แบร์แนแด็ท....น่ารัก....น่ารัก ขี้ลืม.....ขี้ลืม ...... หนังปายหนายหว่า buy แล้ววbuyอีก......... faith, hope and charity เฟศบุ๊ค http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Chi bi (2008) :Based on the events during the Three Kingdoms period in Ancient China Red Cliffs.




ปฐมบท ( ความเดิม )

Red Cliff 1 หรือ “จอห์น วู สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ ตอนที่ 1”
จากความกระหายในอำนาจที่หวังจะครอบครองแผ่นกินจีนทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว “วุยก๊ก” ของโจโฉ จึงได้ยกกำลังพลทั้งทัพเรือนับหมื่น อาชานับแสน และไพร่พลนับล้าน ประกาศศึก กับกองทัพที่เกิดจากการผนึกกำลังของ “จ๊กก๊ก” ของเล่าปี่ และ “ง่อก๊ก” ของซุนกวน เพื่อหวังยึดครองแผ่นดินของทั้ง 2 ก๊ก ให้อยู่ในเงื้อมมือ รวมทั้งความปรารถนาที่จะครอบครองสาวงามแห่งแผ่นดินอย่าง “เสี่ยวเกี้ยว” อีกด้วย
แต่ด้วยกลอุบายอันชาญฉลาดของ “ขงเบ้ง” (กุนซือเอกของเล่าปี่) และฝีมือทางการรบอันเฉียบคมของ “จิวยี่” (แม่ทัพเอกของซุนกวน) ทำให้มหึมาทัพของโจโฉหลงกล โดยเฉพาะกลศึกแปดเหลี่ยมที่ทำให้ทัพโจโฉต้องแตกพ่ายไปในที่สุด
ปัจฉิมบท ( บทสรุป )

Red Cliff 2 หรือ “จอห์น วู สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ ตอนจบ”
แม้กำลังพลทางบกจะแตกพ่าย แต่โจโฉหาได้หวาดหวั่นไม่ หากกลับยิ่งระดมพลทางน้ำให้บังเกิดเป็น “มหึมานาวาทัพ” กรีธาสู่ลุ่มน้ำแยงซีเกียง เพื่อหวังจะประชิดยุทธภูมิผาแดงและทำลายทัพของจ๊กก๊กและง่อก๊กให้ย่อยยับ
แต่มีหรือที่ขงเบ้งและจิวยี่จะวางเฉย แม้จะมีกำลังพลน้อยกว่าหลายเท่าตัว แต่ทั้งสองต่างใช้ยอดแห่งอุบาย วางกลศึกต่อกรกับทัพเรือของโจโฉได้อย่างน่าตื่นตะลึง อาทิ “กลศึกลวงดอกธนู” หรือ “กลยุทธคบแพเพลิง”


ส่งผลให้การศึกครั้งนี้พรั่งพร้อมไปด้วยการเชือดเฉือนกลศึกอันเข้มข้น และการรบพุ่งที่ยิ่งใหญ่แห่งพงศาวดารสามก๊ก ทั้งยังนำไปสู่การแตกแผ่นดินจีนออกเป็น “สามก๊ก” โดยสมบูรณ์

Red Cliff (new trailer - Engsub)



สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ (จีน: ??; พินอิน: Ch?b?; อังกฤษ: Red Cliff หรือ The Battle of Red Cliff ในสิงคโปร์) เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวที่ร่วมทุนสร้างระหว่างจีนและฮ่องกง ออกฉายพร้อมกันทั่วทวีปเอเชียในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) เพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่จีนเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน สร้างจากวรรณคดีชิ้นเอกของจีนเรื่อง สามก๊ก ในตอน โจโฉ แตกทัพเรือ หรือ ศึกผาแดง อำนวยการสร้างและกำกับโดย จอห์น วู ด้วยทุนสร้างกว่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ทุนสร้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์เอเชีย โดยแบ่งออกเป็น 2 ภาคใหญ่ ๆ ด้วยกันเฉพาะในเอเชีย (ในภาค 2 ฉาย 22 มกราคม พ.ศ. 2552 ((ค.ศ. 2009)) ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน) ส่วนประเทศอื่น ๆ จะฉายในตอนเดียวจบในระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง



ในปี ค.ศ. 208 โจโฉขุนศึกผู้พิชิตพื้นที่ทางภาคเหนือและเมืองหลวง อ้างโองการของพระเจ้าเหี้ยนเต้ยกพลกว่า 800,000 และกองเรือกว่า 2,000 ลำ ลงสู่ง่อก๊กของซุนกวนเพื่อหวังยึดครองดินแดนแถบนี้ ขณะที่เล่าปี่ที่เพิ่งพ่ายแพ้การศึกมาก็หวังพึ่งซุนกวน เล่าปี่ได้ส่งขงเบ้งเป็นตัวแทนไปสู่ฝ่ายง่อก๊กเพื่อให้ความร่วมมือกันเพื่อต่อต้านโจโฉ ขณะที่ฝ่ายซุนกวนมีจิวยี่เป็นแม่ทัพใหญ่ โดยที่เสียวเกี้ยวภรรยาสาวสวยของจิวยี่ ยอมเสียสละตนเป็นผู้นำสารไปให้โจโฉและยอมตกเป็นตัวประกันในค่ายของวุยก๊ก

RED CLIFF Special Trailer


ข้อแตกต่างระหว่างภาพยนตร์และวรรณคดี

ขงหยงถูกสั่งประหารโดยโจโฉ หลังจากพูดกล่าวร้ายโจโฉลับหลัง แต่ในภาพยนตร์ ขงหยงถูกประหารหลังจากขงหยงประณามโจโฉว่าเป็นกบฏต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าเหี้ยนเต้
ในประวัติศาสตร์ กำฮูหยิน ภรรยาของเล่าปี่ รอดตายจากศึกสะพานเตียงปันเกี้ยว ต่างจากในภาพยนตร์ ที่ถูกสังหารโดยทหารของข้าศึก
เตียวหุยกับทหารเพียงเล็กน้อยต้านทหารโจโฉที่สะพานเตียงปันเกี้ยว โดยเตียวหุยได้ตะโกนให้ทหารโจโฉตกใจกลัวและถอยทัพกลับไป ส่วนในภาพยนตร์ เตียวหุยนำทหารหนึ่งพันนายออกประจันหน้ากับข้าศึก
ในวรรณคดี กวนอูนำทหารสมทบเล่าปี่ที่กำลังหนีโจโฉ หลังจากจูล่งช่วยอาเต๊าแล้ว และกวนอูไม่ได้รบต้านข้าศึกด้านหลังเพียงผู้เดียวเหมือนในภาพยนตร์
ขงเบ้งได้พบและชักจูงซุนกวนให้ร่วมมือกับตนเป็นการส่วนตัวในที่รโหฐาน ไม่เหมือนในภาพยนตร์ ที่ขงเบ้งชักจูงซุนกวนในที่ประชุมขุนนางของง่อก๊ก ท่ามกลางเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นบู๊ของง่อก๊ก และซุนกวนไม่ได้ออกไปล่าเสือเหมือนในภาพยนตร์
จิวยี่ฝึกทหารที่เมืองชีสอง (ฉสองกุ๋น) ก่อนศึกผาแดง ไม่ได้ฝึกทหารที่ผาแดงเหมือนในภาพยนตร์




