Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
เพื่อนรัก..ซ้ำเติมชีวิตที่บัดซบของฉัน..อีกทำไม

"... เธอหาเงินได้กำไรเดือนละแสนเองเหรอ รู้มั๊ยมันแค่ขี้เล็บขี้ผงของฉัน
ปีหนึ่งฉันหาเงินได้ปีละร้อยล้าน "

"ฉันมีก้อนซีสที่มดลูกขนาด8เซ็น แต่ไม่ไปเอาออกหรอก มันคุ้มมากเลยนะเพราะถ้าฉันเอามันออกฉันจะไม่มีแรงหาเงินได้เป็นร้อยๆล้านจนถึงตอนนี้"

"แม่..อยากได้เงินมั๊ย ถ้าอยากได้ ก็ลงมาหาลูกที่เกาะนี้ซิ แล้วลูกจะให้เงินแม่ " น้ำเสียงของเธอผู้นี้พูดด้วยความภาคภูมิใจ

"มีครั้งหนึ่งฉันทำงานหนักมากจนต้องแอ็ดมิดที่รพ. 4 วันไม่มีใครมาเยี่ยมฉันเลยซักคน "

คำพูดเหล่านี้ฉันได้ยินทางโทรศัพท์เมื่อปลายปี53 จากเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เรียนจบจากรั้ววิทยาลัยเดียวกัน
..








...

เกือบ20ปีแล้วเราที่ไม่ได้เจอกัน วันหนึ่งของปลายปี53 ฉันได้รับFriend Requests จากการค้นหาเพื่อนของเธอผู้นี้ทาง "เฟซบุ๊ก"

ตั้งแต่เรียนจบ ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานและใช้ชีวิตของตัวเอง .. พวกเราต่างผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชน ดีบ้างร้ายบ้าง ซึ่งเราไม่มีโอกาสได้รู้เรื่องราวของกันและกัน..

พอเราสามารถติดต่อกันได้แล้ว ก็มีการโทรศัพท์คุยกัน เล่าถึงเรื่องราวของชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งชีวิตของฉันในขณะนั้นถือว่ากำลังตกอับที่สุดของชีวิต ความรักสลาย จากที่ได้รับรู้ว่าคนที่ฉันเฝ้ารอทุกวินาทีแต่งงานอีกครั้ง พร้อมกับงานที่พังทลายปิดกิจการร้านเสื้อผ้าที่ทำมา8ปีเต็ม..ใช้คำว่าล้มละลายก็ว่าได้ .. เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ และเงินที่ยืมญาติผู้ใหญ่มาลงทุนทำการค้าหนึ่งล้านเก้าแสนหายไปหมด...เวลานั้นหัวใจฉันสลายแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน

ไดอารี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันเอาไว้ระบายความในใจทั้งหมด พิมพ์ไปร้องไห้ไป วันนั้นวันที่เราได้โทรศัพท์พูดคุยและผลัดกันเล่าเหตุการณ์ของช่วงชีวิตที่ผ่านมา ในขณะที่ฉันกำลังทุกข์ที่สุด ฉันได้เจอเธอ เพื่อนที่ฉันเคยรัก ฉันดีใจมากจนน้ำตาไหล ฉันเล่าเหตุการณ์คร่าวๆของชีวิตให้เธอคนนี้ฟังด้วยน้ำตา แต่ถ้าอยากจะรู้เรื่องราวมากกว่านี้เราพิมพ์ไว้ในไดอารี่ เธอเข้าไปอ่านรายละเอียดชีวิตที่ผ่านมาของฉันได้

ไดอารี่พิมพ์ติดต่อกันมาหลายปี มีทั้งเรื่องดีและเลวร้าย เธอเลือกอ่านเพียงแค่ สองสามไดอารี่สุดท้ายที่ฉันพิมพ์ ...

แน่นอนไดอารี่สุดท้ายของตอนนั้นเป็นช่วงชีวิตที่ตกอับที่สุด ทุกข์ที่สุด ..เธอเข้าไปอ่าน ในความรู้สึกตอนนั้น ฉันช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน ..

ใช่ค่ะ ฉันรู้ตัวดีว่าตอนนั้นเป็นช่วงชีวิตที่เลวร้ายที่สุด ถ้าไม่มีสติเวลานั้นฉันอาจฆ่าตัวตายไปแล้ว เหตุการณ์ที่ความรักและการงานล้มเหลวพังลงพร้อมๆกัน วันๆฉันจมอยู่กับความซึมเศร้า น้ำตาแทบจะตกใน

เรื่องราวที่ผ่านมามันอยู่ในไดอารี่ก่อนหน้านี้ทั้งหมด ไม่ว่าฉันจะดิ้นรนทำอาหารกล่องขาย แน่นอนมันไม่ใช่ฉัน..... แต่ มันคือการแสดงถึง การต่อสู้กับชีวิต ฉันล้มแล้วพยายามลุก ..พอเพื่อนคนนี้รู้ว่าฉันทำอาหารกล่องขาย..คำพูดของเธอผิดหวังอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าชีวิตของฉันจะตกอับได้เพียงนี้...ทั้งๆที่ฉันเล่าว่าฉันเคยทำอาหารกล่องขายเพียงแค่3 เดือนก็เลิก...










...


พอการค้าจบลง..ชีวิตที่เคยสุขสบายก็จบลงด้วย...
เรื่องราวที่เพื่อนไม่เคยรับรู้เป็นเวลาเกือบ20 ปี ก็มีแค่นี้ เธอบอกว่า ไม่เคยรู้เลยนะว่าชีวิตของฉันจะสุดแสนรันทดขนาดนี้..คำพูดของเธอดูช่างเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนคนนี้เสียเหลือเกิน..เธอดูสงสารฉันจับใจ ตั้งแต่แรกแล้วที่คำพูดของเธอทางโทรศัพท์มันเหมือนจะทิ่มแทงใจของฉัน เช่น " หาเงินได้แค่เดือนละแสนเอง มันแค่ขี้ผงขี้เล็บของฉัน " , " นั่นไง โลภ ความโลภทำให้ขยายร้านเรื่อยๆ เป็นยังไง โลภทำให้หมดตัวแบบนี้ไงละ " ความจริงฉันไม่ได้โลภ แต่ฉันต้องการความก้าวหน้าทางการค้าตังหากค่ะ..การค้ามันต้องมีการขยับขยายบวกทั้งสวนลุมไนท์ก็หมดสัญญา ฉันจำเป็นต้องดิ้นรนหาร้านใหม่ ส่วนเรื่องการค้ามันต้องมีหลายร้านเพื่อกระจายสินค้า ไม่ใช่เอาสินค้าจมอยู่ร้านเดียว..มันเป็นเทคนิคของการค้าที่ต้องมีการสลับสินค้า และ ระบายสินค้า เค้าคนนี้อาจไม่เข้าใจ แต่ ฉันไม่พูด ไม่เถียง เพราะตอนนั้นเข้าใจว่า เพื่อนคนนี้กำลังพูดกับฉันด้วยความหวังดีจากใจจริง..

ฉันโดนเพื่อนพูดจาถากถางหลายครั้ง แต่ตอนนั้นฉันกำลังจมอยู่ในความทุกข์ บวกกับคิดว่าเพื่อนรักฉัน เพื่อนหวังดีเลยไม่ใส่ใจกับคำพูดถากถางเหล่านี้.. มีหลายเรื่องที่เพื่อนเล่าเรื่องราวของตัวเอง เราทำธุรกิจการค้าเหมือนกัน ผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆมามากมายเช่นกัน มีความทุกข์ไม่แพ้กันหรอก เธอเป็นคนสวย หุ่นดี ฉลาด พูดจาฉะฉาน เป็นผู้หญิงเก่งและแกร่ง มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก. เธอมีสามีเป็นฝรั่ง มีกิจการใหญ่โต อยู่ที่ภาคใต้ของประเทศไทย ปีหนึ่งๆหาเงินได้เป็นร้อยๆล้าน.สถานที่ทำงานของเธออยู่ที่เกาะ รอบๆเป็นทะเล มีแต่ต่างชาติมากมาย เธอทำการค้ากับต่างชาติ และเธอก็มีร้านขายเสื้อผ้าที่ทำเป็นงานอดิเรก...ที่เธอเล่ามาฉันเชื่อสนิทใจเลยจริงๆ...

