แบร์แนแด็ท....น่ารัก....น่ารัก ขี้ลืม.....ขี้ลืม ...... หนังปายหนายหว่า buy แล้ววbuyอีก......... faith, hope and charity เฟศบุ๊ค http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Thirteen Days (2000) :You'll Never Believe How Close We Came.

สิบสามวัน อันตราย ในปี 1962 Cold war เป็นที่รู้จักกันดีในประวัติศาสตร์ ของคนรุ่นก่อนๆๆ โซเวียต มาตั้งขีปนาวุธที่คิวบา สามารถยิงไปเมกาได้ ผู้คนเมกา กักตุนข้าวของ ซ้อมลี้ภัย ลองมาดูใน Film สื่อ กับการ Deal เจรจาต่อรอง เพื่อไม่ให้เกิดสงครามขึ้น ขณะที่ JFK กำลังดูข่าว เหตุการณ์ที่เวียดนามอยู่ เวียตนามตอนนั้นกะร่ำๆๆแล้ววว




Trailer Thirteen-Days


ตุลาคม ปี 1962

เครื่องบินสอดแนมของเมกา ถ่ายรูปเจอ ฐานทัพขีปนาวุธของคิวบา เครื่อง U2ถ่ายภาพของเมกา ขีปนาวุธของโซเวียตวิศัยกลาง ในคิวบา ยิงไกลหลายพันไมล์ ติดหัวรบนิวเคลียร์ 3 เมกะตัน เคยเห็นในขบวนพาเรต ในจตุรัสแดง Mayday parade in red square ปีนี้


//www.1st-sandal.com/others/index.htm
SS4 Sandal in Mayday parade in red square


กับการประชุมของฝ่ายเมกา
เท็ต กับ เคนนี่ ที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดี JFK

ผลการวิเคราะห์จาก NPIC ได้ดำเนินการสะสมอาวุธธรรมดาในคิวบา รวมทั้งขีปนาวุธวิศัยกลาง ที่ยิงจากพื้นดินสู่พื้นดินเรียกว่า MRBM ระบบของขีปนาวุธคือ SS4 Sandal เราเชื่อว่ายังใช้การไม่ได้
IRONBOK รายงานว่า ติดหัวรบนิวเคลียร์ 3 เมกะตัน ยิงไกลถึง 1,000 ไมล์ มี 32 ลูก พลรบ 3,400 นายทั้งหมด เป็นบุคลากรชาวโซเวียต เมืองใหญ่ทางเหนือและทางใต้ รวมทั้ง วอร์ชิงตัน ดีซี ล้วนอยู่ในรัศมีการยิง ...หากมีการยิง เรามีเวลาเตือน 5 นาที ...5 นาทีฆ่าคนอเมริกันได้ 80 ล้านคน ทำลายฐานเครื่องบินเราเกือบหมด ทำให้เราตอบโต้ได้น้อยลง

ฝ่ายเสนาธิการทหารเห็นว่า นี้เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในโซเวียต ไปเป็นนโยบายเชิงรุก ประมาณ 2 อาทิตย์ ขีปนาวุธทั้งหมดในคิวบาใช้การได้ ขีปนาวุธอาจมีมากกว่านี้และเรายังไม่รู้ แต่ใช้ U2 สอดแนมอีก


//www.rafmuseum.org.uk/milestones-of-flight/british_military/1962.cfm

JFK อยากทราบปฎิกริยาฝ่ายตรงข้ามคือ Krushev ครุสช๊อฟ
ถ้าเกิดครุสช๊อฟ คลุ้มคลั่ง เสียสติ และอยากก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 เราจะทำยังไง

ที่ปรึกษา
ถ้าเราลองให้โซเวียต ทดลองใช้ ขีปนาวุธในเขตของเรา พวกเราต้องคิดกันจนปวดเศียรเวียนเกล้า รัสเซียทำให้เห็นว่า อยากทำที่ใหนก็ได้ในโลก พวกเราห้ามไม่ได้ ถ้าเค้าทำสำเร็จ เราต้องไปมิคนิคกันอีก การทูตที่รังให้แก่ศตรูได้ใจ และโซเวียตเหิมเกริม เราต้องเคลื่อนย้ายขีปนาวุธไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

มีสองทาง ให้นานาชาติ กดดันและเราก็โจมตีด้วย ทางอากาศ

บ๊อบบี้ ถ้าเราตัดสินใจโจมตี ให้โจมตีก่อนที่ พวกนั้นติดตั้งขีปนาวุธได้ เราต้องทำก่อนที่บางลูกจะถูกยิง

เคนนี่ ถ้าโจมตีรัสเซียเค้าจะเล่นงานเบอร์ริน ก็คือนาโต้ Nato ก็คือสงคราม และสภาครองเกรสละ บ๊อบบี้ ให้ครองเกรส ร้บรู้และพวกเค้าจะได้คะแนนหาเสียงคืนมา เราจะให้ UN รู้ด้วยและก็เตรียมรับมือ
เรามีคนฉลาดอยู่เป็นกอง เรียกเค้าเข้ามาในห้องและก็เตะก้นเค้า และหาทางออกได้น๊ะ ..ผมทำเอง
เรียกว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ
เคนนี่มีหน้าที่รักษาความลับ ห้ามมีข่าวรั่วออกไปทำให้ผู้คนตกใจ ห้ามปิแอร์ เค้ารู้สื่อก็รู้ด้วย บ๊อบบี้บอกว่า เราหน้าจะชวน ดีน อาเชคสัน Dean Acheson คนนี้เค้าสู้กับโซเวียตตั้งแต่เรายังเล่นบอลอยู่เลย



JFK เราต้องระดมความช่วยเหลือ... กับการประชุม
ทุกคนเห็นเช่นเดียวกันว่า การทูตใช้การไม่ได้ มันช้าเกินไป ถ้าโจมตีทางอากาศ ครูช๊อฟ อาจเพิ่มขีปนาวุธในเดือนหน้า เสนาธิการเสนอ บุกโจมตี พร้อมทั้งโค่น คราสโตร ได้ด้วย การบุกพื้นดินตามมาใน 8 วัน

ความคิด ดีน อาเชคสัน Dean Acheson มีประสบการ์ณกับโซเวียตมาสิบห้าปี หลายรัฐบาล เสนอว่า ท่าทีภาษาของโซเวียต คือ การแสดงออก The Soviet understands only one language: Action และคำเดียวที่เค้าเคารพคือ กำลัง Respect only one word: Force เราควรโจมตีทางอากาศตามด้วยการบุก

กับสามทางเลือกที่ JFK ตัดสินใจ
ทางที่หนึ่ง ทำลายทิ้งระเบิดทำลายขีปนาวุธโดยตรง สอง ขยายวง ป้องกันอาวุธทางอากาศ และสามบุกพื้นดิน
เราคงเลือกทางที่หนึ่ง ....เลือกทำลายขีปนาวุธ



ดีน อาเชคสัน Dean Acheson เสนอ ให้โซเวียต ถอนกำลังขีปนาวุธภายใน 12-24 ชั่วโมง ซึ่งเค้าปฎิเสธแน่ ถ้าสั่งโจมตีทางอากาศ บุกภาคพื้นดิน เค้าจะต่อสู้และถูกบดขยี้ เค้าจะหาทาง ตอบโต้เป้าหมายอื่นที่หน้าจะเป็นเบอร์ลิน ....เราจะได้ทำสนธิสัญญากันต่อต้านเค้าที่นั่น ...ทำให้เค้าแพ้ด้วยแผนของเรา

