Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
8 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
บันทึกหน้าสุดท้าย.."เมื่อรู้จักปลง รู้จักวาง.. ชีวิตก็เป็นสุข"



...มันเป็นความจริงนะคะ ที่ธรรมะสอนให้คนรู้จักปลง รู้จักวาง ทำได้เมื่อไหร่อยู่ที่ไหนชีวิตก็เป็นสุข..

ในที่สุดความยากลำบาก ความอดทนกับสภาพชีวิตที่เป็นอยู่ วันนี้คำว่าทุกข์หายไปโดยสิ้นเชิง....

ความจริงไดอารี่ก่อนหน้านี้ที่พิมพ์ว่า "สวดมนต์ไปร้องไห้ไป...ชีวิตทุกข์หรือเกิน"...ฉันได้คำตอบแล้วว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น...ทำไมสวดมนต์น้ำตาต้องไหลพรากๆ...

พี่ซินดี้ ดี...ดูกรรมให้ค่ะ...ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นการนั่งสมาธิดูเหมือนคนอื่นๆ...จะว่าฉันเชื่อหรืองมงายก็ตาม...แต่คำพูดของพี่ซินดี้ ดี ทำให้ทุกข์ที่ฉันคิดว่าทุกข์หายไปทันที....

จริงๆ..ก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าร้านค้าที่ฉันเหลืออยู่เพียงร้านเดียว แต่แทบไม่มีการซื้อขายเลยเป็นเวลา 3เดือนกว่า....ถ้าเป็นปีที่แล้ว บอกแล้วค่ะ คงเครียดร้องไห้ทุกคืนหรือไม่ก็ประชดชีวิต หนีออกจากบ้านไปเลย หรือไม่ก้อฆ่าตัวตาย....แต่จากที่เจอเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาแล้ว 5 ปี เรายังผ่านมันไปได้ เหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำๆ...บางเดือนขายได้เป็นแสนๆ บางเดือนไม่ถึงหมื่น เป็นแบบนี้สลับไปสลับมาถึง 5 ปี .. ช่วงขายได้ดิบได้ดี ก็ดีใจหาย....ช่วงขายไม่ได้เลย ก็ทุกข์แทบตาย.....

นี่แหละหนาชีวิต
....




ก่อนหน้าไดอารี่ที่แล้ว...ถ้าไม่เกี่ยวกับการเอาปลาเป็นๆ8ตัว ไปให้ร้านอาหาร ภัตตาคารชิม ฉันก็ไม่ถึงกับทุกข์ขนาดสวดมนต์ไปน้ำตาไหลไปหรอกค่ะ ตั้งแต่หันหน้าเข้าวัด ปฏิบัติธรรม ฟังและอ่านธรรมะมาก มากจริงๆ...เป็นเวลาปีกว่า...ไปอยู่วัดฝึกวิปัสสนากรรมฐานหลายครั้ง ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะรู้ตลอดเวลาว่า จิตสงบ หรือฟุ้งซ่านอีก...

3 เดือนที่ผ่านไป...ไม่ทุกข์เลย ทั้งๆที่ร้านแทบไม่มีเงินเข้าเลยซักบาท เราอยู่ได้ด้วยเงินเก็บที่เหลือจากออเดอร์หลายๆครั้งช่วงต้นปี...เหลือไม่มาก แต่พยายามใช้น้อยๆ...

เดือนที่แล้วตค..เหลือเงินไม่กี่พันสำหรับ3ชีวิต...แล้วไงละคะ ...ทุกข์ไปจะได้อะไร...เหตุการณ์เดิมๆ...เคยเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว ..เรารอดมาได้ทุกครั้ง เพราะเคยบอกแล้วว่า "ปาฏิหาริย์มีจริง" ทุกครั้งที่ฉันกำลังทุกข์แสนสาหัสจริงๆ เงินไม่เหลือเลย เงินไม่พอจะจ่ายค่าเช่าร้าน ค่าลูกจ้าง ค่าผ่อนรถ ค่าโน้นค่านี่ รวมแล้วเป็นแสนต่อเดือน...พอถึงวันที่ต้องจ่ายเงินจริงๆ..ก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วย..เงินมันมาถึงมือวันสุดท้ายที่เป็นเส้นตาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คงไปดลใจให้ลูกค้ารายใหญ่มาที่ร้านทุกครั้งจริงๆค่ะ....เงินเป็นหมื่นๆแสนๆ มันมาได้ในวันสุดท้ายทุกครั้งที่เรากำลังจะแย่...

อาชีพค้าขายหรือ(แม่ค้า) 8 ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ ประสบการณ์มากมายจริงๆ เจออะไรบ้างทั้งดีและเลวร้ายก็พิมพ์ไว้หมดแล้ว...

ไดอารี่นี้..จะเป็นไดอารี่สุดท้ายที่จะเขียนเล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิต เพราะ ฉันคิดว่าตัวเองหลุดพ้นทุกข์จากสิ่งเลวร้ายทั้งปวงได้แล้ว...ไม่ต้องมาเขียนเล่าว่าวันนี้เกิดเรื่องเลวร้ายอะไร แล้วมีอะไรมาช่วย อีกต่อไป...