เพื่อนบอกว่าสินค้าของฉันที่ค้างสต็อกยังเหลือเยอะมากมั๊ย ให้รีบส่งมาให้เค้า เพื่อที่จะช่วยขายให้ ฉันจะได้มีเงินใช้..หรือจะมาอยู่กับเค้าก็ได้ มีงานให้ทำด้วยนะถ้าอยากจะมาทำงาน เพราะเธอเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตมีงานให้ฉันทำแน่นอน

ค่ะ..แต่ไม่ได้อยากไปทำงานกับเพื่อน ฉันอยากไปพักผ่อนให้สบายใจ และอยากไปหาทางระบายสินค้าที่มีอยู่ด้วย ..แต่ฉันมีพี่เน และน้องกล้วยซึ่งเป็นน้องข้างบ้านที่ฉันดึงเค้าให้มาช่วยงานที่ร้าน ให้น้องเค้ามาเป็นคนขายของให้ เราอยู่ด้วยกันหลายปีกับการค้าของฉัน...ฉันบอกเพื่อนว่าขอให้พี่เน และน้องกล้วย ไปส่งฉันนะ..เพราะถ้าฉันไปแล้วทุกคนเห็นว่าฉันสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะนั้นได้อย่างมีความสุข ทุกคนจะได้สบายใจ ส่วนฉันคิดว่าอาจจะได้ลงไปหาลู่ทางทำมาหากิน เผื่อต่อไปจะชวนพี่เนและกล้วยมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง มาทำการค้าด้วยกันที่เกาะนี้..

คำตอบของเพื่อนคือ..ไปได้ แต่ให้พี่เนไปคนเดียว ส่วนกล้วยไม่ให้ไป..อ้าว ชักยังไง...ทำไมละมีเหตุผลอะไรที่ไม่ให้กล้วยไป...จากการประเมินคำพูดของเพื่อนคือ...เค้าคิดว่าพวกเรา3คนจะลงไปหาเค้าโดยไม่เอาเงินติดตัวไปเลย..เค้าคิดว่าพวกเรา3 คน จะใช้เงินของเค้า เค้าบอกว่าเรากับพี่เนเค้ารู้จัก เค้าช่วยได้ แต่กล้วยเค้าไม่รู้จัก ยังไงก็ไม่ให้ไป...

เค้าเข้าใจผิดจริงๆ..พวกเราไม่ได้จะไปรบกวนเค้าเรื่องเงิน..แค่รบกวนเรื่องหาที่พักให้ และช่วยดูแลเรื่องการเดินทางและแนะนำสถานที่ของเกาะ แต่เรื่องค่าใช้จ่าย พวกเรานำไปเองอยู่แล้ว เค้าคงลืมไปว่า ฉันยังมีพ่อแม่ที่เป็นที่พึ่ง .... ถึงฉันจะล้มละลายไม่เหลือเงินเลยซักบาท..แต่ฉันสามารถขอยืมเงินพ่อแม่ได้นิ่คะ....

จากความเข้าใจผิดของเพื่อน ทำให้พวกเราต้องชะงักและยุติเรื่องที่จะลงไปหาเพื่อนที่เกาะนั้นทันที..มันแปลกและผิดปกติมาก ทำไมอยากให้ฉันลงไปหาเค้าคนเดียวเท่านั้น...ตอนแรกบอกว่าอยากให้ฉันไปพักผ่อน ไปอยู่กับทะเล ความเครียดความทุกข์อาจจะลดลง... แต่พอติดต่อกับพูดคุยกันมากขึ้น จากให้ฉันไปพักผ่อนก้อเปลี่ยนเป็นให้ไปทำงานกับเค้าเลย...ฉันบอกว่าได้ ฉันจะไปแต่ขอไปขายของที่ร้านเสื้อผ้าเค้านะ ฉันจะเอาสินค้าที่เป็นงานhandmade ที่เหลือจากร้านเก่าไประบายให้หมด..."โอเคจ้า..รีบลงมาเลยเอาสินค้าลงมาด้วยนะ" ได้ ฉันจะลงไปหาเธอคนเดียวก็ได้ขอเวลาเตรียมตัว2 อาทิตย์....

ช่วงเวลา2อาทิตย์ เราคุยโทรศัพท์กันเกือบทุกวัน..คำพูดที่อยู่ข้างบนสุดหลายประโยคก็ออกมาจากปากของเธอ.."แม่..อยากได้เงินมั๊ย ถ้าอยากได้ ก็ลงมาหาลูกที่เกาะซิ ลูกจะให้เงิน ". ฉันได้แต่คิด ว่าทำไมใช้เงินเรียกแม่ลงมาหา ทำไมตัวเองคิดถึงแม่แล้วไม่ไปหาแม่ที่กรุงเทพเอง... "ฉันมีก้อนซีสที่มดลูกขนาด8เซ็น แต่ไม่ไปเอาออกหรอก มันคุ้มมากเลยนะเพราะถ้าฉันเอามันออกฉันจะไม่มีแรงหาเงินได้เป็นร้อยๆล้านจนถึงตอนนี้" ทำไมเธอมีโรคหลายโรคในตัว เธอกลับไม่ยอมไปรักษา เธอยอมป่วยแต่แลกกับใช้เวลาและชีวิตทั้งหมดกับการหาเงิน เธอกลัวว่าถ้าไปผ่าตัด เธอจะต้องกินฮอร์โมน ร่างกายเธอจะอ่อนแอลงไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เธอกลัวว่าความแข็งแรงและความแข็งแกร่งของเธอจะลดน้อยลงทำให้เธอไม่สามารถหาเงินได้เป็นร้อยๆล้านเหมือนเดิม...เรื่องเงินมันเป็นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ มันไม่น่าจะคุ้มเลยนะ...แต่เค้าบอกว่าคุ้ม คุ้มมากที่สุด...แต่เธอก็เล่าว่า มีช่วงหนึ่งเธอทำงานจนไม่ได้พักผ่อน ไม่เข้าห้องน้ำทั้งวันทั้งคืน อาหารก็ไม่ค่อยมีเวลาทาน..จนเธอล้มป่วย เข้ารพ. แอ็ดมิดไป4 วัน..ช่วง4 วันไม่มีคนซักคนไปเยี่ยมและดูแลเธอ..ก่อนหน้านี้หลายปีสามีฝรั่งของเธอเสียชีวิตลง เธอต้องทำงานหนักคนเดียว...จากที่เธอเล่า เธอใช้อำนาจของเงินในการปกครองคน ปกครองลูกน้อง ....ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตอนเธอป่วยหนักถึงไม่มีคนไปเยี่ยม..ฉันได้แต่ฟังเพื่อนเล่าฝ่ายเดียวไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ นอกจากฟังอย่างตั้งใจและคิดในใจเพียงลำพัง...

ใกล้เวลาที่ฉันจะลงไปอยู่เกาะแล้ว..ขอถามด้วยความมั่นใจ ตกลงให้ฉันลงไปช่วยขายของในร้านเสื้อผ้าจริงๆนะ ... เปล่าค่ะ... คุยไปคุยมา เพื่อนบอกว่า แนนแค่ไปหาความรู้เรื่องโรงแรมทุกโรงแรมในเกาะนี้ และใส่ชุดยูนิฟอร์มของบริษัท พร้อมทั้งถือแฟ้มเอกสารเดินตามหลังเค้า...เวลาเพื่อนไปไหนฉันต้องไปด้วยและเดินตามหลังเค้าเท่านั้น...

อ้าว ... อะไรกัน ตอนแรกตกลงให้ฉันไปขายของนิ...เพื่อนบอกว่า ที่ร้านมีน้องสาวเค้าขายอยู่แล้ว ส่วนฉันให้ไปทำงานกับเค้า เค้าต้องการคนไว้ใจได้มาช่วยงาน....เอ๊ะ ยังไงกัน...ฉันบอกหลายครั้งแล้วว่าจะลงไปขายของจะไปแค่เดือนสองเดือนเท่านั้น ไปพักผ่อน และเอาสินค้าค้างสต็อกที่เก็บไว้ที่บ้านไปขายให้หมด

สุดท้ายฉันก็ต้องตัดสินใจบอกเพื่อนว่า ขอโทษนะ ถ้าเราไม่ได้ไปขายของ เราคงไม่ไปหาเธอแล้วเพราะเราไม่ถนัดทำงานแบบที่เธอบอก....เพื่อนพูดกลับไปกลับมา เดี๋ยวให้ไปช่วยขายของ เดี๋ยวให้ไปเป็นพนักงานที่บริษัท เดี่ยวบอกว่าให้ไปแค่พักผ่อนไม่ต้องทำอะไร ..ทำไมเพียงไม่กี่วันคำพูดถึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้มากมายขนาดนั้น










...

