แบร์แนแด็ท....น่ารัก....น่ารัก ขี้ลืม.....ขี้ลืม ...... หนังปายหนายหว่า buy แล้ววbuyอีก......... faith, hope and charity เฟศบุ๊ค http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
25 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
The Wrestler (2008 ): Love Pain, Glory.






wrestler (n) นักมวยปล้ำ

ทุกๆคนกะรู้กันดีอยู่แล้วว่ากีฬามวยปล้ำที่โปรโปรแข่งกันโหดโหด นั้นคือการเตี้ยมกัน อุปโลก เพื่อสนองความต้องการของผู้ชม และทุกๆๆได้รู้อย่างแท้จริงจาก Filmเรื่องนี้ นั้นคือความบันเทิงของกีฬามวยปล้ำ ที่ทำให้ผู้ชมเชื่อ กับความเจ็บปวดที่ผู้เล่นมวยปล้ำกำลังต่อสู้กันอยู่

The Wrestler - Official Trailer




ในFilm สื่อ บรรยากาศฉายแสงของอารมณ์ ที่ขัดขืนของร่างกายที่เหนื่อยล้า ความคุ้นเคยที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย กับการเคยชินกับวิถีที่ชีวิตตัวเองเป็นอยู่ (ทำในสิ่งที่ตัวเอง ถนัด และรัก...ทั้งที่ร่างกายไม่ให้แล้ว) กับการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ....ยอมรับตัวเอง...(การเอาชนะต่อสู้กับตัวเองงะ)

กับการท้าทายสิ่งนี้มันเกิดขึ้นได้กับทุกๆๆคน คุณยอมรับ และคุณเปลี่ยนแปลงนั้นคือ คุณอยู่กับมันได้ แต่ถ้าคุณกลับไปอยู่วิถีเดิมๆ ทั้งที่ร่างกายคุณไม่สามารถรับสภาพได้

มันคือจุดจบของศิลปิน หลายๆสาขาที่เกิดขึ้นและพบได้ทั่วๆไป บางคนก็ได้เป็นตำนาน กล่าวขานไม่รู้จบ ผลงานของพวกเค้าปั่นราคาได้ไม่มีวันสิ้นสุด...และ บางคนกะเงียบหาย....ไปจากความทรงจำของทุกๆๆคน



แรนดี้ ฉายา (the Ram) โรบินสัน กับความเท่ห์ ที่อุ้ยอ้ายของนักมวยปล้ำ เล่นโดย Mickey Rourke มิกกี้รูฟ กะต่อสู้มวยปล้ำโชว์ มีการซักซ้อมกันก่อนกับคู่ต่อสู้ ก่อนการแข่งขัน แรนดี้ หักมีดโกนเป็นชิ้นเล็กๆๆซ่อนไว้ที่ข้อมือ และขึ้นเวทีต่อสู้จริงๆ แรนดี้ แอบเอามีดโกน ปาดหน้าผากตัวเอง มีเลือดไหลออกมา ...ใช่ เด๊อะแรม หรือแรนดี้ชนะ ผู้ชมเชียร์อย่างสนุกสนาน
กับด้านหลังเวที มีการปฐมพยาบาล

เพื่อนนักมวยปล้ำ เอายาบำรุงสารพัดมาขายให้แรนดี้ ....ยาบำรุง made in China งะ

หรือ การต่อสู้ไฟล์ต่อไป มาเตี้ยมกันก่อน คู่ต่อสู้ของแรนดี้บอกว่า คราวนี้ฉันจะลองใช่ที่เย็บกระดาษ
เล่นเอาที่เย็บกระดาษพร้อมธนบัตรแม็กที่หน้าผากตัวเองดูโหดๆๆ ...แต่ผู้คนชื่นชอบ
การต่อสู้มีทั้งลวดหนาม บันไดหลายๆๆขั้น จับทุ่มกระโดดลงมา มุขที่เห็นบ่อยๆ ตีกันด้วยเก้าอี้สแตนเลช
งานนี้เล่นเอาทั้งสองฝ่ายเลือดตกยางออกไปตามๆๆกัน

The Wrestler - Mickey Rourke -Stunt Double


หรือว่า ไปซุปเปอร์มาเก็ต เพื่อหาอุปกรณ์ ประกอบการปล้ำ สายไฟ ถาด กระทะetc....

