“ป่าเมฆ -เขานัน” เกือบจะละลายด้วย “โลกร้อน”
“ธรรมชาติสร้างสรรค์เขานัน สวย ประกอบด้วยพืชพันธุ์อันหลากหลาย มากชีวิตจิตชีวีมีมาก มาย สัตว์กรีดกรายอยู่ร่วมรวมเผ่าพันธุ์ ขนาดเล็ก ขนาดกลางรูปร่างใหญ่ ทั้งนกไก่กวางเสื้อเนื้อผายผัน หลากชีวิต จิตวิญญาณศาอนันต์ เขานันจึงมีดีมากมาย...” บท กวีชิ้นละเมียดที่ชื่อ “เขานัน” มหัศจรรย์ธรรมชาติ ของ รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ นักวิชาการสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ล่องลอยมากับสายลมอย่างแผ่วเบา บอกเล่าถึงสายใยอันละเอียดอ่อนที่ถักทอเป็นระบบนิเวศของ “อุทยาน แห่งชาติเขานัน จ.นครศรีธรรมราช” ได้เป็นอย่างดี ที่ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพมากที่ สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แม้จะดูชวนฝันไปบ้างสำหรับนัก วิจัยผู้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติแปลกใหม่ “ป่า เมฆ” หนึ่ง ในระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขานัน ที่ที่มีความชื้นสูง มีเมฆหมอกปกคลุมเหนือยอดไม้ตลอดปี อุดมไปด้วยพืชอิงอาศัยหนาแน่น ทั้งที่เป็นมอส เฟิร์น กล้วยไม้ และลิเวอร์เวิร์ต ที่มองเผินๆ เหมือนต้นไม้ที่มันอิงอาศัยกำลังห่มผ้า จนใครบางคนอดคิดไม่ได้ว่า ดูๆ แล้วผืนป่าแห่งนี้ก็ไม่ต่างจากป่าดึกดำบรรพ์ ที่ สำคัญ ป่าเมฆ –เขานัน ยังเป็นบ้านของพันธุ์พืช -พันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่นจำนวนมาก ที่ไม่อาจหาได้จากป่าเมฆผืนใดในโลก ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบ “เร่วช้างเหลือง” ที่คาดว่าจะเป็นกระวานชนิดใหม่หรือไม่เคยพบมาก่อนในประเทศ ผีเสื้อ หนอนม้วนใบตาดำที่น่าจะเป็นชนิดใหม่ของโลก หรือจะเป็นผีเสื้อ หนอนม้วนใบเขานันที่เตรียมตีพิมพ์เป็นชนิดใหม่โดยตั้งชื่อชนิดตาม ชื่อของเขานัน ซึ่งก็ยังไม่รวมไปถึงนกอีกกว่า 20 ชนิดที่พบบนผืนป่าแห่งนี้ แต่ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ดำเนินมาถึง ผศ.มัลลิกา เจริญสุธาสินี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นักวิจัยอาวุโสในพื้นที่ แจกแจงว่า เช่นการค้นพบ “มดน้ำผึ้ง” และ “มดฟาโรห์” ที่ติดมากับสัมภาระนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ “เฟิร์นก้านดำ” พืช ต่างถิ่นจอมขยายพันธุ์จากอเมริกากลาง -ไม้ประดับของคนมาเลย์ ที่เริ่มคืบคลานเข้าสู่ระบบนิเวศอย่างน่ากลัว และอาจทำให้พืชพันธุ์หรือสัตว์เฉพาะถิ่นบางชนิดสูญพันธุ์หรือหมดไปได้ โดยแฝงปรัชญาเจ็บลึกอย่าง “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ได้ เทียมทัน “อย่างกรณีของมดน้ำผึ้งและมดฟาโรห์ ก็ยอมรับว่าคงทำอะไรไม่ได้เลยหากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ยังเป็นจุดขาย หนึ่งของพื้นที่” ผศ.มัลลิกา ว่า ย้อนกลับไป ปลายปี 2548 “ป่าเมฆ –เขานัน” เป็น งานวิจัยในชุดโครงการเชิงพื้นที่ (area –based project) แบบบูรณาการทั้งการศึกษาพืช สัตว์ และแหล่งที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขานันของโครงการพัฒนาองค์ความรู้ และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (บีอาร์ที) ผศ.