บล๊อกสวยสมวัย MercuryBooks
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
14 เมษายน 2554
 
All Blogs
 

บุญยภู บทที่ ๑๙ โดย นิรีย์

ม่านพยายามข่มอารมณ์ขมขื่นกับการรับรู้ว่าพี่ชายต่างสายเลือดยังคงเลวร้ายไม่เปลี่ยนแปลง

“ข้าไม่ใช่คู่ของท่าน แล้วอย่าอ้างว่าที่ท่านเลือกข้าคือความซื่อสัตย์” เธอนิ่งสงบ วิธีเดียวที่จะรับมือกับพิทยาได้นั้นคือความไม่หวาดหวั่น

“แล้วเจ้าจะเรียกรักที่ข้ามีให้เจ้าเพียงคนเดียวว่าอะไร”

“ความเห็นแก่ตัว”

“มีใครบ้างไม่เห็นแก่ตัว มีใครบ้างไม่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ครอบครองคนที่เรารัก ไอ้ทหารพิชญะคนนั้นมันไม่ผิดอะไรจากข้า ที่มันทำกับเจ้าคือความเห็นแก่ตัวเหมือนกัน” พิทยาหัวเราะในลำคออย่างเยาะหยัน ย่างท้าวเข้าใกล้หญิงสาวยิ่งขึ้น

“มีสิ่งหนึ่งที่ต่างกัน” ม่านมิได้ถอยหนี เธอยืนนิ่งปักหลักอยู่ที่เดิม

“อะไร”

“ข้ารักเขา”

ร่างบางของม่านถูกกระชากเข้าไปติดชิดร่างสูงทะมึนในความมืดทันที ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดลงมา

“จากนี้ไปจะไม่มีอะไรแตกต่างอีก เพราะเจ้าจะเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะรักหรือไม่” พายุอารมณ์เริ่มส่อเค้า เสียงของพิทยากร้าวแข็งเช่นเดียวกับดวงตา

“ข้าแต่งงานกับธรรศแล้ว” ทุกคำถูกเน้นหนัก

“โกหก!”

“มันคือความจริง ข้าแต่งงานแล้ว” เธอยังคงนิ่งไม่สะทกสะท้านแม้นจะมีแรงบีบอย่างหนักของมือใหญ่ที่ต้นแขนทั้งสอง

“เวลาชั่วไม่กี่วันกับเขา มีค่ามากกว่าเวลานับสิบปีที่ข้ามองแค่เจ้าอย่างนั้นหรือ” เสียงเขาแหบแห้ง อยากจะระเบิดอารมณ์ที่ใกล้บ้าคลั่งออกมา แต่ต้องกั้นไว้เพราะเสียงร้องโหยหวนของกองทัพซากทดลองที่กำลังคืบคลานใกล้เข้ามา

“มันไม่ใช่เพราะเวลา แต่เป็นที่ใจของข้าไม่อาจยอมรับท่านได้”

“ข้าคงเลวมากซินะในสายตาของเจ้า”

“ท่านเป็นพี่ชายที่ข้าเคารพเสมอ”

“เจ้าพูดได้ดีนัก สำหรับการปฏิเสธ แต่ข้าไม่มีวันที่จะพอใจแค่นั้น”

“แล้วแค่ไหนที่ท่านพี่ถึงจะพอใจ ข่มเหงข้าด้วยกำลังอย่างที่ผ่านมาคือสิ่งที่ท่านพอใจหรือ”

“ข้าเสียใจที่ทำร้ายเจ้า แต่ถ้ามันเป็นวิธีเดียวที่จะรั้งเจ้าไว้ได้ ข้าก็จะทำมันอีก” เสียงของเขาเยือกเย็น และเหี้ยมเกรียมนัก “แต่คงไม่ใช่ที่นี่...ตอนนี้เราคงต้องเล่นซ่อนหากับอาคิราห์และบุณยภูสักพัก แล้วถ้ามีโอกาสเจ้าจะได้เป็นม่ายในไม่ช้า”

