Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
ทำได้ทุกอย่าง...เพื่อความสะใจสุดๆไปเลยค่ะ..








...
การได้มีร้านค้าร้านใหม่แต่ละร้าน....แลกกับหยาดเหงื่อและแรงงานที่หนักสุดๆเลยค่ะ....แต่ถ้าได้ขายดิบขายดี...ก้อยอมแลกจะหนักแค่ไหนก็ถึงไหนถึงกันค่ะ

.....




...
19/02/08


ไหนๆก็ตัดสินใจลุกมาสู้ชีวิตอีกตั้ง...ครั้งสุดท้ายเนี่ย...ก้อเอาให้บ้าระห่ำสุดๆไปเลยค่ะ....จะถึงวันที่20 ที่จะเข้าไปเปิดร้านใหม่ที่อินทราชั้น 2อีกครั้ง

เอาตั้งแต่วันที่19เลยค่ะ...ด้วยความใจร้อน อยากขายของเร็วๆ.. เลยเดินเข้าไปขอพนักงานที่อินทราว่า จะขอตกแต่งร้านวันนี้แหละ.ไปคนเดียวนี่ละค่ะ ขอคุยกับช่างที่นี่ด้วยเรื่องจะตกแต่งห้องวันนี้เลย... ...เพราะพรุ่งนี้วันที่20 นัดลูกค้าเคยเป็นรายใหญ่เมื่อปีที่แล้วไว้..ให้มาดูสินค้าที่ร้านอินทราชั้นสองได้เลย...นัดเค้าไปเนี่ย แต่ตัวเองยังไม่มีร้านเลยค่ะ....เลยจำเป็นต้องจัดการร้านให้เสร็จภายในวันนี้เลย...

บ่ายโทรบอกพี่เนให้หาเหล็กกระดูกงูที่บ้านว่ามีอยู่กี่อัน...เตรียมหลอดไฟที่ติดกับรางไฟทั้งหมดที่มีอยู่...มีอะไรที่มีอยู่ที่บ้านแล้วเอามาตกแต่งร้านได้เอามาให้หมดนะ...เพราะนัดช่างให้มาทำร้านตอนหกโมงเย็นวันนี้เลย....

แบบว่า..กระทันหันทุกอย่างค่ะ..ไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้า..ฉันรู้แต่วันตัวเองเป็นคนใจร้อน...ถ้าคิดอย่างเดียวแล้วไม่ลงมือทำมันก็ไม่มีประโยชน์....ฉันคิดปุ๊บแล้วทำปั๊บทันทีค่ะ...เพราะถ้าไม่ทำวันนี้...พรุ่งนี้อาจจะไม่ฮึดสู้เหมือนณ.ตอนนี้แล้วก็ได้...

ส่วนตัวฉันเองอยู่ร้านที่กรุงทอง2 เตรียมสินค้าที่จะเอาไปวางขายในร้านที่อินทราจัดใส่ถุงกระสอบไว้อย่างดี ทำให้เป็นระเบียบเวลาย้ายของจะได้ไม่เหนื่อยมาก...

รวมทั้งตู้ โต๊ะ เก้าอี้ และหุ่นที่จะเอาไปไว้ที่ร้านใหม่...หลังจากที่เตรียมของเสร็จเรียบร้อย...ฉันก็ต้องจัดร้านที่กรุงทอง2นี้ใหม่อีกที เพราะสินค้าขนออกหลายอย่าง....เกรงว่าร้านนี้จะโล่งมากเกินไป...เลยจัดการรีดผ้าที่เป็นสต็อกเกือบทั้งหมดเอาออกมาแขวนให้ดูมีสินค้าเต็มร้าน.....

หกโมงเย็นนัดพี่เนมาเจอกันที่กรุงทองก่อน ช่วยขนของไปส่วนหนึ่งก่อน วันนี้ขนเฉพาะถุงกระสอบที่ใส่สินค้าทั้งหมดก็ประมาณ 6 ถุงใหญ่ๆค่ะ...

