แบร์แนแด็ท....น่ารัก....น่ารัก ขี้ลืม.....ขี้ลืม ...... หนังปายหนายหว่า buy แล้ววbuyอีก......... faith, hope and charity เฟศบุ๊ค http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
23 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 

CATHOLIC ENCYCLOPEDIA :Biblical Geography

ปฐมกาล Genesis 1:1

In the beginning God created heaven and earth.

บทเพลงสดุดี Psalm 113:5-6
พระเจ้าผู้ทรงกรุณาต่อผู้ต่ำต้อย

5 ผู้ใดจะเสมอเหมือนพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเรา
พระองค์ประทับบนพระบัลลังก์ในที่สูง
6 แต่ทรงน้อมพระองค์ทอดพระเนตรลงมายังสวรรค์และแผ่นดิน
5 Who is like Yahweh our God? His throne is set on high,
6 but he stoops to look down on heaven and earth.




Ascension
Resurrection The church was born and grew.

by Artists Giotto di Bondone (1267 ? 1337)

ยอร์น John 1:1-3
ก อารัมภบท

1 เมื่อแรกเริ่มนั้น พระวจนาตถ์ทรงดำรงอยู่แล้ว พระวจนาตถ์ประทับอยู่กับพระเจ้าและพระวจนาตถ์เป็นพระเจ้า
2 พระองค์ประทับอยู่กับพระเจ้าแล้วตั้งแต่แรกเริ่ม
3 พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งอาศัยพระวจนาตถ์ ไม่มีสักสิ่งเดียวที่พระเจ้าไม่ทรงสร้างโดยทางพระวจนาตถ์
1 In the beginning was the Word: the Word was with God and the Word was God.
2 He was with God in the beginning.
3 Through him all things came into being, not one thing came into being except through him.


The World as Known to the Hebrews (map)

Historical Textbook and Atlas of Biblical Geography (1854) by Coleman


Biblical References/Topics

Source://www.blueletterbible.org/
images/maps/Otest/otest_template.cfm

Mysteries of the Bible - The Bible's Greatest Secrets (1of5)


กับข้อยกเว้น ซึ่งเกี่ยวกับการสอน (โดยเฉพาะทางด้านศีลธรรม)ของงานวรรณกรรม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ไปจนถึงเมืองแห่งมหานคร หรือ อาณาเขตที่ถูกลบออกไป
มันไม่ได้ใส่บรรจุ เนื้อหาหรือพาดพึงไปถึง สภาพภูมิศาสตร์ และ สภาพของท้องที่ภูมิประเทศ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์


ในช่วงเวลาของยุคแรกของช่วงโบราณสมัยก่อน เมื่อ มีการอ่านตรวจ พินิจพิเคราะห์ เกี่ยวกับพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมันได้จำกัดอยู่ภายในขอบเขตของ ภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ของประเทศ สิ่งที่ พวกเค้าได้รู้สึกคือการมาถึงของแสงสว่าง
กับความต้องการเล็กน้อยปลีกย่อยของความสนใจในบางสิ่งที่เป็นพิเศษโดยเฉพาะสิ่งเหล่านั้น คือรายละเอียดของ สภาพทาง ภูมิศาสตร์ การปรากฎการทางกายภาพของมนุษย์ในบริเวณพื้นที่นั้นๆ

ดินแดนปาเลสไตน์มีพื้นที่อาณาบริเวณเล็กน้อย และแต่ละผู้คนที่อยู่อาศัยได้คุ้นเคยกับทุกทุกมุม ทุกทุกตำแหน่งของพื้นที่บริเวณนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านซึ่งเป็นผู้คนนอกพื้นที่นั้น the Jew of the Diaspora (เดา หรือชาวยิวที่ถูกเนรเทศ หรือ ชาวยิวพลัดถิ่นอะ)
สำหรับ กรณีนี้ แต่มันคือสิ่งเล็กน้อยที่พวกเค้า ได้เอาใจใส่ ทางสภาพทางภูมิศาสตร์ ในหลายๆเหตุการณ์ ที่สนใจได้อย่างอย่างละเอียดละออ

Mysteries of the Bible - The Bible's Greatest Secrets (2of5)


พระวจนาตถ์ของพระเจ้าที่ได้เราค้นหาอยู่ทั้งหมดในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ขณะที่มี ผู้อยากรู้อย่างมากมายในดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขา ซึ่งในโอกาสพิเศษพวกเค้าได้เดินทางไปจารึกแสวงบุญที่นั้น ในเวลาเดียวกันขณะที่ธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นซึ่งยังคงอยู่ สามารถรับรู้ได้ อย่างเพียงพอ ของโอกาสที่ดี

หลังจาก คริสตศักราช ปีที่ A.D. 70 ชาวยิวผู้เดินทางไปจารึกแสวงบุญ ได้สิ้นสุดยุติการไปร่วมชุมนุมที่ดินแดนปาเลสไตน์


ในทางกลับกัน พี่น้องคริสตชนที่มีความกระตือรือล้น ขณะที่ในช่วงเวลานั้นสิ่งที่หล่อหลอมอยู่และได้มาชำเลืองดูว่า ผลที่มาจากอาณาจักรแห่งแสงสว่างของพระวารสารใกล้จะมาถึง อาณจักรของพระเยซูคริสตเจ้าน่าจะขยายออกต่อไปข้างหน้าด้วยตัวของพวกเค้าเอง ไปจนถึงสิ่งต่างๆที่เคยไปปรากฎมาก่อนหน้านี้

Mysteries of the Bible - The Bible's Greatest Secrets (3of5)


และนักวิจัยหลายๆท่านได้ย้อนจิตวิญญาณของพวกเค้ากลับไป สืบค้นข้อมูลพิจาณาพระคัมภีร์ไบเบิ้ล พวกเค้าตระหนักใจมากเกี่ยวกับหนังสือซึ่งยังคงปิดผนึกอยู่ เว้นแต่พวกเค้าได้มีความคุ้นเคยรู้จักในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

เพื่อต้องการ การตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งสภาพทางภูมิศาสตร์ของพระคัมภีร์ไบเบิ้ลนี้ ขณะที่ความเหลือด้วยตัวเองจากการศึกษาค้นคว้าพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ,และเป็นหนี้บุญคุณต่อผู้ให้กำเนิดหนังสือของ ( cf. St. Aug., De Doctr. Chr., II, xvi, 24; Cassiod., De institut. div. litt., xxv; St. Jer., Ad Domn. et Rogat. in I Paralip., Pr?f.).