ขงเบ้งพบจิวยี่ครั้งแรกที่จวนรับรอง ไม่เหมือนในภาพยนตร์ที่พบกันในลานฝึกทหารที่ผาแดง และขงเบ้งก็ไม่เคยทำคลอดม้าให้จิวยี่
โจโฉไม่เคยเห็นเสียวเกี้ยวเลยทั้งชีวิต แต่ในภาพยนตร์โจโฉกล่าวไว้ว่า ไม่เคยลืมหน้านาง ในครั้งที่เจอครั้งแรกกับเกียวก๊กโล บิดาของนาง อีกทั้งเสียวเกี้ยวก็มิได้บุกเข้าไปขอร้องโจโฉให้เลิกสงคราม
ชัวมอและเตียวอุ๋นสวามิภักดิ์ต่อโจโฉก่อนศึกสะพานเตียงปันเกี้ยว แต่ในภาพยนตร์ ทั้งสองสวามิภักดิ์หลังจากศึกครั้งนั้น
แฮหัวตุ้น ขุนพลของโจโฉ ตามประวัติศาสตร์นั้น ตาข้างหนึ่งบอดไปตั้งแต่สมัยทำศึกกับลิโป้ แต่ในภาพยนตร์นั้นตาไม่บอด
ตามประวัติศาสตร์ จิวยี่และขุนพลของจิวยี่ไม่เคยเยี่ยมค่ายของเล่าปี่เหมือนในภาพยนตร์ เช่นกันกับฝ่ายเล่าปี่ที่ไม่เคยไปเยี่ยมง่อก๊กเลย จนกระทั่งถึงงานเลี้ยงขอบคุณที่จิวยี่จัดขึ้นเพื่อลวงเล่าปี่มาสังหาร และเล่าปี่ก็ไม่เคยพบซุนกวนเลยจนกระทั่งข้ามฟากมาแต่งงานกับซุนฮูหยิน
ในวรรณคดีซุนฮูหยิน น้องสาวของซุนกวน ไม่เคยพบเล่าปี่มาก่อนจนกระทั่งทั้งสองได้แต่งงานกัน ในภาพยนตร์ซุนฮูหยินพบเล่าปี่ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ และไม่มีบทบาทอะไรในศึกผาแดงเลยแม้น้อยนิด
ในตอนนี้ น้องสาวของซุนกวน (ซุนฮูหยิน) ยังไม่แต่งงาน ต้องเรียก ซุนชั่งเซียง



ในวรรณคดี ผู้ที่คิดให้เรือของโจโฉผูกต่อกันเป็นแพคือ บังทอง แต่ในภาพยนตร์กลายเป็นชัวมอ
ในวรรณคดี เจียวก้านขออาสาเสนอตัวไปเจรจากับจิวยี่เอง แต่ในภาพยนตร์เป็นโจโฉที่สั่งให้เจียวก้านไป และเจียวก้านก็ได้ไปหาจิวยี่ถึง 2 ครั้งเดียวกันและไม่ได้ถูกวางยาพิษแต่อย่างใด
หลังจากโจโฉประหารชัวมอและเตียวอุ๋นแล้ว โจโฉได้ส่งชัวต๋งและชัวโฮน้องชายของชัวมอแสร้งเข้าไปสวามิภักดิ์ต่อจิวยี่ด้วยเพื่อสืบความลับ แต่จิวยี่รู้ทันและแกล้งส่งข่าวผิดไปให้โจโฉ แต่ในภาพยนตร์กลับไม่มีสองคนนี้
ชัวมอและเตียวอุ๋นถูกประหารเพราะโจโฉระแวง หลังจากได้สารลวงของจิวยี่จากเจียวก้าน ไม่ได้เกิดจากการยิงธนูใส่เรือฟางของขงเบ้ง และสองคนนี้ถูกประหารก่อนที่ขงเบ้งจะทำอุบายเรือฟางยืมลูกธนูจากโจโฉด้วย
ก่อนที่จิวยี่จะสั่งให้ขงเบ้งหาธนู มีแต่เพียงขงเบ้งเท่านั้นที่ให้สัญญาว่าถ้าหาให้ไม่ได้ภายในกำหนดจะยอมให้ประหารชีวิต ตัวจิวยี่เองหาได้ทำสัญญาเช่นนั้นต่อขงเบ้งไม่
กองทัพของเล่าปี่ไม่เคยถอนตัวเหมือนในภาพยนตร์
อุยกายจะต้องถูกโบยเพื่อลวงให้โจโฉตายใจ แต่ในภาพยนตร์ไม่มี และกำเหลงก็ไม่ได้เสียชีวิตในศึกครั้งนี้ด้วย
ก่อนที่จะเกิดศึกนี้ เสียวเกี้ยวภรรยาของจิวยี่ก็มีบุตรกับจิวยี่ 3 คนแล้ว เป็นชาย 2 หญิง 1 แต่ในภาพยนตร์เสียวเกี้ยวเพิ่งตั้งครรภ์บุตรคนแรก
ก่อนที่ลมบูรพาจะพัดมา ขงเบ้งจะต้องทำพิธีเรียกลมที่เขาลำปิสาน และจิวยี่ส่งชีเซ่งและเตงฮองไปสังหารแต่ไม่สำเร็จ เพราะขงเบ้งหนีไปได้เสียก่อนตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้ากับจูล่ง
บทบาทของทั้งจิวยี่และซุนกวนไม่ได้บุกเข้าไปถึงกลางค่ายโจโฉซึ่ง ๆ หน้า และบทบาทของกองทัพเล่าปี่ก็ไม่ได้บุกเข้าไปถึงกลางค่ายโจโฉด้วยเช่นกัน หากแต่คอยดักอยู่ตามทางหนีของโจโฉ
หมอฮูโต๋เป็นผู้รักษาอาการปวดศีรษะให้โจโฉหลังจากนี้นับสิบปี เป็นช่วงก่อนโจโฉจะเสียชีวิตไม่นาน แต่ในภาพยนตร์มีการเอ่ยถึงชื่อหมอฮูโต๋แล้วว่าเป็นผู้รักษาอาการโจโฉ
ในวรรณกรรม ซุนกวนไม่ได้ร่วมรบกับจิวยี่ในศึกผาแดงเหมือนในภาพยนตร์
ในภาพยนตร์มีการฉากการรบภาคพื้นดินโดยใช้กระบวณทัพพยุหะแปดกุญแจทอง แต่ในวรรณกรรมกระบวนทัพนี้ไม่ได้ใช้ในศึกผาแดง แต่โช้โดยโจหยินเมื่อครั้งที่โจโฉสั่งให้โจหยินและลิเตียนยกตีซินเอี๋ยที่เล่าปี่เป็นเจ้าเมืองอยู่ แต่กระบวนการทัพกลับถูกตีแตกด้วยกลอุบายของชีซีซึ่งขณะนั้นเป็นที่ปรึกษาให้เล่าปี่



วุยก๊ก
ปกครองโดย “ โจโฉ ”

“ ข้ายอมทรยศคนทั้งแผ่นดิน .... แต่ไม่ยอมให้แผ่นดินต้องทรยศข้า “


“ โจโฉ ” วุยก๊ก (Wei) เรืองอำนาจ ช่วง ปี 216 -265
ก่อตั้งโดย “โจโฉ” มีอำนาจอยู่ทาง ตอนเหนือและตอนกลาง ของประเทศจีนปัจจุบัน นับเป็นดินแดนที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคสามก๊ก


กุนซือของโจโฉ คือ “ซุนฮิว”, “เทียหยก”
ขุนศึกคู่ใจ “แฮหัวตุ้น” , “ เคาทู ” , “ ซิหลง “

วุยก๊ก (ภาษาอังกฤษ Cao Wei) เป็นหนึ่งในอาณาจักรยุคสามก๊กของประเทศจีน ก่อตั้งโดยโจโฉ โดยมีอำนาจอยู่ทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศจีนปัจจุบัน เรียกตัวเองว่า 'วุย' หรือ 'เว่ย' ซึ่งนักประวัติศาสตร์นิยมเรียก Cao Wei เพื่อบ่งบอกว่าเป็นแคว้นเว่ยในยุคของโจโฉ (Cao มาจากของแซ่ของโจโฉในภาษาอังกฤษ)
โจโฉเป็นขุนศึกที่เติบโตขึ้นมาในช่วงสุดท้ายของราชวงศ์ฮั่น โดยดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการของจักรพรรดิฮั่นองค์สุดท้าย ในช่วงนั้น แผ่นดินทางใต้ของประเทศจีนได้แยกตัวเป็นอิสระอีก 2 ก๊ก ได้แก่ จ๊กก๊ก ของ เล่าปี่ และ ง่อก๊ก ของ ซุนกวน สร้างสภาพ 3 อาณาจักรตั้งประชันกัน อย่างไรก็ตามโจโฉไม่ได้ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ โดยวุยก๊กเริ่มนับจากการประกาศตัวเป็นกษัตริย์ของโจผี ลูกชายของโจโฉ ในปี ค.ศ. 220
วุยก๊กรบชนะจ๊กก๊กได้ใน ค.ศ. 263 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ค.ศ. 265 ผู้สำเร็จราชการสุมาอี้ได้ล้มล้างวุยก๊ก และตั้งราชวงศ์จิ้น ขึ้น
เมืองหลวงของวุยก๊กคือ ลกเอี๋ยง ซึ่งก็คือเมืองหลวงอย่างแท้จริงในยุคนั้นด้วย (ปัจจุบันคือ ลั่วหยาง)




