Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
4 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
นี่หรือร้าน..น่าอนาถใจ




...
จะให้คิดบวกอย่างไรดีคะ
เอาธรรมะเข้าช่วยแล้วนะ..
เวลาและธรรมะย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้




อาจจะจริงนะคะ..เวลาและธรรมะย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้ ... ไม่งั้นความทุกข์ของชีวิตมันคงเรื้อรังนานเกือบสิบปี...ไม่ว่าเรื่องผิดหวังจากความรัก..เรื่องการงาน การดำเนินชีวิต ....

ทุกวันนี้ดูเหมือนชีวิตไร้สาระ เกือบสองเดือนแล้วค่ะ ที่วันๆไม่ค่อยทำอะไร ถ้าอยู่บ้านก็นั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบเล่นเกมเลยซักนิด ถ้าไม่นั่งเล่นเกมก็นั่งแต่งภาพในโปรแกรมโฟโต้ช็อป ใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์เกือบทั้งวันทั้งคืน ถึงเวลาอาหารมื้อกลางวัน มื้อเย็นก็จะลงไปจัดการเตรียมให้พ่อกับแม่ .. บางวันเบื่อๆก็ไปเดินห้าง ... กิจกรรมในชีวิตประจำวันมีอยู่แค่นี้

ถ้าไม่หากิจกรรมทำ ชีวิตคงมีแต่กินกับนอน ....

เวลารักษาแผลใจได้...บ้าง...

แต่ธรรมะรักษาแผลใจได้สนิท....

วันหนึ่งๆผ่านไปเร็วเหลือเกิน

เร็วจนคิดได้ว่า...จะอะไรมากมายกับชีวิต เกิดมาแล้วก็ต้องจากไป....

แค่ทำให้ทุกเวลาทุกนาทีมีค่า ....


นั่งแล่นเกมไม่ได้มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะ แต่...ถ้าไม่ทำอะไรเลย ความเครียดก็เข้ามาอีก....

ดูสภาพแถวร้านณ.ปัจจุบันนะคะ....แล้วช่วยคิดหน่อยว่า จะทำอย่างไรดีกับชีวิต













...ถ้าไม่ศึกษาธรรมะ ไม่ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ทุกคืน...กับสภาพที่เห็น ที่เป็นอยู่ ป่านนี้คงกระโดดตึกฆ่าตัวตายแล้วค่ะ....

ร้านนี้เซ้งมาในราคาล้านเก้าแสน .. (เงินของคุณป้ากับอาจ๋า) กับสัญญาปากเปล่าของเจ้าของห้าง 30 ปี ...นี่ผ่านไปแค่ปีครึ่ง ... สภาพร้านมันกลายเป็นแบบในรูปที่เห็น...

เพราะการบริหารและการจัดการที่ล้มเหลวของเจ้าของห้าง ความมั่นใจตัวเองสูง ไม่ฟังข้อเรียกร้อง และข้อเสนอแนะของผู้ค้า...การจัดการโดยใช้ความคิดของระบบครอบครัว ... ไม่มีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือผู้ค้า...

นโยบายรับซื้อห้องคืนจากล้านเก้าแสนเหลือเพียงหนึ่งล้านบาท..นี่คือการแก้ปัญหาของห้าง...ร้านส่วนใหญ่ยอมขายคืน เพราะกลัวมีข้อสัญญาผูกมัดกันอยู่กับเจ้าของห้างสาขา1 ห้างนี้เป็นสาขา2 ..... หลายคนยอมขายขาดทุนเกือบหนึ่งล้านบาท....

สำหรับฉันขายห้องคืนไม่ได้ค่ะ....ได้เงินเพียงหนึ่งล้านเท่านั้น เงินจะหายไปเก้าแสนบาทไม่รวบกับค่าเช่ารายเดือนที่ผ่านไปปีครึ่ง ถ้ารวมเงินจะหายไปถึงหนึ่งล้านบาทเลยทีเดียว....แล้วฉันจะหาเงินคืนคุณป้าตั้งเกือบล้านได้จากที่ไหนคะ....ถึงคุณป้ากับอาจ๋าจะไม่ซีเรียส แต่พวกเราซีเรียสค่ะ...

หลายร้านกำลังฟ้องร้องกันอยู่...ส่วนฉัน...ยังสับสนว่าจะเอาอย่างไรดี...ใจหนึ่งก็อยากอยู่ต่อเพราะจำนวนเงินล้านเก้าแสนนี่แหละ...ไปไหนไม่ได้จริงๆ ถ้าถ้าฟ้องร้องได้เงินคืนมาแค่จำนวนหนึ่ง แล้วที่เหลือจะหาจากไหนไปคืนคุณป้าละคะ...

