Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

ทุกข์เพราะยึดติดคนที่เรารักมากเกินไป..จนเป็นโรคซึมเศร้า..

"... นึกว่าสิ้นปี2555 นี้ ฉันจะได้เริ่มต้นใหม่กับความหวังที่รอคอยเวลามาถึง3ปีเต็ม ... นึกว่าจะถึงเวลาที่ฉันพร้อมที่จะลืมตาอ้าปากอีกครั้ง...อดทนกับการสิ้นเนื้อประดาตัวได้ถึง3 ปี แต่ละปีผ่านไปได้ด้วยความอดทนของความทุกข์แสนสาหัส 
อารมณ์ที่พิมพ์ไดอารี่ในวันนี้ แตกต่างจากหลายๆครั้ง ที่ผ่านมาพิมพ์ด้วยน้ำตา พิมพ์ไปร้องไห้ไป แต่วันนี้รู้ว่าการพิมพ์ครั้งนี้อารมณ์จะหนักแน่นขึ้นมาก อาจจะเป็นเพราะ1ปีเต็มนี้ผ่านการร้องไห้มากที่สุด คนรอบข้างมีความสำคัญที่สุดที่ทำให้ชีวิตของฉันทุกข์หนักมากกว่าเรื่องการดิ้นรนหาเงินทอง
การเดินทางในทางพุทธศาสนา เป็นเป้าหมายของการพัฒนา
จิตใจ การยึดมั่นถือมั่น ไม่สบายใจ เสียใจ น้อยใจ ก็ไม่มีอะไร ผ่านมาแล้วผ่านไป ทุกข์เรื่องคนผ่านไปได้เพราะใช้ธรรมมะที่ได้ฟังทุกวันและการได้ไปปฏิบัติธรรมค่ะ ..
แต่อย่างไรก็ตาม ความหนักแน่นของฉันยังคงมีไม่มากพอค่ะ เพิ่งผ่านการร้องไห้ข้ามวันข้ามคืนมาได้เพียง2วัน ปัญหาและอุปสรรคใหม่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวและคาดคิดมาก่อน .. ฝันร้ายจะกลับมาอีกครั้งรึป่าวค๊ะ








...
เรื่องสำคัญในชีวิตที่ทำให้คนเราทุกข์คงมีไม่กี่เรื่อง ปัญหาเรื่องเงินจริงๆก็สำคัญในชีวิต ปี52 ตั้งแต่ปิดกิจการร้านค้า ถือว่าเป็นการล้มละลายของการทำการค้า หมดตัวค่ะ ทุกข์มาก ปี53 ทั้งปีฉันดิ้นรนในเรื่องของการหาเงินมาใช้ ยิ่งดิ้นยิ่งเจ็บ เพราะทุนไม่มี ทุกข์ของคนที่แทบไม่มีเงินเหลือสมุดบัญชีเหลือเงินเพียง 54 บาทเท่านั้น ... ปีนั้นดิ้นรนสุดๆ พยายามไม่ท้อจนไม่ทำอะไรเลยในชีวิต .. แต่เมื่อรู้ตัวว่า ยิ่งทำยิ่งแย่ เพราะเงินไม่มีพอที่จะลงทุนอีก ฉันกับพี่สาวเลยต้องมานั่งคุยกัน ถ้าตกงานทั้งสองคนแบบนี้ พ่อแม่จะทุกข์ ไม่มีเงินใช้ทั้งสองคนก็ทุกข์ เราตกลงกันว่า คนหนึ่งไปทำงานหาเงิน อีกคนต้องอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ พี่เน พี่สาวเลยตัดสินใจไปทำงานกับพี่ชาย(ลูกพี่ลูกน้องที่ต่างจังหวัด) .. ถึงฉันจะอยู่บ้าน มีเงินใช้บ้างโดยการขอแม่เดือนละ1000 บาท และปีแรกคือปี54 ทั้งปี พี่เนก็ให้เงินฉันใช้ทุกเดือน  ทุกข์เรื่องของเงินไม่มีปัญหาสำหรับฉัน เพราะค่าใช้จ่ายในบ้านฉันไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ฉันมีข้าวทานทุกมื้อ อิ่มสบายไม่มีวันอดตาย แต่ 2 ปี ที่อยู่แต่บ้าน ทำหน้าที่ดูแลพ่อแม่อย่างดีนั้น กลายเป็นคนที่ไม่มีสังคม โดดเดี่ยวเหมือนอยู่คนเดียว ปีนี้เป็นเวลาที่ฉันต้องเยียวยาจิตใจของตัวเอง  เยี่ยวยาทางด้านทำใจเรื่องของคนที่ฉันรักค่อยๆเดินออกจากชีวิตของฉันไป สาเหตุหลักคือฉันไม่มีเงินเหมือนเมื่อก่อน ไม่สามารถไปทานอาหารแพงๆกับหลายคนได้ ไม่สามารถขับรถพาใครต่อใครไปเที่ยวได้เหมือนเมื่อก่อน ฉันไม่มีเงินพอค่าน้ำมันรถอีกแล้ว ... ในที่สุด แต่ละคนก็เดินออกไปจากชีวิตของฉัน โดยไม่มีใครหันหลังมามองฉันอีกเลย.. 

วันนี้ได้กลับเข้าไปอ่านไดอารี่เก่าๆ ขอบคุณกำลังใจมากมายของพี่ๆน้องๆที่ยังเข้ามาอ่าน  ปี55 นี้ ฉันพิมพ์ไดอารี่ไปเพียงเรื่องเดียวเมื่อต้นปี...เรื่องของเพื่อน.. วันที่พิมพ์ไดอารี่ครั้งนั้น...ฉันคิดว่ามันสำคัญสำหรับชีวิตของฉันค่ะ...ในที่สุดก็สามารถทำใจไม่ให้ยึดติดอยู่กับวัตถุ นั่นคือสินค้าที่เหลืออยู่ ที่ถูกเพื่อนบอกให้ส่งไปเกือบทั้งหมดตอนปลายปี53 .... 1ปีเต็ม ฉันยังไม่ได้รับเงินซักบาทจากเพื่อนที่บอกว่าจะขายสินค้าให้ ... ช่วงนั้นทุกข์มาก ที่ทุกข์ไม่ใช่เรื่องสินค้าและเงิน แต่ทุกข์ที่ฉันไว้ใจเพื่อน..