เป็นที่เข้าใจกันอย่างดีว่าทุกๆการต่อสู้คือบทละครเล็กๆ กับการค้า ที่เต็มไปด้วยคำอุทานแสดงอาการเหยียดหยามฝ่ายตรงกันข้าม มันคือ อรรถรสของผู้ชม หลังการแข่งขัน มันคือเสียงปรบมือของห้องพักนักมวยปล้ำ เยี่ยมๆๆๆ วันนี้ดีมากเลย มาทำแผลกัน


และผมตามมา แรนดี้ มีความยุ่งยากกับสุขภาพของเค้า นั้นคือ เค้าเป็นโรคหัวใจเกือบตาย และไปผ่าตัดบายพาสได้ทัน หมอสั่ง ห้ามเล่นมวยปล้ำอีก พร้อมทั้งอัพหรือเล่นยา อีก ไม่งั้นตายแน่




การปรับความเข้าใจกันสองคนพ่อลูก

THE WRESTLER film clip #1-"Lets Hang Out"


กับความรู้สึก ที่ไม่ดีเลยตอนนี้ของแรนดี้ ...เค้าไม่อยากอยู่คนเดียว ...แคลซิดี้แนะนำให้แรนดี้ไปหาลูกสาวเค้า ทำความเข้าใจกัน พ่อลูกตัดไม่ได้ขายไม่ขาด สเตฟานนี ลูกสาวแรนดี้ บอกแรนดี้ว่า คุณเป็ฯพ่อที่ห่วยแตกกก

แรนดี้ทำงานที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เค้ารับสภาพได้

ความสัมพันธ์เข้าใจสองพ่อลูกมันเริ่มดีขึ้น...แต่ว่า กะอีหร๊อบเดิม แรนดี้มองว่าเค้าเป็นคนของทุกคน เค้าไม่มีความเป็นส่วนตัว


สเตฟานี

กับความกดดันกับลูก และการขอความรักกับ แรนดี้มาลงกับการทำงานที่ซุปเปอร์มาเก็ต ..กลับไปเป็นนักมวยปล้ำดีกว่า..... เด๊อแรม ปะทะ อายาโตรา



แคลซิดี้เธอยอมรับว่า รัก แรนดี้

กับการกล่าวขึ้นเวทีกลับมาอีกครั้งของแรนดี้ ทุกอย่างที่คุณรัก ก่อนที่คุณจะเสียทุกสิ่ง และผมก็ไม่เคยได้สิ่งใหน ....ผมมาเพื่อสู้ สู้อีกครั้งแล้ว ผมไม่จบ ผมไม่แพ้ ผมทำแล้ว เพื่อพวกคุณที่นี้



กับการต่อสู้ของแรนดี้ กับอายาโตรา แรนดี้อาการหัวใจกำเริบ อายาโตรา บอกว่า แตะมือฉัน เดี๊ยวฉันแพ้เอง

ท่าไม้ตาย ของแรนดี้ ปีนขึ้นไปมุมเชือกและกระโดด ทับ อายาโตรา



เรียกว่าท่า Star Frog Splash คือท่าที่ แรนดี้ จะกระโดดลงมาจากเชือกชั้นที่ 3 โดยขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศจะมีลักษณะท่าทางคล้ายกบ แล้วตกลงมาอัดกับร่างของคู่ต่อสู้อย่างแรง