การเก็บห้องไว้..ไม่รู้อนาคตต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร...อยู่ไปวันๆโดยแทบไม่มีการซื้อขาย...

ให้น้องกล้วยไปเฝ้าร้านทุกวันๆ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ..วันหนึ่งใชจ่ายเกือยสองบาท กับรายรับที่ได้ ยอดขายรายเดือนไม่ถึงสามพันบาท....

พูดถึงค่าเช่ารายเดือน ฉันให้ทางห้างทุกเดือนเดือนละหมื่นกว่า..บวกเงินเดือนกล้วยเจ็ดพัน....เงินเก็บที่ได้จากออเดอร์ช่วงหกเดือนที่ผ่านมากำลังจะหมดค่ะ.....ไม่มีพอจ่ายค่าเช่าร้านแล้ว...ความจริงหลายร้านเค้าเลิกจ่ายค่าเช่ามานานแล้ว แต่ฉันไม่อยากทำอะไรผิดสัญญา..เลยยอมจ่าย จนวันนี้ เดือนกย..ไม่ไหวจริงๆ ได้ทำจม..ส่งบอกทางห้างแล้วว่า ไม่ขอจ่ายอีกต่อไป เพราะสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ....ห้างร้างขนาดนี้ ไม่มีการซื้อขาย จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้คะ...

บอกตามตรงถ้าทางห้างรู้จักการบริการการจัดการที่ดี และถูกต้อง ปัจจุบันห้างจะไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้แน่นอน....ทางห้างโทษแต่เศรษฐกิจไม่ดี..นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ถ้าปีที่แล้วทั้งปี ที่พวกเราผู้ค้ารวมตัวกันขึ้นไปเรียกร้อง ไปขอความเห็นใจ ไปขอความช่วยเหลือ ... ไม่มีคำตอบที่จะช่วยเหลือพวกเราอะไรใดๆทั้งสิ้น....

คำแนะนำของผู้ค้าหลายๆราย มีประโยชน์ เป็นแนวทางในการพัฒนาห้าง เช่น การลงสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย การจัดระเบียบหน้าห้าง ไม่ให้มีสิ่งกีดขวางบังหน้าห้าง ส่วนการเดินแบบอะไรที่ห้างทำเดือนละครั้ง ขอให้เลิกทำเถอะเพราะเอาใครที่ไหนมาเดินไม่รู้ ให้ใครก็ได้มาสมัครเดินแบบ .. ไม่เป็นที่สนใจของลูกค้าเลยซักนิด ทำง่ายๆ ใช้เงินน้อยๆ ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ถูกๆ ... นี่เรียกว่าได้ทำการโปรโมทแล้ว ....เฮ้อ...กลุ้ม... วิทยุที่ลงโฆษณา ก็คลื่นลูกทุ่ง ...เฮ้อ เศร้า....

นี่ถ้าให้ฉันเข้าไปบิรหารจัดการตั้งแต่ต้น ป่านนี้ห้างนี้เจริญรุ่งเรืองไปนานแล้ว...ขอบอกวิชาการบริหารงานบุคคลฉันได้ท็อปนะคะ...ได้ A นะ...รู้มั๊ยเพราะอะไร เวลาสอบข้อเขียน ..ฉันเอาใจ ...ใส่เข้าไปในข้อสอบ คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารจริงๆ...แล้วคิดวิธีการจัดการกับองค์กรของตัวเองให้ไปสู่ความสำเร็จ...เขียนแบบตั้งใจสุดๆ ไม่ได้A ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว..

ฉะนั้นการบริหารห้างเล็กนิดเดียวไม่ยากเกินความสามารถหรอกค่ะ...แต่ฉันเป็นเพียงลูกบ้าน เจ้าของบ้านไม่ฟังเสียงลูกบ้าน เสนอ แนะนำอะไรไปก็เท่านั้น...ตอนนี้หมดใจแล้วล่ะค่ะที่จะช่วยคิด...เจ้าของห้างทำชื่อเสียงห้างเสียเสียแล้ว...ไม่รู้จะแก้ไขยังไง...

จนวันนี้ฉันเสียความรู้สึกกับเจ้าของห้างที่สุดถึงที่สุด...กับความไม่จริงใจที่จะทำให้เกิดการพัฒนา ไม่จริงจังกับการปรับปรุงพื้นที่ให้ดีขึ้น....