มันมีความจำเป็นซึ่งไม่เคยนำมาเป็นหัวข้อพิจารณา และ มันได้เจริญเติบโต ไปพร้อมๆกับ ความพยายามให้บรรลุหรือได้รับ เรื่องราวของความรู้ค่อนข้างจะดีกว่าของการตีความตามตัวอักษร และได้สัมผัสพื้นฐานที่มาจากประวัติศาสตร์ของพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

การศึกษาตรวจสอบค้นความสภาพทางภูมิศาสตร์ของพระคัมภีร์ไบเบิ้ล คือติตตามหามาตลอดในช่วงเวลาของเรามากกว่า และอาจจะไม่ถูกต้องไปจนถึงการกล่าวถึงของสถานที่นี้
แหล่งข้อมูลที่มีสำคัญมากกว่าอื่นอื่นและกระบวนการจัดการในการให้ความหมาย

Mysteries of the Bible - The Bible's Greatest Secrets (4of5)



อย่างแรก แน่นอน ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ในบางส่วนซึ่งอย่างไรก็ตาม ต้องถูกเลือกอย่างโดยเฉพาะ เนื่องจากความสำคัญของประเด็นเหล่านั้นมาจากมุมมองมิติที่มองเห็นมาจากในปัจจุบัน

รายชื่อเกี่ยวกับ กลุ่มชาติพันธุ์( ethnographical: ชาติพันธุ์วิทยาสาขาหนึ่งที่พรรณนาถึงวัฒนธรรมแบบต่างๆเชื้อชาติ )ใน ปฐมกาล Genesis 10

Boundaries of the Tribes of Israel (map)



Source: //www.blueletterbible.org/images/
maps/Otest/boundaries.cfm


มนุษย์แผ่ขยายไปทั่วแผ่นดิน
ปฐมกาล Genesis 10


เชิงอรรถยาว




ซึ่งมีความหมายต่อการสนับสนุน ความรู้ความเข้าใจ ของสภาพภูมิศาสตร์เก่าแก่ทั่วไปของทางตะวันออก และมันแทบจะไม่มีความสำคัญต่อการที่ถูกประเมินตีค่าสูงจนเกินไป

Battlefields of O.T. and Dist'n of 12 Tribes (map)
Historical Textbook and Atlas of Biblical Geography (1854) by Coleman



Source://www.blueletterbible.org/
images/maps/Otest/battles2.cfm

บันทึกในบัญชีรายชื่อของแหล่งกำเนิดที่อยู่อาศัยของประชากรชาวฮิบรู อยู่ในช่วงระยะเวลาที่เดินทางจากอียิปต์ไปถึงเทือกเขาจอร์แดนได้เสริมให้เรารู้เกี่ยวกับข้อมูลอย่างมากพอ เกี่ยวกับการทำแผนที่และพรรณนาภูมิประเทศ ของ คาบสมุทรไซไน(the Sinaitic Peninsula) ทางตอนใต้และทางตะวันออกของชายแดนทะเลเดดซี( the Dead Sea)

The Sinai Peninsula (map)
The Lord's Land (1876) by Ridgaway



Source://www.blueletterbible.org/
images/maps/Otest/sinai.cfm



ในหนังสือ the Book of Josue โยซูวา ที่เกือบจะสมบรูณ์แบบของการค้นพบ สำรวจ ทำแผนที่ของดินแดนปาลเสสไตน์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ของดินแดนปาเลสไตน์ )และ พื้นที่แบ่งสันปันส่วนโดยเฉพาะของยาวยูดาห์

Southern Palestine (map)
The Lord's Land (1876) by Ridgaway



Source://www.blueletterbible.org/
images/maps/Otest/south_palestine1.cfm

ต่อมาในหนังสือหลายเล่มได้เพิ่มรายละเอียดเล็กน้อยของความั่งคั่ง ในการทำแผนที่และอธิบายภูมิประเทศที่แสดงว่ามี แต่ค่อนข้างจะแสดงเป็นบางครั้งคราวที่ปรากฎ ที่มันเคยเจริญเติบโตและคุ้นเคยกับสถานที่นอกประเทศกว้างออกไป เช่น ในอียิปต์ อัสซีเรีย(อาณาจักรโบราณในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ )และอาณาจักร บาบิโลเนีย ตามมาด้วยอีกหลายศตวรรษของการถูกเนรเทศ สำหรับการผจญภัยของพี่น้องชนเผ่าอิสราเอลเกี่ยวกับการแผ่อาณาเขตของช่วงเวลาในประวัติศาสตร์

Ancient Jerusalem (map)
Historical Textbook and Atlas of Biblical Geography (1854) by Coleman



Source://www.blueletterbible.org/
images/maps/Otest/jerusalem_anc2.cfm

ประชาชนในอาณานิคมประเทศราช ซึ่งบรรดาพ่อค้าที่เจริญเติมโต ได้เพิ่มขึ้นอย่างหน้าประหลาดใจ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรีกและอาณาจักรแห่งโลกของโรมัน โดยตลอด และประชาชนชาวปาเลสไตน์มีการให้ความรู้อบรมสั่งสอน พวกเขาเหล่านั้นมีความสนใจสิ่งร่วมสมัยอย่างมากมาย
"barbarous ป่าเถื่อน" คือชื่อของสถานที่ ที่เครือญาติของพวกเขาได้จัดตั้งขึ้น The Church at Jerusalem ดังนั้น( กิจการ Acts 15:12; 21:19).

กิจการ Acts 15:12
คำปราศรัยของเปรโตร

12 ทุกคนในที่ชุมนุมนิ่งเงียบ ฟังบารนาบัสกับเปาโลเล่าเรื่องเครื่องหมายอัศจรรย์และปาฎิหาริย์ที่พระเจ้าทรงกระทำในหมู่คนต่างศาสนาโดยผ่านตน
12 The entire assembly fell silent, and they listened to Barnabas and Paul describing all the signs and wonders God had worked through them among the gentiles.

