาค
บ้าน นิคม ไร่นา บุตร ธิดา ช้าง ม้า โค ทาส ภรรยา มากมายนับไม่หมด พระองค์ทรงบริจาคแล้วเพื่อพระโพธิญาณ เมื่อเราให้ทานอันอุดม เราย่อมไม่เห็นหม่อมฉันเสียใจ

ข้าแต่พระโลกเชษฐ์ เมื่อเวียนว่ายในสงสารวัฏ
หม่อมฉันได้รับทุกข์มากมายในอดีต

ยามเมื่อผ่านวันเวลามากมายกับพระองค์
ยามมีสุขหม่อมฉันก็ยินดี ยามมีทุกข์หม่อมฉันก็ไม่เสียใจ
หม่อมฉันยินดีเสมอในที่ทุกสถานเมื่อสามารถเป็นประโยชน์แก่พระองค์

นับตั้งแต่ได้เห็นพระองค์ขณะเสวยพระชาติเป็นพราหมณ์นามสุเมธ
ตกแต่งหนทางเสด็จแก่พระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร พระองค์ได้ทอดกายลงให้พระผู้นายกแห่งโลกในเวลานั้นเสด็จผ่าน ครั้งนั้นหม่อมฉันเกิดในสกุลพราหมณ์มีนามว่าสุมิตตา ได้เห็นการประกอบกุศลของพระองค์ซึ่งเป็นฤๅษีแล้ว มีใจนิยมยิ่งนัก ได้ถวายดอกบัวซึ่งตนถืออยู่แก่พระฤๅษีผู้มีมนัสสูง ปวารณาตนเป็นบริจาริกาเพื่อช่วยเหลือในการแสวงหาโพธิญาณของท่าน

องค์พระพุทธเจ้าทีปังกรทอดพระเนตรเห็นพระองค์แล้ว
ทรงพยากรณ์ท่ามกลางประชุมชนว่า ในกัปอันประมาณมิได้นับแต่นี้ พระองค์จะได้ตรัสรู้ และพยากรณ์กรรมของหม่อมฉันว่า ดูกรฤๅษีผู้ใหญ่ อุบาสิกาผู้นี้ จักเป็นผู้มีจิตเสมอกัน มีกุศลกรรมเสมอกัน ทำกุศลร่วมกัน เป็นที่รักเพราะบุญกรรม เพื่อประโยชน์แก่ท่าน เป็นผู้น่าดูน่าชม น่ารักยิ่ง น่าชอบใจ มีวาจาอ่อนหวาน จักเป็นธรรมทายาทผู้มีฤทธิ์ของท่าน

อุบาสิกานี้จักรักษากุศลธรรมทั้งหลายดุจเจ้าของทรัพย์
หวงแหนรักษาทรัพย์ของตน ชนทั้งหลายจักอนุเคราะห์อุบาสิกาผู้เป็นที่รักของท่านนั้น นางจักมีบารมีเต็ม ละกิเลสได้ดั่งราชสีห์ละกรงขัง บรรลุโพธิญาณเป็นที่สุด

เวลาล่วงเลยมานานนับกัปมิได้ บัดนี้ หม่อมฉันได้รับผล
แห่งกุศลกรรม และมหาทานที่พากเพียรทำแต่อดีตมาทุกๆ ชาติ ได้เสวยกำเนิดในเทวดา ในมนุษย์ทั้งหลาย จนได้เกิดในศากยสกุล สมบูรณ์ด้วยยองคสมบัติทั้งปวง ได้รับสักการะอย่างยิ่ง และได้บรรลุธรรมสมตามพระดำรัสแห่งพระพุทธเจ้าทุกประการ

หม่อมฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว
คำสอนของพระองค์หม่อมฉันทำสำเร็จแล้ว ถึงพร้อมซึ่งความเป็นผู้บริสุทธิ์ ลุถึงนิพพานอันเป็นอสังขตธรรม

ข้าแต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีจักษุ
หม่อมฉันขอถวายบังคมเบื้องพระยุคลบาท


พระเถรีเมื่อกราบทูลความเหล่านี้เป็นต้นต่อพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ได้ปรินิพพานในคืนวันนั้น


บุพจริยาแลพระคุณของพระนาง นับเป็นตัวอย่างอันสมควรแก่ความเคารพยกย่องอย่างสูงสำหรับสตรีทั้งหลาย เพื่อเรียนรู้และดำเนินตามแบบอย่างอันน่าสรรเสริญตลอดกาลนาน



