Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
20 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
แรกความรู้ สร้างบ้าน ปลูกบ้าน แบบบ้าน รับสร้างบ้าน ดูฮวงจุ้ย ด้วยตัวเอง

//www.srangsookjai.com
รับสร้างบ้านการสร้างบ้านในปัจจุบัน ผู้ปลูกบ้านบางรายให้ความสำคัญกับการดู ฮวงจุ้ย หรือทิศทางของตัวบ้านก่อนสร้างบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องต่างๆ หรือการหันหน้าของตัวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะจ้างซินแสที่เชี่ยวชาญหรือมีชื่อเสียงในการดู ฮวงจุ้ย แต่ซึ่งก็มีบางรายก็สามารถดู ฮวงจุ้ย ได้เองแบบคร่าวๆ หรือดูแบบชาวบ้านๆ พอสรุปได้ง่ายๆ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ที่ดินไม่ควรอยู่ในทิศที่มีถนนวิ่งเข้าหา
ที่ดินไม่ควรเป็นรูปถุง หรือ หน้ากว้างหลังแคบ
หน้าที่ดินอิงน้ำและหลังพิงเขา ยกเว้นแต่ถ้าเป็นสายน้ำพุ่งเข้าหาที่ดินจะไม่ดี
ประตูหน้าต้องไม่ตรงกับประตูหลังโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้นจะไม่ดี
ห้ามจอดรถหรือเลี้ยงสัตว์เลี้ยงใต้ห้องนอนใหญ่
ห้ามมีแนวคานขวางบนเตียงนอน
ดังนั้นแล้วหากต้องพิจารณาอย่างละเอียดมากกว่านี้คงต้องจ้างซินแสมาดูว่าเข้ากับลักษณะเจ้าของ วันเดือนปีเกิดเจ้าของ หรือดวงของเจ้าของเป็นต้น

ศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของฮวงจุ้ยรับสร้างบ้าน

วิชาฮวงจุ้ยมีประวัติศาสตร์การค้นพบมาตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว โดยมีหลักการพื้นฐานที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาตร์ คือเป็นเรื่องของการศึกษาและหาวิธีในการเหนี่ยวนำพลังธรรมชาติให้มาเสริมพลังของตัวตน เพราะว่ามนุษย์เราทุกคนเกิดขึ้นมา ก็ต้องอยู่ท่ามกลางพลังงานธรรมชาติธรรมชาติตลอดเวลา ซึ่งพลังหลักที่ห่อหุ้มตัวของเราทุกคนเอาไว้ก็คือ พลังงานแม่เหล็กโลก โดยจะสังเกตได้ง่ายๆว่า ในเวลาจะยืนอยู่บริเวณส่วนไหนของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบนโลกของเรามีเส้นแรงแม่เหล็กห่อหุ้มล้อมรอบตัวมนุษย์เอาไว้ตลอดเวลา

ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เราทราบกันดีก็คือ พลังของแม่เหล็กย่อมส่งผลต่อธาตุเหล็กเสมอ โดยที่ในเลือดของมนุษย์ทุกคนจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลักนั่นเอง โดยที่เลือดของมนุษย์ทุกคนจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลักนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกระแสพลังของแม่เหล็กโลกจึงมามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนได้

บ้านของเราทุกคนก็เช่นกันเดียวกัน ที่ต่างก็สร้างอยู่ท่ามกลางสนามพลัของแม่เหล็กโลก โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน จึงได้รับพลังงานที่แตกต่างกันเข้ามาอยู่ในบ้าน และด้วยเหตุที่ว่าพวกเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านกันวันละ 8-10 ชั่วโมงทุกวัน ดังนั้น พลังของแม่เหล็กโลกที่สะสมตัวอยู่ในบ้านจึงได้อิทธพลต่อชีวิตของคนค่อนข้างมาก

วิธีการจัดฮวงจุ้ยจึงต้องเริ่มต้นด้วยการวัดองศา ว่าบ้านของเราทำมุมอย่างไรกับกระแสพลังแม่เหล็กโลก แล้วนำมาเข้าสูตรการคำนวณทางพลังงานโบราณ (ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับ) จึงจะรู้ได้ว่าประตูบ้านของเราเหนี่ยวนำพลังที่ดีหรือพลังร้ายเข้ามาในบ้าน และพลังนั้นจะผลดีหรือผลร้ายต่อบุคคลแต่ละคนอย่างไร