จ๊กก๊ก
ปกครองโดย “เล่าปี่”

“ พี่น้องเหมือนกับแขนขา ลูกเมียก็เหมือนเสื้อผ้า .. “

” จ๊กก๊ก ( Shu ) เรืองอำนาจ ช่วง ปี 219 -265


ก่อตั้งโดย “เล่าปี่” มีอำนาจอยู่ทาง ตะวันตก ของประเทศจีน


กุนซือของเล่าปี่ คือ “ขงเบ้ง”
ขุนศึกคู่ใจ “ กวนอู ” , “ เตียวหุย ” , “ จูล่ง ”



จ๊กก๊ก เป็นอาณาจักรหนึ่งในยุคสามก๊กของประเทศจีน ก่อตั้งหลังการล่มสลายของราชวงศ์ฮั่น มีช่วงเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 221 – 263 มีอาณาบริเวณอยู่แถบมณฑลเสฉวนในปัจจุบัน อีกสองอาณาจักรคือวุยก๊ก ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือ และง่อก๊กทางตะวันออกเฉียงใต้
จ๊กก๊กก่อตั้งโดยเล่าปี่ซึ่งสืบเชื้อสายห่างๆ มาจากกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น ผู้ที่แนะนำให้เล่าปี่ตั้งตัวเป็นอิสระคือที่ปรึกษาขงเบ้ง (ยุทธศาสตร์แบ่งแผ่นดินเป็นสาม) ในช่วงแรกเล่าปี่ยังไม่ได้ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ แต่หลังจากโจผีสืบทอดอำนาจวุยก๊กจากโจโฉและตั้งตัวเป็นกษัตริย์ เล่าปี่จึงประกาศตัวเป็นกษัตริย์ฮั่นองค์ถัดไป เนื่องจากสงคราม ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา จ๊กก๊กจึงอ่อนแอลงในช่วงหลัง และโดนวุยก๊กกลืนไปใน ค.ศ. 263




ง่อก๊ก
ปกครองโดย “ซุนกวน”
“ พยัคฆ์น้อยแห่งกังตั๋ง ผู้เติบใหญ่ขึ้นเป็นพญาราชสีห์ “

“ง่อก๊ก ( Wu ) เรืองอำนาจ ช่วง ปี 221 -265
ก่อตั้งโดย “ซุนกวน” มีอำนาจอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศจีนปัจจุบัน แถบปากแม่น้ำแยงซีเกียง


กุนซือของซุนกวน คือ “จิวยี่” และ “ โลซก”
ขุนศึกคู่ใจ “ จิวยี่ ” , “ กำเหลง ” , “ อุยกาย ”

ง่อก๊ก (ภาษาอังกฤษ Eastern Wu) เป็นหนึ่งในอาณาจักรยุคสามก๊กของประเทศจีน ตั้งอยู่บริเวณดินแดนเจียงหนัน แถบปากแม่น้ำแยงซีเกียง เมืองหลวงของง่อก๊กคือบริเวณเมืองนานกิงในปัจจุบัน
ง่อก๊กดำรงอยู่ระหว่าง ค.ศ. 222 - ค.ศ. 280 เป็นหนึ่งในสามก๊กที่ตั้งประชันกันหลังการล่มสลายของราชวงศ์ฮั่น (อีกสองก๊กคือ วุยก๊ก ทางเหนือ และ จ๊กก๊ก ทางตะวันตก) ง่อก๊กซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ นำโดยซุนกวน ซึ่งเป็นผู้นำตระกูลซุนโดยสืบทอดตำแหน่งมาจากซุนเซ็กพี่ชาย ซุนกวนไม่ได้มีความตั้งใจจะเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่เช่นเดียวกับผู้นำอีกสองก๊ก แต่เนื่องจากทั้งโจผีและเล่าปี่ต่างตั้งตัวเป็นกษัตริย์ ซุนกวนจึงประกาศตามใน ค.ศ. 229
ง่อก๊กในยุคสามก๊ก เป็นก๊กที่มีสภาพเศรษฐกิจดี เนื่องจากมีชัยภูมิดีเหมาะกับการค้าขายทางน้ำ สินค้าของง่อก๊กที่เป็นที่รู้จักดี คือ ผ้าไหม และเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งตระกูลซุนเอง ก็เป็นตระกูลพ่อค้าด้วย ง่อก๊กถึงจุดสิ้นสุดโดยการโจมตีจากสุมาเอี๋ยน จักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์จิ้น เมื่อ ค.ศ. 280 โดยเป็นก๊กที่มีอายุยาวที่สุดในบรรดาสามก๊ก เชื่อกันว่า คนจีนไปถึงเกาะไต้หวันครั้งแรกในยุคของง่อก๊ก



อุบายขงเบ้ง

ลวงลูกธนูแสนดอกจากโจโฉ โดยล่องเรือเบาบรรทุกหุ่นฟางไปหาฝ่ายโจโฉในยามดึกขณะหมอกลงจัด ทหารฝ่ายโจโฉ ตกใจจึงระดมยิงธนูเข้าใส่ และติดกับหุ่นฟาง ลูกธนูแสนดอกจึงได้มาโดยไม่ต้องออกแรงอะไร

วรรณกรรมสามก๊ก
ในวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก จูกัดเหลียงถูกยกย่องว่าเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร ได้รับฉายาจากบังเต็กกงว่า "ฮกหลง" หมายถึงมังกรซุ่มหรือมังกรหลับ



จากคำแนะนำของสุมาเต็กโชและชีซีที่หลงกลอุบายของโจโฉจำต้องหวนกลับไปอยู่วุ่ยก๊กด้วยความจำใจ ทำให้เล่าปี่ต้องดั้งด้นมาเชิญตัวจูกัดเหลียงด้วยตัวเองถึงสามครั้งสามครา จูกัดเหลียงมีความรู้เป็นเลิศ รับใช้ราชวงศ์เล่าถึง 2 ชั่วอายุคน ภายหลังก่อนที่พระเจ้าเล่าปี่จะสวรรคต ได้ยกทรัพย์สมบัติและแผ่นดินของราชวงศ์ฮั่นให้แก่จูกัดเหลียง แต่จูกัดเหลียงปฏิเสธจึงฝากฝัง เล่าเสี้ยนให้ดูแลบ้านเมืองต่อไปแต่ไม่อาจสำเร็จได้ เพราะพระเจ้าเล่าเสี้ยนหูเบา เชื่อแต่คำยุยงของขันทีฮุยโฮยกทัพไปปราบปรามชาวม่าน และได้สู้รบกับวุยก๊กหลายครั้ง

ครั้นเวลาค่ำ จูกัดเหลียงอุตส่าห์เดินออกไปดูอากาศ เห็นดาวสำหรับตัว มันเศร้าหมองกว่าแต่ก่อน ก็ยิ่งตกใจเป็นอันมาก จึงพาเกียงอุยเข้าไปที่ข้างในแล้วว่า "ชีวิตเรานี้ เห็นที่จะตายในวันพรุ่งนี้แล้ว" เกียงอุยได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงถามว่า "เหตุใดมหาอุปราชจึงว่า ฉะนี้" จูกัดเหลียงจึงว่า "เราพิเคราะห์ดูอากาศ เห็นดาวสำหรับตัวเราวิปริต จึงรู้ว่าสิ้นอายุแล้ว" เกียงอุยเสนอให้จูกัดเหลียงทำพิธีต่ออายุ ด้วยการตั้งโต๊ะบูชาเทพยดาและจุดโคมเสี่ยงทายอายุ ถ้าไฟโคมยังสว่างไสวตลอดพิธีจะมีอายุยืนยาวได้อีกสิบสองปี แต่ถ้าไฟโคมดับก่อนเสร็จพิธี ชีวิตก็จะสิ้นสุด จูกัดเหลียงคิดถึงภาระหน้าที่และคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเล่าปี่ว่าจะรวบรวมแผ่นดินถวายคืนสู่ราชวงศ์ฮั่น จำต้องทำพิธีต่ออายุแต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น เมื่อนายพลอุยเอี๋ยนผลีผลามเข้ากระโจมเพื่อรายงานว่าสุมาอี้ส่งทัพมาท้ารบ ได้เตะเอาโคมเสี่ยงทายล้มไฟโคมดับ"