ม่านซวนเซด้วยแรงดึงกึ่งกระชากของพิทยาเพื่อให้ออกไปจากกระท่อม

“ไม่ไป” เธอตะโกนใส่ ดิ้นรนหนีจากการเกาะกุมที่ไม่ต้องการ แต่เรี่ยวแรงของเธอน้อยนิดเหลือเกินเมื่อต้องเผชิญกับแรงของผู้ชายที่ถูกผลักดันด้วยความโกรธแค้น “ปล่อยข้า”

พิทยาไม่สนใจการขัดขืน หรือการถูกรัวกำปั้นทุบไปทั่ว ด้วยแรงแค่นั้นของม่านไม่ทำให้เขาเจ็บได้ แต่เป็นคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอต่างหากที่ยังคงทิ้งร่องรอยเจ็บปวดอย่างสาหัสในใจ

‘ข้าแต่งงานกับธรรศแล้ว’

คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว พร้อมกับเสียงก่นด่าตัวเองในความโง่เง่าที่ยังคงต้องการผู้หญิงคนนี้

เขารวบข้อมือเล็ก ๆ ทั้งสองของเธอด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างบีบด้วยแรงที่ไม่หนักไม่เบาที่ลำคอระหง แต่แค่นั้นทำให้เธอต้องนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดแล้ว เหมือนกลีบดอกไม้บอบบางที่เพียงจับแรงไปสักนิดอาจขาดวิ่น ฉีกกระจาย

“อย่าทำให้ข้าโกรธอีกม่าน คราวนี้มันอาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม” มีจุดเรืองแสงจ้าในดวงตาอำมหิตสีเทา ก่อนมันจะหายไปในทันทีที่เขาปล่อยมือออกจากลำคอของหญิงสาว

ม่านสัมผัสได้ถึงความแปรปรวนของอารมณ์ที่รุนแรง รู้ว่าเขาสามารถฆ่าเธอได้เพียงแค่บีบมือ แต่พิทยาจะไม่มีทางทำมัน จิ้งจอกที่ไม่ฆ่าคู่ของตัวเอง แต่อาจจะกัดขาให้ขาดเพื่อให้คู่อยู่กับมันตลอดไป

ความรัก...ที่หวังแต่ครอบครอง น่ากลัว และร้อนแรง จนม่านไม่แน่ใจว่า...สิ่งนี้คือ ‘ความรัก’ อย่างที่พิทยาเฝ้าบอกหรือไม่

“อยากจะลองหนีดูก็ได้ แต่ท่านไม่มีทางหนีพ้นทั้งอาคิราห์ และบุณยภู” ม่านยอมสงบ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น เธอมาไกลเกินกว่าจะยอมสยบต่อชะตากรรม

พิทยาเริ่มไม่พอใจ แต่จำต้องชะงักความคิดจะปรามอีกฝ่ายเพราะเสียงอื้ออึงครวญครางของพายุหิมะที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายนอก แทรกด้วยเสียงคำรามร้องปานฟ้าถล่มของกองทัพซากทดลอง มันดังสะท้อนสะเทือนไปทั่วเชิงภูกว้าง แรงลมปะทะประตูกระท่อมจนเปิดอ้า หอบหิมะมากมายโถมเข้าใส่ร่างคนทั้งสองจนต้องแยกไปคนละทาง

พิทยาพยายามควานมือออกไปคว้าร่างบางของม่าน แต่พบเพียงความว่างเปล่า ร่างนั้นหนีเตลิดออกไปสู่พายุหิมะที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

“ม่าน! อย่าไป อันตราย”

เสียงตะโกนไร้ประโยชน์ มันโดนกลบด้วยเสียงอึกทึกปั่นป่วนจากภายนอกสิ้น พอตั้งตัวติดพิทยาจึงกระโจนตามไปทันที

