Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
สู่เมืองระนอง ... ปลายทางเกาะพยาม

 

ได้ฤกษ์แห่งการเดินทางอีกครั้ง  บนเส้นทางถนนที่คดเคี้ยวแต่คงความสวยงามและเพลิดเพลินกับการชมสองข้างทาง สำหรับการเดินทางไกลครั้งนี้  ปลายทางอยู่ที่  "เกาะพยาม"  ฟังชื่อนี้หลายคนอาจจะคิดว่ามันคงต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งกว่าจะไปถึง เราก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ^^

กำลังกาย กำลังใจ และเวลาพร้อม ก็ออกเดินทางกัน ขับรถกันไปเรื่อย ๆ ฝนตกเป็นระยะ ไประนองไม่เจอฝนแสดงว่าไปไม่ถึง ก็ฝนเค้าตกตลอด  ผ่านบ้านทับหลี ซึ่งอยู่ ต.ละมุ อ.กระบุรี ซาลาเปาขึ้นชื่อกำลังรออยู่ หิวด้วย เลยได้ลิ้มลองชิมรสชาดซาลาเปาทับหลีของแท้เจ้าถิ่น มีร้านตั้งขายสองข้างทางมากมายแล้วแต่จะเลือกจอดร้านไหน รสชาดใกล้ ๆ กันไม่ค่อยแตกต่าง โอเคค่ะนุ่มอร่อย กลิ่นหอม โดยเฉพาะใส้หมูสับ

 

เส้นทางสวย ๆ ที่เราผ่าน เก็บบรรยากาศขณะเดินทางกันหน่อย ท้องฟ้ากำลังอึมครึม พอฝนตกก็ค่อย ๆ ขับช้า ๆ ตามกันไป ^^

 

ความสุขเล็ก ๆ เบื้องหน้า ไม่รู้ว่าข้างหน้าทางจะเป็นเช่นไร ^^

 

มาถึง "คอคอดกระ"  ชื่อนี้คุ้น ๆ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กน้อยมันอยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่งแน่ ๆ และแล้วก็ได้ผ่านมาเจอ ... แวะชมวิวบริเวณคอคอดกระ ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายูในเขตบ้านทับหลี เป็นจุดชุมวิวแห่งหนึ่ง  สามารถมองเห็นแม่น้ำกระบุรีซึ่งเป็นเขตแบ่งดินแดนฝั่งไทยกับพม่า

 

กว่าจะถึงก็ตกเย็น  เมืองระนองล้อมรอบไปด้วยภูเขา ติดทะเล เป็นเมืองเล็ก ๆ ผ่านตลาดเห็นผู้คนมากมาย หน้าตาคล้าย ๆ พม่า  ก็คนพม่าเดินกันให้กวักไกว่ ^^ สังเกตุได้จากแป้งที่เค้านิยมเอามาประะทินผิวบนใบหน้า  ก่อนจะข้ามไปยังเกาะพยาม ขอเที่ยวในเมืองก่อน มีที่พักใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายที่ ถ้าเป็นสมัยก่อนได้ยินบ่อย ๆ ก็จะเป็น "จันทร์สมธารา" โรงแรมเก่าแก่  เราตกลงจะลองพักที่นี่ 1 คืน ค่อนข้างเก่า เงียบ ๆ คืนที่สองลองเปลี่ยนไปพักโรงแรม "ทินิดี" ที่ปรับปรุงใหม่และเปลี่ยนชื่อใหม่ ที่พักเหลือห้องสุดท้ายห้องเดียว ไม่มีโอกาสเลือก เป็นช่วงที่แขกเยอะเพราะมีงานแต่งพอดี

 

เย็นย่ำแบบนี้ ลมเย็น ๆ ฟ้ายังเป็นฟ้าเลยแว๊บเข้าที่ "ภูเขาหญ้า" กันก่อน  พื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ภูเขาสลับกันไปปกคลุมด้วยผืนหญ้า มองเห็น "น้ำตกปุญญบาล" ไกล ๆ เราขับกันไปตามทางคอนกรีตก่อนจะลงทุ่ง

