Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ตามแฟชั่น ฝึกงานอเมริกา หนึ่งปัญหาใหญ่เด็กไทยไม่ถึงฝัน

ศึกษาหลายต่อหลายคนอยากมีโอกาสได้ไปทดลองใช้ชีวิตในต่างแดนดูบ้าง...อยาก รู้ว่ารสชาติของชีวิตที่นั่นจะเป็นอย่างไร...จะอยู่ได้หรือไม่...ต่างจาก บ้านเราอย่างไร...คำถามเหล่านี้สามารถหาคำตอบได้จากโครงการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นมามากมาย มีทั้งไปศึกษาต่อ ไปทำงาน หรือในรูปแบบของทั้งการทำงานและการท่องเที่ยว

หนึ่งในโครงการ เหล่านั้น คือ โครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการทำงานและท่องเที่ยว (Exchange Visitor Program) หรือที่รู้จักกันในนามของ เวิร์ก แอนด์ ทราเวิล (Work and Travel) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งให้นักศึกษาได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตเรียนรู้ ศึกษาวัฒนธรรม ภาษา หาประสบการณ์จากการทำงานและการท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกา

โครงการ แลกเปลี่ยนเพื่อการทำงานและท่องเที่ยว เป็นโครงการที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้บริหารจัดการภายใต้ กฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมฉบับแก้ไข พ.ศ. 2504 โดยมอบหมายหน่วยงานต่าง ๆ ในอเมริกา ให้เป็นผู้บริหารจัดการโครงการ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้อาจจะเป็นหน่วยงานของรัฐบาล สถาบันการศึกษา องค์กรการศึกษาและวัฒนธรรมหรือบริษัทเอกชน สำหรับหน่วยงานที่ได้รับ มอบหมายเหล่านี้เรียกกันว่า ผู้อุปถัมภ์โครงการ ซึ่งจะเป็นผู้คัดกรองและเลือกผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไว้ในประมวลระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา

ระยะเวลา ในการเข้าร่วมโครงการอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลอเมริกัน อนุญาตให้นัก ศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทำงาน อย่างถูกต้องตามกฎหมายได้เป็นระยะเวลานานที่สุด 4 เดือน ดังนั้น นักศึกษาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย ระบบภาคการศึกษาไทยจะอยู่ ในช่วงเดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน-ต้นเดือนมิถุนายน ในขณะที่นักศึกษาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยระบบภาคการศึกษานานาชาติ จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม

“เด็กที่ไปในแต่ละปีมี หลากหลายรูปแบบและก็มีปัญหาเกิดขึ้นทุกปีเช่นกัน” ต้องจิตร หล่อวินิจนันท์ ที่ปรึกษาสมาคมไทยแนะแนวการศึกษาต่อนานาชาติ (Thai International Education Consultants Asso- ciation:TIECA) เกริ่นก่อนเล่าถึงโครงการนี้ให้ฟังว่า โครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการทำงานและท่องเที่ยว เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนเข้ามาทำงาน สาขาต่าง ๆ อย่างถูกต้องในอเมริกา ซึ่งไม่ใช่โครงการจัดหางานเพราะ ผู้สมัครจะต้องมีสถานภาพเป็น นักศึกษาและผ่านการคัดเลือก โดยจะถือวีซ่าประเภทนักเรียนแลกเปลี่ยน เจ-1 (J-1 Visa)

สำหรับ ปัญหานั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ต้องจิตร อธิบายถึงปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการให้ฟังว่า เริ่มตั้งแต่ก่อนที่จะสมัคร นั้นคือ ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ก่อนว่า โครงการนี้ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ไปทำงานจริง ๆ โดยใช้ชีวิตแบบคนอเมริกัน ลองใช้เงินในสภาพแวดล้อมแบบอเมริกัน เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม การทำงานในสังคมอเมริกัน จะได้รู้ว่า คนอเมริกันคิดอย่างไร ทำอย่างไร

