Group Blog
 
 
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 

การสำรวจหินลอยได้ที่เขาคิชฌกูฏ 3 มี.ค. 60



เป้าหมายหลักๆของการเดินทางมาที่นี่คือ ต้องการทดลองนำเส้นด้ายลอดใต้หินใหญ่ลูกนี่ โดยก่อนหน้านี้ผมได้ประกาศในเฟชบุ๊คตัวเอง ต่อมาเว็ปข่าวสดได้ช่วยแชร์ประกาศให้อีกตามลิงค์ หนุ่มผู้พิสูจน์บั้งไฟพญานาค ขอท้าพิสูจน์อีกครั้ง ตำนานหินลอยได้ เขาคิชฌกูฏ!! ทำให้ผมแอบกังวงเรื่องการเข้าพื้นที่มิใช่น้อย
การนำเส้นด้ายอ้อมหินคงจะต้องใช้โดรนช่วย แต่ค้นมาว่าจะบินโดรนได้ต้องทำหนังสือขออนุญาตก่อน ผมได้สอบถามไปยังเพจของ เขาพระบาทพลวง จันทบุรี ตามลิงค์นี้ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1387750704628503&id=438228126247437 เขาแนะนำให้ทำหนังสือถึง “กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง” โดยทำ 2 ฉบับ ผมได้จัดแจงร่างหนังสือให้ดูน่าเชื่อถือที่สุด ใส่ทั้งสำเนาบัตรประชาชน ใส่รูปโดรนที่จะใช้ แต่สาเหตุในการใช้โดรนนั้น ผมเขียนอ้อมๆครับ คือแบบว่าไม่ได้โกหกอะไร แต่ให้ไปตีความเอง ได้หนังสือหน้าตาอย่างงี้ออกมา