เพราะรู้แล้วว่า ที่ผ่านมามันเป็นเพราะอะไร...ทำไมเหตุการณ์ต่างๆถึงต้องเกิดกับฉัน...

เคยได้ยินใช่มั๊ยคะว่า " ไม่ใกล้ตาย จะไม่เข้าวัด ไม่เห็นสัจธรรม" หรือไม่อีกอย่างคือ " ไม่ทุกข์ก็ไม่เข้าวัด"

นี่ละค่ะ..ที่มา..และบทสรุปชีวิตของฉัน
...




ความทุกข์ที่เกิดขึ้นมากมาย เริ่มจาก ทุกข์แรกและทุกข์มากที่สุดคือ "การไม่สมหวังเรื่องความรัก" ทุกข์นี้มันกินใจลึกมากมาเป็นเวลาเกือบ8ปี ทุกข์นี้มาพร้อมกับกับการมีร้านค้าเป็นของตัวเอง...

ที่เปิดร้านเพราะ จะได้ไม่ว่างมากเกินไปและตั้งความหวังว่าจะรอคอยพี่baddog ที่ร้านทุกวินาที..ไปไปมามา มันกลายเป็นอาชีพไปโดยไม่รู้ตัว ..

ทุกข์ของความรักกับทุกข์ของการดิ้นรนต่อสู้ทั้งคนและสภาพเศษรฐกิจมันเข้ามารวมกัน จนกลายเป็นทุกข์สะสม อัดเข้าอัดเข้า ...

ทางเดียวที่ฉันคิดว่าจะช่วยให้หายจากทุกข์ทั้งหมดนี้คือ...เข้าวัด...


เข้าวัดเพื่อฝึกวิปัสสนากรรมฐานครั้งแรก เมื่อปี 2007 ไป3วัน..ยังค่ะ ครั้งแรกปฏิบัติยังไม่ค่อยได้...ไปเพื่อทดสอบตัวเองว่าสามารถอยู่วัดได้มั๊ย...ไปครั้งแรกทรมานค่ะ นอนไม่กี่ชม.ตีสามก็ต้องตื่นไปเดินจงกรมแล้ว สองทุ่มฟังเทศน์ แล้วเดินจงกรมนั่งสมาธิต่อจนห้าทุ่ม กว่าจะเดินกลับที่ห้องพักก็เกือบเที่ยงคืน...แต่ใครๆก็ชมว่าเก่งมาก สามารถอยู่วัดได้ถึงสามวัน...ถึงจะปฏิบัติไม่ค่อยได้ แต่ได้ความภูมิใจกลับมานะคะ...

แต่ทุกข์ต่างๆที่มันยังรวมกันอยู่มากมาย ก็ยังไม่หายไปจากความรู้สึกเดิมเลยซักนิด...ความรักนี่รุนแรงจริงๆนะคะ "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ " ร้านค้าก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ ... หนึ่งปี จะขายดีช่วงต้นปีจนถึงกลางปี...พอเริ่มเดือนสิงหา..ถึงธันวา ..การค้าแย่ลงสุดๆ ทุกปี เป็นแบบนี้...บอกแล้ว ในที่สุดก็ผ่านไปได้จนถึงวันนี้...

ปี2008 ปีที่แล้ว ประมาณเดือนสิงหา ไม่มีออเดอร์เหมือนเดิม ก็ไปวัดซิคะ..แต่คราวนี้ไปสร้างเจดีย์ที่ผาซ่อนแก้ว.. ขนทราย ขนปูน...ทั้งๆที่นิ้วมือตอนนั้นเป็นนิ้วล็อกรุนแรงแล้วด้วย..เจ็บมาก...แต่ด้วยใจที่มุ่งมั่นอยากทำบุญ ช่วงไปวัดสองวัน นิ้วแทบไม่เป็นอะไรเลย..ขน ยกทราย กับปูนได้สบายๆ....ปลายปี 2008 ช่วงเดือนตค.เป็นต้นไป..เจอเหตุการณ์เดิมๆ ช่วงเลวร้ายที่สุดในรอบปี...เหมือนช่วงนี้ละค่ะ... แต่ก็มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีก...สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยไปดลใจให้มีลูกค้ารายใหญ่เอาเงินมาให้พวกเราอีก...ทั้งๆที่พวกเราคิดแทบตาย เครียดแทบตาย จะเอาเงินที่ไหนซ่อมรถหลายหมื่น จะเอาเงินที่ไหนค่าจ้างน้องๆ .. แต่แล้วมันก็ผ่านไปได้ มีคนเอาเงินมาให้อีก(ลูกค้าอ่ะค่ะ)..

แต่..ความเครียดเรื่องความรัก กับการค้าหาเงินก็ยังไม่หมดไป....

แต่ความรู้สึกที่ว่าสู้กับอดทน ไม่ยอมแพ้ ไม่สิ้นหวัง มันยังมีอยู่เต็มหัวใจ... อดทน อดทน อดทน ท่องได้อยู่คำเดียวจริงๆ..ค่ะ...