เชิงอรรถ ทุกคนในที่ชุมนุมนิ่งเงียบ
สำเนาโบราณบางฉบับว่า เมื่อบรรดาผู้อาวุโสได้แสดงว่าเห็นด้วยกับข้อความที่เปโตรได้กล่าวนั้น ที่ประชุมทั้งหมดก็เงียบ


กิจการ Acts 21:19
เปาโลเดินทางไปถึงกรุงเยรูซาเล็ม

19 เปาโลทักทายเขาเหล่านั้นและเล่าทุกสิ่งอย่างละเอียดที่พระเจ้าทรงกระทำกับคนต่างศาสนาโดยงานธรรมทูตของตน
19 After greeting them he gave a detailed account of all that God had done among the gentiles through his ministry.

Middle Palestine (map)
The Lord's Land (1876) by Ridgaway


Source://www.blueletterbible.org/
images/maps/Otest/mid_palestine.cfm


Modern Jerusalem (map)
Historical Textbook and Atlas of Biblical Geography (1854) by Coleman



Source ://www.blueletterbible.org/images/maps/Otest/world.cfm

Mysteries of the Bible - The Bible's Greatest Secrets (5of5)



Source : //www.newadvent.org/cathen/06428c.htm
//www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์


Seven new deadly sins:



the Pope said there was “a certain disaffection” with confession among the faithful. Priests had to show “divine tenderness for penitent sinners” and admit their own failings.

“Those who trust in themselves and in their own merits are, as it were, blinded by their own ‘I’, and their hearts harden in sin. Those who recognise themselves as weak and sinful entrust themselves to God, and from Him obtain grace and forgiveness.”

Source://www.timesonline.co.uk/tol/
comment/faith/article3517050.ece

The seven social sins are:

1. "Bioethical" violations such as birth control

2. "Morally dubious" experiments such as stem cell research

3. Drug abuse

4. Polluting the environment

5. Contributing to widening divide between rich and poor

6. Excessive wealth

7. Creating poverty




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2552
4 comments
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 23:39:07 น.
Counter : 3337 Pageviews.

 


The title page to the 1611 first edition of the Authorized Version Bible by Cornelius Boel shows the Apostles Peter and Paul seated centrally above the central text, which is flanked by Moses and Aaron. In the four corners sit Matthew, Mark, Luke and John, authors of the four gospels, with their symbolic animals. The rest of the Apostles stand around Peter and Paul. At the very top is the Tetragrammaton "יהוה".
Source://en.wikipedia.org/wiki/Authorized_King_James_Version


ถึงแม้ว่า ผู้ประพันธ์หลายๆท่านเกี่ยวกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล the English Authorized Version (A.V.)(เดาอะ king james bible
N. คัมภีร์ไบเบิ้ลที่ตีพิมพ์ในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ.1611
syn:{King James Version}{Authorized Version})

ได้มีความพยายามอนุรักษ์สงวนรูปแบบชื่อเหล่านั้นของภาษาฮิบรูโบราณไว้อย่างสมบรูณ์เต็มที่


Title page from the 1582 Douai-Rheims New Testament, "specially for the discouerie of the CORRVPTIONS of diuers late translations, and for cleering the CONTROVERSIES in religion."

Source://en.wikipedia.org/wiki/Douay-Rheims_Bible

พระคัมภีร์ฉบับ Douay Version (D.V.)
พระคัมภีร์ฉบับ Douay (เป็นพระคัมภีร์ที่แปลโดยคาทอลิกหลังการแยกตัวของโปรแตสแตนท์ ได้รับการยอมรับอย่างสูงและเป็นต้นแบบในการแปลพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษที่เป็นของคาทอลิกแทบทุกฉบับ)
Source:www.catholic.or.th/spiritual/
homily/goodnews/5july09.doc

อย่างไรก็ตาม กับความไม่บริบรูณ์ที่แตกต่างกันเล็กน้อยนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่เปรียบเทียบ


Uncial 03


Page from Codex Vaticanus; ending of 2 Thes and beginning of Heb

ซึ่งเป็นผลมาจาการ คัดลอกสำเนา แปลถอดความของ the Codex Vaticanus((CODEX B) หนังสือต้นฉบับโบราณเขียนด้วยลายมือเป็นภาษากรีก ที่สำคัญที่สุดคือเป็นหนังสือต้นฉบับโบราณเขียนด้วยลายมือของพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่ถูกเรียกชื่อนี้เพราะ หนังสือต้นฉบับโบราณเขียนด้วยลายมือนี้เป็นของ the Vatican Library (Codex Vaticanus, 1209).)


The Great Hall, Vatican Library

Source:Codex Vaticanus CATHOLIC ENCYCLOPEDIA
//www.newadvent.org/cathen/04086a.htm


CATHOLIC The New Jerusalem Bible (NJB)


แปลถอดความสู่สาธารณะชนทั่วไปในปี 1985 และแก้ไขโดย The Reverend Henry Wansbrough, O.S.B., monk of Ampleforth Abbey in North Yorkshire and former Master of St Benet's Hall, Oxford.


จาก Greek Textus Receptus (ต้นฉบับพันธสัญญาใหม่)ซึ่งได้ถูกพิมพ์ กรณีการอ้างอิง โดยการเลือกสุ่มตัวอย่างเพียงเล็กน้อย เช่น

คำว่า Bahurim มันได้กลายเป็นคำว่าBarakim(เมืองบาฮูริม )

คำว่า Debbaseth,ในภาษาฮิบรูคือ Hebrew Dabbasheth,( เมืองดับเบเชท)

Baitharaba(เมือง เบธอาราบาห์ ); Eglon,

Hodollam or Ailam; "king of Gezer โฮรามกษัตริย์เมืองเกเซอร์" ชื่อ Horam (horam,แต่ในพระคัมภีร์ Septuagint Ailam, or Elam) (เมือง อีลัม)

Gethremmon (เมืองกัทริมโมน), Iebatha,
etc.,

และความสับสนบ่อยครั้ง ที่ไม่ได้เอ่ยถึงในเรื่องของสำเนียง เช่น ตัว d หรือ ตัว r หรือความถูกต้องของชื่อ ที่ทำความเข้าใจผิดพลาด เช่น

En Shemesh ในภาษากรีกคือ he pege tou heliou

En Shemesh (เมืองเอนเชเมช )En-shemesh.ความหมายชื่อเมืองคือ : fountain of the sun (น้ำพุธรรมชาติของรวี (รวี แปลว่า พระอาทิตย์ )


ในภาษากรีก he pege tou heliou('tou heliou ekleipontos').Helios = the Sun (พระอาทิตย์ )

ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ นักบุญลูกากล่าวไว้ว่า

Luke says that 'the sun failed' ('tou heliou ekleipontos'). Helios = the Sun

ลูกา Luke 23: 45
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

45 เพราะดวงอาทิตย์มืดลง ม่านในพระวิหารฉีกขาดตรงกลาง
45 And the sun was darkened, and the veil of the temple was rent in the midst.
45 τοῦ ἡλίου ἐκλείποντος: ἐσχίσθη δὲ τὸ καταπέτασμα τοῦ ναοῦ μέσον.
45 Et obscuratus est sol, et velum templi scissum est medium.