ร่างสองร่างที่ไล่ตามกันกลายเป็นจุดเล็ก ๆ สีดำท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนัก หิมะทับหนาขึ้นรวดเร็วจนยากที่จะตะลุยฝ่าได้สะดวก ทั้งคนหนีและคนตามต่างล้มลุกคลุกคลานแต่ไม่มีใครยอมหยุด แม้นว่าสิ่งที่เผชิญอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่พายุธรรมดา แต่เป็น หายนะแห่งธรรมชาติ

“อยากตายหรือไง” พิทยาคำรามลั่นเมื่อคว้าแขนข้างหนึ่งของหญิงสาวไว้ได้

ม่านดิ้นรนสุดแรงเพื่อให้พ้นมือแข็งที่จับแขนเธอแน่นราวคีมเหล็ก เมื่อเกือบหมดหวังที่จะหนีรอด พื้นดินใต้เท้าเริ่มไหวสะเทือน มันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดทั้งเธอและพิทยาไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ ม่านเป็นอิสระ แต่ล้มตกลงไปในหลุ่มดักสัตว์ที่ชาวบ้านขุดไว้ มันเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน และเธอกำลังจมหายในกองหิมะใหม่ที่ท่วมสูงจนเกือบมิดศีรษะ หิมะเย็นจัดอัดเข้ามาในปากโดยไม่รู้ตัว เธอเลยไม่กล้าอ้าปากออกอีกเลย ดวงตาต้องปิดแน่นไว้เช่นกัน ทำได้อย่างเดียวคือพยายามยืนขึ้นและทรงตัวอยู่ให้ได้บนแผ่นดินที่กำลังไหว แต่ขาทั้งสองไม่มีแรงพอ ม่านลื่นล้มลงไปอีก ลมหายใจขาดเป็นห้วง ๆ เพราะหิมะเข้าไปทั้งปากและจมูก เธอเริ่มเห็นความตายอยู่ข้างหน้าแล้ว

“ม่าน!”

ท่ามกลางความลางเลือนที่ล้อมรอบด้วยสีขาวของหิมะ ม่านได้ยินเสียงของคนที่เธอพยายามหนี รู้สึกถึงมือใหญ่ที่เคยทำร้ายให้เจ็บปวดกำลังดึงร่างเธอขึ้นมาให้พ้นจากความตาย

“อย่าเป็นอะไรนะม่าน พี่มาช่วยแล้ว”

เสียงละล่ำละลักของเขาทำให้เธอคิดถึงพี่ชายคนเดิมในวัยเด็กเหลือเกิน

“เกาะหลังพี่”

ม่านทำตามอย่างเชื่องช้าเมื่อขึ้นมายืนบนปากหลุม ชาไปหมดทั้งตัวจนแทบเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ฝืนขึ้นเกาะหลังเขาจนได้ และพอเธอกอดคอเขาไว้เท่านั้น ร่างสูงของพิทยาได้ตะลุยฝ่าหิมะบนแผ่นดินที่ยังคงสะเทือนไหวไม่หยุด อย่างไม่คิดชีวิต

“ท่านพี่จะพาข้าไปไหน” ถามด้วยเสียงแหบแห้ง เมื่อไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ใด

“กลับขึ้นบุณยภู”

“ท...ทำไม”

“ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตาย”

ม่านรู้สึกถึงหัวใจที่บีบหนัก ลำคอแห้งผากจนเจ็บแปลบเมื่อหลุดคำพูดออกมา “บุณยภูกำลังจะปิด เราไปไม่ทันหรอก”

พิทยาไม่ตอบ มุ่งมั่นขึ้นไปตามทางที่จำได้ว่าขึ้นสู่ ‘บุณยภู’ แต่หิมะยังคงตกกระหน่ำไม่หยุดเหมือนกำลังทำกำแพงน้ำแข็งเพื่อขวางกั้นการรุกรานจากภายนอก

“ปล่อยข้าเถิดท่านพี่ ข้าไม่ต้องการให้ท่านตายเหมือนกัน”

“เราจะรอด”