จะมีใครมาช่วยผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพวกเราขนละคะ...สมัยนี้หาน้ำใจจากคนรอบข้างได้ซะที่ไหน...เราสามคนค่ะ ฉัน พี่เน และกล้วย....ทั้งแบกทั้งลาก เรายกของทั้งหมดเอง...จากชั้นใต้ดินขึ้นมาชั้นหนึ่ง หนักนะคะ...ถุงใหญ่ที่อัดสินค้าเต็มกระสอบเนี่ย.....พอขนขึ้นรถเสร็จก็ไปที่อินทราต่อ...

หกโมงช่างมาแล้ว แต่...อุปกรณ์ไม่พอ กระดูกงูมีแค่3อันเอง...และที่สำคัญเค้าห้ามเจาะผนังมากด้วย เพราะถ้าเจาะแล้วตอนเราออกเราต้องทิ้งอุปกรณ์พวกนี้ไว้เลย เค้าไม่ให้ทำเป็นรู....เราต้องพยายามเจาะผนังกำแพงให้น้อยที่สุด เพราะเสียดายอุปกรณ์ที่ซื้อมาทั้งหมด....แต่ละอันเป็นร้อย....

พอเอาเข้าจริงๆ จะให้เราตกแต่งร้านน้อยๆ ติดกระดูกงูไม่กี่อันทำให้วางสินค้าไม่ค่อยได้เลย...เอาฟ่ะ ตัดสินใจซื้อกระดูกงูอีก 2 เส้น....ส่วนไฟในร้านนี่ก็ไม่มีให้...ฉันให้ช่างไปจัดการซื้อรางไฟและอุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้ไปซื้อมาให้ครบตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วค่ะ....แต่ข้อแม้...สินค้าและค่าแรงทั้งหมดห้ามให้เกิน2000 เพราะฉะนั้นซื้อรางถูกๆ กับหลอดนีออนถูกมาเลยค่ะ...ไม่ต้องเอาดีมากแล้ว...ตอนนี้เน้นใช้เงินให้น้อยที่สุด....

แต่อย่างว่า...ช่างก็คือคน...คนหนึ่งที่ถ้าบวกได้ก็บวก....ค่ารางไฟปกติพี่เนซื้อเอง 180 บาท. แต่ช่างซื้อเอาบิลมาให้ตั้ง 380 บาท ซื้อมา2เส้น....เอากำไรตั้ง 400 เชียวนะเนี่ย...ส่วนค่าแรงคิดตั้ง1000 แพงนะคะ ทำนิดเดียวเอง...สรุปวันนี้เราต้องจ่ายช่าง 2200 บาท...เกินงบ...เรารู้ค่ะว่าเป็นธรรมดาของช่างพวกนี้ว่าจะต้องบวกค่าอุปกรณ์เพิ่มแน่นอน...ฉะนั้นเราทำใจไว้อยู่แล้ว เพราะเราไม่มีเวลาไปซื้อเองมันกระทันหันมาก....

พอบอกตำแหน่งให้ช่างติดทุกอย่าง...แล้วพวกเราก็ช่วยกันขนของจากรถมาไว้ที่ร้าน..ฝากไว้ก่อนค่อยมาจัดร้านพรุ่งนี้...ส่วนช่างก็ปล่อยให้ทำงานไปเราไม่อยู่ดู...เราเหนื่อยกันมากแล้ว....พรุ่งนี้เช้าค่อยมาดูร้านและจัดร้านพร้อมกันเลย....เฮ้อ!!วันรุ่งขึ้นช่างมาขอเงินเพิ่ม..เค้าบอกว่าค่าตะปูใช้ไป40 อัน และมุดผีเสื้ออีก 40 อัน..คิดอันละ 5บาท...จะบ้าตาย ตะปูอันนิดนึงตั้ง 5 บาทเลยเหรอคะ.....ทำไมขูดเลือดขูดเนื้อกันขนาดนี้....ทั้งหมด 80 * 5 = 400 บ....นี่ค่าตะปูนะคะเนี่ย....ต่อลองเค้าขอจ่ายแค่250 บาท.....ก็ยังดีที่ยังมีเมตตาลดให้นะคะ...