Film....จบลงซะดื้อๆๆแบบนี้ ไม่ได้บอกว่า แรนดี้เป็นหรือตาย ทิ้งท้ายเอาไว้

The Wrestler - Mickey Rourke only gets a second chance once


Film พร๊อตเรื่องกะทั่วๆๆไป แต่ความแตกต่าง เสน่ห์ มันคือมิกกี้ รูฟ ความเห็นส่วนตัวเราอะ แอ๊กติ้ง มิกกี้ รูฟ ล้วนๆๆๆ ใบหน้า แววตา ท่าทาง ...เราไม่กังขาเลย ที่ Film เรื่องนี้ได้รับรางวัลจากหลายๆๆสถาบันอะ



หน้าเมื่อก่อน หล่อดูดี ตอนนี้ไปทำศัลยกรรมพลาสติกมา

การแสดงของแก ยังเข้มเหมือนเดิมงะ

ฉายา มิกกี้ รูฟ bad-boy behavior ของฮอลี่วู๊ต แกเป็นนักมวยมาก่อน แกเป็นลูกครึ่ง ไอริส ฝรั่งเศส... แกหล่อม๊ากกก เล่นเรื่อง 9 1/2 weeks กะ คิมบา ซิงเจอร์ ที่ ดังม๊ากก มิวสิค วีดีโอ หรือ โฆษณา เมืองไทยตอนนั้น ยังเอาฉากของเรื่องนี้มาเลียนแบบงะ

กะนิสัยแก อีโก้สูงๆๆ ไม่มีใครเอา คนทำงานด้วยส่ายหัว จากนั้นแกกะไปเล่นอยู่วงการกีฬามวยปล้ำ

และนี้เป็นการกลับมาของแก ....มิกกี้รูฟ กะกลับมาอย่างเต็มภาคภูมิ ที่อ่านๆๆดู คนชื่นชอบแกเยอะงะ ชนะจายยคนดูไปแล้วววว




บรูก สปรีงทีน
แต่งเพลงซาวแทร็ก ....แต่งฟรี ไม่ได้ตังค์ ได้รับรางวัลเพลงsoundtrack ยอดเยี่ยม จาก โกลเด้นโกลฟงะ

Bruce Springsteen - The Wrestler (Golden Globe Winner)



รางวัลสถาบันต่างๆๆ ที่ได้รับ
Source ://en.wikipedia.org/wiki/The_Wrestler_(2008_film )


Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 12:01:23 น. 14 comments
Counter : 1058 Pageviews.

 
เจิมก่อนครับผม


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:57:10 น.  

 
วันนี้ได้แผ่น (copy) The Dutchess มาแล้ว แต่ยังไมได้ดูเลย


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:59:16 น.  

 
เจิมก่อนครับผม



โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:57:10 น.

ตอบ ขอบพระคุณงั๊บบ

เอามาฝากคนจ๋วย

มิกกี้รูฟ เข้าชิงดารานำฝ่ายชาย




มาริสา โตเม่ เข้าชิงตัวประกอบฝ่ายหญิง




โดย: Bernadette วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:32:17 น.  

 
วันนี้ได้แผ่น (copy) The Dutchess มาแล้ว แต่ยังไมได้ดูเลย



โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:59:16 น.


ตอบ อะ เหมือนกานเล๊ยย ดูSlumdog Milllionaire ก่อง เดี๊ยวมาเขียนเอาจายยคุณนายอิอิ

ต่อๆๆๆ

Evan Rachel Wood, เล่นเป็นลูกสาวมิกกี้รูฟ เธอเป็น นักร้อง นักแสดงด้วยย




ครายๆๆกะจำเธอได้เธอเล่นเรื่อง Across The Universe

Across The Universe - If I fell (Movie Ver)


โดย: Bernadette วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:37:38 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:19:08 น.  

 
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:19:08 น.

ตัวอย่างภาพยนตร์ : Happy Birthday (Trailer)


โดย: Bernadette วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:22:26 น.  

 
สวัสดีครับนู๋แบร์ เรื่องนี้เห็นใบปิดหนังแล้วก็รู้สึกจะหนักเอาการ ยิ่งเรื่องราวของพวกนักมวยปล้ำ นี่ คงมีทั้งโหด หนัก น้ำตาท่วมจอ แต่ผมรอดูแผ่นดีกว่า ครับ
เสียดายมิกกี้ รูค แพ้ ฌอน เพนน์ นะครับ


โดย: dj booboo วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:54:13 น.  