ข้อเรียกร้องของฉันกับทางห้างตอนนี้คือ...ช่วยเปิดไฟให้สว่าง ทำให้มีร้านค้าในชั้นใต้ดินเต็มทุกห้อง..ทำให้มีการซื้อขาย ฉันถึงจะยอมจ่ายเงินค่าเช่าตามปกติ..

ผลของจม.ของฉันที่ส่งไปให้กับทางห้าง .. ทำให้ทางห้างคิดแก้ปัญหาที่ฉันเรียกร้องคือ 1 ไม่ต้องเสียค่าเช่าจนถึงสิ้นปี ... (แต่นี้เมื่อปีที่แล้วทั้งปี ผู้ค้าทุกร้านขึ้นไปขอความช่วยเหลือ ช่วยลดค่าเช่าเหลือ 7พันก็ยังดี คำตอบที่ได้คือ เราไม่มีนโยบายลดค่าเช่า จนต้นปีทางห้างคงเห็นท่าไม่ดี เพราะหลายร้านเริ่มไม่จ่ายค่าเช่ากันแล้ว เลยลดค่าเช่าเหลือหมื่นสองร้อยบาท .. ที่นี่ไม่มีการซื้อขายมานานมากแล้ว หนึ่งหมื่นก็ถือว่าเยอะนะคะ...ถ้าฉันไม่มีออเดอร์ลูกค้าเก่าๆ เงินจำนวนนี้ไม่มีจ่ายจนถึงเดือน8 แน่..) แล้วตอนนี้เพิ่งจะมีนโยบายไม่ต้องเสียค่าเช่า มันสายไปแล้วค่ะ

หลายร้านทนไม่ไหวก็ปิดกิจการไป ตอนนี้เหลือไม่ถึง10ร้านที่เปิดกิจการอยู่ และ80% ขายห้องคืนห้างไปแล้ว....

ทำไมไม่คิดลดค่าเช่าตั้งแต่ต้น ห้างเปิดใหม่ก็เป็นอย่างนี้ มันยังเงียบ มันต้องใช้เวลา ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นถ้าทางห้างเอาใจใส่และให้ความช่วยเหลือร้านค้าในห้าง อย่าเห็นแต่เงินเป็นใหญ่ ทำให้ห้างติดตลาด คุณจะเพิ่มค่าเช่าเท่าไหร่ใครๆก็ยอมจ่ายค่ะ....

จนปัจจุบัน..วิธีการแก้ปัญหาของห้าง เค้าทำกันแบบนี้ค่ะ...

ดูรูปภาพต่อไปนะคะ...ที่ทางห้างพูดประกาศไมล์ทุกวันๆว่า...."ห้างมีการปรับปรุงโฉมใหม่แล้ว..."

นี่ค่ะสภาพที่ห้างทำการปรับปรุงโฉมใหม่....คิดได้ยังไง ไม่รู้นะคะ
















...เห็นแล้วเหนื่อย อนาถใจ จริงๆ...นี่เราดวงซวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ที่เข้ามาสังฆกรรมกับคนที่นี่.......

ธรรมะจะช่วยยังไงละคะเนี่ย...

ดูรูปสินค้าและการจัดร้านของพวกเรา...ดูความสวยงาม ความตั้งใจ ลองเปรียบเทียบกับสินค้าของทางห้างที่เอามาวางขายแบบผักชีโรยหน้าดูนะคะ...







พอจะเข้าใจค่ะว่า ทางเจ้าของห้างก็คงกำลังคิดหาทางแก้ปัญหาอยู่...ทางนั้นก็คงไม่ได้มีความสุขนักกับสภาพของห้างที่เป็นเช่นนี้...คนเราเกิดมาต่างก็มีความทุกข์ ทุกข์กันคนละแบบ...ทุกข์ของคนมี กับทุกข์ของคนไม่มี..