ขอบพระคุณสำหรับฉบับแก้ไขของระบบเนื้อหาของทั้งหมด

ความแตกต่างแปรผันเช่นนี้ไม่ได้ถูกพบใน the Codex Alexandrinus
ความรู้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลคือ มีตัวอย่างอุทาหรณ์การเปรียบเทียบ เรื่องราวดีดีอย่างมากมาย และ
ไม่บ่อยครั้งที่ผนวกเสริมเพิ่มเติม โดยแสดงรวบรวมจากเอกสาร การขุดค้น (อย่างระมัดระวังและเป็นกระบวนการ)เพื่อหาวัตถุโบราณ ในอียิปต์และอัสซีเรีย



Cyril Lucaris, one of the former owners of the codex

the Codex Alexandrinus คือ
ต้นฉบับโบราณภาษากรีกซึ่งเขียนด้วยลายมือ ซึ่งมีความสำคัญมากของพระคัมภีร์ใหม่และพระคัมภีร์เก่า ที่ใช้ชื่อนี้เพราะถูกนำมาโดยชาวยุโรป จากเมืองอเล็กซานเดรีย และเคยเป็นกรรมสิทธิ์ของthe patriarch (ตำแหน่งพระสังฆราช)แห่งอเล็กซานเดรีย

สำหรับคำสั้นๆเพื่อเป็นเกียรติ แด่ พระคัมภีร์ฉบับสมรวม(The Polyglot Bible)ฉบับ walton ได้แสดงมันในเอกสาร และจัดตั้งรูปแบบวิธีการที่กำลังนิยมของการตั้งชื่อต้นฉบับพระคัมภีร์ไบเบิ้ลโดยใช้สัญญาลักษณ์



Portrait of Bishop Walton by Pierre Lombard from: Biblia sacra polyglotta, complectentia textus originales, Hebraicum, cum Pentateucho Samaritano, Chaldaicum, Graecum, [edited by Brian Walton], London: Imprimebat Thomas Roycroft, 1657.

Source://www.kcl.ac.uk/depsta/iss/
library/speccoll/religion/lpoly.html

Codex นี้ (N. หนังสือโบราณที่เขียนด้วยลายมือ)คือหนังสือเล่มแรกที่ยอดเยี่ยมมีชื่อเสียงเกี่ยวกับ uncials( ตัวหนังสือกรีกและละติน สมัยศตวรรษที่ 4-8)
เมื่อ Cyril Lucar พระสังฆราชแห่งอเล็กซานเดรีย ได้เผยแพร่ในปี 1621 ไปสู่ พระสังฆราชแห่ง คอนแสตนตินโนเปิล พระสังฆราชมีความศรัทธาได้นำ codex ไว้กับท่าน

ในภายหลังพระสังฆราชนำcodex มอบให้เป็นของขวัญแด่ King James I of England พระเจ้าเจมส์ได้ทรงสิ้นพระชมน์ก่อนที่จะได้รับของขวัญนี้

และ พระเจ้า Charles I ในปี 1627 ได้รับไว้แทน
ในปัจจุบันนี้codex มีชื่อเสียงที่สุดในพิพิธภันธ์ British Museum ในเรื่องของ หนังสือต้นฉบับเขียนด้วยลายมือ และได้แสดงอยู่ที่พิพิธภันธ์นี้

[หมายเหตุ : พิพิธภันธ์ The British Museum และห้องสมุด the British Library ได้แยกออกจากกันในปี 1973 และthe Codex ได้ถูกรักษาไว้ต่อมาจนถึง ปัจจุบันนี้]


Colophon at the end Epistle of Jude. According to this colophon Acts of the Apostles follows Catholic epistles


Codex ประกอบไปด้วยthe Bible of the Catholic Canon รวมถึง the deuterocanonical books(พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบสอง )และ หนังสือเป็นส่วนหนึ่งของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า

ยิ่งไปกว่านั้น ได้ถูกรวมกันกับthe canonical books of Machabees, the apocryphal III และ IV Machabees,
ที่มาในภายหลัง

รบกวนอ่านต่อเองยาวม๊ากก

Source:Codex Alexandrinus Catholic Encyclopedia
//www.newadvent.org/cathen/04080c.htm




Source : //www.newadvent.org/cathen/06428c.htm
//www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์

 

โดย: Bernadette 6 มกราคม 2553 22:24:08 น.  

 

ไม่น้อยกว่า 119 เมือง ในดินแดนปาเลสไตน์ ได้ถูกระบุรายชื่ออยู่ในสารบัญของ Thothmes III (ประมาณ 1600 B.C.ก่อนคริสตกาล )


King ฟาโรว์ Thothmes III The Great มหาราช



THE KARNAK INSCRIPTION OF THOTHMES III
Karnak -Temples inscriptions of the Pharaohs of the New Kingdom.Thothmes III strikes down a band of Asiatics.
The three rows below list the names of cities conquered during the campaign.

Source://www.katapi.org.uk/BAndS/
KarnakInscriptionTIII.htm


พระองค์เป็นฟาโรว์แห่งอียิปต์และทรงครองราชย์ถึง 40 และพระองค์คือผู้พิชิตดินแดนที่สำคัญที่สุดของอียิปต์
ฉายาเป็นที่รู้จักกันดีคือ "The Egyptian Alexander."พระองค์ทรงตบแต่งประดับประดาด้านศิลปะกรรม พระวิหารอย่างสวยงามหรูหรา ทรงก่อสร้าง obelisk (อนุสาวรีย์เป็นแท่งหินสูงรูปสี่เหลี่ยมและยอดเป็นพีระมิด)ตอนนี้อยู่ที่นิวยอร์ก เรียกว่า the New York Obelisk เป็นจุดสำคัญที่สุดภายใต้การปกครองของ King ฟาโรว์ Thothmes III



One of the obelisks Thutmosis erected is now in Central Park in New York.