ถึงแม้ปีนี้เธอคนนี้จะทยอยเงินมาให้ฉันครั้งละ500 ครั้งละ 1000  นานๆโอนเงินมาทีก็จริง .. แต่ฉันไม่ใส่ใจกับสินค้าตรงนั้นแล้ว เพราะถ้าไม่พยายามทำให้ตัดใจจากสินค้าที่ทำด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองและพี่เน ฉันคงกลายเป็นคนทำร้ายตัวเอง เกิดมาก็ไม่มีอะไรเป็นของของเราอยู่แล้ว ฉันจะไปยึดติดอยู่กับสินค้ามากมายตรงนั้นทำไม ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ หลังจากตัดใจได้ ฉันก็ลืมเรื่องนี้ไปเลยค่ะ  หรือเงินที่เธอคนนี้โอนมาทีละนิดๆ เพื่อแลกกับคำด่าว่าในเฟซบุ๊ก โอนมาทีหนึ่งก็ถือโอกาสพูดจาเสียดสีฉันทีหนึ่ง และเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องไปรับรู้ภาษาที่ไม่สุภาพพวกนั้น ฉันdelete ตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อนราชภัฎทันทีตั้งแต่ต้นปี55 แล้วค่ะ ... ฉันไม่ต้องการอยู่ในสังคมคนเยอะๆอีกต่อไปแล้ว ... แค่คนคนเดียวที่ตอนแรกฉันดีใจมากที่ได้ติดต่อเพื่อนเก่าๆที่จากกันไปเกือบ20 ปี แต่คนคนเดียวนี้ทำให้ฉันเสียใจมากที่สุดคือในช่วงที่ฉันกำลังตกอับ ต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือ เธอคนนี้เข้ามาทำลายความรู้สึกดีๆ ที่ฉันเคยมีให้  เพราะความทุกข์หนัก จากการกระทำของเธอคนนี้คนเดียว ทำให้ฉันไม่อยากเจอใครอีกเลย  ฉันจบเรื่องราวของเธอคนนี้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว..เพียงแต่เธอไม่ยอมจบ ไม่นานมานี้ มีข้อความส่งมาถึงฉันโดยตรง พิมพ์ว่าฉันมากมายยาวเป็นหน้ากระดาษ ข้อความชมตัวเองว่าเป็นคนดี อยากช่วยเหลือเพื่อน ...  ฯลฯ ... และเธอคนนี้ได้ส่งข้อวความเหล่านี้เป็นลูกโซ่ให้เพื่อนๆ ในสถานบันที่เราเรียนมาด้วยกันอ่านหมดทุกคน  เธอคนนี้บอกว่าจะประจานฉันให้เสียหาย .... เอาเถอะค่ะ ...ฉันหายโกรธ หายอาฆาต แล้ว ธรรมะที่ฉันศึกษามาหลายปี ได้เอาออกมาใช้อย่างเห็นได้ชัดก็ครั้งนี้  ( เรื่องราวตรงนี้พิมพ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี หลายคนไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างฉันกับเธอคนนี้ ฉันไม่เคยบอกใคร นอกจากเพื่อนสนิท2-3คนเท่านั้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่เธอทำ ฉันไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปพิมพ์โต้ตอบกันอีก ไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้ายิ่งทำก็ยิ่งไม่จบ ฉันขอเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เธอพิมพ์ว่าฉันเสียๆหายๆ ประจานฉันให้เพื่อนทุกคนรับรู้ก็ตาม ... ฉันเชื่อในเรื่องกรรม  "กัมมุนา วัตตีโลโก ..สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม " ฉะนั้นจึงขอยุติกับคนคนนี้และสินค้าที่เหลืออยู่กับเธอ เธอบอกว่าจะสินค้าที่เหลือของฉันไปบริจาคให้หมด...เอาเถอะค่ะ อยากจะทำอะไรกับสินค้าเหล่านั้นก็ได้ เพราะฉันตัดใจไม่ยึดติดกับสินค้าตรงนั้นนานเป็นปีแล้ว...ถ้าใครได้เข้าไปอ่านไดอารี่ที่ผ่านมาของฉัน จะได้รับรู้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของฉันในช่วงระยะเวลา 10 ปีนี้ มันโหดร้ายเสียเหลือเกิน .. ฉันผ่านมันไปได้ทุกครั้งด้วยความอดทน ... 

 









...

แต่ปีนี้ทุกข์ของฉันหนักมากกว่าเดิม ทุกข์ทางด้านจิตใจอย่างรุนแรงกับหลายๆคนที่ฉันรัก ค่อยๆเดินจากฉันไป เพราะ ...." ฉันไม่มีเงิน ไม่มีงาน "  ความดีที่ฉันเคยทำให้ไม่หลงเหลืออยู่เลย พอฉันไม่สามารถไปทานอาหารแพงๆได้อีก ฉันไม่สามารถขับรถพาหลายๆคนไปเที่ยวได้เหมือนเดิม ฉันไม่สามารถซื้อโทรศัพท์ไอโฟน4s เหมือนทุกคนในกลุ่มรักหนักแน่นได้ ... ฉันค่อยๆโดนบีบให้ออกจากกลุ่มหลังจากที่อีก8 คน พร้อมใจกันซื้อโทรศัพท์ไอโฟน4s 

ถึงฉันจะไม่มีงานไม่มีเงิน แต่ฉันยังคงคิดเสมอว่า ไม่เป็นไร กำลังใจมีมากมายจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะน้องๆในกลุ่มรักหนักแน่น ที่เราเคยมีปาร์ตี้กันเกือบทุกเดือน นัดไปเที่ยวตจว.ด้วยกันทุกปี นัดเจอสังสรรค์ทุกๆวันเกิดของทุกคนในกลุ่ม .... ปีนี้เป็นปีที่หนักสำหรับฉันจริงๆ  พอพวกเค้ามีโทรศัพท์ไอโฟนกัน เค้าก็คุยline กัน โดยไม่สนใจฉันเลย ฉันคนเดียวในกลุ่มที่ไม่รู้เรื่องที่พวกเค้าคุยกัน นัดแน่ะกัน คุยสนุกสนานเฮฮา เหมือนเมื่อตอนที่เคยคุยกันในเฟซบุ๊ก ... แล้ววันหนึ่งในเฟซบุ๊กก็ไม่มีการพูดคุยกันอีก  ฉันเป็นคนเดียวที่ไม่รับรู้เรื่องราวของกลุ่มอีกเลย นอกจากพี่เน พี่สาวมาเล่าให้ฟังว่าคุยอะไรกันบ้าง ... แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่พี่เนมาเล่า ..คนชื่อเอ๊ก (ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในกลุ่มรักหนักแน่นนี้ด้วยกัน )จะโกรธพี่เนมาก  และถ้าต่อไปใครเอาเรื่องที่คุยกันในไอโฟนมาเล่าให้ฉันฟัง เอ๊กคนนี้จะแสดงท่าทีไม่พอใจคนที่มาเล่า และโทรไปต่อว่าคนคนนั้นทันทีทุกครั้ง ....