เรื่องการดูดาวประจำตัวนั้นจูกัดเหลียงรู้แต่สุมาอี้ก็รู้ สุมาอี้ต้องการยืนยันความรู้ของตนว่าจูกัดเหลียงใกล้ตายแล้วหรือไม่ด้วยการส่งทัพมาท้ารบ ถ้าทัพจูกัดเหลียงออกสู้ แสดงว่าจูกัดเหลียงยังไม่เป็นอะไรถ้าไม่สู้แสดงว่าจูกัดเหลียงแย่แล้วจะได้ตีซ้ำบดขยี้ทัพจูกัดเหลียงให้แหลกลาญ จูกัดเหลียงรู้ทันความคิดแม้รู้ว่าชีวิตจะสิ้นยังคงสติได้ดีสั่งให้ทหารออกปะทะขับไล่ทัพสุมาอี้ถอยไปตามเดิม

ถึงจูกัดเหลียงลาลับดับโลก แต่ยังได้ทำพิธีรักษาดวงดาวประจำตัวไม่ให้ร่วงหล่นจากฟากฟ้า เป็นการขู่สุมาอี้ มิให้ตามโจมตีเวลาถอยทัพ ซึ่งอุบายนี้สามารถรักษาชีวิตทหารของตนได้หลายหมื่น และยังทำให้อาณาจักร จ๊กก๊ก (ของเล่าปี่) ยืนยาวอยู่ได้อีกกว่ายี่สิบปี พระเจ้าเล่าเสี้ยนโศกเศร้าเสียพระทัยมาก ศพของจูกัดเหลียงถูกฝังอยู่ที่เชิงเขาเตงกุนสัน ปากทางเข้าเสฉวน

ภายหลังจากที่จูกัดเหลียงสิ้นชีวิตไปแล้ว 29 ปี เมื่อเตงงายแม่ทัพของวุยก๊กได้ยกทัพผ่านมาทางเขาเหยียดฟ้าปากทางเข้าเมืองเสฉวนอีกทาง ได้พบกับป้อมค่ายที่ร้างบนเขาซึ่งปราศจากทหารดูแลเมื่อจูกัดเหลียงสิ้นชีวิตไปแล้ว ซึ่งจูกัดเหลียงทำนายว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมีแม่ทัพของวุยก๊กยกทัพผ่านทางนี้จึงให้เฝ้าระวังไว้ และเมื่อจงโฮยแม่ทัพวุยก๊กอีกคนที่ยกทัพผ่านมาทางเขาเตงกุนสัน นอนหลับไปฝันเห็นว่าจูกัดเหลียงมาเข้าฝันว่า เมื่อยกทัพเข้าเสฉวนได้แล้วขอให้ไว้ชีวิตราษฎร ซึ่งจูกัดเอี๋ยนที่เป็นแม่ทัพคนหนึ่งของจ๊กก๊กได้เข้าต่อต้านทัพวุยและก็เสียชีวิตพร้อมบุตรชายตัวเองในครั้งนี้ด้วย ปัจจุบันมีศาลเจ้าจูกัดเหลียงและเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย และบรรดาขุนพลของจ๊กก๊กที่เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ซึ่งได้รับการบูรณะในปีที่ 11 ของรัชสมัยจักรพรรดิคังซีของราชวงศ์ชิง

ผลงาน
1.กลเผาทุ่งพกบ๋อง ทำลายทัพของแฮหัวตุ้นที่มาโจมตี
2.เบื้องหลังความสำเร็จของยุทธนาการศึกเซ็กเพ็ก ทำลายทัพกำลังพลเป็นล้านของโจโฉหมดสิ้น นำหุ่นฟางไปลวงระดมธนูมาจากฝ่ายโจโฉ ขึ้นแท่นเรียกลมอ่านโองการบัญชาฟ้าดิน วางกลซุ่มดักตีทัพโจโฉยามแตกพ่าย
3.อุบายยึดเกงจิ๋วและหัวเมืองสำคัญทั้งหลายโดยใช้อุบายยืมกำลังจากง่อก๊กเข้าตีลวงแล้วจึงส่งกำลังเข้ายึดโดยไม่ต้องลงทุน
4.แก้อุบายจิวยี่จนเล่าปี่ได้ซุนฮูหยินเป็นภรรยา
5.อุบายลวงจิวยี่ มันสมองสำคัญของง่อก๊กจนกระอักเลือดตาย
6.อุบายให้เตียวสงมอบแผนที่เสฉวน
7.เคลื่อนทัพเข้ายืดแคว้นเสฉวนของเล่าเจี้ยงเพื่อสร้างสถานภาพสามก๊ก
8.เจริญสัมพันธไมตรีกับง่อก๊กหลังจากพระเจ้าเล่าปี่สวรรคต ซึ่งก่อนหน้านี้เล่าปี่ได้เคลื่อนทัพหลวงบุกรุกง่อก๊กเพื่อแก้แค้นให้กับกวนอู ซึ่งในครั้งนั้น ทำให้พระเจ้าเล่าปี่สูญเสียแม่ทัพเตียวหุย และยังถูกลกซุนเผาทัพหลวงจนมอดใหม่หมดสิ้น
9.สยบเบ้งเฮ็กทำให้ทางใต้สงบ โดยไม่ต้องกังวลกับการบุกทางเหนือฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น
10.ออกอุบายปล่อยข่าวลือทำให้พระเจ้าโจยอยปลดสุมาอี้ออกจากตำแหน่งทางการเมืองเพื่อไม่ให้ต่อกรกับจ๊กก๊กได้
11.บุกกิสานครั้งที่หนึ่ง สามารถเคลื่อนทัพบุกยึดเทียนซุยและอันติ้งได้ด้วยอุบาย พร้อมทั้งได้ยอดทหารอย่างเกียงอุยมาเป็นขุนศึกคู่ใจด้วย
12.ครานั้นพระเจ้าโจยอยส่งทัพใหญ่ให้แม่ทัพโจจิ๋นเป็นแม่ทัพ และให้อองลองขุนนางเฒ่าข้าเก่าในสมัยพระเจ้าฮั่นเลนเต้เป็นที่ปรึกษานำทัพออกสู้รบเพื่อป้องกันการบุกของทัพจ๊กซึ่งมีจูกัดเหลียงเป็นแม่ทัพใหญ่ ครานั้นอองลองออกยืนหน้าทัพของฝ่ายตนหวังจะพูดจาเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวให้จูกัดเหลียงละอายใจและได้สำนึก จะได้ถอยทัพกลับไปโดยไม่ต้องรบ กลับถูกจูกัดเหลียงซึ่งนั่งอยู่บนรถเลื่อนพูดด่าประจานให้ได้อายฟ้าอายดินจนอองลองตกม้าตายอยู่ตรงหน้าทัพ ทหารเสียขวัญแตกพ่ายไม่เป็นขบวน เป็นการแสดงออกถึงอัจฉริยภาพด้านวาทศิลป์ไม่แพ้โซ้จิ๋น และเตียวยี่ในอดีต
13.ในยามคับขันครั้งหนึ่ง หลังจากเสียเกเต๋ง จูกัดเหลียงต้องถอยทัพใหญ่กลับเซงโต๋ (เฉิงตู) แต่ต้องขนถ่ายเสบียงกลับจากเมืองเล็กๆที่เสเสีย ภายในเมืองเสเสียมีแต่เสบียงกับทหารเพียงแค่สองพันห้าร้อยคน ในขณะที่กองทัพสุมาอี้มีกองทัพเรือนแสนยกมาประชิดกำแพงเมือง จูกัดเหลียงทำกลลวง เปิดประตูเมือง ลดธงทิวลง และขึ้นเล่นพินจีนบนกำแพงเมือง ลวงทัพสุมาอี้ ทำให้สุมาอี้ลังเลที่จะยกทัพบุกเข้าในเมืองเพราะกลัวจูกัดเหลียงซุ่มทัพโจมตี ครั้งนี้เป็นการแสดงอัจฉริยภาพของจูกัดเหลียงในการแก้ปัญหายามคับขันถึงชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยมถึงแม้จะมีความเสี่ยงมากก็ตาม
14.ในการบุกกิสานครั้งที่สาม ใช้เนินไม้แปลกสร้างกองทัพผีทำกลลวงทัพสุมาอี้จนแม้แต่ยอดขุนพลเตียวคับยังไม่กล้าบุก จนสามารถตีได้ค่ายใหญ่ของสุมาอี้ เปิดทางเข้าสู่กิสานได้เต็มตัว
15.สร้างโคยนต์ม้ากลขึ้นใช้ลำเลียงเสบียงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการบุกกิสานในการบุกกิสานครั้งที่ 5
16.ลวงทัพสุมาอี้ให้ออกรบ โดยซุ่มกำลังไว้ที่ช่องเขาระหว่างทาง ทำการเผาทัพสุมาอี้ในการบุกกิสานครั้งที่ 6 ในครั้งนี้สุมาอี้ สุมาสู และสุมาเจียว บุตรทั้งสองของสุมาอี้ เกือบต้องมาสิ้นชีวิตที่ช่องเขานี้ แต่คงเป็นบุญญาพินิหารของตระกูลสุมาที่จะต้องให้กำเนิดพระมหากษัตริย์ที่สามารถรวบรวมสามก๊กให้เป็นหนึ่งได้ ทำให้ฝนตกลงมาสามพ่อลูกตระกูลสุมาจึงหนีรอดไปได้
17.ก่อนจูกัดเหลียงสิ้นชีวิตในการบุกกิสานครั้งที่ 6 นี้เองได้วางกลลวงสุมาอี้เพื่อทำให้กองทัพเคลื่อนกลับเซงโต๋ได้อย่างปลอดภัยโดยให้นำหุ่นไม้ของจูกัดเหลียงขึ้นนั่งบนรถประจำตัวโดยในจุดนี้ บางฉบับกล่าวว่าจูกัดเหลียงให้นำเอาศพของตนเองขึ้นนั่งบนรถ แล้วให้เกียงอุยเป็นทัพหลัง เมื่อเห็นทัพสุมาอี้เคลื่อนใกล้วเข้ามาตามตีก็ให้เข็นรถออกไปให้สุมาอี้เห็นทำให้สุมาอี้ที่เคยโดนกลลวงจนเกือบโดนเผาตายไม่กล้ายกทัพตามตีต่อเพราะคิดว่าจูกัดเหลียงยังมีชีวิตอยู่และเกรงกลัวจะต้องกลของจูกัดเหลียง และยังให้เตียวหงีกับม้าต้ายทำกลลวงกบฏอุยเอี๋ยนจนสามารถสังหารอุยเอี๋ยนได้ระหว่าง