ชัยชนะของพระองค์ได้ทรงรวมรวบดินแดนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของโลกอาระเบีย ซีเรีย อัสซีเรีย บาบิโลเนีย โฟนีเชีย อาร์มาเนีย เอเซียไมเนอร์ the Isles of the Daniai (เป็นไปได้มากคือ ในดินแดน the Archipelago) ไซปรัส เอธิโอเปีย ลิเบีย และ นูเบีย


นักวิจัยสันนิฐานว่าเป็นไปได้มากที่พระองค์อยู่ในช่วง 250 ปีก่อนอพยพ exodus ของชาวฮิบรู

มีการค้นพบหินจารึก 2 แผ่น ของพระวิหาร Amon ที่ Karnak หนึ่งในรายชื่อของเมือง รายชื่อที่ 42 ได้ถูกเรียกใน

ตัวอักษรอียิปต์โบราณ ว่า T A A N A K และ Ta'anak ใน

โยซูวา Josh 12:21
กษัตริย์ทางฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนที่ถูกปราบ

21 กษัตริย์ของ ทาอานาค หนึ่ง
กษัตริย์ของ เมกิดโด หนึ่ง
21 the king of Thenac one, the king of Mageddo one,
21 βασιλέα Καδης βασιλέα Ταναχ
21 rex Thenac unus, rex Mageddo unus,

เชิงอรรถ กษัตริย์ทางฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนที่ถูกปราบ
ต้นฉบับภาษากรีกแตกต่างจากต้นฉบับภาษาฮิบรูในข้อ 18,19,20 และ 23 เพราะผู้แปลอาจเข้าใจไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่เราแปลตามต้นฉบับภาษาฮิบรู

รายชื่อที่ 28 ASTRTU, the 'Ashtaroth

เฉลยธรรมบัญญัติ Deut 1:4
หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ
I. คำปราศรัยเบื้องต้น
ก. คำปราศรัยครั้งแรกของโมเสส
เวลาสถานที่

4 หลังจากที่ชาวอิสราเอลรบชนะกษัตริย์สิโหนของชาวอาโมไรต์ ซึ่งประทับที่เมืองเฮชโบน และรบชนะกษัตริย์แห่งแคว้นบาชาน ซึ่งประทับที่เมืองอัชทาโรทและเมืองเอเดรอีแล้ว
4 After that he had slain Sehon king of the Amorrhites, who dwelt in Hesebon: and Og king of Basan who abode in Astaroth, and in Edrai,
4 μετὰ τὸ πατάξαι Σηων βασιλέα Αμορραίων τὸν κατοικήσαντα ἐν Εσεβων καὶ Ωγ βασιλέα τῆς Βασαν τὸν κατοικήσαντα ἐν Ασταρωθ καὶ ἐν Εδραϊν
4 postquam percussit Sehon regem Amorrhæorum, qui habitabat in Hesebon, et Og regem Basan, qui mansit in Astaroth, et in Edrai,

เชิงอรรถ เวลาสถานที่
หลังจากชื่อหนังสือ (ในข้อ 1ก) ย่อหน้าแรกนี้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่และเวลาเพื่อเชื่อมหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติเข้ากับหนังสือกันดารวิถี


รายชื่อที่ 26 K A A N AU อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือ Q'nah

กันดารวิถี Num 32:42
การจัดสรรดินแดนตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน

42 โนบาห์ไปยึดเมืองเคนาทกับหมู่บ้านรอบๆ และเรียกชื่อเมืองนั้นว่าโนบาห์ ตามชื่อของตน
42 Nobe also went, and took Canath with the villages thereof: and he called it by his own name, Nobe.
42 καὶ Ναβαυ ἐπορεύθη καὶ ἔλαβεν τὴν Κανααθ καὶ τὰς κώμας αὐτῆς καὶ ἐπωνόμασεν αὐτὰς Ναβωθ ἐκ τοῦ ὀνόματος αὐτοῦ
42 Nobe quoque perrexit, et apprehendit Chanath cum viculis suis : vocavitque eam ex nomine suo Nobe

เชิงอรรถ การจัดสรรดินแดนตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ยาว



ต่อจากนั้นมีคำว่า JOPOU,Yopho และ AINA คือ the Nain of Galilee และ ฺBAARTU,Beyrout และอีกหลายๆชื่อที่เราไม่ได้คุ้นเคย


Source:The University of Chicago Press

# The Names of Jacob and Joseph in Egypt
# Lysander Dickerman
# The Old Testament Student, Vol. 7, No. 6 (Feb., 1888), pp. 181-185

BIBLE TIME-LINE
//www.wordsight.org/btl/000_btl-fp.htm


ในบางส่วนของชื่อ 70 เมืองของชาวคานาอัน ได้มีอยู่ใน แผ่นจารึกที่มีชื่อเสียง Tell-elAmarna letters (ประมาณ 1450 B.C.)

แผ่นจารึก The Tell el-Amarna Tablets




later to be named after the site Tell el-Amarna
(in middle Egypt) where they were discovered.

จารึกแผ่นดินเหนียวที่แข็งตัวแล้วของชาวอียิปต์โบราณเขียนไว้ The Tell el-Amarna Tablets ได้ถูกรวบรวมไว้ประมาณ 350 ชิ้น ถูกพบในปี 1887

ท่ามกลางซากปรักหักพังของหลักฐานทางโบราณคดีของชาวอียิปต์ซึ่งเป็นเมืองของฟาโรว์ Akhetaton
(ชื่อเมืองในปัจจุบันคือ Tell el-Amarna)ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง เมือง Memphis และเมือง Thebes
แผ่นจารึกปัจจุบันนี้ 200 ชิ้น ของชาวอียิปต์ อยู่ที่เมืองเบอร์ริน เยอรมันนี
82 ชิ้นอยู่ที่พิพิธภันธ์ in the British Museum
50 ชิ้นอยู่ในกรุงไคโร
22 ชิ้นอยู่ใน อ๊อกฟอร์ต

และมีเพียงจำนวนเล็กน้อยที่ได้ถูกครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์สมบัติส่วนตัว

พวกเขาเขียนเป็นภาษา บาบิโลน และเป็นตัวอักษร cuneiform(อักษรรูปลิ่ม หรือ คูนิฟอร์ม เป็นระบบการเขียน ที่หลากหลาย เป็นได้ทั้ง อักษรแทนพยางค์ อักษรแทนคำ และอักษรที่มีระบบสระ - พยัญชนะ คำว่า “cuneiform” มาจากภาษาละติน “cuneus” แปลว่าลิ่ม ดังนั้นอักษรรูปลิ่มจึงรวมอักษรที่มีรูปร่างคล้ายลิ่มทั้งหมด ภาษาหลายตระกูล ทั้งตระกูลเซมิติค ตระกูลอินโด - ยุโรเปียน และอื่นๆ)