การกระทำแบบนี้ ไม่มีใครรู้สาเหตุว่าทำไม ไม่ว่าใครถามว่าทำแบบนี้ทำไม เค้าไม่มีคำตอบให้ใครเลย ว่า "ทำไม.."  ความทุกข์ของคนที่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีสังคม มีชีวิตอยู่ในบ้าน ความเหงา ความว้าเหว่ กำลังใจเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ...  แต่นี่ เกิดอะไรขึ้น  กรรมอะไรของฉัน ฉันทำอะไรกับเอ็กไว้  ชาตินี้ตัวเอ๊กเองยังไม่รู้ว่าเกลียดฉันทำไม ... ไม่มีคำตอบเลยว่า "ทำไม" ..เอาละค่ะ  ฉันถือว่าเป็นกรรมเก่า ชาติก่อนฉันเคยทำร้ายเด็กคนนี้ ชาตินี้เค้ามาเอาคืน ... ฉันพร้อมที่จะชดใช้กรรมถ้าชาติก่อนเคยเป็นหนี้กันไว้ อยากทำให้ฉันทุกข์ ฉันก็ทุกข์แล้ว ทุกข์ของคนไม่มีกลุ่มอีกต่อไป ทุกข์ของการโดนบีบออกจากกลุ่ม  ...   ฉันรับกรรมแล้ว ร้องไห้ครั้งเดียวแล้วก็จบ ..... ผ่านไปได้อีกเรื่องของต้นปีนี้...พี่เนกับน้องน้อทสงสารฉันมากที่โดนกระทำแบบนี้ พี่เน น้อท และหลาน้องสะใภ้ ก็ออกจากกลุ่มนี้ เพื่อรักษาความรู้สึกของฉัน ทุกคนสงสารฉัน และเลือกที่จะเยียวยาใจของฉันไม่ให้เครียดจนรับไม่ไหว .... เรื่องนี้ฉันผ่านไปได้เพราะ พี่เน น้องน้อท และหลาจริงๆ ค่ะ .. พี่น้องสายเลือดเดียวกัน ยังไงเลือดก็เข้มกว่าน้ำ











...

เรื่องต่อมา กล้วย น้องข้างบ้าน ... น้องที่ฉันรักมากกว่าน้องสาวแท้ๆ  ทั้งดูแลและอยู่ด้วยกันมาตลอดตั้งแต่เค้าเกิด คิดไม่ถึงว่าวันนี้ กล้วยจะเดินจากไปจากชีวิตของฉันโดยไม่หันหลังมามอง  กล้วยเลือกชีวิตที่จะไม่มีพี่คนนี้อีกต่อไป ... ไดอารี่ทั้งหมดที่พิมพ์มา8 ปี จะมีชื่อกล้วยอยู่ด้วยทุกครั้ง เพราะฉันคิดว่า เราร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ไม่เคยทิ้งและห่างกัน ...แต่วันนี้ น้องเลือกที่จะทิ้งพี่คนนี้ เพราะเธอเลือกสังคมใหม่ สังคมของการดื่มกินเทียวกลางคืน ... กล้วยอยู่กับฉันมาเกือบ30 ปี โอกาสกลับดึก ดื่มเหล้า ใช้เงินฟุ่มเฟือย และโอกาสที่จะมีแฟนไม่มีเลย ...

วันนี้พี่คนนี้ดูแลน้องต่อไปไม่ได้ เพราะพี่ไม่มีเงินที่จะให้น้องคนนี้อีกแล้ว เงินที่พี่จ้างให้น้องมาอยู่ใกล้ๆพี่ตลอด มาช่วยพี่ค้าขาย น้องที่พี่ไว้ใจ น้องที่พี่ไม่ยอมให้ใครมาว่า น้องที่พี่คอยปกป้องมาตลอด ... วันนี้กล้วยเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตของพี่ พอไม่ได้ทำงานกับพี่ ไปหางานทำใหม่ ไปมีสังคมใหม่ และที่สำคัญ มีแฟนคนแรกในชีวิต ..  หลายคนบอกว่า กล้วยอยู่กับฉันแล้วเก็บกด น้องไม่มีโอกาสได้ไปเฮฮาประสาคนชอบเที่ยว ชอบดื่ม เพราะฉันไม่ดื่ม ไม่เที่ยว เข้าแต่วัด ... ซึ่งทุกครั้งที่ฉันไปวัดปฏิบัติธรรม กล้วยปฏิเสธที่จะไปด้วยทุกครั้ง ... วันนี้น้องเลือกทางเดินของตัวเอง ใช้ชีวิตของตัวเอง  แต่ ... ทำไมต้องทิ้งพี่คนนี้โดยไม่หันหลังมามองอีกเลย ....

ฉันเสียใจมากที่สุด คิดไม่ถึงว่าน้องที่ฉันรักจะทิ้งฉันได้ลงคอ วันนี้ฉันได้เรียนรู้แล้วว่า "อย่าได้ยึดติดกับใครคนใดคนหนึ่ง อย่าได้คาดหวังกับใครๆเลย .. " ต่างคนต่างเอาตัวเองรอด ...

ทุกข์นี้หนักหนาสาหัสอีกครั้ง ... ร้องไห้ไปหลายครั้ง จนวันนี้ ฉันทำใจได้แล้ว ... และไม่ต้องการที่จะรั้งกล้วยไว้ และไม่คิดที่จะดึงกลับมาอีกตลอดไป ... ต่างคนต่างเลือกเดินในเส้นทางใหม่ของตัวเอง น้องเลือกที่จะมีชีวิตใหม่โดยไม่มีพี่คนนี้อีกต่อไปแล้ว...วันนี้พี่ทำใจได้แล้ว  ยังไงพี่ก็ขออวยพรให้กล้วยเลือกทางเดินที่ถูก อย่าขาดสติ ดูแลรักษาตัวเองให้ดี  พี่ผ่านจุดนี้ได้โดยไม่ทุกข์เรื่องของกล้วยอีกต่อไปแล้ว

และที่พี่ไม่สามารถกลับไปเหมือนเดิมกับน้องได้อีกก็คือ..ปีนี้น้องทำให้พี่เห็นถึงจิตใจที่แท้จริงของน้องซึ่งพี่มองข้ามมาตลอดเลย กล้วยบอกพี่ว่า "กล้วยรำคาญพี่เอ๊กมาก ไม่รู้มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของกล้วยทำไม" แต่แล้วกล้วยก็พูดเล่นคุยเล่นและมีการนัดเจอกับเอ็กมาตลอด  อีกเรื่อง..ปูเพื่อนที่กล้วยเคยบอกว่า ถ้าพี่แนนให้พี่ปูมาทำงานด้วย..กล้วยจะไม่ทำงานกับพี่แนน (มีปูไม่มีกล้วย) พี่เลือกกล้วยให้ช่วยงานพี่ ทำให้ปูเข้าใจพี่ผิด คิดว่าพี่ไล่ปูออกจากงาน แต่วันนี้กล้วยกลับไปคบค้าสมาคมกับปูไปกินดื่มเที่ยวกับปูทั้งปี พี่เพิ่งรู้แจ้งว่า อยู่กับพี่พูดอย่าง และพี่ก็สามารถคิดได้ว่า เวลากล้วยอยู่กับคนอื่นคงพูดอีกอย่างเหมือนกัน...ความจริงใจหายไปไหน ??










...