ออกเดินทางสู่เขาคิชฌกูฏครั้งแรกในชีวิตด้วย GPS บอกทาง ถึงจุดหมายในช่วงบ่ายแก่ๆ เมื่อถึงแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำคือตามหา กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง หากอ่านตามลิงค์เพจนั้นที่ผมนำมาแปะนั้น จะพบว่าผมได้ถามหาที่ตั้งสถานที่นี้ด้วยแล้วว่าอยู่ที่ไหน แต่ตอบไม่รู้เรื่องหรือไม่ตรงคำถาม ไม่เป็นไร ผมคิดว่าคงจะอยู่ที่วัดพลวงนี่แหละ(วัดพลวงเป็นวัดที่อยู่ตีนเขาทางขึ้น) ปรากฏว่าทั้งพระทั้งโยมที่นี่ดูจะงงนิดหน่อย แต่ก็ยังมีโยมคนนึงตอบได้ แต่อยู่ห่างไปเป็นกิโลๆ ผมไม่รู้ทางก็ต้องนั่งมอเตอร์ไซน์รับจ้างไปครับ ระหว่างทางคนขับมอเตอร์ไซน์นี้ก็ถามผมเรื่องนี้ด้วยนะครับ แกบอกว่ามีข่าวว่าจะมีคนมาพิสูจน์เรื่องนี้ เค้าว่าจะมาวันที่ 3 มี.ค. นี้หละแต่ไม่รู้ว่ามาหรือยัง ผมได้ยินก็อึ้งสิครับ แต่ผมยังสงวนท่าทีไม่ยอมรับว่าเป็นผมเอง เพราะกลัวว่าเค้าจะอยู่ฝ่ายศรัทธาและต่อต้านผม(ถีบผมตกมอไซน์)  ผมเลยคุยตอบแบบอ้อมค้อมไป
จนกระทั่งถึงกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง ในสำนักงานนั้นมีผู้หญิงนั่งอยู่คนเดียว ปรากฏว่าเธองงๆเรื่องนี้ จนกระทั่งเธอต่อสายหาใครไม่ทราบ แล้วให้คำตอบผมว่า ต้องไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรงประตูเข้าอุทยาน ณ ตอนนี้ผมเริ่มร้อนรุ่มในตัวเองที่เรื่องราวมันช่างยุ่งยากซับซ้อน และกินเวลาที่กำลังจะหมดไปในวันนี้อย่างมาก แถมยังสังหรณ์ใจด้วยว่าเรื่องจะยืดยาวไปไกลกว่านี้อีกกับระบบระเบียบอะไรต่ออะไรที่หาความลงตัวไม่ได้ แต่ผมก็ต้องสู้ต่อไป
มอเตอร์ไซน์รับจ้างคันเดิมที่ผมขอให้เค้าจอดรอรับกลับนั้น ได้เปลี่ยนเป้าหมายให้ไปส่งผมที่ประตูด่านเข้าอุทยานแทน ตอนนี้มอเตอร์ไซน์รับจ้างเริ่มสงสัยผมแล้วว่าใช่คนที่จะมาพิสูจน์เรื่องหินนี้หรือไม่ ผมจนมุมและยอมรับไปตามตรงว่าใช่ ปรากฏว่าแกสนับสนุนให้พิสูจน์เพราะแกก็อยากรู้เหมือนกัน ! ความเห็นที่แตกต่างอย่างงี้มีอยู่ในทุกๆที่หละครับ ทั้งคนคัดค้านและคนสนับสนุน ทั้งในโลกอินเตอร์เน็ตและในโลกจริง ไม่ว่าชาวหนองคายต่อกรณีบั้งไฟพญานาค หรือชาวนครศรีธรรมราชต่อกรณีพระธาตุไร้เงา(วัดพระมหาธาตุ) คนขับมอเตอร์ไซน์ยังชี้ไปยังหินก้อนนี้ที่อยู่บนภูเขาที่สูงลิ่ว มันช่างสูงไกลจริงๆ ผมถามแกว่าคนที่นี่รู้ข่าวนี่เยอะหรือไม่ แต่แกไม่แน่ใจ(เออผมถามแปลกๆจะให้แกรู้แทนคนอื่นๆได้ยังไง)
จนกระทั่งไปถึงด่านอุทยาน แล้วลางสังหรณ์ผมก็เป็นจริง เรื่องไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้บอกให้ผมไปขออนุญาตที่อื่นอีก เขาบอกมาผมจำไม่ได้แน่นอนในสภาพเหนื่อยล้า ผมเลยขอให้เค้าช่วยจดจดชื่อสถานที่ให้หลังหนังสือนี้ให้หน่อย



“กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักอุทยานแห่งชาติ บางเขน” อยู่บางเขนเหรอ ความฝันที่จะใช้โดรนที่นี่ได้ “จบ” ลงเพียงเท่านี้แล้วครับ นั่นหมายความว่า จะไม่มีการทดลองใช้เส้นด้านลอดก้อนหินเกิดขึ้นในวันนี้แล้ว ใครอยากจะอ่านเรื่องนี้ต่อหรือไม่อ่านก็สุดแล้วแต่นะครับ -_-
ผมในสภาพที่ผมเหนื่อยล้า จิตใจร้อนลุ่ม ผมยังคงใจเย็นกับคนทุกคนทุกฝ่ายเสมอ ไม่ได้ระบายนู่นนี่นั่นว่าไปไหนมาบ้าง แต่เค้าก็เห็นที่หัวหนังสือเองว่าผมเรียน กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เขาบอกว่าเมื่อก่อนนั้นใช่ครับ แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ขอหนังสือของผมไปหนึ่งฉบับจากที่ผมทำมาสองฉบับ ส่วนฉบับที่ผมขอให้เขียนชื่อสถานที่ด้านหลังนี้ผมเก็บไว้ เจ้าหน้าที่ซักถามว่ามาถ่ายทำรายการอะไรหรือไม่ ผมตอบว่าถ่ายส่วนตัวนำไปลง youtube และเฟชบุ๊ค ซึ่งจริงๆผมก็มีเพื่อนทำรายการทีวีอยู่แต่วันนี้เค้าไม่ว่างพอดี(ส่วนนี้ไม่ได้บอกเจ้าหน้าที่) แต่การที่เจ้าหน้าที่ถามอย่างงี้อาจแสดงว่าเจ้าหน้าที่บนนี้ไม่รู้ข่าวการจะมาพิสูจน์ของผม ในขณะที่มอเตอร์ไซน์รับจ้างคนนั้นกลับรู้

