Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
5 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
รักษ์ทะเล ชมเต่า ปลูกปะการัง ... สัตหีบ

 

การเดินทางเริ่มต้นอีกครั้ง และก็คงต้องเดินทางกันอีกเรื่อย ๆ จนกว่าจะเดินไม่ไหว ครั้งนี้เป็นการเดินทางกันคณะใหญ่เพราะเราไปสัมนากันกับคนเป็นร้อย  เป้าหมายแอบแฝงคืออยากเที่ยวมากกว่า ดูโปรแกรมน่าสนใจดี ลองหาประสบการณ์เที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ดูบ้าง "ชมศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล  ปลูกปะการัง ปล่อยปู" 

ออกเดินทางกันแต่เช้าประมาณเจ็ดโมงของวันเสาร์ โดยรถบัสสองชั้นสี่สิบสี่ที่นั่ง รองท้องกันด้วยข้าวกล่องที่ทางทีมงานเค้าจัดไว้ให้ มีกิจกรรมให้เล่นกันบนรถ จุดหมายแรกคือเราจะไปชมการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลที่นับวันจะหาชมได้ยากที่ "ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล" สำหรับที่นี่เป็นครั้งแรก ถ้าได้ดูและปล่อยเต่าที่กำลังเดินลงทะเลก็คงจะดี  เข้าไปฟังการบรรยายความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของเต่าทะเล ความเป็นไปเป็นมาของศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลในอาคารที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปเต่าแห่งนี้ มีทหารเต่าสองตัวคอยต้อนรับ น่ารักดี ใครไปใครมาก็ต้องชักภาพถ่ายรูปด้วย

 

"บ้านเต่าทะเล เฉลิมพระเกียรติ" เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ได้มีการเปิดบ้านเต่าทะเล เฉลิมพระเกียรติ  ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล  วันเปิดบ้านเต่าทะเลมีการปล่อยแม่พันธุ์เต่าหญ้าวัย 15 ปี และลูกเต่าตนุจำนวน 80 ตัว ลงสู่ท้องทะเล  

จากการที่มีผู้สนใจเข้าชมมากขึ้นเรื่อย ๆ และสถานอนุบาลเต่าคับแคบ เสื่อมโทรมตามสภาพ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลจึงได้มีการสร้างบ้านเต่าทะเลที่ทันสมัยและคงความเป็นธรรมชาติในโลกใต้ท้องทะเลทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเต่าทะเลตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยเจริญพันธุ์ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันได้

 

บ้านใหม่ของเต่าทะเล มีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก บ้างก็มาเป็นครอบครัว บ้างก็มาเป็นคู่ บ้างก็มาเป็นหมู่คณะ เรามีเวลาค่อนข้างจำกัด ใช้เวลาอยู่ตรงนี้ไม่นานเท่าไหร่

 

เดินมาเรื่อย ๆ ถึงบ่ออนุบาลเต่า เต่าตัวเล็กกะทัดรัด กำลังแหวกว่าย  ดูแล้วคุ้น ๆ คล้าย ๆ กับศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลที่เกาะมันใน จำได้ว่าเคยไปมานานแล้วครั้งกระนั้นไปเที่ยวดำน้ำแล้วก็แวะไปดูเต่าทะเลที่เกาะมันใน แต่ไม่มีภาพหลงเหลือ เหลือแต่ความทรงจำแบบลาง ๆ

 

ขนาดตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อย ดูสมบูรณ์ดี

 

หลังจากชมเต่าทะเลในบ่อเลี้ยง ไปเดินถ่ายรูปเล่นบริเวณชายหาดกันหน่อยมีเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมง โชคดีวันนั้นฝนไม่มีทีท่าจะตก ฟ้าใสดี อากาศร้อนนิดหน่อยเท่านั้นแต่ถ้าเดินนาน ๆ อาจได้ผิวสีแทนไปแทนที่ได้ บริเวณนี้มีเกาะต่าง ๆ รายล้อม มีสะพานทอดยาวยื่นลงทะเล ชายหาดสะอาดสะอ้านดี

 

ด้านนี้เป็นหาดหิน ประกอบไปด้วยโขดหิน สลับกับหาดทราย มีวิวด้านหลังเป็นทิวเขาเตี้ย ๆ