...
เมื่อต้นปี55นี้ ระหว่างช่วงที่ฉันมีปัญหากับน้องๆในกลุ่มรักหนักแน่น (กล้วยก็อยู่ในกลุ่มรักหนักแน่นค่ะ) เพื่อนรักในกลุ่มที่เรียนป.ตรีด้วยกัน เข้ามาเป็นกำลังใจให้ฉันอย่างมาก เพื่อนรู้ว่าฉันเหงา ฉันว้าเหว่ เพื่อนคนนี้ดีใจที่เราได้กลับมาเจอกันบ่อยๆอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เพื่อนบอกว่า เข้าถึงตัวฉันยากมาก เพราะฉันมีกลุ่มที่รักกันมาก บวกกับที่ฉันหักโหมกับการทำการค้าหลายปี เราแทบไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย นอกจากโทรคุย แต่นานๆถึงจะได้คุยกันที

ปีนี้ เพื่อนคนนี้มีส่วนช่วยให้ฉันคลายทุกข์จากน้องๆในกลุ่มรักหนักแน่นได้มาก เราเจอกันแทบทุกวัน หลังจากเพื่อนเลิกงาน4โมง ฉันจะขับรถไปรับแล้วเราไปว่ายน้ำด้วยกันทุกเย็น เสาร์หรืออาทิตย์ก็จะนัดเจอทานข้าวด้วยกัน... จากการที่ได้เจอกันบ่อยขึ้น ทำให้วันหนึ่ง ขาดความระมัดระวังในเรื่องของคำพูด เพื่อนพูดประโยคหนึ่งที่ฉันเสียใจมาก บอกตรงๆว่าตอนนั้นเสียใจจนรับไม่ได้  จากคำพูดของเพื่อนเพียงประโยคเดียว ถึงมันจะไม่รุนแรง แต่ตอนนั้นใจของฉันยังคงทุกข์เรื่องของน้องๆอยู่ มันยังไม่หายสนิท ยังจมอยู่กับความทุกข์ของคนไม่มีงาน ไม่มีเงินและไม่มีกลุ่มรักหนักแน่นอีกต่อไปแล้ว ความทุกข์ก็ทำให้ฉันขาดสติ  ... 

หลายวันฉันเงียบเฉย ไม่ติดต่อใครอีกเลย ไม่ว่าเพื่อนคนนี้หรือเพื่อนรักคนอื่นๆในกลุ่มที่เรียนมาด้วยกัน จะโทรมานัดเจอกันเสาร์อาทิตย์เหมือนที่ผ่านมาก็ตาม .. ฉันปฏิเสธที่จะเจอทุกคน ใจของฉันตอนนั้น เหมือนคนที่ผิดหวังเรื่องคนทุกๆคน ฉันขอเวลาเพื่อนซักพัก ตอนนี้ไม่พร้อมที่จะเจอใคร หลังจากวันที่ฉันเงียบไปอาทิตย์กว่า เพื่อนโทรมาขอโทษ และพูดว่า "เราลืมไปว่าช่วงนี้แนนกำลังทุกข์ เราขอโทษถ้าพูดอะไรผิดไป "  ฉันไม่ได้โกรธเพื่อน แต่ตอนนั้นฉันรู้สึกเสียใจมาก มันยังทำใจไม่ได้ หลังจากเหตุการณ์นี้ฉันกลายเป็นโรคเครียด จากนอนไม่หลับติดกันเวลาหลายเดือน ทรมานมาก จนถึงทานข้าวไม่ลง และไม่อยากออกไปเจอใครอีกเลย ... ใจมันทุกข์ซ้ำๆ เอาเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นปีมาคิดตลอดเวลา จากการที่เมื่อก่อนชอบเปิดธรรมะฟังระหว่างนั่งทำงานควิลท์ ก็เลิกฟัง ช่วงนั้นใจยังรับฟังธรรมะไม่ได้เลย .. ฟังก็ไม่รู้เรื่องแล้วค่ะ .... นอนไม่ได้นานติดกันหลายเดือน ทานอาหารไม่ลง นน.ลด 3 กิโลภายในอาทิตย์เดียว ... ซึ่งถ้านน.ลดขนาดนี้มันผิดปกติสำหรับฉัน ..

ฉันเริ่มรู้สึกว่าอยากพบจิตแพทย์ ต้องการยานอนหลับอย่างแรง อยากนอนมาก ทรมานมากที่สุดเลยค่ะ... เลยตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ สรุป ฉันเป็นโรคซึมเศร้า  สองอาทิตย์แรกได้ยามาแค่2ชนิด คือยาแก้โรคซึมเศร้า และยานอนหลับ .. สองอาทิตย์นี้ยายังช่วยไม่ได้ อาการนอนไม่หลับยังเหมือนเดิม...จนกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง คราวนี้ได้ยามา4 ชนิด ทานพร้อมกันที่เดียวก่อนนอน .. เพิ่งได้รับความรู้สึกนอนได้ก็เมื่อได้ยา4 ชนิดนี้ ... ทานไปได้เป็นเดือน เริ่มติดยานอนหลับแล้วค่ะ วันไหนพยายามไม่ทาน วันนั้นจะไม่ได้นอนอีก  ช่วงนั้นกลัวติดยานอนหลับมาก เพราะเคยได้ยินมาว่า ถ้ากินยานอนหลับตลอดเป็นเวลานานๆ จะทำให้เลิกกินยานอนหลับยาก ถ้าไม่ได้กินยาจะนอนไม่หลับอีก ....

ช่วงวันพระใหญ่กลางปี โบว์ เพื่อนรักอีกคนชวนไปปฏิบัติธรรมที่วัด

4วันที่ปฏิบัติธรรม ฉันลืมเรื่องความทุกข์ทั้งหมด เพราะมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติจริงๆ อยากลืมความทุกข์ชั่วคราว  ก่อนหน้านี้ ฉันไปปฏิบัติธรรมทุกปีอยู่แล้วค่ะ และวันๆ ก็เปิดธรรมะฟังแทบทุกวัน.. นี่อาจจะทำให้สามารถลืมเรื่องทุกข์ไปได้ชั่วขณะหนึ่ง..ผลจากการที่เคยปฏิบัติธรรมและอานิสงฆ์จากการฟังธรรมทุกวันทำให้ฉันพ้นทุกข์เรื่องคนไปได้เร็วขึ้น...หลังจากกลับจากการไปปฏิบัติธรรมครั้งนั้น อาการนอนไม่หลับก็หายสนิทเลยค่ะ...กลับบ้านวันแรก สามารถนอนหลับสบายได้ และหลังจากวันนั้น ก็นอนหลับได้ปกติจนถึงทุกวันนี้ ไม่ต้องอาศัยยานอนกลับ ยาแก้โรคซึมเศร้าอีกแล้วค่ะ

หลังจากความรู้สึกของฉันหายเป็นปกติ ฉันจะกลับไปนัดเจอเพื่อนรักคนเดิมอีก แต่ช่วงนั้นเพื่อนคงเสียใจที่ฉันหายไปนาน เธอเลือกที่จะไม่เจอฉันเหมือนเดิมอีกแล้ว เธอบอกว่า ตอนนี้เธอมีเพื่อนที่จะไปว่ายน้ำด้วยกันแล้ว และต่อไปคงไม่ว่างมาเจอฉันเหมือนเดิมแล้ว