 

ดอกหญ้าปลิวไสว ต้องแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ลมพัดเย็น ๆ สดชื่นดีจัง ... เดินทอดน่อง เสพธรรมชาติรอบ ๆ ตัว สูดอากาศดี ๆ เพิ่มอ๊อกซิเจนให้ปอด ^___^

 

เนินเขาเล็ก ๆ สลับทอดยาว ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้น ในฤดูฝนจะมีหญ้าสีเขียวปกคลุม เต็มไปด้วยดอกหญ้า ต่างสีตามวันเวลา พอแสงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าภูเขาทั้งลูกจะเป็นสีทองเหลืองอร่าม

 

ที่นี่เป็นที่พักผ่อนทั้งของคนระนองและคนต่างถิ่นต่างก็พากันมาเยี่ยมเยียน นั่งเล่น เดินเล่น ปิ๊กนิค หลากหลายกิจกรรมที่ต้องการ

 

ออกกำลังกายกันซักนิด เดินขึ้นเนินเขาชมวิวจากด้านบนดูบ้าง มองทิวทัศน์ที่สวยงามในมุมกว้าง ๆ ท้องฟ้า ภูเขา และพื้นดิน มีต้นไม้พุ่มเตี้ย ๆ มาสร้างสีสันสลับกับลานทุ่งหญ้า

 

แวะ "ท่าเรืออันดามันคลับ" ไปชมเฉย ๆ ถามเจ้าหน้าที่ รปภ. เค้าอนุญาตให้เข้าชมได้ ตอนเอารถมาจอดบังเอิญเจอเจ้าหมูป่าอ้วน ๆ ตัวนึง สงสัยจะเป็นหมูป่าเลี้ยงดูเชื่อง ๆ แต่แอบกลัวเล็ก ๆ ^^ เดินเรื่อย ๆ มาถึงท่าเรือเห็นผู้คนทยอยกันไม่ขาดสายเพื่อไปแสวงโชคฝั่งพม่า ฟ้ากำลังใส เมฆกำลังสวย ร้อนได้อีก 

 

กวาดสายตาไปทางด้านขวา จะเห็นประภาคารสูงเด่นเป็นสง่า สวยงาม  เป็นประภาคารบริเวณท่าเทียบเรือศุลกากรระนอง บ้านเขานางหงส์ มีความสูงถึง 50 เมตร ส่วนที่อยู่บนสุดของประภาคารเป็นที่ตั้งของไฟประภาคารซึ่งใช้ประโยชน์ในการเดินเรือในเวลากลางคืน สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของปากน้ำทั้งฝั่งระนองและฝั่งพม่า

 

 ก่อนจะลาจากท่าเรืออันดามันคลับ เรือเตรียมรับผู้คน เข้าเทียบท่าพอดี

 

ตะลอนในเมืองกันต่อ สถานที่ได้แวะชมอีกที่คือ "พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)" ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ ใกล้ศาลากลางจังหวัดระนอง เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์  คือ ร.5 ร.6 และ ร.7 สร้างด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง ซื้อบัตรเข้าชม  จะมีเจ้าหน้าที่พาชมด้านในและอธิบายความเป็นมา ... "ในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อปีพุทธศักราช 2528 ทางจังหวัดได้ค้นคว้าหลักฐานภาพถ่ายโดยขอความร่วมมือจากกรมศิลปากรให้คำแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบความถูกต้อง แล้วจำลองพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ย่อส่วนขนาด 1:100 ตั้งแสดงไว้บริเวณชั้นล่างของศาลากลางจังหวัดระนอง เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชื่นชมพระที่นั่งที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม และเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสืบไป"

 


