ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
บันทึก เมื่อหัวใจไม่ไยดีผม (3)

11 พฤศจิกายน 2553

7.30 น. ลูกสาวขับรถเก๋งออกจากบ้าน เหตุที่ไม่รีบด่วนเพราะแค่ไปรายงานตัว
ถึงสถาบันโรคทรวงอก เวลา 9.40 น. แล้วปฏิบัติเช่นครั้งก่อนที่มารักษา
ยื่นบัตรคนไข้เก่าที่ช่องหมายเลข 30 บอกเจ้าหน้าที่ว่า หมอนัดรักษา

ผมไปชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ไปพบเจ้าหน้าที่ห้อง 200 เพื่อยืนยันว่าพร้อมแล้ว

9.50 น. ไปห้อง47 รายงานตัวมารักษาและเข้าห้องพัก
พยาบาลมอบซองเอ็กซเรย์ให้ ผมไปที่ห้อง 100 หยิบบัตรคิว รายงานตัว
สักครู่เจ้าหน้าที่ก็ยื่นบัตรคิวให้
ผมเดินไปห้องเอ็กซเรย์ 101 ของฝ่ายชาย เรียบร้อยแล้ว
มานั่งรอรับฟีล์มเอ็กซเรย์ หน้าห้อง 104 ประมาณ 20 นาที

10.15 น. กลับไปห้อง47 ส่งฟีล์มเอ็กซเรย์ให้พยาบาลคนเดิม
เธอบอกว่าให้นั่งรอคำวินิจฉัยของแพทย์สักครู่ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป

11.00 น. ผมไปห้อง 200 เข้าห้อง 202 เพื่อตรวจระบบการทำงานของหัวใจ
ด้วยระบบสแกน แพทย์ผู้ตรวจบอกว่าร่างกายพร้อมจะทำการรักษาพรุ่งนี้ได้
ออกจากห้อง 202 พบแพทย์หนุ่มอีกคนหนึ่งเพื่อซักประวัติลงระเบียน
แล้วส่งผมกลับไปห้อง47 เพื่อให้พยาบาลบอกห้องพัก

12.00 น. เข้าพักที่ห้องพิเศษ 7810 ซึ่งอยู่ตึก 7 ชั้น 8
ตึกเดียวกันกับส่วนหน้าบริการคนไข้
ผมและลูกสาวช่วยกันเก็บของเครื่องใช้ส่วนตัวเข้าตู้ประจำเตียง
พยาบาลมาเตือนให้เปลี่ยนชุด เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที
พยาบาลอีกคนมาวัดความดันแล้วออกไป

13.00 น. พยาบาลคนใหม่เข้ามาเจาะเลือดที่แขนซ้าย
แล้วฝังเข็มสองทางไว้เพื่อให้ต่อสายน้ำเกลือ และทางหนึ่ง
สำหรับดูดเลือดไปตรวจ โดยไม่ต้องแทงเข็มให้เจ็บหลายหน
กิจกรรมเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว
ความหวาดกลัวเข็มหมอไม่มีในหัวใจผม

15.00 น. พยาบาลคนใหม่เข้ามาโกนขนในที่ลับจนสะอาดหมดจด
สักครู่ก็มีพยาบาลอีกคนเอาน้ำสะอาดมาให้ แล้วบอกว่าเมื่อปัสสาวะ
ให้ใส่ขวดเก็บไว้ซึ่งจะวางไว้ในห้องน้ำ เท่าที่สังเกตจะเป็นพยาบาลสาวๆ
พูดจาไพเราะ นิ่มนวล

17.00 น. พยาบาลคนใหม่เข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นหัวหน้าพยาบาลชั้นนี้
บอกวิธีการปฏิบัติตัวหลังการฉีดสี พอรู้ว่าผมเคยทำบอลลูนมาครั้งหนึ่งแล้ว
จึงไม่ได้อธิบายอะไรมากแต่ชวนให้ไปดูวีดีทัศน์วิธีการรักษา
จึงได้รู้เพิ่มขึ้นว่า อาการบางคนแค่ฉีดสี แล้วทำบอลลูนคือการบีบไขมันให้
แบนราบติดกับผนังหลอดเลือดก็ใช้ได้
แต่บางรายต้องใส่ขดลวดเคลือบน้ำยารักษา
เพื่อไม่ให้หลอดเลือดตีบขึ้นมาอีก
สำหรับของผมอยู่ในประการหลังเพราะอาการหลอดเลือดอุดตันด้วยไขมัน
ต้องทำบอลลูนแล้วใส่ขดลวดรักษาหลอดเลือดหัวใจไม่ให้ตันขึ้นมาอีก
ผมกลับมายังห้องพัก มีคนงานนำอาหารเย็นมาให้