 
9 1/2 weeks จำได้ๆ
ท็อปฟอร์มทั้ง 2 คนเลย ดูดี๊ดูดี

เมื่อคืนดูออสการ์ด้วยหนูแบร์ ช่อง star movies หรืออะไรนี่แหละเอามาฉาย บ้านแม่มอมเป็นช่อง 15
วันประกาศจริงอดดู

ที่หนูแบร์เล่านี่ก็น่าดู สงสัยต้องหลั่งน้ำตาอีกแหงมๆ

บล็อกแกงก์เกเรตลอดเลยช่วงนี้
ต้องอดทนมากๆ ถึงจะเม้นต์ได้รอด
บางทีพิมพ์ซะเยอะเลย ปรากฏส่งแล้วหาย
ป๊าด...เสียมู้ดหมดเลย

หนูแบร์สบายดีมั้ย
ผลออสการ์สบอารมณ์ดีก่อเจ๊า


โดย: momster วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:01:38 น.  

 
สวัสดีครับนู๋แบร์ เรื่องนี้เห็นใบปิดหนังแล้วก็รู้สึกจะหนักเอาการ ยิ่งเรื่องราวของพวกนักมวยปล้ำ นี่ คงมีทั้งโหด หนัก น้ำตาท่วมจอ แต่ผมรอดูแผ่นดีกว่า ครับ
เสียดายมิกกี้ รูค แพ้ ฌอน เพนน์ นะครับ



โดย: dj booboo วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:54:13 น.


ตอบ เรื่องนี้ รับรอง ปี่ไม่แตกงั๊บบบ

ไม่ได้มีฉากก โอ๊ย ต่อยเลือดสะบักสะบอม พระเอก โดนต่อยจนน่วมม เลือดอาบบบบบบบบบบบบ

มันแหวกแนวกะตรงนี้งะ

สิ่งที่สื่อ คือ แอ๊กติ้ง มิกกี้ รูฟ ล้วนๆๆๆๆ

เวลา มิกกี้ รูฟ เล่นนี้ ตา มุมกล้อง โห ได้จายยม๊ากกกก
อารมณ์มิกกี้ รูฟ สะกดอยู่เลยงะ

มาริสา โตเม่ ดาราเชื้อสาย อิตาลี เล่นนี้ ไม่ต้องบอกอะไรม๊ากกก แอ๊กกกติ้งง

คนที่เล่นเป็นลูกสาว มิกกี้รูฟ กะ ได้จายไปเล๊ยยย


ขนดารา มาเล่น โชว์ อารมณ์ล้วนๆนี้ หาดูย๊ากกกก


โดย: Bernadette วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:52:44 น.  

 
9 1/2 weeks จำได้ๆ
ท็อปฟอร์มทั้ง 2 คนเลย ดูดี๊ดูดี

Kim Basinger having fun in 9 1/2 Weeks


ท๊อปฟอร์ม อย่างที่คุณนายว่าทั้งคู่
มุมกล้องสวยม๊ากกกก หล่อสวยกานนทั้งคู่ ตอนนั้น
ตอนนี้แก่แล้ววววววววว



เมื่อคืนดูออสการ์ด้วยหนูแบร์ ช่อง star movies หรืออะไรนี่แหละเอามาฉาย บ้านแม่มอมเป็นช่อง 15
วันประกาศจริงอดดู

ที่หนูแบร์เล่านี่ก็น่าดู สงสัยต้องหลั่งน้ำตาอีกแหงมๆ


ตอบ การันตีว่า ไม่หลังน้ำตางั๊บบบบ หนังไม่มีเลือดอาบ อุ๊ยยย น่าสงสารพระเอกจัง อุ๊ยยย พระเอกจาตายแล้วววไม่มีงั๊บบบ

มีแต่อารมณ์ ........ล้วนนนน


บล็อกแกงก์เกเรตลอดเลยช่วงนี้
ต้องอดทนมากๆ ถึงจะเม้นต์ได้รอด
บางทีพิมพ์ซะเยอะเลย ปรากฏส่งแล้วหาย
ป๊าด...เสียมู้ดหมดเลย

หนูแบร์สบายดีมั้ย
ผลออสการ์สบอารมณ์ดีก่อเจ๊า



โดย: momster วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:01:38 น.