20/02/08

วันที่20 ...เช้า 8โมง...ขนตู้สีๆ เหล็กเสียบราวแขวน หุ่นหลายตัว เอาเป็นว่าขนเกือบทุกอย่างขึ้นรถเพื่อจะไว้ที่ร้านอินทราอีกครั้ง....

วันนี้กล้วยแขนเดี้ยงไปคนหนึ่งแล้วค่ะ...แขนซ้ายยกไม่ได้แล้ว.....

ถ้าให้จินตนาการตามนะคะ....รถจอดที่จอดรถชั้นสองของห้าง...(ให้พี่เนทยอยจัดของในร้านคนเดียวก่อนนะคะ)ส่วนฉันกับกล้วยช่วยกันขนของจากรถ....แต่แขนกล้วยใช้การไม่ได้1ข้างฉะนั้น กล้วยมีหน้าที่ลากรถเขนไปก่อนอ่ะค่ะ....

ส่วนฉัน ผีบ้ามันเข้าสิงแล้วละค่ะ...ตู้จะหล่นทับตัว ถุงกระสอบใหญ่ๆจะกลิ้งใส่ตัวก็ช่างมันแล้ว....สูดหายใจลึกๆ เตรียมพร้อมตกตู้ลงจากรถคนเดียว 3 ตู้ ตอนยกออกจากรถจะเอาวางลงพื้นก็ไม่ได้ เพราะพื้นสกปรกสุดๆ ยกแล้วต้องเดินลงบันไดตอนแรก 3ขั้นก่อนนะคะ ลงแล้วก็วางลงได้ ให้กล้วยยืนเฝ้าตู้ไว้ก่อน...ฉันกลับขึ้นไปยกตู้ที่2 ต่อ...เหมือนเดิมค่ะ...เอาลงจากรถก็วางไม่ได้ ไม่มีมือปิดประตูท้ายรถด้วย ช่างมันแล้วเปิดไว้อย่างนี้ละ....ยกตู้ที่2ลงมาวางที่เดิม แล้วต่อด้วยตู้ที่3 ...เหงื่อเริ่มหยดเต็มหน้าแล้วละค่ะ...

เอาฟ่ะ...ไม่รู้เลือดบ้ามันพุ่งมาจากไหน...ยังมีหุ่นมีของอีกเยอะมากฉันยกลงคนเดียวนี่แหละเป็นสิบๆรอบ...พอยกมาวางกองที่บันได 3 ขั้นก่อน...อ่ะ ต่อไปยังต้องลงไปชั้นสองเพื่อเข้าห้าง....อ่ะกล้วยไปรอที่ข้างล่างเลย ...ฉันจะค่อยๆขนแบบเมื่อกี้นี้แหละทีละเที่ยว...ยกตู้ลงบันไดคนเดียวทีจะอัน...หุ่นก็มีแรงหิ้วได้มากแค่ไหนก็หิ้วมาให้มากที่สุด ไม่อยากเดินหลายเที่ยว...

ฉันขนของ ยกของคนเดียวลงบันไดไปชั้นสองเป็นสิบรอบเหมือนกัน...แล้วค่อยใส่รถเข็นให้กล้วยเข็นไปที่ร้าน...แต่ฉันไม่ยืนเฉยๆหรอกค่ะ...กล้วยเข็นไปส่วนฉันมีมือว่างนิ ยกเองหอบเองเดินไปด้วยกัน ส่วนของที่เหลือก็วางไว้นั่นแหละเดี๋ยวกลับมาขนใหม่...คิดว่าคงไม่มีคนขโมยหรอกค่ะ ตู้อันเบ้อเร้อ...

