Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
แค่มือกระตุก Ep.1 PAGE 1

ว่าจะเขียนเล่าถึงอาการป่วยของตัวเองมานานตั้งแต่ยังไม่หายดี ไม่ได้เริ่มซักที วันนี้ฤกษ์ กลับจากกรุงเทพฯ ฝนตก ไปร้านไม่ได้ วันคริสมาส ฯลฯ ก็เลยลงมือซะที แต่เรื่องมันยาวมากกกก เอาเท่าที่เขียนได้ไปก่อนนะ
ปล.ใครอ่านแล้วจะเอาไปเป็นพล็อตหนังหรือนิยายก็ช่วยเครดิตหน่อยนะ

เรื่องราวเริ่มตั้งแต่วันที่ XX เดือนมีนาคม 2551 เวลา ประมาณ 13.00 น. ขณะที่ผมพูดคุยกับลูกค้า แล้วลูกค้าอยากทราบถึงราคาของสินค้า ผมนั่งลงที่โต๊ะทำงาน ในขณะที่กำลังจะกดคีย์บอร์ด นิ้วมือข้างซ้ายทั้ง 5 นิ้วก็เริ่มมีอาการกระตุก จนไม่สามารถควบคุมการกดแป้นได้ ตอนนั้นรู้สึกใจหาย แต่ก็เก็บอาการ โดยการกำมือข้างซ้ายไว้ แล้วใช้มือขวาเพียงข้างเดืยว กดแป้นอย่างรวดเร็ว ส่วนมือซ้ายที่กำอยู่ก็แอบซ่อนไว้ใต้โต๊ะ เพื่อซ่อนอาการไม่ให้ลูกค้าเห็น เมื่อเสร็จธุระกับลูกค้าแล้ว ผมรีบโทรศัพท์หาเอ๋ทันที โดยเข้าใจว่า อาการดังกล่าว เป็นอาการแพ้วัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ พร้อมทั้งให้เอ๋ช่วยหาข้อมูลให้ สักครู่หนึ่งเอ๋ก็ติดต่อกลับมาว่า เภสัชกรให้ข้อมูลว่า อาการมือกระตุกไม่ใช่อาการข้างเคียงหรืออาการแพ้ยาจากวัคซีน หลังจากนั้นอาการกระตุก ก็หายไป
2-3 วันต่อมา อาการกระตุกก็เกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งมีอาการปวดศีรษะด้านหลังซ้าย ปวดแบบเข็มแทง เป็นพักๆ แล้วก็หาย จึงตัดสินใจไปหาหมอที่คลินิก หมอได้ให้วิตามินบีมาทาน (เอ๋บอกอย่างงั้น)อาการแทนที่จะทุเลาลงกลับหนักขึ้นอีก คราวนี้แทนที่จะเป็น 2-3 วัน/ครั้ง คราวนี้กลับเป็น 2-3 ครั้ง/วัน ตั้งใจว่ายาหมดจะไปหาหมออีกกครั้ง แต่บังเอิญต้องไปทำธุระที่หาดใหญ่ วันนั้นจำได้ว่าไปกันทั้งหมด 4 คน มีผม เอ๋ แอ๊ป และ แอน ในเย็นวันเสาร์ ระหว่างที่ขับรถจะไปทานอาหารเย็นกัน บังเอิญให้เหลือบไปเห็นป้ายโฆษณารูปสมองที่คลินิกแห่งหนึ่งเข้า จึงได้คุยกับเอ๋ว่า ถ้าทานเสร็จจะเข้าไปหาหมอ สถานที่ที่ทานอาหารเย็น เป็นร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ อยู่ไม่ห่างจากคลินิกแห่งนั้นมากนัก เดินเท้าพอเหนื่อย จึงชวนเอ๋ไปหาหมอ โดยปล่อยในแอ๊ปกับแอนเอร็ดอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ต่อไป เมื่อเข้าไปทำบัตรคนไข้ รอหมอเรียกตรวจอยู่ซักพักนึงก็ถึงคิว เอ๋เองก็เข้าไปด้วย พูดคุย เล่าอาการต่างๆ ให้หมอฟัง หมอก็วินิจฉัยว่าเป็น “โรคลมชัก” ซึ่งเป็นโรคเดียวกับหมูแฮม ที่ฮอตอยู่ตอนนั้น จำได้มั๊ยครับ??? ก็โรคที่เค้าขับรถยุโรปไปชนรถเมล์แล้วมีคนตาย เสร็จแล้วก็ชักแหง็กอยู่บนรถไม่ยอมลงมานั่นแหละครับ ต้องขอโทษคุณหมูแฮมด้วย ที่ไปยกตัวอย่างของคุณ แต่ตอนนั้นกำลังฮิตอยู่ถึงกับทำโปสเตอร์ล้อเลียนออกมาเยอะแยะ แต่อาการของผมน้อยกว่าแยะครับ เป็นแค่ปลายนิ้ว ถึงอย่างนั้นหมอก็ห้ามขับรถทุกชนิด แล้วสั่งยากันชักให้กิน 300 มิลลิกรัม/วัน และให้ผมไปสแกนสมอง (MRI) โดยให้เลือกระหว่าง มอ. กับ โรงพยาบาลเอกชน ผมเลือกโรงพยาบาลเอกชน เพราะถ้าขืนรอคิวที่ มอ. คงต้องรอเป็นเดือน แต่เราใจร้อน อยากรู้ผลเร็วๆ ค่าใช้จ่ายก็ไม่มากมายเท่าไหร่ ประมาณ 12,000 บาท ก็พอมีเงินจ่ายอยู่ ถือซะว่าถ้าไม่เจ็บ ไม่ตาย ก็หาเงินได้อยู่แล้ว หมอก็โทรนัดทันที ปรากฏว่า ได้คิววันอาทิตย์บ่าย สรุปว่าเอ๋ต้องขับรถพาเพื่อนๆ อีก 2 คน กลับบ้านก่อน ส่วนผมก็คงต้องรอสแกน เพื่อเอาฟิล์มมาให้หมอวินิจฉัยในวันจันทร์ ส่วนยาก็ต้องเริ่มกินคืนนั้นเลย ปกติวันละ 300 มิลลิกรัม แต่ยาตัวนี้ต้องโหลดเข้าร่างกายก่อน โดยให้กินคราวละ 200 มิลลิกรัมทุก ๆ 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง แต่ก็มีอาการข้างเคียงในช่วงที่ร่างกายปรับยา คือ เหมือนคนเมาค้าง ทรงตัวลำบาก



Create Date : 25 ธันวาคม 2551
Last Update : 25 ธันวาคม 2551 16:08:27 น. 2 comments
Counter : 992 Pageviews.

 


โดย: แค่ฟ้ามีดาว ^^ วันที่: 25 ธันวาคม 2551 เวลา:16:12:55 น.  

 
มาติดตามค่ะพี่หมี


โดย: Halimeda Lover วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:16:17:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

SPCOMS
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add SPCOMS's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.