ฉันเข้าใจค่ะ..เป็นเพราะฉันเองที่ไม่ยอมเจอใครช่วงนั้น เพื่อนคงคิดว่าสาเหตุมาจากเธอ จริงๆมันรวมกันหมด ฉันเก็บความทุกข์หลายๆเรื่องมารวมกันทำให้ฉันเครียดจนเป็นโรคซึมเศร้า วันนี้เราไม่ได้โกรธกันค่ะ ยังเจอกับบ้าง โทรคุยกันบ้าง แต่ไม่บ่อยเหมือนเดิมอีกแล้ว

 









...
วันนี้ฉันมีโบว์เพื่อนรักมากที่สุด ที่ทำให้ฉันได้หลุดพ้นทุกข์ของปีนี้ไปได้ โบว์ไม่เคยทิ้งฉันเลย ยังไปมาหาสู่ และมาอยู่เป็นเพื่อนทุกวันหยุด ส่วนน้องส้มก็คอยโทรหาพี่แนนทุกครั้งที่ส้มว่าง (น้องส้มก็อยู่ในกลุ่มรักหนักแน่นค่ะ กลุ่มแตกเป็นสองกลุ่มไปแล้ว เอ็กสามารถดึงคนในกลุ่มออกไปได้4คน ที่เหลืออีก5คนก็กลุ่มพี่น้องของฉันและมีน้องส้มอีกคนที่เหลือที่จะอยู่ข้างพี่แนนคนนี้) ส้มพยายามหาเวลาที่จะไปช้อปปิ้งกับฉัน  ส่วนพี่เน คอยโทรศัพท์ถามทุกข์สุขของฉันแทบทุกวัน ถ้าวันไหนแนนทุกข์หรือเครียด พี่เนจะรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแนนทุกครั้ง .. ส่วนน้องน้อทตั้งแต่รู้ว่าชีวิตของพี่แนนคนนี้ทุกข์เรื่องของคนใกล้ตัว น้อทหันมาช่วยเหลือพี่เวลาพี่ขอความช่วยเหลือทุกเรื่องเลยค่ะ

เวลานี้ฉันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่เอาใจไปยึดติดกับคนที่ไม่รักเราอีกแล้ว ... ฉันหาเวลาไปเรียนเพ้นท์ด้วยการหาเงินไปเรียนเอง โดยการทำกระเป๋าขายญาติๆนี่แหละค่ะ ... การได้ไปเรียนเพ้นท์ทำให้มีเพื่อนใหม่ๆ ชีวิตก็ไม่เหงา ทุกวันก็ทุ่มเทเวลาให้พ่อแม่ เวลาว่างก็จะเอากล่องมาเพ้นท์ หรือไม่ก็ทำงานควิลท์ไปเรื่อยๆ 

ชีวิตไม่เหงาแล้วค่ะ ชอบที่จะนั่งทำกระเป๋าหรือเพ้นท์ ทำไปก็เปิดธรรมะฟังไป ยิ่งฟังมากยิ่งเข้าถึงธรรมมากขึ้น ถึงแม้ว่าทุกข์มันไม่หายไปจากชีวิต แต่ฉันมีสติมากขึ้น รู้ว่า นี่คือทุกข์ และสุข แต่ทั้งทุกข์และสุขก็ไม่อยู่นานตลอดไป... ทุกข์สุขสลับกันไปแบบนี้ ...ไม่มีอะไรเที่ยง "อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา" ฉันเริ่มเข้าใจสัจธรรมมากขึ้น .. อยู่อย่างพอเพียง มีข้าวทานทุกมื้อ มีพ่อแม่อยู่ข้างๆ และที่สำคัญ มีลมหายใจ .. เงินมีความสำคัญก็จริงค่ะ แต่ฉันพอเพียงกับชีวิตตรงนี้แล้ว ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นต้องไปทานอาหารแพงๆ ที่ภัตตาคารหรูเหมือนเมื่อก่อน ไม่อยากไปเที่ยวที่ไหนอีกแล้วค่ะ เพราะฉันได้ใช้ชีวิตเหล่านั้นคุ้มแล้วค่ะ อิ่มตัวกับเรื่องของการกินและเที่ยวแล้วค่ะ

 









...

 ยังไม่จบค่ะ...ปีใหม่เริ่มต้นใหม่ปี 2556 นี้ ฉันคาดหวังว่าชีวิตของฉันกำลังหลุดพ้นทุกข์ได้แล้วทุกเรื่อง เวลาผ่านไป3ปี เพียงพอกับการอยู่บ้าน มันถึงเวลาของฉันที่จะลุกขึ้นสู้ชีวิตเรื่องของการทำงานหาเงินอย่างจริงจังอีกครั้ง  ฉันคิดว่าตอนนี้มีภูมิต้านทานปัญหาและเรื่องทุกข์ทั้งหลายจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ฉันพร้อมที่จะเริ่มกลับมาหางานทำเป็นของตัวเองอีกครั้ง

ตั้งแต่ต้นเดือนธค.นี้ ฉันกับโบว์กำลังลงทุนร่วมกัน เราจะเปิดโรงเรียนสอนงานฝีมือ ซึ่งฉันใช้เวลา3 ปีในการไปเรียน และสะสมความชำนาญในการทำงานควิลท์ และ งานเพ้นท์  สำหรับโบว์ก็หาเวลาไปเรียนเดคูพาจ เราสองคนพยายามมสะสมความรู้ทั้งหมดในงานที่เราสนใจ จนเราคิดว่า เราพร้อมที่จะเปิดรร.สอนได้แล้ว ... เดือนธค.ทั้งเดือนเราเตรียมของ ลงทุนลงแรง จัดรร. ที่จะเปิดนี้อย่างมีความสุข