จบเรื่องราวของนางจันทกินรีและถ้อยความประกอบพอเป็นสังเขปด้วยประการนี้







คำศัพท์เพิ่มเติม
กุณฑี – หม้อน้ำ หม้อน้ำมีหู
กุศลกรรม - การกระทำอันเป็นกุศล
กุศลธรรม - ธรรมอันเป็นกุศล
จริยา – ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ
จินดา – ความนึก ความคิด ความนำพา
เจโตปริยญาณ – ปรีชากำหนดรู้ใจผู้อื่นได้, อ่านความคิดของเขาได้ เช่นรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ใจเขาเศร้าหมองหรือผ่องใส
ชินวร –พระนามของพระพุทธเจ้า พระผู้ชนะอันประเสริฐ ท่านผู้ชนะ ผู้ประเสริฐ
ชินสีห์ – ท่านผู้ชนะ พระนามพระพุทธเจ้า
ทรุม - ต้นไม้ใหญ่
บุพ – แต่ก่อน ในอดีต ทีแรก เบื้องต้น ก่อน
บุพเพนิวาสานุสติญาณ – ความรู้ระลึกได้ถึงขันธ์ที่อาศัยอยู่ในชาติก่อน, ระลึกชาติได้
ภรรดา - (พัน ดา) ภรรดร (พัน ดอน) สามี
มนัส - ใจ
มโนศิลา – หินอ่อนสีแดง
มธุ – หวาน อร่อย น่าพอใจ น้ำหวาน น้ำผึ้ง
มุนินทร์ – จอมนักปราชญ์ พระพุทธเจ้า
โลกเชษฐ์ – “ผู้เลิศยิ่งในหมู่คน” พระพุทธเจ้า
โลกนาถ – “ที่พึ่งของโลก” คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระศิวะ และอื่นๆ พระเจ้าแผ่นดิน
โลกนายก – “ผู้นำของโลก” พระพุทธเจ้า
โลกประทีป – “แสงแห่งโลก” พระพุทธเจ้า
โลกโมลี – “โมลีของโลก” พระพุทธเจ้า
วีร – กล้า
สันต์ – เงียบสงบ เยือกเย็น บริสุทธิ์ เป็นอยู่ มีอยู่ ดีแท้
สุคต – ผู้สบาย ผู้บรรลุความดี ผู้ไปดีแล้ว พระนามพระพุทธเจ้า
สุมนา – ดอกไม้ หญิงใจดี ดอกมะลิ
องค์ – ส่วนของร่างกาย ส่วน ภาค ตัว ลักษณะ คุณสมบัติ ส่วนประกอบ อวัยวะ ตำแหน่ง
อปทาน – (บาลี) เรื่องราว ตำนาน นิยาย คำแนะนำ การตัดออก




หมายเหตุ ความหมายของคำศัพท์ค้นมาจาก
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒
พจนานุกรมไทย ฉบับมหาวิทยาลัย. ดร. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม-สำนักพิมพ์สุริยบรรณ ๒๕๓๖
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. พระธรรมปิฏก-มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๓๘
คลังคำ.ดร.นววรรณ พันธุเมธา-สำนักพิมพ์อมรินทร์ ๒๕๔๔
พจนานุกรมบาลี-ไทย สำหรับนักศึกษา.พระอุดรคณาธิการ และ รศ.ดร.จำลอง สารพัดนึก-เรืองปัญญา ๒๕๓๘

บรรณานุกรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑลเกสวรรคที่ ๓ ยโสธราเถรีอปทาน : มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๒๕
พระสุตตันตปิฎก อรรถกถาขุททกนิกาย จันทกินนรชาดก : มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๒๕
พระสุตตันตปิฎก อรรถกถาเอกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค สันติเกนิทาน : มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๒๕
พระสุตตันตปิฎก อรรถกถาเอตทัคคบาลี ประวัติพระภัททากัจจานาเถรี : มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๒๕
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส. ปฐมสมโพธิกถา : กรมศิลปากร, ๒๕๓๙
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก. ๔๕ พรรษาของพระพุทธเจ้า : มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙
บรรจบ บรรณรุจิ. ภิกษุณี พุทธสาวิกาครั้งพุทธกาล : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙







 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2550
14 comments
Last Update : 23 เมษายน 2553 10:33:43 น.
Counter : 7562 Pageviews.