จากคำพูดที่กลับไปกลับมาของเพื่อน ทำให้ที่บ้านพ่อแม่และพี่เนไม่ยอมให้ฉันลงไปอยู่เกาะกับเพื่อนคนนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าเวลาผ่านไปเกือบ20 ปี เพื่อนทำมาหากินอย่างที่พูดจริงหรือไม่ ไม่มีใครไว้ใจเพื่อนคนนี้ของฉันอีกแล้ว....แต่ฉันยังรู้สึกอยู่ว่า เค้ายังรักและจริงใจกับฉันอยู่ เพียงแต่เค้าไม่เข้าใจว่าฉันก็เปลี่ยนไปจากเดิมเหมือนกัน..เคยเหมือนเป็นคนหัวอ่อน ยอมคน ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนะ...ฉันแกร่งขึ้นแล้วเหมือนกัน .. ความรู้สึกที่ดีของฉันยังให้เพื่อนทุกคนเสมอไม่เปลี่ยนแปลง..แต่ฉันลงไปหาเธอไม่ได้แล้ว เพื่อนเลยบอกว่างั้นรีบส่งสินค้ามาให้เร็วที่สุดเพราะใกล้ช่วงไฮซีซั่นแล้วจะรีบขายสินค้าให้ ฉันจะได้มีเงินใช้ ...

ต้นเดือนธันวาคมปี53 ฉันรีบส่งสินค้าที่คัดแล้วว่ามีคุณภาพที่สุด เป็นเสื้อผ้าhandmade ปักอลังการมาก ราคาค่อนข้างสูง มีจำนวนหลายสิบตัว บวกกับสินค้าที่ฝากเพื่อนชาวอินโดซื้อมาจากประเทศอินโดนีเซียหลายตัว .. จำนวนสินค้าที่ส่งไปมีหลายสิบตัว มีมูลค่าหลายหมื่น ... ตอนที่กำลังจัดเตรียมสินค้า ทั้งแม่และพี่เนพูดว่า "แนนแน่ใจแล้วเหรอว่าเพื่อนคนนี้จะไม่โกง .." ฉันตอบโดยไม่คิดเลยว่า "เพื่อนคนนี้ไม่มีทางโกงแนนแน่นอนค่ะ...เค้ารักแนนมากเลยตอนสมัยเรียน " .... สีหน้าของแม่และพี่เนไม่ค่อยจะดีนัก ทั้งสองคนไม่มีความมั่นใจกับเพื่อนคนนี้ของฉันเลยซักนิดเดียว แต่ถ้าฉันตัดสินใจแล้วใครก็ห้ามไม่ได้...

ฉันรีบส่งสินค้าที่ดีและมีคุณภาพที่เหลืออยู่ล็อคสุดท้ายส่งไปให้เพื่อนทันที..และคาดหวังว่าหลังปีใหม่ ฉันคงได้รับเงินจากเพื่อนจำนวนเป็นหมื่นจากการขายสินค้าของฉัน..ใจของฉันจดจ่อรอคอยจำนวนเงินตรงนี้ เพราะเป็นจำนวนเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่..ดูจำนวนเงินแล้วไม่กี่หมื่นมันอาจจะน้อยในสายตาของคนรวย...แต่สำหรับฉันในเวลานั้น เงินจำนวนนี้มีมันค่ามหาศาลเลยทีเดียว...

หลายเดือนผ่านไปเพื่อนหายเงียบไปเลย ฉันก็ไม่กล้าติดต่อไปเพราะเกรงใจ เห็นว่าเค้าทำงานหนัก..แต่ใจของฉันยังเฝ้ารอความหวังจากเพื่อนที่ช่วยขายสินค้าให้ มันเป็นเวลานานมาก จนถึงเดือนกรกฏาคม54 8เดือนแล้ว เพื่อนหายเงียบไปเลยจริงๆ...ฉันเลยตัดสินใจเขียนข้อความไปถามเรื่องสินค้า คำตอบที่ได้คือ ยังไม่ได้เอาสินค้าของฉันออกไปขายเลยซักตัว .. เพราะงานยุ่งจริงๆ แต่รับปากว่าจะรีบขายให้...ฉันยังเชื่อใจเพื่อนคนนี้อยู่ "ได้จ้า รบกวนหน่อยนะ " ...

จนวันที่ 30 กันยายน 54 ฉันพิมพ์ไปหาเพื่อนอีกครั้ง เพื่อบอกว่า "รบกวนส่งของคืนมาได้มั๊ย ฉันจะได้เอาไปฝากโรงแรมที่ภูเก็ตขายให้ เพราะปกติฉันฝากสินค้างานHandmadeให้กับโรงแรมนี้ช่วยขายมานานแล้ว"

ขอก็อปข้อความที่เพื่อนคนนี้พิมพ์ตอบมานะคะ อยากให้อ่านสิ่งที่เค้าพิมพ์กลับมาจริงๆ "แนน..เดี๋ยวเราจะซื้อไว้ทั้งหมดนะ คงไม่ส่งไปมาหรอกจ๊ะ ^^เสียค่าส่งนะ พอดีจัดร้านอยู่จะเอาไว้ขายอยู่แล้ว และทำโปรโมชั่น อย่าว่าเราเลยนะ ว่าจะส่งข้อความไปหาแต่ไม่ว่างเลย เห็นแนนเขียนมาก็เลยนึกได้ ตอนนี้ลูกค้าเราเยอะมาก แนนก็ไม่ต้องรอนานให้ทางนั้นขายช้าและหายไปเหมือนเออีกนะ เงินไม่ได้เยอะมากมาย อย่าคิดมากเลยนะ .....เราคงไม่คืนให้แนนหรอกนะ จะได้ก็คงเป็นเงินนะแนน เพราะแนนคงต้องใช้ ยังไงขอเบอร์บัญชีด้วยนะ อย่าคิดมากเลยนะ เพราะเราเชื่อว่าคิดดีต้องได้ดี ทำดีต้องได้ดี เช่นกัน ....." ที่จริงพิมพ์อีกยาวมากแต่เอาแค่เรื่องสินค้าก็พอนะคะ

แหม แค่ฉันพิมพ์ขอสินค้าคืนไม่กี่ประโยค เพื่อนพิมพ์ตอบมายาวเกือบหน้ากระดาษ.....แล้วฉันก็รีบพิมพ์แจ้งเลขที่บัญชีธนาคารโดยทันที โดยที่ใจคิดว่า "ดีจังเลย ขอให้เพื่อนโอนเงินมาให้จริงๆด้วยเถอะ " ...

ฉันรอแล้วรอเล่า รอเสียงmessage ทางโทรศัพท์ เรื่องเงินที่เพื่อนจะโอนมา (เบอร์บัญชีนี้เพิ่งเปิดใหม่ เงินในบัญชีมีแค่54 บาท ) เสียงmessage ดังหลายครั้ง แจ้งเงินในบัญชี เปิดดูทุกครั้ง เงินก็ยังมีอยู่แค่ 54 บาท ... ผิดหวังทุกครั้งที่เปิดเข้าไปดู.....

จนวันที่ 4 ตุลา ฉันพิมพ์ไปหาเพื่อนอีก "..เป็นยังไงบ้าง..เสื้อผ้าเราพอขายได้ป่าวอ่ะจ๊ะ..ถ้าพอได้ช่วยโอนเงินส่วนหนึ่งมาให้เราได้ป่าว..ตอนนี้ค่าใช้จ่ายที่บ้านเยอะมาก เรากำลังหาเงินซื้อกรงให้น้องหมาอ่ะ..กรงแพงมากๆๆๆกำลังรวบรวมเงินอยู่ น้ำกำลังจะถึงบ้านเราแล้ว ต้องรีบอพยพหมาออกก่อนน้ำมาถึงบ้าน...ถ้าสินค้าเราพอขายได้รบกวนโอนมานิดนึงก่อนได้ป่าวจ๊ะ "..