จากแผ่นดินเหนียวสู่ตัวอักษร

แผ่นดินเหนียวเหล่านี้ ถูกเก็บในห่อที่แข็งแรง ทำด้วยดินเหนียว เรียกว่าบุลลา (bulla) เพื่อป้องกันการสูญหาย เนื่องจากการนับแผ่นดินเหนียวภายในบุลลา หลังการผนึกทำได้ยาก การแก้ปัญหาจึงใช้การกดแผ่นดินเหนียว ลงบนผิวนอกของบุลลา ในขณะที่ดินเหนียวยังอ่อนตัวอยู่ แล้วจึงใส่แผ่นดินเหนียวเข้าไปข้างใน และปิดผนึก การนับจำนวนแผ่นดินเหนียวอีกครั้ง ใช้การนับรอยกดบนผิวด้านนอก จากรอยกดนี้ ชาวสุเมเรียได้พัฒนามาเป็นสัญลักษณ์รูปลิ่ม เพื่อใช้บอกความหมายและจำนวน เช่นรูปลิ่ม 1 อัน หมายถึง 1 รูปวงกลม หมายถึง 10 การบันทึกว่า “แกะ 5 ตัว” ใช้การกดลงบนดินเหนียวเป็นรูปลิ่ม 5 อัน แล้วตามด้วยสัญลักษณ์ของแกะ

Source://en.wikipedia.org/wiki/
Cuneiform_script

The Ancient City of Tella-Amarna in Ruins. Akhenaton, Nefertiti City


และในสมัยศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสตกาล แผ่นจารึกโดยส่วนมากประกอบไปด้วย เรื่องของจดหมายเหตุ และระบุรายงานการบันทึก เพื่อส่งไปถวายแด่ ฟาโรว์ Amenhotep III และ Amenhotep IV แห่งอียิปต์ แผ่นจารึกเหล่านี้บันทึกโดย ผู้ปกครองแห่ง เอเซียตะวันออก ( บาบิโลเนีย อัสซีเรีย และMittani) และ ข้าหลวงประจำเขตการปกครองของ Amurru (ทางตอนเหนือของซีเรีย ) และ คานาอัน (ดินแดนปาเลสไตน์ )

เอกสารเหล่านี้ทั้งหมดพิสูจน์ว่า ค่อนข้างให้ความสำคัญในความสว่างไสวของทางเอเซียตะวันตก เมื่อประมาณ 1500 - 1300 B.C.ก่อนคริสตกาล ที่ได้บรรจุข้อมูลอันล้ำค่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ภูมิศาสาตร์ ความเชื่อศาสนา และด้านภาษาของ บรรพบุรุษของชาวฮิบรูในดินแดนปาเลสไตน์ และ อยู่ในหลายๆเหตุการณ์
มีคำอธิบาย ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ และมันเป็นการยืนยันพิสูจน์ว่าจริง ที่เราได้รับรู้แล้วจาก พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า the Old Testament.

ชื่อดั้งเดิมของ เมืองเยรูซาเล็ม Jerusalem เป็นภาษาบาบิโลเนียน คือ Uru-Salim, "the city of Salim,"

คำสั้นๆคำว่า Salem พบใน ปฐมกาล Gen 14:18
เมลคีเซเดด

18 เมลคีเซเดค กษัตริย์เมืองซาเล็ม ทรงเอาขนมปังและเหล้าองุ่นมาให้ พระองค์ทรงเป็นสมณะพระเจ้าสูงสุด
18 But Melchisedech, the king of Salem, bringing forth bread and wine, for he was the priest of the most high God,
18 καὶ Μελχισεδεκ βασιλεὺς Σαλημ ἐξήνεγκεν ἄρτους καὶ οἶνον ἦν δὲ ἱερεὺς τοῦ θεοῦ τοῦ ὑψίστου
18 At vero Melchisedech rex Salem, proferens panem et vinum, erat enim sacerdos Dei altissimi,

เชิงอรรถยาวม๊าก กษัตริย์เมืองซาเล็ม





และในข้อความที่จารึก ของkingอียิปต์ ฟาโรว์ Ramses II และ Ramses III. ใน
the Tell el-Amarna Letters (ของปีที่ 1400 BC ก่อนคริสตกาล) เมืองเยรูซาเล็มJerusalem ยังคงเป็นที่รู้จักกันดี ในชื่อ Uru-Salim
และ king ทรงให้กำเนิดเป็นชื่อภาษาฮิทไทร์ ซึ่งมีความหมายว่า ในช่วงเวลานั้นพระองค์ทรงครอบครองชาวฮิทไทร์ ซึ่งเป็นข้าศึกของking ซึ่งอยู่อยู่รอบๆและใกล้ชิดกับking

และหนึ่งในแผ่นจารึก ได้แสดงให้เห็นว่า เมืองนี้ในตอนท้ายได้ถูกยึดครอบครองโดย king slain
ศตรูเหล่านี้ ที่ปรากฎดูเหมือนว่าเคยเป็นชาว เยบุส ต่อมาเกี่ยวกับช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ ในชื่อ "Jebus เยบุส" มันได้ถูกปรากฎเป็นครั้งแรก ในช่วงเวลาของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า the Old Testament


ผู้วินิจฉัย Judges 19:10-11
ข:อาชญากรรมที่เมืองกิเบอาห์และสงครามล้างเผ่าเบนยามิน
ชนเลวีกับภารยาน้อยผู้อาศัยในเขตแดนเอฟราอิม

10 แต่ชนเลวีไม่อยากค้างคืนที่นั่นอีก เขาจึงลุกขึ้นยกอานลาทั้งสองตัวออกเดินทางมาถึงหน้าเมืองเยบุส --คือกรุงเยรูซาเล็ม พร้อมกับภารยาน้อยและคนใช้
10 His son in law would not consent to his words: but forthwith went forward, and came over against Jebus, which by another name is called Jerusalem, leading with him two asses loaden, and his concubine.
10 καὶ οὐκ ἠθέλησεν ὁ ἀνὴρ αὐλισθῆναι καὶ ἀνέστη καὶ ἀπῆλθεν καὶ παρεγένοντο ἕως κατέναντι Ιεβους αὕτη ἐστὶν Ιερουσαλημ καὶ μετ' αὐτοῦ ζεῦγος ὑποζυγίων ἐπισεσαγμένων καὶ ἡ παλλακὴ αὐτοῦ μετ' αὐτοῦ
10 Noluit gener acquiescere sermonibus ejus : sed statim perrexit, et venit contra Jebus, quæ altero nomine vocatur Jerusalem, ducens secum duos asinos onustos, et concubinam.