 

สวัสดีครับ

ดีมากๆเลยปกติไม่เคยอ่านชาดกหรือวรรณคดี เพราะไม่ค่อยชอบจำชื่อตัวละคร อย่างหนังสือ "มังกรหยก" อ่านไปได้ไม่กี่หน้าก็เลิก เพราะตัวละครเยอะจัง
อีกอย่างชอบที่มีอธิบายความหมายของคำศัพท์ให้ด้วยทำให้เข้าใจได้ถ่องแท้ขึ้น ^:)^

 

โดย: ลุงแอ๊ด 22 กรกฎาคม 2550 9:34:22 น.  

 

ใช้ภาษาได้ไพเราะมากเลยค่ะ นับถือ นับถือ เสียดายตัวเองอ่านไม่ละเอียดข้ามบทกลอนไปบ้างเพราะเห็นว่ามีบรรยายเป็นข้อความธรรมดาแล้ว

 

โดย: แม่มด IP: 124.121.162.202 23 กรกฎาคม 2550 13:50:26 น.  

 

โอ้...ไม่ได้แวะมานาน บล็อกสาระน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

เสียดาย ไม่ได้แวะมาบ่อยๆ จะได้มาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบเลย


อ่านสิคะ ถ้ามีเมื่อสวรรค์ฯ แล้วน่ะค่ะ แล้วไปคุยกันนะคะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 25 กรกฎาคม 2550 16:18:54 น.  

 



คุณ ลุงแอ๊ด - ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ที่แวะเข้ามาอ่าน ดีใจที่ชอบค่ะ
หาความหมายศัพท์มาใส่ไว้เพื่อทบทวนความหมายด้วยตัวเอง จะได้จำแม่นขึ้นด้วยค่ะ ไม่งั้น นานๆ ไป เขียนเองก็อาจลืมเองเหมือนกันค่ะ ^ ^

คุณ แม่มด - ขอบคุณที่มาช่วยอ่านค่ะ
ข้ามไปบ้างก็ไม่ว่ากันค่ะ ได้เนื้อความก็พอเข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ ^ ^

คุณ สาวไกด์ใจซื่อ - ยินดีที่แวะมาค่ะ
ไว้อ่านะเรื่อง "เมื่อสวรรค์ฯ" แล้วจะแวะไปคุยนะคะ (ตอนนี้กำลังติดนิยายฝรั่งชุด In Death ของ นอร่า อยู่ค่ะ ^ ^')

 

โดย: ศรีสุรางค์ 29 กรกฎาคม 2550 9:46:11 น.  

 

คุณศรีสุรางค์อ่าน INdeath หรือค่ะ แค่เห็นจำนวนตอนก็ถอดใจแล้วค่ะ ถึงจะเคยมีบางบอร์ดมีคนมาแปลให้อ่านก็เหอะ ตอนนี้หนังสือต้นฉบับในมือยังไม่กระเตื้องเลย
เรื่องเพลิงสีน้ำเงินก็สนุกค่ะ กำลังรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ

 

โดย: แม่มดจิ๋ว IP: 124.121.162.207 1 สิงหาคม 2550 12:24:24 น.  

 

คุณ แม่มดจิ๋ว - ตอนนี้อ่านชุด In Death ไปสี่เล่มแล้วค่ะ กำลังเริ่มเล่มที่ห้า (จากทั้งหมด 25 เล่ม )
emo
ยังไม่รู้ว่าจะมีแรงอ่านไปถึงเล่มไหนเลยค่ะ
แต่เท่าที่อ่านมา สนุกมากๆ เลยค่ะ emo

 

โดย: ศรีสุรางค์ 2 สิงหาคม 2550 10:02:37 น.  

 

ดีใจมากๆเลยค่ะที่ได้เจอเวบนี้ เพราะหนูต้องการหาเรื่องย่อของเรื่องนี้อยู่พอดี เป็นเวบที่ดีมากๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย สนุกมากๆเลยค่ะ

 

โดย: แก๊ก IP: 125.26.27.54 4 กรกฎาคม 2551 19:40:20 น.  

 

emo

คุณ แก๊ก - ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ได้ใช้เป็นประโยชน์นะคะ ^ ^

 

โดย: ศรีสุรางค์ 28 กรกฎาคม 2551 8:46:31 น.  