คำตอบที่ได้ค่ะ "ขายไปได้เแค่ตัวเดียวเองนะแนน ตั้งแต่เอามาเพราะไม่มีรูปน่ะ และก็ต้องรอน่ะพอดีช่วงนี้ตุนของเยอะคงไม่ได้ขายของแนนเลย ขายได้แต่นำเข้า ก็ร้านเราเป็นของนำเข้าทั้งหมด ของแนนต้องรอขายตอนปีใหม่พอดีต้องใช้เงินเหมือนกันน่ะแนน ไม่มีใครช่วยขาย .." นี่คำตอบของจริงที่ฉันเซฟไว้นะคะ ก็อปมาทั้งหมด ....

ไหนเคยบอกว่าจะรับซื้อไว้ทั้งหมดและจะรีบโอนเงินมาให้ไง ทำไมเปลี่ยนไปอีกแล้ว ... เหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาเกือบปี แล้ววันนี้จะให้ฉันเชื่อใจและไว้ใจเพื่อนคนนี้ได้อีกหรือไม่ค๊ะ ... ทั้งๆที่ฉันเดือดร้อนมาก น้ำกำลังจะท่วมถึงบ้าน พ่อแม่ต้องเสียเงินมากมายหาทางป้องกันน้ำเข้าบ้าน และต้องอพยพไปอยู่โรงแรมที่พัทยา ฉันกับพี่เนออกจากบ้านไม่ได้ เพราะหาที่อยู่ให้หมาบางแก้ว3 ตัวที่บ้านไม่ได้ หมาไปไหนไม่ได้ คนก็ออกไปไม่ได้เหมือนกัน .. แต่ถ้ามีกรง ก็มีคนรับฝากเลี้ยง ... กรงเราต้องใช้กรงใหญ่ เพราะหมาตัวใหญ่3 ตัว ต้องซื้อถึง 3กรง ตระเวนหากรงใหญ่ก็ไม่มีเหลือแล้ว ต้องสั่งทำ ราคากรงละ 6500 .. ฉันสงสารแม่เหลือเกิน ช่วงเดือนนี้แม่ต้องใช้เงินมากมายหลายหมื่น ฉันช่วยแม่ไม่ได้เลย เพราะไม่มีเงินเลยซักบาท ปลายเดือนนี้ฉันต้องจ่ายค่าประกันชีวิตอีกหมื่นกว่า...ไม่อยากขอเงินแม่แล้ว...เดือนนี้เดือนเดียวแม่อาจจะต้องใช้จ่ายเกือบแสน ...โชคดีที่น้ำมาไม่ถึงที่บ้าน

ในยามที่ฉันกำลังลำบากที่สุด คำตอบของเพื่อน ทำให้เกิดความน้อยใจ เสียใจ และโกรธมาก เพราะความหวังของเงินจากสินค้าที่เหลืออยู่ตรงนี้มันหมดสิ้นแล้ว ฉันเลยพิมพ์ข้อความไปหาเพื่อนคนนี้อีกครั้ง ว่า " งั้นเราขอให้ส่งสินค้าไปที่ภูเก็ตให้หน่อยได้มั๊ย..เดี๋ยวเราออกค่าส่งเอง.เพราะสินค้าเราเป็นลูกปัดถ้าทิ้งไว้นานลูกปัดจะดำ ทำให้เสียหายขายไม่ได้แน่นอน..ยังไงถ้าได้ส่งไปภูเก็ตยังมีโอกาสได้ขายนะ..เพราะตอนนี้เราไม่มีรายได้เลย..อย่างน้อยเรายังพอได้จากที่รร.ที่ภูเก็ตส่งมาให้สี่ห้าเดือนได้ครั้งนึงก้อยังดี..ช่วงนี้เราลำบากเพราะกระเป๋าที่เราทำหวังว่าจะได้ขายช่วงปลายปี ตอนนี้ไม่มีโอกาสได้ขายเพราะน้ำท่วม เศรษฐกิจในกทม.แย่มาก..เราคงไม่มีทางหวังจะได้เงินจากกระเป๋าที่ทำ...เราหวังมากที่จะได้ขายได้เงินมาใช้ ถึงเราจะไม่ลำบากเรื่องอาหารการกิน แต่เราสงสารแม่ไม่อยากขอเงินแม่ใช้อย่างนี้ตลอดไปน่ะ...ตอนนี้เราอยากช่วยแม่ค่ากรงหมาเพราะเกือบหมื่น..ตอนนี้คงไม่ได้แล้ว คงขอบริจาคจากญาติๆ....เราคิดว่าสินค้าของเรา ส่งไปขายโรงแรมที่ภูเก็ตยังมีโอกาสได้ขายน่ะ."..

ฉันเฝ้ารอคำตอบจากเพื่อนกลับมา.......จนวันนี้ ....ไม่ได้รับข้อความจากเธอคนนี้อีกเลย......








...'>

เพื่อนหายเงียบไปจากชีวิตพร้อมสินค้าจำนวนมากของฉัน...หลายคนบอกว่าให้ทำใจ คิดซะว่าชาติก่อนไปเอาของเค้ามา ชาตินี้เค้ามาเอาคืน...ไม่รู้จะให้คิดยังไงฉันก็ทำใจไม่ได้ ถึงฉันจะเสียดายสินค้าตรงนั้นมากแค่ไหนก็ไม่เสียใจเท่ากับโดนเพื่อนทำร้ายได้ขนาดนี้...ฉันล้ม ล้มจากการค้า ล้มละลาย เงินไม่เหลือเลยซักบาท ....เธอรู้ คำพูดเธอดีเหลือเกิน...สุดท้ายเธอคนนี้ก็เหยียบฉันซ้ำ .... ฉันไม่เข้าใจ ฉันไปทำอะไรให้เค้าไม่พอใจ เค้าถึงทำกับฉันได้ขนาดนี้ เวลาเกือบ20 ปีที่ไม่ได้เจอกัน ฉันไม่เคยเจอเค้าเลยไม่เคยทำร้ายหรือเบียดเบียนเธอคนนี้เลย... ทำกับฉันแบบนี้ทำไม....

จากความรู้สึกโกรธ และเสียใจถึงที่สุด...ฉันใช้เฟซบุ๊กเป็นที่ระบาย...โดยพิมพ์ลอยๆ ว่า ถ้ามีคนขอบริจาคของโดยขอบริจาคโดยตรงฉันจะรีบให้ทันที ฉันอยากทำบุญอยากสะสมบุญ...แต่สำหรับบางคนที่บอกว่ารวยนักรวยหนามีเงินมากมายยังโกงเอาสินค้าของฉันไป..เอาไปแล้วไปลับหายไปเลย..ฉันคงต้องคิดว่าทำบุญทำทานให้กับคนนี้...จากที่ฉันพิมพ์เหน็บคล้ายๆแบบนี้ไปหลายครั้ง...

เธอคนนี้ก็มีการตอบโต้..ตอบโต้ว่าฉันกลับแบบลอยๆทางเฟซบุ๊ก โดยไม่เอ่ยชื่อเช่นกัน...จนฉันคิดว่าคงไม่ได้สินค้าคืนแน่แล้วฉันบล็อกข้อความของคนคนนี้ และความสบายใจก็เกิดขึ้น คือไม่รับรู้สิ่งที่เค้าว่าพิมพ์ว่ากระทบฉันผ่านเฟซบุ๊กอีกต่อไป...

จนวันที่ 15 มค. เดือนนี้เอง...เพื่อนรักที่ฉันคุยแชทด้วยทุกวันถามว่า เห็นข้อความของผู้หญิงคนนี้หรือป่าว เค้าพิมพ์ว่าคนแรงมาก ฉันบอกเพื่อนรักไปว่าฉันไม่รับรู้ข้อความที่เค้าชอบพิมพ์ว่าคนนานแล้ว...ด้วยความหวังดีของเพื่อนรักได้ทำการก็อป ข้อความที่ผู้หญิงคนนี้พิมพ์มาให้ฉันอ่าน ตอนแรกอ่านก็คิดว่าไปว่าใครเค้าอีกละ...แต่พอคิดไปนานๆ รู้แล้วว่า ว่าฉันนินา ... เพื่อนรักบอกว่า "555 เพิ่งรู้ตัวเหรอ" เค้าพิมพ์ทำนองว่า เคยไปเอาของใครเค้ามาถึงได้โดนคนเค้าโกง ไม่ต้องมาร้องไห้ .ทำตัวเองเอง...ชีวิตถึงได้ตกต่ำไม่ดีขึ้นซักที... ...