ตกลงวันนี้ผมเอายังไงต่อ? ไหนๆผมก็มาแล้วผมต้องขึ้นครับ ขึ้นไปสำรวจสถานที่อย่างละเอียดก่อนเผื่อปูทางสำหรับการกลับมาอีกครั้งในอนาคต เพราะรายละเอียดเหล่านี้ที่ผ่านๆมาผมศึกษาผ่าน google หรือ youtube แม้จะช่วยได้มาก แต่ก็ยังไม่มากพอสำหรับในบางจุดหรือบางมุมเพื่อให้สอดรับกับแผนการณ์นี้ ทริปนี้แม้ผมได้ประกาศชวนผู้สนใจเข้าร่วมแล้ว แต่บางคนไม่ว่าง หรือบางคนว่าจะไปด้วยแต่สุดท้ายเกิดติดธุระกระทันหัน สุดท้ายผมได้มาคนเดียวครับ แต่โชคดีมากแล้วที่มาคนเดียว จะได้ไม่ต้องพาคนอื่นมาร่วมผิดหวังกับการพิสูจน์รอบนี้ -_- ไว้วางแผนกันใหม่
วันธรรมดานี้เขาว่าคนน้อยกว่าวันหยุดแน่นอน รถคันหนึ่งเขาว่าขึ้นได้ 10 คน แต่ผมได้นั่งกระบะกับอีกครอบครัวพ่อแม่ลูกรวมผมด้วยก็ 4 คนเท่านั้น แต่ไม่ทราบหน้ารถจะมีผู้โดยสารอีกป่าว รถวิ่งขึ้นเขาด้วยความหวาดเสียวเพราะทางคดเคี้ยวและลาดชัน ให้ความรู้สึกเหมือนขึ้นเครื่องเล่นในสวนสนุก ผมรู้สึกว่าที่กั้นกระบะหลังมันเซฟตี้น้อยไป เด็กและผู้สูงอายุอาจหล่นได้ ผมถ่ายวีดีโอการวิ่งขึ้นไว้เป็นระยะๆแต่ว่าดูวีดีโอตัวเองแล้วเกิดอาการมึนหัวเพราะความสะเทือนจึงไม่นำมาลงดีกว่า หรือดูวีดีโอของคนอื่น ทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ คลิปเดียวจบ บางจุดมีป้ายให้ชิดขวาบางจุดชิดซ้าย(ทั้งที่กฎจราจรไทยควรชิดซ้ายตลอด) อ่าว อย่างงี้แสดงว่าต้องมีจุดตัดให้รถขาลงและขาขึ้นเสี่ยงชนกันได้หนะสิ ? งั้นก็ดีแล้วหละครับที่อนุญาตให้เฉพาะรถของคนชำนาญทางที่นี่ขับขึ้นลง เรื่องบางจุดชิดซ้ายหรือชิดขวานั้น คงเป็นเรื่องความชันและคดโค้ง ในทางเรขาคณิตลองนึกถึงบันไดวนนะครับ ด้านในใกล้เสากลางจะชันกว่าด้านนอกที่ชันน้อยกว่า ดังนั้นด้านที่ชันกว่าควรไว้สำหรับรถขาลง ฝั่งชันน้อยกว่าจึงไว้สำหรับขาขึ้น หวังว่าผมคงเข้าใจถูกนะ