ขนของเสร็จก็ช่วยกันจัดร้านเกือบชม...พี่เนก็ขับรถไปส่งกล้วยที่ร้านกรุงทองก่อน เพราะเปิดร้านทิ้งไว้แต่เช้าแล้วไม่มีคนเฝ้าด้วย....แล้วยังต้องขนของอีกหลายอย่างจากร้านกรุงทองเพื่อมาไว้ที่อินทรา....ก็อีกละค่ะ....ช่วยกันสามคนพี่น้องเหมือนเดิม...แต่ก็มีน้องๆแถวนั้นมาช่วยบ้าง ยังไงก็ขอขอบคุณไว้ตรงนี้ที่มีคนแสดงน้ำใจให้พวกเราได้รับ....

เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทิ้งกล้วยไว้ที่ร้านกรุงทองเลยค่ะ....ฉันกับพี่เนก็ไปลุยที่อินทราต่อ.....

ก็เหมือนเดิมยกของลงจากรถแล้วไปวางไว้ที่บันไดเหมือนเดิม หลายเที่ยวเหมือนเดิม.....ก็ไม่รู้แรงมันมากจากไหน...กะว่าเอาให้ล้มตายกันไปข้างหนึ่งล่ะค่ะ...

ฉันเองน่ะไม่ค่อยจะมีความรู้สึกแล้ว...เพราะความเครียดมันหนักมากกว่าสิ่งของซะอีก...ใจฉันมุ่งแต่จะต้องขายของให้ได้..จะต้องมีเงินใช้ให้ได้...ฉันทนภาวะแบบนี้ไม่ไหวแล้ว....มาร้านทุกวัน แต่ไม่มีเงินเข้าเลยซักบาท....แค่สิบกว่าวันฉันก็กลายเป็นคนอีกคนไปแล้ว...






...อะไรจะโชคดีปานนี้คะ



...ช่วงเช้าที่จัดร้านอยู่....มีต่างชาติ2คนเข้ามา...ถามราคาขายส่ง แล้วเค้าก็หยิบๆๆๆ หมด 3 ราวค่ะ....เรายังจัดร้านไม่เสร็จเลย....

อะไรจะโชคดีขนาดนั้นคะ...เขียนบิลใบแรกรวมยอด 11000 บาท ...อยากจะร้องกรี๊ดๆๆๆๆ.....ตั้งแต่วันที่5 จนถึงวันที่20 ขายที่กรุงทองรวมแล้วถึง4000 รึป่าวยังไม่รู้เลยค่ะ.....นี่แค่ช่วงเช้าวันแรกที่นี่ละได้หมื่นแล้ว...น้ำตาแทบจะไหลกับพี่เนสองคนเลยค่ะ...


เอาละช่วงบ่ายนัดลูกค้าคนสำคัญไว้นิ....อาจจะได้อีกหลายหมื่น...เพราะลูกค้าที่นัดไว้ เป็นลูกค้ารายใหญ่มากซะด้วย...เพี้ยง!!ขอให้เหมาแซ็กให้หมดเถอะนะคะ...

เอาละแย่แล้วค่ะ...สินค้าสำคัญที่จะขายลูกค้ารายใหญ่รายนี้ลืมเอามาจากบ้าน 2กระสอบใหญ่ๆ...ให้พี่เนรีบกลับไปเอาที่บ้านก่อน ส่วนฉันจะถ่วงเวลาลูกค้าคนนี้ไว้เองถ้าเค้ามาก่อน....

หึหึหึ........ศึกแย่งลูกค้าแบบหน้าด้านๆจะทำให้ดูเดี๋ยวนี้ละคะ







...ลูกค้าข้า...แกห้ามแตะ...ไอ้....ร้านก็อปปี้บ้า..