เฮ้อ....ใครเอาของใครไปกันแน่ค๊ะ....เค้าไม่รู้ตัวเองเลยหรอไงว่า คนที่กำลังโกงของคนอื่นคือตัวเค้าเอง...

เอาละคะ...จากเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันเสียใจอีกแล้ว..ทำกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ...ฉันใช้เวลาคิดหนึ่งคืนว่าจะจัดการคนคนนี้ยังไงดี....

สิ่งที่คิดได้มี2ข้อ.. ข้อที่1 สู้กลับ ฉันก็เคยเป็นคนคนหนึ่งที่ไม่ยอมใคร ถึงฉันจะไม่เคยทำร้ายใครก่อน แต่ก็ไม่ยอมโดนทำร้ายเช่นกัน...
ข้อที่2..ไม่ทำอะไรเลย อยู่เฉยๆ
..ช่วงเวลา1ปีที่ผ่านมา ฉันเริ่มกลับมาปฏิบัติธรรมอีกครั้ง..ไหว้พระสวดมนต์ทุกคืน..ทุกวัน ที่นั่งทำกระเป๋างานควิลท์จะเปิดธรรมะจากอินเตอร์เน็ตฟัง...ฟังทุกวันๆๆ..เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็เปิดฟังซ้ำๆบ้าง พอเข้าใจมากขึ้นก็เปลี่ยนเรื่องฟัง...ส่วนเพลงต่างๆฉันเลิกฟังนานแล้วค่ะ...ฉันไม่มีความสุขและยินดีกับเสียงเพลงนานแล้ว...แต่ฉันมีความสุขที่ได้ฟังธรรม...มีความสุขมากด้วยฟังแล้วก็คิดตาม..

วันนี้ใจฉันสงบมากขึ้น ฉันได้รู้แล้วว่า ทำไมคนเราถึงต้องพึ่งธรรมะ ทำไมถึงต้องไปปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนากรรมฐาน.....วันนี้ฉันเรียนรู้และเชื่อมั่นอย่างสนิทใจเลยว่า...." ทุกข์สุขอยู่ที่ใจ " จริงๆค่ะ ..

สรุปฉันเลือกข้อ2 คือไม่ทำอะไรเลย..เพระฉันคิดว่าถ้าฉันเลือกข้อที่1 ทำกับชีวิตของฉันจะวนเวียนกลับไปเหมือนเดิม ทะเลาะกับคนอื่น สู้รบเอาเป็นเอาตาย ตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่ถ้าทำไปแล้วยิ่งทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ความทุกข์ที่จะเอาชนะมันจะเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง เหมือนตอนทำการค้า ..ฉันไม่อยากทุกข์แบบนั้นอีกแล้ว ..

1ปีกว่า... ที่ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน...เวลาทำให้ความทุกข์เรื่องความรักและร้านค้าที่พังทลายไปลดน้อยลง พี่เนพี่สาวสุดที่รัก ได้งานใหม่ คือกลับไปทำฟาร์มกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง เหมือนเมื่อก่อน

สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้คือ พ่อแม่ และความรักของครอบครัว

ฉันพยายามหาเงินด้วยตัวเอง..ไม่อยากขอเงินพ่อแม่ใช้บ่อยๆ...และฉันก็ชอบทำงานhandmade ..ช่วงนิ้วล็อกและปวดหลังฉันต้องหยุดทำกระเป๋า แต่จากการที่ฉันเป็นคนที่อยู่เฉยๆไม่ได้จริงๆ เลยขอเงินแม่ไปเรียนเพ้นท์กล่องไม้...เรียนอาทิตย์ละครั้ง..ตอนแรกก็ไม่คิดว่าค่าใช้จ่ายจะเยอะมาก แต่พอเรียนไปเรียนมางบเริ่มบานปลาย แต่ถ้าตัดสินใจเรียนไปแล้ว ฉันหยุดเรียนครึ่งๆกลางๆไม่ได้ เสียเงินไปเยอะแล้วต้องได้ความรู้ให้มากที่สุด เพื่อ จะนำความรู้มาประกอบอาชีพ .. อาชีพใหม่ที่คิดไว้คือ จะเพ้นท์กล่องไม้ขายทางอินเตอร์เน็ตค่ะ .. เพราะตอนนี้ฉันตัดสินใจอยู่บ้านเพื่อดูแลพ่อกับแม่แล้ว คงยังไม่ออกไปหางานที่ไหน ...

ความสุขของชีวิตก็ค่อยๆเกิดขึ้น..คือความภูมิใจที่ฉันได้ดูแลปรนนิบัติพ่อและแม่อย่างเต็มที่ พ่อแม่มีความสุข ฉันก็มีความสุข .. ฉันหาเงินได้จากการทำกระเป๋าขาย ถึงจะขายได้ครั้งละพัน สองพัน นานๆถึงจะขายได้ด้วยค่ะ..เงินเล็กน้อยแค่นี้ฉันรู้สึกภูมิใจถึงที่สุด คงไม่มีใครเข้าใจถึงความดีใจและสุขใจจากการหาเงินได้ด้วยตัวเองของฉันในเวลานี้..เงินหนึ่งพันบาทมันมีค่ามหาศาลเลยจริงๆค่ะ...

กลับมาพูดถึงเพื่อนคนนี้ต่อนะคะ......

เธอ..ผู้หญิงคนที่โกงสินค้าของฉันไป..เค้ามองเพียงด้านเดียว เค้ารู้ว่าฉันไม่มีงานทำเหมือนเค้า ไม่มีเงินมากมายเหมือนเค้า เค้าบอกว่า "ชีวิตของฉันตกต่ำ ไม่ดีขึ้นซักที..."

เฮ้อ.. 1คืนที่ใช้เวลาคิด..สัจธรรมก็เกิดขึ้น....ฉันรับรู้เลยว่าเธอคนนี้มีชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข เงินคือพระเจ้าสำหรับเธอ...ต้องมีชีวิตอยู่ด้วยการต่อสู้ดิ้นรนเรื่องการค้าต้องเผชิญกับศัตรูการค้ามากมาย..ชีวิตที่แวดล้อมด้วยผู้คนที่ไม่จริงใจ .. เงินเท่านั้นที่เธอใช้เพื่อซื้อเพื่อน ซื้อแม่ ซื้อลูกน้อง....นี่หรือคือความสุขที่แท้จริงของเธอ....คำพูดที่เค้าพิมพ์มาว่าเคยไปโกงใครเค้ามา ถึงได้โดนคนอื่นโกง นั้นมันกลับเข้าทิ่มแทงตัวเอง..เหมือนคนขว้างบูม เมอแรงขว้างแรงเท่าไหร่ก็กลับมาหาตัวเอง...

สินค้าของฉันยังอยู่ที่เค้า..ความรู้สึกของฉันตอนนี้คือ ยกให้ค่ะ ไม่เอาคืนแล้ว..แล้วจะไม่มีการพิมพ์เหน็บเค้าทางเฟซบุ๊กอีก...เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าเค้าเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด .. เค้าไม่มีคุณธรรม ไม่มีธรรมะอยู่ในใจเลย ถึงแม้ว่าจะพยายามพิมพ์เรื่องความดี เชื่อเรื่องเวรเรื่องกรรมให้คนอื่นอ่าน...มันขึ้นอยู่กับใจของเค้าเองว่าเค้าเชื่อจริงหรือไม่....ถ้าเชื่อเรื่องความดี เรื่องของกรรมมีจริง.....เค้าคงไม่ทำกับฉันแบบนี้.......

"กัมมุนา วัตตีโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

ฉันไม่มีความทุกข์ตรงอีกแล้วค่ะ..สบายใจแล้ว ไม่นึกถึงสินค้าตรงนั้นแล้ว ไม่โกรธเคืองขุ่นเคืองแค้นใจหรือผูกใจเจ็บเธอคนนี้อีกต่อไปแล้วค่ะ ...

