ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
ปฏิบัติบูชา (12)


ปฏิบัติเพื่ออภิญญา(ต่อ)

ความตอนที่แล้วผมจบลงในข้อความที่ว่า

*จิตผมค่อยๆเชื่องขึ้น ไม่แวบออกไปคิดอะไรบ่อยๆ
รู้สึกตัวว่าจิตเริ่มตั้งมั่นมากขึ้น
จากสองสามนาทีเป็นห้านาที
แล้วระยะเวลาจิตนิ่งค่อยๆ ขยับเพิ่มวันละเล็กละน้อย
จนกระทั่งตาใน(ผมนั่งสมาธิแบบหลับตา)
เริ่มมองเห็นลมหายใจออกจากรูจมูกเป็นไอสีขาว จางๆ เป็นลำ
ออกทางรูจมูก ระยะแรกๆ สั้น
ต่อๆ มา ไอสีขาวเริ่มเห็นเป็นลำยาวขึ้น ชัดขึ้น.....
ขณะนั้นผมรู้สึกตัวว่า จิตนิ่ง ไม่แวบออกไปไหน อยู่กับไอสีขาวตลอด
ร่างกายมีอาการเย็นซาบซ่านเป็นระยะๆ เอิบอาบไปทั่วกาย
ขณะผมเพลินอยู่ในอาการนั้น หูได้ยินเสียงแว่วเบาบางมาก

*ทันใดนั้นผมรู้สึกสะดุ้งมีอาการวูบคล้ายคนใกล้หลับ ตกภวังค์
เบื้องหน้าผมมีแสงสว่างเป็นสีทอง ดูเวิ้งว้างไม่มีขอบเขต ตัวตนผมไม่รู้อยู่ไหน
มองไม่เห็นอะไรเลย เห็นแต่แสงสีทองอ่อนๆ เย็นตายิ่งนัก
เงียบสงัดจริงๆ ผมไม่ได้ยินสรรพสำเนียงใดภายนอกเช่นเมื่อครู่อีก

*อาการคล้ายคนหูดับ ตั้งแต่นั่งสมาธิมา ไม่เคยอยู่ในสภาพเช่นนี้มาก่อน
มันสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกสุขยิ่งกว่าใดๆ ในโลก ไม่มีความคิดใด
ใจนิ่งอยู่เช่นนั้นด้วยความรู้สึกว่า เราไม่เคยมีสุขเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต

*และเมื่อคิดอยากอยู่ในอาการเช่นนี้
จิตสุขค่อยๆ เปลี่ยน แสงสีทองค่อยจางหายไปทันใด
หูผมได้ยินสรรพสำเนียงรอบตัวอีกครั้งหนึ่ง
โดยเฉพาะการทำงานภายในบ้านของภรรยา

เหตุการณ์นี้ครั้งแรกก็ไม่รู้ว่าตัวเองเข้าสมาธิถึงระดับอัปปนาสมาธิ
ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของใครต่อใครหลายคน
แต่ผมทำสำเร็จแล้ว ภายใน 3 เดือน ดังที่ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าหิ้งพระไว้
หลังจากนั้น ผมก็ฝึกฝนต่อทุกวัน เข้าสมาธิได้มั่งไม่ได้มั่ง
ค่อยๆ มาเรียนรู้ไปทีละนิด ด้วยการพลิกตำราหาความรู้
จนกระทั่งพอจะอธิบายให้ท่านผู้อ่านได้รู้แบบคร่าวๆ ได้

การนั่งสมาธิแบบดูลมหายใจหรือภาวนา พุทโธ มีขบวนการ 3 ขั้น
1. ขณิกสมาธิ คือ ใจเรานิ่งได้เป็นพักๆ
แล้วก็แวบไปคิดเรื่องอื่นต่อ

2.อุปจารสมาธิคือ ใจเรานิ่งได้ยาวนานขึ้น
เมื่อใดที่เกิดปีติ นั่นแสดงว่าท่านกำลังอยู่ในขั้นนี้

3.อัปปนาสมาธิคือ ใจเรานิ่งได้ยาวนานตามที่เรากำหนดไว้ในใจ
ว่าจะอยู่ในระดับนี้นานเท่าใด
สังเกตได้ง่ายที่สุด ถ้าใครนั่งสมาธิแล้วหูดับ
คือไม่ได้ยินเสียงใดๆ ในโลกเลย นั่นแหละท่านอยู่ระดับนี้
ส่วนอาการต่างๆ ที่เกิดกับท่านขณะนั้น แต่ละคนไม่เหมือนกัน

รายละเอียดต่างๆหาอ่านได้จากหนังสือการนั่งสมาธิ
มีวางขายอยู่ทั่วไป ผมจึงขอผ่านเพื่อจะไปพูดประเด็นอื่นต่อ