24.00 น. พยาบาลคนที่มาแนะนำวิธีปฏิบัติตัว ยกป้ายมาตั้ง
ห้ามดื่มน้ำหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เพราะตอนเช้าต้องเจาะเลือด
ผมนอนหลับแบบไม่สะดุ้งหวดกลัวเช่นครั้งแรก
เพราะขณะทำการรักษา ผมไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ
สิ่งที่เจ็บปวดคือบริเวณหัวไหล่ เนื่องจากแขนทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่
ดึงโยงไว้เหนือหัว แล้วใช้ผ้ารัดเพื่อไม่ให้กระดิกตัวได้ง่ายๆ
จะช่วยให้การรักษาสะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น

12 พฤศจิกายน 2553
ตอนเช้าพยาบาลเข้ามาวัดความดัน เตือนเรื่องห้ามดื่มน้ำ ยังกินอาหารไม่ได้
รู้สึกหิวนิดๆ สักครู่ก็มีพยาบาลมาติดตั้งขวดน้ำเกลือ และเสียบสายน้ำเกลือ
จุดที่เข็มเจาะมือซ้ายเมื่อวาน รัดด้วยสายเทปแน่นหนา ทดแทนการอดอาหาร
พยาบาลเข้ามาวัดความดัน แล้วบอกว่า ความดันปกติ

10.00 น. เจ้าหน้าที่เปลของสถาบันลากเปลรถเตียงเดี่ยวเข้ามาในห้อง
ให้ผมขึ้นไปนอนหงาย พร้อมนำขวดน้ำเกลือติดตัวไปด้วย เข้าลิฟท์
ลงไปชั้น 2 เพื่อเข้าห้องฉีดสี ปรากฏว่าคนไข้ก่อนหน้าผมยังรักษาไม่เสร็จ
จึงต้องนอนคอยบนเตียงประมาณ 50 นาทีเห็นจะได้

10.55 น. คนงานชายเคลื่อนย้ายผมเข้าไปนอนในเตียงเดี่ยวใต้เครื่องฉาย
แล้วก็มีเจ้าหน้าที่หญิงเข้ามาถอดกางเกงออกใช้ผ้าคลุมร่างของผมไว้
จับแขนทั้งสองข้างเหยียดงอไว้เหนือหัว แล้วรัดไว้ด้วยสายรัด ผมเห็น
จอภาพซึ่งตั้งอยู่ใกล้แท่นเลื่อนขึ้นลงได้

สักครู่ก็มีแพทย์เข้ามาที่เตียงสำหรับฉีดสี เปิดดูขาหนีบข้างขวากดเบาๆ
บริเวณโคนขาด้านในแล้วพูดว่า ลุงขอโทษนะ ผมจะฉีดยาชา อาจเจ็บ
นิดหน่อย ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกเข็มแทง ผมถามว่าทำไมเจ็บ หมอบอกว่า
เนื้อมีพังผืดหลังจากการเจาะครั้งแรก และต้องเพิ่มยาชามากขึ้น
แต่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ

คราวนี้ผมรู้ว่าหมอทำอะไรกับผมบ้าง หลังฉีดยาชาก็สอดใส่สายนำคาไว้
เพื่อให้การฉีดสีและใส่ขดลวดเป็นไปโดยสะดวก
ผมได้ยินเสียงเป็นภาษาแพทย์โต้ตอบกัน
สายตาเหลือบมองจอภาพเห็นเส้นสีแดงเต็มไปหมด
บางแห่งมีจุดแดงเป็นก้อน บางแห่งเป็นทางยาวหนา เต้นไปเต้นมา
ได้ยินหมอคนหนึ่งพูดว่า
จะทำหลอดเลือดเส้นใหญ่ซึ่งตีบก่อน หรือหลอดเลือดเส้นเล็กที่อุดตัน

หมอหายไปนานประมาณ 30 นาที ผมนอนรอคอยด้วยใจระทึก
มีปัญหาอะไรหนอ สักครู่ได้ยินเสียงหมอคนใหม่พูดว่าทำเส้นเล็กก่อน
ส่วนเส้นเมนใหญ่เอาไว้ทำคราวหน้า หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที
ได้ยินหมอพูดว่าเรียบร้อยแล้วครับ ลุง เอาแค่นี้ก่อน
ผมออกจากห้องฉีดสี ทำบอลลูน และใส่ขดลวด เมื่อเวลาบ่าย สองโมง
ครั้งนี้นอนนานเพราะรอคอยมากกว่าการรักษา

14.00 น. เจ้าหน้าที่ลากเตียงมาใกล้เคลื่อนย้ายผมออกจากเตียงฉีดสี
มาแวะพักตรวจความเรียบร้อย และดูอาการครู่หนึ่งก็พาผมขึ้นลิฟท์
จากชั้น 2 กลับไปชั้น 8 ตามเดิม คำสั่งห้ามไม่ให้ผมงอขาขวาเด็ดขาด
เพราะเข็มนำสำหรับสอดสายขดลวดยังคาเส้นเลือดแดงอยู่ ต้องนอนพักนิ่งๆ
สัก 4 – 5 ชั่วโมง เวลาประมาณ 17.30 น. หมอจะไปเอาออก