จนต้นปี2009 การค้าดีขึ้น ..ออเดอร์มาพร้อมๆกันหลายประเทศ เราถือว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก เหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอ ลูกค้าเหมาสินค้าหมดร้านบ้าง ออเดอร์เป็นพันๆตัวบ้าง...เหนื่อยแค่ไหน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็ยอมค่ะ...

ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงของชีวิตจริงๆ....ช่วงเริ่มเข้าสู่ธรรมะโดยแท้จริง..


ต้นปีจนถึงเดือนกค..งานเข้าแทบไม่หยุด ช่วงที่เราผลิตสินค้ากันเองไม่หลับไม่นอนเนี่ย มือก็ทำงาน...แต่หูฟังธรรมะค่ะ...เปิดธรรมะไม่ว่าจะจากเน็ต หรือไปซื้อซีดีธรรมะมามากมาย...เปิดฟังทั้งวันทั้งคืนหลายๆเดือนติดกัน ฟังทุกวันๆๆ ...บวกกับช่วงขอพักไปอยู่วัดเดือนมีค.3วัน.. ไปวัดครั้งนี้..ใจสงบขึ้นเยอะ...ผลจากการฟังธรรมะมากๆ ช่วยให้จิตใจสงบมากค่ะ...

พอกลับจากวัดบิ๊กออเดอร์ก็เข้ามาอีกไม่หยุด...เราก็ทำไปฟังธรรมไป..จนถึงเดือนกค....ออเดอร์สุดท้าย ...ทำเสร็จส่งได้รับเงินต้นเดือนสิงหา....ส่งออเดอร์เสร็จ ไปวัดอีก...แต่ไปวัดคราวนี้...ผลออกมาแย่จริงๆ...

เกิดอะไรขึ้นไม่ขอเล่านะคะ..เพราะเล่าไปแล้วในไดอารี่ที่ไปอยู่วัดอัมพวัน6วัน..แต่กลับมาไม่ได้บุญ....

นี่แหละผลขอการไม่ได้บุญ ไม่มีออเดอร์เข้าเลยค่ะ...

ไม่โทษอะไรทั้งนั้น...

เพราะรู้แล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจาก...."กรรม".....




"กัมมุนา วัตตตีโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


ฉันคงเคยสะสมบุญมาตั้งแต่ชาติก่อน..ถึงได้เกิดมาเป็นลูกพ่อลูกแม่..ตั้งแต่เกิดถือว่าฐานะทางบ้านดี...ดีมากด้วย เป็นคุณหนูจริงๆ..ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีความทุกข์หนักหนาสาหัส..ชีวิตมีความสุขมาก จนเพื่อนๆคิดกันว่า ฉันไม่เคยมีความทุกข์เหมือนคนอื่นบ้างหรือไง...เห็นชีวิตสมบูรณ์ สนุกสนานเฮฮา เพื่อนฝูงเยอะ ญาติแยะ...จนเรียนจบ...ก็ยังไม่มีความทุกข์..จะไปไหนก็ได้ที่อยากไป พ่อแม่ให้ไปทุกที่ที่อยากไป จะทำอะไรก็ได้ทำตามที่ใจต้องการ..

จนวันหนึ่ง..ความรักเกิดขึ้น..แต่ความสุขมันไม่นาน...ความทุกข์มันเข้ามาแทนที่ ทำลายความสุขที่ฉันเคยมีหมดโดยสิ้นเชิง....เกือบ 8ปี..

บอกแล้วค่ะ ความทุกข์เกิดขึ้นจากความรักพร้อมกับการเปิดร้าน..เจอเสือสิงกระทิงแรดเต็มไปหมด...ไอ้เราแรกๆยังอ่อนหัดนัก สู้เค้าไม่ได้ก็เอาแต่ร้องไห้ๆ....แต่เนื่องจากเป็นคนมีความอดทนสูง สู้ตาย...ไม่ยอมให้ใครรังแกง่ายๆ...ตาต่อตา ฟันต่อฟัน...หลังจากเจอสิ่งเลวร้ายมากมาย ความแกร่งมันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ... แต่แอบร้องไห้ตอนนอนแทบทุกคืนเช้ามาสู้ต่อ...

แล้วไงละคะ..สู้กันไปสู้กันมา...เสียใจกันทุกฝ่ายมีแพ้มีชนะ...ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย...เดี๋ยวขายดี เดี๋ยวแย่ก็สลับแบบนี้เหมือนกันทุกร้าน...