...จริงๆก้อไม่ได้ซีเรียสแล้วกับการที่เจอกับคนที่ชอบเอาสินค้าของเราไปก็อปปี้อ่ะค่ะ....เราเจอตั้งแต่ปีแรกของการเริ่มต้นทำการค้าที่สวนลุม...ตั้งแต่รู้สึกโกรธ โกรธมาก จนโกรธถึงที่สุด และสุดท้ายความโกรธทั้งหมดก็หายไปหมดไม่เหลือเลย เหลือแต่ เอาเถอะ...ใครทำอะไรก้อได้อย่างนั้น...คิดดีก้อได้ดี..คิดร้ายกับอื่นผลร้ายก้อจะกลับเข้าตัว.....คิดแบบนี้ความโกรธหายไปโดยปริยายค่ะ

แต่คราวนี้...มันเหลืออดแล้ว....เนื่องจากร้านก็อปปี้ที่พูดถึงนี้...เริ่มแรกร้านนี้ขายเสื้อผ้าชุดแขก เนปาลค่ะ....เจ้าของร้านเป็นคนจีนพูดไทยได้...ลูกค้าของร้านนี้ส่วนใหญ่เป็นคนจีน.....เมื่อต้นปีที่แล้วปี 50 ....ลูกค้าคนจีนจะมาซื้อสินค้าของฉันเยอะมาก...แต่ละคนเป็นลูกค้ารายใหญ่ทั้งนั้น ซื้อทีหลายหมื่นบาท และหลังจากเลือกสินค้าจนหมดแล้วก้อจะได้ฉันเอาสินค้าที่ซื้อทั้งหมดไปส่งไว้ที่ร้านก็อปปี้ร้านนี้.....ก้อทีแรกร้านนี้ไม่ได้ขายเหมือนฉัน ฉันก้อไปส่งของที่ร้านนี้ปกติ ส่งประจำ เพราะคนจีนที่เป็นลูกค้า เค้าพูดภาษาจีนกับเจ้าของร้านนี้ได้...เค้าสื่อสารกันรู้เรื่อง....ไอ้เราก้อไม่คิดอะไร เอาของไปส่งก้อยังยิ้มพูดคุยกับคนร้านนี้ตามปกติ....

แต่แล้ว......ประมาณเดือนตค.ปี50 ปีที่แล้วอีกเช่นกัน...ร้านก็อปปี้ร้านนี้ได้เปลี่ยนสินค้าในร้านทั้งหมด...จากชุดแขก เนปาลไม่มีแล้วค่ะ...มันกลายเป็นผ้าไทยปักเหมือนของฉันทั้งร้าน.....ที่แน่ๆ ดันเอาเสื้อที่มีคนจีนซื้อจากร้านฉันไปใส่หุ่นโชว์ขายหน้าร้านเลย....สินค้าของฉัน ฉันจำได้.....ร้านนี้อยู่ห่างจากร้านฉันไม่มากเลย เดินไปแปบเดียวก้อถึง.......คราวนี้เรารู้แล้วว่า ร้านนี้จงใจจะก็อปปี้สินค้าของฉันทั้งหมด...เพราะสินค้าในร้านนี้มันเหมือนของฉันเกือบทั้งร้าน.....ลูกค้าเก่าๆของฉันหลายคนยังเข้าใจผิดเลย...คิดว่านี่เป็นร้านฉันอีกสาขาหนึ่ง......

แต่ฉันไม่แคร์....เพราะสินค้าของฉะนมีคุณภาพกว่าเยอะ...copy หรือจะสู้ original ...ฉะนั้นฉันไม่สนใจร้านนี้จริงๆ....

แต่ปลายปีที่แล้วเดือนธค.ฉันตัดสินใจปิดร้านที่อินทรา...เนื่องจากสู้ค่าเช่าไม่ไหวจริงๆ......และลืมเรื่องร้านก็อปปี้นี้ไปเลยค่ะ....

และแล้วเหตุการณ์น่าจะอาละวาทก้อเกิดขึ้น....

