ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
ปฏิบัติบูชา (16)


เรื่องเบ็ดเตล็ด

เป็นข้อคิดเสริมเล็กๆ น้อยๆพอเล่าสู่กันฟัง
อาจไร้สาระบ้าง อย่าได้ถือสาหาความกัน เพราะเครียดกันมา 15 บทแล้ว
เรื่องที่ผมเล่าวันนี้และครั้งต่อไป
ถ้าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็จะเล่าเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังของสมาธิหรือฌานของผมไปเรื่อยๆ
เพราะรูปและสังขารตั้งแต่หัวจรดเท้าเริ่มเอาแน่ไม่ได้ มันมาเยี่ยมเยียนทีละอย่าง
ไอ้ที่เคยคิดว่า เรายังทำได้ ก็เริ่มทำไม่ได้
บางครั้งพอใจขืนทำไป ร่างกายรับไม่ไหวก็ต้องรีบไปหาหมอให้ช่วย
ขณะเดียวกันก็นึกถึง อนิจจัง ความไม่เที่ยงของร่างกาย โดยไม่ต้องให้พระมาสอน
ร่างกายของเรามันสอนเรา ก่อนนั้นมองไม่เห็น
พออายุขึ้นหลักเลข 7 ความจริงมันสอนให้เอง
แถมคนนอนข้างๆ ยังย้ำเตือนให้เจ็บใจ แบบว่า ...แก่แล้วไม่เจียม...
เห็นมั้ยล่ะ บอกอย่าดื่ม อย่าสูบก็ไม่เชื่อ ขวดเดียวเอง มวนเดียวเองแล้วตอนนี้เป็นยังไง
ผมเถียงไม่ขึ้น เพราะบางอย่างเราต้องพึ่งเขา

*ตอนนี้เหลืองานเดียว หลังเกษียณอายุราชการจะขอทำหน้าที่เผยแพร่พุทธศาสนา
ถ้ายังมีกำลังก็จะทำไปเรื่อยๆ จนถึงวันสิ้นอายุขัย
มีเพื่อนๆ บางคนไม่ค่อยชอบอ่าน ก็แอบไปนั่งคุยกับผมที่บ้าน
ปวดหัวตัวร้อนอย่างไร ผมก็แนะนำไปตามที่มีความรู้เรื่องนั้นๆ
แต่ไม่ใช่ผมจะรอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง

*เอ..ชักจะพูดนอกเรื่องนอกประเด็น เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย
ซึ่งอาจจะมีบางคนยังติดๆ ขัดๆ เพราะชีวิตแต่ละคนทำกรรมมาต่างกัน
เวลามาปฏิบัติธรรมย่อมต่างกันไปเป็นธรรมดา
ผมจึงแนะไว้แต่ต้นว่า จงดูตัวเราเองเป็นหลัก
ว่าเราถนัดแบบไหน เมื่อคิดจะนั่ง สมาธิ หรือฝึกเข้า ฌาน

*บางคนนั่งฝึกเป็นปีๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนท้อถอย เลิกไปก็มี
บางคนนั่งแค่อาทิตย์เดียว เข้าถึง อัปปนาสมาธิ ได้หน้าตาเฉย
บางคนนั่งแล้ว เห็น นิมิต อย่างนั้น อย่างนี้
ขณะที่บางคนนั่งไปแล้ว ไม่เห็นอะไรเลย
ก็เลยคิดว่า ตัวเองไม่มีวาสนาบารมีทางนี้
นี่แหละคือ มาร ที่มาขวางการทำความดีของเรา

*การนั่งสมาธิ คือ การทำความดี นะครับ
ผลที่ได้สูงกว่า การให้ ทาน และ การ รักษาศีล มากมายนัก
ถ้าท่านทำได้แล้วก็จะรู้ด้วย ตัวของตัวเอง
คนที่ฝึกสำเร็จ อัปปนาสมาธิ หรือ ฌาน 4
และสามารถเข้าได้อย่างคล่องแคล่วนั้น
ใช้จิตของตนรักษาโรคที่อยู่ในร่างกายของตนได้
สามารถติดต่อขออโหสิกรรมกับเจ้ากรรมนายเวรของตัวเองได้
ด้วยการแบ่งบุญของตนเผื่อแผ่ให้วิญญาณนั้นโดยไม่หวังผลตอบแทน

*ขอเล่าให้ฟังนิดหนึ่ง ความรู้ได้มาจากปู่...อาจารย์ทางวิญญาณของผม
ขณะที่เรานั่งสวดมนต์จะมีเทวดาหรือพรหมในโลกวิญญาณ
มากหรือน้อยแล้วแต่บารมีของเรา ท่านเหล่านั้นลอยอยู่เหนือศีรษะของเรา
เราคิดดี คิดชั่ว ท่านเหล่านั้นจะรู้หมด โปรดระวังตัวด้วย
อย่าคิดว่า พวกโลกวิญญาณจะรู้ใจเราจากปากเท่านั้น ไม่ใช่แน่นอน
เพราะความคิดต่างๆ ของเราจะเป็นรังสีออกมา ท่านเหล่านั้นจะรับรู้หมด
อย่าไปกังวลว่า เราทำดีแล้ว เทวดาหรือพรหม หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะไม่รู้
เพราะสื่อสารกันด้วยจิตต่อจิต ไม่ต้องเอ่ยปากพูด ก็รู้ว่า อะไรเป็นอะไร