มามองย้อนกลับไปดู..ความจริงแล้ว ค้าขายดีมีปัจจัยหลายอย่าง...ที่แน่ๆ..กรรมค่ะ...ทำกรรมดี ก็ได้ดี ...ทำกรรมชั่วก็ได้ชั่ว..เห็นชัดๆ กับประสบการณ์ที่ผ่านมา...บวกกับบุญที่เคยสะสมมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว...แต่กรรมก็สะสมมาจากชาติที่แล้วเหมือนกัน...จะแข่งขันสู้กันทำไม...ใครเคยทำอะไรมามันก็จะได้ผลของมันเอง..กรรมใครกรรมมัน ลูกค้าใครก็ลูกค้ามัน ไม่ต้องเปิดศึกแย่งชิงลูกค้ากันหรอกค่ะ มันถูกกำหนดไว้แล้วว่าใครควรได้ ใครไม่ควรได้ แล้วจะมาสร้างเวรสร้างกรรมใหม่ในชาตินี้ทำไมกันคะ....สรุปญาติพี่น้องก็ต้องทะเลาะกันตัดญาติกันไป..ไม่มีใครมีความสุข...เพราะการดำเนินชีวิตยังคงมีต่อไปจนกว่าจะตาย..ห่ำหันกันไม่นานแล้วต่างคนก็ต่างไปเผชิญกับอะไรอีกมากมายในโลกของตัวเองต่อไป...เฮ้อ..

เข้าเรื่องต่อค่ะ...แบบว่าขอแอบบ่นนิ๊ดนึง....

สรุปแล้ว...ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันถูกกำหนดให้เกิดเพราะกรรมที่เราทำไว้ในชาติที่แล้ว....ใครทำบุญมากก็เกิดในฐานะดีร่ำรวย เกิดมารูปร่างหน้าตาสวยหล่อ แล้วแต่บุญที่ทำไว้.....

ส่วนฉัน....เหตุการณ์ทั้งหมด ความทุกข์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น..อาจเป็นเพราะ...
"ชาติก่อนฉันเคยสาบานไว้ว่า..เกิดชาตินี้จะขอเข้าวัด ปฏิบัติธรรม สะสมบุญต่อไป" ฉะนั้น..ชาตินี้ฉันถึงไม่มีคู่เหมือนคนอื่นเค้า เพราะคำสาบานนี่เอง....

แต่ถ้าฉันไม่มีความทุกข์...ฉันก็คงไม่คิดเข้าวัด (อันนี้แน่ๆ)...เพราะช่วงเรียนจบใหม่ๆไปอยู่ที่ดาร์เจียริ่งเกิดอคติกับพระอย่างรุนแรง ขอประกาศว่าจะไม่เข้าวัดเลยละค่ะ....

ฉะนั้น..อยากขอขอบคุณพี่baddog ที่มีส่วนมากที่สุดที่ทำให้ชีวิตของฉันต้องหันเข้าวัด...เพราะพี่baddogทำให้ฉันตัดสินใจทำการค้าเปิดร้านเล็กๆ..จุดประสงค์ที่เปิดร้านคือ จะรอพี่baddogที่ร้านทุกวินาที..บวกกับไม่อยากให้มีเวลาว่างฟุ้งซ่านมากไปจนทำมาหากินไม่ได้เลย....เพราะก่อนหน้าจะเปิดร้านเครียดเรื่องพี่baddogมาก งานการไม่ไปทำเลิกเลยค่ะ..เอาแต่อยู่บ้านร้องไห้ๆๆ เป็นเดือนๆ....หลายๆเดือน..จนมีโอกาสได้เปิดร้านเล็กที่สวนลุมไนท์....

เหตุการณ์เกี่ยวกับการค้าเกิดขึ้นมากมายอย่างที่เล่ามาเยอะมากๆในไดอารี่...อยากฆ่าตัวตายไม่รู้ซักกี่ครั้ง....

แต่แล้ว...ช่วงชีวิตเกือบ 8ปี เป็นช่วงสะสมความทุกข์เพื่อที่จะเดินทางเข้าสู่การสะสมบุญดั่งที่เคยสาบานไว้เมื่อชาติก่อน....

ถึงแม้ว่าพี่ซินดี้ ดี จะยังไม่ได้ดูให้หรือบอกแบบนี้..ฉันก็เคยมีความรู้สึกขึ้นมาว่า "หรือว่าฉันเคยอธิฐานจิตไว้รึป่าวว่า ชาตินี้จะเข้าวัดปฏิบัติธรรม ไม่ขอมีเนื้อคู่" นี่เคยคิดช่วงกลางๆปีนี้นะคะ...เพรารู้สึกว่าทำไมชอบฟังชอบอ่านเกี่ยวกับธรรมะมากขึ้นๆ...หนังสือที่ซื้อเดี๋ยวนี้จะซื้อแต่หนังสือธรรมะมาอ่าน อ่านทุกคืนๆ ชอบอ่านโดยอัตโนมัต...ชอบมากจริงๆ...ยิ่งอ่านใจยิ่งเป็นสุข..มองเรื่องร้ายๆต่างๆกลายเป็นเรื่องเล็ก ไม่เห็นน่าเอามาเป็นทุกข์เลยเรา..โง่ซะจริงๆที่ผ่านมา..ยิ่งจิตใจใฝ่ในธรรมมากขึ้น..ชีวิตก็อยู่อย่างสงบ..ไม่เดือดร้อนอีกต่อไปแล้ว...ว่างก็นั่งสมาธิเดินจงกรม..ขี้เกียจทำก้อเปิดธรรมะฟัง ... .