ปลายเดือนกุมภา ปี 51 ที่ตัดสินใจมาเปิดร้านที่อินทราอีกครั้ง....เริ่มเปิดวันแรกวันที่ 20 กพ. ฉันนัดลูกค้าคนจีนตอนบ่าย2 ของวันที่20 นี้ วันแรกของการเปิดร้าน กะว่าลูกค้าคนจีนคนนี้จะซื้อของไม่ต่ำกว่า สี่หมื่นแน่ๆ เพราะเค้าเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่เคยซื้อของร้านฉันไปแล้ว...และที่สำคัญ เรานัดกันอย่างดิบดีว่าบ่าย2 เค้าจะมาซื้อของร้านฉัน.....ไอ้เราก้อรอ ร๊อ รอ รอตั้งแต่เช้า....

จนบ่ายกว่า มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องพี่เน....คนโทรเป็นผู้หญิงพูดภาษาไทยแต่ไม่ชัดบอกว่า "ลูกค้าคนจีนที่นัดไว้เมื่อวาน...เค้าบอกว่าจะมาซื้อใหม่วันหลัง...วันนี้ไม่ว่างมาแล้ว....ไว้จะมาใหม่คราวหน้าเลย.."...........หัวใจแทบสลายนะคะ...ที่รีบมาเปิดร้านนี้วันนี้เป็นวันแรกเพื่อลูกค้าคนนี้เพียงคนเดียว...

ซักพักพี่เนโทรมาบอกฉันว่า "พี่เนว่าเสียงผู้หญิงคนนั้นมันคุ้นๆ....แนนลงไปดูร้านก็อปปี้ซิ....สงสัยว่าลูกค้าเราอยู่ที่ร้านนั้นแน่ๆ...เพราะคนที่โทรมาตะกี้เสียงมันเหมือนเจ้าของร้านก็อปปี้ที่เป็นคนจีน"......"เหรอๆ ..ได้เลย ...จะลงไปเดี๋ยวนี้"......ลุยเดี่ยว ฉายเดี่ยว....ร้านเปิดทิ้งไว้เลยไม่มีคนอยู่เฝ้าด้วย...ฉันรีบลงไปข้างล่างเดินไปที่ร้านก็อปปีทันที.....

ปิ้ง ปิ้ง ปิ้ง....สบตากับเจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิงจีนพูดไทยได้....มีการส่งยิ้มให้ด้วย......แต่ เอ๊ะ!! ผู้หญิงในร้านอีกคนมันคุ้นๆนะคะ....เข้าไปดูใกล้ๆซะเลย..."อ้าว!! เธอนี่เองที่นัดฉันไว้นินา...มาอยู่ร้านนี้ได้ยังไง...ไม่ได้ๆ...คุยภาษาจีนกับพ่อฉันเลยเธอ" แลแล้วฉันก้อกดโทรศัพท์ให้พ่อพูดภาษาจีนกับลูกค้า เพราะลูกค้าคนนี้พูดอังกฤษไม่ได้เลย...ทำให้สื่อสารกับฉันไม่ได้....

ฉันให้พ่อบอกเค้าว่า...."ขึ้นไปดูร้านฉันเถอะ คุณไม่ซื้อก้อไม่เป็นไร...อย่างน้อยจะได้รู้ว่าร้านฉันอยู่ที่ไหนไง...." สรุปน้องคนจีนคนนี้ก้อเดินตามฉันโดยออกจากร้านก็อปปี้ไป..น้องเค้าคงบอกกับเจ้าของร้านนั้นว่าเดี๋ยวมานะ....

แบบว่าฉันดึงมือเค้าออกมาจากร้านนั้นเลยค่ะ....แย่งลูกค้าฉันไปหลายคนแล้วนะ...แต่คนนี้ฉันไม่ยอม เพราะลูกค้าคนนี้นัดฉันแล้วว่าจะมาร้านฉัน ฉันถึงได้มารอ....งานนี้จะไม่ยอมแล้ว.....