พูดถึงระนอง ที่คิดถึงอีกที่คือ บ่อน้ำพุร้อน "สวนสาธารณะรักษะวาริน" เป็นอีกที่ท่องเที่ยวที่ได้ยินชื่อบ่อย ๆ ขอลองไปสัมผัสน้ำพุร้อนระนองซักครั้ง เดินเล่นผ่านสะพานแขวนภายในสวนสาธารณะ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้เขียว ๆ

 

สวนสาธารณะรักษะวาริน เป็นพื้นที่ป่าในเมืองของจังหวัดระนอง ติดเขตพื้นที่อุทยาน อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยว มาระนอง จะต้องมาที่นี่ เพื่ออาบน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ และ พักผ่อน

 

บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีอยู่ 3 บ่อ คือบ่อพ่อ บ่อแม่ บ่อลูก ทั้ง 3 บ่อมีอุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซนเซียล สามารถใช้ดื่ม และอาบได้ ... ลอง ๆ เอาขาแหย่ลงไปในบ่อได้แว๊บเดียว รู้สึกว่าร้อนมากไม่ไหว ๆ แต่เห็นคนอื่นเค้าก็อาบ แช่ กันได้อยู่ สงสัยเราจะทนไม่ไหวเอง Smiley

 

ตกเย็นไปดื่มด่ำรับลมเย็นริมทะเลแถว ๆ "ร้านอาหารเคียงเล" รอชมพระอาทิตย์ตก พร้อมกับทานอาหารเย็นไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา สด ๆ  เป็นเมนูที่จัดมาให้ทางร้านเค้าทำให้

 

เดินเล่น ชมวิว ดูชึวิตคนทะเล ... แสงสีทองยามเย็น กับชีวิตชาวประมงออกหาปลา

 

เช้าวันใหม่ ตื่นแต่เช้าอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าดูเหมือนว่าจะใส  ได้เวลาไป "เกาะพยาม" กัน เตรียมสัมภาระเสร็จ ออกเดินทางไปยังท่าเทียบเรือไปเกาะพยาม  เรือออกประมาณ 9 โมงครึ่ง ไปถึงก่อนเวลานั่งรอที่ร้านกาแฟใกล้ ๆ จิบกาแฟ ถ่ายรูปเล่นไปพลางระหว่างรอ เตรียมน้ำดื่มไปซักสองสามขวดเผื่อหิว เรือที่เราโดยสารมีสองชั้น เลือกที่จะนั่งข้างบนเพื่อชมวิวและซึมซับบรรยากาศรอบ ๆ ให้เต็มที่  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นฝาหรั่ง  ส่วนคนไทยมีประปราย ราคาค่าโดยสารคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเต็ม ๆ  แต่ถ้าอยากไปถึงเร็วก็มีบริการเรือเร็วเช่นกันค่าบริการคนละ 350 บาท ก่อนเรือจะออก ส่องดูสองฝั่งก่อนออกทะเลเป็นป่าโกงกางยังคงเห็นความสมบูรณ์

 

 ไปล่ะ Smiley

 

บรรยากาศบนเรือ ที่นี่ประเทศไทย  Smiley หัวเรือมีธงชาติไทยปลิวไสวตามแรงลม ถ่ายรูป ชมวิว จะนั่งจะนอนตามแต่ใจต้องการ  ไม่ได้ไปเที่ยวบรรยากาศแบบนี้มานาน ใช้เวลาเดินทางเยอะหน่อย แต่ไม่รู้สึกเบื่อเลย

 

 วิวทิวทัศน์ระหว่างเดินทางไปเกาะพยาม ภูเขา ท้องฟ้า ทะเล เหยี่ยว นก เรือประมง ฯลฯ

 