“ต้องถามตัวเองว่า ความรู้ทางด้านภาษาเราเป็นอย่างไร ถ้าดี ทำงานได้ไม่เกี่ยง ทำงานหนักได้ ไม่ใช่คุณหนู ถ้าเราเข้าข่ายโครงการ นี้ก็ถือว่าเหมาะ เพราะสมัยนี้ ค่านิยมของเด็กจะมุ่งไปในกระแสที่อยากได้เงิน ไปหาเงิน ถ้ามีความคิดอย่างนี้รอให้เรียนจบก่อนแล้วค่อยไปจะดีกว่า จะได้ทำงานหาเงินได้อย่างเต็มที่”

ต่อมาจะเป็น การสมัคร ตามบริษัทต่าง ๆ ที่มีใบอนุญาต โดยเปิดโครงการผ่านทางออนไลน์ ตามบูธในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันต่าง ๆ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลของแต่ละสถานที่ของแต่ละนายจ้างที่เด็กจะ ต้องเลือกไปทำงาน

“ตรงนี้เด็กต้องอ่านเอกสารให้ละเอียด เพราะบาง อย่างเด็กจะคิดไปเอง พอไปเจอของจริงไม่เป็นอย่างที่คิด ก็เข้าใจว่าบริษัทหลอกลวง เช่น ตำแหน่งงานไม่ตรงตามที่เลือกมาจากเมืองไทย ที่พักอาศัยไม่สะดวกสบายเหมือนอย่างที่คิดไว้ จึงต้องอ่านรายละเอียดให้เข้าใจว่าคำนี้แปลว่าอะไร ประโยคมีหมายความว่าอะไร ถ้าตรงไหนไม่เข้าใจให้ถามเจ้าหน้าที่ทันที ก่อนตัดสินใจสมัคร เพราะบางคนตัดสินใจสมัครโดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังได้ รวมทั้ง ต้องรู้ว่าความเป็นอยู่ของแต่ละวัน คือ สภาพความเป็นจริงที่จะต้องเผชิญจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

จาก นั้น นัดสัมภาษณ์ โดยจะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษกับตัวแทนของสถานที่เด็กจะไปทำงานด้วย ผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์แล้วจะต้องขอยื่นใบสมัครจริงและเอกสารที่กำหนดไว้ เพื่อขอวีซ่า พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และซื้อตั๋วเครื่องบินโดยรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 80,000-90,000 บาท

“เด็กจะได้ไปทำงาน หรือไม่ได้ไปนั้นขึ้นอยู่กับการสัมภาษณ์ ในส่วนนี้ด้วย โดยมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท เนื่องจากตำแหน่งในแต่ละที่ต้องการเด็กที่มีคุณสมบัติต่างกัน เช่น บางที่มีเกณฑ์ว่าตำแหน่งนี้ต้องการเด็กที่เรียบร้อย แต่งตัวสุภาพ แต่เด็กผู้ชายที่ต้องการทำงานที่นี้ไว้ผมยาว เจาะหู หากทางบริษัทต้องการให้ตัดผม ไม่ให้ใส่ตุ้มหู ถ้าเด็กรับไม่ได้ เขาก็ต้องเปลี่ยนงานจนกว่าจะเจอนายจ้างที่ให้เขาไว้ผมยาว หรือใส่ตุ้มหูได้”

ส่วนเด็กที่ภาษาไม่ค่อยได้ นายจ้างจะให้ไปทำงานในส่วนที่ไม่ต้องสนทนากับใครมากนัก อย่างทำความสะอาดห้องพัก ซึ่งบางครั้งความเข้าใจต่างกันคิดว่าดูถูกเด็ก ผู้ปกครองรู้เข้าก็ไม่พอใจ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว งานประเภทนี้ในอเมริกาไม่ใช่งานที่ต้อยต่ำหรือไม่มีเกียรติคนอเมริกันถือว่า เป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทนเหมือนกัน

“บางครั้งเด็กจะเข้าใจ เมื่อไปทำงานกลับมาแล้ว น้องผู้ชายคนหนึ่งที่เคยไปทำงานนี้พูดให้ฟังว่า ผมอยากได้แฟนที่เคยทำงาน เป็นพนักงานทำความสะอาดมาก่อน ก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงพูดอย่างนี้ เขาบอกว่า เพราะคนที่เคยทำงานนี้มาก่อนจะละเอียด เป็นแม่บ้านที่ดีได้เพราะมีประสบ การณ์ รู้หลักการที่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่ได้มานั้นสามารถนำมาเป็นทักษะชีวิตที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันต่อ ไปได้ในอนาคต ไม่ใช่งานต้อยต่ำ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน”