รายชื่อบุคคลที่ถูกสังหารโดยจูกัดเหลียง เตียวหยิม ขุนพลของเล่าเจี้ยง
ม้าเจ็ก ที่ปรึกษาของฝ่ายตนเอง เนื่องจากม้าเจ๊กไม่สามารถรักษาด่านเกเต๋งไว้ได้ จูกัดเหลียงจึงสั่งให้นำตัวไปประหาร
อองลอง ขุนนางวุยก๊ก จูกัดเหลียงใช้วาจาด่าอองลองจนตกม้าตาย
ตันเซ็ก ขุนพลฝ่ายตนเอง เนื่องจากไม่ฟังคำสั่ง จนเกือบเสียทีแล้วยังป้ายความผิดให้กับอุยเอี๋ยนอีก จูกัดเหลียงจึงให้นำตัวไปสั่งประหาร
แต้บุ้น ขุนพลวุยก๊กที่แสร้งทำเป็นสวามิภักดิ์ แต่จูกัดเหลียงจับได้

สิ่งประดิษฐ์ของจูกัดเหลียง
จูกัดเหลียงนอกจากจะเป็นยอดนักวางแผนแล้วยังเป็นยอดนักประดิษฐ์อีกด้วย สิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่ของจูกัดเหลียงใช้เพื่อการสงคราม มีดังต่อไปนี้

หน้าไม้กลสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ถูกใช้หลังจากจูกัดเหลียงตายไปแล้ว จูกัดเหลียงเพียงออกแบบเท่านั้น และนำแบบร่างให้เกียงอุยไปจัดการทำ กล่าวกันว่าหน้าไม้นี้สามารถยิงได้ครั้งละ 10 ดอก
โคยนต์ จูกัดเหลียงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการขนส่งเสบียง
โคมลอย ใช้สำหรับบอกตำแหน่งทางการทหาร เรียกกันทั่วไปว่า โคมจูกัดเหลียง (Kongming lantern : ???)
ซาลาเปา หลังเสร็จศึกเบ้งเฮกแล้ว กองทัพจ๊กก๊กไม่สามารถข้ามแม่น้ำได้เนื่องวิญญาณทหารทั้งหลายที่ตายในสนามรบไม่ได้รับการปลดปล่อย จูกัดเหลียงจึงต้องทำพิธีบวงทรวงเซ่นไหว้ดวงวิญญาณด้วยการทำซาลาเปาแทนศีรษะเหล่าทหาร และเชิญดวงวิญญาณกลับ




เทพดาองค์ใดหนอซึ่งให้เราเกิดมาแล้ว เหตุใดจึงให้ขงเบ้งเกิดมาด้วยเล่า

— จิวยี่

อุบายจิวยี่
ใช้ไฟเผากองทัพเรือโจโฉที่ถูกผูกติดกันเป็นแพให้วอดวายโดยอาศัยลมสลาตันช่วยโหม เมื่อกองทัพนับล้านถูกเผาจนสิ้นในวันเดียว โจโฉก็ตกใจมากและ ตัดสินใจหนีไปเมืองเกงจิ๋ว แต่ตลอดทางหนีถูกกองทัพของเล่าปี่และซุนกวนซุ่มโจมตีจนบอบช้ำอย่างหนัก ตัวโจโฉนั้น หากไม่ได้ทหารเอกคอยช่วยเหลือ ก็คงไม่รอดชีวิตเป็นแน่

จิวยี่ (อังกฤษ: Zhou Yu; จีนตัวเต็ม: ??; จีนตัวย่อ: ??; พินอิน: Zh?u Y?; เวด-ไจลส์: Chou Y?) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ในยุคสามก๊ก แม่ทัพคนสำคัญของง่อก๊ก ขุนพลผู้ปราดเปรื่อง และเป็นคู่ปรับคนสำคัญของขงเบ้ง เป็นชาวเมืองลู่เจียนซู เกิดในครอบครัวขุนนางเก่า ชื่อรองกงกิ่ง (??) ลักษณะเป็นบุรุษรูปงาม หน้าขาว เมื่อวัยเด็กได้เรียนรู้วิชาอย่างแตกฉาน ทั้งการทหาร และศิลปะแขนงต่าง ๆ โดยจิวยี่เป็นผู้ชำนาญทางดนตรี กล่าวกันว่า ถ้าใครดีดพิณผิดแม้นิดเดียว ใครต่อใครจับไม่ได้ แต่จิวยี่สามารถจับได้ จิวยี่เป็นผู้มีนิสัยโอบอ้อม มีน้ำใจต่อเพื่อนฝูง ดังนี้ จึงมีผู้ที่เคารพนับถือเป็นมิตรสหายมากมาย