เหมือนคำสัญญาที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ในเมื่อบัดนี้หิมะที่ตกลงมาก่อนหน้าจับตัวแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเกาะขาของพิทยาแน่นจนแทบไม่สามารถเขยื้อนได้

“ท่านไม่ไหวแล้วปล่อยข้า” เธอพยายามจะลงจากหลังของพิทยา

“ไม่”

เขาจับขาทั้งสองของเธอไม่ปล่อย รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดสะบัดน้ำแข็งออก แล้วกัดฟันก้าวต่อไป แผ่นดินยังคงไหวตัวต่อเนื่องจนเขาเซถลาไปมา และตอนนี้ถ้าอยากจะออกพ้นจากนรกเย็นที่นี่คงต้องมีปีกเท่านั้น

เพราะแผ่นดินตรงหน้ากำลังแยกตัวออกจากกันเรื่อย ๆ จนในที่สุดกลายเป็นช่องว่างกว้างมืดมิดแตกยาวขวางตลอดทางขึ้นบุณยภู

“ไม่ทันแล้ว” ม่านคราง รู้แล้วว่าถ้าพิทยาเหยียบพลาดเพียงนิด หัตถ์มัจจุราชคงรอรับร่างของพวกเขาอยู่ข้างใต้พิภพที่ดำมืดนั่นแน่
พิทยากัดกรามแน่น ไม่อยากยอมรับว่าสิ้นหนทาง แต่ตอนนี้มันไม่มีหนทางไปจริงๆ

“ม่าน!”

เสียงเรียกอย่างตระหนกจากอีกฝั่งของรอยแยก และเป็นเสียงที่เธอจำได้ไม่เคยลืม

“ธรรศ”

ธรรศในชุดขนสัตว์หนายืนอยู่บนเลื่อนที่มีสุนัขใหญ่ปราดเปรียวสองตัวเทียมอยู่ ผมดำยาวปลิวสยายไปกับลมแรงโดยเจ้าตัวไม่สนใจ ความสนใจทั้งหมดไปอยู่ที่ร่างหญิงสาวซึ่งพยายามดิ้นรนจนลงมายืนบนขาของตัวเองจนได้ แต่กลับไปไหนไม่ได้เมื่อพิทยายังคงยึดแขนเธอไว้แน่น

“ปล่อยม่าน ไอ้พิทยา” ธรรศตะโกนกร้าวผ่านเสียงหวีดร้องของพายุหิมะที่ยังคงโหมกระหน่ำลงมาอีก

“มีปัญญาก็ข้ามมาเอาตัวไปซิ” ท้าท้ายอย่างแข็งกร้าวไม่ต่างกัน

ช่องว่างกว้างใหญ่ที่กั้นกลางไม่สามารถขวางความมุ่งมั่นของธรรศได้ ชายหนุ่มบังคับให้สุนัขลากเลื่อนวิ่งกลับหลังออกไปอย่างรวดเร็ว และพอได้ระยะเขาดึงให้มันเปลี่ยนทิศกลับมาที่เดิม ก่อนจะสะบัดเชือกบังคับเจ้าสัตว์แห่งดินแดนหิมะสุดแรง ให้มันวิ่งอีกครั้งอย่างสุดฝีเท้า แสดงให้ผู้ท้าทายเห็นว่าเขามีปัญญาจะไปเอาตัวผู้หญิงของเขา และสามารถฆ่าไอ้คนโอหังอย่างมัน

พิทยาเห็นสุนัขทั้งสองพุ่งตัวราวลูกธนูที่ออกจากคันซึ่งง้างจนสุด ตรงไปที่รอยแยกกว้าง แล้วกระโดดลอยตัวข้ามผ่านไปพร้อมเลื่อนอย่างไม่กลัวจะหลุดร่วงลงไปในความลึกดำมืด มือขวาของอาคิราห์ตะลึงกับภาพที่เห็น ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะบ้าระห่ำขนาดนั้น เลื่อนหล่นกระแทกแรงลงบนพื้น กระดอนถึงสองครั้งก่อนที่จะชะลอจอดไม่ห่างนัก แต่ยังไม่ทันที่จะจอดนิ่งสนิท ร่างสูงใหญ่ประเปรียวบนเลื่อนกระโจนพรวดออกมาหาพิทยาทันที