แต่วันนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ความสุขมันค่อยๆหายไปตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม อุปสรรคเข้ามาอย่างแรง .. ปัญหาเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ฉันเตรียมจะเปิดรร.อีกไม่กี่วันข้างหน้า ห้องเรียนก็ทำใหม่ เดิมสถานที่ตรงนี้เป็นoffice ที่อพาร์ตเม้นท์ของแม่  ช่วง3ปีที่ฉันอยู่บ้าน ฉันทำหน้าที่ดูแลพ่อแม่ และช่วยแม่ดูแลอพาร์ตเม้นท์ของแม่ ซึ่งตอนที่แม่กับพ่อดูแลอพาร์ตเม้นท์นี้กันเอง2คน มีแต่ปัญหา แม่เครียดมาก ส่วนพ่อก็อายุมากแล้ว แต่ต้องเทียวไปเที่ยวมากับอพาร์ตเม้นท์นี้ เพราะต้องซ่อมโน้นนี่เยอะแยะ ฉันสงสารพ่อกับแม่  อายุขนาดนี้แล้วน่าจะได้พักผ่อนที่บ้าน ฉันรับอาสาเข้าไปดูแลและจัดการเรื่องต่างๆที่อพาร์ตเม้นท์นี้เองคนเดียวซึ่งยากมาก เพราะฉันเข้าไปจัดการเรื่องของค่าเช่า คนเช่าเก่าๆหลายคน ไม่สนใจสิ่งที่ฉันเข้าไปเปลี่ยนแปลงกฎเล็กน้อย  และปัญหาซ่อมข้าวของที่เสียหาย ฉันคนเดียวทำไม่ได้ มันไม่ใช่งานของผู้หญิง แต่ฉันก็พยายามทำเองคนเดียว เปลี่ยนประตู หน้าต่างบานเกล็ด เปลี่ยนหลอดไฟ และอื่นๆอีก  แต่การที่ต้องทำคนเดียวมันเหนื่อยค่ะ เหนื่อยทั้งกายและใจ  คนเช่าบางคนก็ไม่เกรงใจ เดิมที่นี่ปกติไม่มีใครเข้าไปดูแลตลอด เดือนหนึ่งจะเข้าไปเก็บค่าเช่าแค่2 วัน เวลามีปัญหาเรื่องภายในอพาร์ตเม้นท์ มันยากต่อการแก้ปัญหาได้ทุกครั้ง ฉันเลยตัดสินใจที่จะเปิดรร.สอนงานฝีมือที่อพาร์ตเม้นท์ของแม่นี้เลย จุดประสงค์คือ จะเข้าไปดูแลได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญ ฉันอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการมีงานทำ  ชีวิตของฉันล้มมาแล้วครั้งหนึ่ง ระยะเวลาหนึ่งที่ฉันพักรักษาใจ  ฉันไม่เคยคิดว่าล้มแล้วจะไม่ลุก เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาของตัวเองจริงๆ  ระยะเวลา3 ปีนานพอสำหรับพักรักษาใจ และ เวลาลงตัวในเรื่องของการจัดสรรเวลาดูแลพ่อแม่ คือ ฉันจะเปิดสอนงานฝีมือเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดา ก็อยู่บ้านดูแล ทำงานบ้าน หาอาหารให้พ่อแม่เหมือนเดิม...วันเสาร์ อาทิตย์ พี่เนจะกลับมาทำหน้าที่ดูแลพ่อแม่แทนฉัน ...

ตั้งแต่เริ่มเข้าไปจัดการเตรียมเข้าของเข้าไปจัดห้องครั้งแรก ปัญหาก็เข้ามา เรื่องแรกคือ ฉันตั้งใจจะให้คนที่มาเรียนมาจอดรถที่ลานจอดรถหน้าซอยอพาร์ตเม้นท์ เพราะทางเข้าในซอยแคบมาก ขับรถเข้าลำบากสำหรับรถใหญ่ ฉันตั้งใจว่าจะไปขอเช่าที่ลานจอดตรงนี้ เพื่อให้สำหรับคนที่จะมาเรียน แต่แล้วก็ต้องตกใจมาก ที่อยู่ๆ ลานจอดรถตรงนี้ กลายมาเป็นที่พักคนงานก่อสร้าง เรื่องนี้ทำให้ฉันเครียดขึ้นมาอีกครั้ง มีก่อสร้างหน้าปากซอย ใครจะกล้าเข้ามาเรียน และถ้าไม่มีที่จอดรถ ก็ไม่สะดวกที่สำหรับคนที่มีรถ อยู่ๆปัญหาใหญ่เรื่องแรกก็เข้ามา ฉันกลายเป็นโรคเครียดอีกครั้ง คราวนี้ไมเกรนขึ้นเลย ต้องทานยาแก้ปวดบ่อยมาก 

เอาละทำอะไรไม่ได้แล้ว งั้นหาทางให้คนที่มีรถที่จะมาเรียน เข้ามาจอดรถในอพาร์ตเม้นท์เลย ..

คิดแล้วก็วางใจ ก่อนที่จะเทปูนซีเมนท์ ทำที่จอดรถ ฉันก็ปรับปรุงห้องเรียนหลายอย่าง ทำประตูกระจกใหม่ เปลี่ยนหน้าต่างจากบานเกล็ดเป็นกระจกใสบานใหญ่ เปลี่ยนก็อกน้ำให้ใหญ่ขึ้นเพื่อสะดวกต่อการล้างแปรงสี พู่กัน ปรับปรุงห้องเปลี่ยนจากoffice เป็นห้องเรียนอย่างเต็มตัว ...กะว่าหลังปีใหม่นะจะติดแอร์ที่ห้องเรียน และ ปูพื้นซีเมนท์ทำที่จอดรถ  วางแผนทุกอย่างเรียบร้อย เรื่องร้ายๆเข้ามาอีกจนได้

เมื่อวาน ฉันกับโบว์ เข้าไปจัดแต่งห้องเรียนให้เรียบร้อยอีกครั้งคิดว่าจะจัดให้พร้อมที่จะเปิดรร.เมื่อไหร่ก็ได้แล้ว แล้วอยู่ๆ ก็มีพวกขี้เหล้าซึ่งเมื่อก่อนกลุ่มนี้นั่งดื่มกันบริเวณอื่น แต่อยู่ๆ พอพวกนี้รู้ว่าฉันจะเข้ามาทำรร.ที่นี่ พวกนี้ย้ายจากที่ดื่มเหล้ามานั่งตรงหน้าอพาร์ตเม้นท์พอดี เมื่อวานดื่มเหล้ากันเสียงดัง เพื่อเรียกร้องความสนใจให้เราสองคน เราก็ไม่ได้สนใจอะไร แล้วอยู่ๆ ไอ้คนที่เป็นวินมอเตอร์ไซค์ เดิมมันจะอยู่แค่หน้าปากซอย ไม่เคยเดินเข้ามาแถวอพาร์ตเม้นท์เลย ปกติมันชอบมาไถ่เงินพ่อเวลาพ่อไปอพาร์ตเม้นท์ ตอนนี้มันรู้ว่าฉันมาทำหน้าที่แทนพ่อ เกือบ1เดือนที่ฉันเข้าไปจัดสถานที่สอน มันพยายามวิ่งมาที่ประตูอพาร์ตเม้นท์ ทำทีว่ามาช่วยเปิดปิดประตูให้ ทำทีมาโบกรถให้ ฉันเกลียดเหลือเกินคนคนนี้ รู้ว่ามันต้องการมาไถ่เงินฉัน แต่ในใจฉัน เกลียดคนแบบนี้ งานตัวเองก็มีเป็นวินมอเตอร์ไซด์ รายได้ก็มี ส่วนฉัน ไม่มีรายได้เลย ไม่มีเงินเลย มีแต่เงินที่ขอแม่ใช้ไม่กี่บาท ส่วนเงินลงทุนก็ขอคุณป้าจำนวนน้อยมาก  ฉันมีเงินจำกัดในการลงทุนตรงนี้ ฉันทนกับการไม่มีเงินใช้มานานมาก ตอนนี้ก็ยังไม่มี ยังไม่มีรายได้เลยซักบาท มันจะมาไถ่เงินคนที่ไม่มีเงินเลยได้อย่างไร มีมือมีเท้า ไม่ได้พิการ อยู่ๆจะมาขอเงินฟรีๆจากคนที่ล้มละลาย จะเอาที่ไหนมาให้คะ