หากพลังที่เข้ามาเป็นพลังที่ดี ก็จะกระตุ้นคนที่อยู่อาศัยในบ้าน หลังนั้นเป็นประจำ ให้เกิดความคิดใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับจังหวะและโอกาสภายนอก ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง แต่หากว่าเป็นพลังร้าย ก็จะเข้ามาเบียงเบนการการคิดหรือการกระทำ ให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอก ลงทุนผิดจังหวะ ซื้อหุ้นไม่ถูกตัวหรือทำให้ไม่มีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิต จึงเป็นที่มาของความล้มเหลวเสียหาย ล่มจม ฮวงจุ้ยหรือพลังงานของสิ่งแวดล้อมจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อต่อชะตาชีวิตเป็นอย่างมาก แต่กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้ กลับคิดไปว่าเป็นเรื่องของบุญหรือกรรมเก่า

การจัดฮวงจุ้ยจึงไม่ใช่แค่เพียงเป็นการดูว่าไม่ควรนั่งใต้คาน ห้ามนอนตรงประตูหรือเหนือเตาไฟ ห้องน้ำห้ามอยู่หน้าบ้าน หรือเรื่องทางสามแพร่ง เสาไฟฟ้าหน้าบ้าน รวมทั้งเรื่องมุมแหลมจากตึกที่พุ่งชนเข้ามา เหมือนกับหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปที่วางขายอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงปัจจัยขั้นพื้นฐานในการพิจารณาเท่านั้น แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดหรือตัดสินชี้ขาดว่าบ้านหลังนั้น ๆ ดีหรือร้าย

วิชาฮวงจุ้ยเป็นวิชาที่ว่าด้วยเทคนิคการเหนี่ยวนำพลังธรรมชาติมาเสริมคม โดยแบ่งเป็น 2 ปัจจัย คือ เรื่องของชัยภูมิ ที่เป็นสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายกระแสหลัง (เป็นด้านที่มองเห็นหรือสัมผัสได้) ว่าลักษณะที่สะสมพลังได้ดีหรือไม่ และองศาทิศทางของพลัง ซึ่งจะทำปฏิกิริยาอย่างไรกับชัยภูมิที่มองเห็น (เป็นด้านมองไม่เห็นแต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยวัด ก็คือเข็มทิศหล่อแก และมีสูตรในการคำนวณ)
//www.srangsookjai.com



Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2552 12:50:52 น. 1 comments
Counter : 410 Pageviews.

 
รู้ทันช่าง รับสร้างบ้าน

ทุกวันนี่เรามีโอกาสเจอช่างรับสร้างบ้านได้หลายรูปแบบ หลายคนเป็นช่างที่รู้จริง มีประสบการณ์ ความรู้ และจรรยาบรรณ ช่างที่รู้จริงนั้นจะเป็นช่างที่มี “ความรัก” ในการประกอบอาชีพ ไม่ดูถูกอาชีพของตัวเอง เป็นช่างที่มุ่งมั่น ทำงานหนัก และพัฒนาตนเองอยู่เสมอเลือกอาชีพเป็นอาชีพหลัก รวมทั้งเป็นช่างที่มีความสามารถเฉพาะทางเป็นพิเศษในแต่ละหมวดช่าง
ในปัจจุบัน ปัญหาของแวดวงก่อสร้างและตกแต่งที่เข้าขั้นวิกฤตมากๆ คือ ปัญหาการขาดแรงงานฝีมือ อันเกิดจากช่างประเภท “ไม่รู้จริง” เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุดังต่อไปนี้