มัลลิกา อธิบายว่า จุดประสงค์แรกๆ ก็เพื่อการทำวิจัยและสร้างนักวิจัยด้านระบบนิเวศ หรือนักนิเวศวิทยารุ่นใหม่ขึ้นมาให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ยังเป็นสาขาขาดแคลน เพราะนักศึกษาธรรมชาติโดยทั่วไปมักมุ่งศึกษาอนุกรมวิธาน (Taxonomy) พืชและสัตว์เฉพาะสิ่งที่ตัวเองสนใจเพียงอย่างเดียว มากกว่าจะศึกษาไปถึงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ในระบบนิเวศด้วย ยิ่ง เมื่อปัญหาภาวะโลกร้อนเข้าคุกคามโลก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพืชและสัตว์ของระบบนิเวศ “ป่าเมฆ –เขานัน” ในฐานะตัวชี้วัดที่บอบบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติ จึงถูกใช้เป็นอีกพันธกิจหนึ่งของกลุ่มวิจัยเพื่อการวางแผนร่วมกัน วางรูปแบบตารางบันทึกผลการสำรวจ มีทิศทางการวิจัยที่ชัดเจน และมีฐานข้อมูล “NBIDS -BRT” ที่รวบรวมและจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ 1 ใน 16 ชุดโครงการศึกษาระบบนิเวศเขานัน ยังเป็นโมเดลแรกของประเทศ ที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลงแรงเป็นนักวิจัยในโครงการด้วยตัวเอง เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ของพืชและสัตว์ในพื้นที่อย่างแข็งขัน เช่น การเฝ้าติดตามกล้วยไม้ ขิง ป่าประ ด้วง และผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ ด้วยข้อได้เปรียบในการเป็นผู้รู้จริงในพื้นที่ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางอันเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการลงพื้นที่ทำ วิจัยได้มาก ดั่งที่ ศ.เกียรติคุณ ดร.วิสุทธิ์ ใบไม้ ผอ.บีอาร์ที สะท้อนว่า อยาก ให้ “ป่าเมฆ -เขานัน” เป็นโมเดลต้นแบบของการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพแห่งอื่นๆ ของประเทศต่อไปในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในระดับที่มิอาจฟื้นฟูได้ นอก จากนี้ ทางโครงการยังเป็นชุดโครงการแรกของประเทศที่สนใจศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพ อากาศ โดยใช้ป่าเมฆเป็นพื้นที่ศึกษา ได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดอากาศตามหน่วยพิทักษ์ 8 สถานีของอุทยานเพื่อตรวจวัดข้อมูลอุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน และความชื้นในอากาศ มีเจ้าหน้าที่อุทยานจะเป็นผู้เก็บข้อมูลทุกวัน แถม เวลานี้ยังได้วางแผนติดตั้งเครื่องเก็บข้อมูล (data logger) ที่ทันสมัยกว่าเก่า สามารถตรวจวัดค่าต่างๆ ได้ถึง 26 ค่า อย่างปริมาณรังสียูวี ทิศทางและอัตราเร็วของลม ความเปียกชื้นของใบไม้ ฯลฯ ไปติดตั้งตามระดับความสูงต่างๆ อย่างน้อย 5 จุด นัก วิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อธิบายเสริมว่า การติดตั้งเครื่องเก็บข้อมูลเสริมก็เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของอากาศตาม ระดับชั้นความสูงจาก 200 เมตรจนถึง 1,400 เมตรในส่วนยอดของเขานัน โดยได้ติดตั้งแล้ว 2 จุด คือ ด้านล่างที่เป็นป่าประ “ผืนใหญ่ผืนเดียว ของประเทศและอาจจะเป็นผืนเดียวของโลก” และที่ป่าเมฆบนยอดเขานัน ณ ความสูงราว 1,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งจะทำให้เห็นภาพของแถบการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่เขานันได้ชัดเจนขึ้น “เพราะ ถ้าทราบข้อมูลเบื้องต้นของลักษณะภูมิอากาศตามระดับความสูงแล้ว จะทำให้มีข้อมูลเปรียบเทียบการเพิ่มหรือลดลงของอุณหภูมิอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ และปริมาณน้ำฝน โดยสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปย่อมมีผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทาง ชีวภาพของป่าเมฆ –เขานันอย่างแน่นอน” ผศ.