...ลองเอาใจเค้ามาใส่ใจเราดู แล้วหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ไม่ใช่แบบนี้ค่ะ...การที่ทางห้างไปขอเอาสินค้าค้างสต็อกของหลายๆร้านเอามาวางขายใหม่ในชั้นใต้ดิน แล้วบอกว่าปรับโฉมใหม่แล้ว...นี่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูก .. คุณจะแก้ปัญหาด้วยการเปิดร้านเองเพียง5-6 ร้าน ด้วยสินค้าแบบนี้...มันทำให้ห้างยิ่งดู"โลเกรด"กว่าเดิม ไหนบอกว่าแต่ละร้านเอาสินค้าไม่สวยไม่ดีมาขาย ทำให้ห้างเป็นแบบนี้คนมาแล้วก็ไม่อยากมาอีก ตัวเองพูดเองทำไมทำเองละคะ ..ทำไมเอาสินค้าแบบนี้มาวางขายได้..ร้านก็ไม่จัดให้สวย ไฟก็ไม่เปิดให้สว่าง นี่คือวิธีการแก้ปัญหาของทางห้างแบบนี้เหรอคะ....ยิ่งเห็นยิ่งอนาถ ปลงได้อย่างเดียวกับความซวยที่เข้ามาในที่แห่งนี้ ....

ทุกวันนี้ คิดไม่ออกจะทำอย่างไรดี จะหาร้านใหม่ ก็ต้องใช้เงินทุนอีกเยอะมาก....สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ก็ไม่กล้าเสี่ยงแล้ว...กลัวเหลือเกินกับที่ผ่านมา.....

กรรมอะไรไม่รู้นะคะ...ที่ฉันไม่พ้นสภาพล้มลุกคลุกคลานแบบนี้มาตลอด5 ปี.....

ดีนะ ที่มีพ่อกับแม่ ญาติพี่น้อง คอยช่วยเหลือค้ำจุน .... ถ้าฉันไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นอย่างนี้...ถ้าฉันเกิดเป็นคนยากจนสุดๆ มีเงินเพียงก้อนเดียวนำมาลงทุน แล้วตกในสภาพแบบนี้...บอกตรงๆ คงกระโดดสะพานลอยหน้าห้างพร้อมจดหมาย..เคียดแค้นใส่ในประเป๋าเสื้อด้วย....

นี่ดีนะ ที่อาจ๋าพูดว่า " ไม่เป็นไร อย่าเครียด อย่าคิดมาก อดทนนะลูก เราไม่ใช่จะไม่มีกินซักหน่อย.. ที่บ้านเราช่วยเหลือกันได้ ".....ได้ยินแล้วน้ำตาจะไหล....รู้สึกผิดที่เอาเงินคุณป้าอาจ๋ามาลงทุน แล้วเกิดสภาพแบบนี้...

วันๆที่นั่งเล่นเกม วันๆที่นั่งเล่นทำรูปในคอม...เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำแล้วมีความสุขในเวลานี้.....

หลังจากกลับจากการปฏิบัติธรรมเดือนที่แล้ว 6 วัน..ยังทำใจไม่ได้ที่จะไปวัดอีกในช่วงนี้. และการปฏิบัติไม่สำเร็จ ฉ้นท้อที่จะปฏิบัติ แต่สัญญาไว้ว่าจะสวดมนต์ต่อทุกคืน...ก็พยายามทำค่ะ...


ในหัวสมอง ยังคิดตลอดเวลา กับการแก้ปัญหาของร้าน ....

การใช้เวลาว่างทำในสิ่งไร้สาระ ไม่ใช่อยากทำ แต่เป็นสิ่งเดียวที่เป็นการฆ่าเวลา....

การรอคอยในสิ่งที่ไม่รู้อนาคต...มันเกิดขึ้นทุกวินาที...

ธรรมะช่วยได้คือ....คิดซะว่านี่อาจจะเป็นผลของกรรมเก่าที่ตามทันบ้างตามไม่ทันบ้าง....เพราะชีวิตของคนมีขึ้นมีลง

ถ้าเอาแต่เครียด เอาแต่คิดมาก ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น...

ไม่ได้ท้อเลยนะคะ..มันเลยความท้อไปแล้วล่ะค่ะ...เพราะผ่านมาเจอปัญหาอุปสรรคมาเยอะมาก ... เคยนอนร้องไห้ทุกวันมาแล้ว..มันเลยจุดที่จะแอบนอนร้องไห้แล้วเหมือนกันค่ะ...เพราะปัญหามันผ่านไปได้ทุกครั้ง...แล้วมันก็จะมีสิ่งดีๆตามมา..

ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มจะดีกว่านะคะ ชีวิตคนเราสั้นนิดเดียว..เราเกิดมาแค่ชั่วอายุขัยหนึ่งเท่านั้น...