"แต่อยากให้เพื่อนคนนี้รับรู้ว่า ชีวิตของฉันตอนนี้ไม่ได้ตกต่ำ อย่างที่เธอเข้าใจ...ฉันมีชีวิตที่แวดล้อมไปด้วยความรักมากมาย ฉันมีความสุขกับการได้อยู่บ้านดูแลพ่อแม่ และมีความสุขกับสิ่งที่กำลังทำ ฉันใช้เวลาว่างนั่งทำกระเป๋าสะสมต่ออีก เมื่อยจากการทำกระเป๋าก็เอากล่องไม้มานั่งเพ้นท์ วันๆมองดูผลงานที่ตัวเองทำด้วยมือและด้วยใจ..ความสุขก็มีแต่นี้แหละค่ะ...เงินน้อยก็ไม่ทุกข์อีกต่อไปแล้วค่ะ...อยู่อย่างพอเพียงจนถึงวันตายฉันก็ไม่มีวันอดตายค่ะ และฉันก็ทำหน้าที่ดูแลกิจการอพาร์ทเม้นท์ของคุณแม่อยู่ค่ะ..อยากให้เพื่อนคนนี้คิดใหม่ค่ะ..ถึงฉันไม่ได้มีงานทำมีเงินเดือนเหมือนคนอื่นๆ แต่ไม่ได้ตกต่ำอย่างที่เธอคิดนะค๊ะ...ชีวิตของฉันตอนนี้มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ...

แต่ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่เธอว่าฉันทางเฟซบุ๊ก..ฉันคงไม่รู้ตัวเลยว่า 1ปีที่ผ่านไปนั้น ฉันใช้ธรรมะช่วยพัฒนาจิตใจของตัวเองให้ดีขึ้น..ฉันเลือกทางสงบดีกว่า ไม่อยากกลับไปวนเวียนชีวิตที่ต้องต่อสู้รบราฆ่าฟัน ไม่อยากมีศัตรูอีกแล้ว .. ...ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนที่ทำร้ายฉัน ฉันไม่มีวันรู้ตัวว่าฉันสามารถใช้สติระงับความโกรธได้ ..เมื่อก่อน..ถ้าฉันถูกทำร้าย ถูกเบียดเบียนหรือโดนรังแก..ฉันสู้ตาย .. ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบหรือทำร้ายกันง่ายๆ วันนี้ฉันสงบ นิ่ง ใช้เวลาไตร่ตรอง ก่อนที่จะขาดสติ คือพอรู้ว่าเค้าว่าเรา เราจะรีบโต้ตอบกลับทันที..ไม่แล้วค่ะ..ฉันไม่ทำแบบนั้น..ฉันเลือกที่จะไม่ต่อล้อต่อเถียง ไม่ว่ากันไปก็ว่ากันมา ทำแล้วมันไม่สนุกเลย มีแต่ผูกใจเจ็บให้กันและกัน...ความทุกข์มันก็จะกลับมาในใจอีก

และวันนี้ฉันสามารถผ่านจุดที่เลวร้ายของชีวิตไปได้..ช่วงชีวิตที่ฉันกำลังรันทดที่สุด..มีเธอเข้ามาซ้ำเติม .. สินค้าที่อยู่กับเธอ มันเป็นเงินที่เหลือก้อนสุดท้ายของฉัน .. ฉันได้ถูกทดสอบการเดินทางของชีวิตอีกครั้ง แล้วมันก็ผ่านไปได้อีกครั้งเหมือนกันค่ะ ใจของฉันไม่ไปใส่กับเหตุการณ์นี้อีกแล้ว จบทุกอย่าง จบจริงๆกับเพื่อนคนนี้ค่ะ..ไม่เอาทั้งเงิน ไม่เอาทั้งของ แต่ไม่อยากติดต่อและคบค้าสมาคมด้วยอีกต่อไปค่ะ...

วัตถุไม่สำคัญกับชีวิตของฉันแล้วค่ะ..ความรักต่างหากที่สำคัญที่สุดของชีวิตฉัน.....










Create Date : 24 มกราคม 2555
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 23:19:01 น. 13 comments
Counter : 1421 Pageviews.

 
ยอมรับมาบล๊อกนี้เป็นบล๊อกแรกที่ตาลใช้เวลาอ่านมากที่สุด นับถือใจพี่จริงๆ ตาลเชื่อว่าผลกรรมจะตามทันเค้าในสักวันแม้จะรวยแค่ไหนก็ไม่มีทางมีความสุขได้เหมือนคนที่ใช้ธรรมมะกล่อมเกลาจิตใจอย่างพี่หรอกค่ะ พี่เลือกถูกแล้วล่ะ ยินดีด้วยน่ะค่ะสำหรับความสุข ณ.บัจจุบันขณะ ปล.พี่เรียบเรียงและเขียนเรื่องได้ดีมากๆเลยอ่านแล้วได้อารมณ์คนเขียนจริงๆ ^____^


โดย: ยัยน้ำตาลเปรี้ยว วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:1:22:30 น.  

 
คนเราเวลาเปลี่ยนไปใจเขาก็เปลี่ยนด้วย


โดย: วาสนา IP: 182.53.91.2 วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:10:01:24 น.  

 
อยากให้กำลังใจเจ้าของบล๊อกนะคะ เราไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยเห็นหน้า แต่ตัวหนังสือที่ส่งผ่านมากอยากบอกว่า เราอ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกคุณที่ต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว อ่านแล้วเข้าใจว่าคุณเจ็บมาก เจ็บที่เกิดจากการกระทำของคุนที่เคยไว้ใจและเคยรักกันมากอย่างเพื่อนเก่าคนนั้น จะหันหน้าไปพึ่งใครก้ไม่ได้ สุดท้ายคนที่อยู่กับเราและไม่ทิ้งเราไปไหนจากครอบครัวแล้ว ก็คือตัวเราเองนี่แหละ ขอให้คุณเข้มแข็งและฟันฝ่ามันไปให้ได้ และเราคิดว่าคุณน่าจะผ่านไปได้แล้วในระดับนึง ถ้าใจสู้และสุขซะอย่าง ก็ไม่มีอุปสรรคไหนทำอะไรคุณได้ สู้ๆนะคะ ^^


โดย: Kan IP: 115.87.203.4 วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:12:26:44 น.  

 
ตั้งสติให้ดี

จะเลวร้ายแค่ไหน...

แต่เรายังอยู่ ยังมีลมหายใจ

เป็นทุกข์น่ะแน่อยู่แล้ว แต่ให้ "เห็นทุกข์" ด้วย

เพราะเมื่อจะเกิดอะไรขึ้นอีกในภายภาคหน้า

เราจะมีภูมิคุ้มกันไง และจะเข้มแข็งได้ไม่ว่าจะเจอเรื่องสาหัสแค่ไหน

ที่ว่าเห็นเห็นยังไง กับแฟน ใจคนเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ดูรอบๆ ตัวสิ เขาก็ทะเลาะ ก็เลิก ก็กลับมาดี ตีกันอีก ก็เลิกอีก สารพัดจะเป็นไป

กับเพื่อน จะเอาอะไรกับลมปากคน ความคิดคน เธอไม่ได้มาเลี้ยงชั้นนี่ ถ้าคบกันแล้วดูถูกกัน ไม่สบายใจ จะคบเป็นเพื่อนกันทำไม ก็ห่างๆ เสีย ไม่ต้องคิดแค้นเคืองกัน เดี๋ยวฉันก็ตายแล้ว มีอะไรดีๆ ที่ต้องทำอีกเยอะ ไม่อยากเสียเวลามาขุ่นข้องหมองใจอะไรกับใครทั้งน้น


โดย: ส้มรสเปรี้ยวนำ IP: 103.1.167.10 วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:13:50:22 น.  

 
ความสุข ความทุกข์ อยู่ที่ใจ ของทุกอย่างคือภาพลวงตา สักวันต้องดับสูญ ใช้ชีวิตสมถะ ไม่ทำให้ใครเดือนร้อน ทุกข์ใจ เพราะเราเป็นพอ เกิดเป็นมนุษย์ ต้องเรียนรู้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักร สิ่งที่มากระทบ ทำให้ภาวะจิต ไม่สงบ อยู่ที่เรา ยอมรับมันได้แค่ไหน ละิ่ทิ้งมันได้แค่ไหน ที่สำคัญจงอยู่กับความเป็นจริงให้จงได้ จบร่างกายดับสูญ เมื่อวันนั้นมาถึง นะ ... สู้ๆ ค่ะ


โดย: China doll IP: 192.168.0.64, 61.90.67.81 วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:14:19:29 น.  