JFK มองว่า แผนนี้ให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ด้วย..... แล้วขั้นต่อไปจะเป็นยังไง

ดีน อาเชคสัน Dean Acheson ให้ความเห็นว่า ก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนใจเย็นมากขึ้น ก่อนจะถึงขั้นต่อไป

พ่อของ เคนนาดี้ JFK มีส่วนสร้างในสนธิสัญญามิวนิค architects of Munich
ทางเลือกจึงเหลือทางเดียว ว่าลูกคงจะไม่เหมือนพ่อ เรื่องความอ่อนแอ

JFK คุยกะบ๊อบบี้ และ เคนนี่ ความคิด อาเชคสัน เค้ารับไม่ได้ ที่ อาเชคสัน พูดก็ถูก ไม่มีอะไรสำเร็จได้หรอก เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมาก ผมชักได้กลิ่น พ่ายแพ้เหมือนตอนบุกอ่าว Bay of pig



กับการประชุม
โดยแผนปิดล้อมคิวบาด้วยเรือรบ
Thuesday October 18th เครื่องบิน สอดแนมของเมกา ถ่ายรูปได้ มีขีปนาวุธ 40 ลูก วิศัยไกล IRBM มันยิงถึงทุกๆๆที่ในประเทศเรายกเว้น ซีแอทเทิ้น Seattle กับท่านนายพล รายงานJFK เราต้องสั่งกำลังกองพล อ้างว่า ซ็อมรบ กับแนวความคิดทางการทหาร เพ็นตากอน สันติวิธี คือสงคราม ยุทธการการรบ บุกอย่างเดียว คำขวัญที่เสนาธิการทหารเลือกคือ SAC "Peace is out Profession สันติภาพคืออาชีพเรา " God forbid we find ourselves in a nuclear exchange. พระเจ้าห้ามเราทำสงครามนิวเคลียร์ แต่ขีปนาวุธจากคิวบา จะฆ่าคนอเมริกัน ทำให้ผมร้อนใจอยากจะทำลายขีปนาวุธคิวบาให้เร็วที่สุด การปิดล้อม และการเจรจา ...พวกพันธมิตร คิดว่าเราอ่อนแอ ..
JFK บอกว่า ท่านไม่สังเกตหรือว่าท่านอยู่กับผม ถ้าโซเวียตโจมตี ท่านเสนาธิการ บอกว่า... โซเวียตไม่ทำ เพราะมีทางเลือกเดียว...ที่เค้าเลือกไม่ได้
JFK รู้มั๊ยเค้าไม่ได้มีอาวุธที่จะทำลาย ..ถ้าเราฆ่าทหารโซเวียต เค้าจะตอบโต้ แล้วเราทำไง ถ้าเราฆ่าเค้า เค้าต้องทำอะไรซักอย่าง

ท่านนายพลและเสนาธิการทหาร JFK กำลังจะทำลายประเทศนี้ ถ้าเราไม่ทำอะไรซักอย่าง?????
บ๊อบบี้ บอกว่า พวกนั้นได้เปรียบเรา ถ้าเราไม่ทำตามเค้าพวกเค้าจะเก็บเรา

กับการสัมภาษณ์ของนักข่าว ที่เคนนี่มารับหน้าแทน นักข่าวสัมภาษณ์ว่า ช่ายเล่าเรื่องการซ้อมรบของทหารที่ Puerto Rico ที่เรียกว่า Ortsac ที่เป็น Castro สะกดถอยหลัง เท่าที่รู้เป็นเรื่องความสัมพันธ์อเมริกา โซเวียต
เคนนี่และ เท็ตลองเขียนกลับกันดู Castro และเขียนกลับกัน Ortsac พวกเค้าวิเคราะห์ดู เห็นด้วยกันว่า ไม่ธรรมดาแล้วสำหรับเพนตากอน

กับการแถลงข่าว ประธานาธิบดี และ ท่านทูตจากโซเวียต Dobrynin
ถ้ามีขีปนาวุธในคิวบากะจะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของ อเมริกา ท่านทูตโซเวียต ตอบกลับ ว่า ท่านครูช๊อฟ นำทหารโซเวียตไปที่คิวบา เพื่อการป้องกันตัว และความคืบหน้าไม่มี
และ ตอนนี้จีนบุกอินเดียแล้ว Galbraith รับมืออยู่ในนิวเดลฮี

กับการประชุม
การปิดล้อมคือรูปแบบหนึ่งของสงคราม ซึ่งเราเรียกว่า การกักกัน ขณะนี้มีเรือมุ่งหน้าจากรัสเซียไปคิวบา 20-30 ลำ จากฝั่ง 800 ไมลเรือของเราจะขัดขวางขึ้นตรวจ ...หากวันใหนมีอาวุธจะต้องกลับไป แผนกักกันจะทำลายขีปนาวุธเข้าคิวบา ...แต่ไม่ทำลายอาวุธที่มีอยู่แล้ว เราให้โอกาสโซเวียตขนกลับเองโดยไม่เกิดสงครามขึ้น แต่ถ้าไม่ขนกลับไปโดยดี เราจะเข้าโจมตีและบุกเข้าไป กับทางที่สาม การเจรจา ใช้ขีปนาวุธ อเมริกา ที่ตรุกี แลกกับขีปนาวุธโซเวียต เมกาจะเจรจาลับให้ U Thant และ U Thant ก็จะนำเรื่องเข้า UN JFK ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกแผน

กับการออกทีวี ประกาศแถลงการณ์ของ JFK คือปราศัย แผนกักกัน...และแผนโจมตี



Monday 22nd October 1962

กับการออกทีวี ประกาศแถลงการณ์ของ JFK คือปราศัย แผนกักกัน...และแผนโจมตี
มันคือ.......ภาวะฉุกเฉินของประเทศชาติ

โซเวียตตอบกลับเข้ามาทางโทรพิมพ์ ...นานาชาติต่างยอมรับสิทธิขั้นพื้นฐาน เสรีภาพในทะเล นักวิเคราะห์ มองกันว่า ถ้าอเมริกาปิดล้อม เค้าก็ทำการปิดล้อม

เมกาส่งเครื่องบินไปสอดแนมบินเพดานต่ำถ่ายภาพได้ชัดกว่า U2

Thirteen Days - Cuban Missile Crisis


เรือ 26 ลำมุ่งหน้าไปคิวบา ไม่มีลำใหนเปลี่ยนทิศทาง ลำที่ใกล้ที่สุดคือ กากาลิน Gagarin กับ ครีมอฟ Kimovsk ซึ่งถึงแนวกักกันวันพรุ่งนี้

เคนนี่ เป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดี วิเคราะห์สถานการณ์และบอก JFK ว่า นี้คือกับดัก This is a set-up พวกทหารอยากเข้ามา เค้าอยากแก้ตัวเรื่อง Bay of pigs อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวและก็แก้ตัวใหม่ พวกเค้าใช้กฎเกณ เป็ฯกับดัก ถ้าเครื่องบินถูกยิง เรือไม่ยอมให้ตรวจ เราจะตกที่นั่งลำบาก ถูกบีบบังคับให้ยิง พวกนั้นจะทำสงคราม ...เค้าอยากทำสงครามและวางแผนให้มันเกิดขึ้น...คุณรู้มั๊ยตอนจบ พวกเค้าอาจเป็นฝ่ายถูก

ทีวีออกข่าว เช้าวันนี้ การทดลองระเบิดไฮโดรเจน ที่เกาะ Johnston ทางตอนใต้ของ South Pacific.....โซเวียตกล่าวประณามการระเบิดในทันที และเรียกร้องทุกประเทศประณามอเมริกา ที่เสี่ยงต่อความหายนะ