เชิงอรรถยาวว อาชญากรรมที่เมืองกิเบอาห์และสงครามล้างเผ่าเบนยามิน


เมืองเยบุส --คือกรุงเยรูซาเล็ม


อาชญกรรมของชาวเมืองกิเบอาห์
11 ใกล้ค่ำแล้ว เขามาถึงเมืองเยบุส คนใช้จึงกล่าวแก่นายว่า ให้เราแวะเข้าไปค้างคืนในเมืองของชาวเยบุสเถิด
11 And now they had come near Jebus, and the day was far spent: and the servant said to his master: Come, I beseech you, let us turn into the city of the Jebusites, and lodge there.
11 ἔτι αὐτῶν ὄντων κατὰ Ιεβους καὶ ἡ ἡμέρα κεκλικυῖα σφόδρα καὶ εἶπεν τὸ παιδάριον πρὸς τὸν κύριον αὐτοῦ δεῦρο δὴ καὶ ἐκκλίνωμεν εἰς τὴν πόλιν τοῦ Ιεβουσαίου ταύτην καὶ αὐλισθῶμεν ἐν αὐτῇ
11 Jamque erant juxta Jebus, et dies mutabatur in noctem : dixitque puer ad dominum suum : Veni, obsecro : declinemus ad urbem Jebusæorum, et maneamus in ea.

เชิงอรรถ อาชญกรรมของชาวเมืองกิเบอาห์



Source:The Tell el-Amarna Tablets Catholic Encyclopedia
//www.newadvent.org/cathen/14477d.htm
//www.bible-history.com/archaeology/israel/el-amarna-letters.html



Source : //www.newadvent.org/cathen/06428c.htm
//www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์

 

โดย: Bernadette 7 มกราคม 2553 19:51:04 น.  

 

กำแพงของ มหาวิหารคาร์นัค ( Great Temple of Karnak ) ได้ถูกบันทึกไว้บนกำแพง ในเรื่องของการพิชิตดินแดนของ ฟาโรว์ Sheshonk I (Sesac)

หลักฐานที่แสดงให้เห็นรายชื่อ สถานที่ถิ่นที่อยู่ ถึง 156 ของสถานที่

มหาวิหาร คาร์นัค Karnak




มหาวิหารคาร์นัค ( Great Temple of Karnak )

วิหารคาร์นัค (Great Temple of Karnak) เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดของอียิปต์ เรื่องราวและร่องรอยแห่งอารยธรรมที่แท้จริงของอียิปต์โบราณทั้งทางด้านศิลปะ และวัฒธรรมของคนในยุคนั้นได้บ่งบอกไว้ในซากปรักหักพังของมหาวิหารคาร์นัคอัน ยิ่งใหญ่และกว้างใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้เอง


มหาวิหารคาร์นัค อยู่ห่างจากศูนย์กลางตัวเมืองคือ ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของวิหารลักซอร์ประมาณ 2.6 กิโลเมตร ( ตามที่ท่านเจ้าบ้านบอกมา ) สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าอะมอนราเช่นเดียวกันกับวิหารลักซอร์และเพื่อ เป็นสถานที่จัดพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อของอียิปต์โบราณ ดังนั้นวิหารทั้งสองจึงมีความเกี่ยวพันกันเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนา ในอดีตจึงมีเส้นทางถนนเชื่อมต่อถึงกัน และสองข้างทางเข้าสู่กำแพงชั้นที่ 1 จะถูกประดับด้วยตัวสฟิงซ์ ( Sphinx ) นั่งหมอบเรียงรายตลอดความยาว 2.6 กิโลเมตรอย่างอลังการ



คาร์นัค เป็นชื่อหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเมืองอะมอน อันหมายถึงเมืองของเทพอะมอน แต่เดิมนั้นชื่อเมืองมีชื่อว่า วาเซ็ต แล้วต่อมาจึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อ นครธีบส์ จนในที่สุดจึงได้เป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรไอยคุปต์เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์ ที่ 11 จนถึงสมัยราชวงศ์ที่ 21 นับเวลายาวนานร่วม 1,000 ปี( 2120-1085 B.C.) และยังได้กลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งในราชวงศ์ที่ 25 อีกถึง 50 ปี ( 716-666 B.C.)



มหาวิหารคาร์นัคสร้างโดยฟาโรห์เซซอสตริสที่ 1 ( SeSostris I ) กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์ที่ 12 ( 1991 B.C. ) อันปรากฏหลักฐานเก่าแก่ที่สุดอยู่ในหมู่วิหารของเทพอะมอนรา คือห้องบูชาเทพอะมอนรา และห้องแท่นบูชาเรือศักดิ์สิทธิ์ของเทพอะมอน ( Sacred Barque Sancutary และ Central Court of Amon ) อยู่ด้านหลังกำแพงชั้นที่ 6 มีอายุมากที่สุด นับรวมอายุถึงปัจจุบันร่วม 4,000 ปี

Source://www.pantown.com/board.php?id=36953&area=3&name=board5&topic=19&action=view


Karnak Temple Luxor Egypt



Digital Karnak - Temple Development, UCLA


ฟาโรว์ ชิชัก Sheshonk I (Sesac)

king of Egyptalso สะกดว่า Shoshenq หรือ Shishak
ทรงปกครองด้วยความเจริญรุ่งเรือง ใน ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล

ทรงเป็นกษัตริย์องค์แรก (รัชสมัยครองราชย์ 945–924 bce ก่อนคริสตกาล )ของลำดับที่ 22ของราชวงค์อียิปต์ (ดูจากหลักฐานทางโบราณคดีอียิปต์โบราณ : ลำดับที่ 22 และ 23ของราชวงค์ ).