*จะเล่าประสบการณ์ของผมให้ฟังก็ได้
ฟังหูไว้หู นะครับ
ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้าสู่วังวนของธรรมะ
ยังสนุกทางโลก ไม่ค่อยเชื่อถือในเรื่องวิญญาณ เรื่องพระ เรื่องเจ้า
บางครั้งก็แอบว่าเขา แต่ถ้าเป็นเพื่อนก็พูดกันต่อหน้าเลย
อะไรวะ เรียนจบปริญญาโทแล้วยังมางมงายเรื่องเหล่านี้อีก
เข้าเรื่องดีกว่า ครั้งหนึ่งอาสาขับรถไปส่งเพื่อนที่สำนักร่างทรงแห่งหนึ่ง
เป็นร่างทรงลูกศิษย์เจ้าแม่กวนอิม
มีคนขึ้นเยอะเชียวแหละ คนแน่น ต้องเข้าคิว ไปก่อนได้พบก่อน
กว่าจะถึงคิวเพื่อน ผมงี้นั่งขยับแล้วขยับอีกเพราะขาเป็นเหน็บ

*นั่งดูคนเข้าไปหาทีละคน พลางนึกในใจว่า
ร่างทรงทายอย่างนั้น อย่างนี้ รู้ได้ยังไงวะ ไม่น่าเชื่อ
เช่นมีวิญาณสิงบ้างละ คนไข้ไปทำเหตุอย่างนั้นอย่างนี้ ใช่ไหม?
คนไข้ก็รับคำว่าทำจริงๆ ตามที่ร่างทรงพูด อะไรทำนองนี้ และอื่นๆ

*บางครั้งผมก็คิดว่า ทรงจริง หรือ ทรงปลอมหลอกลวงชาวบ้านหรือเปล่า
ครั้นถึงคิว เพื่อนเข้าไปเฝ้า ร่างทรงยังไม่ทันพูดกับเพื่อนเลย
กลับหันมามองหน้าผม แล้วกวักมือเรียกให้มานั่งใกล้ๆ กับเพื่อน
ผมตกใจ เพราะผมไม่ได้ตั้งใจมาหาท่าน ผมไม่มีคิว ไม่มีเรื่องร้อนอะไร
หลายคนมองผม จึงคลานเข้าไปหา แล้วกราบท่านตามธรรมเนียม
ร่างทรงพูดว่า เรามาด้วยกัน ฉะนั้นมารับรู้อะไรบางอย่างที่เจ้ายังสงสัย
ผมเอะใจ ท่านรู้ได้อย่างไรว่า ผมมากับเพื่อน ทั้งๆที่นั่งห่างกันเนื่องจากผมไม่มีคิว

*เอาละอย่างแรก ฟังให้ดีนะ จะได้เข้าใจ เรารู้เพราะใช้จิตต่อจิตเป็นสื่อ
ภาษาของจิตไม่ต้องเอ่ยปาก ก็รู้ได้ เข้าใจว่า เจ้ากำลังคิดอะไร
เราเป็นทรงจริง ไม่ใช่ทรงปลอมดังที่เจ้าคิด เราเป็นศิษย์เอกของเจ้าแม่
เราสื่อติดต่อกันทางจิต อะไรที่เราทำไม่ได้ เจ้าแม่จะส่งจิตเข้ามาช่วยเสริม
เอาละ พอคลายสงสัยได้นะ เราตอบคำถามของเจ้าแล้ว

*ผมนั่งมึนงง พูดอะไรไม่ออก ร่างทรงรู้ความคิดของผมได้ยังไง
ก่อนที่ร่างทรงจะหันไปพูดกับเพื่อน ได้พูดกับผมว่า
จำไว้ วันหน้าเจ้าจะต้องใช้วิชานี้เหมือนกับเรา
เพราะอาจารย์ของเจ้ากับเราคุ้นเคยกัน และวันนี้ได้ฝากมาบอกเจ้าว่า
จงทำตัวให้ดีๆ คิดให้ดีๆ ถือศีล 5 หัดนั่งสมาธิทุกๆ วัน

*เพื่อนก็งง ผมก็งง นี่อะไรกัน ที่ร่างทรงพูดว่าผมมีอาจารย์
แล้วอาจารย์ของผมชื่ออะไร เป็นอาจารย์ทางโลกหรือทางวิญญาณ
เป็นคำถามที่ผมถามตัวเอง แล้วก็หาคำตอบไม่ได้
ขณะขับรถกลับบ้าน เพื่อนได้ดุผมว่า มึงไปลองดีอะไรกับร่างทรงวะ
ผมจึงเล่าให้ฟัง เพื่อนก็ถึงบางอ้อ
ร้องลั่นรถว่า มั้ยล่ะ หยิ่งดีนัก เจอของจริงเข้าแล้ว เป็นไง ดีนะที่ท่านไม่โกรธ
ตอนนั้นผมก็ยังรู้สึกเฉยๆ เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งว่า
ความคิดของเราสามารถรู้กันได้หรือ ถ้าไม่พูด
จิตนั้นมีพลังวิเศษจริงหรือ?


*ต่อมาชีวิตผมก็ถูกสั่งสอนไปทีละเล็กละน้อย จนต้องยอมแพ้

มีจังหวะเมื่อใด ผมจะเล่าให้ฟัง ทำไมผมจึงหันมาทางธรรม
โอกาสหน้าพบกันใหม่
ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

ด้วยความปรารถนาดี
ชนะ เวชกุล




Create Date : 10 กันยายน 2557
Last Update : 10 กันยายน 2557 8:56:23 น. 0 comments
Counter : 649 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
10 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.