Bay of the Pigs


ที่เพนตากอน อยากแก้ตัว



Source ://www.ecaminc.com/Images/GunsOfAugust.gif
หนังสือที่ JFK อ่าน

JFK ถามที่ปรึกษา เคนนี่ว่า ใครสั่งทดลองระเบิด และจะบอกกับรัสเซียยังไง ปีที่แล้วผมอ่านหนังสือเรื่อง "The gun of August ปืนเดือนสิงหา" ผมอยากให้ทุกคนที่แนวกักกันอ่านเรื่องนี้ สงครามโลกครั่งที่ 1 มีคนตาย 13 ล้านคน เพราะทหารทั้งสองฝ่ายคิดว่า .....ตัวเองรู้เรื่องอีกฝ่ายหนึ่งดี...การเคลื่อนไหว การจัดกองกำลัง...คิดว่าทายใจอีกฝ่ายหนึ่งได้ ....ตั้งทฤษฎีจากสงครามครั้งก่อน ....โลก และเทคโนโลยี เปลี่ยนไปแล้ว....บทเรียนจึงใช้ไม่ได้

แต่เค้ารู้แค่นั้นจึงออกคำสั่ง ....และกลับคำไม่ได้ คนอยู่สนามรบกับคนอยู่บ้าน ต่างคิดตรงกันว่า ต่างคนต่างถูกทำลาย ...ทำไมเค้าไม่หยุดมันซ๊ะ...ตอนนี้ 50 ปีให้หลัง ...ถ้ามีเรือซักลำไม่ยอมให้ตรวจ
เรายิงพวงมาลัย และหัวเรือ ...เค้าก็ยิงเครื่องบินเราเพื่อตอบโต้ ...เราทิ้งระเบิดทำลายฐานต่อสู้อากาศยาน ...เค้าโจมตีเบอริน ....เราบุกคิวบา ....เค้ายิงขีปนาวุธ เราก็ยิงของเรา


ประชาชนอเมริกา ตื่นตัว เตรียมพร้อม กักตุนอาหาร จากซุปเปอร์มาเก็ต ซ้อม ลงหลุมหลบระเบิด...
ประชาชนเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพ Peace ที่โบส์ถ เปิดตลอด 24 ชม ชาวบ้านมาพากันสวด

Wednesday,October 24th

เรือดำน้ำของ โซเวียต กากาลิน Gagarin กับ ครีมอฟ Kimovsk ถึงเขตกักกันของเมกา แล้ว เมกาเตรียมยิง เพื่อให้เรือสองลำออกจากเขตกักกันไป .....แต่ว่า .......ใต้เรือสองลำนี้ มีเรือดำน้ำโซเวียต อยู่ข้างล่าง

กับการประชุม JFK ต้องการให้หยุดเรือดำน้ำก่อน เรือดำน้ำอยู่ตรงกลางกับเรือของเรากับเรือโซเวียต เสี่ยงมากที่จะหยุดเรือสินค้า.... เรือ ของเมกา กลายเป็นเป้านิ่งให้เรือดำน้ำ
JFK โทรหากับตันเรือ หาทางให้เรือดำน้ำโผล่จากน้ำขึ้นมา เป็นอันตรายมั๊ยขึ้นอยู่กับเรือลำนั่น ท่านเสนาธิการให้ความเห็นว่า ...ถึงทำให้เรือดำน้ำโซเวียตขึ้นมาได้...ทหารทั้งหมดในเรือดำน้ำ จะตายทั้งหมด เมื่อพวกเค้าทั้งหมดกลับไปโซเวียต ...JFK ออกคำสั่งให้กัปปตัน ทำให้เรือขึ้นผิวน้ำ
กับตันสั่งให้เตรียมยิงโตปิโด ASROC ใส่เรือดำน้ำ เพื่อให้เรือดำน้ำขึ้นเหนือน้ำทันที



.......ปรากฎว่า การสื่อทางภาษาของโซเวียต ........เรือสินค้าลดความเร็วลง และรายงานจากเพนตากอน ว่าเรือหยุดแล่นแล้วว...JFK ยกเลิกคำสั่งให้หยุดยิงทันที
...กับการสงสัยของ JFK คำสั่งนั่นมาจากใหน มีบางคนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นงั้นเหรอ???

จากรายงานยืนยัน เรือบางลำหยุดอยู่กับที่ และเรือบางลำแล่นทุกทิศทาง...(มันคือภาษาการสื่อของโซเวียต).... เจ้าหน้าที่อเมริกัน โห่ร้องด้วยความดีใจ....ความรุนแรงไม่เกิดขึ้นแล้ว

ตั้งแต่เริ่มต้น วันนี้เป็ฯวันเผชิญหน้าระหว่าง เรือโซเวียตกับเรือรบสหรัฐ บนเส้นทางเรือไปยังคิวบา

กับการเผชิญหน้าอีกครั้ง ของเมกา กะโซเวียต บนเวที ของ UN สหประชาชาติ

Cuban Missile Crisis; Castro Builds Up Defenses 1962/10/25 Adlai Stevenson


ฝ่ายโซเวียต : ประเทศอเมริกา กำลังผลักดันทั้งโลก สู่ขอบเขตหายนะ ประชาชนท้งโลกต้องการรู้ว่าทำไม เค้าบอกเราครั้งแล้วครั้งเล่า กับหลักฐานที่สะสมอาวุธในคิวบา แต่ไม่มีหลักฐานนำมาให้เราดูไม่ได้ อเมริกาไม่เคยมีข้อมูล เค้ามีจินตนาการ และหลักฐานเท็จ

ฝ่ายอเมริกา ความจริงเรามีหลักฐาน อาวุธเหล่านั้นต้องนำออกจากคิวบา โซเวียตบอกว่ามีอาวุธอยู่ที่คิวบา แต่วันนี้ คุณบอกว่า ไม่มีอาวุธอยู่เลย เราขอถาม คุณ Zorin ว่าโซเวียต ตั้งฐานทัพ ติดขีปนาวุธ ระยะกลาง และไกล ใช่ หรือไม่

ฝ่ายโซเวียต : ผมไม่ได้อยู่ในศาลของอเมริกา และผมไม่ประสงค์ที่จะตอบคำถาม
ฝ่ายอเมริกา : คุณกำลังอยู่ในศาลของคนทั้งโลก และต้องตอบ yes or not


Friday 26th October
เรือของโซเวียต ใกล้เขตกักกันอีก ครั้ง สิ่งที่วิเคราะห์กันคือ ประธานาธิบดีของ โซเวียต Krushev เป็นหุ่นเชิดหรือไม่ของคณะรัฐบาลหัวรุนแรง

กับการเจรจา บ๊อบบี้ น้องชาย JFK และเคนนี่ ไปที่สถานทูตโซเวียต เพื่อพบเจ้าหน้าที่โซเวียต
มันเป็นสถานการณ์ที่เครียต เคนนี่ ถึงกับผิวปากคลายเครียดนั่งรอข้างนอก และเจอสุภาพสตรีชาวโซเวียต นั่งรอข้างนอกเช่นกัน ท่าทาง เครียดเหมือนกัน

ผลการเจรจา
เมกาของให้โซเวียตถอนขีปนาวุธออกจากคิวบา
และเมกา ถอนขีปนาวุธออกจาก ตุรกีเช่นกัน ขอเป็น 6 เดือนให้หลังและถอนกำลังอย่างเงียบๆ โดยไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

ตัวแทนโซเวียต คุยกะบ๊อบบี้ : We've heard stories that of your military men of war. You are a good man your brother is a good man.
I assure you there are other good man.
let us hope the will of good man is enough to counter the terrible strengh of this thing that was put in motion.