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ผู้ที่ให้กำเนิด คนที่เลี้ยงดูอุ้มชูเรามาตลอดชีวิต
...ถ้าคิดในหลักศาสนา..เรามาอาศัยท้องแม่เกิดมา ท่านอุ้มท้องมาถึง9เดือน ลำบากมากแค่ไหน เวลาคลอดก็เจ็บแสนเจ็บ เกิดมาท่านยังตั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ....เราเป็นดวงวิญญาณหนึ่งที่มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาอาศัยท้องแม่ ...ท่านรักเราถึงเพียงนี้...กว่าจะโต .. เราไม่มีวันตอบแทนพระคุณได้มากกว่าที่ท่านทำให้เรา...ทั้งพ่อและแม่รักลูกยิ่งกว่าดวงใจ....ฉันเป็นหนี้พระคุณท่านจนไม่รู้จะตอบแทนได้หมดได้อย่างไร....

นี่แหละโอกาสที่ดี....การทำธุรกิจส่วนตัว ...ทำให้มีเวลาดูแลพ่อแม่ได้เต็มที่..ซึ่งเราพี่น้องปฏิบัติกันมานานแล้ว...

ทุกวันนี้คิดแต่ว่า หน้าที่ของฉันที่เกิดมาเป็นคน..คือ ."การดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุด" .... "การทำตัวให้คุ้มค่ากับการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ การศึกษาและปฎิบัติธรรม การทำความดี " ชีวิตคนเราก็แค่นี้ อยู่อย่างเพียงพอ ไม่ต้องรวย และไม่ถึงกับจน พอมีพอกิน มีแต่เสียงหัวเราะ ทำชีวิตให้มีความสุข...เลิกคิดมาก เลิกตั้งความหวัง เลิกยึดติด แล้วจะไม่ทุกข์....ปล่อยวาง ไม่คิดอยากได้ อยากมี แล้วชีวิตจะมีความสุข.. อะไรจะเกิดก็เกิด .... รอ.....รอเวลา ...... ไม่นานเราก็จากไปจากโลกแล้ว....

อย่าจริงจังกับชีวิตนัก....

ถ้าจริงจังกับชีวิตเหมือนเมื่อก่อน นอนร้องไห้ทุกคืน กับความผิดหวังในความรัก เรื่องร้านที่ต้องสู้ ต้องอดทน ต้องฟันฝ่าอุปสรรค...ร้องไห้แล้วไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย....

ทำใจเท่านั้นที่ช่วยได้ค่ะ...พึ่งธรรมะ ทำดีย่อมได้ดี....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม......ค่ะ พยายามคิดบวกแล้วนะคะ...



...ยังไงก็ขอขอบคุณเพื่อนๆ ญาติพี่น้อง ที่คอยถามไถ่ ว่าร้านเป็นอย่างไรบ้าง ฉันดีใจนะที่มีคนรักและห่วงใยมากมายเหลือเกิน....เพื่อนใหม่ เพื่อนเก่า ลุงป้า น้า อา ถามตลอดเวลา คอยให้กำลังใจ ให้คำแนะนำมากมาย ..ได้รับการช่วยเหลือจากพี่ชัช (ช่วยเอาสินค้าที่ร้านไประบายให้ในร้านของพี่ชัชเองที่อยู่ซิตี้ .. พี่ไก่ช่วยเอาไปขายที่สวนลุมไนท์ .. และที่โรงแรมเกรซ ภูเก็ต ที่ฉันไปฝากสิน้คาไว้ให้ช่วยระบาย..และ.พี่น้ำ พี่ทราย ลูกพี่ลูกน้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ .. นี่ขนาดฉันตรวจพบซีสต์ที่รังไข่โต3ซม.แล้ว ..ทุกเดือนๆปวดท้องแทบตาย ต้องฉีดยาทุกเดือน พี่ทรายก็ช่วยออกค่ารักษาให้ พาไปรพด้วย..

จริงๆชีวิตของฉันไม่ต้องการอะไรแล้วค่ะ..มีคนรักมากมายขนาดนี้ เท่านี้ชีวิตก็มีความสุขแล้วนะค่ะ

ไม่สามารถเปิดเผยชื่อของห้างได้นะคะ..แค่นี้ชื่อเสียงก็เสียมากพอแล้ว...นี่แค่ไดอารี่การพัฒนา การเปลี่ยนแปลงของร้าน กับความเป็นไปของชีวิต 1 ชีวิตเล็กๆ บนโลกใบใหญ่ใบนี้เท่านั้นเองค่ะ








...
3 ตค. 52 ตักบาตรพระ10,000 รูปค่ะ

การทำให้จิตใจให้สงบ และทำชีวิตให้มีคุณค่าคือ การสร้างความดี การทำบุญค่ะ .. ตื่นเช้าแค่ไหน ถ้ารับปากไว้แล้วว่าจะทำก็ต้องทำค่ะ...เป็นคนมีสัจจะตามที่หลวงพ่อจรัญเคยสอนไว้....