ระหว่างที่เข้าไปจัดห้องเรียนกับโบว์ ไอ้วินมอเตอร์ไซค์คนนี้มันเข้ามาถึงในห้องเรียน ในสภาพที่มีกลิ่นเหล้า ทำทีมาช่วยยกตู้ ทั้งๆที่ฉันบอกว่าไม่ต้องให้วางลง มันจะเข้ามาถึงกลางห้องให้ได้ ฉันยืนขวางและเอามือกดตู้ที่มันยกลง กดให้มันวางลงกับพื้น หลังจากนั้น มันพยายามทำทีจะเข้ามาช่วยจัดของอีก2 ครั้ง ฉันบอกไปแล้วว่าไม่มีอะไรให้ช่วย ซึ่งฉันเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยซะแล้ว บวกกับกลุ้มใจมากที่อยู่ๆไอ้พวกขี้เหล้าทั้งกลุ่มรวมทั้งไอ้วินมอเตอร์ไซค์คนนี้มันมานั่งหน้าอพาร์ตเม้นท์และคอยจ้องเราสองคนตลอดเวลา มันพลัดกันเดินเข้ามามอง มีส่งเสียงเรียกร้องความสนใจดังๆ

มันอะไรกันค่ะ ..ชีวิตของฉันจะไม่มีวันสงบเลยเหรอ จะไม่ให้ลืมตาอ้าปากเหมือนคนอื่นๆเลยเหรอ จะให้ฉันล้มแล้วไม่ต้องลุกยืนเลยใช่มั๊ยคะ มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉัน ฉันลงทุนลงแรงไปขนาดนี้ ตั้งความหวังไว้สูงกับการที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ของการทำงาน นี่มันยังไม่ได้เริ่ม มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉัน

วันนี้ฉันกลับบ้าน ร้องไห้แทบเป็นแทบตาย ร้องไห้จนถึงเช้า จะฆ่ากันให้ตายเลยใช่มั๊ย  กรรมอะไรของฉันที่เข้ามาทำร้ายให้ฉันจมลงใต้ดิน ไม่ให้โผล่หัวขึ้นมาเลยใช่มั๊ย

รร.ที่ฉันตั้งใจกำลังจะเปิดอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในสถานการณ์ที่เป็นแบบนี้ ใครจะมาเรียนคะ มีขี้เหล้ามาตั้งโต๊ะเป็นกิจลักษณะแบบนี้ ตะโกนส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ และถือวิสาสะเดินเพ่นพ่านเข้ามาในอพาร์ตเม้นท์ พากันเดินเข้ามาทำตัวเป็นเจ้าถิ่น

แล้วฉันจะทำยังไงต่อไป ไปมีปัญหากับคนพวกนี้ก็ไม่ได้ จะไล่ให้ไปนั่งดื่มกันที่อื่นก็ไม่ได้ จะห้ามไม่ให้เข้ามาในอพาร์ตเม้นท์ก็ไม่ได้ เพราะทั้งพ่อแม่และทุกคนก็ห่วงความปลอดภัยของพวกเรา เราไปมีปัญหากับคนแบบนี้ไม่ได้เลย

ฉันร้องไห้ตั้งแต่เมื่อคืนจนเช้า หลับไปแค่สองชม. ฝันร้าย  นอนสะอื้นจนรู้สึกตัว พอรู้สึกตัวทีนี้ก็ร้องไห้ออกมาจริงๆ พี่เนเข้ามาเห็น เข้ามากอด มาลูบหัวน้อง พี่เนสงสารน้องคนนี้ พยายามปลอบว่า เรายังมีทางแก้ปัญหา ค่อยๆคิด

พ่อแม่ก็ช่วยกันคิดหาทางกันอยู่..ตอนนี้ฉันหยุดคิด หยุดเครียด ไม่คิดแล้ว คิดไม่ออก พรุ่งนี้วันที่31 ธค. ฉันกับโบว์และพี่เนจะไปสวดมนต์ข้ามปีแถวฟาร์มพี่เนที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ฉันขอเวลาพักสมอง ขอเวลาสงบสติอารมณ์ ขอหยุดเวลาทั้งหมดไว้ตรงนี้ ขอไม่คิดอะไรเลย

ยังแก้ปัญหาไม่ได้ค่ะ  วันนี้เข้ามาพิมพ์ความทุกข์แบบไม่ตั้งตัวอีกครั้ง เป็นครั้งแรกที่ยังแก้ปัญหาความทุกข์ตรงนี้ยังไม่ได้ ขอเวลาซักพักนะคะ

วันนี้อาจพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกนะคะ  เพราะตีสี่ครึ่งแล้ว ไม่มีเวลามา proof อีกที หลังจากกลับจากสวดมนต์ข้ามปีวันที่1 มค.56  จะเข้ามาใส่รูปห้องเรียน สถานที่เรียน ให้ดูอีกครั้งนะคะ

 





 

 









 



  ดูสีหน้าที่มีความสุข..แต่ใจเวลานั้น รู้สึกแย่มากๆค่ะ เพราะวันนี้วันที่ถ่ายรูปกันนี้ เป็นวันที่เจอเหตุการณ์ทั้งหมดที่เล่าด้านบน เจอพวกกลุ่มดื่มเหล้าอยู่หน้าอพาร์ตเม้นท์ เจอวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาในห้องเรียน ต่อไปจะทำยังไง ยังคิดไม่ออกจริงๆค่ะ ขอเวลาไปสงบสติ 2 วัน แล้วค่อยกลับมาคิดแก้ปัญหาต่อไปค่ะ ..




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2555
11 comments
Last Update : 2 มกราคม 2556 1:39:02 น.
Counter : 3977 Pageviews.

 

สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ
^_______^


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: วันฝัน วันซันเดย์ 31 ธันวาคม 2555 11:56:35 น.  

 

สวัสดี ปีใหม่ ขอให้สุข
หมดสิ้นทุกข์ กายจิต มิผิดผัน
อายุมั่น ขวัญยืน สี่หมื่นวัน
มีผิวพรรณ ผ่องนวล เย้ายวนชม

 

โดย: ต่ายจัง (nuanapa ) 31 ธันวาคม 2555 16:17:30 น.  

 

ผ่านสิ่งเก่า ๆ ไป เพิ่มความแข็งแกร่ง และขอให้มีกำลังใจในการฝ่าฟันและพบเจอสิ่งดี ๆ ในปีต่อไปนะคะ

 

โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) 31 ธันวาคม 2555 18:57:07 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะขอให้คุณและครอบครัวมีแต่ความสุขนะคะ ขอให้เป็นปีที่ดีและมีแต่ความสมหวัง มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงตลอดไปค่ะ

สู้ๆนะคะ คุณทำได้ค่ะมีฝีมืออย่างนี้ลองเปิดขายในเฟสบุคก้อน่าจะดีนะคะ

 

โดย: Maetubtim 2 มกราคม 2556 4:58:51 น.  