นี่ถ้าไม่ได้เขียนไดอารี่สวดมนต์ไปร้องไห้ไป ก็คงไม่รู้เหตุผลว่าทำไม เวลาสวดมนต์น้ำตาถึงไหลไม่หยุด...ก็เพราะจิตใต้สำนึกว่าทำบาปไม่ได้เด็ดขาด..คือ ช่วงที่เข้าวัดบ่อยๆ จิตเลยสั่งว่าต้องถือศีล5 อย่างเคร่งครัดน่ะค่ะ...พอวันที่เอาปลาเป็นๆไปให้ร้านค้าชิม (เหตุการณ์มันบังคับให้ทำ เพราะที่ร้านตัวเองไม่มีเงินเข้า พี่ชายยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการให้ฉันและพี่เนไปช่วยทำงานที่ฟาร์มปลาของพี่ชาย.. ) ฉันเริ่มทำเดือนกย.เดือนแรก..ก็แค่ติดต่อหาตลาดส่งปลาจากฟาร์ม แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนเอาปลาเป็นๆไปให้ร้าน ..แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้าของฟาร์มให้ทำเราก็ต้องทำ...แต่ทำไปแล้วไม่สบายใจ...มากถึงมากที่สุด....ถือศีล5 อย่างเคร่งครัดเป็นเวลานาน ศีลข้อ1 ไม่ฆ่าสัว์ตัดชีวิต..ทั้งๆที่มด ยุง ก็ไม่ฆ่าไม่ตบไม่ตี..ที่ไม่ฆ่าไม่ตบไปบี๋เพราะจิตมีสติค่ะ..ถ้ารู้สึกว่าเจ็บๆคันก็จะก้มดูว่าตัวอะไรกัดแล้วก็ปัดออกไป..จะไม่เผลอตบหรือบี๋.ไม่ฆ่าสัตว์เด็ดขาดค่ะ

แล้วปลาเป็นๆ8ตัว..เราหิ้วเอาไปให้เค้าฆ่ากิน...จิตใต้สำนึกมันคงรุนแรงส่งผลให้เวลาสวดมนต์ทุกคินน้ำตาไหลพรากๆๆ...จนต้องมาพิมพ์ไดอารี่ครั้งที่แล้ว พิมพ์ระบาย ทำไมถึงทุกข์หนักอีก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเงินก็ไม่รู้สึกว่าทุกข์ใจอีกแล้ว..เรื่องความรักที่รู้สึกทุกข์แสนสาหัสก็หายไปโดยสิ้นเชิง...คิดว่าตัวเองพ้นทุกข์ทั้งมวลแล้ว..ปลงได้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว แต่ทำไมสวดมนต์ไปน้ำตาไหลรู้สึกว่าทุกข์มันลึกลงกว่าในหัวใจเข้าไปอีก แปลกมาก ถึงได้เข้ามาพิมพ์ไดอารี่ล่าสุดนั้น..จนพี่ซินดี้ ดี ยื่นมือเข้ามาช่วยดูกรรมให้..ถึงได้รู้..รู้ทันทีว่าเพราะอะไร....

แต่..ในหลักความเป็นจริงทางพุทธศาสนา..คนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตก็ทำได้ค่ะ..แต่ต้องไปทำบุญบ่อยๆ ทำเยอะๆ....แต่ด้วยความที่ฉันรู้สึกไม่สบายใจมากๆ....หลังจากวันที่คุยกับพี่ซินดี้ ดี ไม่กี่วัน ฉันก็ตัดสินใจบอกพี่ชายว่า "ทำงานที่ฟาร์มต่อไม่ได้แล้วค่ะ เพราะใจมันรับไม่ได้กับการที่จะต้องทำอาชีพหาเกินเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต "....สรุปคือ ก็กลับไม่มีเงินใช้เหมือนเดิม..แต่มีชีวิตอยู่ด้วยความสบายใจมากค่ะ...




สุขทุกข์อยู่ที่ใจ...คนที่ไม่ได้เข้าถึงธรรมะ ไม่ได้ศึกษาเรื่องชีวิตให้ถูกต้อง พอมีการสูญเสียอะไรขึ้นแม้นิดหน่อย ความทุกข์มันใหญ่โตเท่าภูเขา แล้วพูดว่า ฉันทุกข์ที่สุดในชีวิต...นั่นเพราะไม่รู้จักปลง ไม่รู้จักวาง (พระปัญญานันทะภิกขุ สอนไว้)

สำหรับฉันเวลานี้..การค้าซบเซาแทบไม่มีเงินเข้าร้าน..ด้วยชีวิต3ชีวิตที่พึ่งพาอาศัยร้านนี้เพียงร้านเดียว...ถ้ามัวแต่คิดว่าทุกข์เหลือเกิน ชีวิตนี้จะหาความสุขไม่ได้เลย..ไม่มีเงินจะเอาอะไรกิน.....แต่เราไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว...