รับปากว่าจะตื่นเช้าไปใส่บาตรพระ10,000 รูปที่ถนนลาดหญ้า วงเวียนใหญ่ ก็ต้องทำให้ได้ค่ะ...

ตื่นตี5 ครึ่งกว่าๆ...น้องน้อทขับรถไปส่งฉันกับพี่เนครึ่งทางระหว่างบ้านไปวงเวียนใหญ่ แล้วระยะทางที่เหลือเดินออกเองค่ะ..ก็คงไม่กี่กิโล ..แค่เดินเอง จิ๊บๆ...เพราะน้องน้อทต้องกลับบ้านไปพาพ่อกับแม่ไปใส่บาตรอีกที่และพาพ่อแม่ไปช็อปปิ้งที่ตลาดตอนเช้าค่ะ (น่ารักที่สุดเลย น้องใครไม่รู้)

อากาศก็ร้อน คนก็เยอะ กว่าจะเดินถึงจุดหมาย หาที่เหมาะๆถ่ายรูป และที่สำคัญหาที่หายใจค่ะ...เลยพากันเดินขึ้นไปยืนบนสะพานลอย(ก่อนที่พระจะเดินบิณฑบาตรนะคะ) พอพิธีเริ่ม ก็ต้องลงมานั่งยองๆคุกเข่าที่ฟุตบาทข้างทางแล้ว...












...วิธีทำให้ชีวิตมีความสุข...มีปาร์ตี้เกือบทุกเดือน...

กิจกรรมคลายเครียดของคนทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตของหนุ่มสาวออฟฟิศ ยกเว้นเราสามคน(เจ้าของกิจการร้านร้างผู้คน)

และไปเที่ยวชาร์ทแบตปีละหลายๆหน

ปาร์ตี้ครั้งหน้า "วันเกิดอยากกิน" อะไรดี..คิดไม่ออก












Create Date : 04 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 22:18:24 น. 10 comments
Counter : 648 Pageviews.

 
ให้กำลังใจค่ะ ขอให้มีทางออกที่ดี


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:8:51:31 น.  

 
เป็นกำลังใจให้เช่นกันค่ะ
หาช่องทางขายเปิดร้านทางเน็ตด้วยมั๊ยคะ เผื่อจะเพิ่มลูกค้าได้หน่ะค่ะ


โดย: คุณย่า วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:13:19:16 น.  

 
ชีวิตช่างน่าเศร้าเหลือเกิน วันๆกินก็เกิน200แล้ว แต่ตอนนี้ตาลายขอเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยซัก 500นะ


โดย: กล้วยปิ้งสีชมพู IP: 125.24.87.78 วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:18:06:50 น.  

 
พี่แนน...ว่างๆ จะแวะเข้าไปเยี่ยมนะ ไปซัดยำปูกัน วันไหนพี่แนนเข้าโทรมาหาบีนะ... สู้ๆพี่แนน


โดย: Be IP: 118.173.70.39 วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:19:56:57 น.  

 
เซงลี้ฮ่อ เซงลี้ฮ่อ :D


โดย: กวาง IP: 58.9.158.26 วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:21:48:58 น.  

 
เซ็งลี้ฮ่อ รึป่าว เซ็งเป็ดอะไรแบบนี้อ่ะกวาง


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:22:10:42 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: ถ้วยกาแฟ วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:22:15:35 น.  

 
หวัดดีจ้า แนน

ได้ติดตามไดอารี่มาบ้าง ก็น่าเห็นใจเนอะ

แต่เชื่อเหอะ มีลง ก็ต้องมีขึ้นมาบ้างสิ

... แล้ว ถ้าจะเอาเสื้อผ้าของแนนไปวางขายที่อื่น ๆ หรือฝากร้านอื่น ๆ ในห้างนั้น (ห้างไรหว่า) จะได้มะ

สู้ ๆ นะ


โดย: เฮียวุด IP: 161.200.255.162 วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:13:13:05 น.  

 
สู้ ๆ นะคะ..ขอให้แข็งแรงทั้งจิตใจ และร่างกาย


โดย: yaykata วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:16:43:36 น.  

 
สู้ ๆ ค่ะ เข้มแข็งเข้าไว้นะคะ


โดย: คุณย่า วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:12:02:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.