รถเมื่อขึ้นถึงจุดหมายแล้ว ปรากฏว่ายังต้องได้เดินขึ้นต่ออีก แต่เห็นทั้งผู้สูงอายุและคนพิการยังขึ้นได้ เอาหละเดินต่อไปจนถึงจุดหมาย



เรื่องทำบุญและขอพรไว้ทีหลัง ขอสำรวจก่อนนะครับ ตามวีดีโอนี้ ถ้าขยายให้เต็มจอไม่ได้ให้กดตรงชื่อวีดีโอไปเปิดหน้าต่างใหม่เลย และอย่าลืมปรับความละเอียดเป็น 1080p นะครับ




นาทีที่ 2:12 เป็นจุดติดกันที่ด้ายไม่น่าจะลอดไปได้นะครับ ต่อมาผมได้เอาไฟฉายส่องพร้อมเสียงบรรยาย แม้กล้องจะตั้งความละเอียดสูงสุด หรือโฟกัสคมๆบริเวณเป้าหมายเพียงใด(แต่ก็หลุดโฟกัสบ่อยๆ) แต่ก็ไม่ค่อยเท่าที่ตาเห็น เพราะตามนุษย์มีสองข้าง สามารถหยั่งความลึกความไกลของอะไรๆข้างในได้ครับ ก็คงยืนยันว่าเส้นด้ายไม่น่าจะลอดได้นะ ความคิดที่อนาคตจะเอาเส้นด้ายมาลอดจริงๆก็พลอยลดลงไปด้วย ส่วนนาทีที่ 4:21 ที่ผมบรรยายว่าจะโยนลูกบอลนั้น หมายถึงอาจเอาเส้นด้ายผูกกับลูกอะไร ที่ดีที่สุดน่าจะลูกเทนนิสเพราะขนาดไม่ใหญ่และปลอดภัยกับเพื่อนที่คอยรับตรงระเบียงฝั่งโน้น ส่วนนาทีที่ 5:11 แสดงให้เห็นขยะธูปทั้งกำยังอยู่ในห่อเข้าไปยัดอยู่ เห็นแล้วอนาถใจพุทธศาสนิกชนบางจำพวกจริงๆ  นี่จะเป็นอีกอุปสรรค์ของเส้นด้ายแน่ ในวีดีโอจะได้ยินเสียงบอกเวลาจะทำวัตรเย็น แล้วเค้าประกาศไม่ให้คนเข้าๆออกๆในช่วงนี้ นี่เป็นอีกอุปสรรค์บีบรัด เพราะการที่ผมจะทำอะไรแบบต้องใช้ความคิดนั้นไม่ควรมีอะไรกดดันให้เครียสเลย  แต่ผมก็น่าจะคิดได้ว่าเวลาห้าโมงคือเวลาทำวัตรเย็น แต่คิดไม่ถึงว่าเค้าจะทำวัตรกันตรงนี้เลย ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ต้องจดจำ มาคราวหน้าเอาครึ่งเช้าดีกว่า
หินนี้แม้จะอยู่ติดหน้าผา แต่ก็ไม่ใช่หน้าผาลึกมาก แต่คนก็กระโดดลงไปไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆ แต่อาจมีแผนสามให้เอาด้ายหย่อนลงไปจนถึงพื้นล่าง ทำเช่นนี้ทั้งสองฝั่ง แล้วหาทางลงไปข้างล่าง(ยังไม่ได้ลงไปสำรวจว่าเค้าลงทางไหนกัน) แล้วผูกด้ายทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วกลับขึ้นไปดึงด้ายขึ้นมา แต่ส่วนที่เป็นปมด้ายจะไม่ให้ลอดใต้หิน เพราะอาจมีข้อครหาว่ามันติดที่ปมด้ายก็ได้ แต่ไม่เป็นไรส่วนนี้ก็ขยับเอาไม่ยาก

