ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
บันทึก เมื่อหัวใจไม่ไยดีผม (2)

5 มิถุนายน 2553
วันนี้ออกจากบ้าน ตีห้าครึ่ง จะได้บัตรคิวเร็วขึ้นกว่าเมื่อวาน เพราะไปประมาท
ว่าคนไข้จะน้อย ถึงสถาบันโรคทรวงอก 7.00 น. ยื่นบัตรคนไข้ใส่กล่อง ไปชั่ง
น้ำหนัก วัดความดัน รับบัตรคิว หมายเลข 9
เจ้าหน้าที่แนะนำว่า หลังจากกินอาหารเช้าแล้ว
ให้ไปพบเจ้าหน้าที่ที่ห้อง 200 ก่อน เพื่อเอาเครื่องวัดการเต้นหัวใจออก
แล้วเขาจะนัดให้พบแพทย์ให้เอง ตามเบอร์คิวที่ให้ไป

8.30 น. กลับไปที่ห้อง 200 พบเจ้าหน้าที่เพื่อแกะเครื่องวัดการเต้นของหัวใจออก
นำมาอ่านค่า ปรากฏว่า หัวใจเต้นเป็นปกติมากกว่าเต้นผิดปกติภายใน 24 ชั่วโมง
ไม่สามารถวินิจฉัยได้ จึงให้ผมตรวจวัดด้วยการเดินบนสายพาน

9.30 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ซักถามข้อมูลเสร็จแล้ว ให้ผมยืนเครื่องเดินสายพาน
มีสายวัดหลายเส้นจับบริเวณราวนมด้านซ้ายหลายจุด แล้วให้ผมเริ่มเดินช้าๆ
ขณะเดียวกันก็ถามอาการผมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันก็มองจอภาพที่
แสดงเส้นกราฟ ขึ้นลง ๆ

ผมยังไม่มีอาการว่าจะเจ็บหรือแน่นหน้าอกตามที่เจ้าหน้าที่ถามอยู่ตลอด
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่บอกว่า จะเริ่มเข้าขั้นที่ 2 สายพานจะหนืดขึ้น ให้ผมเดิน
ไปตามปกติ ประมาณสิบก้าวผมเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก ผมบอกเจ้าหน้าที่
เขามองเส้นกราฟไปด้วย ผมเริ่มมีอาการมากขึ้น เจ้าหน้าที่เอามือมาแตะกระดูก
สันหลังบริเวณเอวไว้ บอกว่าให้ผมอดทนอีกนิด

จนกระทั่ง ผมบอกว่าเจ็บหน้าอกจะทนไม่ไหวแล้ว เขาจึงหยุดทดสอบ
สรุปผลให้ผมฟังว่า เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจแน่นอน จะส่งตัวให้
แพทย์วินิจฉัยอีกครั้ง โดยจะส่งกราฟการเดินสายพานตามไปให้

11.00 น. นั่งรอคิว โดยหมายเลขคิวบนจอสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้าห้องหมายเลข 9
เพื่อรอพบแพทย์ คนไข้และพี่เลี้ยงคนไข้รอพบแพทย์จนหาที่นั่งว่างแทบไม่มี

12.30 น. พบแพทย์ชายวัยกลางคน วินิจฉัยว่า เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ต้อง
มารักษาด้วยการฉีดสีเพื่อจะดูว่าหลอดเลือดตีบหรือตัน จึงจะรักษาได้ถูกต้อง
และต้องมานอนพักที่นี่อย่างน้อย 3 วัน ถ้ารอคิวก็ประมาณ 2-3 เดือน
ผมถามว่ามีคิวที่เร็วกว่านี้ไหมครับ
ถ้าต้องการรักษาเร็วก็ต้องเลือกทำนอกเวลา แต่ต้องเสียค่าบริการนอกเหนือ
จากสิทธิการเบิกจ่ายตรงตามสิทธิของข้าราชการ ถ้าลุงตกลงหมอจะหาวันให้
ผมยินดียอมจ่ายส่วนเกินที่เบิกจากราชการไม่ได้
หมอจึงนัดวันที่ 18 มิถุนายน 2553 ให้มาเข้าห้องพักซึ่งทางนี้จะเตรียมไว้ให้
ถ้ามาไม่ได้ให้รีบแจ้งที่เจ้าหน้าที่ห้อง 200 ได้ทันที ไปขอเบอร์โทร.ได้เลย