พอจูงมือลูกค้าออกจากร้านนั้นได้...ก้อโทรให้พ่อคุยภาษาจีนกับเค้าต่อ...ให้บอกเค้าว่า "ร้านนั้นเค้าก็อปปี้สินค้าร้านฉันหมดทุกแบบเลยนะ....ของฉันนะพวกเราออกแบบกันเองหมด....แต่ไม่เป็นไรถ้าคราวนี้ซื้อของร้านนั้นไปแล้วก็ไม่เป็นไร...คราวหน้ามาซื้อร้านฉันใหม่ก้อได้....แต่วันนี้ไปดูร้านฉันก่อนนะ...."....น้องคนจีนคนนี้ก้อ..."Hao Hao ....(ได้ๆ)" และน้องเค้าหันมาคุยกับฉันว่า " บึดๆๆ pu' Hao บึดๆๆๆๆ เหรอ" ......ฉันก้อเดาว่า ร้านนั้นไม่ดีใช่มั๊ย ฉันก้อตอบไปว่า " yes ปู้ห่าวๆ (ใช่ไม่ดีๆ) ทา ก็อปปี้ๆ หว่อ(เค้าก็อปปี้ฉัน)"

พอพาน้องคนจีนคนขึ้นมาถึงร้านฉัน ...น้องเค้าน่ารักมากๆๆๆ เค้าช่วยซื้อสินค้าร้านฉันค่ะ.....ถึงจะไม่มากเหมือนครั้งที่แล้ว....แต่เค้าก้อช่วยซื้อทั้งๆที่เค้าเพิ่งจะซื้อสินค้าร้านก็อปปี้ไปเยอะมากๆๆๆๆ.........น้องแกคงเกรงใจฉันน่ะค่ะ.....ทั้งหมดก็เจ็ดพันกว่า......ถือว่าน้อยมาก แต่น้ำใจน้องเค้ามามากจริงๆ....เมื่อกี้เค้าเพิ่งให้เจ้าของร้านก็อปปี้โทรมาบอกว่าไม่มาร้านฉันแล้ว...ไว้คราวหน้าเลย......

แต่แล้วน้องเค้าก้อซื้อของร้านฉันไปด้วยความเกรงใจ....น่ารักจริงๆเลยค่ะ....

คราวนี้..ฉันเหลืออดที่ว่า....ร้านก็อปปี้ดึงลูกค้าของฉันไปแบบชัดเจนมาก....ฉันไม่ยอมแล้ว.....ฉันเข้าไปถึงร้านนั้นเลย....เข้าไปดึงมือลูกค้าของฉันออกมาเลย....เจ้าของร้านนี้เค้ากลัวฉันน่ะค่ะ..กลัวมาตั้งนานแล้ว....เค้ารู้อยู่แก่ใจว่าเค้าก็อปปี้สินค้าร้านฉันทั้งร้านเลย......เค้ายังทำหน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น....มีการยิ้มให้ แถมเอาเก้าอี้มาให้นั่งรอลูกค้าอีก....ปั้นหน้าเก่งจังเลย....แต่เค้าไม่กล้าทำอะไรฉัน....ฉันก็ไม่กลัวด้วย เข้าไปในร้านนั้นแบบหน้าตาบึ้งด้วยละค่ะ...ฉันไม่ได้โง่นะ ตะกี้แก(ไอ้เจ้าของร้านก็อปปี้)โทรมาหาพี่สาวฉันว่าลูกค้าไม่ไปร้านฉันแล้ว....เชอะ พี่ฉันจำเสียงแกได้ย่ะ........

หลังจากที่น้องคนจีนเลือกซื้อสินค้าร้านฉันไปแล้ว..ฉันก้อให้พ่อพูดกับน้องเค้าอีกว่า " อย่าให้ร้านนั้นเห็นสินค้าของฉันนะ...เดี๋ยวเค้าเอาไปก็อปปี้อีก..ฉันไม่ชอบเจ้าของร้านนั้นเลย ก็อปปี้สินค้าฉันหมดร้านแล้ว...".....น้องเค้าก้อน่ารักมาก ขอถุงใหญ่ๆฉันใส่สินค้าสองชั้นเลยค่ะ...แล้วทำท่าว่า ปิดให้สนิทๆ เค้าจะได้ไม่เห็น......สุดยอดจริงๆ....น่ารักมากๆอีกแล้ว........