แม้นพิทยาเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว ทว่าความเหนื่อยล้าของร่างกายทำให้ยกมือขึ้นกั้นกำปั้นที่ตรงเข้ามาที่หน้าได้เท่านั้น แต่ไม่ทันได้ป้องกันเบื้องล่าง ข้อพับขาโดนเตะอย่างแรงเร็วจนเข่าทรุดลงไปบนพื้นหิมะ

จิ้งจอกไม่แพ้ง่ายดายเช่นนี้...

เสียงจากสมองสั่งการ ส่งคำสั่งต่อไปที่มือสองข้างให้รวบขาข้างหนึ่งของธรรศไว้แน่น แล้วกระชากเต็มแรงจนร่างนั้นล้มลงไปใกล้ขอบรอยแยก หมิ่นเหม่น่ากลัว แต่อีกฝ่ายว่องไวนักสามารถดีดตัวลุกขึ้นได้

แล้วการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างบ้าระห่ำเริ่มขึ้นทันที

ม่านมองดูผู้ชายสองคนที่ใกล้ชิดที่สุดในชีวิตกำลังห้ำหั่นกันให้ถึงตายด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าว ไม่อยากสูญเสียใครอีกแล้ว ความตายมากมายที่ผ่านมามันหนักอึ้งจนเกินใจจะรับไหว ถ้าต้องมีใครตายอีกใจคงแหลกละเอียดด้วยน้ำหนักของขุนเขาแห่งความโศกศัลย์

“หยุดได้แล้ว หยุด”

ไม่มีใครสนใจเสียงร้องห้ามของเธอ ทั้งสองกอดกลิ้งกันไปมาบนหิมะจนมองแทบไม่ออกว่าใครเป็นใครในอากาศที่คลุมเครือ ม่านทำอะไรไม่ถูก รีบมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความสังหรณ์ใจรุนแรง และพบว่าลางสังหรณ์นั้นเป็นจริง เมื่อเห็นสิ่งหนึ่ง

“ซากทดลอง”

บุรุษทั้งสองหยุดนิ่งอย่างกระทันหันเมื่อได้ยินเสียงร้องของหญิงสาว แล้วภาพซากทดลองนับพันปรากฎกายอย่างเงียบเชียบอยู่ไม่ห่าง ทำให้เลือดในกายที่เดือดพล่านด้วยแรงโทสะกลับเย็นเยียบขึ้นมาแทน พวกมันคล้ายจะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นมานานแสนนาน เฝ้าดูพวกเขาด้วยดวงตาแดงจ้า

“ขึ้นเลื่อนเร็วม่าน” ธรรศใช้จังหวะที่คู่ต่อสู้ยังตะลึงงันผลักร่างสูงนั้นจนกระเด็นก่อนจะรีบดีดตัวขึ้นยืนแล้วโผนเข้าดึงร่างของม่านไปที่เลื่อนด้วยความเร็วที่สุด

“พาเขาไปด้วย...ได้โปรด” หญิงสาวขืนตัวไว้เมื่อผ่านร่างสูงที่ยังคงนอนฟุบอย่างสิ้นแรงบนกองหิมะ

และด้วยดวงตาเว้าวอนของภรรยา ธรรศจึงจำใจกระชากร่างสูงของพิทยาขึ้นมา แล้วผลักจนหัวซุนให้วิ่งไปข้างหน้า

“เร็ว ถ้าไม่อยากตาย”