ได้ยินมาว่าทหารบางคนของคุณอยากทำสงคราม ...คุณเป็นคนดี ...พี่ชายของคุณก็เป็นคนดี ...ผมยืนยันได้ว่า คนดียังมีอีก
ขอให้เรามีความหวัง....เจตนารมณ์ของคนดี เอาชนะ พลังความชั่วร้ายก็จะเกิดขึ้นไม่ได้


ข่าวออก ประธานาธิบดี Krushev ออกแถลงการณ์ถึงประธานาธิบดี อเมริกา
การสั่งระงับฐานอาวุธในคิวบา รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆกลับมายังโซเวียต

The Cuban Missile Crisis สารคดีของจริง


อันนี้ขอก๊อบมาจาก พันทิป
John F. Kennedy Missile Crisis



ภาพยนตร์เรื่อง Thirteen Days เป็นการรวมตัวอันน่าจดจำ ของเหล่านักแสดงชั้นนำอันได้แก่ เควิน คอสท์เนอร์ (Dances With Wolves, Field of Dreams, The Bodyguard, JFK) เป็น เคนนี่ โอ ดอนเนลล์, บรู๊ซ กรีนวู้ด (Double Jeopardy, Rules of Engagement) เป็น จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ หรือ JFK, สตีเว่น คัลพ์ (Nurse Betty) เป็น โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี้ น้องชายของ JFK, ดีแลน เบเคอร์ (The Cell, Random Hearts) เป็น โรเบิร์ต แม็คนามารา, ไมเคิล แฟร์แมน (Forces of Nature) เป็น แอ็ดไล สตีเวนสัน, เฮนรี่ สโตรเซียร์ เป็น ดีน รัสค์, แฟรงค์ วู้ด (Down to You, Pollock) เป็น แม็คจอร์จ บันดี้ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยแห่งชาติ, เควิน คอนเวย์ (The Quick and the Dead) เป็น นายพลเคอร์ติส เลอเมย์, ทิม เคลเลอเฮอร์ (The Negotiator) เป็น เท็ด ซอเรนเซ่น, เลน คาริว (Executive Decision) เป็น ดีน อาเชสัน และ บิลล์ สมิโทรวิช (Air Force One, ID4) เป็น นายพลแม็กซ์เวลล์ เทย์เลอร์

Cuban Missile Crisis Eases, Awaiting Missile Removal 1962/10/29


Thirteen Days กำกับภาพโดย อังเดร์ บาร์ทโคเวียค (Dante's Peak, Species, Speed, Twins, Lethal Weapon 4 และงานกำกับภาพยนตร์เรื่อง Romeo Must Die), ออกแบบฉากโดย เดนนิส วอชิงตัน (Dante's Peak, No Way Out, The General's Daughter, The Fugitive, Convoy), ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย ไอสิส มัสเซนเดน (American Psycho, Dante's Peak, The Astronaut's Wife), ตัดต่อโดย คอนราด บัฟฟ์ ผู้ได้รับรางวัลออสการ์และรางวัล A.C.E. ในฐานะผู้ตัดต่อร่วมของเรื่อง Titanic และยังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล A.C.E. จาก Terminator 2

ช่วงวิกฤตการคิวบา มีบุคคลสำคัญเกิดขึ้นมากมาย นายพล โรเบิรด แม็กนามารา ดี อาเชสัน รและนายพลเอคร์ติส เลอเมย์


Robert McNamara
Source : //www.nndb.com/people/387/000022321/


Dean Acheson
Source ://www.trumanlibrary.org/hstpaper/85_63.jpg


คนที่โต้กลาง UN อย่างเผ็ดร้อนกับโซเวียตAdlai Stevenson


Bobby kennedy กับการเจรจา ลับที่ทำให้เรื่องผ่อนคลายไปได้ ที่สถานทูตโซเวียต บ๊อบบี้ มาในนาม พี่ชาย ทำให้ฝ่ายโซเวียตเชื่อใจ ว่า เมกา รักษาสัญญา
Source ://a.abcnews.com/images/Politics/
ht_rfk7_080604_ssv.jpg

Source ://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/13days/13days.html



Create Date : 05 มีนาคม 2552
Last Update : 5 มีนาคม 2552 10:55:13 น. 25 comments
Counter : 2207 Pageviews.

 
เจิม


โดย: momster วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:10:18:51 น.  

 
เจิม



โดย: momster วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:10:18:51 น

ตอบ สมเป็นคุณนาย ไฮเทค เร็วจริงๆๆๆ


โดย: Bernadette วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:10:30:02 น.  

 
มันเป็นเรื่องจริง จริงๆเหรอเนี่ย
วุ่นๆ เนอะ
เรื่องนี้น่าสนเหมือนกัน...แต่ต้องดูรางวัลๆ ให้หมดก่อน
ดูออสเตรเลีย กับสลัมด็อก บวก รีดเดอร์...มึนตึ๊บ เลย
ยังไม่หมด ที่ฌอน เพนน์ เล่นยังไม่ได้ดูเลย ที่พระเอก 9 1/2 weeks ก็ยังไม่ได้ดู แบรด พิต กะเคตผอมก็ยังไม่ได้ดู

งานการไม่ต้องทำ


โดย: momster วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:10:32:41 น.  

 
มันเป็นเรื่องจริง จริงๆเหรอเนี่ย
วุ่นๆ เนอะ
เรื่องนี้น่าสนเหมือนกัน...แต่ต้องดูรางวัลๆ ให้หมดก่อน
ดูออสเตรเลีย กับสลัมด็อก บวก รีดเดอร์...มึนตึ๊บ เลย
ยังไม่หมด ที่ฌอน เพนน์ เล่นยังไม่ได้ดูเลย ที่พระเอก 9 1/2 weeks ก็ยังไม่ได้ดู แบรด พิต กะเคตผอมก็ยังไม่ได้ดู

งานการไม่ต้องทำ



โดย: momster วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:10:32:41 น.


ตอบ เหมือนกาลลเล๊ยยย เจอสปอนเซ่อร์ ดูเรื่องนี้ปายก่อง ซื้อมาให้เป็งตั้งเลย

Film เรื่องนี้ ของ เควิน คอสเนอร์ ระดับแก คว้ารางวันออสการ์มาแล้ววว
the western Dances With Wolves (1990) was a smash hit, winning the Best Picture Oscar and the Best Director Oscar for Costner. His 1995 movie Waterworld was a famous big-budget flop,

หนังของ เควิน คอสเนอร์ ค่อนข้างจะเก็บรายละเอียดม๊ากก พลาดซักช๊อตมะได้ ชอบ ชอบ

เน้นน บทสนธนา ยาวๆๆๆ

อ่า ดันrequest date note 3 ภาคเลยงะ

หนัง เข้าชิงออสการ์ เลย ดูบ้างไม่ได้ดูบ้างไปพลางๆๆก่อง


โดย: Bernadette วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:11:01:37 น.  

 
กำลังตามหาหนังเรื่องนี้อยู่เลย...
เพราะอยากดูมาก
แต่ที่นี่(เชียงใหม่) หาไม่ได้เลย
ทั้งร้ายขาย/ร้านเช่า

ยิ่งมาอ่าน Rew. ของคุณ จขบ. แล้วยิ่งอยากดู

ง่า

หนังรางวัลออสการ์ เพิ่งดู The Reader ไปเมื่อคืน
เย็นนี้กะจะดู SdM และ MILK สองเรื่องเลย


โดย: P-PRESENT วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:11:17:01 น.  