 

นี่คือทุกข์ และสุข แต่ทั้งทุกข์และสุขก็ไม่อยู่นานตลอดไป... ทุกข์สุขสลับกันไปแบบนี้ ...ไม่มีอะไรเที่ยง

เป็นกำลังใจให้นะ

 

โดย: ระเด่น IP: 49.49.204.50 6 มกราคม 2556 17:54:04 น.  

 

ขอบคุณค่า

 

โดย: ซ่อนทรายแก้ว 7 มกราคม 2556 0:25:04 น.  

 

หวัดดีครับ
ได้เข้ามาอ่านเรื่องราวมากมายของชีวิต...ทำให้คิดว่า ออื่ม...ยังมีคนที่เขาทุกข์กว่าเราอีกนะ...ทำให้มีกำลังใจต่อสู่อีกมาก
อันที่จริงชิวิตของผมก้อไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเจอมรสุม..เพราะมีความมั่นใจ..และต่อสู้ชีวิตมานาน...ประสบผลสำเร็จชีวิตมากมาย...ท้ายสุดเจอปัญหาแทบเจียนตายมาเหมือนกัน...ที่สุดธรรมะช่วยไว้ครับ

ชีวิต..มันมีอะไรมากมาย...บางครั้งแทบไม่น่าเชื่อว่า..ช่วงชีวิตหนึ่งจะเปนไปได้ถึงเพียงนี้....แต่ชีวิตก้อคือชีวิต...มันย่อมมีการเปลียนแปลงได้ตลอดเวลา....ไม่มีอะไีแน่นอน.....
ที่สุดแล้วใจที่เปนทุกข์เพราะเราไปยึดติดกับสิ่งที่ไม่เทียงแท้..จนทำให้ใจเราทุกข์ครับ..

 

โดย: อลงกต IP: 203.153.163.34 26 กรกฎาคม 2556 14:12:01 น.  

 

ตอนนี้ไม่ทุกข์เหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ...ธรรมะช่วยได้จริงๆค่ะ ... ความจริงทุกวันนี้มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ไม่คิดถึงอดีตอนาคตแล้วค่ะ อยู่แต่กับปัจจุบันจริงๆ ... ทำหน้าของลูกที่กตัญญูให้มากที่สุด ทำให้พ่อแม่มีความสุขมากที่สุด .. ต่อไปก็แบ่งหน้าที่ช่วยเหลือคนรอบข้างไล่จากพี่น้องก่อน ใครต้องการความช่วยเหลือบอกมาได้ตลอดเวลาค่ะ .. และเวลาที่ยังเหลือก็จะแบ่งความช่วยเหลือให้คนรอบข้างต่อไปอีก...ตอนนี้มีชีวิตอยู่ด้วยการให้เท่านั้น...ให้ไม่ต้องการผลตอบแทนใดๆ ตอนนี้รู้แล้วว่าความสุขของแนนก็คือการให้และการได้ช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ และพร้อมจะแบ่งปันการให้กับเพื่อนมนุษย์จริงๆค่ะ

 

โดย: ซ่อนทรายแก้ว 17 สิงหาคม 2556 1:00:08 น.  

 

^_^

 

โดย: สวัสดี (destinypeterpan ) 22 พฤศจิกายน 2556 19:18:58 น.  

 

ในวันนี้เราเจอทุกข์เช่นกันค่ะ เรามีทั้งน้ำตา นิ่งเฉย และเบื่อหน่าย ความรู้สึกไม่แน่นอนวิ่งวนและเป็นความรู้สึกที่ไม่จริงแท้จริงๆ ค่ะ

ทางออกของเราคือเดินทางทำบุญค่ะ ทำบุญของเราคือไปไหว้พระ กราบรอยพระบาท ร่วมหล่อร่วมสร้างเพื่อทำนุบำรุงพุทธศาสนา เราทำบุญได้เพียงเล็กน้อยๆ แต่เราตั้งใจ บางครั้งเราไม่ได้ร่วมปัจจัยแต่เราร่วมแรง เราเอาแรงเราทำความสะอาดวิหารลานเจดีย์เท่าที่โอกาสพึงมี
เราไปกับแม่เรา แม่เราเหมือนเพื่อนเรา ไปทำบุญของเราเลยเหมือนเราเดินทางท่องเที่ยวกันไปด้วย เราสุขใจนะ

ตอนนี้บางครั้งเราก็คิดเหมือนกันว่าเราเป็นคนหนีความเป็นจริงหรือเปล่า คือหลบจากโลกปัจจุบัน หลบจากสิ่งที่เจอ สิ่งที่เป็น และเสาะหาทางที่สุขใจเพื่อเตรียมพร้อมไปที่โลกหน้า เราคิดว่าคุณคงคิดเช่นเดียวกันกับเรา
ขอบคุณนะสำหรับบันทึกเรื่องราว ได้อ่าน ได้รู้ว่าทุกๆคนมีทุกข์ แต่จะหาทางพ้นทุกข์ได้อย่างไร บันทึกของคุณคงสร้างทางออกให้กับคนบางคนได้เช่นกัน

ขอบคุณ และ ขอบคุณ

 

โดย: สาวิตรี (ปุ๊ก) IP: 125.27.223.63 28 มีนาคม 2557 22:57:13 น.  

 

จริงๆแล้ว การเกิดของคนก็คือการเกิดทุกข์ขึ้นแล้วละค่ะ .. เกิดมาหิวก็ทุกข์ เจ็บป่วยก็ทุกข์ .. สรุปคือการเกิดเป็นทุกข์ ..แต่ใครจะค้นหาทางออกจากทุกข์ได้เท่านั้นเองค่ะ...ไม่มีใครที่ไม่มีความทุกข์ ... ตอนนี้แนนก็ยังมีความทุกข์อยู่ แต่เรามีสติที่รู้ว่ากำลังทุกข์และพยายามทำสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ที่สุดในขณะปัจจุบันที่กำลังทุกข์ .. ความทุกข์ใจในก็จะลืมได้ ไม่ว่าจะชั่วขณะหนึ่งก็ตาม แต่เราก็ค่อยๆผ่านเวลาของความทุกข์นั้นไปค่ะ ... ผ่านไปด้วยการมีสติที่จะหาทางออกของทุกข์ด้วยการหากิจกรรมดีๆ ทำตลอดเวลาค่ะ เช่นทำงานบ้าน ดูแลคนป่วย ช่วยเหลือคนทื่ต้องการความช่วยเหลือ และเอาเวลามาทำกระเป๋าควิลท์ขาย ค่อยๆทำสะสมไป ขายได้หรือไม่ก็ไม่เป็นไร เอาไว้ดูชื่นชมผลงานของตัวเอง ... เอาเวลาที่ทำงานควิลท์เปิดธรรมะฟัง...ความสุขก็เกิดขึ้นได้ในชั่วขณะหนึ่งเช่นกันค่ะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้หลายๆคนที่กำลังตกอยู่ในความทุกข์นะคะ....ทางออกที่ดีคือทำความดี ช่วยเหลือคนอื่น และธรรมะช่วยให้ท่านพ้นทุกข์ได้ค่ะ

 

โดย: ซ่อนทรายแก้ว 16 พฤษภาคม 2557 22:04:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.