สามชีวิตแทบลืมที่จะหายใจ สิ่งเดียวที่คิดในตอนนี้คือไปให้ถึงเลื่อน และแม้นว่าชายหนุ่มทั้งสองได้ห้ำหั่นกันอย่างจะให้อีกฝ่ายแหลกราญคามือไปเมื่อครู่ มาตอนนี้ต่างลืมความบาดหมางสิ้น รวมใจช่วยกันจับร่างบางของหญิงสาวที่เกือบจะลื่นล้มลงให้ทรงตัวไว้ได้ พร้อมกับหิ้วปีกคนละข้างไปที่เลื่อนอย่างไม่ลังเล

“ข้าจะช่วยดันเลื่อน” พิทยาตะโกนแหวกเสียงลมที่อื้ออึง เมื่อทั้งธรรศ และม่านขึ้นไปอยู่บนเลื่อนเรียบร้อยแล้ว

ธรรศพยักหน้ารับ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการอย่างที่สุดในตอนนี้ สุนัขลากเลื่อนชูหัวกู่ร้องก้อง เขาสะบัดเชือกที่ล่ามติดอย่างแรงเร็วเป็นสัญญาณให้ไป พวกมันวิ่งสุดฝีเท้า พร้อมกับเลื่อนที่มีคนช่วยดันอยู่เบื้องหลัง ทำให้สามารถแล่นลิ่วได้ปานสายลม

“ขึ้นมาได้แล้วท่านพี่”

ม่านร้องเรียกคนที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งดันเลื่อนโดยไม่สนใจจะขึ้นมาสักทีแม้นว่าใกล้จะถึงขอบแผ่นดินที่ปริแยก และเมื่อถึงจังหวะที่สุนัขลากลื่อนทั้งสองจะกระโจนข้าม เธอเห็นพิทยาปล่อยมือแล้วยืนนิ่งมองเธอที่กำลังข้ามไปอีกฟากอย่างสงบ

“ท่านพี่”

“อยู่นิ่ง ๆ ม่านไม่อย่างนั้นเราจะตก”

ธรรศรวบเอวหญิงสาวไว้ทันควัน เมื่ออีกฝ่ายขยับตัว

“เขาช่วยเจ้าม่าน เขารู้ว่าเลื่อนไม่สามารถรับน้ำหนักของทุกคนได้”

ม่านนิ่งงัน เกาะแขนข้างที่รวบเอวเธอไว้แน่น ไม่สามารถหันหลังกลับไปได้อีกแล้ว มีแต่ต้องเดินไปข้างหน้า แล้วอธิษฐานขอให้ผู้ที่ทำร้ายเธออย่างสาหัส แต่กลับบอกว่านั่นคือรักปลอดภัย

“ธรรศ เขาจะตายไหม” ถามขึ้นทันทีที่เลื่อนลอยข้ามลงมาอีกฝั่ง และมองไม่เห็นแม้เงาของพิทยา หรือแม้นแต่ซากทดลองสักซาก

“ซากทดลองไม่ทำอะไรมันหรอก เจ้าน่าจะรู้ดี”

ม่านรู้สึกถึงแรงบีบที่เอวหนักขึ้นเมื่อสิ้นคำคล้ายประชดกลาย ๆ ของธรรศ แล้วหลังจากนั้นไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มสนิทของเขาอีกเลย สุนัขยังคงถูกเร่งให้ลากเลื่อนกลับขึ้นไปบนบุณยภูให้ทันเวลา แต่ด้วยสภาพที่ต้องเดินทางอย่างสมบุกสมบันติดต่อกันเป็นวัน ทำให้ในที่สุดไม่อาจฝืนก้าวต่อไปได้อีก

“ข้าต้องให้สุนัขสองตัวนี่พักก่อน”

ในที่สุดเขายอมพูด เธอพยักหน้ารับรู้ มองดูชายหนุ่มผ่อนเชือกที่บังคับสัตว์คู่เลื่อนทั้งสอง ปล่อยให้มันหมอบนอนลงกลางพื้นหิมะตรงนั้น เพราะโดยรอบมีสภาพขาวโพลนเวิ้งว้างไม่ต่างกับที่ทั้งหมดหยุดพัก

“ธรรศ”

เหมือนว่าจะมีบางสิ่งผิดปกติ ม่านสังเกตเห็นคิ้วที่ขมวดมุ่นและกรามที่ขบแน่นของผู้เป็นสามี

“ทำไม”

“ข้า...”