1. ขาดการมุ่งมั่นพัฒนาด้วยความรักในอาชีพ
สาเหตุนี้บางครั้งก็อยู่ที่แรงจูงใจในการประกอบอาชีพด้วย การได้เห็น ได้ยินว่าอาชีพช่างเป็นอาชีพลำบาก รวมทั้งสังคมเองก็มองว่าเป็นอาชีพที่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งกว่าจะได้เงิน ทำให้ช่างหลายคนไม่ภูมิใจในการประกอบอาชีพ มองอาชีพในแง่ลบอยู่ตลอด มองว่าหากหวังจะก้าวหน้าอาจต้องใช้เวลานาน (ความอดทนทำงานก็น้อยลง) ขาดความรักในอาชีพจนทำงานอย่างไม่มีความสุข เกิดความทุกข์กล้ำกลืนกับอาชีพที่ทำอยู่ งานฝีมือจึงออกมาไม่ดี จุดนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันสร้างแรงจูงใจใหม่ สร้างความมุ่งมั่นในอาชีพช่างให้เกิด ไม่อย่างนั้นจะนำไปสู่วิกฤตการณ์ที่ขัดกับการพัฒนาประเทศ ทำให้การก้าวไปข้างหน้าเป็นไปแบบฝืนๆ เพราะคนมีปัญหา

2. ขาดการอบรม “ช่าง” อย่างต่อเนื่อง
การอบรม (Training) ของช่างแต่ละหมวดในปัจจุบันยังมีน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างในสายวิชาชีพก่อสร้างและตกแต่งจนทำให้เกิดปัญหา “ไม่รู้จริง” ตามมา ช่างที่มีความรู้เข้าใจในรูปแบบการก่อสร้างสมัยใหม่ก็น้อยลงทุกที ขาดการพัฒนาทักษะขาดมุมมองการก่อสร้างที่ดีที่สุด อาศัยเพียงประสบการณ์และการเล่าต่อกันฟัง ซึ่งทำให้ระบบฝีมือ-แรงงานไม่ยั่งยืน ขาดความต่อเนื่อง สร้างปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งการอบรมควรประกอบด้วยเนื้อหา เช่น เนื้อหาด้านจรรยาบรรณ เนื้อหาด้านเทคโนโลยี การก่อสร้างปัจจุบัน เนื้อหาการใช้เครื่องไม้เครื่องมือ เนื้อหาการใช้วัสดุที่ถูกต้อง เนื้อหาขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบวินัยการทำงาน ฯลฯ







3. ขาดจรรยาบรรณวิชาชีพ
ปัญหาการทิ้งงานของผู้รับเหมา ขาดความรับผิดชอบ ปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกันภายในโครงการก่อสร้าง ปัญหาการเบิกงวดเกิน ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาอันเกิดจากขาดจรรยาบรรณ ความรับผิดชอบและอุดมคติของคนทั้งสิ้น ตราบใดที่ทุกคนมอง “ เงิน” เป็นปัจจัยหลักมากกว่ามอง “งาน” ก็จะเกิดปัญหาน่าตกใจเหล่านี้ขึ้น สำหรับแวดวง “ช่าง” ระบบการทำงานที่ใช้อารมณ์ ไม่ได้ใช้การจัดการที่ดี ย่อมนำมาซึ่งปัญหาเช่นบ้านไม่เสร็จ การฟ้องร้องอันเกิดจากข้อขัดแย้งภายในโครงการ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของบ้านต่อไป

4. เปลี่ยนอาชีพ
ปัญหาที่หนักหน่วงอีกประการ คือ ทุกวันนี้หาช่างยากขึ้นทุกทีเพราะทุกคนต่างมุ่งหวังอยากทำงานดีสบายในห้องแอร์เย็นๆ หรือไม่ก็เป็นเพราะถูกดูแคลนจากคนบางกลุ่ม เช่น ลูกค้า นายจ้าง ผู้ประกอบการ จนทำให้ไม่อยากทำอาชีพช่างอีกต่อไป จึงหันไปประกอบอาชีพอื่น อีกทั้งปัจจุบันมีระบบการเงินที่สนับสนุนให้คนกู้หนี้มาลงทุนประกอบอาชีพใหม่ เป็นการฝึกให้คนหาเงินด้วยวิธีลัดมากกว่าการเสริมสร้างความรู้เหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้คนในแวดวงช่างหายไป


โดย: www.srangsookjai.com (omhome ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:52:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

omhome
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add omhome's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.