 
กำลังตามหาหนังเรื่องนี้อยู่เลย...
เพราะอยากดูมาก
แต่ที่นี่(เชียงใหม่) หาไม่ได้เลย
ทั้งร้ายขาย/ร้านเช่า

ยิ่งมาอ่าน Rew. ของคุณ จขบ. แล้วยิ่งอยากดู

ง่า

หนังรางวัลออสการ์ เพิ่งดู The Reader ไปเมื่อคืน
เย็นนี้กะจะดู SdM และ MILK สองเรื่องเลย



โดย: P-PRESENT วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:11:17:01 น.

ตอบ ที่กรุงเทพตอนนี้ มี Sale dvd อะ หน้าสยาม หรือลิโด้จำมะได้ได้แหละ วางกองเป็นกะบะเลยงะ ตรงข้ามกะพารากอนงะ

ถ้าอยากดูส่งปายให้กะได้

อยากดูเรื่อง Milk เหมือนกาลลล กำลังหาอยู่อ่า



โดย: Bernadette วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:11:44:40 น.  

 
อาจจะอัพบล็อกตอนวันหยุด


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:11:05 น.  

 
คุณ จขบ. หลังไมค์ นะคะ ^^


โดย: P-PRESENT วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:19:52 น.  

 
อาจจะอัพบล็อกตอนวันหยุด



โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:11:05 น.

ตอบ เล่นตัวน๊ะย๊ะ คุณนายรัชชี่ งะ อยากกอ่านอยากอ่าน ที่ตะเองเขียนหนังงะ
Kelly Chan Lover's Concerto



โดย: Bernadette วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:33:40 น.  

 
คุณ จขบ. หลังไมค์ นะคะ ^^



โดย: P-PRESENT วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:19:52 น.

ตอบ ขอบพระคุณงั๊บ

ตอบไปแล้วงั๊บบบ


โดย: Bernadette วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:37:13 น.  

 
เค้าอัพบล็อก The Duchess ให้แล้วนะที่

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rngja&month=05-03-2009&group=6&gblog=3

ยังไม่ได้ตั้งหน้าบล็อกนี้ รอให้ตัวเองไปเจิม

ทันเปล่าไม่รู้


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:20:53:27 น.  

 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rngja&month=05-03-2009&group=6&gblog=4

แจ้งใหม่ ๆ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:21:10:08 น.  

 
ขออนุญาติ เอาบทความเรื่อง
ฤา “ไดอานา” คือ “จอร์เจียนา” แห่ง “The Duchess” กลับชาติมาเกิด มาปะค่ะ


source ://www.thairath.co.th/2551/
specialsunday08/Nov/library/16/special3.jpg

ฤา “ไดอานา” คือ “จอร์เจียนา” แห่ง “The Duchess” กลับชาติมาเกิด

ที่มาของการเขียนบล็อกนี้เกิดจากการอ่านงานเขียนของ
คุณพลอย จริยะเวช ซึ่งเธอเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2543 เธอเขียนคอลัมน์ในนิตยสาร Image และได้มีหนังสือรวมผลงานเขียนของเธอ บทความหนึ่งในเล่มนี้คือ “จอร์เจียนา ไดอานา และหนังสือชิวิต”

ฉันไปขุดคุ้ยได้หนังสือเล่มนี้จากงานสัปดาห์หนังสือเมื่อ
ปลายปีที่แล้ว เป็นหนังสือเก่ามือสอง หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์
ครั้งที่ 3 ในปี 2546 ราคา 120 บาท แต่ฉันซื้อได้ราคา 60 บาท
(แสดงว่าเมื่อก่อนฉันตกหล่นหนังสือเล่มนี้เมื่อตอนวางขาย)

ประกอบกับฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือแนวนิยาย
อิงประวัติศาสตร์ยุโรป และชอบดูหนังยุคอดีต
(ที่มาของการตั้งชื่อ Group Blog “จักร ๆ วงศ์ ๆ ฝรั่ง” )


ขอบคุณภาพจาก//trailertracker.files.wordpress.com/2008/07/the-duchess-01.jpg

คุณพลอยเล่าว่าเธออ่านหนังสือเรื่อง “Georgiana, Duchess of Devonshire" เป็นผลงานวิทยานิพนธ์ของนักประวัติศาสตร์สาวชื่อ Amanda Foreman ซึ่งได้รางวัลวิตเบรด สาขาเบสต์ ไบโอกราฟี ปี ค.ศ. 1998 ด้วย

หลังจากอ่านบทความของคุณพลอยได้ไม่นาน ฉันก็เจอข้อมูลในเน็ทว่ากำลังจะมีหนังเรื่อง The Duchess ออกมาฉาย ซึ่ง The Duchess ก็คือชีวิตของจอร์เจียนานี่เอง ทำเอาฉันเฝ้ารอติดตามว่าเมื่อไหร่หนังจะมาฉายในเมืองไทย



The Duchess เป็นเรื่องราวของจอร์เจียนา หญิงสาวตระกูลสูงในยุคศตวรรษที่ 18 (Georgiana Cavendish , Duchess of Devonshire อยู่ในยุคสมัย ค.ศ. 1757 – 1806)

รู้กันมั้ยคะว่าจอร์เจียนาและไดอานามีความข้องเกี่ยวกันอย่างไร

จอร์เจียนาเปรียบเสมือนรุ่นย่าทวดของไดอานา ทั้งคู่เกิดในตระกูลสเปนเซอร์เหมือนกัน ซึ่งไดอานาสืบเชื้อสายมาจากจอร์จ จอห์น หรือเอิร์ลที่ 2 แห่งสเปนเซอร์ ผู้เป็นพี่ชายของจอร์เจียนานั่นเอง

และมิหนำซ้ำสาวสวย 2 นางยังมีวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันอย่างน่ามหัศจรรย์

มองผิวเผินดูชีวิตของจอร์เจียนาน่าจะมีความสุข เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ อยู่ในตระกูลดี แต่งงานกับสามีมีตระกูลเช่นกัน
ร่ำรวย สถานภาพทางสังคมดี


จุดที่เหมือนกันของจอร์เจียนาและไดอานา

เกิดในตระกูลเดียวกัน แม้จะห่างกันถึง 2 ศตวรรษ
ชื่อเสียงความสวยงาม ความมีสไตล์ เป็นผู้นำแฟชั่น
แต่งงานเมื่ออายุน้อยเหมือนกัน
แต่งงานกับคนในตระกูลสูงเช่นกัน
อายุห่างกับสามีมากเหมือนกัน ไลฟ์สไตล์แตกต่างกับสามีเหมือนกัน
สามีและตัวเองมีบุคคลที่สามในชีวิตเหมือนกัน
เป็นโรคบูลิเมียเหมือนกัน
ทำงานเพื่อสังคมเหมือนกัน
เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเหมือนกัน



จอร์เจียนา

ขอบคุณภาพจาก//en.wikipedia.org/wiki/Georgiana_Cavendish,_Duchess_of_Devonshire



ขอบคุณภาพจาก //www.myhero.com/hero.asp?hero=princedi



แต่เรื่องราวของจอร์เจียน่าเข้มข้นกว่าไดอานานิดนึงก็ตรงที่รักใหม่ของจอร์เจียนาเกิดขึ้นกับผู้หญิงด้วยกัน และต่อมาผู้หญิงคนนี้ก็ไปมีความสัมพันธ์กับท่านดยุคสามีของเธอด้วย


