นักเดินทางแดนสะตอ

ramtrang2
Location :
ตรัง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เที่ยวมาก็หลายประเทศ แต่ก็ไม่สุขกายสุขใจเท่าบ้านเรา ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย
รัก.....เธอ ประเทศไทย
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ramtrang2's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

จิ่วจ้ายโกว หวงหลง ง๊อไบ๊ เล่อซาน ภาคจบ

วันนี้มาต่อภาคจบของทริปนี้นะครับ ผมไปเสิร์ชข้อมูลเก่าที่เวป vacationzone ก็ขอแก้ไขเรื่องราคาทัวร์เป็น 37000บาท บินชั้น บินบิสซิเนส ถ้าเป็นชั้นประหยัดก็จัดกันในราคา3 หมื่นต้นๆ แต่ปัจจุบันนี้ผมเห็นราคาแล้วตกใจ อยู่ที่ 4 หมื่นกว่า แถมไม่มีบินภายในด้วยเป็นราคาหลังจากเกิดแผ่นดินไหวที่เฉินตู ซึ่งกินอาณาเขตไปถึงปจิ่วจ้ายโกวด้วย ส่วนหนึ่งอาจมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น สำหรับไกด์จีนที่ผมเรียกว่าอาจารย์แกชื่ออ.ถังหย่งหรืออ.ประยงค์
ออกจากจิ่วจ้ายโกวก็นั่งรถไปที่อุทยานแห่งชาติหวงหลง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเช่นเดียวกับจิ่วจ้ายโกว ภูเขาแห่งนี้มีน้ำที่ไหลลงมาเป็นน้ำตกหินปูนสีเขียวสวยงามมากคล้ายๆกับปามุคคาเล่ ในตุรกีที่ผมโพสไว้ลองเข้าไปชมกันได้ตามลิงค์นี้นะครับ
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sompoch&month=02-2008&date=05&group=2&gblog=4

รูปแรกเป็นทางที่จะไปหวงหลง ผ่ายภูเขาสูงหลายลูก


ช่วงที่ไปเป็นช่วงย่างเข้าฤดูหนาว หิมะเพิ่งเริ่มตก

ทางเข้าหวงหลง

ทางขึ้นไปหวงหลงระยะทาง4 พันกว่าเมตร ด้วยความที่อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในความสูงจากระดับน้ำทะเล 3 พันกว่าเมตร ทำให้ผมเดินไปได้ไม่ถึงครึ่งทางก็ขอยอมแพ้ เพราะหายใจไม่ออก แต่ถ้าใครไม่อยากเดินขึ้นก็มีแท๊กซี่บริการแบบนี้........!!!!!!!!!!

ราคาก็คนละ 220 หยวน แต่ไม่แน่ใจว่าขาขึ้นขาเดียวหรือเปล่า แต่ปัจจุบันนี้น่าจะมีกระเช้าขึ้นไปได้แล้วนะครับ

รูปชุดนี้ถ่ายมาไม่เยอะเพราะวันที่ไปคนค่อนข่างเยอะ และทางเดินก็แคบด้วย


น้ำไหลจากยอดเขา

น้ำสีเขียวมรกตสวยมาก





น้ำตกเล็กๆนี้มีถ้ำเล็กๆซ่อนอยู่ด้านหลัง

รูปจามรีระหว่างทาง ปกติจะมีขนสีดำ แต่ที่เห็นสีขาวเค้าย้อมเอาเพื่อให้นักท่องเที่ยวนั่งถ่ายรูป

รูปห้องสุขาระหว่างเดินทางบางคนดูแล้วสยอง ไม่มีประตูเหมือนกันทั้งห้องผู้หญิงและห้องผู้ชาย แต่ก็เป็นอะไรที่ฮาดีอย่าคิดไรมาก เวลาเข้าก็เข้าทีละคนแนะนำให้พกที่ปิดจมูกและร่มสำหรับใช้บังแทนประตูไปด้วย เคยมีประสบการณ์ตอนเดินทางไปแชงกรีลา ระหว่างทางไม่มีห้องน้ำเลย ก็ต้องเล่นกันกลางทุ่ง สำหรับผู้หญิงก็เอาร่มไป4-5 คันตั้งล้อมไว้แล้วช้วยกันบัง จะเอาผ้าถุงติดไปด้วยก็ได้ แต่ปัจจุบันนี้เส้นทางทั้งสองเส้นทางนี้อาจมีการพัฒนาเรื่องห้องสุขาให้ดีแล้วก็ได้นะครับ

ที่ทุกคนกลัวนักกลัวหนาเรื่องห้องสุขาของจีนก็เป็นแบบนี้ครับ

ระหว่างทางไปง้อไบ้เจอชาวบ้านขายแอปเปิ้ล-สาลี่ในฐานะที่พวกเรายึดทัวร์ได้ก็เลยต้องจอดแวะซื้อซะหน่อย

ที่เห็นขายเป็นลังๆพวกเราต่อแหลกเหลือแค่ 5 หยวน

สวนแอปเปิ้ลของชาวบ้าน

แวะเที่ยวเขื่อนตูเจียงเอี้ยง ว่ากันว่าเป็นเขื่อนแห่งแรกของโลกอายุมากกว่า2000ปี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย รูปนี้เป็นแบบจำลองวิธีสร้างเขื่อนของคนสมัยนั้น