 

ขอบคุณคับ

 

โดย: ปอครับ IP: 192.168.1.118, 114.128.231.42 30 มิถุนายน 2552 19:05:58 น.  

 

emo

คุณ ปอครับ - ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

 

โดย: ศรีสุรางค์ 3 กรกฎาคม 2552 9:33:42 น.  

 

มันเป็นเรื่องจริงรึเปล่าคะหรือว่าแต่งขึ้นเอง

พอดีจะเอาไปทำงานอ่ะคะ

 

โดย: zehn IP: 124.122.7.122 26 กรกฎาคม 2552 21:31:19 น.  

 

emo

มันเป็นนิทานชาดกค่ะ หมายถึงว่า เอามาจากพระไตรปิฎก แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ให้ภาษาอ่านง่ายขึ้น แต่งกลอนให้สวยงามบางตอน
ไม่ได้แต่งเนื้อเรื่องขึ้นเอง แต่เรียบเรียงสำนวนเองค่ะ

ข้อความที่เรียบเรียงขึ้นทั้งหมดนี้ มีลิขสิทธิ์นะคะ ถ้าอ้างอิงเพื่อการศึกษาหรือวิชาการก็ได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่หรือก็อปปี้ไปใช้ในการอื่นๆ ค่ะ ^ ^

 

โดย: ศรีสุรางค์ 29 กรกฎาคม 2552 11:23:10 น.  

 

เคยเล่นละครดึกดำบรรพ์เป็นกินราจากเรื่องจันทกินรีที่เจ้าฟ้าจุฑาธุทท่านทรงพระนิพนธ์ไว้เป็นบทละคร

เล่นตั้งแต่ปี 2532 คุณแม่เฉลย ศุขวนิช ถ่ายทอดท่ารำให้ (เป็นบุญตัวจริงๆ เพราะคนที่ได้รับถ่ายทอดมีไม่กี่คน)

เล่นคู่กับคุณเสาวลักษณ์ ยมะคุปต์ ตอนนี้เป็นศิลปินกรมศิลปากร

ชอบเรื่องนี้มากเลยครับ

ขอบคุณมากๆที่เอามาลงให้เด็กๆได้รู้จักชาดกเรื่องนี้

ขอบคุณครับ

 

โดย: blue IP: 125.27.206.107 8 สิงหาคม 2552 20:34:09 น.  

 

emo

คุณ blue - ขอบคุณที่แวะเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นนะคะ
อยากอ่านบทละครพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าจุฑาธุชมากเลยค่ะ ยังไม่เคยเห็นฉบับเลย คงจะต้องไพเราะมากๆ นะคะ
ละครดึกดำบรรพ์ที่ได้เล่นนับเป็นบุญอย่างยิ่งจริงๆ ค่ะ
ชอบเรื่องนี้มากเช่นกันค่ะ emo

 

โดย: ศรีสุรางค์ 11 สิงหาคม 2552 9:28:53 น.  


ศรีสุรางค์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]












visit me at:
Srisurang's book recommendations, liked quotes, book clubs, book trivia, book lists (read shelf)




ประวัติผลงาน





สงวนลิขสิทธิ์

การนำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของงานเขียนในเว็บนี้ ไปเผยแพร่ ดัดแปลง เสนอขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
Srisurang's bookshelf: read

หัวใจที่ถูกจอง รักนี้ (ไม่) มีสตรอว์เบอร์รี รวมมิตรแต้พานิช มายานาง เจ้าดวงใจ คนในผ้าเหลือง A Man in Saffron Robes

More of Srisurang's books »
Book recommendations, book reviews, quotes, book clubs, book trivia, book lists

My Goodreads bookshelf

Dream Lake
Rose
เหยื่ออธรรม
ประมูลหัวใจ
Something About You
ปทมาศวรรย์
อานาปานสติ วิถีแห่งความสุข
Celebrity in Death
The Madness of Lord Ian Mackenzie
รักหลงฤดู
สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ เล่ม 1
จิตสดใสแม้กายพิการ
Love me, please...เพียงรักฝากใจ
พระสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ภาค๑ และอรรถกถา Tipitaka The Pali Canon (Thai Translation) Book 15
Born in Sin
Dark Desire
ตุ๊กตา
นาคราช
ทวิภพ
Red River, Vol. 8


Srisurang's favorite books »
Friends' blogs
[Add ศรีสุรางค์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.