บางท่านอาจไม่ทราบมาก่อนว่าที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏนี้ ยังมีหินอีกก้อนที่เชื่อว่าลอยได้ มีชื่อว่า บาตรพระโมคคัลลา อยู่ในคำอธิบายคลิปนี้นาทีที่ 16:08 เขตอาถรรห์ผ้าแดงเขาคิชกูฏ,ด้ายสายสิญจ์ลอดก้อนหิน,ผ้าแดงเขตหวงห้ามเขาคิชกูฏ,ทีวีไทยไกด์ ทำให้สับสนว่าตกลงหินก้อนไหนกันแน่ที่ว่าลอย สรุปว่า อยากจะทดลองเอาด้ายลอดใต้หินทั้ง 2 ก้อน หรือทุกๆก้อน(ไม่ทราบจะมีอีกมั้ย)ที่เชื่อว่าลอยได้เลยครับ ในช่วงเขาทำวัตรเย็นนี้ ผมจึงจำเป็นต้องลาจากหินก้อนใหญ่นี้เพื่อใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปหาหินบาตรพระโมคคัลลาต่อไป เดินอีกไกลครับ กว่าจะมาพบป้ายนี้



บาตรพระโมคคัลลานะอีก 772 ม. โอ่โหหห นี่ไม่ได้นับระยะทางที่เดินจากหินบาตรใหญ่ก้อนเมื่อกี้มาแล้ว คงรวมได้เป็นกิโลๆแน่ เดินต่อปายย เฮ้ออ



นี่คือบาตรพระอานนท์ ซึ่งไม่มีใครบอกว่าลอย

มาถึงแล้วบาตรพระโมคคัลลานะที่บางคนว่าลอย สภาพการตั้งอยู่ เป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ใจนะครับ



อีกมุม ถ่ายต่างมุมกันประมาณ 90 องศา



หินแม้จะเล็กกว่าหินบาตรใหญ่มาก แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่สามารถทดลองเอาเส้นด้ายลอดได้ เหตุเพราะไม่สามารถเดินรอบๆหินก้อนนี้ถึง 360 องศาได้ ดังจะอธิบายในวีดีโอนี้




ผ้าแดง คือสุดเขตแล้วครับ มาทำบุญและแอบเขียนอธิษฐานอะไรไว้ซะหน่อย



ขากลับๆทางเดิม ผมอาจไม่ได้ถ่ายรูปรายทางเอาไว้มาก เอาเป็นว่าเป็นที่รู้ๆกันสภาพทางเดินป่าที่มีทั้งขึ้นๆลงๆ เดินจนปวดน่อง อุทยานที่นี่เปิดตลอด 24 ชม.เลยครับ ขากลับมาถึงหินบาตรใหญ่ก็มืดแล้วเลยเก็บภาพกลางคืนมาฝากกัน



ที่เขาว่าอธิษฐานอะไรแล้วจะสำเร็จ ผมก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึงตรงผ้าแดงหรือตรงหินบาตรใหญ่ หรือตรงไหนอีก ก็เลยทำบุญแล้วอธิษฐานซะทั้งสองที่เลย เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่าอธิฐานแล้วจะสำเร็จดังคำร่ำลือหรือไม่
อ่อ ความซีเรียสเรื่องโดรนนี้ ในช่วงขากลับยังได้เดินคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคนที่เค้าเห็นผมตั้งแต่ตอนขออนุญาต เขาบอกเพิ่มเติมว่าเพราะเริ่มมีกฎหมายเกี่ยวกับโดรนมาควบคุมมากขึ้น เขาบอกหากไปบินในที่ทหารสามารถถูกยิงตกได้เลย แต่ตอนแรกที่ผมคิดว่าห้ามบินเพราะประเด็นความปลอดภัยซะอีก(คิดว่าเคยมีโดรนตกมาใส่คน) เพราะก่อนนี้เคยเห็นภาพป้ายห้ามบินโดรนโดยคณะสงฆ์จังหวัดในเรื่องความปลอดภัย ผมเลยร่างหนังสือออกมาให้สอดคล้องในแนวนั้น
ขึ้นรถกลับ  ให้ความรู้สึกหวาดเสียวไม่แพ้ขาขึ้นเลยครับ  แต่กลางคืนมันดีตรงที่ได้เห็นไฟรถคันหน้าที่กำลังวิ่งสวนมาหากเป็นทางโค้ง หากเป็นกลางวันอาจต้องบีบแตร