ตอบ ผลออสการ์ ณอน เพ็นต์ ได้ไปไม่เสียจายยเลยงั๊บบบบ เล่นดีม๊ากกก

มิกกี้ รูฟ กวาด เรียบหลายสถาบันแล้นนน
แถม Film เรื่องนี้ ติด Top ten หลายสถานบัญอีก

เค้า ฟื้นคืนชีพแล้นนน มิกกี้ รูฟ
จ๋งจั๋ย แกแก่ แล้น แกคงทำตัวดีขึ้นงะ
คนเลยรัก มิกกี้ รูฟเยอะขึ้นเล๊ยยยย


โดย: Bernadette วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:59:48 น.  

 
หนัง ตอนนั้น เด็กๆๆห้ามดู ได้ดูตอนโต

ฉากข้างบนเรียก ฉาก ล้างผลาญตู้เย็น....แบร์เรียกเองงะ แฮะแฮะ



www.kimbasinger.it 9 1/2 Weeks Trailer


ฉากประทับจายยย

ฉากห่อผ้าพันคอ

ฉาก วิ่งถือลูกโป่งงง


ฉาก ปิดตา ...มีอะไร แด๊กหมก


ฉากๆๆ เยอะแยะไปหมก ภาพสวยม๊ากกเรื่องนี้งะ


โดย: Bernadette วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:12:02 น.  

 
....ฉาก ปิดตา ...มีอะไร แด๊กหมก....


โดย: momster วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:55:37 น.  

 
....ฉาก ปิดตา ...มีอะไร แด๊กหมก....




โดย: momster วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:55:37 น.

ตอบ แฮะแฮะ ก๊ากกกกกกกก

งะตอนนั้นโฆษณาเอามาเลียนแบบเยอะเล๊ยยยย


โดย: Bernadette วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:45:59 น.  

 
ขออนุญาติเอาบทความของ Mr.cozy มะปะค่ะ

Source:https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mr-cozy&date=04-08-2009&group=1&gblog=75

ภาพยนตร์เรื่อง The Wrestler ทำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติในทางลบที่มีให้กับกีฬาและคนคนหนึ่งให้หายไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างแรกคือกีฬามวยปล้ำและอย่างที่สองคือดาราภาพยนตร์ที่ชื่อ Mickey Rourke



กีฬามวยปล้ำถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ตัวมันเองและตัวผู้เล่นไม่เคยได้รับความนิยมอย่างบ้าคลั่งในประเทศอื่นนอกจาก อเมริกาและญี่ปุ่น แม้กระนั้นในเมืองไทยของเราก็มีกลุ่มหนึ่งที่กีฬาประเภทนี้เป็นที่ชื่นชอบ ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆชั้นประถม มีรายการทีวีนำเอามวยปล้ำญี่ปุ่นมาฉายโชว์ทุกสัปดาห์ และผมก็เคยนั่งดูหลายครั้ง

จำได้คนเดียวคือนักมวยปล้ำชื่อ ดัม มัสสึโมโตะ โด่งดังเอามากๆ ก่อนที่ความนิยมมวยปล้ำจะลดลงเหลือแค่เฉพาะกลุ่มเช่นเคย - สาเหตุที่ผมเลิกดูมวยปล้ำเพราะไปหลงไหลกีฬาฟุตบอลแทน แต่ที่สำคัญคือได้รับข้อมูลจากญาติรุ่นพี่คนหนึ่งว่าไอ้ที่สู้กันอยู่บนเวทีนั้น มันไม่ใช่สู้กันจริงๆ แต่มันเป็นการแสดงทั้งนั้น