 
จากที่อ่านมาทั้งหมด ได้ข้อคิดคะ

หากเค้ารวยจริง มีเงิน ร้อยล้านบาท จรีง ของ-เสื้อผ้าที่ส่งไปช่วยขาย เค้าต้องให้เงินมาแล้ว...

โกหกคะ ...

เพื่อนคุณซ่อนทรายแก้วหนะ เงิน ไม่มีจริงหรอกคะ อาศัยโกง คนอืนไปเรื่อย

อุทิศส่วนกุศล ในการทำบุญครั้งนี้ กรวดน้ำให้เค้าไป ใส่ชื่อนามสกุล อโหสิกรรมให้กับเพื่อนคนนี้ไปเลยคะ
อย่าได้มาเจอะมาเจอ มาเป็นเพื่อนกันอีกเล้ย


บทเรียนต่างๆ ในชีวิต ทำให้ได้ ข้อคิดต่างๆ มากมายคะ
สู้ๆ นะคะ

ช่างมันเถอะ แล้วก็แล้วไป



โดย: NongPenquin วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:14:32:27 น.  

 
เรื่องราวที่เขียนเล่าให้อ่าน ยาวมากๆ แต่ก้ออ่านจนจบ
เพราะเขียนเล่าได้ดีชวนติดตาม ไม่น่าเบื่อ

อ่านตอนแรก อ่านๆไปคิดว่านิยายหรือป่าว เพราะเข้ามาอ่าน
ด้วยหัวข้อที่คิดว่าเป็นเรื่องจริง

อ่านไปเรื่อยๆจนจบ ไม่ใช่นิยายนี่ โหไม่อยากเชื่อเลยว่า
"เพื่อนรัก..ซ้ำเติมชีวิตที่บัดซบของฉัน..อีกทำไม"

เขาตั้งใจทำมากเลยนะคะ แต่ความที่คุณเป็นเพื่อนรักกัน
คุณเลยไม่ทันคิดว่า จะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ได้
ต้องคิดแบบนี้จริงๆค่ะ ว่า"เคยเอาของๆของมา แล้วถึงเวลาที่เขามาเอาคืนแล้ว"
คิดแบบนี้จะทำให้เราสบายใจขึ้น แต่โชคดีที่คุณหันไปทาง
ธรรมะได้ ทำให้จิตใจคุณสงบ และคิดในสิ่งที่ดี

ในสังคมไม่ว่าจะสมัยนี้หรือสมัยไหน ก้อไว้ใจคนยากนะคะ
เพราะเราไม่รู้ว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไร รู้แต่ใจของตัวเอง
โดยเฉพาะคนใกล้ตัว จะหลอกง่ายที่สุด เพราะเขาจะรู้
จักเราดี รู้ข้อมูลของเรา และอาศัยว่ารู้จักกันจะไว้ใจกันได้
มากกว่าคนที่ไม่รู้จักกัน

คนที่เราไม่รู้จัก จะทำอะไร เรายังมีคิดระแวงบ้าง
แต่คนสนิทกัน เราจะตัดความระแวงทิ้งไป
เพราะคิดว่าสนิทกัน รักกัน เขาคงไม่ทำกับเราหรอก

(ฉันเคยมีเพื่อนคนนึง สนิทกันมากพอสมควร แต่ไม่ถึง
กับเป็นเพื่อนรัก ต่างคนต่างไปทำงานห่างหายกันไป
หลายปีอยู่ พอมาเจออีกครั้งก้อจะมาหลอกลวงฉัน
เหมือนพวก 18 มงกุฎ แต่พอดีฉันได้ยินข่าวของเธอ
จากเพื่อนหลายคนมากที่โดนเธอหลอก ฉันเลยไม่พลาด
และอีกอย่างฉันไม่มีเงินพอที่จะให้เธอคนนี้หลอกด้วย
ฉันยังคิดและบอกกับเพื่อนๆหลายๆคนว่า ไม่น่าเชื่อเลย
ว่าเธอจะเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ได้)

ก้ออยากจะบอกว่าไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ แม้ในสังคมออนไลน์นี้
มีแต่คนพูดว่า คุยกันไม่เห็นหน้ากัน ไม่รู้จักกันจริงๆ
จะพิมพ์คำพูดให้ดูดีแค่ไหนก้อได้ แต่ไม่มีความจริงใจให้กันหรอก จะเอารูปสวยหล่อแค่ไหนมาโชว์ก้อได้

แต่สำหรับฉัน ฉันได้พบมิตรภาพมากมายในบล๊อกแก๊งค์
ฉันได้พบกัลยาณมิตรหลายคนที่นี่ และที่สำคัญ
ฉันได้รับกำลังใจมากมายในยามที่ฉันทุกข์ ท้อ เศร้า เหงา
และทำให้ฉันผ่านวันเวลาเหล่านั้นมาได้
ถึงแม้จะเป็นคำพูดผ่านๆไปเท่านั้นเอง แต่กลับไปอ่านเมื่อใด
ก้อจะรู้สึกถึงคำว่ามิตรภาพจริงๆ

วันนี้เข้ามาอ่านเรื่องของคุณแล้ว ขอแอดคุณไว้ก่อนนะคะ
เพราะเห็นมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ มีเวลาจะเข้ามาอ่านค่ะ

เม้นท์ยาวมากๆ คงไม่ว่ากันนะคะ

สุดท้ายแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้คุณสู้ต่อไปค่ะ

สวัสดีเทศกาลตรุษจีนค่ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:14:47:15 น.  

 
ขอบคุณนะคะ สำหรับกำลังใจและคำชม ..

ทุกเรื่องทุกอย่างถ้าทำใจได้ ... ก็จะไม่มีอะไร

ทำให้เกิดความทุกข์ได้อีกแล้วค่ะ ...

แต่ชีวิตของคนเราต้องเดินต่อไปข้างหน้า

สู้ต่อไปค่ะ ... ภูมิคุ้มกันพอมีอยู่บ้างแล้ว ..

พร้อมรับทุกสถานการณ์ค่ะ


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:10:50:31 น.  

 
ขอให้กำลังใจคุณน้องแนนนะคะ...สู้..สู้..คะ
ชีวิตพี่ก็ไม่ต่างอะไรกับน้องเลยคะ ยามที่เราตกต่ำ ลำบากสุดๆ...ยังมีคนมาซ้ำเติมสร้างความยำแย่เพิ่มขึ้นอีก...พี่ยังเคยถูกทำร้ายร่างกายด้วย...ทั้งที่ไม่เคยทำอะไรเขาเลย ไม่เคยเป็นหนี้ ...สถานะการณ์บางครั้งเหมือนเราไม่ทันคน..แต่จริงๆแล้วเราเชื้อใจคนมาก...ไม่อยากจะพูดถึงอีกคะ...พี่ก็ได้แต่สวดมนต์


โดย: นานา IP: 91.97.189.203 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:06:35 น.  

 
สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:19:32 น.  

 
อ่านแล้ว รู้สึกว่า ตัวเองลำบากได้ไม่ครึ่งหนึ่งของคุณแนนเลย
เป็นกำลังใจให้นะคะ ให้คุณแนนมีความสุขกับสิ่งที่เป็นและทำ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ จาก blog คะ


โดย: dandance IP: 115.67.0.33 วันที่: 7 มีนาคม 2555 เวลา:11:42:10 น.  