18 มิถุนายน 2553
6.30 น. ลูกสาวขับรถเก๋งออกจากบ้าน ถึงสถาบันโรคทรวงอก เวลา 9.00 น.
ยื่นบัตรคนไข้เก่าที่ช่องหมายเลข 30 บอกเจ้าหน้าที่ว่า หมอนัดรักษา
ผมไปชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ไปพบเจ้าหน้าที่ห้อง 200 เพื่อยืนยันว่าพร้อมแล้ว
ปรากฏว่าคนไข้เดิมเพิ่งออกจากห้อง กำลังให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด

12.00 น. เข้าพักที่ห้องพิเศษ ซึ่งอยู่ชั้น 7 ตึกเดียวกันกับส่วนหน้าบริการคนไข้
ผมและลูกสาวช่วยกันเก็บของเครื่องใช้ส่วนตัวเข้าตู้ประจำเตียง
พยาบาลมาเตือนให้เปลี่ยนชุด เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที
พยาบาลอีกคนมาวัดความดันแล้วออกไป

13.00 น. พยาบาลคนใหม่เข้ามาเจาะเลือดที่แขนขวา แล้วฝังเข็มสองทางไว้เพื่อให้
ต่อสายน้ำเกลือ และทางหนึ่งเพื่อเจาะเลือดไปตรวจ ไม่ต้องแทงเข็มให้เจ็บหลายหน

15.00 น. พยาบาลคนใหม่เข้ามาโกนขนในที่ลับจนสะอาดหมดจด สักครู่ก็มี
พยาบาลอีกคนเอาน้ำสะอาดมาให้ แล้วบอกว่าเมื่อปัสสาวะให้ใส่ขวดเก็บไว้ซึ่งจะ
วางไว้ในห้องน้ำ โดยฉี่ใส่กระบอกพลาสติกก่อน แล้วจึงเทใส่ขวด

17.00 น. พยาบาลคนใหม่เข้ามาแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวหลังการฉีดสี และการทำ
บอลลูนรักษาหลอดเลือดหัวใจ ผมตื่นเต้น นึกถึงเข็มที่เจาะบริเวณขาหนีบด้านขวา
แล้วรู้สึกหวาดเสียว พยาบาลบอกว่า หมอจะฉีดยาชาให้ก่อน คงไม่เจ็บมาก
มีคนงานนำอาหารเย็นมาให้ ลูกสาวลงไปซื้อที่ร้านอาหารใกล้บริเวณสถาบัน

24.00 น. พยาบาลคนที่มาแนะนำวิธีปฏิบัติตัว ยกป้ายมาตั้ง
ห้ามดื่มน้ำหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ผมนอนหลับแบบไม่เต็มอิ่ม
นึกถึงเหตุการณ์วันพรุ่งนี้ ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

19 มิถุนายน 2553
ตอนเช้าพยาบาลเข้ามาวัดความดัน เตือนเรื่องห้ามดื่มน้ำ ยังกินอาหารไม่ได้
รู้สึกหิวนิดๆ สักครู่ก็มีพยาบาลมาติดตั้งขวดน้ำเกลือ และเสียบสายน้ำเกลือ
ที่เข็มที่เจาะมือขวาเมื่อวาน รัดด้วยสายเทปแน่นหนา ทดแทนการอดอาหาร
พยาบาลเข้ามาวัดความดันทุกชั่วโมง แล้วบอกว่า ความดันปกติ