นี่ละค่ะเหตุการณ์ ลูกค้าข้า.....ใครห้ามแตะ.......ข้าลุยแหลกจริงๆนะ.....











Create Date : 06 มีนาคม 2551
Last Update : 11 กรกฎาคม 2551 23:05:05 น. 10 comments
Counter : 458 Pageviews.

 

..... ต้องได้ยังงี้สิคะ พี่สาวเรา.... ลุยแหลก ไม่ต้องสนใจใครคะ... สมัยนี้เราต้องพึ่งตัวเอง... อะไรทำได้ก็ทำไม่ต้องยั้งค่ะ.... (ถ้าไม่เดือดร้อนใคร)

ก็ไม่มีใครเลี้ยงเรา หรือเกิดมาบนกองเงินกองทองนี่เน๊อะ....
...........................

ดีใจด้วยนะคะ.... ที่มีลูกค้ามาเหมา 3 ราวเลย.... เยี่ยมมากค่ะ

ขอให้ขายดิบขายดีแบบนี้ไปตลอดนะคะ

ถึงเหนื่อยแค่ไหน.... แต่ถ้าเรามีลูกค้า มีเงินเข้าร้าน ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแหล่ะคะ....
...........................................

ดีใจด้วยนะคะพี่.....

ช่วงนี้ ที่นี่ก็เงียบเป็นป่าช้าเลยค่ะ....

.... เงียบสงบ มา 2 อาทิตย์กว่าแล้วค่ะ.... แถมฝนก็ตกทุกวัน

มี 2-3... วันมานี้ เริ่มมีคนมามั่งค่ะ...
.......................................

แต่ก็ยังมีหวังค่ะ.... วันนี้ไม่มีลูกค้า... เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็มีค่ะ.... ถ้าพรุ่งนี้ไม่มี...
มะรืนก็ต้องมี..... มะรืนไม่มี.... เดี๋ยวมันก็ต้องมีสักวันล่ะค่ะ

เน๊อะ ๆ ๆ

.........................................

รักาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: largeface วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:17:41:55 น.  

 
สู้...สู้...สู้...ไม่ได้หรอก...ของแบบนี้จะมาแย่งลูกค้าได้ไง..จริงแมะ

ขายดี...ขายดี...นะจ๊ะ นู๋แนน


โดย: tuktikmatt วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:18:03:35 น.  

 
เราเองก็ชอบเซตนี้เหมือนกัน ดูหวานหน่อย โดยเฉพาะเจ้ามู๋ เป็นตัวเดียวกันกับเจ้าตัวนี้เลย


โดย: tuktikmatt วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:1:25:02 น.  

 

หวัดดียามเช้า
ขอให้
ขายดี ขายดี


โดย: tuktikmatt วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:6:53:52 น.  

 
สวัสดียามเช้า...สุขสุดสุดค่ะ


โดย: tuktikmatt วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:7:31:48 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะค่ะ วันนี้พาเด็ก ๆ มาเยี่ยมค่ะ สบายดีนะค่ะ



โดย: vpjeab วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:12:05:49 น.  

 
สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม อากาศร้อนมาก รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:16:28:56 น.  

 
ภาพฤษีดัดตน (ในวัดโพธิฯ) ภาพที่ 1.





โดย: katoy วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:12:03:52 น.  

 


โดย: vpjeab วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:17:07:12 น.  

 
สุขสันต์วันสงกรานต์จ้า ไปเล่นสาดน้ำที่ไหนหรือเปล่าเอ่ย


โดย: tuktikmatt วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:3:11:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.