 

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาที่นี่  เดินผ่านร้านขายของฝาก แต่ไม่ทันได้ดูอะไรมากมาย ได้ยินเสียงสต้าฟที่ดูแลเรียกไปรับประทานอาหาร มากันกลุ่มใหญ่ต้องรักษาเวลาหน่อย เอาล่ะมื้อเที่ยงฝากท้องไว้ที่ สโมสรริมชลทวี ทานกันพออิ่ม ไปถึงอาหารที่จัดเตรียมเอาไว้เย็นชืดซะแล้ว แต่รสชาดก็โอเคอยู่

 

ขึ้นรถกันครบ กิจกรรมต่อไปเราจะไปกันยังค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเล อยู่แถว ๆ ช่องแสมสาร ร่วมฟื้นฟูธรรมชาติ ขยายพันธุ์ปะการังเขากวางโดยใช้ท่อพีวีซี  ร่วมบริจาคเงินทำบุญไถ่ชีวิตแม่ปูในโครงการปิ่นโตแม่ปูเขี่ยไข่ และปล่อยปลาฉลามคืนสู่ธรรมชาติ โดยปลาฉลามที่ติดมากับอวนชาวบ้านก็จะนำไปปล่อย วันนั้นได้ปลาฉลามมาแค่ตัวเดียว จำนวนคนที่ไปมากมาย เลยส่งตัวแทนไปปล่อยกัน เราผ่านหมู่บ้านและร้านอาหารทะเล ส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านประกอบอาชีพประมง ค้าขาย กันเป็นส่วนใหญ่ กำลังทำปลาหมึกสด ๆ กันเลย

มาถึงที่หมาย ขณะรวมพลมองไปยังท้องทะเล เห็นประภาคารเล็ก ๆ บนโขดหิน

 

ขณะฟังบรรยายและสาธิตการปลูกปะการัง สายตาสอดส่องไปด้านล่าง มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งกำลังเดินกันตามแนวเชือกที่ถูกจัดไว้เพื่อไปดูปะการังใต้ท้องทะเล

 

อีกด้านหนึ่ง แพกลางทะเล

 

ยังลังเลอยู่ ว่าจะไปดำน้ำ ปลูกปะการัง หรือจะไปปล่อยปลาฉลามกับแม่ปูไข่ สุดท้ายเลือกที่จะปลูกปะการัง อยู่แถว ๆ ชายหาดดีกว่า

 

ปะการังที่จัดเตรียมไว้ให้จะเป็นปะการังเขากวาง ถูกตัดเป็นชิ้นส่วน อุปกรณ์ที่ใช้คือมีท่อพีวีซี น๊อต และไขควง พอจัดการไขน๊อตจากท่อไปยังปะการังยึดติดเป็นที่เรียบร้อยก็นำไปเสียบในท่อพีวีซีที่ต่อสำเร็จรูปแล้วอีกที แล้วก็นำลงทะเลเพื่อให้ปะการังเจริญเติบโตต่อไป

 

มีหลาย ๆ หน่วยงานสนใจกับกิจกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรต่าง ๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยหลาย ๆ ที่ ทำให้วันนั้นผู้คนหนาแน่นเป็นพิเศษ

 

สำหรับคนที่จะไปดำน้ำตื้นดูปะการังก็ต้องเตรียมตัวใส่ชูชีพ สน็อคเกิ้ล ให้เรียบร้อย ซึ่งทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้

 

ส่วนใครจะปล่อยปลาฉลาม แม่ปูไข่ ก็ลงเรือท้องกระจกไปได้ ซึ่งมีแค่ลำเดียว ต้องต่อคิวกันยาว แต่ไม่นานค่ะแป๊บเดียว

 

เรือท้องกระจกนั่งได้ประมาณ 14 - 15 คน สามารถมองสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลผ่านกระจกบริเวณท้องเรือ

 

เกิดอาการเปลี่ยนใจ  นั่งเรือท้องกระจกไปที่แพดีกว่า ได้สัมผัสใกล้ชิดกับน้ำทะเลขณะนั่งเรือท้องกระจก เจอคลื่นเล็กน้อย จะบอกว่ามองไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ มัวแต่มองวิว ^^

 