13.00 น. คนงานเจ้าหน้าที่ของสถาบันลากรถเตียงเดี่ยวเข้ามาในห้อง
ให้ผมขึ้นไปนอนหงาย พร้อมนำขวดน้ำเกลือติดตัวไปด้วย เข้าลิฟท์
ลงไปชั้น 2 เพื่อเข้าห้องฉีดสี ทำการรักษาต่อไป

13.15 น. คนงานชายเคลื่อนย้ายผมเข้าไปนอนในเตียงเดี่ยวใต้เครื่องฉาย
แล้วก็มีเจ้าหน้าที่หญิงเข้ามาถอดกางเกงออกใช้ผ้าคลุมร่างของผมไว้
จับแขนทั้งสองข้างเหยียดงอไว้เหนือหัว แล้วรัดไว้ด้วยสายรัด ผมเห็น
จอภาพซึ่งตั้งอยู่ใกล้แท่นเลื่อนขึ้นลงได้

สักครู่ก็มีแพทย์เข้ามาที่เตียงสำหรับฉีดสี เปิดดูขาหนีบข้างขวากดเบาๆ
บริเวณโคนขาด้านในแล้วพูดว่า ลุงขอโทษนะ ผมจะฉีดยาชา อาจเจ็บ
นิดหน่อย ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกเข็มแทง ลุงครับไม่ต้องเกร็ง วางขา
แบบสบายๆ นะครับ

ต่อจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าหมอทำอะไรกับผมบ้าง ได้ยินเสียงเป็นภาษาแพทย์
โต้ตอบกันซึ่งผมฟังไม่เข้าใจ ผมเหลือบมองจอภาพเห็นเส้นสีแดงเต็ม
ไปหมด บางแห่งมีจุดแดงเป็นก้อน บางแห่งเป็นทางยาวหนา เต้นไปเต้นมา
ความรู้สึกเจ็บปวดหายไปเมื่อไรไม่รู้ เป็นเวลาร่วมหนึ่งชั่วโมง
ได้ยินหมอพูดว่าเรียบร้อย เอาแค่นี้ก่อน เสร็จแล้วก็เรียกผมให้ดูบนจอภาพ
ว่าเส้นหัวใจ 3 เส้นของผม ตันไป 2 เส้น หมอชี้ดู และตีบ 1 เส้น
วันนี้ทำเส้นที่ตันก่อน 1 เส้น ด้วยการทำบอลลูน ใส่ขดลวดที่มีตัวยารักษา
เรียบร้อยแล้ว อาการของลุงคงจะดีขึ้น

15.00 น. เจ้าหน้าที่ลากเตียงมาใกล้เคลื่อนย้ายผมออกจากเตียงฉีดสีและ
ทำบอลลูนหัวใจ มาแวะพักตรวจความเรียบร้อย และอาการครู่หนึ่งก็พา
ผมขึ้นลิฟท์จากชั้น 2 กลับไปชั้น 7 ตามเดิม ห้ามไม่ให้ผมงอขาขวาเด็ดขาด
เพราะเข็มนำสำหรับสอดสายขดลวดยังคาเส้นเลือดแดงอยู่ ต้องนอนพักนิ่งๆ
สัก 4 – 5 ชั่วโมง หมอจะไปเอาออก

15.30 น. ลูกสาวป้อนข้าวต้มให้กินช้าๆ ทีละน้อยๆ จนรู้สึกอิ่มท้องก็หยุด

16.00 น. อาการเมื่อยขบเจ็บปวดหลังเริ่มต้นขึ้นเพราะการนอนแช่เป็นชั่วโมงๆ
ชนิดที่กระดิกขาขวาได้ แต่งอไม่ได้ ขณะนี้ผมรู้จักว่าคำว่า เวทนานั้นเป็นอย่างไร
กรรมของเราแท้ๆ ที่มีความอยากกิน แบบไม่เลือกชนิดอาหารทั้งคาวหวาน
ตอนนี้ไม่โทษใคร ต้องโทษตัวเองเป็นเจ้ากรรมนายเวรตัวจริงเสียงจริง