และแล้วก็มาถึงจุดหมายปลายทาง "เกาะพยาม"  ห่างจากท่าเรือ  มองไกล ๆ จะเห็นรีสอร์ทสวย ๆ อยู่ทางด้านซ้ายมือ "บลูสกายรีสอร์ท" อยู่ติดชายหาดเลย ส่วนด้านขวามือก็ดึงดูดสายตามิใช่น้อย วัดที่ยื่นออกมาสู่ทะเล "วัดเกาะพยาม" ทั้งสองที่เล็ง ๆ ไว้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปสัมผัสด้วยตาแบบใกล้ชิด

 

เมื่อเรือเข้าฝั่งเทียบท่าเป็นที่เรียบร้อย เดินตามนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ รั้งท้าย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับป้ายต้อนรับของท่าเรือบริเวณอ่าวแม่หม้ายซึ่งเป็นประตูสู่เกาะพยามกันก่อน "เกาะพยามยินดีต้อนรับ" สำหรับการเดินทางเที่ยวรอบ ๆ เกาะสามารถใช้พาหนะเป็นมอเตอร์ไซด์จะสะดวกมีทั้งแบบรับจ้างไปรับส่ง และเช่าขับเอง วันละ 250 บาท มีน้ำมันให้เล็กน้อย แล้วก็ไปเติมเอง ตามทางมีบริการเติมน้ำมันเป็นระยะ ๆ ขับไปเรื่อย ๆ หาป้ายเพื่อที่จะลงอ่าวเขาควายเพื่อติดต่อที่พัก โทรมาจองก่อนล่วงหน้าแล้ว เราเลือกพักที่ "พยามคอทเทจ" ก็หลงบ้าง ไรบ้าง ตามปกติ Smiley

ขณะหาที่พัก ก็มองสิ่งแวดล้อมไปด้วย มีร้านอาหาร ของกิน เป็นบางช่วง แต่ดูจะเงียบเหงาไปหน่อย อาจเป็นเพราะเป็นวันธรรมดา นักท่องเที่ยวเลยน้อยหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ  มีต้นไม้รูปทรงคล้าย ๆ กันเรียงรายตลอดเส้นทาง ทราบภายหลังว่าเป็นต้นกาหยูเพิ่งเห็นของจริงก็ครั้งนี้แหล่ะ เจ้ากาหยูก็คือมะม่วงหิมพานต์นั่นเอง เป็นพืชที่ขึ้นชื่อของเกาะพยาม  เลยได้เป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดระนอง "คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง" 

และแล้วเราก็หาที่พักเจอ มีผู้ใจดีคนแถวนั้นชี้ความสว่างให้ เช็คอินเสร็จ ออกเดินสำรวจบริเวณหาดเขาควายซึ่งทอดยาวตลอดแนว ทรายละเอียดลงเล่นน้ำได้ ทางรีสอร์ทจัดเก้าอี้ยาวไว้สำหรับนั่งพักผ่อน หลังจากได้สัมผัสน้ำทะเลแล้วกลับมาลงสระน้ำกันต่อ

 

ช่วงเย็นของวันแรกที่เกาะพยาม เค้าว่าพระอาทิตย์จะตกกันที่อ่าวใหญ่ เลยพากันไปรอชมพระอาทิตย์ตก แต่แล้วก็กินแห้วซะก่อน เมฆหนาตา พัดเอาฝนมาด้วยสิ อด ๆ ๆ ๆ  ไม่มีท่าทีจะหยุด เปียกปอนกันไป

ลีลาการวิ่งแข่งของสุนัขกะคนก่อนที่พายุฝนจะเทลงมา Smiley

 

กลับที่พักทานอาหารเย็นกันที่รีสอร์ท ง่าย ๆ กับอาหารจานเดียวราคาไม่แพงนัก อิ่มไปอีกหนึ่งมื้อ พักผ่อนกันให้เต็มที่เพื่อจะได้ตื่นเช้า