ตกลงจะกลับมาเพื่อทดลองเอาเส้นด้ายลอดอยู่อีกมั้ย?
ณ ตอนนี้นั่งคิดๆดูแล้วว่า จะกลับมาครับ แต่มีเงื่อนไขใหญ่ๆอยู่ว่า อุทยานแห่งนี้จะปิด 28 มี.ค. 60 แล้วผมต้องตัดสินใจว่าจะเอาในระหว่างนี้ หรือรอปีหน้า ? แต่ยังไงจะต้องเลือกวันธรรมดาเพื่อให้คนน้อยๆ และมาให้ถึงเวลาเช้าๆให้ได้ เพื่อมีเวลาทั้งวัน แถมแดดช่วงเช้าส่องอีกด้านของหิน อาจช่วยไล่แขกที่มานั่งปักหลักตรงระเบียงได้ แหะแหะ แล้วยังอยากจะใช้โดรนอยู่หรือเปล่า? ก็จะเอาทุกทางนะครับ แต่การทำหนังสือขออนุญาตที่กรมอุทยานฯที่บางเขน ผมน่าจะบอกเหตุผลที่ต้องการบินโดรนไปตรงๆเลยว่า เพราะต้องการเอาเส้นด้ายอ้อมหินเพื่อทดลองเอาด้ายลอดครับ แต่ประโยชน์อีกอย่างของโดรนคือสามารถเก็บภาพหินบริเวณนอกหน้าผาได้ เพราะน้อยคนนักจะเคยเห็น เขาบอกการขออนุญาตอาจจะได้เดี๋ยวนั้นเลย แต่หากไม่ได้อีกผมก็คงใช้แผนสองหรือแผนสามตามมาดังที่ได้อธิบายไปข้างต้นครับ

ปล. ผ่านมา 2 วันแล้วยังปวดน่องไม่หาย




 

Create Date : 05 มีนาคม 2560
2 comments
Last Update : 5 มีนาคม 2560 21:27:24 น.
Counter : 9905 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

 

โดย: tuk-tuk@korat 5 มีนาคม 2560 20:12:48 น.  

 

อยากได้ Facebook ผู้เขียนจางฮับ

 

โดย: dear IP: 110.170.67.238 9 พฤศจิกายน 2560 7:47:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
สมภพ เจ้าเก่า
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




รูปภาพทั้งหมดในนี้ สามารถนำไปใช้ได้ฟรีนะครับ แต่ไม่ควรลบสัญลักษณ์แสดงความเป็นเจ้าของในรูปออกไป รูปใดไม่มีสัญลักษณ์ อยากให้ช่วยอ้างอิง จาก sompop.bloggang.com ด้วยครับ
Blog ล่าสุด
* การสำรวจหินลอยได้ที่เขาคิชฌกูฏ 3 มี.ค. 60
* บทสัมภาษณ์เจ้าพ่อหลักเมือง กทม. 16 ธ.ค. 59
* บทสัมภาษณ์เทวดาในพระแก้วมรกต 6 ส.ค. 58
เรื่องเล่าบอกต่อ
* บั้งไฟพญานาค ถ่ายจากโดรนมุมสูง
* เชิญโหลด 7 ภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติ
* เช็คอันดับ Blog ของคุณกับ truehits
Blog แนะนำ
* บทสัมภาษณ์เจ้าพ่อหลักเมืองกรุงเทพฯ 19 ก.ย. 57
* ยานพาหนะที่แล่นตามและทวนน้ำได้โดยไม่ใช้พลังงานอื่น
* ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ปี 2012
New Comments
Friends' blogs
[Add สมภพ เจ้าเก่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.