จอร์เจียนา / อลิซาเบธ ฟอสเตอร์ เพื่อนรักหักเหลียมโหด/ วิลเลียม คาเวนดิช คยุคแห่งเดวอนเชียร์

ขอบคุณภาพจาก//en.wikipedia.org/wiki/Georgiana_Cavendish,_Duchess_of_Devonshire

ในช่วงที่จอร์เจียนาไม่สบายใจกับเรื่องรักที่ไม่ลับของสามี เธอก็หันไปปรับทุกข์กับเพื่อนวัยเด็ก ชาร์ลส์ เกรย์ หรือท่านเอิร์ลเกรย์ที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ


แต่ต่อมากลายเป็นว่าจอร์เจียน่ามีลูกสาวกับเกรย์ 1 คน ชื่อ อลิซา คอร์ทนีย์ ซึ่งต้องยกให้อยู่ในความดูแลของครอบครัวฝ่ายชาย แล้วจอร์เจียน่าก็กลับไปอยู่ในตระกูลสามีเช่นเดิม





จากปัญหาที่รุมเร้า จอร์เจียนาหนีปัญหาครอบครัวไปเล่น
การพนัน และมีหนี้สินเพียบ

(ที่มาจาก Wikipedia : Georgiana is famous not only for her marital arrangements, her beauty and sense of style, and her political campaigning, but also for her love of gambling. She was reported to have died deeply in debt, even though her own family, the Spencers, and her husband's family, the Cavendishes, were immensely wealthy.)



เพิ่งรู้ว่าจอร์เจียนาเป็นเพื่อนสนิทกับพระนางมาเรียอังตัวเนตต์ของฝรั่งเศสด้วยนะ (หลายครั้งที่การอ่านประวัติศาสตร์ทำให้ฉันสนุก เพราะโยงใยประเทศนั้นประเทศนี้ แล้วทำให้ฉันได้ความรู้เพิ่มเติม)





อ่านไปอ่านมารู้สึกมั้ยคะว่าชีวิตของหญิงสาว 2 คนผู้เกิดต่างยุคกันถึง 200 ปีช่างมีวิถีชีวิตที่คล้ายกันเหลือเกิน....................



ถ้าเรื่องภพชาติมีจริง จอร์เจียนาอาจจะกลับชาติ
มาเกิดเป็นไดอานากระมัง


....รัชชี่....


อ้างอิง
งานเขียน “จอร์เจียนา ไดอานา และหนังสือชิวิต”
คุณพลอย จริยะเวช
ต่วยตูน
Wikipedia


แซวคุณ Bernadette ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหนัง ไม่ยอมนำหนังเรื่อง The Duchess มา review บอกว่าไม่ใช่แนว


งั้นรัชชี่เขียนให้อ่านก็ได้.......
แต่เป็นการเขียนในสไตล์ของรัชชี่
ของรัชชี่เป็นแนวเพ้อฝันค่ะ
มาจับแพะชนแกะประวัติศาสตร์อีกต่างหาก
เอ! เพื่อนคริสต์เขาเชื่อเรื่องภพชาติหรือเปล่า



Create Date : 05 มีนาคม 2552
Last Update : 5 มีนาคม 2552 21:08:48 น.


โดย: Bernadette วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:10:11:24 น.  

 
ดัชเชสจอร์เจียนา สิ่งเดียวที่ใฝ่หา คือ...ความรัก [16 พ.ย. 51 - 13:53]

ระยะนี้การเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้คนให้ความสนใจทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก แต่หากมองให้ถ้วนทั่วแล้ว ไม่ว่าที่ไหนในโลก ผู้หญิงก็มีบทบาททางการเมืองน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในแง่ดี ก็พอจะทำใจได้ว่า สมัยนี้ก็ยังดีกว่าสมัยก่อน เพราะมีการเปิดโอกาสให้สตรีได้ออกมายืนโดดเด่นอยู่บนแถวหน้าของแวดวงการเมืองได้ มากกว่าก่อนเก่า

แล้วสาวๆในอดีตที่สนใจการเมืองล่ะ จะทำอย่างไรกันบ้าง ว่าแล้วไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียลก็ขอค้นคว้า เปิดหน้าประวัติศาสตร์อังกฤษ นำพาท่านผู้อ่านไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่แม้จะเกิดมาในยุคที่ผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง แต่เธอก็ไม่ยอมเก็บงำแนวคิดของตัวเองไว้หลังบ้าน

จอร์เจียนา สเปนเซอร์ คือสาวที่เรากำลังพูดถึง

ในปี ค.ศ.1757 จอร์เจียนาลืมตาขึ้นมาดูโลกในแวดวงของชนชั้นสูงแห่งเมืองผู้ดี แต่ชีวิตของเธอกลับไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก ก่อนวันเกิดอายุครบ 17 ปีเพียง 1 วัน ในวัยสาวสะพรั่งเธอถูกจับคลุมถุงชนเข้าพิธีวิวาห์กับวิลเลียม คาเวนดิช ดยุคแห่งเดวอนเชียร์ ชายสูงศักดิ์ผู้มีอายุแก่กว่าเธอเกือบ 10 ปี

จากเด็กหญิงที่ค่อนข้างจะขี้อายในวัยเด็ก จอร์เจียนากลายเป็นดัชเชสแห่งเดวอนเชียร์ และนายหญิงแห่งคฤหาสน์แชทส์เวิร์ธ สาวน้อยผู้ถูกสังคมเฝ้ามอง เธอพัฒนาตัวเองไปอย่างมากจากการเข้าสังคม และได้กลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง

ครอบครัวของจอร์เจียนาเป็นนักการเมืองสังกัดพรรควิก (ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็นพรรคลิเบอรัล) อยู่แล้ว แต่ตัวดัชเชสเองไม่สามารถทำงานการเมืองอย่างออกนอกหน้าได้ เธอจึงเคลื่อนไหวด้วยการจัดงานปาร์ตี้ เพื่อให้คนที่ไม่สามารถพบปะกันทางการเมืองได้โอกาสมาเจอกันที่คฤหาสน์เดวอนเชียร์ และยังทำหน้าที่เป็นผู้นำแคมเปญหาเสียงให้ชาร์ลส์ เจมส์ ฟ็อกซ์ ซึ่งเป็นญาติห่างๆด้วย

จอร์เจียนาได้รับคำชมว่า เป็นสุภาพสตรีที่เฉลียวฉลาด เป็นผู้นำแฟชั่นแห่งยุค เป็นสตรีที่มีอิทธิพล และเธอก็ใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อทำงานสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่เธอพยายามจะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ

อย่างไรก็ตาม แม้เธอจะช่วยเหลือผู้อื่นมาก จนได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองหญิงที่ประชาชนรักมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น แต่ในชีวิตส่วนตัวของเธอเอง กลับต้องพบแต่ความเจ็บปวด โดยเฉพาะในเรื่องของความรัก

จอร์เจียนาเป็นคนแนะนำให้ท่านดยุคผู้สามีรู้จักกับอลิซาเบธ ฟอสเตอร์ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดที่บอกอย่างนี้ก็เพราะในท้ายที่สุด เพื่อนคนนี้ก็กลายมาเป็นชู้อย่างเปิดเผยของสามีเพื่อน และหลังจากจอร์เจียนาตายในอีกไม่กี่ปีต่อมา คุณเธอก็ขยับฐานะจากชู้รักมาเป็นภรรยาคนที่ 2 ของท่านดยุค