บริเวณท่าเรืออ่าวแม่หม้าย ยามเช้าของอีกวัน ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ดวงโต ๆ แต่ยังพอมีแสงสีทองให้เห็นบ้าง เส้นทางยังค่อนข้างมืดอยู่ เมื่อวานสำรวจเส้นทางมาบ้างแล้ว วันนี้เลยไม่หลง เราเดินเล่น ถ่ายรูป ปูลมพากันขึ้นมาอวดโฉม เหยี่ยวแดงบินโฉบไปโฉบมา เรือประมงเริ่มออกเดินทางแล่นผ่านให้เห็น ชีวิตของผู้คนบนเกาะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

 บริเวณอ่าวแม่หม้าย เรือประมงจอดเรียงราย คลื่นทะเลกระทบฝั่งเบา ๆ

 

สาย ๆ หลังจากเดินเล่นรับลมทะเลยามเช้า กลับที่พักทานอาหารที่รีสอร์ท เตรียมเก็บกระเป๋า แล้วเช็คเอ้าท์ออกเลย วางแผนกันว่าจะไปชมบลูสกายรีสอร์ทกันต่อ ไม่ได้พักแต่เข้าไปชมบริเวณรอบ ๆ ได้ ส่วนใหญ่คนที่เข้าพักเห็นจะเป็นคนไทยเยอะหน่อย โลเกชั่นสวยดี ที่พักอยู่ในส่วนของป่าโกงกาง มีหลายมุมให้นั่งเล่นพักผ่อนได้สบาย ๆ

มีนกอยู่กลุ่มหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าใช่นกนางนวลมั๊ย เกาะกลุ่มบนโขดหินหันหน้าไปทางเดียวกัน ยืนเรียงกันสวยงาม

 

 ธรรมชาติสัมผัสได้ ... ที่เกาะพยาม  Smiley

 

ไฮไลท์อีกอย่างของเกาะพยาม "วัดเกาะพยาม" ถ้ายืนอยู่บริเวณท่าเรืออ่าวแม่หม้ายหันหน้าออกสู่ทะเล วัดนี้จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ จะเดินหรือขับมอเตอร์ไซด์ไปก็ได้ไม่ไกลเท่าไหร่  สำหรับเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนของวัดเกาะพยาม คือ มีพระอุโบสถอยู่กลางน้ำ บนหลังประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ สวยเด่นมาเลยเมื่อมองระยะไกล

ตอนแรกว่าจะเดินไปดูใกล้ ๆ แต่ช่วงกลางวันร้อนมาก ขอดูแบบห่าง ๆ ละกัน

 

อีกด้านหนึ่งใกล้ ๆ กัน มีต้นไม้แผ่กิ่งก้านยืนต้นเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโขดหินริมหาด ถ้ามองใกล้ ๆ จะเห็นนกมาเกาะอยู่หลายตัวเลย  นั่งพักใต้ร่มไม้พักใหญ่เริ่มหิว ไปซื้อตั๋วก่อนแล้วค่อยหาอะไรกินกันแถว ๆ ท่าเรือ พอบ่ายสองเตรียมตัวขึ้นเรือกลับสู่เมืองระนองกัน

 

Smiley สำหรับการเดินทางสู่ระนองปลายทางเกาะพยามครั้งนี้จบลงด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ อ้ออิ่มท้องด้วย ยังมีอีกหลายที่ของระนองที่น่าสนใจและยังไม่ได้ไปเยือน  ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าคงได้กลับไปอีกครั้ง ^___^




Create Date : 08 สิงหาคม 2555
Last Update : 9 สิงหาคม 2555 9:21:18 น. 0 comments
Counter : 11136 Pageviews.

Valentine's Month


 
Sun Tzu
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




" แสงอุ่นอุ่นอ่อนละมุนยามชิดใกล้
ฟ้าใสใสหลังฝนซาสุริยาส่อง
ค่อยค่อยผ่านปุยเมฆตามครรลอง
ที่หมายมองมองหมาย ณ ปลายทาง "
Friends' blogs
[Add Sun Tzu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.