มัลลิกา ระบุ แต่ กว่าจะได้บทสรุปการวิจัยถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง ก็ต้องอาศัยเวลาอย่างน้อย 3 -5 ปี ขณะที่งานวิจัยชิ้นนี้ยังเรียกได้ว่าเพิ่งจะเริ่มต้น เพราะที่ผ่านมาไม่มีการเก็บข้อมูลอย่างจริงจังมาก่อน อย่างการศึกษา “ชีพลักษณ์” (Phenology) หรือการติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพืชหรือสัตว์ในรอบปีของป่าเมฆ เพื่อหาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและการเกิดปัญหาภาวะโลก ร้อน “เพราะ หากไม่มีข้อมูลมาเปรียบเทียบให้เห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆ ทำไปก็คงไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่ค้นพบ จึงจำเป็นต้องเก็บข้อมูลในระยะยาวเพื่อเปรียบเทียบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิด ขึ้นจริงหรือไม่เป็นอย่างแรก” ทว่าแม้งาน วิจัยยังมิอาจนำมาซึ่งบทสรุป แต่สิ่งที่ตรวจพบกลับน่าตกใจกว่า เมื่อทีมวิจัยเจอความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างกรณีล่าสุดของเขานันที่มีการค้นพบ “ไวโอลิน บีทเทิล” แมลงปีกแข็งพันธุ์หายาก ซึ่งปกติจะมีเพียงในประเทศอินโดนีเซียที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรกว่าไทย เท่านั้น หรือกระทั่งผีเสื้อกินลูกกระทกรกที่อพยพขึ้นสูง ขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเกิดขึ้นของป่าโปร่ง อันเป็นผลจากการคุกคามป่าไม้ ที่จะเร่งให้การเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ทั้งนี้ หากพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่า ไม่เพียงแต่กลุ่มนักวิจัยเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากการทำชุดโครงการวิจัย นี้ฝ่ายเดียว “อนันต์ เจริญสุข” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขานัน กล่าวถึงประโยชน์ที่อุทยานฯ จะ ได้ในแง่ของการอนุรักษ์ผืนป่าเมฆอันน้อยนิดบ้างว่า คือข้อมูลปีต่อปีของเขานัน ซึ่งตีความออกมาในรูปสถิติ อันจะแสดงถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับความหลากหลายทางชีวภาพเขานัน เพื่อประโยชน์ในการวางแผนป้องกันและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที “สิ่ง ที่เราเห็นคือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับต้นไม้เล็กๆ อย่างเฟิร์นและมอส ที่มีความเปราะบางกับเรื่องของอุณหภูมิมาก เมื่ออากาศร้อนขึ้น พืชอิงอาศัยพวกนี้ที่อยู่บนเรือนยอดต้นไม้ใหญ่ก็เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวไป เป็นสีน้ำตาล คือเริ่มไหม้และค่อยๆ ตายเป็นหย่อมๆ ต้นไม้ที่มันเกาะอาศัยอยู่ก็จะพลอยขาดน้ำและค่อยๆ ตายจากยอดลงมาถึงโคนไปด้วย หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำในน้ำตกที่พบว่าลดลงเมื่ออากาศเปลี่ยน แปลงไป” หัวหน้าอุทยานฯ สรุปทิ้งท้ายถึงสิ่งที่เขาพบ “หลากชีวิตจิตวิญญาณที่ป่า เมฆ ดั่งสวรรค์สรรเสกให้งามสม ทั้งสัตว์พืชหรีดหริ่งกริ่งระงม เมฆล้อลมไล้พฤกษาลดาวัลย์ ให้งามตางามใจในป่าเมฆ เป็นป่าเอกป่างามดุจความฝัน มวล ชีวิตจิตรวมอยู่ร่วมกัน บอกแบ่งปันพื้นที่ไมตรีครอง...” บท กวี “หลากชีวิต จิตวิญญาณ ที่ป่าเมฆ” บทประพันธ์อีกบทของกวีคนเดิมแว่วมาอีกหน หม่นเศร้ากว่าบทแรกเมื่อได้ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็คล้ายจะย้ำเตือนว่ายังไม่สายเกินแก้ที่เราจะกันช่วยหวงแหน –รักษาธรรมชาติของระบบนิเวศแห่งนี้ไว้ ก่อนเมฆก้อนสุดท้ายที่ป่าเมฆ –เขานัน จะระเหยกลายเป็นไอและจากผืนป่าแห่งนี้ไปตลอดกาล
| Create Date : 24 มีนาคม 2553 |
| Last Update : 24 มีนาคม 2553 17:07:33 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 243 Pageviews. |
 |
|
|
| |