หลังจากนั้น จะเข้าสู่ ขั้นตอนก่อนเดินทาง โดยจะมีการปฐมนิเทศซึ่งเป็นการให้ความรู้ในส่วนต่าง ๆ ที่เด็กต้องเจอ เช่น วัฒนธรรมคนอเมริกันเป็นอย่างไร ชั่วโมงทำงานที่ได้น้อยกว่าที่ทำจริงจะต้องทำอย่างไร บอกใคร ฉะนั้นในส่วนนี้เด็กต้องให้ความสำคัญ ควรมาตามวัน เวลาที่ได้นัดหมาย มิฉะนั้นแล้วจะพลาดข้อมูลในส่วนต่าง ๆ ที่ควรรู้ โดยจะใช้เวลาในการให้ความรู้ประมาณ 3 ชม.


“สิ่งสำคัญ คือ ต้องศึกษาก่อนว่าเมื่อไปถึงจะต้องทำอย่างไร ได้ไปทำงานที่ใด เบอร์ติดต่อคือเบอร์อะไร อีเมลอะไร ฉะนั้นไปกับบริษัทใดต้องสอบถามให้ชัดเจน อย่านึกสนุกไปลุยเอาดาบหน้า และที่ลืมไม่ได้ คือ ก่อนเดินทางต้องแจ้งให้นายจ้างรู้ว่าจะเดินทางไปถึงวันใดเวลาเท่าไร เพราะบางที่รับเด็กจากหลายชาติ ถ้าไม่แจ้งเขาก็จะไม่รู้ว่ามาจริงหรือไม่ เนื่องจากเคยเกิดกรณีที่ติดต่อกันแล้วพอถึงเวลาก็ไม่ไป รวมทั้งบางครั้งนายจ้างลืม”

เมื่อไปถึงที่อเมริกาปัญหาที่พบบ่อย คือ เด็กไทยคาดหวังการดูแลมาก ๆ มองว่าตนเองเป็นนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยน นายจ้างต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ แต่นายจ้างไม่ได้คิดอย่างนั้น จะมองแค่ว่านายจ้างกับลูกจ้าง คุณเข้ามาทำงานคุณคือลูกจ้างที่ได้สิทธิเท่า ๆ กับลูกจ้างคนอื่น ๆ ต้องทำงานได้เหมือนคนอื่น ๆ คุณมาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดหวังไม่ตรงกัน แต่ถ้าเด็กเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการมาอย่างแท้จริงปัญหานี้จะเบาบางลงได้ ปัญหารองลงมา คือ เด็กไทยขาดความเป็นตัวของตัวเอง จะเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ในทางที่ไม่ถูกต้องได้ง่าย จึงอยากให้เด็ก ๆ หนักแน่นในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะเด็กไทยในปัจจุบันมักหวั่นไหวง่ายกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

“จะ เห็นได้ว่าทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญและสามารถเกิดความเข้าใจผิดหรือเกิด ความ ผิดพลาดที่กลายเป็นปัญหาขึ้นได้ทั้งสิ้น จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งตัวนักศึกษาต้องรอบคอบ ใส่ใจในทุกขั้นตอน เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ สำรวจตัวเองว่าพร้อมที่จะเผชิญหรือไม่ ถ้าพร้อมและเข้าใจถึงทุก ๆ ปัญหาว่าสามารถเกิดขึ้นและแก้ไขแล้ว การเดินทางไปหาประสบการณ์ในต่างแดนครั้งนี้ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น ได้รับประโยชน์ที่ควรจะได้อย่างเต็มที่ เด็กกลับมาอย่างน้อยเขาก็จะได้รู้ว่าเงินแต่ละบาทกว่าจะได้มาเป็นอย่างไร” ต้องจิตร กล่าวทิ้งท้าย

หากมีความพร้อม ตั้งสติทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหา แล้วจะรู้ว่าทางแก้รอคุณอยู่ข้างหน้า.



Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 24 มีนาคม 2553 12:04:32 น. 0 comments
Counter : 380 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

somkitjar
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add somkitjar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.