ในสภาพร้านค้าของฉันตอนนี้ ทางห้างกำลังมีปัญหา..ซึ่งทางห้างเองก็แก้ไม่ตก..ไม่มีการช่วยเหลือร้านค้าในห้างอีกแล้ว ปล่อยตามเวรตามกรรม จนเกิดการฟ้องร้อง...ก็สู้กันไปที่ศาล....ส่วนฉัน...คงต้องรอดูโอกาสและจังหวะ..ใจร้อนไม่ได้...เรื่องร้านคงต้องรอให้พ่อและทนายจัดการ...รอได้เงินคืนเมื่อไหร่ค่อยหาทางทำมาให้กินใหม่...

ฉันไม่มานั่งเดือดร้อน ตีโพยตีพายเหมือนเมื่อก่อน...

พอจะมีรายได้เข้าบ้างจากการฝากสินค้าไปขายที่สวนลุมไนท์กับที่โรงแรมเกรซ จ.ภูเก็ต...อย่างน้อยไม่กี่พันบาทก็ยังช่วยชีวิตพวกเราได้ไปเป็นเดือนๆ...มีน้อยใช้น้อย...อยู่อย่างพอเพียง....ชีวิตก็จะเป็นสุข...ไม่ว่าเหตุการณ์ต่างๆจะเลวร้ายเท่าใด แต่ฉันก็มีชีวิตอยู่ด้วยความไม่เป็นทุกข์ มีอะไรก็ไม่เป็นทุกข์ ได้อะไรสูญเสียอะไรก็ไม่เป็นทุกข์ เพราะจิตใจเข้าถึงธรรมะก็มีความสุขในทางใจ ธรรมะตามมาคุ้มครอง อยู่ในสภาพที่เป็นทุกข์แต่จะไม่ขออยู่อย่างเป็นทุกข์...

ต่อไปฉันไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้ามาพิมพ์ระบายความทุกข์อีกต่อไปแล้ว...ฉันปลงได้แล้วค่ะ กับเรื่องราวต่างๆที่เข้ามาและเกิดขึ้นในชีวิต มีทั้งเรื่องดี และเรื่องไม่ดี ทั้งเรื่องทีทำให้มีความสุข หรือ สิ่งต่างๆที่ทำให้เกิดทุกข์ ฉันไม่เหลืออารมณ์ที่จะความรู้สึกสุขหรือทุกข์แล้วละคะ....

ต่อไปฉันคิดแต่จะปฏิบัติธรรม สะสมบุญ อะไรจะเกิดก็เกิดฉันรับได้ทุกสถานการณ์แล้ว...ชีวิตนี้อยากจะช่วยเหลือสิ่งทั้งปวงไม่ว่าคนหรือสัตว์ ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดจนวันนี้..ฉันได้สะสมบุญที่เคยช่วยเหลือคนไว้มากมาย มันเกิดขึ้นเองตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เรื่องของเรา เรายังยื่นมือเข้าไปช่วย...เรื่องราวพวกนี้เกิดขึ้นมากมายฉันพอจำได้บ้างไม่ได้บ้าง...แต่ทั้งหมดที่ผ่านไป ฉันทำด้วยใจ..จากจิตใต้สำนึก ไม่ได้ทำเพราะเอาหน้า ไม่ได้ผลตอบแทนอะไรจากเค้าเหล่านั้น แต่ กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกมีความสุขเหลือเกินวันนี้ที่ได้ทำความดีช่วยเหลือคน (และสัตว์)

สิ่งเหล่านี้เองที่เกิดขึ้น เป็นเพราะ ชาติก่อนเคยสาบานไว้นี่เอง...ว่า

ชาตินี้จะปฏิบัติธรรม และสะสมบุญ และจะสะสมบุญต่อไปทุกชาติๆ ค่ะ

พ่อบอกว่าทำบุญอย่าหวังผล...แต่ฉันบอกพ่อกลับไปว่า..ที่ทำอาจจะดูเหมือนหวังผล แต่ผลที่หวังคือ "สะสมบุญทุกชาติๆ เพื่อนำไปสู่นิพพาน " หมายถึงไม่ต้องมีการเกิดอีกต่อไป....




ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเพราะคำสาบานเหมือนที่พี่ซินดี้ดี บอก ไม่ใช่ว่าฉันจะเชื่องมงายอะไร..แต่พอได้ยินพี่ซินดี้ดี บอก ใจฉันรู้สึกโล่งทันที..มันสบายใจอย่างบอกไม่ถูก. ซึ่งฉันเองก็ตั้งใจอยู่แล้วว่า ต่อไปนี้ชีวิตของฉันจะตั้งใจปฏิบัติธรรมให้มากที่สุด..จะสะสมบุญ ทำความดีตลอดชีวิต และที่สำคัญ พาพ่อแม่เข้าวัดไปปฏิบัติธรรมด้วยกันค่ะ....






Create Date : 08 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2552 1:48:47 น. 8 comments
Counter : 624 Pageviews.

 
เคยเตือนเคยบอกแล้ว

ก็ไม่ค่อยจะเชื่อกัน

ทีนี้ เราก็เลิกเป็นห่วงได้แล้ว

ธรรมะ คือยาดีทึ่สุด ในยามนี้

ขอให้มีความสุขในธรรม นะ


โดย: พญายมคนเดิม IP: 125.24.66.250 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:25:26 น.  