ตอนนั้นยังเด็กเลยรู้สึกว่าถูกหลอกและเลิกดูไป ตอนหลังๆเลยไม่ได้สนใจกีฬาชนิดนี้เลย

Mickey Rourke เป็นนักแสดงที่ผมไม่ชอบเท่าไร เพราะผมรู้สึกไปเองว่าเขาแสดงหนังไม่เก่ง มีแต่วางมาดแบบแมนๆเท่ห์ๆ และยังมีเรื่องราวนอกจอที่พอได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลกๆ (เช่น เคยหนีกองถ่ายไปชกมวยหาลำไพ่พิเศษเป็นต้น)



The Wrestler - เป็นชื่อเรื่องที่หมายถึงนักมวยปล้ำและนักแสดงนำที่ชื่อ มิคกี้ โรท ไม่ได้มีส่วนทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้เลย แต่ชื่อผู้กำกับ Darren Aronofsky ต่างหากที่ทำให้ผมซื้อมันมาดู

Darren Aronofsky ที่ผมไม่เคยผิดหวังในฝีมือกำกับภาพยนตร์ เขาทำให้ทึ่งมากๆ อย่างที่ผมเคยเขียนถึงงานของเขาเรื่อง PI แล้ว ยังทำให้หลอนแบบใจขาดใน Requiem for a Dream และงงจนบอกใครไม่ได้ใน The Fountain และในหนังนักมวยปล้ำนี้ก็ทำเอาผมน้ำตาซึมในบทสรุปซีนสุดท้าย

หนังพูดถึง Randy "The Ram" Robinson นักมวยปล้ำชื่อดังในยุค 80 ในยุคปัจจุบันที่เขากลายเป็นชายวัยกลางคนต้นๆ 50 ที่ตอนนี้ไม่มีงานอื่นทำ ไม่มีบ้าน หย่ากับภรรยา มีลูกสาวที่เขาไม่เคยพบหน้ามานาน ถ้าหากเขาไม่มีงานขึ้นแสดงมวยปล้ำก็ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่าโทรมๆ บางครั้งต้องไปรับจ๊อบยกของที่ซุปเปอร์มาเก็ดที่เพื่อนเป็นผู้จัดการอยู่

ที่ทำให้ผมทึ่งคือหนังแสดงถึงเบื้องหลังของกีฬามวยปล้ำนี้อย่างละเอียดยี่ถิบ พวกเขาเป็นเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ถึงในทางการตลาดจะแบ่งฝ่ายเป็น 2 ข้างคือกลุ่มธรรมมะและกลุ่มอธรรม (คือพวกชอบเล่นโกง รุมสองหรือเอาเก้าอี้มาตีแบบนี้) แต่จริงๆแล้วทุกๆอย่างมีการจัดเตรียมเอาไว้ ว่าใครจะเล่นแบบไหน จะใช้อะไรตี และใครจะเป้นผู้ชนะ

แต่ที่ผู้กำกับบอกให้เข้าใจ (ทั้งๆที่น่าจะคิดเองได้มานานแล้ว) คือถึงมันเป็นการแสดง แต่ก็ใช่ว่าผู้เล่นจะไม่เจ็บปวด !!!!


ไม่ว่าชีวิตข้างหลังจะเจ็บปวดแค่ไหน แต่เมื่อเดินออกจากห้องแต่งตัวพวกเขาก็ต้องทำตัวฮึกเหิมเอาใจแฟนๆ จะเป็นแผ่นไม้ก็ดี แผ่นเหล็กก็ดี เมื่อแฟนๆยื่นให้ก็ต้องเอามาตีหัวตีท้อง ต้องยืนอย่างสง่าบนเวที แม้ว่าเบื้องหลังที่ยืนในสังคมอื่นๆพวกเขาแทบจะไม่มี