ประวัติ
จิวยี่ คบหาเป็นเพื่อนกับซุนเซ็กมาแต่ยังเล็ก เมื่อซุนเซ็กสร้างเมืองกังตั๋งจนรุ่งเรือง จิวยี่มีส่วนในการสร้างความสำเร็จนั้นด้วย และทั้งคู่ก็มีสถานะเป็นคู่เขยกัน โดยที่ภรรยาของทั้งคู่ คือ นาง 2 เกี้ยวแห่งเมืองกังตั๋ง ภรรยาของซุนเซ็ก คือ ไต้เกี้ยวพี่สาวของเสียวเกี้ยวซึ่งเป็นภรรยาของจิวยี่ เมื่อซุนเซ็กสิ้นลง ได้ฝากฝังเมืองกังตั๋งและซุนกวน น้องชายไว้กับจิวยี่ด้วย มีความภักดีต่อตระกูลซุนมาก เพราะถือว่าตระกูลซุน มีบุญคุณต่อตน และครอบครัวมาตลอด เขารับใช้ตระกูลซุน ด้วยความซื่อสัตย์ และสามารถอย่างถึงที่สุด จิวยี่ได้รับตำแหน่ง เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งง่อก๊ก เมื่ออายุได้เพียง 26 ปี

เมื่อขงเบ้ง มาอยู่ที่เมืองกังตั๋งเพื่อร่วมกันรับมือกับทัพวุยก๊กของโจโฉ แม้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกัน แต่จิวยี่ก็ไม่ไว้วางใจขงเบ้ง เพราะเกรงว่าขงเบ้งต่อไป จะเป็นภัยแก่ง่อก๊ก จึงหาทางกำจัดขงเบ้งอยู่เสมอๆ แต่ขงเบ้งก็ล่วงรู้ก่อน และทำลายแผนการเหล่านี้ ไว้ได้ทุกครั้ง สร้างความแค้นใจให้จิวยี่ยิ่งนัก

จิวยี่ สิ้นชีพเมื่ออายุได้เพียง 36 ปี ระหว่างยกทัพบุกเมืองปาเหล็ง ด้วยอาการโลหิตเป็นพิษจากลูกธนู ประกอบกับความแค้นใจที่มีต่อขงเบ้ง จึงกระอักเลือดตาย ก่อนสิ้น จิวยี่ได้รำพันออกมาว่า "เมื่อฟ้าส่งข้ามาเกิดแล้ว เหตุไฉนถึงส่งขงเบ้งมาเกิดด้วย" ตามบันทึกประวัติศาสตร์จริงจิวยี่เสียชีวิตเพราะป่วยจากโรคระบาด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตายด้วยความคับแค้นใจต่อขงเบ้งแต่อย่างไร



จูล่ง
แม่ทัพคนสำคัญของเล่าปี่ ในยุคสามก๊กของประเทศจีน และเป็น 1 ใน 5 ขุนพลทหารเสือของเล่าปี่ ในวรรณกรรมสามก๊ก

ประวัติ
จูล่ง ได้รับฉายาว่าเป็น "สุภาพบุรุษจากเสียงสัน" เกิดในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 2 ที่อำเภอเจินติ้ง เมืองเสียงสัน มีแซ่เตียว (จ้าว) แต่ไม่มีใครเรียกว่า เตียวจูล่ง สูงประมาณ 6 ศอก (1.89 เมตร) หน้าผากกว้างดั่งเสือ ตาโต คิ้วดก กรามใหญ่กว้างบ่งบอกถึงนิสัยซื่อสัตย์ สุภาพเรียบร้อย น้ำใจกล้าหาญ สวมเกราะสีขาว ใช้ทวนยาวเป็นอาวุธ พาหนะคู่ใจ คือ ม้าสีขาว คอยติดตามเล่าปี่ และขงเบ้ง จูล่งเป็น 1 ใน 5 ขุนพลทหารเสือที่ เล่าปี่แต่งตั้งขึ้น ประกอบด้วย จูล่ง กวนอู เตียวหุย ม้าเฉียว และฮองตง




กวนอู
ตามคำบรรยายในวรรณกรรมสามก๊ก กวนอูเป็นผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ 9 ฟุตจีนหรือประมาณ 6 ศอก ใบหน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก นัยน์ตายาวรี คิ้วดั่งหนอนไหม หนวดเครางามถึงอก[3] มีง้าวรูปจันทร์เสี้ยว ยาว 11 ศอก หนัก 82 ชั่ง เป็นอาวุธประจำกายเรียกว่า "ง้าวมังกรเขียว" หรือ "ง้าวมังกรจันทร์ฉงาย" เชี่ยวชาญและเก่งกาจวิทยายุทธ จงรักภักดี กตัญญูรู้คุณ มีคุณธรรมและซื่อสัตย์เป็นเลิศ


วีรกรรมของกวนอูนั้นมีมากมาย เริ่มจากการร่วมปราบปรามโจรโพกผ้าเหลืองร่วมกับทหารหลวงของพระเจ้าเลนเต้ สังหารฮัวหยงแม่ทัพของตั๋งโต๊ะโดยที่สุราคาราวะจากโจโฉยังอุ่น ๆ ปราบงันเหลียงและบุนทิวสองทหารเอกของอ้วนเสี้ยว บุกเดี่ยวพันลี้หนีจากโจโฉเพื่อหวนกลับคืนสู่เล่าปี่ด้วยคำสัตย์สาบานในสวนท้อ ทั้งที่โจโฉพยายามทุกวิถีทางเพื่อมัดใจกวนอูแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ฝ่า 5 ด่าน สังหาร 6 ขุนพลของโจโฉ และในคราวศึกเซ็กเพ็กโจโฉแตกทัพหนีไปตามเส้นทางฮัวหยง กวนอูได้รับมอบหมายจากขงเบ้งให้นำกำลังทหารมาดักรอจับกุม โจโฉว่ากล่าวตักเตือนให้กวนอูระลึกถึงบุญคุณครั้งก่อนจนกวนอูใจอ่อนยอมปล่อยโจโฉหลุดรอดไป โดยยอมรับโทษประหารตามที่ได้ทำทัณฑ์บนไว้กับขงเบ้ง


สงครามสามก๊ก

ศึกโจรโพกผ้าเหลือง • ศึกสิบขันที • ศึกปราบตั๋งโต๊ะ • ศึกสะพานจีเกี้ยว • ศึกหว่านเฉิง • ศึกปราบลิโป้ • ศึกกัวต๋อ • ศึกทุ่งพกบ๋อง • ศึกสะพานเตียงปันเกี้ยว • ศึกผาแดง • ศึกด่านตงก๋วน • ศึกหับป๋า • ศึกเขาเตงกุนสัน • ศึกอ้วนเซีย • ศึกอิเหลง • ศึกปราบเบ้งเฮ็ก • ศึกวุยก๊ก • ศึกเซ็กเต๋ง • ศึกอู่จั้งหยวน



Source://movies.narak.com/preview/red_cliff2.shtml

wikiสามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ





Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2552 23:50:57 น. 27 comments
Counter : 1097 Pageviews.

 


สงครามฉางปาน
สงครามฉางปานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การต่อสู้ที่หมู่บ้านฉางปาน ที่ภรรยาทั้งสองของเล่าปี่ถูกฆ่า และแม่ทัพจูล่ง ช่วยชีวิตบุตรชาย ของเล่าปี่ไว้ ส่วนที่สองคือ การต่อสู้ที่เนินฉางปาน ที่ซึ่งแม่ทัพกวนอูและ เตียวหุยสกัดกองทัพศัตรู เอาไว้เพื่อให้ไพร่พลหนีไปได้อย่างปลอดภัย

ในการเตรียมตัวรับบทจูล่ง ฮูจุนต้องเตรียมพร้อมร่างกายหลายเดือนกับผู้กำกับคิวบู๊ ดิออน ลัม ที่ช่วยฝึกให้ร่างกายของเขา อยู่ในสภาพ ที่สมบูรณ์ที่สุด ก่อนเริ่มถ่ายทำ โชคร้ายที่การฝึกร่างกาย อย่างหนักทำให้อาการบาดเจ็บที่กระดูก สันหลังของอูจุนกำเริบ ทำให้เขาต้องพัก ฟื้นอีกเป็นเดือน และก่อนเปิดกล้องไม่นาน ก็มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับคิวบู๊เป็น โครี่ หยวน