14.30 น. ลูกสาวป้อนข้าวต้มให้กินช้าๆ ทีละน้อยๆ จนรู้สึกอิ่มท้องก็หยุด

16.00 น. อาการเมื่อยขบเจ็บปวดหลังเริ่มต้นขึ้นเพราะการนอนหงาย
บนเตียงนานนับชั่วโมงชนิดที่กระดิกขาขวาได้ แต่งอไม่ได้
อาการปวดหลังมากขึ้นผมจึงใช้ยานวดประเภทครีมถูทาแถวหัวใหล่
และบั้นเอว เพื่อคลายเส้นและกล้ามเนื้อ

17.30 น. นอนรอหมอ เห็นพูดว่าจะมาถอดสายนำที่โคนขาขวา
แต่หมอก็ไม่มาตามนัด ผมจึงกินอาหารเย็นก่อน

22.00 น. หมอหญิงวัยสาวไม่เกิน 35 ปีพร้อมพยาบาลเข้ามา
ถอนเข็มนำขนาดเล็กกว่านิ้วก้อยของผมครึ่งหนึ่งออก
ด้วยวิธีการฉีดยาที่โคนขาหนีบก่อน แล้วดึงเข็มนำออก
ขณะเดียวกันก็ใช้นิ้วกดที่รูเข็มไว้ ไม่ให้เลือดสีแดงพุ่งทะลักออกมา
ผมมีอาการคล้ายๆ จะมึนงง ชาไปทั่วตัว

หมอบอกว่าเป็นปฏิกิริยาของเลือดลมที่เดินผิดปกติ
แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็จะหาย อย่าได้ตกใจไป
ประมาณ 20 นาที หมอค่อยๆ ถอนนิ้วมือที่กดแช่ไว้ทีละน้อย
อาการเจ็บหนึบๆ ลดลงไป หลังจากนั้นหมอได้ใช้ผ้าก็อสปิดปากแผล
แล้วทับด้วยผ้าเทปขนาดใหญ่อีกชิ้นหนึ่ง
ใช้ถุงทรายหนักประมาณ 1 กก. กดทับแผลไว้

พร้อมบอกว่า ตอนนี้สามารถงอขาขวาได้แล้ว
จะทับไว้นานประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าก็เอาถุงทรายออกได้ พลิกตัวได้
ว่าแล้วหมอหญิงวัยสาวกับพยาบาลก็ออกจากห้องไป
ส่วนผมนอนปวดหลังและขาขวาตลอดคืน
อาศัยยาทาแก้เคล็ดขัดยอกของประจำตัวเองที่เตรียมมา
ให้ลูกสาวนวดเป็นระยะๆ พอบรรเทาลงได้บ้าง

13 พฤศจิกายน 2553
เช้าวันเสาร์ เวลา 8.00 น.แพทย์ที่รักษาผม เข้ามาตรวจอาการ
เห็นแผลปกติ ไม่มีเลือดออก ไม่มีอาการบวม จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้
หมอบอกว่าจะทำใบนัด เพื่อรักษาหลอดเลือดเส้นใหญ่ที่ตีบ
ประมาณวันที่ 16 ธันวาคม 2553 เส้นนี้อาจจะยากหน่อย ต้องไป
ปรึกษาแพทย์หลายคนช่วยกันวินิจฉัย

9.00น. ลูกสาวเก็บสิ่งของเครื่องใช้ออกจากตู้ประจำเตียง
แล้วไปจัดการเรื่องยาและค่าใช้จ่ายที่แผนกการเงิน
นานร่วมชั่วโมงจึงกลับมาที่ห้องพัก

10.00น. พยาบาลเข้ามาวัดความดันเป็นครั้งสุดท้าย
แล้วถอดสายน้ำเกลือออก เอาเข็มที่แทงคายึดแขนซ้ายไว้ออก
พร้อมกับสายรัดข้อมือพลาสติกที่ระบุชื่อคนไข้ไปเก็บ

ลูกสาวดูรายการใช้จ่ายในใบเสร็จ ทั้งหมด 1 แสน 8 หมื่นบาท
รัฐบาลออกให้ 1 แสน 7 หมื่นเศษ
ผมต้องจ่ายเองทั้งหมด 900 บาท เฉพาะในส่วนที่เบิกไม่ได้

12.00 น. หัวกระเป๋าออกจากห้องพัก กลับจังหวัดฉะเชิงเทรา
โล่งอกที่รอดชีวิตกลับมานอนพักที่บ้านโดยไม่ทุพพลภาพ



Create Date : 21 ธันวาคม 2553
Last Update : 21 ธันวาคม 2553 16:59:16 น. 1 comments
Counter : 791 Pageviews.

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ มีอาหารมาฝากตามเคยค่ะ
Photobucket


โดย: Junenaka1 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:17:30:22 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




Group Blog
 
 
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.