ในช่วงที่จอร์เจียนาไม่สบายใจกับเรื่องรักที่ไม่ลับของสามี เธอก็หันไปปรับทุกข์กับเพื่อนวัยเด็ก ชาร์ลส์ เกรย์ หรือท่านเอิร์ลเกรย์ที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ

ปรับทุกข์ไม่ปรับเปล่า ว่าแล้วปรับกันไปปรับกันมา จอร์เจียนาซึ่งยังคงฐานะเป็นดัชเชสแห่งเดวอนเชียร์ก็เกิดตุ๊บป่อง มีลูกสาวกับเกรย์ 1 คน คือ อลิซา คอร์ทนีย์ ซึ่งต้องยกให้อยู่ในความดูแลของครอบครัวฝ่ายชาย เนื่องจากบิดามารดาไม่ สามารถครองรักกันโดยเปิดเผย

หลังจากยกลูกสาวให้ครอบครัวของชายคนรัก จอร์เจียนาต้องกลับไปใช้ชีวิตในฐานะดัชเชสแห่งเดวอนเชียร์อีก แม้จะเป็นชีวิตที่ทุกข์ระทม ต้องทนอยู่กับชายที่ไม่เคยรักเธอ จอร์เจียนาจึงหันเข้าหาเครื่องปลอบประโลมอื่นๆ ทั้งยาเสพติด แอลกอฮอล์ และการพนัน รวมไปถึงมีอาการกินอาหารผิดปกติเนื่องจากความเจ็บปวดในใจ



จากหญิงสาวผู้ร่าเริง สดใส และมองโลกในแง่ดี พร้อมที่จะทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง เธอกลายเป็นดัชเชสผู้เศร้าหมอง โหยหาความรักที่ไม่สามารถสมหวัง จากสาวน้อยที่เคยมีผู้เอ่ยชมความงามของเธอว่า สามารถจุดไปป์จากนัยน์ตาของเธอได้ ทว่าในช่วงท้ายของชีวิต จอร์เจียนาเป็นดัชเชสผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวจากการพนัน ทั้งๆที่ตระกูลสเปนเซอร์ของเธอเอง และตระกูลของดยุคแห่งเดวอนเชียร์ล้วนแต่ร่ำรวยมหาศาล

บทสุดท้ายของชีวิตที่เคยเป็นเหมือนดั่งเทพนิยาย ก็กลายเป็นเพียงเรื่องเศร้า หญิงสาวที่เคยถูกจับตามองในฐานะสาวสังคมที่งามล้ำที่สุดแห่งกรุงลอนดอน จากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 49 ปี ด้วยอาการที่คาดว่าเป็นฝีที่ตับ ร่างของเธอถูกฝังที่โบสถ์ออลเซนต์ส เมืองดาร์บี้ และเข้าสู่ความสงบตราบนิรันดร์



ถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะเกิดสะกิดใจและสงสัยขึ้นมาตงิดๆว่า ดัชเชสจอร์เจียนาผู้มาจากตระกูลสเปนเซอร์นี้ น่าจะมีความเกี่ยว ข้องกับสาวงามเลื่องชื่ออีกคนหนึ่งคือ ไดอานา สเปนเซอร์ ผู้ที่ในกาลต่อมาเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส เจ้าชายแห่งเวลส์ และดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงไดอานา

ก็ต้องเฉลยว่าจอร์เจียนาและไดอานามีความเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก ในฐานะเลดี้จากตระกูลสูงศักดิ์ ตระกูลสเปนเซอร์ ซึ่งเจ้าหญิงไดอานาสืบเชื้อสายมาจากจอร์จ จอห์น หรือเอิร์ลที่ 2 แห่งสเปนเซอร์ ผู้เป็นพี่ชายของจอร์เจียนานั่นเอง



แม้จอร์เจียนาและไดอานาจะเกิดห่างกันมากกว่า 2 ศตวรรษ แต่เลดี้แห่งสเปนเซอร์ทั้ง 2 คน ก็มีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ด้วยความงามอันเป็นที่ลือเลื่อง เป็นสาวสังคมผู้นำแฟชั่น หญิงสาวที่อุทิศตนเพื่อการกุศลและผู้เจ็บป่วย ภรรยาผู้ทุกข์ระทมกับการนอกใจของสามี จนต้องหันไปหาชายอื่น และจากไปก่อนวัยอันควร เจ้าหญิงไดอานาถูกนำมาเปรียบเทียบกับจอร์เจียนาอยู่บ่อยครั้ง

แต่ไม่ว่าอย่างไร เจ้าหญิงทั้งสองก็เป็นตัวของตัวเองอย่างยากจะหาใครเสมอเหมือน เป็นผู้หญิงที่มีความคิดอ่านล้ำเกินยุคสมัย หญิงสูงศักดิ์ที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดเท่าที่กำลังของเธอจะอำนวยได้ หญิงผู้ใฝ่หาความรัก แต่ไม่เคยพบรักแท้

ที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างหนึ่งก็คือ ในที่สุดแล้ว วงการฮอลลีวูดได้นำเรื่องราวของสาวงามต่างยุคทั้งสองคนมาสร้างเป็นภาพยนตร์สองเรื่อง โดยมีการแถลงข่าวว่า เรื่องราวของเจ้าหญิงไดอานาจะดัดแปลงเรื่องมาจากงานเขียนเรื่อง Diana And The Paparazzi ในขณะที่ชีวิตของจอร์เจียนาได้โลดแล่นอยู่บนจอเงินด้วยการดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง Georgiana, Duchess of Devonshire และผู้สร้างหนังทั้งสองเรื่องนี้ต่างก็ต้องการให้ดาราสาวเคียรา ไนท์ลีย์ มารับบทเป็นเจ้าหญิงผู้เพรียกหารัก ซึ่งในท้ายที่สุด เคียรา ไนท์ลีย์ ได้ตัดสินใจรับบทจอร์เจียนาใน The Duchess ก่อน

แล้วเจ้าหญิงผู้ถูกลืมก็จะกลับมาอยู่ในหัวใจของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง.

ทีมงาน ต่วยตูน

Source ://www.thairath.co.th/news.php?section=specialsunday08&content=111548



โดย: Bernadette วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:10:13:31 น.  

 
อ๋อ เข้าใจเรื่องไม่เสริมสร้างสถาบันครอบครัว
ไม่สนับสนุนเหมือนกัน

แต่พอดีเป็นคนชอบดูหนังย้อนยุค

พูดถึงเรื่อง crowd แล้วนึกถึงขึ้นได้ เรื่อง The terminal พระเอกก็พูดเรื่องนี้กับนางเอกเหมือนกัน


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:19:15:45 น.  

 
ลืมไปแวะมาทวงเพลง

เค้าอัพบล็อกใหม่ แล้วยังไม่ได้เพลงแปะเลย


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:20:02:24 น.  

 
อ๋อ เข้าใจเรื่องไม่เสริมสร้างสถาบันครอบครัว
ไม่สนับสนุนเหมือนกัน

แต่พอดีเป็นคนชอบดูหนังย้อนยุค

พูดถึงเรื่อง crowd แล้วนึกถึงขึ้นได้ เรื่อง The terminal พระเอกก็พูดเรื่องนี้กับนางเอกเหมือนกัน



โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:19:15:45 น.