 
เมื่อวานเพิ่งได้massage จาก คนที่พูดถึงในไดอารี่นี้น่ะค่ะ..เป็นmassage ที่ยาวนะ พิมพ์มาต่อว่า..แต่ฉันไม่อยากอ่านแล้วเอามาใส่ใจ..เพราะฉันได้ทำใจและปล่อยวางกับเรื่องสินค้าจำนวนนี้ไปตั้งแต่หลังจากพิมพ์ไดอารี่ด้านบนเสร็จ....วันรุ่งขึ้น ฉันหายโกรธ หายเครียด หายทุกข์โดยสิ้นเชิงไปแล้วค่ะ..ไม่เอามาใส่ใจอีกเลย...
แต่คนคนนี้..เอาเรื่องที่ผ่านไปแล้วเกือบ1 ปี มาพูดถึงและมีการต่อว่าอย่างรุนแรง..เอาไปโพสในเฟซบุ๊กของกลุ่มร่วมรุ่นที่เรียนทั้งรุ่น และส่งไปให้ทุกคน และพิมพ์ว่า จะประจานฉันให้เพื่อนๆได้รับรู้...
ค่ะ...เธอคนนี้ได้โอนเงินเข้ามาส่วนใหญ่จะเดือนละพันบาท..ฉันรู้ค่ะไม่ใช่ไม่รู้ว่าเงินเดือนละพันนี้มาจากเธอคนนี้..รู้และก็บอกเพื่อนรักในกลุ่มด้วยว่า เธอคนนี้ค่อยๆโอนเงินมา..
จริงๆจำนวนไม่ถึงหมื่นอย่างที่เธอคนนี้พิมพ์ไว้ในเฟซบุ๊ก..แต่ไม่เป็นไรค่ะ..
ฉันเองไม่ได้ใส่ใจกับสินค้าและเงิน และผู้หญิงคนนี้นานแล้ว..ฉันละทิ้ง ปล่อยวาง และปลง กับสิ่งที่เธอทำไว้กับฉันนานแล้ว เกือบปีที่ฉันไม่เคยพูดถึงคนคนนี้เลย ไม่เคยพูดกับเพื่อนหรือใครๆ เพราะฉันตัดออกจากชีวิตไปแล้วจริงๆ..ชีวิตของฉันกำลังพยายามจะลุกเอง..ล้มแล้วพยายามจะลุกให้ได้ ถ้าเอาเรื่องนี้เก็บมาคิดมันจะทำให้ชีวิตของฉันจะมีแต่ความเครียด ละได้ ตัดได้ ปล่อยได้ ชีวิตมีความสุขขึ้นค่ะ...
เงินจำนวนแรกที่เธอคนนี้โอนมามีจำนวน 2000 พันบาท โอนมาวันที่ เธอ ลงเฟซบุ๊กด่าฉันว่า ชีวิตของฉันตกต่ำลง.(ตามในไดอารี่เลยค่ะ) ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ว่ามีเงินโอนมา มารู้วันรุ่งขึ้น ... ตอนนั้นยังสงสัยอยู่ว่าทำไมอยู่ๆ ถึงมาด่าฉันในเฟซบุ๊ก...มาถึงบางอ้อวันรุ่งขึ้นคือ เธอ โอนเงิน2000 เพื่อใช้เงินจำนวนนี้ซื้อพื้นที่ในเฟซบุ๊กไว้ด่าฉันแรงๆ...
ฉันรู้ทั้งหมดล่ะค่ะ..แต่ไม่โต้ตอบ..เพราะบอกแล้วว่า ทำใจและตัดใจได้แล้ว..เลยไม่มีการโต้ตอบอะไรเลยจากฉัน เกือบ1 ปี...
เมื่อวานซืนได้เงินอีกจำนวน1500 บาท.. และได้ทราบจากเพื่อนรักว่า มีการลงด่าฉันทางเฟซบุ๊กอีก..ซึ่งฉันไม่ได้รับรู้นานแล้วว่าเค้าจะลงพิมพ์ด่าฉันยังไงบ้าง เพราะฉันได้ลบชื่อของตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นตั้งแต่วันที่เธอคนนี้ทำร้ายฉันแล้วล่ะค่ะ..
เมื่อวานเธอคนนี้ไม่ยอมจบ..ลงด่าฉันและพิมพ์ว่าจะประจานฉันให้เพื่อนคนอื่นๆรับรู้..และเธอก็ก็อปปี้ข้อความที่ลงด่าฉันมาทางmassage ให้ฉันอ่าน..
และลงหลักฐานการโอนเงินเดือนละพันให้ทุกคนรับรู้
และบอกว่าสินค้าของฉันที่เหลือจะเอาไปบริจาค..
เฮ้อ...ยังคิดไม่ได้อีกเหรอคะ...
สินค้าทั้งหมดคือน้ำพักน้ำแรง หยาดเหงื่อแรงงานของฉันกับพี่สาว...จริงๆเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เราจะได้กลับคืนมา..แต่เธอคนนี้บอกว่าจะเอาไปบริจาค..
จริงๆจะเอาไปทำอะไรก็เอาไปเถอะค่ะ..ยกให้ตั้งแต่วันที่ฉันทำใจได้แล้ว...สินค้ามีจำนวนเงินเป็นหมื่นๆ..
เงินที่ทะยอยโอนมาเกือบหมื่นนั้นมันเป็นเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น...ถ้าเป็นคนดีอย่างที่พิมพ์ด่าฉันไว้ น่าจะคิดได้นะคะ...
ของของคนอื่นถ้าตัวเองเอาไปบริจาคก็ไม่ได้บุญหรอกค่ะ...
ส่วนฉันก็ไม่ได้บุญ เพระฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เอาสินค้าไปบริจาค..ใจฉันไม่ได้อิ่มบุญก็ไม่ได้บุญเหมือนกัน
แต่..คำพูดของน้องชายสุดที่รักเพียงประโยคเดียว
"ให้อภัย..พี่แนนจะได้บุญมากที่สุด"..
นี่ละค่ะ..ประโยคเดียว ทำให้ฉันหลุดพ้นโดยทันที
ฉันไม่คิดจะเข้าไปแก้ตัวหรือพิมพ์โต้ตอบเธอคนนี้ในเฟซบุ๊กหรอกนะคะ ... เพื่อนคนอื่นๆที่อ่านข้อความในเฟซบุ๊กข้างเดียว ก็คงจะไม่เข้าใจและไม่รู้ความจริง ..
ไม่เป็นไรค่ะ..เดี๋ยวมันก็ผ่านไป...
ฉันไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้เบียดเบียนใคร ..
กัมมุนา วัตตติ โลโก ... สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
กัมมุนา โหติ พราหมะโณ ...คนประเสริฐเพราะการกระทำ
คติธรรมของพระพุทธเจ้า ฉันจำไว้เสมอค่ะ ..
อ้อ ส่วนเงินจำนวนแรก 2000 บาท ส่วนหนึ่งฉันเอาไปทำบุญแล้วล่ะค่ะ .. พร้อมทั้งอธิฐานตัดเวรตัดกรรมกับเธอคนนี้ไปแล้ว..เลยไม่ได้ใส่ใจกับเงินจำนวนเดือนละ1000 ที่โอนมา..ไม่ใช่ไม่รู้ค่ะว่ามาจากไหน รู้มาตลอด แต่ไม่เอาใส่ใจอีกแล้ว..อยากโอนก็โอน ไม่อยากโอนก็ไม่เป็นไร
จะทำยังไงก็ได้..ไม่ใส่ใจนานแล้วค่ะ ..
ส่วนเงินจำนวนที่เหลือ ก็เอามาใช้ เพราะยังไงมันก็เป็นน้ำพักน้ำแรงของฉันที่ทำสินค้าพวกนั้นขึ้นมา..
บทความนี้พิมพ์เพื่ออธิบายความเป็นจริงค่ะ..ไม่ได้คิดโต้ตอบ..ใครได้อ่านก็จะรู้ความจริง...
ฉันขอจบเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ในวันนี้นะคะ..
ให้อภัยจริงๆค่ะ..ไม่โกรธ ไม่ถือสา และไม่จองเวรต่อกันนะคะ...
อภัยทานเป็นบุญสูงที่สุดค่ะ..ทำยากแต่ควรจะพยายามนะคะ...


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 25 ตุลาคม 2555 เวลา:15:20:29 น.  

 
เวลาจะช่วยคลายความทุกข์ใจค่ะ ดิฉันก็ทุกข์หลายเรื่อง ส่วนเรื่องเพื่อนก็เคยโดนโกงค่ะ แต่ตอนนี้เรื่องทุกข์ของดิฉันยังไม่จบ เหนื่อยใจ ท้อ แต่ว่าสักวันคงจะดีขึ้น เป็นกำลังใจค่ะ สู้ต่อไป


โดย: ทิพย์ IP: 58.11.70.125 วันที่: 18 เมษายน 2556 เวลา:17:08:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.