แต่ละซีนหนังตอกย้ำถึงความเจ็บปวด ทั้งๆที่เป็นการแสดง บรรดานักมวยปล้ำต้องออกกำลังกายอย่างหนักในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายและผิวหนังแข็งแกร่ง / พวกเขาต้องซ่อนใบมีดโกนเพื่อไว้กรีดตามเนื้อตัวให้เลือดออกสมจริง / ต้องชกกันจริงๆเพื่อให้หน้าแดง / บางโชว์ก็ต้องเอาถาดบ้าง แม๊คยิงกระดาษบ้าง มายิงตามเนื้อตัว / กระทั้งเอาลวดหนามมาตีกัน เพื่อเพิ่มความมันส์สะใจแก่ผู้ชม

และเมื่อถึงวันหนึ่ง หลายๆคนที่หมดสภาพในการแสดงบนเวที บางคนขาพิการ / แขนพิการ / มีอาการทางสมอง / หรือกระทั้งเป็นโรคหัวใจ สิ่งที่พอจะหาเงินยาไส้ได้ก็คือไปนั่งในชมรมและจัดวันให้บรรดาแฟนพันธ์แท้ (ที่มีน้อยมากบางคนมีเหลือแฟนๆแค่ 2-3 คน) เข้าพบเพื่อถ่ายรูป แจกลายเซ็น ขายวีดีโอ เลี้ยงชีพไปวันวัน



Darren Aronofsky กำกับดีมากครับ บทภาพยนตร์ก็มีเหตุมีผล แต่ที่เด่นที่สุดคือภาคการแสดง มาริสา โทเม และ ราเชล วู๊ด แสดงได้ดีตามบทนักแสดงเปลื้องผ้าและลูกสาวของแรนดี้ กำลังใจเพียงสองอย่างของเขา แต่ที่เด็ดที่สุดคือ มิคกี้ โรท ที่ไม่ได้ทำงานหลายปีจนลืม - แสดงได้อย่างเข้าถึงบทจริงๆ ชนิดที่ผมต้องหยิบเอาหนังเก่าๆที่เขาเล่นที่มีเก็บไว้มาดูใหม่ เพราะคิดว่าที่ผ่านมาประเมินเขาต่ำเกินไป

และคราวหนังออกฉายเมื่อปีที่แล้วหนังก็ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ๆมากมาย โดยเฉพาะโรท ที่ตอนรับแสดงเขาไม่ได้ค่าตัวสักบาท - อารอนอฟสกี้ บอกว่าโรทว่า "คุณจะไม่ได้ค่าตัว แต่จะได้เข้าชิงออสก้าร์" - และมันก็เป็นไปตามนั้น โรทได้เข้าชิงไปแพ้ ณอน เพนท์ แต่เขาได้ลูกโลกทองคำมาปลอบใจ และการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในแวดวงมายา


ดูภาพยนตร์แล้วก็ย้อนมาดูตัวเอง - ในสังคมทุกวันนี้เราก็ต้องแสดงกันในแต่ละบทบาทของชีวิต ผมมาทบทวนดูแม้แต่ตัวผมเองก็เถอะ ชีวิตเราหลายๆอย่างเลือกไม่ได้ เมื่อจำเป็นจะต้องทำ ก็ต้องร้องรำไปให้เข้ากับเพลงที่มันบรรเลงอยู่ ไปขัดขืนมันเข้าก็ย่อมจะโดนด่าว่า ทุกๆคนย่อมมีและย่อมจะได้แสดงในแต่ละบทบาท ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความรัก / การงานอาชีพ / ครอบครัว / ญาติพี่น้อง - บางครั้งเราต้องสวมบทบาทนักแสดงออกไปในสังคม

คนที่เปรียบเทียบได้คมคายที่สุดที่ผมเคยอ่านเห็นจะเป็น อ.คึกฤทธิ์ ในหนังสือสี่แผ่นดิน ที่บอกประมาณว่า "ชีวิตเราก็เหมือนเวทีละคร คนเล่นก็เล่นไป พวกปี่พาทย์ก็บรรเลงเพลงไป หากใครเล่นใครรำได้เข้าจังหวะ คนๆนั้นก็จะมีคนชม" (อันนี้ผมพิมพ์จากความจำนะ ไม่ถูกเป๊ะหรอก)