มาถึงแล้วคนเต็มแพ ไม่ทันได้ปล่อยลูกปลาฉลาม ไปเกือบขบวนสุดท้าย เค้าปล่อยกันเป็นที่เรียบร้อย ด้วยความที่อึดอัดเวลาคนเยอะ ๆ ได้เหยียบแพเล็กน้อย ขอเข้าคิวกลับไปฝั่งดีกว่า

 

เจอหอยมือเสือที่อยู่ในตะกร้าจำนวนหนึ่ง หอยมือเสือเป็นหอยสองฝา  อาศัยอยู่บริเวณแนวปะการังน้ำใส เพิ่งเคยเห็นกันจะ ๆ ก็งานนี้

 

ได้เวลากลับ มีคนเมาเรือด้วย คนขับเรือรีบบอกอย่าโอ้กอ้ากบนเรือนะคร้าบ แบบขำ ๆ คือใครที่คิดว่าจะเมาเรือควรจะรับประทานยามาด้วย ขนาดเราว่าไม่เมายังมึน ๆ เลย เวลาแพโครงเครงทั้งจากคลื่นทะเลและคลื่นมหาชน

 

ใกล้ ๆ กันขึ้นเขาทางลาดเล็กน้อย จะเห็นวิหารหลวงพ่อดำ คนที่มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนคงไม่พลาดที่จะขึ้นไปสักการะหลวงพ่อดำเพื่อเป็นศิริมงคล  ซึ่งกล่าวขานกันว่าศักดิ์สิทธิ์ เดินไปทางด้านหลังวิหารจะเห็นวิวภูเขา ทะเล เกาะแก่งต่าง ๆ รวมถึงหมู่บ้านช่องแสมสาร

 

ความสวยงามที่ปรากฎกับสายตาแตกต่างจากที่อื่น ๆ คือ ปฏิมากรรมฝาผนังภายนอกดูเหมือนเป็นภาพแกะสลัก เป็นปูนปั้นภาพเทวดาและพุทธประวัติโดยรอบทั้งสี่ด้าน

 

ส่วนด้านในเป็นจิตรกรรมฝาผนังลวดลายสวยงาม ประดิษฐานหลวงพ่อดำพระพุทธรูปปางสมาธิ  กราบไหว้สักการะเสร็จขอพรและก็ลองเสี่ยงใบเซียมซี ได้เบอร์ 15 ข้อความในใบเซียมซีแผ่นนี้ ทุกอย่างดีหมดเลย เลยเก็บกลับมาด้วย

 

ได้มาเที่ยว ได้มาทำบุญ อิ่มใจไปพร้อม ๆ กัน ^^

 

ตกเย็นไปพักแถว ๆ พัทยา เดินเล่นชายหาด มาทะเลไม่พลาดที่จะหาส้มตำปูม้ากิน แสงยามเย็น อากาศกำลังสบาย อิ่มท้อง หนังตาหย่อนครบเครื่อง

 

กลับมาที่โรงแรมช่วงแสงทไวไลท์พอดี มุมนี้มีต้นตาลข้าง ๆ สระน้ำ รวมถึงแขกของโรงแรมกำลังว่ายน้ำกันสบายใจ ส่วนเราก็ได้แต่แอบเสียดาย ทำไมไม่เอาชุดว่ายน้ำมาด้วยนา

 

Smiley หนึ่งวันกำลังจะหมดลงแล้ว ... ยามค่ำเลยไปถึงสี่ทุ่มเป็นช่วงเวลาแห่งการกินและสันทนาการ สนุกสนาน ได้เสียงหัวเราะ เจอผู้คนแปลกหน้า บางคนก็คุ้นตา  นาน ๆ จะได้ออกงานสังคมซักกะที .... คืนนั้นหลับสนิทเลย Smiley




Create Date : 05 กันยายน 2555
Last Update : 5 กันยายน 2555 19:09:30 น. 0 comments
Counter : 8846 Pageviews.

Sun Tzu
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




" แสงอุ่นอุ่นอ่อนละมุนยามชิดใกล้
ฟ้าใสใสหลังฝนซาสุริยาส่อง
ค่อยค่อยผ่านปุยเมฆตามครรลอง
ที่หมายมองมองหมาย ณ ปลายทาง "
Friends' blogs
[Add Sun Tzu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.