ข้ามสะพานแขวนไปชมตัวเขื่อน ชื่อสะพานเพ่งอังหมายถึงโชคดี

ประตูทางเข้าไปชมเขื่อน

แล้วก็มาถึงเทือกเขาง้อไบ้เทือกเขาศักดิ์ศิทธิ์ตามหนังกำลังภายใน รูปนี้เป็นประตูทางเข้า

กระเช้าที่จะขึ้นไปยังยอดเขาอันนี้เป็นกระเช้าใหม่อยู่ระหว่างทดลอง ตอนผมไปยังไม่เปิดให้ใช้เลยต้องขึ้นกระเช้าเก่า

ระหว่างรอกระเช้าก็ถ่ายรูปรอบๆภูเขา

นั่งกระเช้ามาถึงยอดจินติ่ง






ลงจากยอดเขาจินติ่งก็ไปชมวัดว่านเหนียน

ตรงลูกศรเป็นคนงานต้องแบกอิฐขึ้นไปขนาดพวกเราเดินแบบไม่มีสัมภาระยังเล่นเอาเหงื่อตก น่าชื่นชมในความพยายามของคนงานเหล่านี้

ภายในบริเวณวัด

พระโพธิสัตย์ ทำด้วยทองเหลืองนั่งอยู่บนช้างหลัง 6 งา ได้ไปกราบไหว้แล้วก็เป็นมงคลกับชีวิต

เณรน้อยรูปนี้เป็นที่มาขอโลโก้ประจำบล๊อค


วัดเป้ากั๋ว อยู่ตรงเชิงเขาง้อไบ้ มาทริปนี้ได้ไหว้พระหลายที่เลย

ภายในวัดเป้ากั๋ว



โคมไฟทางขึ้นเขาง้อไบ้เป็นรูประฆังดูสวยและแปลกดี

ตกกลางคืนบังคับคนขับพาไปเที่ยวถนนคนเดิน มาเที่ยวง้อไบ้อย่าพลาดเด็ดขาด ที่นี่อาหารถูกมากๆอร่อยสุดๆ แถมมีนักดนตรีพเนจรมีทั้งเด็กเล็ก วัยรุ่นหนุ่มสาว เสียงดีคอยขับกล่อมแลกกับเงินเล็กๆน้อยๆ


จากง้อไบ้ก็นั่งรถต่อไปเมืองเล่อซันไปดูหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักบนหน้าผาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีความสูงถึง 71 เมตร กว้าง 10 เมตร และใช้เวลาในการสร้างนานถึง 90 ปี(ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก) โดยหลวงพ่อไห่ทง เป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้น ซึ่งอดีตก่อนสร้างองค์หลวงพ่อ ทุก ๆ ปี เมืองเล่อซานจะประสบกับอุทกภัย แต่ตั้งแต่เริ่มสร้างองค์หลวงพ่อโต จนกระทั่งสร้างเสร็จอุทกภัยที่เกิดทุกปีก็ได้ลดลงตามลำดับ จนปัจจุบันแทบจะไม่เกิดอุทกภัยอีกเลย
รูปนี้เป็นท่าเรือที่จะไปชมที่เห็นข้างหน้าคือเกาะเล่อซัน ที่จะไปชมหลวงพ่อโต




จากเล่อซันก็ไปเมืองเฉินตู ตกกลางคืนก็ไปดูโชว์เปลี่ยนหน้ากากอันโด่งดัง

ที่นี่เก่าแก่และดั้งเดิม สังเกตุเก้าอี้นั่งเป็นหวาย

เสริฟ์น้ำชากับกาปากยาวมากๆ


ลีลาการเชิดหุ่น

โชว์เปลี่ยนหน้ากาก

อันนี้สุดยอดเชิดหุ่นแถมเปลี่ยนหน้ากากที่หุ่นด้วยไม่รู้ทำได้ไง

ช่วงเช้าก่อนบินกลับเมืองไทยก็ไปชมวัดเล่าปี่

ท่านเล่าปี่

ท่านกวนอู

ท่านเตียวหุย

ท่านขงเบ้ง

ศาลเจ้า3พี่น้อง

สวนดอกท้อบริเวณที่ร่วมน้ำสาบานเป็นพี่น้อง

จบทริปนี้ผมจะต่อด้วย ลี่เจียง-จ๋งเตี้ยนหรือแชงกรีล่า-เต๋อชิง แต่ละที่สุดยอดทั้งนั้น โดยเฉพาะจ๋งเตี้ยนกับเต๋อชิ่ง ผมกับเจ้ต้องอาศัยออกซิเจนกระป๋องถึง 4 กระป๋อง รู้ซึ้งถึงอาการของคนที่บอกว่าปวดหัวแทบระเบิดเป็นยังไง คอยติดตามซีรีส์จีนต่อกันเลยนะครับ




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2553
1 comments
Last Update : 17 มกราคม 2554 10:33:56 น.
Counter : 1000 Pageviews.

 

ตอนนั้นไปเฉิงตูปี 2002 เสียดายจังค่ะที่ไม่ได้ไปจิ่วจ้านโกว
ไว้มีโอกาส คงจะไปให้ได้เพราะได้ข่าวว่าสะดวกสะบายขึ้นเยอะใช่มั๊ยคะ

 

โดย: nokkayang IP: 202.176.90.113 12 พฤศจิกายน 2553 16:20:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.