รูปแบบของหนังถึงจะฉีกไปจากเรื่องเดิมๆของเขา แต่ประเด็นหลักก็เหมือนกันคือเขาพยายามนำคนดูไปในโลกที่หลายๆคนมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นโลกของนักคณิตศาสตร์ใน PI หรือพวกเด็กติดยาใน Requiem for a Dream

ในขณะที่โลกของนักมวยปล้ำ ที่บนเวทีกับชีวิตจริงจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน แรนนี่ในสภาพที่เกือบจะสิ้นหวังสุดๆ ยังมีแรงใจเล็กๆในโลกของเขา คือนักเต้นโชว์อย่าง แคสสิดี้ (Marisa Tomei) และลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา สเตฟานนี่ (Evan Rachel Wood) ที่เขาอยากให้เธอให้โอกาสเขาอีกครั้งที่ทิ้งเธอไป



ด้วยความช่วยเหลือของ แคสสิตี้ แรนนี่สามารถทำให้สเตฟานนี่ยกโทษให้เขาได้ เขาพาเธอไปกินอาหารก่อนจะเดินเล่นกันริมชายหาด พ่อกับลูกได้ปรับความเข้าใจ

แต่ชีวิตมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น ถึงวันหนึ่งแรนนี่ก็เล่นไม่เข้าจังหวะ และทำให้ทุกอย่างมันล่มสลายอย่างไม่น่าจะเป็น

อารอนอฟสกี้ ย้ำถึงการแสดงในโลกจริงของแทบทุกตัวละคร แรนดี้บนเวทีมวยปล้ำ / แคสสิตี้บนเวทีโชว์ในบาร์ / สเตฟานี่ในฐานะเลสเบี้ยน แต่ละคนต่างก็ต้องเล่นบทบาทของตัวเองให้ดีที่สุด

แรนดี้ก็เหมือนกับหลายคน เขายึดติดการแสดงบนเวทีมวยปล้ำและนำมันมาผูกพันกับชีวิตจนขาดการควบคุมจนดูเหมือนทุกๆอย่างของเขามันล้มเหลว - และแม้กระทั่งถึงจุดๆหนึ่งแล้ว แรนดี้ ก็ยังเลือกจะไปยืน"แสดง"บนเวที แม้รู้ว่าตัวเองคงจะไม่มีโอกาสเดินลงมาแล้วก็ตาม.....

และหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว มันทำให้ผมดูกีฬามวยปล้ำได้อย่างตาสว่างมากขึ้น (และทำให้รู้ตัวเองก็มีอคติแบบไม่ค่อยดีเท่าไรในบางเรื่อง) หนังออกเป็นแผ่นแล้ว หามาชมกันให้ได้นะครับ


โดย: Bernadette วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:10:32:17 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bernadette
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




In the name of the Father, and of the Son, and of the Holy Spirit

The Ave Maria asks Mary to "pray for us sinners."

Amen

PaPa for all Father W e pray year of priests.



Card Michael Michai Kitbunchu, Archbishop of Bangkok, is the first member of the College of Cardinals from Thailand.

source :http://www.asianews.it/news-en/Michai-Kitbunchu,-first-cardinal-from-Thailand-3038.html

พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู คณะเชนต์ปอล part1

ฺBishop ฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พิธีรับPallium Metropolitans Bangkok Thailand >

สารคดี เทศกาลแห่ดาว สกลนคร Welcome
Sakonnakorn Christmas Thailand
Metropolitans Tarae Sakornakorn Thailand


Orchestra and four vocal Choir - *Latin* Recorded for the Anniversary of the Pope Benedict XVI April 19 This is the Anthem of the Vatican City. The Songs are called Inno e Marcia Pontificale ...

We are Catholic.

หน้าเฟส อัพรูป หาที่อัพรูปใหม่อยู่ http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3


MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add Bernadette's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.