***เทิดทูลสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์***

***ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน***

******************************
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
16 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
เมนู 32.*น้ำพริกกะปิ*





1.เครื่องปรุง สำหรับตำน้ำพริก




2.ตำพริกขี้หนู กับ กระเทียม ก่อน เมื่อละเอียดดีแล้ว
จึงใส่กะปิลงไปตำ




3.ตำจนกะปิเข้ากันดีกับ พริกขี้หนูและ กระเทียมแล้ว
จึงใส่น้ำตาลปึกลงไปตำ เป็นอันดับต่อไป




4.จากนั้นจึงใส่กุ้งแห้งป่นลงไป โขลกให้เข้ากัน




5.บีบน้ำมะนาวใส่ลงไป ถึงตอนนี้ต้องใช้วิธี ใช้ไม่ตีพริก
กดๆ บดๆ ลงไป ห้ามตำนะคะ จะกระเด็น




6.ตักใส่ถ้วย พักไว้ แล้วเราจะใช้น้ำล้างครกเติมลงไป
คือใช้น้ำสุก (น้ำร้อนเย็นแล้ว) 2 ชต. ใส่ลงไปในครก
ล้างครกแล้วใช้ช้อนตักน้ำนี้ใส่ลงไปในน้ำพริกที่เราตักไว้
ผสมให้เข้ากัน อย่าให้ใสเกิน รสชาติจะไม่เข้มข้น
หรือว่าบางเป็นบางบ้าน อาจจะชอบแบบใสก็เป็นไปได้
อันนี้ก็แล้วแต่ แต่ละบ้านนะคะ




**บางบ้านอาจตำรสอ่อนไว้ก่อน เพราะอาจมีเด็กกินด้วย
ก็จะใช้วิธี บุบพริก โดยไม่ตำให้แหลก ลอยหน้าน้ำพริก
ใครอยากกินเผ็ด ก็ช้อนเม็ดพริกขึ้นมากิน เด็กๆ ก็จะหัด
กินน้ำพริก พร้อมๆ กับผู้ใหญ่ คะ

**กุ้งแห้งป่นที่เห็นใน ข้อ 1. ต้องแช่น้ำร้อน เทน้ำทิ้ง
แล้วล้างด้วยน้ำร้อนอีกครั้ง แล้วโขลกให้ละเอียด ก็จะ
ได้กุ้งแห้งป่น เนื้อฟูๆ ไว้สำหรับ ช่วยลดปริมาณเนื้อกะปิ
สำหรับตำน้ำพริก จะได้ลดความเค็ม หรือ กลิ่นของกะปิ
ลงได้นะคะ

**น้ำพริกถ้วยเล็กๆ แต่เคล็ดลับเยอะมาก เข้ามาเพิ่ม
ที่ละข้อทีละข้อ อยู่นี่แหละค่า ส่วนตอนนี้จะบอกว่า
ในช่วงการตำกะปิกับกระเทียมและพริกขึ้หนู ให้เข้ากันนี้
เป็นการช่วยให้เนื้อกระเทียม และพริก เข้ากันดีกับกะปิ
และกระเทียมก็ยังเป็นการช่วยลดกลิ่นคาวของกะปิด้วย
ฉะนั้นช่วงการตำกะปิช่วงนี้จึง ให้ตำนานหน่อยนะค่ะ






Create Date : 16 มิถุนายน 2549
Last Update : 25 พฤษภาคม 2551 22:55:36 น. 11 comments
Counter : 727 Pageviews.

 


โดย: mungkood วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:7:37:22 น.  

 
ข้นๆแบบนี้น่าอร่อยมากๆครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:7:50:40 น.  

 
หนู mungkood...เข้าไปดูบล็อกมา เรียนอยู่ที่อเมริกา? จ๊ะ


โดย: ลักกี้ วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:7:53:08 น.  

 
เจอทางเข้าซะทีค่ะ งงอยู่ตั้งนาน แล้วจะเข้ามาชมบ่อย ๆนะค่ะ

ต้องบอกมาหาเมนูเด็ดๆไปหัดทำนะค่ะ



โดย: ป้าไฮเทค IP: 124.121.31.136 วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:8:08:52 น.  

 
ไปเยี่ยมบล็อกลุงกล้วยมา แล้วก็อยากที่จะทำกล้วยบวดชี เป็นของหวานสำหรับ มื้อเย็นนี้จังเลย


โดย: ป้า (ลักกี้ ) วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:8:10:51 น.  

 
ป้าไฮเทค คะ เห็นถามเรื่องกะปิ ก็ใช้ยี่ห้อ ตราชั่งนะคะ แต่ต้องผสมด้วยเนื้อกุ้งแห้งเพิ่มเข้าไปแทนเนื้อกะปิคะ จะได้ลดกลิ่นของกะปิ ได้ ลองตำน้ำพริกกะปิกินดูสักมื้อนะคะ


โดย: ป้า (ลักกี้ ) วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:8:13:21 น.  

 
กินกับไข่เจียวชะอมเนอะ


โดย: 304 คอนแวนต์ (304 คอนแวนต์ ) วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:9:06:57 น.  

 
304 คอนแวนต์....ใช่เลยค่ะ นึกถึงแล้ว อยากกินจังเลย ชะอมทอดไข่ กะ น้ำพริกกะปิ


โดย: ป้า (ลักกี้ ) วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:10:05:29 น.  

 
แงๆ หนูหาน้ำตาลปึกไม่ได้อ่ะค่ะ

แอบเข้ามาในบล็อกป้าลักกี้ โหยทรมานต่อมหยากซะเหลือเกิน ป้าลักกี้คงทำกับข้าวอร่อยเหาะไปเลยสิคะ อิจฉาคนอยู่ใกล้ๆป้าจังอ่ะคงอิ่มหนำอร่อยลิ้นกันถ้วนหน้า...แวะมาทักทายค่ะ


โดย: คนชอบกินแต่ทำกับข้าวไม่เอาไหนเลย IP: 220.116.229.232 วันที่: 11 สิงหาคม 2549 เวลา:19:22:38 น.  

 
โห.........น่าทานมากๆค่า


โดย: paninee (paninee ) วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:15:54:11 น.  

 
ขอฝากตัวด้วยคนคับ ว่างๆ จะมาชมบ่อยๆ เพราะผมก็ทำกับข้าวเองครับ....ขอคำชี้แนะด้วยครับ


โดย: บางนรา IP: 125.25.21.172 วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:2:26:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
ลักกี้
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




ปี 2562 นี้อายุ 59 แล้ว
ปีหน้า 60 รู้สึกว่าแก่จัง
New Comments
Friends' blogs
[Add ลักกี้'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.