มีบางคนนั่งสมาธิแบบฌาน หมายถึง การเพ่ง
ด้วยการใช้อารมณ์ คือให้ใจคิดจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เป็นอารมณ์นั้น
อารมณ์หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เอามาเป็นเครื่องล่อจิตให้เข้าไปคิดอยู่
เป็นเฉพาะอย่าง ที่เราคุ้นกัน คือคำว่า กสิณ

ขั้นตอนของ ฌาน มี วิตก (คิด)...วิจาร (ไตร่ตรอง)...ปีติ(ยินดี)...สุข และ เอกัคคตา
ขอเปรียบเทียบกับสมาธิแบบดูลมหายใจ และภาวนา พุท-โธ

ขั้นแรกหลับตาลงนึกจำ วงกลมสีขาว ที่เพ่งเมื่อครู่ได้ เรียกว่า บริกรรมนิมิต
คือเห็นเพียงสั้นๆ แล้วหายไป เรียกได้ว่า เราผ่าน ขณิกสมาธิ แล้ว

ขั้นสองมองดูองค์กสิณแล้วหลับตาเห็นวงกลมสีขาว
ได้ยาวนานกว่า แล้ววงกลมค่อยๆ เลือนหายไป เรียกว่า อุคคหนิมิต
ทำเช่นนี้จนหลับตาเห็น วงกลมสีขาว ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ
เรียกได้ว่าเราได้ อุปจารสมาธิ

ขั้นที่สามเมื่อดูองค์กสิณ คือ วงกลมสีขาว แล้วหลับตาลง
แลเห็น วงกลมสีขาว ชัดแจ๋ว และไม่เลือนหายไป
นึกอยากเห็นเมื่อไร พอหลับตาลงก็เห็นได้ทันที
ถึงขั้นนี้เรียกว่า ท่านได้ ปฏิภาคนิมิต
เมื่อใด ท่านฝึกย่อให้เล็กลง
หรือขยายให้ใหญ่เท่าไรก็ได้
เรียกได้ว่า ท่านได้ อัปปนาสมาธิ เรียบร้อยแล้ว
ก็คือท่านได้สำเร็จ ฌาน 4

อิทธิฤทธิ์ของฌาน 4 โดยธรรมชาติให้อานิสงส์คือ...
เหตุที่ผมมาพูดเรื่องนี้
เพราะมันเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ที่ผมได้หูทิพย์และตาทิพย์ แบบว่า มันบังเอิญ

หลังจากผมได้อัปปนาสมาธิแล้ว
ต้องมาผจญกับเรื่อง วันใดมีอารมณ์สบายๆ ไม่นึกอยากจะได้โน่นได้นี่
ผมจะเข้าสมาธิสะดวก ไม่หงุดหงิด ในเวลาไม่นาน
แต่วันใดเกิดอารมณ์อยากขึ้นมา จิตจะฟุ้งซ่านควบคุมไม่อยู่

ผมแก้ไขเรื่องเหล่านี้เป็นเดือนจึงเข้าใจในทันที
ถ้าคิดจะนั่งสมาธิ แล้วตั้งจุดประสงค์อย่างนั้น อย่างนี้ รับรองล้มเหลว

ข้อห้ามอย่า อยาก อย่า เคร่งครัดตน ทำใจให้สบายๆ
ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน

สิ่งที่ทำให้อะไรต่างดีขึ้นคือ ไม่หวัง ไม่อยากเด่น อยากดัง ไม่อวด ฯลฯ
ทำใจให้สบายๆ ชีวิตนี้จะมั่งมี จะได้ยศ จะรวย จะจน
บอกตัวเองว่า เดี๋ยวเราก็ตายแล้ว เอาอะไรไปไม่ได้ สักอย่าง

วันหนึ่งผมไปอ่านหนังสือธรรมะ
พบข้อความประโยคหนึ่งว่า
ถ้าลองนั่งเพ่งดูลมหายใจ เฉพาะออก อย่างเดียว
ไม่ต้องไปกังวลเพ่งดูลมหายใจเข้า
แล้วลองดูผลซิว่า อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
เพราะมีบางคนสามารถถอดจิตออกจากร่างกายได้

ผมติดใจจึงทดลองฝึกดู
วิธีการคือ พยายามเพ่งลมหายใจที่เป็นลำยาวออกจากรูจมูก
จนกระทั่งจิตผมนิ่งเร็วขึ้นกว่าปกติ
ลมหายใจสีขาวเป็นลำยาว สีขาวนวล เปล่งประกายสดใส
จนกระทั่งผมรู้สึกเพลิน เกิดปีติ เย็นวาบไปทั่วร่าง
คราวนี้ไม่ใช่มาหาย มาหาย เป็นระยะอีกแล้ว
มันเย็นยาวนานตลอดเวลาเหมือนไม่ยอมเลิกรา

ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงแว่วเบาๆที่ริมใบหู ชัดเจน แจ่มใส
สามเก้า
ขณะที่เขียนบรรทัดนี้ ผมยังจำได้ ไม่เคยลืม
จิตที่กำลังจะเข้าอัปปนาสมาธิ ก็ถอยออกมาทันที
รู้สึกตัว แล้วถามตัวเองว่า นี่มันอะไรกัน
เสียงอะไร หรือภรรยากำลังพูดกับใครอยู่ สามเก้า คืออะไร
หรือใครมาพูดที่ใต้ถุนบ้านเรา
ด้วยความสงสัย จึงถอนสมาธิ ลุกเดินออกจากห้องพระ
ถามภรรยาว่า เธอพูดกับใคร เมื่อกี้นี้ หรือ ใครมาหาพี่

ภรรยาทำหน้างงๆ พูดว่า ไม่เห็นมีใครมา
และน้องก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ
ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็ง่วนทำอาหารเช้าให้พี่
ยังคิดในใจว่า พอพี่ถอนสมาธิ จะบอกว่า
พรุ่งนี้เงินซื้อกับข้าวกินน่ะไม่มีแล้ว
ทำไมมาถามเรื่องใครพูด มีอะไรเกิดขึ้นรึ?

ขณะพี่นั่งสมาธิ ได้ยินเสียงพูดว่า สามเก้า ครั้งเดียวแล้วก็เงียบไป
ก็เลยงง ว่ามันคืออะไร ใครพูด มีความหมายว่าอย่างไร
ภรรยาพูดว่า เอ หรือว่าเป็น บ้านเลขที่ของเราก็ไม่ใช่ ของเรามัน สิบหก
หรือว่า เทวดามาให้หวยพี่

ผมพูดว่า เธอจะบ้าหรือไง? ก็ไหนไม่เชื่อเรื่องเทวดาไง
เธอพูดขึ้นว่า เอางี้ น้องขอเงินพี่สัก 20 บาท เอาไปซื้อกับข้าวกินพรุ่งนี้
ส่วนอีก 10 บาทจะขอเอาไปซื้อล็อตเตอรี่
เพราะวันนี้เป็นวันหวยออก ขอให้น้องลองเสี่ยงดวงดู

ในกระเป๋าพี่เหลือ 20 บาท ตั้งใจว่าจะไปกู้สหกรณ์ครูเช้าวันนี้
ไม่รู้จะได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ พรุ่งนี้เราจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อกับข้าวกิน

เหอะน่า..น้องขอลองเสี่ยงสักหน่อย เทวดาภูตผีปีศาจมีหรือไม่มี ไม่สนใจ
อีกอย่างก็จะเป็นการพิสูจน์ว่า
การพี่หมกมุ่นเอาแต่นั่งสวดมนต์ภาวนาทุกเช้าเย็นนั้น
มันจะได้ดี หรือมีอะไรดีขึ้นบ้าง

เธอแอนตี้ผมมาตลอดในเรื่องไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิ
เพราะตัวเธอเองไม่เคยเชื่อในเรื่องนี้ ไม่เคยไหว้พระ สวดมนต์
ทั้งที่บ้านผมมีห้องพระ เธอพูดว่าเสียเวลาทำมาหากิน

เพื่อความสุขในครอบครัวผมก็ไม่ต่อล้อต่อเถียง
เพราะเรื่องแบบนี้บังคับใจกันไม่ได้ แม้จะนอนเตียงเดียวกัน

ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับว่า
วันนั้นบ่ายสามโมงกว่าๆ
วิทยุกระจายเสียงที่ถ่ายทอดการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ประกาศว่า
เลขท้ายสองตัว ประจำงวด...ได้แก่เลข 39

*จากวันนั้นมา จนกระทั่งถึงวันนี้ 40 กว่าปีแล้ว
เธอเปลี่ยนเป็นคนละคน หันมาสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ
เป็นคนมีหน้าที่ทำความสะอาดหิ้งพระ จัดเครื่องบูชาพระมาตลอด

*ยังมีเรื่อง หูทิพย์ ของผม ที่ได้มาอีกในระยะหลังๆ
แต่ขอไปคุยกันคราวหน้านะครับ

*ก่อนจากอยากจะบอกว่า
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
จะยาก จะมี จะดี จะจน
ตนเองนั่นแหละเป็นคนสร้างมา
กรุณาอย่าไปเที่ยวเพ่งโทษคนอื่น
จงลงโทษตัวเองเถิด ที่ไม่รักดี
ทั้งๆ ที่ได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคน

ด้วยรักและปรารถนาดี
ชนะ เวชกุล





Create Date : 10 พฤษภาคม 2557
Last Update : 10 พฤษภาคม 2557 21:14:17 น. 0 comments
Counter : 685 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.