“ทำไมต้องหนี”

“ข้าต้องกลับไป”

“กลับไปหาชู้รักเก่าหรือไง”

มือใหญ่ภายใต้ถุงมือคู่หนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอก่อนจะดึงร่างเข้าไปกอดรัดแนบแน่นจนม่านแทบหายใจไม่ออก เสียงของเขากราดเกรี้ยว ทว่าสัมผัสกลับยิ่งกว่านั้น ทั้งเกรี้ยวกราด รุนแรง และร้อนราวไฟที่สามารถจะละลายน้ำแข็งลงในพริบตา

ความรุนแรงที่ไม่คาดคิดทำให้ม่านนิ่งงันราวต้องคำสาป กระโปรงตัวยาวถูกเลิกขึ้นมาจนถึงเอว กางเกงผ้าที่ให้ความอบอุ่นด้านในโดนกระชากจนขาดวิ่น มือใหญ่ที่ปราศจากถุงมือแล้วตอนนี้แตะต้องลงมายังซอกหลืบเร้นลับแห่งอิตถีเพศด้วยความแรงร้อนของอารมณ์ ทั้งจาบจ้วง ถือสิทธิ์ จนม่านต้องกรีดร้องอย่างตกใจ

“ธรรศ ท่านบ้าไปแล้วหรือไง อย่าเข้าใจผิด”

ม่านพยายามดิ้นหนีสัมผัสที่รุกรานมากยิ่งขึ้น แต่เขาใช้มืออีกข้างรัดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย

“ใช่ข้ากำลังจะเป็นบ้า เพราะเจ้า”

“ไม่นะ”

ขาข้างหนึ่งของเธอถูกดึงขึ้นมาเกี่ยวกระหวัดรอบเอวเขา

“ข้าจะเกลียดเจ้า ถ้าเจ้าไม่หยุด”

“เกลียดข้าเลย เกลียดให้มาก ๆ เพราะข้าจะไม่หยุด”




 

Create Date : 14 เมษายน 2554
1 comments
Last Update : 14 เมษายน 2554 13:15:55 น.
Counter : 473 Pageviews.

 

กรีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดที่รักเค้ามาแล้ววววว มาถึงกะโหดเลยนะ ช๊อบๆๆๆๆๆ

 

โดย: sakeena IP: 124.122.110.171 18 เมษายน 2554 8:40:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


sorwor
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ต้นเหตุแห่งการยินดีที่ได้รู้จักกันนั้น เริ่มที่เว็บฟอร์ไรท์เตอร์ดอทคอมจากการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางงานเขียนนวนิยาย ทำให้พวกเรา สว. (สาวสวยสมวัย) เกิดความคิดที่จะรวมตัวกันจัดทำบล๊อกขึ้นมาเพื่อเผยแพร่งานที่พวกเราเขียนเอง งานที่พวกเราทำด้วยใจรักและรักเหลือเกิน อยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านและอยากได้คำติชมจากเพื่อนๆ เพื่อเป็นกำลังใจและนำพัฒนาทางการเขียนต่อไป


ฝากข้อความถึง"สวยสมวัย"







ซัน
โรแมนติก-อบอุ่น
ราคา 220 บาท



น้ำชารสสตรอเบอร์รี่
รัก-โรแมนติก
ราคา 190 บาท



ปางเสน่หา
โดย น้ำดอกไม้ (บัดดี้)
สนพ.พลอยชมพู




งานเขียนใน “สวยสมวัย”
เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน
ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมาย
ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
...........................
คิดเอง เขียนเอง
และสร้างความภาคภูมิใจ
ให้กับตัวเองกันเถอะค่ะ


Friends' blogs
[Add sorwor's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.