น่าสนใจว่านี่คือการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของวูและหยวน หลังจากร่วมงานกันครั้งแรกในปี 1974 ตอนนั้นหยวนกำกับคิวบู๊ให้ The Young Dragons ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกๆ ของวู แม้จะไม่ได้ร่วมงานกันนานกว่า 30 ปี แต่ทั้งคู่ก็ประสบความสำเร็จอย่างราบรื่นกับ Red Cliff ฉากแอ๊คชั่นแต่ละฉากที่วู ออกแบบบนกระดาษ ได้รับการถ่ายทอดอย่างละเอียดและสวยงามโดยหยวน ความเชื่อใจที่พวกเขา มีให้กันทำให้การทำงาน ง่ายขึ้นมาก แม้การถ่ายทำ จะยากลำบากก็ตาม



สงครามซานเจียงโก๋ว
ฉากสงครามฉากแรกของ เหลียงเฉาเหว่ย คือฉากสงครามซานเจียงโก๋วที่ถ่ายทำเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2007 อากาศร้อนจัดยังไม่พอ เหลียงเฉาเหว่ยยังต้องสวมชุดเกราะหนักอึ้งและขี่ม้าด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ถ่ายทำยังเป็นที่โล่งซึ่งไม่มีที่กำบังใดๆให้หลบร้อนนอกจากเต้นท์ 2-3 หลังที่ทีมงานสร้างไว้

หากมองข้ามเรื่องอากาศไป จะพบว่าฉากนี้เป็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ด้วยทหารเดินเท้ากว่าหนึ่งพันนายและม้ากว่า 300 ตัว (รวมทั้งทหารม้าอีก 300 นาย) บวกกับทีมงาน อีกกว่า 700 ชีวิต ฉากต่อสู้ฉากนี้จึงเป็นการทำงานที่ใหญ่พอสมควร

วันสุดท้ายในการถ่ายทำ เหลียงเฉาเหว่ยทำงานที่สถานที่แห่งเดิม ฉากเดิม และสวมเกราะชุดเดิม ความแตกต่างอย่างเดียวคืออากาศคราวนี้หนาวมาก และพื้นเต็มไปด้วยหิมะ หรืออาจกล่าวได้ว่าฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำกว่า 6 เดือน กว่าจะเสร็จสิ้น ซึ่งแน่นอนว่าผู้ชมดูแล้วคงคาดไม่ถึง

ฉากนี้เริ่มจากตัวละคร ซุนฮูหยิน ที่รับบทโดย จ้าวเหว่ย ที่ตั้งใจนำกองทัพสตรีซุ่มโจมตีกองทัพของโจโฉโดยยิงธนูเข้าไป เมื่อรู้ว่าศัตรูไล่ตามมา เธอก็ควบม้าลวงพวกนั้น ไปยังที่มั่นของฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งเป็นเหมือนที่กำบังของเธอ เมื่อศัตรูติดกับ ขุนพลฝ่ายสัมพันธมิตรก็ออกมาต่อสู้ที่ละคน
สุดท้าย จิวยี่ ตัวละครของ เหลียงเฉาเหว่ย ก็ลงมาจากแท่นและเข้าร่วมรบด้วย โดยเข้ามาขวางลูกธนูให้กับ จูล่ง ตัวละครของ ฮูจุน อย่างอาจหาญ


สงครามผาแดง
แม้จะได้ชื่อว่าสงครามผาแดง แต่โดยทางเทคนิคแล้ว ควรเรียกว่า สงครามป่าอีกา (อู่หลิม) มากกว่า เพราะการต่อสู้เกิดขึ้นที่ป่าอีกา มิใช่ผาแดง ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ของแม่น้ำ

สงครามอันเลื่องชื่อครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ การต่อสู้บนบก และการต่อสู้ในน้ำ สำกรับฉากในแม่น้ำ เป็นฉากที่แม่ทัพ อุยกาย ส่งเรือไฟไปเผากองทัพ เรือของโจโฉ เรือบางลำของโจโฉล่มทันที บางลำก็แตกออกเป็นชิ้นๆแล้วจึงล่ม เนื่องจากลมพัดไปในทิศทางนั้นพอดี ประกอบกับเรือของ โจโฉถูกผูกติดกันเป็นแพ ไฟจึงลุกลามเร็วขึ้น จนในที่สุดเรือจำนวนสองพันลำก็ถูกไฟเผาทำลายจนวอดวาย

ฉากนี้ฉากเดียวใช้เวลาวางแผนมากกว่า 1 ปี เรือขนาดใหญ่เต็มรูปแบบจำนวน 18 ลำ ถูกสร้างขึ้นในสถานที่ถ่ายทำ เพราะเรือใหญ่ขนาดนี้ ถ้าไปต่อข้างนอก แล้วย้ายมาที่อ่างเก็บน้ำ จะลำบากเรื่องการขนส่ง เรือลำใหญ่ที่สุดมีความสูงถึง 38 เมตร (125 ฟุต!) การสร้างเรือ ทั้งหมดใช้เวลา 8 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2006 ถึงเดือนพฤษภาคม 2007 ขณะเดียวกัน ก็มีการสร้างท่าเรือขนาดใหญ่จำนวน 4 แห่งขึ้นในบริเวณนั้น แต่ก็มีเรือหลายลำที่สร้างขึ้นในอู่ต่อเรือใกล้ๆ และขนย้ายมายังบริเวณถ่ายทำทีหลัง ส่วนอีกสองพันลำที่เหลือ จำเป็นต้องสร้างขึ้นด้วยระบบดิจิตอล

ฉากรบอันยิ่งใหญ่อลังการฉากนี้ เป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เห็นจิวยี่และโจโฉเผชิญหน้ากันท่ามกลางทะเลเพลิง และ แน่นอนว่าฉากนี้ จะติดตาผู้ชมจน จบเครดิตปิดท้ายเรื่อง เลยทีเดียว






โดย: Bernadette วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:44:35 น.  

 


โดย: ตัวp_box วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:21:11 น.  

 


โดย: ตัวp_box วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:24:46 น.  

 
แง๊วว เอาเพลงมาฝากพี่แพท ค่ะ ทำงานเหน็ดเหนื่อย กลับมาพักผ่อนเย็นใจ บ้านแบร์ยินดีต้อนรับค่ะ

กลับมาซักครั้ง-เจี๊ยบ วรรธนา กำลังจายย คือสิ่งสำคัญที่ซู๊ตตตต พี่แพทว่าอะปค่ะ



โดย: Bernadette วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:37:29 น.  

 
โดย: ตัวp_box วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:24:46 น.

ตอบ เอากำลังจายยมากฝากกก
เจี๊ยบ วรรธนา - เส้นทางนี้




หากความรักเป็นดั่งเส้นทางสายหนึ่งซึ่งอาจจะมีความหมาย แต่คนใช้มันมาเนิ่นนานเต็มที เส้นทางจึงมีนิยาย เส้นทางนี้มันเป็นเส้นทางสายเก่า เก่าๆ แต่มีความหมาย เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางนิยายไม่มีวันตายนิรันดร์

ก็คือฉันนั้นเพียงจะขอเธอออกเดินทางไปด้วยกัน เส้นทางนี้ก็คงจะน่าเดินหากมีเราเดินเคียงกัน เส้นทางนี้จะมีเรื่องราวขึ้นใหม่ยิ่งใหญ่และมีความหมาย หากทางนี้มีเราร่วมเดินทางไปเป็นตัวเอกในนิยาย

ก็คือฉันนั้นเพียงจะขอเธอออกเดินทางไปด้วยกัน เส้นทางนี้ก็คงจะน่าเดินหากมีเราเดินเคียงกัน มันอาจจะเป็นทางไกล ไกลสุดขอบฟ้าสีคราม แต่เป็นทางดีงามสมใจ ถ้าหากมีเราเดินไป ไกลสักเพียงไหนมิหวั่น จะฝ่าฟันให้สุดเส้นทาง


ก็คือฉันนั้นเพียงจะขอเธอออกเดินทางไปด้วยกัน เส้นทางนี้ก็คงจะน่าเดินหากมีเราเดินเคียงกัน เส้นทางนี้จะมีเรื่องราวขึ้นใหม่ ยิ่งใหญ่และมีความหมาย หากทางนี้มีเราร่วมเดินทางไปเป็นตัวเอกในนิยาย


โดย: Bernadette วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:46:25 น.  