ตอบ เราชอบรัชชี่ เขียนได้มุมมองใหม่ๆๆเยอะเลยอะ

อย่างหนังของ มารีอังตัวเนต แบร์กะไม่เขียน ถ้าเขียนเรื่องฟุ้มเฟือย โอเชแฮะ แฮะ

รัชชี่ชอบราชินี ผู้หญิงสูงศักดิ์ในประวัติศาสตร์ เหมาะกับรัชชี่ม๊ากกกก

เราว่ายากสำหรับเราอะ เพราะ การเข้าถึงจิตใจ พระนางชั้นสูง เข้าใจย๊ากกม๊ากกกก มีการเมือง ตำแหน่ง หรือหลายๆๆอย่าง ค้ำอยู่ มันเป็นอะไรที่ลึกซึ๊งงง

ยุยุ เขียนอีกช๊อบๆๆ แบร์ช๊อบบ แบร์เอาไปปะบล๊อคแบร์ ได้ฟามรู้เพิ่ม ค่ะ



โดย: Bernadette วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:20:07:36 น.  

 
ลืมไปแวะมาทวงเพลง

เค้าอัพบล็อกใหม่ แล้วยังไม่ได้เพลงแปะเลย



โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:20:02:24 น.

ตอบ เอาเพลงมาฝากจ้า
เปลี่ยนบรรยากาศ สาวสวยรัชชี่

Kelly Chen - Hope




โดย: Bernadette วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:20:14:31 น.  

 
ดีใจที่ชอบ

เวลาอ่านเรื่องราวผู้หญิงในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะพวกเจ้าหญิง ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเจ้าหญิงไม่ใช่น่าอิจฉาอย่างที่สาว ๆ รู้สึกกัน

เพราะหลายครั้งหน้าที่ต้องมาก่อน แล้วก็น่าชื่นอกตรม

เขียนเรื่องพวกนี้มันยากหน่อย เพราะต้องหาข้อมูลประกอบ และอยากหาพวกรูปภาพจริง ๆ ของเจ้าตัวมาแปะ เพื่อทำให้ทราบลักษณะของยุคนั้น

ดูซีขนาดเรื่อง แคเธอรีน เด เมดิชี ยังดองเลย เขียนภาค 1 ยังไม่ต่อภาคต่อไปเลย

เค้าอัพบล็อกใหม่แล้ว แต่ยังไม่ได้ตั้งหน้า

ว่าง ๆ แวะไปอ่านก่อนก็ได้นะ จะได้รู้ว่าควรมีตอนต่อไปมั้ย

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rngja&month=06-03-2009&group=18&gblog=1



โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:15:04:16 น.  

 
ดูซีขนาดเรื่อง แคเธอรีน เด เมดิชี ยังดองเลย เขียนภาค 1 ยังไม่ต่อภาคต่อไปเลย

เค้าอัพบล็อกใหม่แล้ว แต่ยังไม่ได้ตั้งหน้า

ว่าง ๆ แวะไปอ่านก่อนก็ได้นะ จะได้รู้ว่าควรมีตอนต่อไปมั้ย

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rngja&month=06-03-2009&group=18&gblog=1

ตอบ เข้าไปเม้นต์จ้า

ยามเย็น (Love At Sundown) HM Blues เพลงพระราชนิพนธ์




โดย: Bernadette วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:16:31:03 น.  

 



เพลง คือผู้หญิง อุ้ย ระวิวรรณ จินดา

เหมือน..คงอาจจะเหมือน
ที่ใครคิดไปเพียงเปรียบ
ดอกไม้นุ่มนวลละมุน
อาจจะหวานและอ่อนโยน
เพราะเพียงแค่ผู้หญิง

หรือเธอก็เคยคิดเพียงอย่างนี้
ลองคิดดูใหม่ ใจก็มีเหมือนเธอ
จะโกรธจะร้ายก็ใครจะมัวแต่หวาน
อาจจะแกร่งเกินที่รู้
ร้อนดังไฟ ไร้อารมณ์ยิ้มชื่น
ลุกขึ้นยืนและไม่งอนง้อใคร
ร้ายก็มี รักก็มีไว้ให้
ฉันจริงใจทุกอย่าง
นี่แหละฉัน นี่แหละผู้หญิง


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:10:25:02 น.  

 
มาชวนไปอ่านที่

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dddanaya&month=03-2009&date=08&group=32&gblog=15

น้องมัชชารเค้าชวนเขียนเรื่อง "มิตรภาพ" ในมุมมองของรัชชี่


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:11:12:40 น.  

 
เพลง คือผู้หญิง อุ้ย ระวิวรรณ จินดา

เหมือน..คงอาจจะเหมือน
ที่ใครคิดไปเพียงเปรียบ
ดอกไม้นุ่มนวลละมุน
อาจจะหวานและอ่อนโยน
เพราะเพียงแค่ผู้หญิง

หรือเธอก็เคยคิดเพียงอย่างนี้
ลองคิดดูใหม่ ใจก็มีเหมือนเธอ
จะโกรธจะร้ายก็ใครจะมัวแต่หวาน
อาจจะแกร่งเกินที่รู้
ร้อนดังไฟ ไร้อารมณ์ยิ้มชื่น
ลุกขึ้นยืนและไม่งอนง้อใคร
ร้ายก็มี รักก็มีไว้ให้
ฉันจริงใจทุกอย่าง
นี่แหละฉัน นี่แหละผู้หญิง



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:10:25:02 น.

ตอบ หาเพลงให้พี่นางฟ้า หาได้เพลงนี้งะ

เพราะเราเข้าใจ - อุ้ย รวิวรรณ จินดา


โดย: Bernadette วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:19:02:24 น.  

 
มาชวนไปอ่านที่

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dddanaya&month=03-2009&date=08&group=32&gblog=15


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:11:12:40 น.
ขอบพระคุณที่แนะนำค่ะ

ตอบ


ตอบ ไปดูไปดู


โดย: Bernadette วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:19:13:13 น.  

 
เป็น blog ที่รวบรวมหนังสุดยอดไว้เยอะแยะมากมายจริงๆค่ะ วันนี้ได้เรียนเรื่องก่อการร้าย + cold war และวิทยากรมีการกล่าวถึงหนังเรื่อง thirteen days ไว้ด้วย มาเจอแหล่งข้อมูลที่นี่ ดีใจมากๆๆๆ อยากดูหนังเรื่องนี้ที่สุด

ยังงัยขอเป็นเพื่อนบ้านด้วยคนน่ะค่ะ จะเข้ามาอ่าน blog บ่อย


โดย: MademoiselleTancy วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:22:30:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bernadette
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




In the name of the Father, and of the Son, and of the Holy Spirit

The Ave Maria asks Mary to "pray for us sinners."

Amen

PaPa for all Father W e pray year of priests.



Card Michael Michai Kitbunchu, Archbishop of Bangkok, is the first member of the College of Cardinals from Thailand.

source :http://www.asianews.it/news-en/Michai-Kitbunchu,-first-cardinal-from-Thailand-3038.html

พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู คณะเชนต์ปอล part1

ฺBishop ฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พิธีรับPallium Metropolitans Bangkok Thailand >

สารคดี เทศกาลแห่ดาว สกลนคร Welcome
Sakonnakorn Christmas Thailand
Metropolitans Tarae Sakornakorn Thailand


Orchestra and four vocal Choir - *Latin* Recorded for the Anniversary of the Pope Benedict XVI April 19 This is the Anthem of the Vatican City. The Songs are called Inno e Marcia Pontificale ...

We are Catholic.

หน้าเฟส อัพรูป หาที่อัพรูปใหม่อยู่ http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3


MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add Bernadette's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.