ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
สอนใจตัวเอง(5)



ตัวอย่างวิธีพิจารณาของพระอาจารย์

พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

สมมติว่า เราเห็นใบไม้หล่นเกลื่อนอยู่ในบริเวณวัดวันอาทิตย์นี้มันไม่ค่อยมีหล่นเท่าใด

เพราะว่ากวาดไปแล้วเมื่อวานมแต่ถ้ามาวันอื่นละจะเห็นหล่นกองอยู่ในบริเวณวัด

ยังไม่ได้กวาด วันเสาร์พระเณรก็กวาดเรียบร้อยให้โยมมานั่งสบายหน่อย

ความจริงไม่กวาดก็ดีโยมจะได้เอามาเป็นอารมณ์วิปัสสนาเห็นใบไม้เหี่ยว เห็นใบไม้เหลือง

เห็นดอกไม้หล่นลงจากต้น เพื่อให้เราพิจารณาว่านี่ใบไม้แห้ง ก่อนนี้มันไม่ได้เป็นอย่างนี้

มันยังเป็นใบไม้เขียว มันยังอยู่ที่ต้นก่อนหน้านั้นมันเป็นใบไม้ที่ผลิออกมาน้อยๆ

แล้วค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นค่อยเป็นใบไม้ที่มีสีเขียวแก่ แล้วก็เหลือง แล้วมันก็หลุดจากขั้ว

ลงกองอยู่ที่โคนต้น เราเอาธรรมะเข้าจับว่า

นี่คืออะไร สภาพอย่างนี้คืออะไร สภาพอย่างนี้คืออนิจจัง ความไม่เที่ยง ดังที่พระท่านสอน

นี่แหละบทวิปัสสนา ที่เราต้องจำไว้ก่อนแล้วเราเอาบทนี้ไปใช้ เมื่อเราเห็นอะไรเข้า

ก็ต้องเอาหลักว่า อะไรไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา มาจับสิ่งนั้น

จับจนกระทั่งเห็นว่า “อ้อ..มันไม่เที่ยง” ร้อง“อ้อ” มาได้ว่า มันไม่เที่ยง

ในเรื่องดอกไม้ ในเรื่องใบไม้ เรื่องสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เราทำอยู่

อะไรที่เกี่ยวข้องในชีวิตของเรานั้นเป็นโอกาสให้เราเจริญวิปัสสนาได้ทั้งสิ้น

จาก..การเจริญภาวนา ศิลปะในการแก้ปัญหาชีวิต..

*สนทนากันสักครู่
ตัวอย่างนี้เห็นกันบ่อยๆ แต่ไม่ได้ฉุกคิดกันเท่านั้นว่านี่คือธรรมะรอบตัวที่พากันมองข้าม

เราลองนำไปพิจารณา ต่อยอดด้วยความคิดของตัวเองบ้างจะเป็นใบไม้ ต้นไม้หรืออะไรก็ได้

เช่น คุณภัทร คชะภูติ ได้เล่าไว้ใน “ปฏิจจสมุปบาทสำหรับคนรุ่นใหม่ : พระภาสกร ภูริวฑฺฒโน

...ลองยกเอาต้นไม้ข้างถนน เอามาเป็นองค์ธรรมแล้วจึงวิตกวิจาร ไตร่ตรองพิจารณาหาเหตุผล..

เอ..มันเกิดมาอย่างไรหนอ?เทศบาลเขาคงซื้อเอาต้นกล้ามาเลี้ยงไว้ มันก็เกิดขึ้นมา

แล้วมันก็โตขึ้นเปลี่ยนจากต้นเล็กกลายเป็นต้นใหญ่ โตขึ้นเรื่อยๆ มันก็เปลี่ยนแปลงของมันทุกวัน

ใบเก่าปลิวหลุดร่วงไป ใบใหม่ก็งอกขึ้นมาแทนที่โตขึ้นๆ จนวันหนึ่ง เขาก็ย้ายมาปลูกที่นี่

เรามาเห็นมันตั้งอยู่ตรงนี้ เอ..มันมีโอกาสที่จะตายไหม? หรือว่าจะมีคนมาโค่นมันทิ้งไหม?

อ้อ.. เป็นไปได้ เอ.. ถ้ามีคนมาดข้นมันทิ้งเราก็คงไม่ได้เห็นต้นไม้ต้นนี้อีก อนัตตานี่นา...

มันหายไปแล้วต้นไม้นี้...เมื่อเขาโค่นมันเขาก็คงตัดออกเป็นท่อนๆ เอาไปทิ้งหรือไปทำฟืน

มันก็คงผุพังเผาไหม้ แปรสภาพหมดไป หายไปเกลี้ยงจนไม่สามารถหาอะไรที่เป็นตัวเป็นตน

หรือหาความเป็นต้นไม้ต้นนั้นได้อีกมันหาไม่ได้เลย..

อ๋อ... ธรรมชาติเป็นเช่นนี้หนอ...เป็นไปตามกฎพระไตรลักษณ์จริงๆ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว

ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หาความคงทนไม่ได้ไม่มีตัวตนอะไรให้ไปยึดเหนี่ยว

เกาะเกี่ยวผูกพันได้แต่ความที่เราไม่เข้าใจจึงไปยึดมันไว้ไม่ให้มันเปลี่ยน

เมื่อมันเปลี่ยนไปตามธรรมชาติตามเหตุตามปัจจัยของมัน ใจเราจึงเป็นทุกข์...

*แล้วเราอาจจะไปคิดถึงเรื่องทุกข์เพียงประการเดียว โดยทิ้งอนิจจัง ทำได้ไหม?
ถ้าพิจารณาได้โดยไม่ติดขัด ควรพยายามทำต่อไปเรื่อยๆ ทุกวัน

เพราะธรรมชาติรอบข้างได้แสดงให้เราได้เห็นได้รู้อยู่ตลอดเวลา
การปฏิบัติธรรมควรทำซ้ำๆ จนกระทั่งวันใดใจเรา เกิดปิติ วูบวาบนิดๆหรือขนลุก

หรือเย็นวาบซาบซ่านไปทั่วร่าง นั่นคือความสำเร็จ

พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า“ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจนจิตเป็นฌานได้นานถึง 100 ปี

และไม่เสื่อม ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงที่ว่า

สรรพสิ่งทั้งหลายอันเนื่องมาจากการปรุงแต่งล้วนแล้วแต่เป็น

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตเดียวก็ตาม”

*สมาธิ จึงเป็นเพียงบันไดขึ้นต้นที่จะก้าวไปสู่ความเจริญวิปัสสนาเท่านั้น

หมายความว่าท่านต้องพยายามทำสมาธิให้ได้เสียก่อนนะครับ

โดยผ่าน ขณิกสมาธิ ตามด้วย อุปจารสมาธิแล้วให้ท่าน ฝึกวิปัสสนา ได้ทันที

ด้วยความปรารถนาดี

ชนะ เวชกุล




Create Date : 02 กันยายน 2559
Last Update : 2 กันยายน 2559 13:41:29 น. 0 comments
Counter : 547 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
2 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.