 
ชอบกลศึก “กลศึกลวงดอกธนู”

ดีจังนำมาสรุปรวม เดี๋ยวไว้จะทยอยอ่าน

ขอบอกว่า “สามก๊ก”เป็นหนังสือที่ไม่เคยอ่านเลย ถ้าไม่นับที่มีเรียนบ้างตอนวัยเรียน ทั้งที่จริง ๆ ควรเรียนรู้กลยุทธ์หลายเรื่องจากเรื่องนี้


โดย: รัชชี (รัชชี่ ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:43:16 น.  

 
ชอบกลศึก “กลศึกลวงดอกธนู”

ดีจังนำมาสรุปรวม เดี๋ยวไว้จะทยอยอ่าน

ขอบอก ว่า “สามก๊ก”เป็นหนังสือที่ไม่เคยอ่านเลย ถ้าไม่นับที่มีเรียนบ้างตอนวัยเรียน ทั้งที่จริง ๆ ควรเรียนรู้กลยุทธ์หลายเรื่องจากเรื่องนี้


โดย: รัชชี (รัชชี่ ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:43:16 น.

ตอบ แง๊บบบ อ่านจบ สลบเล๊ยยย ฮุ๊ววว
ลองหาจับผิดสามก๊กมาอ่านดูกะดีค่ะ
ได้อีกหลายมุมมองค่ะ


โดย: Bernadette วันที่: 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:31:15 น.  

 
เรื่องนี้ได้ดูอยู่จ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:18:16 น.  

 
เรื่องนี้ได้ดูอยู่จ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:18:16 น.

ตอบ หนุกหนุก แง๊บๆๆ


โดย: Bernadette วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:30:29 น.  

 
เคยทั้งอ่าน ทั้งดูแหละ

นครปฐม นาน ๆๆๆๆ ผ่านทีค่ะ ห่างโคราชตั้ง สามร้อยกว่าโลน้อ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:24:22 น.  

 
เคยทั้งอ่าน ทั้งดูแหละ

นครปฐม นาน ๆๆๆๆ ผ่านทีค่ะ ห่างโคราชตั้ง สามร้อยกว่าโลน้อ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:24:22 น.

ตอบ อ้อ ไกลนี้เอง

ง่า พี่ตุ๊กตุ๊ก ว่าอะปะ ตามหนังสือ ที่วิเคราะห์สามก๊ก หรือ เอาสามก๊ก มาวิเคราะห์ในรูปแบบของ business หรือการปกครอง เศษศาสตร์ and so on.

แบร์ว่ามันอยู่ที่ตีฟามง่า เล่มหนาปึกขนาดน้านนน แถม ต้องไปหา text หรือหนังสือประวัติศาสตร์อื่นๆๆมาประกอบอีกแง๊วว บอกว่า

เค้าพูดกันว่า อ่านสามก๊กสามรอบแล้วคบไม่ได้ แบร์ว่าอ่านแบบแบบวิเคราะห์ตีฟามคบไม่ได้มากกว่าอ่า มันอ่านเป็นปี แฮ่ แฮ่

แง๊บบ ยากจัง บางทีนึกอีกที ไม่ได้อ่านเอาไปทำทีสิส
จริงๆๆแล้วแบร์อ่านแล้วยกประเด็นบางจุดมาเท่านั้นง่า

โต๊ต เพ้อเจ้อเรื่องตีฟามงะ แง๊บบบ หง่าวววววววว


โดย: Bernadette วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:44:46 น.  

 
เพิ่งจะหายป่วย
คืนนี้เลยส่งน้องแบร์เข้านอนนะ..

Sleep tight..emoemo


โดย: ตัวp_box วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:00:54 น.  

 
เพิ่งจะหายป่วย
คืนนี้เลยส่งน้องแบร์เข้านอนนะ..

Sleep tight..emoemo


โดย: ตัวp_box วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:00:54 น.

ตอบ เอาเพลงมาฝากจ้า เป็นนกฮู๊กกกกกกกกก แง๊บบแง๊บบ
ตาสว่างจ้าเล๊ยย

Pause ดาว


โดย: Bernadette วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:23:13 น.  

 
อัดแน่นไปด้วยข้อมูล

แต่ฉบับของหนัง แต่เรื่องให้ซุนกวนเป็นเทพน่าดู

เลยนะครับ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:16:52:11 น.  

 
ชอบจังเลย ขอบคุณ

Convertible Car Seat


โดย: fernseher วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:5:52:21 น.  

 


โดย: birdfriday วันที่: 13 กันยายน 2554 เวลา:14:24:59 น.  

 


โดย: spordo01 วันที่: 14 กันยายน 2554 เวลา:12:30:01 น.  

 
ขอบคุณครับ เขียนดีนะครับ
ติดตามอยู่นะครับ เดี๋ยววันหลังจะตามมาอ่านใหม่ bookmark ไว้ละ :D
วันนี้พอก่อน วันละนิด จิตแจ่มใส่ :D




_________________________________________________________________________________


cheap halloween costumes | homemade halloween costumes | adult halloween costumes





โดย: lafaellcross วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:4:22:33 น.  

 
ตามมาอ่านอีกรอบ ขอบคุณมากงับ วันหลังเดี๋ยวเวะมาเจิมอีก




____________________________________________________________________________________

if you find a new laptop but don't know where to buy visit us where to buy a laptop we can help you choose laptops.



โดย: lafaellcross วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:20:46:30 น.  

 
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูล
เดี๋ยวว่างๆ จะมาเจิมอีก


______________________________________________
wellcome to halloween day if you need halloween costumes visit us halloween costume ideas


โดย: lafaellcross วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:4:01:49 น.  

 


โดย: เฮียตี๋น้อย วันที่: 18 ตุลาคม 2554 เวลา:2:06:51 น.  

 


โดย: เฮียตี๋น้อย วันที่: 18 ตุลาคม 2554 เวลา:2:13:10 น.  

 
ขอบคุณมากครับสำหรับบทความเขียนได้เยี่ยมเลยครับ
PN51D550 Review | Samsung PN51D550 Review


โดย: pn51d550 (AIRRO01 ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:31:38 น.  

 


โดย: ขอบคุณนะจ๊ะ (solodano ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:35:00 น.  

 


โดย: SaZmi (solodano ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:00:08 น.  

 
Thanks for the great article. I hope to be back to read it again. Please write to me so I like this article. I feel much better and more knowledgeable. Thank you.
Samsung Smart TV 2011 30 Inch Lcd Tv Smart Tv 42 inch lcd smart tv 50 inch lcd and led samsung smart tvs for 2011 deals on smart tvs


โดย: couples (AIRRO01 ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2554 เวลา:15:46:49 น.  

 


โดย: dannyloa วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:2:28:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bernadette
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




In the name of the Father, and of the Son, and of the Holy Spirit

The Ave Maria asks Mary to "pray for us sinners."

Amen

PaPa for all Father W e pray year of priests.



Card Michael Michai Kitbunchu, Archbishop of Bangkok, is the first member of the College of Cardinals from Thailand.

source :http://www.asianews.it/news-en/Michai-Kitbunchu,-first-cardinal-from-Thailand-3038.html

พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู คณะเชนต์ปอล part1

ฺBishop ฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พิธีรับPallium Metropolitans Bangkok Thailand >

สารคดี เทศกาลแห่ดาว สกลนคร Welcome
Sakonnakorn Christmas Thailand
Metropolitans Tarae Sakornakorn Thailand


Orchestra and four vocal Choir - *Latin* Recorded for the Anniversary of the Pope Benedict XVI April 19 This is the Anthem of the Vatican City. The Songs are called Inno e Marcia Pontificale ...

We are Catholic.

หน้าเฟส อัพรูป หาที่อัพรูปใหม่อยู่ http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3


MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add Bernadette's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.