 
กว่าจะอ่านจบ...... ย๊าววววเลยค่ะวันนี้...

แต่มันเป็นความย๊าววว ยาวของเรื่อง.... ที่อ่านแล้วสุขใจค่ะ ไม่เหมือนที่ผ่าน ๆ มาค่ะ....

ดีใจกับพี่แนนด้วยนะคะ..... ที่พี่ปลง และหมดทุกข์ได้.... ต่อไปพี่จะได้มีแต่ความสุข.... สุข..... สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ

พี่แนนจะได้ไม่ต้องเครียดอีกน่ะค่ะ.....


ทุกสิ่ง ทุกอย่าง..... จะสุข หรือทุกข์ ก็อยู่ที่ใจเรา


โดย: นู๋รัตน์(largeface) ไม่ได้ล็อกอิน IP: 118.173.53.209 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:41:48 น.  

 
อ่านแล้วบางทีก็กลับมาคิดถึงตัวเรานะแนน ยังมีหลายคนที่เค้าทุกข์แสนสาหัสกว่าเราอีกเยอะ ... บางคนต้องปากกัดตีนทีบ...บางคนก็ยากจะปากกัดตีนทีบ แต่ทำไม่ได้เพราะร่างกายไม่อำนวย ต้องทนอยู่จนกว่าชีวิตจะจบลง ... ดังนั้นเราต้องภูมิใจซิว่าเราได้เกิดมาชาตินี้ มีครบ32 มีพ่อมีแม่ มีพี่น้อง มีเพื่อน ต้องพินิจดูว่า เรามีถึงขนาดนี้ถือว่าโชคดีเป็นที่สุดแล้ว เรื่องที่มันประดังเข้ามาในชีวิต มันเป็นแค่บททดสอบของชีวิต สุดท้ายชีวิตก็ต้องดับไป หมั่นสะสมความดี คิดดี อยู่อย่างพอดี พอเพียง เพื่อรอเวลาจากไปอย่างมีความสุข ... ก็พอแล้ว ... คิดหรือทัอได้นะ แต่ให้ได้เป็นบางครั้ง ...ไม่เก็บให้เป็นความทุกข์ตลอดชีวิต เสียดายเวลาที่เกิดมาตั้ง 1 ชีวิต เกิดมาเป็นคนไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ใครจะรู้ว่าถ้าเราตายอาจไม่ได้เกิดมาเป็นคน อย่างปกติสุขเหมือนทุกวันนี้อีก จงคิดว่าคุณได้เท่านี้ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว/ โบว์... 罗丽萍


โดย: chinadoll IP: 58.9.171.147 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:54:52 น.  

 
ในเวลาที่เรียกว่า " ทุกข์ " ยังมีคนยืนอยู่เคียงข้างทุกครั้ง...และในเวลาที่มีความสุข..ก็ยังมีคนคอยยินดีอยู่
รอบกาย...
" เพียงแค่นี้ "....แนนก็โชคดีกว่าชีวิตอื่นตั้งมากมาย
ดีใจกับเพื่อนด้วยนะ


โดย: non IP: 125.25.130.91 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:10:30 น.  

 
สวัสดีครับ

สู้ๆ นะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

มาชวนไปไหว้พระที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่ด้วยกันครับ

ยิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน....ดีจั๊ดนักครับ



โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:53:25 น.  

 
สวัสดีครับ
แวะเข้ามาเยี่ยมและทักทายครับ เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหมครับ....

ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ค่อยได้เข้ามาทักทาย มีงานเข้านิดหน่อยครับ
พอดีกำลังฟอร์มเรื่องชมรมรักช้าง อย่างที่เคยเกริ่นๆ ไว้ และเวปไซต์อยู่น่ะครับ ใกล้เป็นรูปเป็นร่างแหล่ะ
อย่าลืมให้กำลังใจกันบ้างนะครับ หรือหากเป็นชมรมฯ เรียบร้อยแล้ว ก็คงต้องขอการสนับสนุนจากเพื่อนๆ
และร่วมช่วยผลักดันด้วยนะครับ ขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนล่วงหน้าครับ

เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปอยู่กับเด็กๆ ที่มาเรียนศิลปะ มีเด็กผู้หญิงหลายๆ คนที่ปลื้มดารา
(เด็กๆ อายุสัก 7-8 ขวบได้) ก็ชอบคนนั้น คนนี้ พี่บี้บ้าง พี่อาร์บ้าง พี่ดิว พี่สิงห์โต โหย....อีกมากมาย
ก็เลยเอามั่งยุทธการอำเด็กๆ อิอิอิ...บอกเด็กๆ ไปว่าใครรู้จัก "จันดี" บ้าง ทุกคนก็เงียบ แล้วหันมามอง
"จันดีไหน" เด็กๆ ถาม ก็ "จันดี เพชรัตนกูล" ที่แสดง F4 ไง...เท่านั้นแหล่ะ เด็กหัวเราะๆๆๆ ขำกลิ้ง แล้วบอกว่า
"ครู อย่ามาขี้โม้เลย" แต่ยอมรับนะครับว่าเด็กๆ เค้ารู้จักกันทุกคนเลย "จันดี" เนี่ยแต่ที่เด็ด คือ เด็กๆ เค้าจะปลื้ม แพนเค๊ก
เขมนิจ กัน คุยทับกันไป ทับกันมา ว่า ฉันไปเห็นแพนเค๊กด้วยแหล่ะ ที่แอร์พอร์ทบ้าง พี่ฉันขอลายเซ็นมาบ้าง
อะไรประมาณเนี้ย....เอามั่งซะเลย ก็เลยคุยเกทับเด็กๆ ไปบ้างว่า "นี่ๆ ครูไม่อยากคุย อยู่บ้านนะ
ครูกินข้าวกับแพนเค๊กทุกวัน" ครูยังไม่เห็นเอามาคุยเลย (อิอิอิ) พวกเธอยังแค่ได้เห็นห่างๆ ครูซิกินทุกวัน..."
คราวนี้เงียบครับพี่น้อง ทุกคนหันมามอง แล้วนิ่งทำหน้าครุ่นคิด แบบว่าเอ....ครูของตรูโม้ปล่าวหว่า....ก็เลยต่อไปอีกว่า...
"จริ๊งงง....ครูกินข้าวกับแพนเค๊กทุกวันเลย ถ้าวันไหนเอาน้ำผึ้งมาราดแพนเค๊กแล้วกินนะ....อ๊าส์......อร่อยมากเลย.....อิอิอิ"
เด็กๆ เงียบไปสัก 30 วินาที แล้วก็ "อ๋อ".........โหย...ครูขี้โกงอ่ะ.....พร้อมกัน.....ฮากันทั้งห้อง.....แล้วก็มารุมทึ้งผม
กอดรัดฟัดเหวี่ยง นั่งตัก ขี่คอบ้าง....ก็เป็นการคลายเคลียด พักผ่อนจากการเรียนในระดับหนึ่งทีเดียวเลยหล่ะ...

แต่โดยส่วนตัวเป็นคนชอบกินแพนเค๊กครับ อิอิอิ...กินจนตอนนี้จะเหมือนโดเรมอนอยู่แล้วครับ...อิอิอิ



อยากไปดูหนัง 2012 วันสิ้นโลกจัง อิอิอิ...รับสมัครเพื่อนไปดูหนังครับ ฮะฮะฮะ

ขอให้มีความสุขในวันแรกของสัปดาห์การทำงานนะครับ
ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคนข้างๆ ด้วยนะครับ

ยิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน......ดีจั๊ดนักครับ


โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:47:00 น.  

 
สวัสดีครับ

แวะเข้ามาทักทายทายครับ เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหมครับ

ลมหนาวพัดมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้ไม่รู้ว่าเธอจะอยู่กับเราได้นานสักเพียงไร
ยังไงก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคนข้างๆ ให้แข็งแรงนะครับ

ยามใดที่ลมพัดผ่านกระทบผิวกายเธอให้รู้สึกถึงความเย็น สดชื่น
ขอจงรู้ไว้เถิดว่า ฉันได้ฝากเอาความห่วงใยและความรู้สึกดีๆ มากับสายลมนั้น

เป็นกำลังใจให้นะครับ



โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:06:14 น.  

 


ขอเทิดไท้องค์ราชันย์ ขวัญหล้า สมสง่า ปกครอง แผ่นดินสยาม

ชาวประชาเป็นสุข ทุกโมงยาม ทั่วเขตคามมีสุข หมดทุข์ภัย

ข้าฯ ขอน้อม ถวายเบื้อง บังคมบาท ประชาราษฎร์ รวมใจ น้อมถวาย

ขอพระองค์ พระชนม์ชีพ ยืนยาวไกล เป็นมิ่งขวัญตลอดไป ไทยทั้งปวง

.....................................................................................

สวัสดีครับ

แวะเข้ามาทักทายน่ะครับ เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหม

พอดีช่วงนี้กะลังยุ่งๆ กะงาน แล้วก็เตรียมตัว เตรียมของ เตรียมรถ
เพื่อเดินทางไปบริจาคของที่โรงเรียนบ้านปางตอง แม่ฮ่องสอนแทนครับ
เพราะที่อมก๋อยเค้าไม่สะดวกที่จะต้อนรับพวกเราและไม่ยินดีที่จะรับของบริจาคครับ

เดี๋ยวเช้าวันที่ 5 ธ.ค. นี้ก็ออกเดินทางแล้วครับ จะเก็บภาพ ลมหนาว และความฝัน บนคู่รักมาฝากนะครับ
(งานนี้จะหวีดหวิวกันให้น่าดูเลย วันนี้เพิ่งไปเปลี่ยนยางหลังมา หมดไป 3,400- สบายใจ เอิ๊กๆๆๆ กระเป๋าเบาเลยครับ...ฮะฮะฮะ)

ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ....แล้วจะกลับมาเล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟังครับ...

ยิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน....ดีจั๊ดนักครับ


โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:16:46:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.