23.00 น. หมอหนุ่มวัยไม่เกิน 35 ปีพร้อมพยาบาลเข้ามา ถอนเข็มนำขนาดเล็ก
กว่านิ้วก้อยของผมครึ่งหนึ่ง ออกด้วยวิธีการฉีดยาที่โคนขาหนีบก่อน แล้วดึง
เข็มออก ขณะเดียวกันก็ใช้นิ้วกดที่รูเข็มไว้ ไม่ให้เลือดสีแดงพุ่งทะลักออกมา
ผมมีอาการคล้ายๆ จะมึนงง ชาไปทั่วตัว หมอบอกว่าเป็นปฏิกิริยาของเลือดลม
ที่เดินผิดปกติ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็จะหาย อย่าได้ตกใจไป
ประมาณ 20 นาที หมอค่อยๆ ถอนนิ้วมือที่กดแช่ไว้ทีละน้อย อาการเจ็บหนึบๆ
ลดลงไป หลังจากนั้นหมอได้ใช้ผ้าก็อสปิดปากแผล แล้วทับด้วยผ้าเทป
ขนาดใหญ่อีกชิ้นหนึ่ง พร้อมบอกว่า ตอนนี้สามารถงอขาขวาได้แล้วครับ
พลิกตัวได้ตามสะดวก ขอให้นอนหลับฝันดี
ว่าแล้วหมอหนุ่มกับพยาบาลก็ออกจากห้องไป ส่วนผมนอนปวดหลัง
และขาขวาตลอดคืน อาศัยยาทาแก้เคล็ดขัดยอกของประจำตัวเองที่
เตรียมมา ให้ลูกสาวนวดเป็นระยะๆ พอบรรเทาลงได้บ้าง

21 มิถุนายน 2553
เช้าวันจันทร์ เวลา 8.00 น.แพทย์ที่รักษาผม เข้ามาตรวจอาการ
เห็นเป็นปกติแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้
แล้วหมอจะนัดมาทำเส้นที่ 2 อีกครั้งหนึ่ง

9.00น. ลูกสาวเก็บสิ่งของเครื่องใช้ออกจากตู้ประจำเตียง
แล้วไปจัดการเรื่องยาและค่าใช้จ่ายที่แผนกการเงิน
นานร่วมชั่วโมงจึงกลับมาที่ห้องพัก

10.00น. พยาบาลเข้ามาวัดความดันเป็นครั้งสุดท้าย
แล้วถอดสายน้ำเกลือออก เอาเข็มที่แทงคาแขนขวาไว้ออก
พร้อมกับสายรัดข้อมือพลาสติกที่ระบุชื่อคนไข้ไปเก็บ
ก่อนจากห้อง ได้อวยพรให้ผม ขอให้โชคดีนะคะ

ลูกสาวดูรายการใช้จ่ายในใบเสร็จ ทั้งหมด 1 แสน 8 หมื่นบาท เศษ
รัฐบาลออกให้ 1 แสน 1 หมื่นเศษ
ผมต้องจ่ายเองทั้งหมด 7 หมื่น

12.00 น. หัวกระเป๋าออกจากห้องพัก
เพราะมีคนไข้รายต่อไปมาคอยเข้าพักต่อ

มีต่อตอน 3
(รักษาเส้นที่ 2 วันที่ 12 พฤศจิกายน
และเส้นที่ 3 วันที่ 16 ธันวาคม 2553)



Create Date : 15 ธันวาคม 2553
Last Update : 15 ธันวาคม 2553 22:10:35 น. 0 comments
Counter : 4600 Pageviews.

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




Group Blog
 
 
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.