sheshonk โดยทั่วไปอยู่ภายใต้การปกครองของ ( Psusennes II ซูเซนเนสที่ 2เป็นฟาโรห์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่ 21 ครองราชย์ประมาณ 14ปี ปีที่ (1075–c. 950 bce ก่อนคริสตกาล ) ก่อนที่จะตกเป็นของ ฟาโรว์ชิชักที่ 1 ชาวลาบีน่า sheshonk I )

ฟาโรว์ ชิชัก sheshonkสืบเชื้อสายมาจากราชวงค์ชนเผา(Libyanลีเบียน)พระองค์ทรงปรากฎและก่อตั้ง ถิ่นฐานใน Bubastisซึ่งอยู่ที่บริเวณทางตะวันออกของ Nile River delta (บริเวณที่ แม่น้ำไนล์แตกสาขาออกเป็นรูปพัด ไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณนี้ชาวกรีกเรียกว่า เดลต้า (Delta) เป็นบริเวณปลายสุดของลำน้ำ มีความยาวประมาณ 100 ไมล์ อารยธรรมโบราณของอียิปต์ได้เจริญขึ้นในแถบเดลต้านี้ ) ฟาโรว์ Sheshonk เป็นไปได้มากในภาวะขึ้นครองราชย์ของพระองค์ที่ปราศจากการต่อสู้


เกี่ยวกับพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า the Old Testament
1 พงค์กษัตริย์ Kings 14:25–26
รัชสมัยกษัตริย์เรโหโบอัม (931-913 ก.ค.ศ)

25 ปีที่ห้าในรัชกาลกษัตริย์เรโหโบอัม ชิชัก กษัตริย์แห่งอียิปต์ทรงขึ้นมาโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม
26 ชิชักทรงยึดสมบัติในพระวิหารของพระยาห์เวห์ และสมบัติในพระราชวังไปทั้งหมด และยังทรงยึดโล่ทองคำทุกโล่ทองสัมฤทธิ์ขึ้นแทนและทรงมอบให้ผู้บัญชาการทหารองค์รักษ์ ซึ่งคอยเฝ้ารักษาการณ์อยู่ที่ประตูพระราชวังดูแล
25 And so it happened that in the fifth year of King Rehoboam, Shishak king of Egypt advanced on Jerusalem
26 and carried off all the treasures of the Temple of Yahweh and the treasures of the royal palace; he took everything away, including all the golden shields which Solomon had made.

เชิงอรรถยาว



ฟาโรว์ชิชัก Sheshonk ทรงได้รับชัยชนะในการรบ ในดินแดนปาเลสไตน์ ได้ประกาศสรรเสริญไว้โดยเป็นภาพนูน และ ข้อความจารึกที่มหาวิหาร คาร์นัค Karnak ถึงแม้ว่าในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้บรรยายไว้ถึงการปล้นสะดมระหว่างสงครามพระราชวังและพระวิหาร ซึ่งชื่อเยรูซาเล็มไม่ได้อยู่รอดดังที่ชาวอียิปต์ได้บันทึกเอกสารไว้

ชิ้นส่วนที่อ้างอิง ชื่อฟาโรว์ชิชัก Sheshonk มันถูกพบที่ เมกิดโด Megiddo

Dr Paul Wright, professor of Historical Geography of the Bible at Jerusalem University College expounds on the location of the real Armageddon on Tel Megiddo

Tel Megiddo- Where is Armageddon? Part 1



Tel Megiddo- Where is Armageddon? Part 2


ทั้งหมดในของเมืองในใจกลาง และทางตอนใต้ของดินแดนปาเลสไตน์ (ปีที่ 935 B.C.ก่อนคริสตกาล)ข้อความจารึกของ Kingแห่งอัสซีเรียสมัยต่างๆ ที่ ได้บรรทึกชื่อเมืองสถานที่ใหม่เพียงเล็กน้อย

Kingแห่งอัสซีเรีย Tukalti Pal-Esarra III (Teglathphalasar, 745-27)

Kingแห่งอัสซีเรีย Sarru-kinu (Sargon, 722-05)

อิสยาห์Isaiah 20:1
อัสซีเรียจะทำลายอียิปต์และเอธิโอเปีย

20:1 ในปีที่ทารทาน (ผู้ซึ่งซาร์กอนกษัตริย์แห่งอัสซีเรียทรงใช้มานั้น) ได้มาถึงเมืองอัชโดดและได้ต่อสู้ยึดเมืองอัชโดดนั้นได้
1 The year the general-in-chief, sent by Sargon king of Assyria, came to Ashdod and stormed and captured it

และ Kingแห่งอัสซีเรีย Sin-akhi-erba (เซนาเคริบSennacherib, 705-681)

Biblical account
IIพงค์กษัตริย์ Kings 18-19 (และเทียบกับ II พงศาวดาร Chronicles 32:1-23)

Source ://en.wikipedia.org/wiki/Sennacherib




Source : //www.newadvent.org/cathen/06428c.htm
//www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์

 

โดย: Bernadette 25 กุมภาพันธ์ 2553 21:15:59 น.  

 

Thanks for the great article. I hope to be back to read it again. Please write to me so I like this article. I feel much better and more knowledgeable. Thank you.

PN51D550 Review Samsung PN51D550 Review Bike For Sale Cyber Monday 2012 Cyber Monday Sale Ipad Cyber Monday 32 Inch TV Price Dewalt 18 Volt Battery Scopes BSA Scopes BSA

 

โดย: ann (AIRRO01 ) 10 พฤศจิกายน 2554 4:02:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Bernadette
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




In the name of the Father, and of the Son, and of the Holy Spirit

The Ave Maria asks Mary to "pray for us sinners."

Amen

PaPa for all Father W e pray year of priests.



Card Michael Michai Kitbunchu, Archbishop of Bangkok, is the first member of the College of Cardinals from Thailand.

source :http://www.asianews.it/news-en/Michai-Kitbunchu,-first-cardinal-from-Thailand-3038.html

พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู คณะเชนต์ปอล part1

ฺBishop ฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พิธีรับPallium Metropolitans Bangkok Thailand >

สารคดี เทศกาลแห่ดาว สกลนคร Welcome
Sakonnakorn Christmas Thailand
Metropolitans Tarae Sakornakorn Thailand


Orchestra and four vocal Choir - *Latin* Recorded for the Anniversary of the Pope Benedict XVI April 19 This is the Anthem of the Vatican City. The Songs are called Inno e Marcia Pontificale ...

We are Catholic.

หน้าเฟส อัพรูป หาที่อัพรูปใหม่อยู่ http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3


MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add Bernadette's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.